ใครต้องผู้ที่ต้องรับผิดชอบในเหตุการณ์6ตุลาคม19โดย บวรย สินทร

เรื่องการเมือง เชิญที่นี่เลยครับ
Forum rules
- ห้ามใช้คำพูดหยาบคาย
- ห้ามโพสกระทู้หรือข้อความที่ดูหมิ่นเสียดสีสถาบันพระมหากษัตริย์เป็นอันขาด

เชิญทุกท่านเข้าสู่บอร์ดใหม่ได้ที่ http://webboard.serithai.net ดูรายละเอียดเพิ่มเติมที่ viewtopic.php?f=2&t=44976 ครับ

ใครต้องผู้ที่ต้องรับผิดชอบในเหตุการณ์6ตุลาคม19โดย บวรย สินทร

Postby BlueDragonExp » Sat Dec 11, 2010 11:43 pm

ใครต้องผู้ที่ต้องรับผิดชอบในเหตุการณ์ 6 ตุลาคม 2519 ?

Boworn Yasintorn
(เขียน10-12-53) อุดมการณ์ของ ศนท.ในยุค 14 ตุลาคม 2516 เทิดทูนชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ ซึ่งสอดคล้องกับแนวทางของ ศนท. 2553 ที่ผมได้ประกาศจัดตั้งขึ้น การเข้าแทรกแซง ศนท.ของฝ่ายซ้ายตั้งแต่ปีการศึกษา 2517 เป็นสาเหตุนำไปสู่เหตุการณ์ 6 ตุลาคม 2519 ซึ่งเป็น ยุคของ ศนท.ที่ผมไม่พึงปรารถนา (ดูภาพประกอบเป็นการพิสูจน์)

จากหลักฐานภาพประวัติศาสตร์ที่ผมได้นำมาแสดง และคำอธิบายเงื่อนเวลาต่างๆในคำโต้ตอบกับ อาจารย์ สมศักดิ์ เจียมธีรสกุล คงยืนยันได้ชัดเจนว่า อุดมการณ์ของ ศนท.2553 ที่ได้จัดตั้งขึ้นใหม่นี้สอดคล้องกับ ศนท.ในยุคเหตุการณ์ 14 ตุลา 2516 คือ เทิดทูน ชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หวังว่า ผู้ที่เคยสงสัยรวมทั้งอาจารย์สมศักดิ์คงจะยุติการทักท้วงการประกาศแนวทางของ ศนท.2553 เสียที

ในปีการศึกษา 2517 ฝ่ายซ้ายจากหลายมหาวิทยาลัยเริ่มเข้า ศนท.และเริ่มทำการยึดกุม ทำให้แนวการทำงาน ซึ่งต่อมาก็ทำให้อุดมการณ์ของ ศนท.เปลี่ยนไปเป็นซ้าย ผลที่ตามมาก็คือ ศรัทธาประชาชนที่เคยมีต่อขบวนการนักศึกษาเสื่อมลงโดยลำดับ นักศึกษาฝ่ายก้าวหน้าที่ไม่นิยมซ้ายจัดต้องตีจากขบวนการ นักศึกษาไปอย่างน่าเสียดาย

จึงเป็นโอกาสที่ดีของฝ่ายขวาตกขอบในการเข้าร่วมกับกลุ่มอำนาจเก่า ในการสร้างกลุ่มต่อต้านนักศึกษาขึ้น CIA ก็กลัวจีนคอมมิวนิสต์และรัสเซียเข้ามามีอิทธิพลในภูมิภาคนี้ จึงได้ให้การสนับสนุนกลุ่มที่ต่อต้าน นักศึกษาอย่างเต็มที่ ผู้นำ ศนท.ตั้งแต่ปี 2518-2519 ได้กลายเป็นฝ่ายซ้ายโดยสมบูรณ์ โดยมีพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทยและจีนอยู่เบื้องหลัง ประชาชนหมดศรัทธาขบวนการนักศึกษาและเริ่มเห็นว่า นักศึกษากำลังสร้างปัญหาให้กับบ้านเมือง

