
วันนี้มีหลายคำถามเกิดขึ้นว่าทำไม สุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล จึงได้เป็นหน้าตาของประเทศไทย กับเก้าอี้รัฐมนตรีต่างประเทศ หรือว่ามีเบื้องหน้า-เบื้องหลัง แอบแฝงอยู่ ซึ่งนับจากนี้เป็นต้นไปเก้าอี้ตัวนี้จึงถูกจับจ้องเป็นพิเศษ ว่ามีภารกิจสำคัญในการพาคนชื่อ ทักษิณ ชินวัตร กลับประเทศหรือไม่ ?
นับตั้งแต่เพื่อไทยได้รับชัยชนะเลือกตั้ง รัฐมนตรีต่างประเทศถือเป็นเป้าหมายหลักของเพื่อไทยในการเฟ้นหาบุคคลที่เหมาะสมมานั่งเก้าอี้ตัวนี้ ด้วยการเปิดชื่อ วิกรม คุ้มไพโรจน์ อดีตทูตไทยประจำกรุงลอนดอน จุลพงษ์ โนนศรีชัย ทูตไทยประจำกรุงออสโล ประเทศนอร์เวย์ ซึ่งมีสายสำพันธ์ใกล้ชิด ทักษิณ รวมถึง ดอน ปรมัตถ์วินัย อดีตเอกอัครราชทูตไทยประจำสหประชาชาติ ที่แต่ละคนล้วนมีดรีกรีระดับอินเตอร์ ที่สุดแล้วหวยกลับมาออกที่ สุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล ซึ่งเคยเป็นไม้เบื่อ ไม้เมากับ ทักษิณ มาก่อนหน้านี้ แต่เมื่อลมเปลี่ยนทิศ อำนาจเปลี่ยนทางจึงทำให้ สุรพงษ์ มายืนในมุมเดียวกับ ทักษิณ จนกลายเป็นหัวหอกสำคัญในการต่อสู่กับพรรคประชาธิปัตย์ และถือเป็นศิษย์ก้นกุฏิค่ายพระแม่ธรณีบีบมวยผม คนที่ 2 ต่อจาก นพดล ปัทมะ ที่ ทักษิณ ไว้วางใจให้เข้ามาคุมกระทรวงบัวแก้ว เพื่อเดินเกมตอบโต้ และเคลื่อนไหวนับจากนี้
แม้ว่านายกรัฐมนตรี ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร จะออกมาการันตีความรู้ความสามารถของ สุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล แต่ท่าทีการเคลื่อนไหวในของรัฐมนตรีต่างประเทศนับจากนี้ จะเป็นบทพิสูจน์ ข้อสงสัยของสังคมว่า เข้ามาทำหน้าที่ประสานประโยชน์ของคนเพียงบางคน บางกลุ่มหรือไม่ ประเดิมงานแรกด้วยการเตรียมชี้ขาดคืนพาสปอร์ตแดงให้กับ ทักษิณ
เพราะยังไม่ทันที่รัฐบาลจะแถลงนโยบายต่อรัฐสภา ก็มีข่าวว่ากรมการกงสุล ต่างประเทศ มีคำสั่งภายใน หยิบยกกรณีการคืนพาสปอร์ตแดงให้ ทักษิณ ขึ้นมาพิจารณา หลังจากเจ้ากระทรวงบัวแก้วในยุค กษิต ภิรมย์ ได้เพิกถอนตั้งแต่วันที่ 12 เมษายน 52 กรณีกลุ่มคนเสื้อแดง ล้มการประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียนที่พัทยา ซึ่งความสำคัญพาสปอร์ตแดง เป็นหนังสือเดินทางการทูต ที่ออกให้บุคคลสำคัญ อย่าง นายกฯ-รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรี เพื่อประโยชน์เกี่ยวกับการเผยแพร่ชื่อเสียง และเกียรติคุณของประเทศ
ซึ่งหากยังจำกันได้ เจ้ากระทรวงบัวแก้วคนล่าสุด เป็นหนึ่งในบุคคลที่ร่วมลงนามถวายฎีกา ขอพระราชทาานอภัยโทษให้กับ ทักษิณ ร่วมกับกลุ่มนปช.แดงทั้งแผ่นดิน และในขณะที่เพิ่งเข้ารับตำแหน่งได้เพียงวันเดียว สำนักข่าวเกียวโด ของญี่ปุ่นรายงานว่า สุรพงษ์ เข้าพบเอกอัครราชทูตญี่ปุ่นประจำประเทศไทย เพื่อช่วยอำนวยความสะดวกในการเดินทางเข้าประเทศญี่ปุ่นของ ทักษิ ในช่วงวันที่ 22-28 สิงหาคมนี้
เมื่อประมวลภาพความเคลื่อนไหวที่เกิดขึ้นช่วงนี้ จึงไม่ต้องสงสัยว่าเป็นเพราะเหตุไดคนชื่อ สุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล จึงได้รับความไว้วางใจให้เข้ามานั่งกุมบังเหียนในกระทรวงต่างประเทศ เพราะงานนี้ยังไม่ทันได้อ้าปาก ก็เห็นลิ้นไก่แล้วว่า เจตตนาแท้จริงที่ซ่อนอยู่เบื้องหลังคืออะไร นับถอยหลังจากนี้อีกไม่นานคนไทยทั้งประเทศจะได้เห็นกับตา.


