ปชป.ทำบุญ เซ่นผี-
ปปช.เลื่อนชี้วันนี้ คดี"เอสเอ็มเอส"
ป.ป.ช.เลื่อนพิจารณามาร์ค-กรณ์ ส่งเอสเอ็ม เอส 1.7 ล้านหมายเลข โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย จาก 15 ก.ค. ไป 16 ก.ค. เผย อนุกรรมการชงยกคำร้องเข้าที่ประชุมใหญ่ ปชป.ทำบุญใหญ่ทั้งพิธีสงฆ์ และเซ่นไหว้พระแม่ธรณี และเหล่าสัมภเวสี เทเหล้าล้างเลือดที่นปช.นำมาราดทั่วพรรคเพื่อล้างอาถรรพ์ "ชวน"หารือ"มาร์ค"สู้คดียุบพรรค บัญญัติอาสาเป็นตัวหลักในฐานะหัว หน้าพรรคขณะเกิดเหตุ "พายัพ"เปิดเพื่อไทยทำ บุญวันเกิดล่วงหน้าให้พี่แม้ว แต่มีส.ส.อีสานมาร่วมงานโหรงเหรง ท่ามกลางกระแสกดดันปรับโครงสร้างบริหาร ตั้งหัวหน้าพรรคตัวจริงชิงเก้าอี้นายกฯ อย่างเป็นรูปธรรม "มาร์ค"นำคณะเดินสายพบสื่อเครือมติชนวันนี้
ปชป.เปิดพรรคทำบุญใหญ่
เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 15 ก.ค. ที่พรรค ประชาธิปัตย์ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐ มนตรี ในฐานะหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เข้าสักการะพระแม่ธรณีบีบมวยผม สิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำพรรค ใช้เวลา 5 นาที จากนั้นนายอภิ สิทธิ์เดินไปยังอาคาร ม.ร.ว.เสนีย์ ปราโมช เพื่อร่วมประชุมคณะกรรมการบริหารพรรค ต่อมาเวลา 10.00 น. นายกฯ ร่วมพิธีทำบุญเลี้ยงเพลพระสงฆ์ 9 รูป ที่ชั้น 3 ตึกดังกล่าว ซึ่งติดกับลานจอดรถที่เคยถูกยิงด้วยระเบิดเอ็ม 79 ในช่วงทำบุญพรรควันที่ 6 เม.ย. ที่ผ่านมา
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ระหว่างทำพิธีเจ้าหน้าที่พรรคนำป้ายข้อความว่า "อุทิศให้แก่ผู้ก่อตั้งพรรคประชาธิปัตย์ที่ล่วงลับไปแล้ว" มาวางไว้บนพาน เวลา 10.40 น. นายพิชัย รัตตกุล อดีตหัวหน้าพรรค เดินทางมาร่วมทำบุญพรรคด้วย พระสงฆ์ประพรมนํ้าพระพุทธมนต์ให้กับแกนนำและส.ส. เมื่อเสร็จสิ้นพิธีบรรดาส.ส.พรรคเข้าทักทายนายพิชัย เวลา 11.05 น. นายชวน หลีกภัย ประธานที่ปรึกษาพรรค เดินทางมาถึง แล้วกล่าวกับเจ้าหน้าที่ว่า ทำไมวันนี้พิธีจึงเสร็จเร็ว
เซ่นไหว้เทเหล้าล้างเลือดนปช.
ช่วงเวลา 11.30 น. นางศิริพร ฐิติไชโย ประ ธานสมาชิกสภาเขต พรรคประชาธิปัตย์ ทำพิธีไหว้หอเฮียตี๋ เป็นการไหว้ทานให้กับบริวารพระแม่ธรณีบีบมวยผม รวมถึงสัมภเวสีที่เร่ร่อนอยู่บริเวณใกล้เคียง เพื่อปัดรังควานและล้างอาถรรพ์จากเหตุการณ์ที่กลุ่มนปช.คนเสื้อแดงนำเลือดมาเทหลายจุดบริเวณพรรค และเพื่อเสริมสร้างสิริมงคลบารมีให้กับส.ส.และพรรค รวมถึงขจัดปัดเป่าปัญหาอุปสรรคต่อการทำงานของรัฐบาล ซึ่งพิธีดังกล่าวตั้งโต๊ะเครื่องไหว้อาหารคาวหวานที่ ทางเท้าหน้าลานพระแม่ธรณีบีบมวยผม จุดที่กลุ่มนปช.เทเลือด โดยเซ่นไหว้อาหารคาวหวานชนิดละ 5 อย่าง แล้วเทเครื่องดื่ม อาทิ น้ำอัดลม น้ำเปล่า และเหล้าขาว ลงพื้นทั่วทั้งบริเวณ ซึ่งอาหารทั้งหมดที่นำมาเซ่นไหว้ เจ้าหน้าที่สั่งห้ามนำไปให้นายกฯ และส.ส. เพราะถือว่าให้ทานกับผู้อื่น สมาชิกพรรครับประทานไม่ได้
แกนนำพรึบประชุมนัดพิเศษ
ต่อมาเวลา 13.30 น. ประชุมส.ส.พรรคประ ชาธิปัตย์นัดพิเศษ โดยมีนายชุมพล กาญจนะ ประธานส.ส. ทำหน้าที่ประธานที่ประชุม มีแกนนำเข้าร่วมประชุมอย่างพร้อมเพียง อาทิ นายอภิสิทธิ์ นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกฯ ในฐานะเลขาธิการพรรค นายชวน หลีกภัย ประ ธานสภาที่ปรึกษาพรรค นายบัญญัติ บรรทัดฐาน กรรมการสภาที่ปรึกษาพรรค รมต. และส.ส.