(เขียน11-12-53) นักเรียนอาชีวะบางคนที่เคยร่วมขบวนการ 14 ตุลา ถูกชักจูงโดยพลตรี สุตสาย หัสดิน แห่ง
กอรมน.โดยมี CIA อยู่เบื้องหลัง และได้มีการจัดตั้งกลุ่มกระทิงแดงขึ้น มีการฝึกการใช้อาวุธ การทำระเบิดขวด และเริ่มการก่อกวนกลุ่มนิสิตนักศึกษาฝ่ายซ้าย

อดีตผู้นำนิสิตนักศึกษาในยุค 14 ตุลา บางคนนิยมซ้าย ก็ยังสามารถติดต่อสื่อสารกับ ศนท.ในปี 2519 ส่วนที่เป็นฝ่ายก้าวหน้าหรือซ้ายอ่อนๆไปตามกระแสในเวลานั้น ไม่อาจเข้าไปให้คำแนะนำอะไรกับนักศึกษารุ่นหลังๆ เพราะถือว่า ไม่ใช่นักศึกษาแล้ว ไม่มีสิทธิ์เข้ามายุ่ง

แกนนำนักศึกษาฝ่ายซ้าย และ ศนท. 2519 หาได้รับฟังกระแสสังคมที่แปรเปลี่ยนไป ประชาชนเสื่อมศรัทธาก็ไม่ใส่ใจ เห็นเป็นพวกนายทุนขุนศึก ศักดินา ถ้าเป็นกลุ่มนักศึกษาและอาจารย์ฝ่ายตรงข้ามก็ว่า เป็นพวกไดโนเสาร์เต่าพันปี

หลังจากจบวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาฯในปี 2518 (ปีการศึกษา 2517) ผมได้เข้าศึกษาต่อที่นิด้า คณะรัฐประศาสนศาสตร์ และปีการศึกษา 2518 และวิชาในเทอมแรกที่เรียน ก็คือ การพัฒนาการเมืองไทย ผมได้เลือกเขียนภาคนิพนธ์เรื่อง “บทบาทนิสิตนักศึกษาในการพัฒนาการเมืองไทย” และในบทสรุปของเรื่องที่เขียนก็คือ ขบวนการนิสิตนักศึกษากำลังเข้าสู่ความเสื่อมศรัทธาจากประชาชน และนำการเมืองไทยเข้าสู่อันตราย และจุดจบของบทบาทในการนำการพัฒนาการเมืองในที่สุด และในอีก 1 ปีต่อมาก็เกิดเหตุการณ์ 6 ตุลา ซึ่งเป็นเหตุการณ์ที่โหดร้ายเจ็บปวดที่สุดของการเมืองไทย

ในปี 2519 ขณะที่เรียนอยู่นิด้า เพื่อนๆที่เรียนจบแล้วและสนใจการเมือง ส่วนใหญ่เลือกเข้าช่วยงานการเมืองกับพรรคสังคมนิยมแห่งประเทศไทย หรือ พรรคพลังใหม่ แต่ผมตัดสินใจเข้าช่วยงานพรรคประชาธิปัตย์ โดยการชักชวนของอาจารย์วิศวฯคือ อาจารย์วีรนนท์ ว่องไพฑูรย์ ลูกเขยคุณพิชัย รัตตกุล
ผมรวบรวมเพื่อนๆตั้งกลุ่มหนุ่มสาวประชาธิปัตย์ โดยผมได้เป็นประธานกลุ่ม นับว่าเป็นกลุ่มหนุ่มสาวรุ่นที่ 2 ก่อนหน้านั้นเป็นรุ่นของคุณชวน หลีกภัย คุณอุทัย พิมพ์ใจชน คุณมงคล สิมะโรจน์ เป็นต้น

