by คนเล็กของเล่นใหญ่ » Fri Apr 23, 2010 5:28 pm
ต้องวิเคราะห์จากจุดที่กระสุนตกครับ
ตอนนี้เราทราบจุดกระสุนตก แค่หลังคาสถานีรถไฟฟ้า กับแบงค์กรุงศรี
เสร็จแล้ว ลองใช้วงเวียน กางองศาเท่ากับระยะที่ยิงได้ไกลสุดของM79 แล้วลองวาดวงเวียนดู
วงกลมในเส้นดินสอ จะเป็นจุดที่ความเป้นไปได้ที่ยิงเอ็ม79 ได้ทั้งนั้น แล้วลองดูว่าสถานที่ใดที่มีความเป็นไปได้ที่จะไปซ่อนตัวยิงจากจุดนั้น
จริงๆแล้วความเป็นไปได้มันกว้างมาก แต่จุดๆนึงที่จะตีวงให้แคบลงคือจุดที่ธนาคารกรุงศรี ดูจากภาพ น่าจะเป็นการยิงตรง หรือใช้องศาที่ไม่มากนัก ไม่อย่างนั้นลูกที่ไปหล่นในธนาคารแล้วไม่ระเบิด มันจะหล่นเข้าไปในนั้นไม่ได้
นั่นแสดงว่านัดนี้จะต้องยิงเป็นแนวตรง แต่อีกจุดที่ต้องรู้ก็คือ แต่ละนัดยิงห่างกันกี่นาที ซึ่งตรงนั้นมันพอจะบอกได้ว่า คนยิงมีกี่คน ยิงมาจากกี่จุด หรือว่าถ้ามีคนยิงแค่คนเดียวแล้ววิ่งหาจุดยิงใหม่ มันจะเป็นไปได้หรือไม่
...
จริงๆแล้วความเป็นไปได้มันกว้างมากๆ แต่ผมคิดว่าคนยิงต้องมองเห็นพื้นที่สังหารได้หมด ดังนั้นตัดประเด็นที่ยิงจากโรงบาลจุฬาไปได้ เพราะไม่น่าเชื่อว่ายิงแค่นัดแรก กระสุนจะตกลงสถานีรถไฟฟ้าได้พอดีขนาดนั้น
แต่ก็เป็นไปได้ว่าคนยิงนัดแรกไม่ได้ตั้งใจจะยิงไปที่สถานี อาจตั้งใจให้ตำบลกระสุนตกไปตกอยู่ที่กลางที่ชุมนุม ดังนั้นนัดแรกคือการยิงเพื่อหาจุดตกของกระสุน เพื่อให้นัดที่สองหรือต่อๆไป ผู้ตรวจการหน้าจะสามารถปรับระยะยิงให้แก่คนยิงได้
จริงๆเอ็ม79 การยิงไม่วุ่นวายซับซ้อนเหมือนยิงปืนใหญ่หรือปืน ค. เพราะปืนถูกออกแบบมาเพื่อยิงในระยะกลาง และยิงเป้าหมายในแนวราบมากกว่าวิถีโค้ง(แต่ก็ไม่เป็นแนวตรงที่ยิงโค้งไม่ได้ถึงขนาดอาร์พีจี หรือ เอ็ม72) แต่ในสภาพที่เป้าหมายไม่ได้เป็นทหารที่มีอาวุธเช่นนี้ การใช้เอ็ม 79 ก็มีผลต่อจิตวิทยาไม่ต่างจากปืนใหญ่
ดังนั้นเมื่อสังเคราะห์ดูแล้ว จะพอสรุปได้คร่าวๆดังนี้
- คนยิงอยู่บริเวณหน้าสวนลุม และนัดแรก คนยิงต้องการยิงเข้าไปที่สถานีรถไฟฟ้าศาลาแดง โดยใช้การยิงแบบวิถีโค้ง เพราะเป้าหมายอยู่ค่อนข้างไกล (ประมาณ 3-400 เมตร) ดังนั้นกระสุนจึงตกลงบนหลังคาสถานี ส่วนนัดที่สองเนื่องจากแบงค์กรุงศรีจุดที่กระสุนตกคือมุมปะทะกับกระจกหน้าธนาคาร ซึ่งถ้ามองจากสวนลุมแล้ว จุดยิงจุดนี้คนยิงไม่สามารถยิงซ้ำจากจุดยิงแรกได้ ดังนั้นถ้าคนยิงยิงจากหน้าสวนลุมจากนัดแรกจริง นัดที่สองคนยิงน่าจะเปลี่ยนจุดยิง โดยขึ้นไปที่ตึกของโรงบาลจุฬา ดังนั้นควรจะต้องมีเวลาอยู่ประมาณ 15 นาทีขึ้นไป ซึ่งจากความเห็นของผู้โพสต์แล้ว คิดว่าคนยิงน่าจะเป็นคนละชุดยิงมากกว่า (ถ้านัดแรกยิงจากหน้าสวนลุมจริง)