จากนั้นเวลา 15.00 น. น.พ.วรงค์ เดชกิจวิกรม รองโฆษกพรรค แถลงภายหลังประชุมว่า ที่ประชุมหารือถึงการรณรงค์หาเสียงเลือกตั้งซ่อมส.ส.เขต 6 โดยนายพนิช วิกิตเศรษฐ์ ผู้สมัคร กล่าวในที่ประชุมว่า 21 วัน ที่ลงพื้นที่เชื่อว่ามีโอกาสชนะเลือกตั้ง แต่มีคนโทรศัพท์มาข่มขู่ส่วนตัวและครอบครัว นับวันจะมีแนวโน้มเกิดความรุนแรง แต่ไม่หวั่นไหว จะพยายามก้าวข้ามความรุนแรงที่จะเกิดขึ้น และจะพบปะประชาชนให้มากที่สุด ทั้งนี้ นายพนิชขอบคุณนายกฯ เลขาธิการพรรค รมต. และส.ส.ที่ช่วยลงพื้นที่หาเสียง
ปลายเดือนสัมมนาใหญ่ที่ภูเก็ต
น.พ.วรงค์กล่าวว่า ที่ประชุมยังมีมติว่าการเลือกตั้งครั้งนี้ ผลแพ้ชนะจะมีผลต่อกระแสต่างๆของรัฐบาล พรรคประชาธิปัตย์และประเทศ ยิ่งถ้ารัฐบาลเพลี่ยงพล้ำ ฝั่งตรงข้ามจะเอากระแสเหล่านี้ไปปลุกระดมว่าคนกรุงเทพฯ ไม่ต้อนรับพรรค ดังนั้นจึงขอความร่วมมือส.ส.ทุกคน ซึ่งนายสุเทพระบุว่า พอใจที่มีทั้งรมต.และส.ส.ไปช่วยหาเสียง แต่เนื่องจากขณะนี้เข้าสู่ช่วงโค้งสุด ท้ายที่ประชุมจึงวางมาตรการไว้หลายแนวทางคือ 1.ให้ส.ส.ทุกคนร่วมลงชื่อว่าจะร่วมรณรงค์ใหญ่ในพื้นที่ใดตามความต้องการ แบ่งเป็น 16 กลุ่ม และ 2.การปราศรัยใหญ่ โดยวันนี้เป็นการครั้งแรกที่ตลาดปัฐวิกรณ์ เขตบึงกุ่ม ครั้งที่ 2 วันที่ 19 ก.ค. ที่เขตหนองจอก และครั้งที่ 3 วันที่ 23 ก.ค. ที่เขตคันนายาว
ผู้สื่อข่าวถามถึงการลงพื้นที่ช่วยหาเสียงของหัวหน้าและเลขาธิการพรรค น.พ.วรงค์กล่าวว่า ในขั้นต้นได้ขอความร่วมมือส.ส. และรมต.ทุกคน ส่วนนายกฯ เป็นห่วงเรื่องความปลอดภัย ดังนั้นการลงพื้นที่จึงให้ท่านตัดสินใจเอง ไม่มีประกาศเป็นทางการ ขณะที่นายสุเทพพูดถึงการสัมมนาใหญ่ของพรรควันที่ 30, 31 ก.ค.-1 ส.ค. นี้ที่จ.ภูเก็ต โดยขอความร่วมมือรมต.และส.ส.ให้ไปร่วมทุกคน เพื่อหารือและระดมความคิดเห็นสนับสนุนนโยบายปรองดองของนายกฯให้บรรลุผล
"ชวน"ถก"มาร์ค"สู้ยุบพรรค
ภายหลังประชุมคณะกรรมการบริหารพรรค นายชวน ในฐานะหัวหน้าทีมกฎหมายต่อสู้คดียุบพรรค หารือกับนายอภิสิทธิ์ หัวหน้าพรรค จากนั้นนายชวนเปิดเผยว่า รายงานให้นายกฯทราบว่า ทีมกฎหมายหารือเพื่อเตรียมรับคดีใหม่ คือ คดีเงินบริจาคเข้าพรรค 258 ล้านบาท โดยนายบัญญัติ หัวหน้าพรรคขณะนั้น ร่วมหารือด้วย นายบัญญัติเป็นคนตรงไปตรงมา เสนอว่าจะเข้ามาช่วยดูแลคดีเป็นหลัก เพราะถือเป็นเจ้าของเรื่อง พร้อมกับขอให้ตั้งนายสุทัศน์ เงินหมื่น ส.ส.สัดส่วน เป็นทนายเพิ่มอีกคน นายกฯ เห็นด้วยกับข้อเสนอ และไม่ได้ฝากอะไรเป็นพิเศษ
นายชวนกล่าวอีกว่า สำหรับคดีเงินสนับสนุนพรรคการเมือง 29 ล้านบาท พรรคยื่นคำชี้แจงไปโดยละเอียดแล้ว คิดว่าสมบูรณ์แล้ว เหลือเพียงขั้นตอนนำสืบพยาน หากรวมพยานทั้งสองฝ่ายจะมีเกือบ 100 ปาก ทั้งสองคดีจะใช้ทีมกฎหมายเดียวกัน เพียงแต่ต้องดูข้อมูลจากศาลรัฐธรรมนูญที่บอกว่ามีเอกสารถึง 3 คันรถว่าเป็นเอกสารชุดเดียว หรือแตกต่างกันหรือไม่
คนเคารพกฎหมายเสียเปรียบ
ผู้สื่อข่าวถามว่า พรรคประชาธิปัตย์กังวลเกี่ยวกับประเด็นบริษัทผีที่รับงานผลิตป้ายโฆษณา ของพรรคหรือไม่ นายชวนกล่าวว่า เป็นเพียงข่าว อยากขอร้องว่าการเสนอข่าวอย่าใช้แหล่งข่าว ควรเสนอว่าใครพูด ไม่เช่นนั้นจะเข้าใจว่าเขียนกันเอง และอยากขอร้องเพราะขณะนี้มีแรงกดดัน หากศาลตัดสินว่า พรรคประชาธิปัตย์ไม่ทำผิดก็จะกล่าวหาว่าสองมาตรฐาน ตุลาการเข้าข้าง ขอยืนยันว่าใครทำผิดต้องรับผิด อย่าใช้กระแสกดดัน หลังๆ มีแรงกดดันมาก ใครที่ออกนอกกติกาต้องโดนลงโทษ แต่ขณะนี้คนที่เคารพกฎหมายกลับเสียเปรียบ แต่คนที่ละเมิดกฎหมายได้เปรียบเสมอ
เมื่อถามว่านายวสันต์ สร้อยพิสุทธิ์ ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ จะขอถอนตัวจากการพิจารณาคดี 258 ล้านบาท นายชวนกล่าวว่า ไม่ทราบ แต่สาเหตุในการถอนตัวคดี 29 ล้านบาท มาจากข้อกล่าวหาที่ว่านายวสันต์ไปพบกับนายทศพล เพ็งส้ม ส.ส.นนทบุรี หนึ่งในทีมกฎหมายพรรค ซึ่งไม่เป็นความจริง สิ่งนี้เป็นวิธีหนึ่งในการกดดัน ถ้าตั้งเป้าให้นายวสันต์ถอนตัว ก็ถือว่าได้ผลตามเป้าหมาย ทั้งนี้ ปัญหาเรื่องแรงกดดันต่างๆ ที่เกิดขึ้น อยากให้รัฐบาลดูแลสถาบันและองค์กรต่างๆ
