จุฬา-พระปกเกล้า - อบต.-อบจ. แถลงการณ์เรียกร้องยุติความรุนแรงทุกรูปแบบ หนุน สองฝ่ายใช้วิธีการเจรจา ในการคลี่คลายวิกฤตทางการเมือง...
เครือข่ายเพื่อสันติสุขของประเทศไทย ได้ออกแถลงการณ์ ว่า เครือข่ายเพื่อสันติสุขของประเทศไทย ซึ่งประกอบด้วย สถาบันพระปกเกล้า สำนักเนติธรรม ศูนย์ช่วยเหลือทางกฎหมาย ศูนย์ศึกษาสันติภาพและความขัดแย้ง จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย สมาคมสันนิบาตเทศบาลแห่งประเทศไทย สมาคมองค์การบริหารส่วนตำบลแห่งประเทศไทย และสมาคมองค์การบริหารส่วนจังหวัดแห่งประเทศไทย จึงได้จัดตั้งขึ้นโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อรณรงค์เรียกร้องให้ทุกฝ่าย “ยุติการใช้ความรุนแรงทุกรูปแบบ”
โดยเชื่อว่าการใช้ความรุนแรงไม่สามารถแก้ปัญหาของทุกฝ่ายซึ่งมีความสลับซับซ้อน มีความคิดเห็น และมีความเชื่อที่สุดโต่งได้ในขณะนี้ จึงขอเสนอให้ทุกฝ่ายหันหน้ามาเจรจาพูดคุยกันเพื่อร่วมกันหาทางออกให้กับประเทศเครือข่ายเพื่อสันติสุขของประเทศไทย ขอยืนยันอีกครั้งว่าการกระทำการใดๆ ที่ใช้ความรุนแรงไม่ใช่วิธีการแก้ปัญหา ซึ่งแต่ละฝ่ายและสังคมไทยได้เห็นเป็นประจักษ์แล้ว เมื่อวันที่ 10 เมษายน 2553 แต่การเปิดใจยอมรับฟังและเจรจาพูดคุยกันโดยมีกระบวนการที่เหมาะสม มีคนกลาง และกติกาที่ทุกฝ่ายยอมรับกัน จะเป็นวิธีการหนึ่งที่ช่วยในการแก้ไขปัญหาความขัดแย้งกันอย่างรุนแรงในเวลานี้ได้อย่างยั่งยืน โดยเห็นได้จากอุณหภูมิความตึงเครียดของสังคมได้ลดลงอย่างเห็นได้จึงขอเรียกร้องให้ทั้งสองฝ่าย
1.หยุดการใช้ความรุนแรงทุกรูปแบบ
2. ขอให้ฝ่าย นปช. และรัฐบาล หันหน้ามาเจรจาพูดคุยกันเพื่อหาทางออกให้กับประเทศโดยให้คำนึงถึงเป้าหมายหลักที่ทั้งสองได้ตกลงร่วมกันไว้ในการเจรจาครั้งที่ 1 และ 2 คือ ต้องการให้ประเทศชาติชนะด้วยกัน ต้องการเห็นรัฐธรรมนูญที่ทุกฝ่ายยอมรับกันได้ ต้องการเห็นประชาธิปไตยที่แท้จริง และสำคัญที่สุดคือต้องการเห็นความสมานฉันท์ของคนในชาติ โดยให้แต่ละฝ่ายเปิดช่องทางการสื่อสาร เพื่อนำไปสู่การเตรียมการการเจรจา โดยให้พิจารณาเสนอผู้ที่จะมาเป็นคนกลางร่วม และทำความเข้าใจในกระบวนการการเจรจาหาทางออกอย่างแท้จริง ที่เป็นเวทีแห่งการมาฟังกัน และมากำหนดประเด็นที่จะมาเจรจา และอาจแยกเจรจาก่อน เพื่อหาจุดสนใจหรือความต้องการร่วม แล้วจึงกำหนดทางเลือกต่างๆ ที่อาจจะเป็นแนวทางต่างๆที่ได้มีการนำเสนอ จากภาคส่วนต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น ยุบสภา ลาออก แก้รัฐธรรมนูญ การพัฒนาการเมืองที่ประชาชนมีส่วนร่วมอย่างแท้จริง การลดช่องว่างทางสังคมอย่างเป็นรูปธรรม รวมถึงการเลือกตั้งอย่างบริสุทธิ์ยุติธรรม ประเด็นที่ยังไม่อาจตกลงได้ก็อาจค่อยๆทำความเข้าใจและพิจารณาในลำดับต่อไป
