ใครต้องผู้ที่ต้องรับผิดชอบในเหตุการณ์ 6 ตุลาคม 2519 ?
Boworn Yasintorn
(เขียน10-12-53) อุดมการณ์ของ ศนท.ในยุค 14 ตุลาคม 2516 เทิดทูนชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ ซึ่งสอดคล้องกับแนวทางของ ศนท. 2553 ที่ผมได้ประกาศจัดตั้งขึ้น การเข้าแทรกแซง ศนท.ของฝ่ายซ้ายตั้งแต่ปีการศึกษา 2517 เป็นสาเหตุนำไปสู่เหตุการณ์ 6 ตุลาคม 2519 ซึ่งเป็น ยุคของ ศนท.ที่ผมไม่พึงปรารถนา (ดูภาพประกอบเป็นการพิสูจน์)
จากหลักฐานภาพประวัติศาสตร์ที่ผมได้นำมาแสดง และคำอธิบายเงื่อนเวลาต่างๆในคำโต้ตอบกับ อาจารย์ สมศักดิ์ เจียมธีรสกุล คงยืนยันได้ชัดเจนว่า อุดมการณ์ของ ศนท.2553 ที่ได้จัดตั้งขึ้นใหม่นี้สอดคล้องกับ ศนท.ในยุคเหตุการณ์ 14 ตุลา 2516 คือ เทิดทูน ชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หวังว่า ผู้ที่เคยสงสัยรวมทั้งอาจารย์สมศักดิ์คงจะยุติการทักท้วงการประกาศแนวทางของ ศนท.2553 เสียที
ในปีการศึกษา 2517 ฝ่ายซ้ายจากหลายมหาวิทยาลัยเริ่มเข้า ศนท.และเริ่มทำการยึดกุม ทำให้แนวการทำงาน ซึ่งต่อมาก็ทำให้อุดมการณ์ของ ศนท.เปลี่ยนไปเป็นซ้าย ผลที่ตามมาก็คือ ศรัทธาประชาชนที่เคยมีต่อขบวนการนักศึกษาเสื่อมลงโดยลำดับ นักศึกษาฝ่ายก้าวหน้าที่ไม่นิยมซ้ายจัดต้องตีจากขบวนการ นักศึกษาไปอย่างน่าเสียดาย
จึงเป็นโอกาสที่ดีของฝ่ายขวาตกขอบในการเข้าร่วมกับกลุ่มอำนาจเก่า ในการสร้างกลุ่มต่อต้านนักศึกษาขึ้น CIA ก็กลัวจีนคอมมิวนิสต์และรัสเซียเข้ามามีอิทธิพลในภูมิภาคนี้ จึงได้ให้การสนับสนุนกลุ่มที่ต่อต้าน นักศึกษาอย่างเต็มที่ ผู้นำ ศนท.ตั้งแต่ปี 2518-2519 ได้กลายเป็นฝ่ายซ้ายโดยสมบูรณ์ โดยมีพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทยและจีนอยู่เบื้องหลัง ประชาชนหมดศรัทธาขบวนการนักศึกษาและเริ่มเห็นว่า นักศึกษากำลังสร้างปัญหาให้กับบ้านเมือง
(เขียน11-12-53) นักเรียนอาชีวะบางคนที่เคยร่วมขบวนการ 14 ตุลา ถูกชักจูงโดยพลตรี สุตสาย หัสดิน แห่ง
กอรมน.โดยมี CIA อยู่เบื้องหลัง และได้มีการจัดตั้งกลุ่มกระทิงแดงขึ้น มีการฝึกการใช้อาวุธ การทำระเบิดขวด และเริ่มการก่อกวนกลุ่มนิสิตนักศึกษาฝ่ายซ้าย
อดีตผู้นำนิสิตนักศึกษาในยุค 14 ตุลา บางคนนิยมซ้าย ก็ยังสามารถติดต่อสื่อสารกับ ศนท.ในปี 2519 ส่วนที่เป็นฝ่ายก้าวหน้าหรือซ้ายอ่อนๆไปตามกระแสในเวลานั้น ไม่อาจเข้าไปให้คำแนะนำอะไรกับนักศึกษารุ่นหลังๆ เพราะถือว่า ไม่ใช่นักศึกษาแล้ว ไม่มีสิทธิ์เข้ามายุ่ง
แกนนำนักศึกษาฝ่ายซ้าย และ ศนท. 2519 หาได้รับฟังกระแสสังคมที่แปรเปลี่ยนไป ประชาชนเสื่อมศรัทธาก็ไม่ใส่ใจ เห็นเป็นพวกนายทุนขุนศึก ศักดินา ถ้าเป็นกลุ่มนักศึกษาและอาจารย์ฝ่ายตรงข้ามก็ว่า เป็นพวกไดโนเสาร์เต่าพันปี
หลังจากจบวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาฯในปี 2518 (ปีการศึกษา 2517) ผมได้เข้าศึกษาต่อที่นิด้า คณะรัฐประศาสนศาสตร์ และปีการศึกษา 2518 และวิชาในเทอมแรกที่เรียน ก็คือ การพัฒนาการเมืองไทย ผมได้เลือกเขียนภาคนิพนธ์เรื่อง “บทบาทนิสิตนักศึกษาในการพัฒนาการเมืองไทย” และในบทสรุปของเรื่องที่เขียนก็คือ ขบวนการนิสิตนักศึกษากำลังเข้าสู่ความเสื่อมศรัทธาจากประชาชน และนำการเมืองไทยเข้าสู่อันตราย และจุดจบของบทบาทในการนำการพัฒนาการเมืองในที่สุด และในอีก 1 ปีต่อมาก็เกิดเหตุการณ์ 6 ตุลา ซึ่งเป็นเหตุการณ์ที่โหดร้ายเจ็บปวดที่สุดของการเมืองไทย
ในปี 2519 ขณะที่เรียนอยู่นิด้า เพื่อนๆที่เรียนจบแล้วและสนใจการเมือง ส่วนใหญ่เลือกเข้าช่วยงานการเมืองกับพรรคสังคมนิยมแห่งประเทศไทย หรือ พรรคพลังใหม่ แต่ผมตัดสินใจเข้าช่วยงานพรรคประชาธิปัตย์ โดยการชักชวนของอาจารย์วิศวฯคือ อาจารย์วีรนนท์ ว่องไพฑูรย์ ลูกเขยคุณพิชัย รัตตกุล
ผมรวบรวมเพื่อนๆตั้งกลุ่มหนุ่มสาวประชาธิปัตย์ โดยผมได้เป็นประธานกลุ่ม นับว่าเป็นกลุ่มหนุ่มสาวรุ่นที่ 2 ก่อนหน้านั้นเป็นรุ่นของคุณชวน หลีกภัย คุณอุทัย พิมพ์ใจชน คุณมงคล สิมะโรจน์ เป็นต้น
หลังเลือกตั้งทั่วไปต้นปี 2519 ม.ร.ว.เสนีย์ ปราโมช ได้เป็นนายกรัฐมนตรี คุณพิชัย รัตตกุลในฐานะผู้อำนวยการเลือกตั้งได้เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ซึ่งความจริงแล้ว ถ้าท่านจะเลือกเป็น รมต. มหาดไทย ม.ร.ว.เสนีย์ ปราโมชก็คงให้ เพราะมีความดีความชอบในการอำนวยการเลือกตั้งจนได้ที่นั่งท่วมท้น แต่คุณพิชัยเลือกขอเป็น รมต.ต่างประเทศเพราะเคยถูก นายถนัด คอมันต์ ปรามาสไว้ในสภา และการบริหารศูนย์เลือกตั้งและงานอาสาสมัคร ผมเป็นกำลังสำคัญ จึงได้รับการปูนบำเหน็จในงานเลขานุการรัฐมนตรี แต่เนื่องจากอายุผมยังไม่ถึง 25 ปี ยังเด็กมาก จึงตกลงให้เป็นตำแหน่งเลขานุการส่วนตัวรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ แต่รับผิดชอบงานเอกสารเข้า ครม.ในส่วนที่ไม่เกี่ยวกับ กต.ให้ผมได้เสนอความเห็นประกอบ (ขณะนั้น คุณอานันท์ ปันยารชุน เป็นปลัดกระทรวง ดร.ดอน ปรมัตถ์วินัย ทำงานด้านเอกสารอยู่หน้าห้องรัฐมนตรี)
ที่ต้องพูดเรื่องประวัติตัวเองในช่วงนี้ เพื่อจะประกอบเรื่องที่จะพูดต่อไปว่า ในขณะที่ได้มีโอกาสเข้าใกล้ศูนย์อำนาจทางการเมือง ยิ่งทำให้เป็นห่วงน้องๆนักศึกษาเพราะยิ่งมั่นใจว่าสถานการณ์ทั่วไปไม่ดี ได้พยายามพูดผ่านเพื่อนหลายคน แต่คำเตือนต่างๆที่ส่งไปไร้ผล ไม่มีใครสนใจ และยิ่งรู้ว่ามาทำงานให้ประชาธิปัตย์ก็ยิ่งถูกมองว่าไม่บริสุทธิ์ไปแล้ว แปดเปื้อนการเมือง
และแล้ว วันนั้นก็มาถึง วันแห่งความเศร้าสลดที่สุดในชีวิตที่ต้องเห็นการเข่นฆ่าผู้ที่มาชุมนุมในมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เมื่อเช้ามืดของวันที่ 6 ตุลาคม 2519 (ขออนุญาตทยอยเล่าเรื่องไปเป็นช่วงๆ เพราะมีภาระกิจด้านอื่นต้องทำไปพร้อมๆกัน เขียนต่อพรุ่งนี้ครับ)