ด้านนายสุเทพ เลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีนายวสันต์ สร้อยพิสุทธิ์ หนึ่งในคณะตุลาการขอถอนตัว ว่า ต้องไม่เป็นกังวลเกินเหตุและต้องไม่กลัว แต่การต่อสู้คดีนี้จะต้องเป็นไปตามความจริง ดำเนินการทุกอย่างให้ถูกต้องโปร่งใสตามกฎหมาย ขออย่ากลัวอำนาจที่อยู่นอกกฎหมาย ส่วนจะมีมาตรการดูแลความปลอดภัยองค์คณะผู้พิพากษาคดียุบพรรคอย่างไรนั้น รัฐ บาลดูแลตามปกติ
ไม่ร่วมเก็บหีบบัตรในรถผู้ต้องขัง
นายสมัย เจริญช่าง ส.ส.กทม.พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะผอ.เลือกตั้งซ่อม เขต 6 แถลงว่า ตั้งแต่วันแรกที่เปิดรับสมัครมีการข่มขู่คุกคามประทุษร้ายนายพนิช ผู้สมัครของพรรค โดยกลุ่มบุคคลเข้ามาทุบรถตำรวจที่นายพนิชนั่ง ขณะที่จะออกแห่หาเสียงก็มีโทรศัพท์ข่มขู่ ด่าด้วยคำหยาบคาย รวมถึงทำลายป้ายหาเสียงตามถนนสายหลักต่างๆ ทั้งเขตบึงกุ่ม คันนายาว หนองจอก
นายสมัยกล่าวอีกว่า ตนได้รับหนังสือจากผอ.กต.กทม. เพื่อเชิญเข้าร่วมหารือกรณีผอ.การเลือกตั้งพรรคเพื่อไทย ขอให้จัดเก็บหีบบัตรเลือกตั้งคะแนนล่วงหน้าไว้ในรถควบคุมผู้ต้องขังของตำรวจและให้จอดหน้าสถานีตำรวจ 4 แห่ง ในเขตเลือกตั้งที่ 6 เพื่อไม่ให้มีข้อเคลือบแคลงสงสัยใดๆ และเป็นไปอย่างสุจริตโปร่งใส ข้อเสนอดังกล่าวแสดงให้เห็นว่าพรรคเพื่อไทยไม่ไว้วางใจกกต. แต่พรรคเชื่อว่า กกต.จะรักษาความเที่ยงธรรมได้ ดังนั้นพรรคจะไม่ร่วมประ ชุมเพื่อหารือในกรณีนี้ และวิธีปฏิบัติก็ไม่เคยปรากฏเช่นนี้มาก่อน จึงขอให้กกต.ตัดสินใจโดยอิสระมีหลักของตัวเอง
อ้างทุ่มซื้อเสียงหัวละ 500
นายสมัยกล่าวถึงช่วงโค้งสุดท้ายว่า ขอเรียก ร้องกกต.จับตาอย่างเข้มงวด เพราะได้รับแจ้งว่ามีการเคลื่อนไหวในชุมชนต่างๆ บริเวณหมู่บ้านเอื้ออาทรและการเคหะ มีบางคนบางกลุ่มชักชวนประชาชนทำผิดกฎหมายเลือกตั้ง ซื้อเสียงจ่ายเงินหัวละ 500 บาท หรือนำเงินให้ประธานชุม ชน 10,000 บาท เพื่อแจกลูกบ้าน เป็นข้อมูลเชื่อ ถือได้จึงขอให้กกต. หน่วยงานรัฐ และสื่อมวล ชนลงพื้นที่สอบถามประชาชน
ผู้สื่อข่าวถามว่าพรรคเพื่อไทยอ้างว่าเสียเปรียบ ประชาธิปัตย์ เพราะมีการประกาศพ.ร.ก.ฉุกเฉินในเขตเลือกตั้ง นายสมัยกล่าวว่า ที่ผ่านมาไม่มีปัญหา พรรคเพื่อไทยยังมีพฤติกรรมปกติ ปรา ศรัยโจมตีทุกวัน ปลุกระดม เหมือนวอร์มก่อนเดินสายต่างจังหวัดโดยใช้เขต 6 กทม. เป็นเขตทดลอง ซึ่งศอฉ.ไม่ได้จับกุมหรือกลั่นแกล้งแต่อย่างใด
"มาร์ค"ปาฐกถาปรองดอง-ปฏิรูป
วันเดียวกันที่สำนักงานใหญ่ธนาคารไทยพาณิชย์ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เป็นประธานเปิดงานสัมมนางาน Thailand lnvestment Environment Looking Forward 2553 โดยกล่าวตอนหนึ่งว่า การพัฒนาเศรษฐกิจขึ้นกับเสถียร ภาพทางการเมือง ดังนั้น การก้าวย่างไปข้างหน้า กระบวนการปรองดองและปฏิรูปประเทศต้องมี โดยส่งเสริมทุกคนมีส่วนร่วม และจะดำเนินการอย่างนี้ต่อไป พร้อมรับทุกข้อเสนอแนะ และจะเป็นการปฏิรูปที่มองเห็นประโยชน์ส่วนรวมมากกว่าส่วนบุคคล รัฐบาลจะไม่แทรกแซงคณะกรรมการที่เกี่ยวข้องกับปฏิรูปประเทศ
จากนั้นนายอภิสิทธิ์ให้สัมภาษณ์ว่า มีโอกาสพูดคุยกับนายชวน ท่านขอให้นายบัญญัติเข้ามาทำงานร่วมกับคณะทำงานฝ่ายกฎหมายคดียุบพรรค นอกจากนั้นยังมีนายสุทัศน์ เงินหมื่น เข้ามาช่วยทำงานด้วย
หัวเราะ"อ๋อย"แฉ 2 มาตรฐาน
ผู้สื่อข่าวถามว่านายจาตุรนต์ ฉายแสง อดีตรักษาการหัวหน้าพรรคไทยรักไทย ระบุว่าถ้าไม่ยุบพรรคประชาธิปัตย์แสดงว่าดำเนินการแบบ 2 มาตรฐาน นายอภิสิทธิ์หัวเราะ ก่อนกล่าวว่า นายจาตุรนต์น่าจะทราบว่าอะไรเป็น 2 มาตร ฐานหรือไม่ มันต้องเป็นพฤติกรรมเดียวกันก่อนถึงจะเปรียบเทียบกันได้ ที่พูดว่าคนหนึ่งขึ้นศาลอีกคนหนึ่งก็ขึ้นศาลแล้วต้องตัดสินเหมือนกัน และเป็น 2 มาตรฐานนั้นคงไม่ใช่ มาตรฐานทั้ง หมดอยู่ที่ว่ามีพฤติกรรมเดียวกัน ตัดสินเหมือนกันหรือไม่ เท่าที่ทราบยังไม่มีข้อกล่าวหาพรรคไหนที่มาเกี่ยวข้องกับข้อกล่าวหาพรรคใน 2 คดีนี้ ทั้งหมดยืนยันว่าศาลรัฐธรรมนูญต้องตัดสินตามข้อเท็จจริงในคดีและข้อกฎหมาย แต่นายจาตุรนต์พูดเรื่อง 2 มาตรฐาน ไม่ทราบว่าเอาอะไรเป็นตัวอ้างอิงเทียบเคียง
"แต่ถ้าสมมติว่าพรรคถูกยุบ ผมก็ไม่ไปเรียกร้องให้ยุบพรรคอื่นเพื่อจะได้เสมอภาคกัน มันไม่มีเหตุผลถ้าพรรคนั้นไม่ได้กระทำผิด แต่ถ้าพรรคไหนกระทำผิดก็ควรถูกยุบเท่านั้นเอง จุดยืนมีอยู่แค่นี้เราอย่าสับสน" นายอภิสิทธิ์กล่าว
คิวเดินสายพบสื่อเครือมติชน