- คนยิงอยู่บนโรงพยาบาลจุฬา โดยนัดแรก คนยิงยิงแบบวิถีโค้ง เพื่อให้ผู้ตรวจการหน้าซึ่งแฝงอยู่ในพื้นที่ สามารถปรับแต่งตำบลกระสุนตกสำหรับนัดต่อไปได้ ดังนั้นการที่นัดแรกยิงตกไปบนสถานีศาลาแดง จึงเป็นเรื่องซวยของผู้บาดเจ็บในนัดนั้นนมากกกว่า เมื่อคนยิงและ ผตน. รับทราบตำบอลกระสุนตกแล้ว การยิงนัดต่อไป จึงเข้าสู่เป้าหมายที่ต้องการได้ตรงเป้ามากขึ้นเรื่อย แต่นัดที่ยิงเข้าแบงค์กรุงศรีนั้น จะเห็นได้ชัดว่ามุมยิงบนโรงบาลจุฬา คนยิงสามารถยิงแบบกดองศา ไปที่เป้าหมายแบงค์กรุงศรีได้ ทำให้กระสุนสามารถยิงตรงเข้าไปในแบงค์ได้เลย ดังนั้นถ้าตามทฤษฎีนี้ คนยิงก็มีแค่ชุดเดียว และไม่ต้องเปลี่ยนจุดยิง แต่ถ้าเป็นแบบนั้น ทำไมถึงไม่มีคนเห็นคนร้ายที่ยิงเลย เพราะการยิงเอ็ม 79 จะมีลำแสงไฟที่ปากลำกล้อง เป็นการชี้ตัวเองได้อยู่แล้ว แต่โดยส่วนตัว ค่อนข้างมั่นใจว่า คนยิงน่าจะอยู่บนโรงพยาบาลจุฬาเพราะมุมยิงเอิ้อต่อการยิงได้ดีที่สุด (แต่ต้องได้ข้อมูลของนัดอื่นๆประกอบด้วยนะครับ)
- คนยิงอยู่บนพาหนะบนท้องถนน เช่นยิงจากรถตู้ จากทฤษฎีนี้จะคล้ายๆกับทฤษฎีที่คนยิงอยู่บนโรงบาลจุฬา แต่เปลี่ยนเป็นอยู่ที่รถตู้แถวๆหน้าโรงพยาบาลจุฬา ฝั่งถนนพระรามที่4 แทนเพราะจะอย่างไร เราก็ต้องไม่ลืมว่าจุดกระสุนตกที่แบงค์กรุงศรีนั้น จุดยิงที่ดีที่สุดคือบริเวณโรงบาลจุฬา
- คนยิงอยู่บนตึกแถวๆถนนสีลม ถ้าเป็นตามทฤษฎีนี้ คนยิงต้องอยู่บนตึกที่ติดกับรถไฟฟ้าเลย ซึ่งเท่าที่มองจากภาพ ก็น่าจะเป็นตึกที่อยู่ตรงข้ามกับฝั่งซีพีทาวเวอร์ และมองจากตำบลกระสุนตก ก็น่าจะเป็นตึกสีขาวๆที่อยู่ระหว่างสถานีกับแยกศาลาแดง เพราะจุดนี้เป็นจุดที่สามารถยิงกระสุนตกไปที่หลังคานัดแรก และยิงเข้าธนาคารกรุงศรีได้ แต่โดยความเห็นส่วนตัวแล้ว ไม่น่าจะเป็นไปได้ เพราะถ้าคนร้ายยิงจากจุดนี้จริงๆ คนข้างล่างจะต้องเห็น และต้องไม่ลืมอีกอย่างหนึ่งว่า ยังมีเส้นทางรถไฟฟ้าบังสายตาอยู่อีก
- คนยิงมีหลายชุดยิง ถ้าหากเป็นไปตามทฤษฎีนี้ คนยิงนัดแรกที่ยิงสถานีศาลาแดง น่าจะอยู่ที่หน้าสวนลุม ส่วนคนยิงที่ไปตกแบงค์กรุงศรี น่าจะอยู่ที่โรงบาลจุฬา หรือไม่ก็บนรถตู้
ดังนั้นคีย์เวิร์ด จะอยู่ที่นัดที่ยิงเข้าไปในแบงค์กรุงศรีนั่นล่ะครับ ว่าข้อมูลที่ผมได้มานั้น ตรงตามนั้นหรือเปล่า