นายอภิสิทธิ์ กล่าวอีกว่า ส่วนสถานการณ์ที่กรุงเทพ ได้ติดตามสถานการณ์ใกล้ชิดแต่เช้า ได้พูดคุยกับศอ.รส.ตลอดเวลา ซึ่งเหตุการณ์ที่บริเวณแยกราชประสงค์ถือว่าเป็นการใช้สิทธิ์ที่เกินขอบเขตรัฐธรรมนูญ เพราะทำให้เกิดความเดือดร้อนกับประชาชน
ตนทราบว่าแนวคิดของผู้อยู่เบื้องหลังการชุมนุมต้องการ 2 อย่าง คือ 1.หวังจะทำให้คนกทม.เดือดร้อน หวังจะให้มากดดันรัฐบาล 2.ต้องการยั่วยุให้ใช้กำลังจากเจ้าหน้าที่รัฐ โดยอาจมีกลุ่มที่ฉกฉวยให้เกิดสถานการณ์รุนแรงบานปลายได้ ซึ่งเราพยายามลดผลกระทบและความเดือดร้อนให้มากที่สุด และดำเนินการตามกฎหมายอย่างระมัดระวัง ทั้งนี้ตลอดทั้งวันพยายามให้เจ้าหน้าที่เข้าไปเจรจากับผู้ชุมนุม เพื่อลดผลกระทบเช่น การเปิดช่องจราจร เพื่อให้การจราจรเดินทางไปมาได้ ความพยายามเจรจา ยังไม่เลิกล้มยังมีการทำอยู่ต่อเนื่อง ซึ่งศอ.รส.จะประชุมประเมินสถานการณ์และผลกระทบอีกครั้งในช่วงเย็น นอกจากนั้นได้ดูช่องทางตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง เพื่อจะดูว่ากรณีที่ไม่สามารถพูดคุยได้นั้นวิธีการที่เหมาะสมจะเป็นอย่างไร
ขอย้ำว่ารัฐบาลยึดหลักรัฐธรรมนูญและตามกฎหมาย เรียนรู้จากคำวินิจฉัยของศาลซึ่งเป็นบรรทัดฐาน ที่เราดำเนินการอยู่เป็นไปตามนั้น คือเริ่มจากการเจรจาเสียก่อน "
ผมทราบดีว่าพี่น้องประชาชนจำนวนมากประสบความเดือดร้อนจากการกระทำที่เกิดขึ้น ขอยืนยันว่าเราไม่ได้เพิกเฉยต่อสถานการณ์กับความรู้สึก แต่ต้องปฏิบัติตามกฎหมายสากลในการคลี่คลายสถานการณ์ที่เกิดขึ้น ซึ่ง ศอ.รส.ประเมินสถานการณ์และใช้แนวทางที่เหมาะสมเป็นระยะ ล่าสุดคุยนายสุเทพ จะส่งบุคคลระดับสูงมากขึ้นไปในการไปพูดคุยกับผู้ชุมนุม เพื่อลดผลกระทบที่เกิดขึ้น" นายกรัฐมนตรี กล่าวย้ำ
ผู้สื่อข่าวถามว่าช่องทางกฎหมายที่ดูอยู่มีอะไรบ้าง นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ขณะนี้ถ้าพูดถึงกฎหมายธรรมดา ก็มีกฎหมายจราจร แต่ในทางปฏิบัติไม่ค่อยมีผลเท่าไหร่ แต่ตนขอว่าเรื่องกฎหมายเมื่อถึงเวลาจะเรียนให้ทราบเพราะไม่ประสงค์จะพูดจาให้รู้สึกท้าทาย ยั่วยุ ซึ่งกันและกัน ขอยืนยันรัฐบาลจำเป็นที่จะต้องฟังความเห็นประชาชนว่าเขาจะอดทนได้มากน้อยแค่ไหน ฉะนั้นเราจะดำเนินการตามขั้นตอน แต่จะขอไม่พูดล่วงหน้าเพราะไม่ประสงค์จะท้าทาย
“อยากย้ำกับผู้ชุมนุม ว่าแนวทางที่ดำเนินการอยู่ไม่ได้ช่วยการแก้ปัญหาประเทศ เรื่องการหาทางออก เรื่องการมีประชาธิปไตยดีขึ้นเลย เพราะฉะนั้นอยากให้การเคลื่อนไหวกลับไปสู่การเคลื่อนไหวในขอบเขตรัฐธรรมนูญ เพราะการหาทางออกกับรัฐบาลไม่สามารถเกิดขึ้นภายใต้บรรยากาศอย่างนี้