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันที่ 16 ก.ค.นายกฯ จะนำคณะมาพบปะพูดคุยกับสื่อมวลชนเครือมติชน โดยคณะของนายกฯ ประกอบด้วย นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ รมต.ประจำสำนักนายกฯ กำกับดูแลสื่อของรัฐ นายอภิรักษ์ โกษะโยธิน ที่ปรึก ษานายกฯ นายปณิธาน วัฒนายากร รองเลขาธิ การนายกฯ ปฏิบัติหน้าที่โฆษกประจำสำนักนายกฯ นายศิริโชค โสภา ส.ส.สงขลา เป็นต้น
"องอาจ"ยกเครื่องกรมประชาฯ
ด้านนายองอาจ คล้ามไพบูลย์ ให้สัมภาษณ์ว่า ได้ให้นโยบายกรมประชาสัมพันธ์และช่อง 11 ไปดำเนินการเรื่องเปิดกว้างสื่อของรัฐ อธิบดีกรมประชาสัมพันธ์ดำเนินการคืบหน้าไปมาก เช่น จัดรูปแบบรายการ เปิดให้วิปทั้ง 2 ฝ่ายแสดงความเห็นสัปดาห์ละ 1 ครั้ง เปิดเวทีฝ่ายต่างๆของสังคมแสดงความเห็นต่อปัญหาเพิ่มมากขึ้น หรือบางครั้งอาจนำ 2 ฝ่ายที่เห็นไม่ตรงกันมาอยู่ในเวลาเดียวกัน พูดคุยกัน ไม่น่าเกินสิ้นเดือนนี้หรือต้นเดือนหน้าคงเริ่มรายการต่างๆ ได้ กรณีนายกฯ ระบุว่าจะให้เวลาผู้นำฝ่ายค้านชี้แจงผ่านสถานีโทรทัศน์ได้นั้น ยินดีดำเนินการตามนโยบายนายกฯ แต่ขณะนี้ยังไม่มีผู้นำฝ่ายค้าน การส่งตัวผู้แทนผู้นำฝ่ายค้านคงไม่ได้ ส่วนกลุ่มเสื้อแดงจะขอใช้เวลาได้หรือไม่นั้นคงไม่ลงรายละเอียด แต่เมื่อมีนโยบายก็ให้เจ้าหน้าที่ไปทำ งาน ไม่อย่างนั้นตนจะกลายเป็นหัวหน้ารายการสถานีโทรทัศน์ อย่างไรก็ตาม รายการโทรทัศน์ปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลาตามสถานการณ์ความเหมาะสม โดยเฉพาะช่อง 11 เปลี่ยน 3 เดือน 6 เดือน ส่วนจะกระทบเจ้าของเวลาเดิมหรือไม่นั้นเป็นเรื่องธรรมดา ต้องสลับการทำรายการอยู่แล้ว
"ตาล"เผยผลเนชั่นแนลโพล
ขณะที่นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย รมต.ประ จำสำนักนายกฯ ให้สัมภาษณ์ว่า สำนักงานสถิติแห่งชาติส่งผลสำรวจความคิดเห็นของประชาชน (เนชั่นแนลโพล) มาแล้ว โดยสำรวจความคิดเห็นจากประชาชนทั่วประเทศ 100,920 ตัวอย่าง จาก 12 กลุ่มอาชีพ ระหว่างวันที่ 16-24 มิ.ย. ได้สำรวจความคิดเห็นประชาชนในลักษณะความเดือดร้อนและความต้องการด้วยการตอบคำสัมภาษณ์ ไม่ใช่ตอบแบบสอบถาม พบประชา ชนส่วนใหญ่คิดว่าตัวเองยากจนลง ถามถึงความต้องการให้รัฐบาลดำเนินการเพื่อแก้ปัญหา อันดับหนึ่งคือ ควบคุมราคาสินค้าที่จำเป็น รองลงมาคือ ดูแลมาตรการครองชีพและสวัสดิการด้านการครองชีพ ซึ่งตรงกับข้อมูลที่รัฐบาลได้จากโครงการ 6 วัน 63 ล้านความคิด ร่วมเดินหน้าปฏิรูปประเทศไทย
รมต.ประจำสำนักนายกฯ กล่าวอีกว่า ส่วนปัญหาความเดือดร้อนที่ต้องการให้รัฐบาลแก้ไขอันดับหนึ่งคือ สวัสดิการรักษาพยาบาล ปัญหายาเสพติดและปลุกจิตสำนึกคุณธรรมจริยธรรมนักการเมือง ผลสำรวจยังระบุว่าประชาชนรับรู้นโยบายรัฐบาลเกี่ยวกับเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุกว่า 90% รองลงมาคือ เบี้ยยังชีพคนพิการ หลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า เรียนฟรี 15 ปี กองทุนกู้ยืมเพื่อการศึกษา สำหรับความทุกข์ที่เกิดและอยากบอกกับรัฐบาล อันดับหนึ่งคือ ปัญหาราคาสินค้าการเกษตรที่ต้นทุนสูงขึ้น รองลงมาคือ ปัญหา ความขัดแย้งและการสร้างความสามัคคีปรองดองในสังคมและการแก้ไขปัญหาหนี้สิน
นายสาทิตย์กล่าวต่อว่า จะสรุปข้อมูลส่งคณะกรรมการชุดต่างๆ ทั้งคณะกรรมการปฏิรูปประ เทศ คณะกรรมการสมัชชาปฏิรูป คณะกรรมการพิจารณาแนวทางการแก้ไขรัฐธรรมนูญ รวมทั้งที่ประชุมครม. คาดว่าข้อมูลเหล่านี้จะเป็นประ โยชน์ในการจัดทำพิมพ์เขียวเพื่อปฏิรูปประเทศไทยช่วงต้นปี 2554
ไม่รู้ความคิดใครจัดทำบุญบ่อยๆ
ผู้สื่อข่าวถามว่ากรรมการบริหารพรรคพูดคุยกันเรื่องที่คณะกรรมการป.ป.ช.เตรียมวินิจฉัยเรื่องการส่งเอสเอ็มเอสของนายกฯ และ รมว. คลังหรือไม่ นายสาทิตย์กล่าวว่า ไม่มีเรื่องนี้ แค่เพียงปรารภขึ้นก่อนประชุมว่าทราบว่าจะมีการพิจารณา แต่ไม่ทราบว่าคณะกรรมการป.ป.ช. ซึ่งจะพิจารณาหลายเรื่องจะยกเรื่องนี้ขึ้นมาพิจารณาหรือไม่ ไม่ได้แสดงความวิตกกังวลอะไร เพราะมั่นใจในข้อเท็จจริงว่าไม่ได้ดำเนินการอย่างที่มีการกล่าวหา ไม่มีปัจจัยใดที่จะมากดดัน หรือสร้างความวิตกกังวลแล้วไปกระทบต่อการทำงานในฐานะพรรคการเมืองหรือรัฐบาลเลย พรรคประชาธิปัตย์เป็นแกนนำรัฐบาลย่อมเป็นที่สนใจของคนทั่วไป ข่าวลือหรือการพูดกันปากต่อปากว่าตั้งพรรคใหม่เกิดขึ้นได้เสมอ ก็วิจารณ์กันไป แต่ข้อเท็จจริงในพรรคไม่มีการพูดเรื่องเหล่านี้เลย
