
วันนี้ (31มี.ค.)นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกฯ ฝ่ายความมั่นคง กล่าวถึงโรดแมปก่อนยุบสภาใน 9 เดือนที่รัฐบาลทำออกมาเผยแพร่เป็นการทำเพื่อตอบโจทย์ทางการเมืองหรือให้ผู้ ชุมนชุมนำไปพิจารณา นายสุเทพกล่าวว่า หากฟังจากที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรีพูดจะเห็นว่าเป็นการทำเพื่อประโยชน์ของประเทศชาติโดยรวม เพราะขณะนี้เศรษฐกิจของประเทศกำลังฟื้นตัว ถ้าจะกระทำการใดๆ ที่จะช่วยหนุน หรือไม่ไปขัดขวางก็จะทำให้เศรษฐกิจของประเทศในภาพรวมดีขึ้น นอกจากนี้เรื่องความสมานฉันท์นายกรัฐมนตรีก็บอกแล้วว่าต้องใช้เวลาเยียวยา ส่วนในแง่การเมืองมีประเด็นที่ต้องถกเถียงกันในเรื่องรัฐธรรมนูญ ฉะนั้นน่าจะนำผลการศึกษาของคณะกรรมการสมานฉันท์ฯ ที่ได้ศึกษาไว้มาพิจารณา การที่จะแก้ไขรัฐธรรมนูญโดยเฉพาะรัฐธรรมนูญที่ประชาชนจะทำประชามติเห็นพ้อง กัน เราควรกลับไปถามประชาชน นายกรัฐมนตรีจึงเสนอทำประชามติ เพราะได้คำนึงรอบด้าน และเป็นข้อเสนอที่มีเหตุมีผล

สำหรับ 3 เดือนยุบสภาที่นักวิชาการเสนอและกลุ่มเสื้อแดงมีท่าทีตอบรับมีความเป็นไปได้ หรือไม่ที่จะยืดหยุ่นจาก 9 เดือนให้เหลือ 3 เดือน นายสุเทพกล่าวว่า “ยากครับ ทำไม่ได้หรอก ถ้าศึกษากรอบเวลาที่นายกรัฐมนตรีให้ไว้ ได้คิดเวลาที่สั้นที่สุดที่จะมีผลดีที่สุดแล้ว” เมื่อถามว่าถ้ายังไม่สามารถให้จุดเริ่มได้การชุมนุมยังคงยืดยื้อต่อไป นายสุเทพกล่าวว่า ไม่เป็นไร ชุมนุมนานเท่าไหร่ไม่มีปัญหา หากไม่สร้างความเดือดร้อน หรือขัดขวางการปฏิบัติราชการ
ผู้สื่อข่าวถามว่า โรดแมปก็จะเก็บไปเลยหรือไม่ นายสุเทพกล่าวว่า ถูกต้อง ถ้าผู้ชุมนุมไม่เอา รัฐบาลก็ทำงานครบเวลา เมื่อถามว่าการถอยคนละก้าวลดเหลือ 6 เดือนสามารถลดลงมาได้หรือไม่ นายสุเทพกล่าวว่า มันไม่ใช่การต่อรองเหมือนซื้อของตลาดจตุจักร ต้องใช้เหตุผล เรื่องถอยคนละก้าวมันพูดกันเรื่องทั่วไป
ส่วนความเป็นไปได้ในการเจรจารอบ 3 สั้น นายสุเทพกล่าวว่า หัวใจอยู่ที่ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร หลังการเจรจามาดู พ.ต.ท.ทักษิณ วิดีโอลิงก์ก็เข้าใจ ถ้าพ.ต.ท.ทักษิณ คิดได้ก็เป็นระยะเวลาที่ดี ส่วนที่ พ.ต.ท.ทักษิณระบุว่าเดินคนละทางกับรัฐบาลเหมือนเป็นการปิดทางการเจรจานั้นตน คิดว่าถ้าเมื่อไรที่ผู้ชุมนุมสามารถแยกตัวเองออกจากการครอบงำของ พ.ต.ท.ทักษิณ ได้ แล้วใช้ความมีเหตุมีผลในการตัดสินใจว่าชีวิต พ.ต.ท.ทักษิณ ก็เป็นเรื่อง พ.ต.ท.ทักษิณ แต่ชีวิตของคนไทยทั้งประเทศก็เป็นเรื่องของพวกเรา ถ้าพวกเรามาหันหน้าปรึกษากันจะทำให้บ้านเมืองเดินหน้าไปอย่างราบรื่น
ผู้สื่อข่าวถามว่า ถ้านำไปสู่การยุบสภาภายใน 9 เดือน รัฐบาลพร้อมหรือไม่ นายสุเทพกล่าวว่า รัฐบาลไม่ได้คิดเอาแพ้เอาชนะ เมื่อถามว่าหากยุบสภาใน 9 เดือน 280 เสียงที่คาดว่าจะได้ในการเลือกตั้งครั้งหน้าจะได้หรือไม่ นายสุเทพกล่าวว่า ยากมาก ที่ตนพูดว่าจะได้ 280 เสียง หมายถึงรัฐบาลต้องทำงานครบเทอม แต่เราจะมาคิดเอาเฉพาะพรรคประชาธิปัตย์คงไม่ได้ ต้องนึกถึงส่วนรวม
