นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ
"มาร์ค"ยอมรับเอกชนจ่ายสินบนนับแสนล้าน หนุนใช้ฮ่องกงโมเดลขจัดคอรัปชัน ชี้เอกชนต้องกล้าหาญเสี่ยงกับหน่วยงานรัฐ แฉวงการก่อสร้างกับโฆษณาสินบนมากสุด...
เมื่อวันที่ 16 ก.ค. นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์กรณีที่นายดุสิต นนทะนาคร ประธานหอการค้าแห่งประเทศไทย ออกมาเปิดเผยถึงการจ่ายเงินใต้โต๊ะให้แก่ข้าราชการและนักการเมืองเป็นแสนล้านว่า จะเห็นว่าตนพบกับภาคเอกชนใน 2-3 ครั้งหลังพูดชัดว่าปัญหานี้ต้องมาร่วมกันแก้ไข ตอนนี้เขาตั้งเป็นประเด็นสำคัญประเด็นหนึ่งที่จะมาช่วยในเรื่องปฏิรูปและยังได้รับความร่วมมือกับหอการค้าต่างประเทศด้วย ตอนนี้คณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ (ก.พ.ร.) กับอีกหลายหน่วยงานกำลังคิดผลักดันในเรื่องทำข้อตกลงกับภาคเอกชนในเรื่องการติดสินบน รับสินบน ทุจริตคอรัปชัน
ส่วนข้อเสนอให้ดำเนินการในรูปแบบฮ่องกงโมเดลที่มีความเข้มแข็งในการตรวจสอบและป้องกันการทุจริตจะใช้ได้ผลกับประเทศไทยหรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า คงต้องมาดูกัน ความจริงตอนที่เรามีความคิดที่จะมีคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ตั้งแต่ต้น ได้เรียนรู้จากฮ่องกงและที่อื่นๆ ด้วย แต่สิ่งที่ตนย้ำคือความกล้าหาญเป็นเรื่องสำคัญ เพราะหลายเรื่องเวลามีการร้องเรียนต้องการความยืนยันจากผู้ที่เกี่ยวข้องภาคเอกชนเอง ยังอยู่ในภาวะที่วิตกว่าถ้าออกมายืนให้ข้อมูลแบบชัดแจ้งแล้วจะมีปัญหาในอนาคต ยังเป็นสิ่งซึ่งยังเป็นปัญหามาก คือมีความรู้สึกว่ายอมรับหรืออดทนกันไปมากกว่าที่จะเสี่ยงว่าวันข้างจะมีปัญหากับหน่วยงานของรัฐหรือไม่ เป็นปัญหาเรื้อรังอยู่
ส่วนปัญหาหน่วยงานราชการเราดูอยู่แล้ว และเป็นปัญหาอย่างที่ว่าบางครั้งแจ้งเบาะแสมาและพอเราพยายามเข้าไปตรวจสอบการจะยืนยันอะไรต่างๆมีความลังเลกันมาก จากที่มีการเพิ่มข้อมูลทุจริตมีการเรียกสินบนถึง 20-30% มันสะท้อนระบบอะไรในประเทศไทย หรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า มันก็สะท้อนให้เห็นว่ามันมีการทำงานอีกหลายเรื่องที่เราต้องเปลี่ยนแปลงเรื่องการปราบปรามหรือเปลี่ยนแปลงการทุจริตมันเป็นเรื่องหลักอยู่แล้ว แต่มันก็สะท้อนให้เห็นว่าการที่คนพร้อมที่จะผลักต้นทุนที่สูงขึ้นขณะนี้มันก็บ่งบอกว่ามันมีปัญหาในระบบหลายเรื่อง และทำให้เห็นความจริงว่าถ้าเราพยายามถอยบทบาทของรัฐในการให้คุณให้โทษใช้ดุลยพินิจมันจะช่วยได้มาก ซึ่งเป็นแนวทางที่หลายประเทศทำ วิธีที่ดีที่สุดคือการลดกฎระเบียบต่างๆซึ่งสามารถทำให้รัฐสามารถใช้ดุลยพินิจมากเกินไป
ขณะที่ข้อมูลการเรียกสินบนกับข้าราชการหรือนักการเมือง 30% อยู่ภายใต้การบริหารของรัฐบาลชุดนี้ด้วยหรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ตนก็ถามเอกชนส่วนใหญ่จะบอกว่าเขาพูดในภาพรวม ซึ่งตนก็ยืนยันทุกครั้งว่ามีเรื่องไหนหากมีหลักฐานที่ชัดแจ้งตนก็ดำเนินการ ส่วนการขึ้นเงินเดือนหรือให้โบนัสกับข้าราชการจะไม่ช่วยแก้ปัญหาความต้องการเงินใต้โต๊ะหรือการทุจริตลงไปได้ใช่หรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ตนไม่คิดว่าได้ เรียนตรงๆว่าส่วนหนึ่งการขึ้นเงินเดือนอาจจะมีผลบ้าง แต่ยืนยันว่าปัญหานี้มันเกินเลยจุดที่จะบอกว่าเป็นเรื่องความเพียงพอของเงินเดือนหรือค่าตอบแทนหรือไม่ อย่างบางหน่วยงานเราไปคิดว่าเป็นเพราะเจ้าหน้าที่ชั้นผู้น้อยมีเงินเดือนไม่พอ แต่ปรากฏว่าบางทีเกิดเรื่องทุจริตเจ้าหน้าที่ผู้น้อยส่งให้เจ้าหน้าที่ผู้ใหญ่ ซึ่งเงินเดือนไม่ได้น้อยเลย
ขณะที่การขยับของภาคเอกชนครั้งนี้จะทำให้ปัญหาทุจริตลดลงไปได้หรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ถ้าทำกันจริงจังน่าจะมีผล ถ้าเราสามารถเจาะไปได้เป็นวงการไป อย่างปัญหาที่มีมากที่สุดตอนนี้อาจจะเป็นวงการก่อสร้างกับวงการโฆณาหรือการจัดทำงานต่างๆตรงนี้จะเป็นหัวใจทำให้ผู้ประกอบการในแวดวงเหล่านี้แข่งขันกันบนพื้นฐานและความสามารถตนว่าน่าจะลดลงไปได้มาก.
ไทยรัฐออนไลน์
โดย ทีมข่าวการเมือง
16 กรกฎาคม 2553, 19:05 น.