หลังเลือกตั้งทั่วไปต้นปี 2519 ม.ร.ว.เสนีย์ ปราโมช ได้เป็นนายกรัฐมนตรี คุณพิชัย รัตตกุลในฐานะผู้อำนวยการเลือกตั้งได้เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ซึ่งความจริงแล้ว ถ้าท่านจะเลือกเป็น รมต. มหาดไทย ม.ร.ว.เสนีย์ ปราโมชก็คงให้ เพราะมีความดีความชอบในการอำนวยการเลือกตั้งจนได้ที่นั่งท่วมท้น แต่คุณพิชัยเลือกขอเป็น รมต.ต่างประเทศเพราะเคยถูก นายถนัด คอมันต์ ปรามาสไว้ในสภา และการบริหารศูนย์เลือกตั้งและงานอาสาสมัคร ผมเป็นกำลังสำคัญ จึงได้รับการปูนบำเหน็จในงานเลขานุการรัฐมนตรี แต่เนื่องจากอายุผมยังไม่ถึง 25 ปี ยังเด็กมาก จึงตกลงให้เป็นตำแหน่งเลขานุการส่วนตัวรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ แต่รับผิดชอบงานเอกสารเข้า ครม.ในส่วนที่ไม่เกี่ยวกับ กต.ให้ผมได้เสนอความเห็นประกอบ (ขณะนั้น คุณอานันท์ ปันยารชุน เป็นปลัดกระทรวง ดร.ดอน ปรมัตถ์วินัย ทำงานด้านเอกสารอยู่หน้าห้องรัฐมนตรี)

ที่ต้องพูดเรื่องประวัติตัวเองในช่วงนี้ เพื่อจะประกอบเรื่องที่จะพูดต่อไปว่า ในขณะที่ได้มีโอกาสเข้าใกล้ศูนย์อำนาจทางการเมือง ยิ่งทำให้เป็นห่วงน้องๆนักศึกษาเพราะยิ่งมั่นใจว่าสถานการณ์ทั่วไปไม่ดี ได้พยายามพูดผ่านเพื่อนหลายคน แต่คำเตือนต่างๆที่ส่งไปไร้ผล ไม่มีใครสนใจ และยิ่งรู้ว่ามาทำงานให้ประชาธิปัตย์ก็ยิ่งถูกมองว่าไม่บริสุทธิ์ไปแล้ว แปดเปื้อนการเมือง

และแล้ว วันนั้นก็มาถึง วันแห่งความเศร้าสลดที่สุดในชีวิตที่ต้องเห็นการเข่นฆ่าผู้ที่มาชุมนุมในมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เมื่อเช้ามืดของวันที่ 6 ตุลาคม 2519 (ขออนุญาตทยอยเล่าเรื่องไปเป็นช่วงๆ เพราะมีภาระกิจด้านอื่นต้องทำไปพร้อมๆกัน เขียนต่อพรุ่งนี้ครับ)
User avatar
BlueDragonExp
 
Posts: 1022
Joined: Mon Nov 09, 2009 10:39 pm

Re: ใครต้องผู้ที่ต้องรับผิดชอบในเหตุการณ์6ตุลาคม19โดย บวรย สินทร

Postby BlueDragonExp » Wed Jan 05, 2011 6:32 am

ใครต้องเป็นผู้รับผิดชอบในเหตุการณ์ 6 ตุลา 2519?(2)

