เลขาธิการพรรคการเมืองใหม่ วิเคราะห์แนวทางแก้ปัญหาของรัฐบาล กำลังถึงทางตัน ถูกเสื้อแดงยั่วยุ จนกลายเป็นแฟชั่น เพราะรัฐบาลใช้อำนาจที่มีอยู่ในมือไม่เป็น เชื่อสุดท้ายต้องใช้กำลังเข้าสลายภายใน 3-7 วัน เพื่อคืนความสงบสุขให้กับชาว กทม.ที่กำลังโกรธเคือง และเกิดความแตกแยกในสังคมมากขึ้นทุกที ย้ำ พธม.ขออยู่ในที่ตั้ง เพราะไม่อยากราดน้ำมันบนกองเพลิง
วันนี้ (6 เม.ย.) นายสุริยะใส กตะศิลา เลขาธิการพรรคการเมืองใหม่ กล่าวถึงการประเมินสถานการณ์การชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อแดง เชื่อว่า ขณะนี้ทางแกนนำกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยแห่งชาติ (นปช.) กำลังฮึกเหิมจากความไม่เด็ดขาดในการแก้ปัญหาของรัฐบาล จนทำให้กระทบต่อการใช้วิถีชีวิตตามปกติของคน กทม.ซึ่งได้ยกระดับการท้าทายอำนาจรัฐ ด้วยการเคลื่อนขบวนการชุมนุมทุกวัน เพื่อกดดันรัฐบาล แต่ไม่เป็นผล แต่สุดท้ายผู้ที่ได้รับผลกระทบ คือ ประชาชนส่วนใหญ่และเศรษฐกิจโดยรวม เชื่อว่า หากไม่มีความชัดเจนในการแก้ปัญหา จะเกิดความแตกที่รุนแรง เกิดการปะทะกันระหว่างเจ้าหน้าที่กับประชาชน เพื่อให้ประชาชนคิดว่าเป็นการกระทำจากรัฐบาล คล้ายกับกรณีสงกรานต์เลือดปีที่ผ่านมา และใช้ประชาชนเป็นเครื่องต่อรอง ตอนนี้สถานการณ์ของทั้งฝ่ายรัฐบาล และฝ่ายผู้ชุมนุมเอง ถึงทางตัน สุดท้ายรัฐบาลอาจต้องใช้ความรุนแรงในการสลายการชุมนุม เพื่อรักษาความสงบเรียบร้อย
“ผมว่าไม่เกิน 3-7 วัน น่าจะจบสิ้น มีแนวโน้มเกิดความรุนแรง ไม่ใช่สันติวิธีตามที่แกนนำพูดมาตลอด อย่างไรก็ตาม ตอนนี้กลุ่มพันธมิตรฯยังไม่มีการเคลื่อนไหว ยังคงประเมินสถานการณ์อย่างใกล้ชิด เพราะถ้าเข้าไปตอนนี้ อาจเกิดเหตุรุนแรงได้ แต่จะมีการประชุมกันเร็วๆ นี้ ส่วนการประชุมสมัชชาประชาชนของกลุ่มพันธมิตรฯนั้น ยังรอดูสถานการณ์ ไม่ได้กำหนดชัดเจน” นายสุริยะใส กล่าว
นอกจากนี้ นายสุริยะใส กล่าวด้วยว่า ที่ผ่านมา มาตรการของรัฐบาลต่อผู้ชุมนุมคนเสื้อแดง ถือว่าผ่อนปรนเกินไป เพราะทางผู้ชุมนุมทำการละเมิดกฎหมายหลายข้อ จนกลายเป็นแฟชั่นไปแล้ว ทำให้กฎหมายไม่ศักดิ์สิทธิ์ ไม่มีใครเชื่อถือ ดังนั้น ขอให้รัฐบาลบังคับใช้กฎหมายที่มีอยู่อย่างเคร่งครัด
