เมื่อประชาธิปไตยเป็นพิษ พันธมิตรจึงพินาศ ศาสนาจึงวิบัติ

เรื่องการเมือง เชิญที่นี่เลยครับ
Forum rules
- ห้ามใช้คำพูดหยาบคาย
- ห้ามโพสกระทู้หรือข้อความที่ดูหมิ่นเสียดสีสถาบันพระมหากษัตริย์เป็นอันขาด

เชิญทุกท่านเข้าสู่บอร์ดใหม่ได้ที่ http://webboard.serithai.net ดูรายละเอียดเพิ่มเติมที่ viewtopic.php?f=2&t=44976 ครับ

เมื่อประชาธิปไตยเป็นพิษ พันธมิตรจึงพินาศ ศาสนาจึงวิบัติ

Postby chanbaan » Sun Apr 04, 2010 5:57 pm

ความหวังของคนทั้งชาติ ที่เคยให้ความหวังกับแกนนำอย่างสนธิ ลิ้มทองกุล ที่ล่วงรู้ทุกอากัปกิริยาของทักษิณ ชินวัตร ดังเงาตามตัวก็มิปาน แต่เมื่อเวลาผ่านไป เกิดการจราจลมากมาย และที่สำคัญเมื่อกลุ่มทักษิณ ได้มีการโจมตีไปถึงมหาโพธิรักษ์ ซึ่งเป็นพระนอกรีดในสายตาของพวกธรรมกาย และธรรมยุทธโดยทั่วไป แต่หากพิจราณาให้ถึงเนื้อแท้แล้ว การที่เรายึดติดกับคำว่าพุทธศาสนาในกรณีโพธิรักษ์นั้น อาจทำให้บ้านเมืองพบจุดจบก็เป็นไปได้ แล้วทำไม ประชาธิปไตย กับพุทธศาสนาจึงมาพบทางตันบนแผ่นดินสยาม และในเวลาเดียวกันเช่นนี้
-----------------------------------------------------------
ย้อนรอยกลับไป ตอนที่ทักษิณ ชินวัตรก้าวเป็นหัวหน้าพรรคพลังธรรม สืบต่อเจตนารมณ์ของท่านพลตรีจำลอง ศรีเมือง ผู้ที่ต่อต้านการยึดอำนาจของคณะรสช ที่ยึดอำนาจจากน้าชาติ การย้อนรอยกลับไปถึงสมัยดังกล่าว ก็เพื่อให้เข้าใจถึงเส้นทางทางการเมืองของทักษิณ ชินวัตร ที่เป็นฉนวนปัญหาของชาติ กับคำขวัญที่ว่า "ประชาธิปไตยที่แท้จริง"
--------------
เส้นทางทางการเมืองของทักษิณ ชินวัตร กับร่องรอยของความผิดพลาดของพันธมิตร เป็นร่องรอยที่ถูกขีดเอาไว้โดยใคร เพื่อใคร?
คำถามของการเรียงร้อยเส้นทางทางการเมืองที่ยกทักษิณเป็นดั่งเจ้าชีวิตของคนในประเทศ ทำให้คิดกันว่า ทำไมประชาธิปไตยจึงกลายเป็นพิษ มีทั้งคนเกลียดและส่วนใหญ่เกลียดแบบเต็มไปด้วยอคติ จนกระบวนการยุติธรรมถูกมองว่าเป็นเพียงเครื่องมือของคนที่เกลียดทักษิณ ชินวัตร จากเหตุการณ์ดังกล่าวกระบวนยุติธรรมกลับถูกกล่าวหาและโจมตี จนพาลไปถึงสถาบันหลักสูงสุดของชาติ และเป็นการสร้างความอ่อนไหวต่อคณะที่ปรึกษาขององค์ประมุขของชาติอีกด้วย
----------------
หากเรามองถึงปัญหาทางการเมืองที่แท้จริงของไทย ก็ต้องพูดถึงในยุคที่นายปรีดีย์ พนมยงค์ สำเร็จราชการแทนรัชกาลที่ 8 แห่งราชวงศ์จักรี ได้หนีสภาพปัญหาทางการเมือง หลังจากที่ยึดอำนาจจากรัชกาลที่ 7 มาได้แล้วแท้ๆ เหมือนเป็นกงกรรมกงเกวียนของประชาธิปไตยที่ด่วนแดก ยัดเยียดความเท่าเทียมบนความไม่เข้าใจถึงความเท่าเทียม ทำให้ความเท่าเทียมตามหลักพุทธศาสนาถูกแบ่งกันไปตามสังคมอาชีพ เป็นไปตามหลักทุนนิยมอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ การเมืองจากที่เคยร่วมกันช่วยร่วมกันสร้าง กลายเป็นร่วมกันแข่งขัน ใส่ร้ายป้ายสี เพราะต้องยึดถือผลประโยชน์ของกลุ่มคนที่ไปหาเสียงได้มาก่อน มิใช่คำนึงถึงการอยู่ร่วมกันของคนทั้งชาติ