เมื่อถามว่าช่วงนี้ถือเป็นช่วงมรสุมของพรรคหรือไม่เพราะมีหลายเรื่องหลายคดีรุมเร้า นายสาทิตย์กล่าวว่า เป็นเรื่องปกติ พรรคตั้งมา 60 กว่าปี ผ่านมรสุมหลายลูก เมื่อไม่กี่ปีมานี้มีคดียุบพรรคครั้งที่ 1 ก็มีข่าวทำนองเดียวกัน สุดท้ายเมื่อตัดสินออกมาว่าไม่ยุบเรื่องก็จบไป ผู้สื่อข่าวถามย้ำว่าแสดงว่าพรรคมั่นใจระดับหนึ่งว่าพรรคจะอยู่รอดต่อไปได้ นายสาทิตย์กล่าวว่า มั่นใจในข้อเท็จจริงที่ทำลงไปว่าไม่ผิด แต่ต้องเคารพศาล พรรคโชคดีตรงที่ว่ามีบุคลากรหลายฝ่ายแบ่งงานกันทำได้ เมื่อถามว่าระยะนี้พรรคประชาธิปัตย์จัดทำบุญบ่อยครั้ง นายสาทิตย์กล่าวว่า ไม่ทราบจริงๆ ว่าเป็นความคิดใคร ได้รับข้อความให้ไปร่วมทำบุญตนก็ไป แต่คำถามมีประเด็นข้อเดียวว่าทำบุญเป็นเรื่องดีหรือเปล่า ถ้าดีก็ทำไป
"กรณ์"มั่นใจไม่ผิด"เอสเอ็มเอส"
ส่วนนายกรณ์ จาติกวณิช รมว.คลัง ให้สัม ภาษณ์กรณีคณะกรรมการป.ป.ช.จะชี้มูลกรณีส่งเอสเอ็มเอสของนายกฯ และนายกรณ์ว่า เข้าใจว่าวันนี้อาจไม่ใช่วันชี้มูลว่าผิดหรือไม่ แต่เป็นการตรวจสอบดูว่ามีมูลเพียงพอจะสอบสวนต่อหรือไม่ เรื่องนี้ตนมั่นใจในสิ่งที่ทำว่าไม่ได้ขัดต่อกฎหมายใด และไม่ได้มีผลประโยชน์ใดๆ ไม่ว่าจะเป็นของตนหรือนายกฯ แต่ทำเพื่อสาธารณะประโยชน์
เมื่อถามว่าผู้ร้องระบุว่าเข้าข่ายรับผลประโยชน์ เกิน 3,000 บาท เพราะการส่งข้อความกว่า 17 ล้านเลขหมายโดยไม่ได้เสียค่าใช้จ่าย นายกรณ์กล่าวว่า ตนไม่ได้รับอะไร เพราะส่งข้อความเพื่อสาธารณประโยชน์ ขอให้ประชาชนให้ความร่วมมือเพื่อขับเคลื่อนประเทศชาติไปข้างหน้า มีความสามัคคี ดังนั้น ข้อความดังกล่าวจึงไม่ได้เป็นประโยชน์ส่วนตัว และเป็นการปฏิบัติหน้าที่ในฐานะฝ่ายบริหารที่เพิ่งเข้ามารับตำแหน่งในการสื่อสารกับประชาชน และบริษัทสื่อสารภาคเอกชนเห็นว่าน่าจะเป็นประโยชน์ต่อสาธารณะจึงพร้อมให้บริการ ทั้งนี้ ตนพร้อมชี้แจงต่อป.ป.ช. เบื้องต้นป.ป.ช.ขอข้อมูลและตนส่งเป็นเอกสารไปแล้ว แต่หากป.ป.ช.รับจะสอบต่อ ตนก็ไม่จำเป็นต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่
ป.ป.ช.เลื่อนพิจารณาไป 16 ก.ค.
รายงานข่าวจากสำนักงานป.ป.ช.เปิดเผยว่า จากที่มีข่าวว่าที่ประชุมใหญ่ป.ป.ช.วันที่ 15 ก.ค. จะพิจารณาสำนวนคดีถอดถอนนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกฯ นายกรณ์ จาติกวณิช รมว.คลัง กรณีขอให้บริษัทผู้ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ 3 ราย ส่งเอสเอ็มเอสไปยังประชาชน 17.2 ล้านหมายเลข โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆ อันอาจเข้าข่ายความผิดตามกฎหมายป.ป.ช. มาตรา 103 ที่ห้ามมิให้เจ้าหน้าที่รัฐรับทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดมูลค่าเกิน 3,000 บาท พร้อมกับคดีถอดถอนรมต.อื่นๆ รวม 5 ประเด็น ล่าสุดสำนัก งานป.ป.ช.แจ้งว่า ต้องเลื่อนการพิจารณาเรื่องดังกล่าวเป็นวันที่ 16 ก.ค. เวลา 09.00 น. เนื่องจากที่ประชุมป.ป.ช.ต้องพิจารณาสำนวนคดีหลายเรื่อง อีกทั้งสำนวนคดีเอสเอ็มเอสมีเอกสารต้องพิจารณาประกอบจำนวนมาก ทั้งนี้ กรณีการส่งเอสเอ็มเอสของนายอภิสิทธิ์และนายกรณ์นั้น การประชุมคณะกรรมการป.ป.ช.ชุดใหญ่ในวันที่ 16 ก.ค. เป็นขั้นตอนพิจารณาข้อสรุปของคณะอนุกรรมการป.ป.ช.ที่รับผิดชอบคดีนี้ ว่าป.ป.ช. ชุดใหญ่จะรับคดีไว้สอบสวนต่อไปหรือไม่ ยังไม่ใช่ขั้นตอนตัดสินชี้ถูกหรือผิด
อนุฯชงชุดใหญ่แถลงยกคำร้อง
รายงานข่าวเปิดเผยด้วยว่า คณะอนุกรรมการคดีดังกล่าวมีนายกล้านรงค์ จันทิก กรรมการ ป.ป.ช.เป็นประธาน และมีกรรมการป.ป.ช.ทั้ง หมดร่วมเป็นอนุกรรมการ ได้สรุปสำนวนเสนอที่ประชุมใหญ่ป.ป.ช. ซึ่งประเด็นส่วนใหญ่ได้ข้อยุติสมบูรณ์ โดยเสนอให้ยกคำร้องนายอภิสิทธิ์ และนายกรณ์ เนื่องจากเห็นว่าการกระทำของบุค คลทั้งสองไม่เข้าข่ายจงใจใช้อำนาจขัดต่อรัฐธรรม นูญ ซึ่งในที่ประชุมป.ป.ช.วันเดียวกันนี้ หลังจากคณะกรรมการป.ป.ช.พิจารณาประเด็นดังกล่าวนานหลายช.ม. โดยหารือและถกประเด็นที่เกี่ยว ข้องมากถึง 15 ประเด็น ที่ประชุมป.ป.ช.ชุดใหญ่มีมติให้ยกคำร้องกรณีดังกล่าวตามที่คณะอนุกรรม การเสนอมา และเตรียมแถลงอย่างเป็นทางการในวันที่ 16 ก.ค.