Boworn Yasintorn
(ตอนที่ 2)
เช้า วันที่ 5 ตุลาคม 2519 ผมไปสังเกตุการณ์อยู่ที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ โดยจอดรถอยู่ริมถนนหน้ามหาวิทยาลัย (เวลานั้นใช้รถโตโยต้า โคโลล่า สีเหลืองมาสตาร์ด) ยังไม่ทันจะเดินเข้ามหาวิทยาลัย ก็เห็นรถบรรทุก 6 ล้อ คันหนึ่งกำลังวิ่งถอยหลังผ่านหน้าประตูใหญ่ของมหาวิทยาลัย บนรถคันนั้น มีคุณสมคาด สืบตระกูล ประธานสภานักศึกษา ม.รามคำแหง ยืนถือไมค์พูดอยู่ สาเหตุที่รถคันนั้นวิ่งถอยหลังก็เพื่อหนีระเบิดขวดที่กลุ่มกระทิงแดงขว้าง ใส่ จากนั้นก็เห็นกลุ่มคนแตกฮือวิ่งเข้าธรรมศาสตร์บ้าง หนีไปทางวัดมหาธาตุบ้าง
ผมก็พลอยตกใจวิ่งหนีเช่นกัน โดยย้อนไปที่รถ ใครสักคนเหยียบรองเท้าผมหลุด ทำให้ต้องหันกลับมาสวมใหม่ พอถึงรถยังต้องถอดที่ล็อกพวงมาลัยกันขโมย มือไม้วุ่นวายเพราะเวลานั้นหน้าธรรมศาสตร์โล่งเลี่ยนหมด เห็นควันของระเบิดขวดใกล้เข้ามา พอพร้อมทุกอย่างก็ออกรถมุ่งหน้ากระทรวงการต่างประเทศที่วังสราญรมย์
พอ ถึงก็โทรศัพท์รายงานท่านรัฐมนตรีพิชัยถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ท่านถามความเห็น เราก็เสนอไปว่า รัฐบาล(ขณะนั้น เพิ่งมีการปรับครม.ใหม่ในปลายเดือน กันยายน และโปรดเกล้าฯ ให้ พลเรือเอกสงัด ชะลออยู่ เป็นรัฐมนตรีกลาโหม) ควรประกาศสภาวะฉุกเฉินเพื่อควบคุมเหตุการณ์ เนื่องจากไม่น่าไว้วางใจ ท่านรัฐมนตรีก็ตอบว่า ท่านนายกฯได้เรียกประชุม ครม.ด่วน คงจะได้หารือกันในเรื่องนี้ ทราบต่อมาในภายหลังว่า พลเรือเอกสงัด ชลออยู่ ได้รายงานที่ประชุม ครม.ว่า สถานการณ์ไม่มีอะไรน่าเป็นห่วง สามารถควบคุมสถานการณ์ได้
ด้วยความเป็นห่วงเพื่อนที่อยู่ในธรรมศาสตร์ คืนนั้น ได้มีโอกาสพูดโทรศัพท์กับคุณพีรพล ตริยะเกษม และเพื่อนอีกคนบอกให้ระมัดระวังตัวด้วย และนั้นเป็นครั้งสุดท้ายที่ได้พูดกัน ก่อนที่คุณพีรพลจะระหกระเหินเข้าป่าไปหลังเหตุการณ์ 6 ตุลาคม 2519 คุณพีรพลเป็นอดีตนายกองค์การนักศึกษา มธ.ในเหตุการณ์ 14 ตุลา 2516 ซึ่งน่าจะยังเรียนไม่จบจนปี 2519
เรื่องของคุณพีรพลกับผมจะแยกไปเล่า อีกเรื่องเกี่ยวกับการเปิดสัมพันธ์ทางการทูตกับเวียดนาม ซึ่งสถาปนากันเมื่อวันที่ 6 สิงหาคม 2519 ซึ่งคุณพีรพลและผมมีส่วนในการดำเนินการแบบใต้ดินด้วย