--------------------
เราคงยังจำเหตุการณ์ในช่วงปิดล้อมทำเนียบรัฐบาล และปิดล้อมสนามบินสุวรรณภูมิได้ แม้ว่ามวลชนจะทำด้วยความตื่นกระแสในการกินบ้านกินเมืองของพวกนักการเมืองที่มีอิทธิพลทั้งนอกกฏหมายและในกฏหมายในยุคสมัยนั้น แต่ว่ารัฐบาลในยุคสมัยนั้นกลับนิ่งเฉยไม่ทำการประกาศเตือน หรือชี้แนะว่าอะไรควรอะไรไม่ควร ไม่มีการเจรจาทั้งๆ ที่ควรเจรจา จนลากยาวผ่านรัฐบาลหนึ่งมาสู่อีกรัฐบาลหนึ่ง และกลับกลายเป็นฉนวนเหตุแห่งความขัดแย้งระหว่างพวกสมาชิกพรรคการเมืองในซีกรัฐบาลเสื้อแดง และกลุ่มหัวคะแนนรวมถึงพวกนักการเมือง นักธุรกิจที่สูญเสียอำนาจ
-----------------
หมากเกมส์ที่รัฐบาลเสื้อแดงเดิน ก็คือการยกทักษิณ ชินวัตรให้เทียบชั้นผู้นำประชาธิปไตยระดับโลก เช่น มหาอตมะคานธี ฯพณฯซุนยัตเซน อองซานซูจี เมสัน เมนเดอร์ร่า ฯลฯ เป็นต้น
--------------------
ซ้ำร้ายหมากเกมส์ที่รัฐบาลเสื้อแดงวางนั้น ก็นำวีรกรรมวีรเวรของนายปรีดีย์ พนมยงค์ มากล่าวสนับสนุนการตั้งรัฐไทยใหม่ ตามรัฐธรรมนูญของคนเสื้อแดง ที่จะนำมาปกครองคนในแผ่นดิน ไม่เว้นสถาบันพระมหากษัตริย์ ซึ่งสิ่งต่างๆ เหล่านี้ชี้ให้เห็นถึงความเป็นไปได้ของขบวนการที่จะโค่นล้มสถาบันพระมหากษัตริย์มิให้มีบทบาทสำคัญต่อพสกนิกรของพระองค์ และทำให้ฐานะของพสกนิกรถูกลบเลือนหายไปก็เป็นไปได้ และพสกนิกรอาจกลายเป็นประชากรภายใต้การควบคุมกำกับดูแลของรัฐบาลที่อยู่ภายใต้กฏของพรรคการเมืองเท่านั้น
--------------------
ความล้มเหลวของพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย เป็นมูลเหตุสำคัญที่ถูกวางหมากเอาไว้แล้วแต่แรก แม้จะมีเสาประชาชนค้ำยันเอาไว้อยู่หลายต้น แต่เพียงแค่แกนนำที่เปรียบเสมือนสัญญลักษณ์ในการรวมมวลชนถูกโจมตีผ่านการกระทำของแกนนำที่ชื่อสนธิ ลิ้มทองกุล ที่เกิดการกระทำที่ผิดไปจากเดิมของเขา ความผิดเพี้ยนที่เกิดจากการที่ไม่สามารถเป็นเงาตามตัวทักษิณ ชินวัตร จนไม่สามารถขายข่าวใดๆ ให้เที่ยงตรงได้อีก และซ้ำร้ายยังต้องคดีหนีการสอบสวนบนชั้นศาลในคดีหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ ที่ไปเผยแพร่ถอยคำอันเป็นการหมิ่นพระบรมเดชานุภาพอีกด้วย ทำให้พันธมิตรในตอนนี้แทบจะไม่เหลือความชอบธรรมใดๆ หากพิจารณาการโจมตีของฟากคนเสื้อแดง
------------------