นายอภินันทน์ อิศรางกูร ณ อยุธยา เลขา ธิการป.ป.ช.กล่าวว่า ที่ประชุมป.ป.ช.มีมติเลื่อนแถลงข่าวออกไปเป็นวันที่ 16 ก.ค. เวลา 10.00 น. ที่สำนักงานป.ป.ช. ถ.พิษณุโลก เนื่องจากที่ประ ชุมคณะกรรมการป.ป.ช.ชุดใหญ่วันที่ 15 ก.ค.มีวาระสำคัญจำนวนมากเข้าสู่การพิจารณาของที่ประชุม ทำให้ไม่สามารถแถลงข่าวได้ทัน จึงขอเลื่อนแถลงเป็นวันที่ 16 ก.ค. ซึ่งจะแถลงผลงาน ของป.ป.ช.รอบ 6 เดือนด้วย
นายวิชัย วิวิตเสวี กรรมการป.ป.ช. กล่าวว่า คดีเอสเอ็มเอสนายกฯ ได้ข้อสรุประดับหนึ่ง ถือ ว่าคืบหน้ามาก แต่มีบางประเด็นที่ยังได้ข้อสรุปไม่สะเด็ดน้ำ การแถลงข่าววันที่ 16 ก.ค.จะได้ข้อสรุปว่าจะมีผลลัพธ์ออกมาอย่างไร
ผู้สื่อข่าวถามว่าแสดงว่าการแถลงข่าววันที่ 16 ก.ค.จะยังไม่ได้ข้อสรุปคดีเอสเอ็มเอสใช่หรือไม่ นายวิชัยกล่าวว่า อย่าเพิ่งสิ้นหวังขนาดนั้น
กกต.ถกเก็บหีบเลือกตั้งล่วงหน้า
เมื่อเวลา 14.00 น. ที่สำนักงานกกต.ประจำกทม. กกต.กทม.เขต 6 ประชุมเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเพื่อหาข้อยุติกรณีนายวิชาญ มีนชัยนันท์ ผอ.การเลือกตั้ง เขต 6 พรรคเพื่อไทย ยื่นหนังสือขอให้กกต.ทบทวนและเปลี่ยนสถานที่จัดเก็บหีบบัตรเลือกตั้งล่วงหน้า จากสำนักงานเขตทั้ง 4 เขต ไปไว้ในห้องขังของสถานีตำรวจในเขตเลือกตั้ง หรือเก็บไว้ในรถควบคุมผู้ต้องขังแล้วนำไปจอดไว้หน้าสถานีตำรวจ
นายวิชาญชี้แจงว่า เพื่อความสบายใจของทุกฝ่าย เพราะก่อนหน้านี้มีการนำไปเก็บไว้ในห้องผอ.เขต หรือห้องเก็บของที่มีลักษณะทึบ ไม่สามารถสังเกตการณ์หรือเฝ้าระวังได้ ซึ่งอาจไม่โปร่งใส แต่หากนำมาเก็บไว้ในห้องขังซึ่งเป็นลูก กรงจะดูแลง่าย ขณะที่กกต.กทม.และเจ้าหน้าที่ยืนยันถึงการจัดเตรียมสถานที่เก็บหีบบัตรเลือกตั้งล่วงหน้าที่สำนักงานเขตว่า จัดเตรียมไว้เป็นอย่างดี บางสำนักงานเขตเตรียมห้องกระจก สามารถมองเห็นได้ตลอด บางเขตจัดสถานที่ที่โล่ง มีรั้วกันและแหคลุม มีตำรวจและเทศกิจคอยดูแล ติดตั้งกล้องซีซีทีวีบันทึกภาพตลอด 24 ช.ม. เบื้องต้นได้จัดสรรงบประมาณและดำเนินการไปแล้ว ขอให้มั่นใจว่าโปร่งใส หากไม่มั่น ใจก็ให้ส่งตัวแทนมาเฝ้าดูแลได้ตลอดเวลา
ภายหลังทำความเข้าใจแล้ว นายวิชาญยอม รับตามแผนที่กกต.และกทม.เตรียมไว้ แต่จะส่ง ตัวแทนผลัดเปลี่ยนไปเฝ้า โดยขอให้ย้ายสถานที่จากชั้นบนสำนักงานเขตมาอยู่ชั้นล่างเพื่อง่ายต่อการเฝ้าดูแล
เรือนจำไฟเขียว"ก่อแก้ว"อัดเทป
นายประเทือง โฉมงาม ผอ.กต.กทม. ชี้แจงกรณีนายวิชาญทำหนังสือถึงประธานกกต.ขออนุญาตให้นายก่อแก้ว พิกุลทอง ผู้สมัครพรรคเพื่อไทย บันทึกคำโฆษณาหาเสียงลงแผ่นซีดี ความยาว 3 นาที เพื่อนำไปออกอากาศในสื่อท้องถิ่นที่กกต.จัดไว้สำหรับผู้สมัครว่า ได้รับหนังสือจากอธิบดีกรมราชทัณฑ์ที่อนุญาตให้บัน ทึกเสียงนายก่อแก้วแล้ว แต่เนื้อหาต้องเป็นเพียงแนะนำตัวและนโยบายของพรรคเท่านั้น และต้องปฏิบัติตามพ.ร.ก.ฉุกเฉิน ไม่ขัดกับระเบียบกกต. รวมทั้งข้อบังคับกรมราชทัณฑ์ ว่าด้วยการสัมภาษณ์ผู้ต้องขังและถ่ายภาพ ภาพยนตร์ วีดิทัศน์ภายในเรือนจำ พ.ศ.2550
ด้านพล.ต.ต.สุเทพ รมยานนท์ ประธานกกต. กทม. กล่าวว่า กรณีดังกล่าวสืบเนื่องจากกฎ หมายกำหนดให้กกต.จัดสรรเวลาออกอากาศให้กับผู้สมัครอย่างเท่าเทียมกัน โดยจัดออกอากาศทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย ซึ่งกรณีนายก่อแก้วจะบันทึกเทปในเรือนจำ ซึ่งเรือนจำจะตรวจสอบในเรื่องพ.ร.ก.ฉุกเฉินว่ามีเนื้อหาขัดกับพ.ร.ก.หรือไม่ ส่วนกกต.จะตรวจสอบว่าส่วนใดขัดต่อพ.ร.บ.พรรคการเมืองและระเบียบกกต. เชื่อว่าสัปดาห์หน้าหากผู้สมัครดำเนินการเสร็จและส่งมา ทางกกต.จะนำออกอากาศได้ ทั้งนี้ พรรคเพื่อไทยสามารถนำเทปเสียงนายก่อแก้วดังกล่าวไปเปิดบนรถหาเสียงหรือเวทีปราศรัยได้ เพราะเป็นเทปที่ตรวจสอบแล้ว