และผมคิดว่าคนที่ไม่เห็นด้วยกับผู้ชุมนุมตั้งแต่ต้นก็เพราะไม่ต้องการให้รัฐบาลที่มาจากวิถีทาง ตามกฎหมาย ตามรัฐธรรมนูญ มาจากรัฐสภา ต้องจำนนต่อลักษณะของการข่มขู่ ถ้าต้องการเดินไปสู่แนวทางปรองดอง คืนอำนาจให้ประชาชน นี่ไม่ใช่แนวทางที่จะทำ ฉะนั้นรัฐบาลต้องยืนตรงนี้อย่างชัดเจน ” นายอภิสิทธิ์กล่าว
เมื่อถามว่าสิ่งที่เกิดขึ้นคล้ายกับช่วงสงกรานต์จำเป็นต้องใช้พรก.ฉุกเฉินหรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ยังครับ ตนคิดว่าสถานการณ์นี้จะใช้กฎหมายอื่นๆ และใช้การพูดคุย แต่ถ้าสถานการณ์จำเป็นต้องว่ากันอีกขั้นหนึ่ง เมื่อถามว่าบุคคลระดับสูงเป็นใคร นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ศอ.รส.จะจัดไป เป็นเจ้าหน้าที่ไม่ใช่ฝ่ายการเมือง
เมื่อถามว่าที่บอกว่ามีคนอยู่เบื้องหลังมีเจตนา 2 อย่างนั้น เขามีเจตนาจะให้มีการเจรจาเหมือนตอนพฤษภาทมิฬหรือไม่ นายอภสิทธิ์ กล่าวว่า ตนยังไม่คิดไกลขนาดนั้น
“
ผมทราบเพียงว่าคนที่ไม่อยู่ที่นี่ไม่เดือดร้อนกับคนไทย คนที่อยู่ต่างประเทศเขาไม่เดือดร้อนกับความเสียหายที่เกิดขึ้นกับประเทศกับประชาชนคนไทย เขาคิดเฉพาะประโยชน์ของเขา กับคนที่ต้องการยั่วยุให้เกิดความรุนแรงเขารู้ว่าตัวเขาได้รับผลกระทบ อะไรจากเหตุการณ์ความรุนแรง ที่เกิดขึ้น อันนี้คือความยากลำบากอย่างหนึ่ง ว่าคนที่ไม่สนใจอะไรนอกจากประโยชน์ของตัวเอง เขาพร้อมให้คนอื่นทำอะไรก็ได้ เพราะตัวเองไม่มีอะไรจะเสีย ”อภิสิทธิ์ กล่าว
นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ขอความกรุณาคนกทม.อดทน อย่าไปทำอะไรให้เกิดความรุนแรง ขอยืนยันว่ารัฐบาลจะไม่ผลักภาวะให้คนกทม.ไม่ผลักภาระให้กับประชาชน เพราะไม่ต้องการให้มีการเผชิญหน้า และมีปัญหาซึ่งกันและกัน เมื่อถามว่า 3 วันปิดราชประสงค์ จะยาวนานหรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า หวังว่าไม่เป็น 3 วัน วันนี้จะพูดคุยอีกระยะ จะดูมาตรการที่จะสามารถดำเนินการได้เป็นอย่างไร และอย่าไปสมมติสถานการณ์ และตนไม่ตอบล่วงหน้า ตนย้ำกับผู้ชุมนุมว่ารัฐบาลยืนยันว่าไม่ได้เป็นศัตรูไม่ปรารถนาปราบปรามใคร แต่มีหน้าที่รักษากฎหมาย และดูแลคนทั่วไปให้ใช้ชีวิตปกติได้ ยอมรับว่าการปิดเส้นใจกลางเมืองเป็นปัญหากระทบในวงกว้าง
เมื่อถามว่าการปิดล้อมบ้านคนสำคัญ จะมีควบคู่การปิดถนนหรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ไม่ทราบว่าผู้ชุมนุมจะทำอะไร ตั้งแต่ที่มีการชุมนุมแนวที่เราทำมาตลอดคือให้เขาประสานงานมา แต่ปัจจุบันเขาไม่ต้องการประสานงาน ฉะนั้นรัฐจะป้องกันไม่เกิดความรุนแรง และได้ย้ำกับเจ้าหน้าที่ในเรื่องการใช้อาวุธหรือการปราบปราม