ผู้สื่อข่าวถามว่า แสดงว่าหากผ่านการเลือกตั้งครั้งใหม่แสดงว่าพรรคประชาธิปัตย์จะกลับมาเป็น ฝ่ายบริหารยากแล้วใช่หรือไม่ นายสุเทพกล่าวว่า พูดไม่ได้ เอาไว้ถามตอนใกล้เลือกตั้งดีกว่า เมื่อถามว่ารัฐบาลจะบริหารงานไปท่ามกลางเสียงระเบิดที่เกิดขึ้นได้ทุกวัน หรือไม่ นายสุเทพกล่าวว่า หลายประเทศเขาก็ทำงานอย่างนี้ก็ต้องหาคนผิดมาดำเนินคดี หลายประเทศก็มีปัญหาอย่างนี้ก็ต้องทำไป
ผู้สื่อข่าวถามว่า วันเสาร์ที่ 3 มีนาคมกลุ่มเสื้อแดงประกาศชุมนุมใหญ่อีกครั้ง และจะยกระดับให้เข้มข้นขึ้น รัฐบาลจะมีมาตรการรับมือที่เข้มข้นขึ้นหรือไม่ นายสุเทพกล่าวว่า รัฐบาลต้องระมัดระวังเตรียมการอย่างที่เคยเตรียมมา ตอนนี้ก็ประชุมกันวันละ 3-4 เวลา สถานการณ์ขณะนี้ถือว่าทรงๆ อยู่
ส่วนที่นายวีระ มุสิกพงศ์ แกนนำ นปช.จะนำผู้ชุมนุมไปประท้วงที่การประชุมสุดยอดผู้นำลุ่มน้ำโขงที่อ.ชะอำ นายสุเทพกล่าวว่า ที่เคยทำให้ประเทศเสียหายเมื่อคราวที่พัทยายังไม่พออีกหรือ ต้องถามนายวีระ ว่านี่ก็บ้านเมืองของนายวีระเหมือนกัน
“ลูกหลานคุณวีระต้องเติบโตในแผ่นดินนี้เหมือนกัน หรือคิดจะอพยพครอบครัวไปอยู่ดูไบ หรือสตอกโฮล์มแล้วหรืออย่างไร ก็ต้องถามอย่างนี้ แต่ยืนยันว่าจะไม่ยอมให้การประชุมครั้งนี้ล้มเหมือนที่พัทยาเด็ดขาด จะดำเนินการตามกฎหมายอย่างเข้มแข็ง” นายสุเทพกล่าว.
ที่มา.ดิลินิวส์..ผู้ จัดการออนไลน์ 31 มีนาคม 2553 Oniine
จากผลสำรวจโพลต่างก็หนุน รบ.อยู่ครบเทอมอยู่ที่ 42%
เอแบคโพลล์ เผยผลสำรวจประชาชนกึ่งหนึ่งของประเทศ สนใจติดตามการเจรจาระหว่างรัฐบาล และแกนนำเสื้อแดง และสนับสนุนวิธีการร้อยละ 75 ค้านรัฐบาลยุบสภาให้เดินหน้าบริหารชาติต่อไปจนครบวาระ 42% และกว่าร้อยละ 90 วอนใช้การเจรจายุติความแตกแยกคนในชาติ
วันนี้ (31 มี.ค.) มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ เปิดเผยผลสำรวจ “เอแบคเรียลไทม์โพล (Real-Time Survey)” สำรวจจากความคิดเห็นของสาธารณชน ต่อการเจรจาระหว่างรัฐบาลกับแกนนำคนเสื้อแดง กรณีศึกษาตัวอย่างประชาชนที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไป จำนวนทั้งสิ้น 1,191 ครัวเรือน พบว่า ประชาชนเกือบครึ่งหนึ่ง หรือร้อยละ 49.4 ติดตามการถ่ายทอดสด การเจรจาระหว่างรัฐบาลกับแกนนำคนเสื้อแดง เมื่อวันที่ 29 มีนาคม ที่ผ่านมา และร้อยละ 34.4 ไม่ได้ติดตามการถ่ายทอดสด แต่ติดตามจากสื่ออื่นๆ มีเพียงร้อยละ 16.2 ไม่ได้ติดตามเลย
โดยประชาชนส่วนใหญ่หรือร้อยละ 75.9 สนับสนุนวิธีการเจรจาระหว่างตัวแทนฝ่ายรัฐบาล และตัวแทนกลุ่มผู้ชุมนุม ร้อยละ 47.8 ไม่มั่นใจว่า การยุบสภาเลือกตั้งใหม่จะเป็นทางออกของการแก้ปัญหาขัดแย้งทางการเมืองขณะนี้ แต่ร้อยละ 35.9 มั่นใจ ที่เหลือไม่มีความเห็น