เช้าวันที่ 6 ตุลาคม 2519 ผมมีนัดกับผู้บริหารโครงการทางด่วน เพื่อทำรายงานในวิชาวิจัยที่ผมเรียนอยู่ที่นิด้า ขณะนั่งคุยงานกันก็ได้เห็นภาพข่าวทางโทรทัศน์ในการเข้าปราบปรามนักศึกษาที่ ธรรมศาสตร์ ผมและเพื่อนๆที่ไปทำรายงานกันวันนั้น น้ำตานองหน้าด้วยความสงสารนักศึกษาที่ถูกทารุณกรรม การทำรายงานวันนั้นต้องยกเลิกเพื่อแยกย้ายกันกลับอย่างหดหู่ใจที่สุด
คน ที่ผมรู้สึกโกรธมากที่สุดในขณะนั้นก็คือ ม.ร.ว. เสนีย์ ปราโมช นายกรัฐมนตรี ที่อ่อนแอ ไม่ยอมประกาศกฎหมายในสภาวะฉุกเฉินเพื่อควบคุมสถานการณ์ โกรธที่ไปไว้ใจ พลเรือเอก สงัด ชลออยู่
โกรธชมรมวิทยุเสรีที่ พันโทอุทาร สนิทวงศ์ ณ อยุธยา เป็นผู้ประสานการปฏิบัติการ ที่พูดปลุกเร้าให้คนเกลียดโกรธนักศึกษาและใส่ร้ายต่างๆนานา เช่น การมีอาวุธสงครามใน มธ. การมีทหารเวียดกงแฝงตัว การฝักใฝ่ลัทธิคอมมิวนิสต์ การคิดโค่นล้มสถาบันพระมหากษัตริย์ (สำหรับกรณีฝักใฝ่คอมมิวนิสต์และการคิดล้มล้างสถาบัน ต้องยอมรับว่า มีแกนนำนักศึกษาบางคนในเวลานั้น คิดเช่นนั้นจริง)
และสุดท้ายที่ผมต้อง ขอพูด ณ ที่นี้ก็คือ ผมโกรธพวกผู้นำนักศึกษาที่นิยมซ้าย ที่ผมเคยพูดแล้วว่า เป็นจุดบอดของขบวนการนักศึกษาหลังเหตุการณ์ 14 ตุลา 2516 เพราะหลังจากนั้น ไม่ถึงปี ลางร้ายเหล่านี้ก็เข้ามาเยี่ยมกรายขบวนการนักศึกษา และเข้าครอบงำศูนย์กลางนิสิตนักศึกษาแห่งประเทศไทย รวมทั้งกลุ่มอิสระในหลายๆสถาบันก็มีอิทธิพลทางความคิดกับองค์การนักศึกษาของ ตน โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่ ธรรมศาสตร์
ประชาชนเสื่อมศรัทธาขบวนการนัก ศึกษาอย่างรวดเร็วและรุนแรง ทำให้ผู้สูญเสียอำนาจทางการเมืองและกลุ่มผลประโยชน์ที่เกี่ยวข้องเห็นเป็น โอกาส ประกอบกับประเทศมหาอำนาจอย่างสหรัฐอเมริกา ก็กลัวการสูญเสียอิทธิพลในประเทศไทยและในภูมิภาค อเมริกาเชื่อในอำนาจทหารและการใช้อาวุธ ในขณะที่ จีนเชื่อในพลังมวลชน โดยใช้ยุทธศาสตร์การสร้างแนวร่วมและโดมิโน่ ส่วนรัสเซียก็ใช้ยุทธศาสตร์ดาวกระจายและป่าล้อมเมือง ซึ่งทั้งจีนและรัสเซียต่างก็ต้องการนักศึกษาเป็นเครื่องมือ ดังนั้น การปราบปรามนักศึกษา จึงเป็นเป้าหมายร่วมของทุกฝ่าย เพราะหากนักศึกษาถูกปราบก็จะเข้าไปเป็นแนวร่วมกับพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศ ไทย ฝ่ายสูญเสียอำนาจของกลุ่มการเมืองเดิมก็อยากจะปราบโดยมี CIA ให้การสนับสนุน
การเปิดสัมพันธ์ทางการทูตกับจีนในปี 2518 ก็ดี กับเวียดนามในปี 2519 ก็ดี ถูกเหมารวมไปในความเชื่อทำนองเดียวกัน ซึ่ง CIA พร้อมทุ่มทรัพยากรทั้งหมดลงมาสู้ จึงมีคำถามว่า ในขณะที่ขบวนการนักศึกษากำลังเป็นเป้าหมายของการถูกทำลายล้างจากทุกๆฝ่าย ผู้นำนักศึกษาในขณะนั้น เตรียมการรับมืออย่างไร