หมากเกมส์ดังกล่าว ถูกวางเอาไว้อย่างตรงไปตรงมาบนสภาพของฝุ่นตลบอบอวนไปหมดบนถนนการเมืองแห่งนี้
------------------
ประชาธิปไตยเป็นพิษ เพราะคนเราไปยึดติดรูปแบบการประท้วงที่ล้มเหลว ของชาวโลก โดยไม่ดูเนื้อแท้ของการสานเสวนากัน แลกเปลี่ยนความคิดเห็นกัน ให้คนไทยเห็นอกเห็นใจกัน เข้าใจกัน และเข้าถึงปัญหาที่แท้จริงของประชาชนทุกหมู่เหล่า
-----------------
วัดที่เคยเป็นสถานที่รวมคนให้เกิดความสามัคคี ไม่แบ่งแดงแบ่งเหลือง ก็เริ่มกลายเป็นเพียงเครื่องมือสร้างความชอบธรรมให้กับนักการเมืองเท่านั้น จะมีสักกี่วัดในประเทศไทยที่เหลืออยู่จะไม่มีเอี่ยวทางการเมืองในทุกระดับ ทั้งทางตรงและทางอ้อมนะ จะเหลือวัดไหนในแผ่นดินนี้ที่เป็นกลางและยังครองบทบาทในการหล่อหลอมคนในทุกระดับให้อยู่ด้วยกันอย่างไม่เบียดเบียนกันและกัน ดังคำพูดที่ว่า "คนรวยช่วยคนจน คนจนช่วยคนรวย ไม่แบ่งเขาไม่แบ่งเรา ทุกศาสนาสอนคนให้เป็นคนดี เป็นต้น" ซึ่งในอดีต คนรวยคนจนไม่เคยดูถูกกันรุนแรงเหมือนในปัจจุบันนี้ แต่เมื่อประชาธิปไตยเบิกบานเต็มที่ พิษของมันกลับร้ายกาจเกินที่โลกใบนี้จะเยี่ยวยาได้
------------------
ถึงวันนี้เราคงต้องมาทบทวนแล้วว่า ประชาธิปไตยที่เป็นพิษอยู่ในขณะนี้ มันใช่หลักการในการอยู่ร่วมกันจริงๆ หรือไม่ ถึงเวลาที่วงการศาสนาต้องกลับมาทบทวนหลักการและบทบาทหรือไม่ พันธมิตรควรมีการสังคยานาปฏิรูปองค์กรให้สามารถเข้าถึงปัญหาของประชาชนในทุกระดับ เพื่อไขปัญหาเหล่านั้น และนำมาซึ่งนโยบาย แผนงาน โครงการ และวิธีการปฏิบัติการ เพื่อแก้ไขปัญหาของคนทั้งชาติ ดังคำพูดที่ว่า "สภาประชาชน เกิดจากประชาชน ทำเพื่อประชาชน" ได้หรือไม่
--------------------------------
คุณเชื่อหรือไม่ วันนี้พระสงฆ์ไทย กับพระสงฆ์ในศาสนาคริสต์ ชาวโลกเขาเปรียบเทียบกันอย่างไร
เรากำลังเดินไปบนหนทางประชาธิปไตยที่เป็นพิษ ทำลาย สถาบันหลักของชาติ นั้นก็คือ แผ่นดิน และหลักนิติรัฐ นิติธรรม รวมถึง สถาบันศาสนา จนทำให้ความยุติธรรมยากที่จะมั่นใจได้ว่า ครั้งไหนยุติธรรม ครั้งไหนอยุติธรรม และศาสนาทำไมจึงกลายเป็นเพียงการแข่งขันเพื่อเพิ่มจำนวนสมาชิกในนิกายต่างๆ ในศาสนาต่างๆ แต่หันหลังกลับให้กับสิ่งที่ควรทำนั้นก็คือ "ทำคนให้เป็นคนดี"
อุดมการณ์ไม่ใช่คลิก แต่ต้องคิด คิดไปเรื่อยเลยวุ่ย
พุทธเจ้านำทาง ธรรมประคองใจ จิตใจวุ่นวาย ผิดพลาดพลั่งเผลอ มันเป็นสัจจะธรรมของคนที่ยังคน(เราเอง)
"เกลียดปฏิวัติไทยคม ชื่นชมปฏิวัติสีขาว เกลียดนักการเมืองขี้ฉอ ชื่นชอบนักการเมืองยึดมั่นอุดมการณ์"
User avatar
chanbaan
 
Posts: 2001
Joined: Wed Aug 19, 2009 9:25 am

Return to สภากาแฟ