สามสีระดมรมต.-ส.ส.ลงพื้นที่
เมื่อเวลา 18.00 น.พรรคประชาธิปัตย์ตั้งเวทีปราศรัยช่วยนายพนิช ที่ตลาดปัฐวิกรณ์ ซอยนวมินทร์ 72 โดยมีนายไตรรงค์ สุวรรณคีรี รองนายกฯ นายกรณ์ จาติกวณิช รมว.คลัง นายชิน วรณ์ บุณยเกียรติ รมว.ศึกษาธิการ นายกษิต ภิ รมย์ รมว.ต่างประเทศ นายอภิรักษ์ โกษะโยธิน ที่ปรึกษานายกฯ และอดีตผู้ว่าฯ กทม. คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช อดีต รมว.วิทยาศาสตร์ฯ และส.ส.กว่า 50 คน และนางปราณี เงินยวง ภรรยานายทิวา อดีตส.ส.กทม. เขต 6 ร่วมเวทีปราศรัย โดยมีประชาชนหลายร้อยคน ส่วนใหญ่เป็นชาวมุสลิมร่วมฟังปราศรัย
นางปราณีขึ้นปราศรัยทั้งน้ำตา โดยกล่าวขอบคุณเจ้าของสถานที่ที่ให้ตั้งเวทีปราศรัย แม้วันนี้จะไม่มีนายทิวา แต่เชื่อว่ามองดูพวกเราอยู่ วันที่ 25 ก.ค.จะได้ช่วยกันทวงเก้าอี้กลับคืนมา
พท.ทำบุญส.ส.อีสานโหรงเหรง
วันเดียวกันเวลา 10.00 น. ที่ห้องประชุมชั้น 12 พรรคเพื่อไทย ส.ส.ภาคอีสานจัดพิธีทำบุญถวายภัตตาหารเพล และถวายเทียนพรรษาพระสงฆ์ 9 รูป โดยมีนายพายัพ ชินวัตร น้องชาย พ.ต.ท.ทักษิณ ในฐานะประธานภาคอีสานเป็นประธาน และยังถือโอกาสทำบุญวันคล้ายวันเกิดล่วงหน้าให้กับพ.ต.ท.ทักษิณวันที่ 26 ก.ค. นี้ด้วย แต่บรรยากาศเป็นไปอย่างเงียบเหงา มีส.ส. ภาคอีสานและว่าที่ผู้สมัครมาร่วมงานเพียง 50 คน
นายพายัพกล่าวว่า ช่วงนี้เป็นวาระสำคัญและเป็นนิมิตหมายที่ดี วันเกิดพ.ต.ท.ทักษิณตรงกับวันอาสาฬหบูชา ถือเป็นช่วงจังหวะที่ดี ดวงดี พวกเราตั้งใจให้บุญกุศลเหล่านี้ทำให้บ้านเมืองสงบร่มเย็น ให้คนไทยทุกคนรักชาติบ้านเมือง อยากให้บุญกุศลนี้ส่งถึงพ.ต.ท.ทักษิณด้วย
ผู้สื่อข่าวถามว่าผลกุศลครั้งนี้จะส่งผลถึง พ.ต.ท.ทักษิณให้กลับประเทศเร็วขึ้นหรือไม่ นายพายัพกล่าวว่า เรื่องนั้นไม่พูดถึงแต่เราตั้งใจจริง คนไทยรักชาติบ้านเมือง อยากกลับทุกเวลา อยู่ในบ้านเมืองของเรา การกลับเมืองไทยอยู่ในใจพ.ต.ท.ทักษิณเสมอ ถ้ากลับมาแล้วบ้านเมืองเป็นสุขก็สมควรกลับ เมื่อถามถึงข่าวส.ส.เพื่อไทยถูกทาบทามไปพรรคอื่น นายพายัพกล่าวว่า ใครจะทำอะไรก็ทำไป เรามั่นคง สามัคคี มีอุดมการณ์ไม่เปลี่ยนแปลง วันหนึ่งจะต้องมีคนหลั่งไหลเข้าร่วมอุดมการณ์กับเรา การเลือกตั้งครั้งหน้าหากมีการจัดการที่ดี จะได้ส.ส.อีสานไม่น้อยกว่าเดิม
เชียร์"มิ่งขวัญ"เปิดตัวชิงนายกฯ
จากนั้นนายพายัพกล่าวเปิดสัมมนาส.ส.และว่าที่ผู้สมัครส.ส.อีสานว่า ทราบความกดดันและสถานการณ์การเมืองต่างๆ เป็นอย่างดี จึงเป็นห่วงส.ส.มาก ยุคพ.ต.ท.ทักษิณ เราใช้เงิน สติปัญญา และกำลังความสามารถในการทำงาน เปรียบเสมือนการปลูกต้นไม้จนวันนี้ภาคอีสานเจริญรุ่งเรือง วันนี้เรากำลังเดือดร้อนเพราะถูกกดดันสารพัด ขาดน้ำ ขาดปุ๋ย จนต้นไม้ของเราไม่ออกดอกออกผล แต่มั่นใจว่าอะไรก็ตามไม่สามารถสู้ความจริงใจ ความสามัคคีได้ เรามีทิศทางและเป้าหมายชัดเจน วันนี้อีสานเป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญ วันใดอีสานชนะ อีสานเจริญ ประเทศก็จะเจริญ แต่ถ้าภาคอีสานล้มเหลว การแตกสลายก็จะเกิดขึ้น วันนี้ถ้าทิศทางของเราแม่น จะชนะทุกสิ่ง