ได้ย้ำเป็นพิเศษ รวมทั้งไม่ให้เกิดความตึงเครียดระหว่างผู้ชุมนุมกับเจ้าหน้าที่ ส่วนมาตรการป้องกันมือที่ 3 ก็จำเป็น คืนนี้ถ้ามีกำลังเจ้าหน้าที่เข้าไปก็เพื่อป้องกันเหตุแทรกซ้อน รัฐบาลยืนยันมาโดยตลอดว่าไม่ใช้ความรุแรงกับผู้ชุมนุม และเจ้าหน้าที่ปฏิบัติหน้าที่เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุ แต่แกนนำพยายามให้ทหารเป็นปฏิปักษ์ผู้ชุมนุม ทั้งที่เขาไปดูแลความปลอดภัย อยากให้แกนนำคำนึงความปลอดภัย
“
ขอความเข้าใจประชาชนว่าถ้าจะเอาความปกติโดยเร็วโดยกำลังมัน ก็เสี่ยงต่อความสูญเสีย ซึ่งไม่มีใครยอมรับ ในขณะที่ถ้าไม่ทำอะไรเลย เราก็ไม่สามารถตอบคำถามคนที่อยากใช้ปกติได้ ก็ไม่ง่าย แต่ดูจังหวะวิธีการที่เหมาะสม เข้าใจดี หลายคนหงุดหงิด อึดอัดโกรธ ตนรับทราบเสียงสะท้อนตลอดเวลา แต่มั่นใจว่าจะผ่านสถานการณ์ไปได้” นายอภิสิทธิ์กล่าว เมื่อถามกังวลหรือไม่ที่เสื้อแดงจะส่งทีมไล่ล่า นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า การกระทำลักษณะดังกล่าวจะถือว่าเป็นประชาธิปไตยอย่างไร ชอบด้วยกฎหมายได้อย่างไร ถ้าเรียกร้องประชาธิปไตย มีจิตวิญญาณประชาธิปไตยจริง มันไม่ควรแม้แต่จะคิด ตนเป็นเพียงคนๆหนึ่ง มามุ่งคนๆเดียวไม่มีประโยชน์เพราะสุดท้ายคนส่วนใหญ่เขาก็ต้องรักษาความถูกต้องเอาไว้
เมื่อถามว่าสมเด็จฮุนเซนยืนยันเดินทางมาในวันพรุ่งนี้หรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ใช่ครับ
http://www.manager.co.th/Politics/ViewN ... 0000046419 “
ขอความเข้าใจประชาชนว่าถ้าจะเอาความปกติโดยเร็วโดยกำลังมัน ก็เสี่ยงต่อความสูญเสีย ซึ่งไม่มีใครยอมรับ ในขณะที่ถ้าไม่ทำอะไรเลย เราก็ไม่สามารถตอบคำถามคนที่อยากใช้ปกติได้ ก็ไม่ง่าย แต่ดูจังหวะวิธีการที่เหมาะสม เข้าใจดี หลายคนหงุดหงิด อึดอัดโกรธ ตนรับทราบเสียงสะท้อนตลอดเวลา แต่มั่นใจว่าจะผ่านสถานการณ์ไปได้” นายอภิสิทธิ์กล่าว"นักโทษแม๊ว"สั่ง"สามเสี่ยสู้แล้วรวย"ใช้ชาวกรุงเทพและเศรษฐกิจไทยเป็น"เครื่องข่มขู่รัฐบาลนายกฯอภิสิทธิ์....!
ชาวกรุงเทพ นักธุรกิจรู้สึกหงุดหงิด ไม่พอใจ หรือ สูญเสียมากเท่าใด "นักโทษแม๊ว"และเสื้อแดงถือว่าประสบความสำเร็จในการ"เดินเกม"กดดันให้นายกฯอภิสิทธิ์ยุบสภา.........
จึงต้องให้"คนรู้ทันนักโทษแม๊ว"ใช้วิจารณญาณของตนประเมินเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในขณะนี้ทั้งระยะสั้นและระยะยาวของประเทศไทย และระบอบประชาธิปไตยฯตามกฏหมายรัฐธรรมนูญไทย.....
และให้การสนับสนุนนายกฯอภิสิทธิ์และเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการเพื่อลดทอนการสูญเสียของคนไทยและประเทศไทย.....!