คำตอบคือ “ไม่มี”
การ นำฝูงชนโดยมีศัตรูรอบด้าน และโดยคิดแต่จะ “กินบุญเก่า” จากกระแสความนิยมของประชาชนในเหตุการณ์ 14 ตุลา นับเป็นความเขลาอย่างยิ่ง ขบวนการฝ่ายขวาเกิดขึ้นก็เพราะมีกระแสซ้ายรุนแรง และในทางยุทธวิธีเอาชนะ ขบวนการฝ่ายขวาเข้าใจอย่างทะลุปรุโปร่งว่า กระแสซ้ายไม่เอาสถาบันพระมหากษัตริย์ไม่มีทางชนะ การชูสถาบันพระมหากษัตริย์จึงถูกนำมาใช้ โดยที่สถาบันหามีส่วนเกี่ยวข้องแต่ประการใด สถาบันพระมหากษัตริย์นั้นอยู่เหนือความขัดแย้ง และจะไม่แสดงความฝักใฝ่ฝ่ายใด การที่ฝ่ายหนึ่งต่อต้าน อีกฝ่ายหนึ่งเชิดชู ก็เป็นเรื่องที่แต่ละฝ่ายทำกันเอง สถาบันก็คือสถาบัน
ความอวดดีของผู้นำ ขบวนการนักศึกษาในยุค 6 ตุลา ได้เป็นสาเหตุแห่งความล้มเหลว และได้นำขบวนการนักศึกษาสู่ความเสื่อมและล่มสลายในที่สุด
ต่อมาภายหลัง ต่อเนื่องจนถึงปัจจุบัน ความพยายามบิดเบือนประวัติศาสตร์ในช่วงเวลาดังกล่าว โดยพยายามโยงเหตุการณ์ 14 ตุลา และ 6 ตุลา เข้าด้วยกันจนคนรุ่นหลังเกิดความสับสน ความพยายามใส่ร้ายสถาบันพระมหากษัตริย์ว่ามีส่วนเกี่ยวข้องโดยตรงต่อ เหตุการณ์ 6 ตุลา ก็โดยมีเจตนาที่จะปกปิดอำพรางความล้มเหลวในการนำของอดีตผู้นำนิสิตนักศึกษา ในเวลานั้น และมีผลไปสู่การเข่นฆ่านักศึกษาและประชาชนอย่างน่าอนาถ ซึ่งผู้ที่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ในครั้งนั้นหลายต่อหลายคน อยากให้เรื่องนี้ผ่านไปไม่อยากจะเอ่ยถึงอีก อยากให้เป็นเพียงอุทาหรณ์ของการไม่ใช้ความรุนแรงประหัตประหารคนในชาติเช่น นี้อีกต่อไป
แต่ปรากฏว่า ได้มีนักวิชาการบางคน ได้พยายามบิดเบือนประวัติศาสตร์ อาศัยสถานะความเป็นอาจารย์ ค่อยเสี้ยมสอนปลุกปั่นยุยงนิสิตนักศึกษา และส่งผลต่อเนื่องไปยังนักเรียน อันก่อให้เกิดความเข้าใจผิดต่อสถาบันอันเป็นที่รักของปวงชนชาวไทย ทำให้ผมจำเป็นต้องออกมาทักท้วงและเปิดเผยความจริง และจะทำทุกวิถีทางในการสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องให้เกิดขึ้น โดยผมจะพูดและเล่าจากประสบการณ์และข้อมูลที่เชื่อถือได้ มิให้ประวัติศาสตร์ชาติไทยที่กำลังถูกบิดเบือนเหล่านี้ขยายลุกลามไปจนยากแก่ การแก้ไข

http://www.facebook.com/topic.php?uid=1 ... &topic=175
User avatar
BlueDragonExp
 
Posts: 1022
Joined: Mon Nov 09, 2009 10:39 pm


Return to สภากาแฟ



cron