เกิดเปลี่ยนแปลงนอกระบบ
โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 12 เมษายน 2553 18:52 น.
กกต.มีมติยุบ ปชป.เตรียมส่ง อสส.พิจารณา ก่อนส่งให้ศาล รธน.ชี้ขาด “ยะใส” จวก “บิ๊กเถิก” ประเมินสถานการณ์ผิดพลาด คาด ถ้าไม่ป็อดก็หวังเอาตัวรอด ยันต้องใช้กฎอัยการศึกแก้ หวั่นยืดเยื้ออาจเกิดสงครามเต็มรูปแบบ จี้กองทัพเด็ดขาด แต่รับทหารแตกคอยาก มึน กกต.ยุบประชาธิปัตย์ ส่อมีสัญญาณพิเศษ อาจเชื่อมแผนรัฐบาลแห่งชาติ แต่เชื่อซ้ำเติมวิกฤตบานปลาย หลังทิศทางลมโร่หา “ทักษิณ” เตือน 2-3 วันไม่จบ จ่อเปลี่ยนแปลงนอกระบบได้ เผย พันธมิตรจ่อนัดประชุม 18 เมษานี้
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ (12 เม.ย.) คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ลงความเห็นด้วยเสียงข้างมาก 4 ต่อ 1 มีมติให้ยุบพรรคประชาธิปัตย์ จากการตรวจสอบความผิดการรับเงินบริจาค 258 ล้านบาท จากบริษัท ทีพีไอ โพลีน นอกจากนั้น การประชุมวาระพิเศษของคณะกรรมการการเลือกตั้ง ยังพิจารณาถึงคดีการรับเงินกองทุนเพื่อพัฒนาพรรคการเมือง 29 ล้านบาท ไม่ตรงกับวัตถุประสงค์ และ กกต.ได้ลงมติด้วยเสียงเอกฉันท์ให้ยุบพรรคประชาธิปัตย์เช่นเดียวกัน
ขั้นตอนหลังจากนี้ กกต.จะสรุปสำนวนการสอบสวน และเสนอให้อัยการสูงสุดพิจารณาภายในระยะเวลา 30 วัน จากนั้นอัยการจะตั้งคณะกรรมการเพื่อพิจารณาและส่งสำนวนเพื่อฟ้องยุบพรรคประชาธิปัตย์ต่อศาลรัฐธรรมนูญ
คดีเงินบริจาค 258 ล้านบาท ให้กับพรรคประชาธิปัตย์ กกต.รับสำนวนการสอบสวนคดีมาจากกรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือ ดีเอสไอ ตั้งแต่เดือนมีนาคม ปีที่แล้ว จากนั้น กกต.ได้มีมติตัดสินด้วยเสียง 3 ต่อ 2 ให้นายทะเบียนพรรค คือนายอภิชาต สุขัคคานนท์ ประธานคณะกรรมการการเลือกตั้ง เป็นผู้พิจารณาว่าคดีนี้เป็นความผิดต้องยุบพรรคประชาธิปัตย์หรือไม่ ซึ่งเป็นไปตามกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง มาตรา 95
พรรคประชาธิปัตย์ถือเป็นพรรคการเมืองที่เก่าแก่ที่สุด ก่อตั้งก่อนที่จะมีพระราชบัญญัติพรรคการเมือง เมื่อวันที่ 6 เมษายน 2489 หรือเมื่อ 64 ปีก่อน มีนายควง อภัยวงศ์ เป็นหัวหน้าพรรคคนแรก และนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เป็นหัวหน้าพรรคคนปัจจุบัน
นายสุริยะใส กตะศิลา เลขาธิการพรรคการเมืองใหม่ กล่าวถึงกรณีที่ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผู้บัญชาการกองทัพบก กล่าวถึงสถานการณ์ว่าการเมืองต้องแก้ด้วยการเมือง ว่า พล.อ.อนุพงษ์กำลังประเมินสถานการณ์ผิดพลาด ซึ่งในขณะนี้ปัญหาได้กลายเป็นวิกฤตทางความมั่นคง มีขบวนการคุกคามเบื้องสูงอย่างชัดเจน ตนไม่เชื่อว่า กองทัพจะไม่ทราบ และตนเห็นว่า พล.อ.อนุพงษ์ กำลังคิดผิด และความคิดของ พล.อ.อนุพงษ์ เอง เป็นไปได้ว่า อาจแสดงความไม่รับผิดชอบ โดยหวังเอาตัวเองออกจากสถานการณ์ หรืออาจไม่กล้าตัดสินใจ เพราะดูเหมือนรัฐบาลพร้อมใช้กฎอัยการศึก แต่ฝ่ายทหารกลับไม่เห็นด้วย
นายสุริยะใส ยังมองว่า ขณะนี้ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน เอาสถานการณ์ไม่อยู่แล้ว ควรจะต้องมีกฎอัยการศึก มีการจับกุมดำเนินคดี และปราบปรามพวกก่อการร้าย และต้องแยกผู้บริสุทธิ์ให้ออก เพราะถ้าปล่อยสถานการณ์ออกไปเรื่อยๆ จะเกิดสงครามเต็มรูปแบบ ซึ่งน่าห่วงมาก แต่กองทัพต้องเด็ดขาด ยกระดับการควบคุมปราบปรามให้เบ็ดเสร็จ แต่ถ้าให้อำนาจไปแล้วจะไม่ทำก็ว่ากันใหม่ ทั้งนี้ ตนมองว่า พล.อ.อนุพงษ์ เอง ก็เป็นปัญหาเหมือนกัน ส่วน พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร เองก็กำลังคิดว่าตนได้เปรียบ ตนหวังให้ พล.อ.อนุพงษ์ ตัดสินใจ แต่ถ้าไม่กล้าต้องให้คนอื่นทำ ทั้งนี้ ตนมองว่า กองทัพเองก็มีปัญหา เพราะผู้บัญชาการเหล่าทัพประเมินสถานการณ์ต่างกัน แต่โอกาสที่ทหารจะแตกแยกนั้นยาก
ส่วนกรณีที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง มีมติยุบพรรคประชาธิปัตย์ จากกรณีเงินบริจาค 258 ล้านบาท ว่า ต้องมองดูว่าได้สัญญาณพิเศษอะไร หรือจะเป็นการเชื่อมโยงไปสู่แผนรัฐบาลแห่งชาติก็เป็นได้ แต่ตนเชื่อว่า จะเป็นการซ้ำเติมปัญหา และทำให้สถานการณ์ไปกันใหญ่ และจะทำให้วิกฤตซับซ้อนขึ้น ตนไม่เชื่อว่า หลังจากยุบสภาแล้วจะมีเลือกตั้ง แต่ดูเหมือนว่า จากมติ กกต.ดังกล่าว ทำให้ทิศทางลมไปทาง พ.ต.ท.ทักษิณ มากขึ้น และเชื่อว่า หาก 2-3 วันนี้ สถานการณ์ไม่จบ อาจจะมีการเปลี่ยนแปลงนอกระบบได้
อย่างไรก็ตาม พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย จะนัดประชุมระดับแกนนำทั่วประเทศ เพื่อประเมินสถานการณ์ในวันที่ 18 เมษายนนี้
http://www.manager.co.th/Politics/ViewNews.aspx?NewsID=9530000051181