3. ขอเรียกร้องให้ผู้รับผิดชอบทั้งฝ่ายรัฐบาล นปช. และผู้เกี่ยวข้องทุกฝ่าย ร่วมกันรับผิดชอบนำเสนอข้อมูล หลักฐาน และความจริงให้ปรากฎต่อสังคมในความเสียหายที่เกิดขึ้นจากพยายามแก้ปัญหาในวันที่ 10 เมษายน 2553 ที่ผ่านมาโดยเร็วที่สุด
4. เพื่อแก้ปัญหาต้นตอระยะยาว ขอเชิญชวนให้ทุกฝ่ายหันหน้ามาร่วมกันหาแนวทางแก้ไขปัญหาที่สะสมมาเป็นเวลานานในสังคมไทย อาทิ ความไม่เป็นธรรมในสังคม ความไม่ยุติธรรม หรือความยากจน โดยสนับสนุนการยุติปัญหาเฉพาะหน้าและมาเจรจากัน โดยจัดตั้งคณะกรรมการเพื่อปรับโครงสร้างทางเศรษฐกิจ สังคม และการเมืองในทุกระดับตั้งแต่ระดับชุมชน จนถึงระดับชาติ เพื่อให้เกิดกระบวนการทางสังคมในการแก้ไขปัญหาความขัดแย้งในอนาคต ตลอดจนร่วมกันนำความจริงในสิ่งที่
5. ขอให้ร่วมกันพัฒนาการเมืองภาคพลเมืองให้มีความเข้มแข็งเพื่อร่วมกันเสริมสร้างกระบวนการประชาธิปไตยอย่างแท้จริง เสริมสร้างความเข้มแข้งให้ชุมชน สังคม และทุกฝ่ายเคารพกฎหมายบ้านเมือง
6. ขอเรียกร้องให้สื่อทุกแขนงนำเสนอข้อมูลตามความเป็นความจริง รวมทั้งพิจารณาข้อมูลที่ได้รับจากแต่ละฝ่ายนั้นอย่างรอบคอบ เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมและรับผิดชอบต่อสังคมโดยรวม
----------------------------------------------------------
ใครๆก็อยากได้สันติสุข สมานฉันท์ แต่ไม่ใช่วิธีปอดแหกขอไปทีแบบนี้
1/ ปัญหาสังคมไทย ปัญหาการเมืองทั้งหมดที่เกิดขึ้นตลอดมา ความแตกแยกทางความคิดไม่ใช่เกิดจากฝายรัฐบาล กับ นปช
แต่เป็นปัญหาของคนที่เห็นด้วยกับพวก นปช กับประชาชนอีกจำนวนมากที่ไม่เห็นด้วยกับคนกลุ่มนี้ทั้งสีเหลือง สีชมพู สีอื่นๆ
การแก้ปัญหาโดยฝ่ายรัฐ กับ คนกลุ่มเดียว มันจะแก้ปัญหายังไงในระยะยาว แก้ผ้าเอาหน้ารอดไปวันๆ
2/ การใช้กฎหมู่ของคนกลุ่มเดียวทำให้ประชาชนจำนวนมากเดือดร้อน จึงมีสิทธิ์เจรจาเพราะคนพวกนั้นมีเยอะ ยอมพลีชีพเพื่อความหลงเชื่อในความคิดของฝ่ายตนเองเท่านั้นหรือ
กลุ่มอื่นๆ ไม่มีคนจนเลยงั้นหรือ ท่านกำลังบอกว่า คนจนคือกลุ่มที่สนับสนุนกฎหมู่งั้นหรือ คนภาคอิสานและเหนือเท่านั้นหรือ
นี่กำลังสมานฉันท์หรือสร้างความแตกแยกให้เกิดมากขึ้นกว่าเดิม
รัฐบาลหน้ามา อีกกลุ่มไม่ออกมาอีกหรือ เพราะเขาไม่ได้มีสิทธิ์เป็นคู่เจรจาใดๆ
3/ หากการเจรจาตกลงกันไม่ได้ เสือกระดาษอย่างท่านจะทำอย่างไร จะเข้าข้างฝ่ายไหน หรือกรรมการต้องไปตามากระแสพวกมากลากไป ดูลาดเลาว่าฝ่ายไหนจะมีอำนาจในยุคต่อไปก็เข้าข้างฝ่ายนั้น
-----