นายประเกียรติ นาสิมา ส.ส.สัดส่วน พรรคเพื่อไทย กล่าวภายหลังสัมมนาว่า ถึงเวลาแล้วที่พรรคต้องเปิดตัวบุคคลที่จะเป็นนายกฯ คนต่อไปเสนอต่อสาธารณชน รองรับการเลือกตั้ง ซึ่งขณะนี้มีอยู่ 2 คน ที่เหมาะสม คือ พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ ประธานพรรค และนายมิ่งขวัญ แสงสุวรรณ์ ส.ส.สัดส่วน แต่นายมิ่งขวัญน่าจะเหมาะสมกว่า เพราะพล.อ.ชวลิตมีแผลเก่าติดค้างอยู่ ส่วนนายมิ่งขวัญดูเป็นคนสะอาด สามารถเชื่อมโยงระหว่างชนชั้นนักธุรกิจในเมืองและคนต่างจังหวัดได้ หากพรรคชัดเจนว่าชูใคร เท่ากับว่าเดินหน้าหาต้นทุนทางการเมือง ตอนนี้เหมือนเรามีต้นทุนแต่ไม่มีกระเป๋าเอามาใส่ การชูใครขึ้นมาให้ชัดเจน ทำให้การเข้าหาประชาชนชัดเจน หาเสียงก็บอกได้ชัดว่าสนับสนุนใคร แต่หากปล่อยอย่างนี้ต่อไปต้องถูกพรรคประชาธิปัตย์ค่อนขอดว่าเป็นพรรคไม่มีหัว ไม่มีท่า ดังนั้นความชัดเจนต้องเกิดให้เร็วที่สุด ส.ส.หลายคนในภาคอีสานก็เห็นตรงกัน เสียงที่สนับสนุนนายมิ่งขวัญมีมาก
ต้องปรับโครงสร้างให้ชัดเจน
นายประเกียรติกล่าวอีกว่า ยังต้องปรับโครงสร้างพรรคใหม่ให้เป็นรูปแบบเก่า คือคนเป็นหัวหน้าพรรคต้องเป็นนายกฯ ส.ส.ต้องเข้ามาเป็นกรรมการบริหารพรรค ถ้าบอกว่ากลัวการถูกยุบพรรคหรือตัดสิทธิ์กรรมการบริหาร เหมือนกับไม่รับผิดชอบ หากปรับโครงสร้างเช่นนี้ ทั้งพล.อ. ชวลิตและนายมิ่งขวัญ เมื่อได้รับเลือกจากที่ประชุมส.ส. ต้องพร้อมเป็นหัวหน้าพรรค ส่วนข้อเสนอของร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง ประธานส.ส. พรรค ที่ให้แยกส่วนการบริหารพรรค กับผู้ที่จะเป็นนายกฯ ออกจากกันนั้น จะทำให้เกิดปัญหา หากคนเป็นนายกฯ กับหัวหน้าพรรคเห็นไม่ตรงกันจะทำอย่างไร การบริหารงานก็มีจุดอ่อน เมื่อจะเป็นนายกฯ ต้องคุมเสียงส.ส. และเสียงของพรรคได้ด้วย รวมทั้งไม่อาจตอบคำถามสังคมได้ว่าใครเป็นผู้นำตัวจริงกันแน่ระหว่างหัวหน้าพรรค หรือผู้เสนอตัวเป็นนายกฯ ดังนั้นโครงสร้างนี้คงไม่ได้รับการยอมรับจากส.ส.เท่าที่ควร
"ส.ส.ทุกคนเห็นตรงกันว่าวันนี้ถึงเวลาแล้วที่จะปรับโครงสร้าง เสนอคนเป็นนายกฯ มาเป็นหัวหน้าพรรค เพื่อประชาสัมพันธ์กับประชาชนได้ว่าสนับสนุนใคร ผมเห็นว่านายมิ่งขวัญเหมาะสม เชื่อว่าส.ส.หลายคนเห็นตรงกันอย่างนี้" นายประเกียรติ กล่าว
จี้"เฉลิมพล"ถอนตัวตาม"วสันต์"
จากนั้นนายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย แถลงกรณีนายวสันต์ สร้อยพิสุทธิ์ ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ขอถอนตัวจากองค์คณะคดียุบพรรคประชาธิปัตย์กรณีเงินบริจาค 258 ล้านบาท เนื่องจากเป็นคู่กรณีฟ้องหมิ่นประมาทนายเกียรติอุดม เมนะสวัสดิ์ ผู้ร้องคดียุบพรรคประชาธิปัตย์ จากกรณีเงินกองทุนสนับสนุนพรรค การเมือง 29 ล้านบาท ว่า ถือเป็นเรื่องดี เป็นอิสระ และเป็นกลางของตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ และขอเรียกร้องนายเฉลิมพล เอกอุรุ ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ที่เคยถอนตัวจากองค์คณะพิจารณาคดี 29 ล้านบาท ให้ถอนตัวด้วย เพื่อเป็นบรรทัดฐานเดียวกัน เพราะนายเฉลิมพลมีนามสกุลเดียวกับส.ส.ประชาธิปัตย์
อีสานมุ้งใหญ่ไม่พอใจ"พายัพ"
รายงานข่าวจากพรรคเพื่อไทยเปิดเผยว่า เหตุที่ส.ส.อีสานมาร่วมทำบุญครั้งนี้บางตา เนื่องจากกลุ่มอีสานพัฒนา นำโดยนายปรีชา เร่งสมบูรณ์ สุข ส.ส.เลย นายไพจิต ศรีวรขาน ส.ส.นคร พนม รวมถึงกลุ่มขุนค้อนของนายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ไม่พอใจการทำหน้าที่ของนายพายัพในช่วงที่ผ่านมา ที่ดูแลส.ส.ไม่ทั่วถึง ทำให้ส.ส. อีสานกลุ่มดังกล่าวพยายามเรียกร้องให้ปรับโครง สร้างการบริหารภาคอีสาน รวมถึงปรับนายพายัพ ออกจากตำแหน่งประธานภาค
รายงานข่าวเปิดเผยอีกว่า ในการสัมมนาพรรคเมื่อไม่นานมานี้ นายมิ่งขวัญประเมินสถานการณ์ทางการเมืองให้ส.ส.อีสานฟัง ระบุว่า นายกฯ จะยุบสภาก่อนคดียุบพรรคจะสิ้นสุดลง คาดว่าประมาณเดือนส.ค.นี้ หลังจากพ.ร.บ.งบประมาณปี 2554 ผ่านวาระ 2 และ 3 และโยกย้ายนายทหารนายตำรวจและข้าราชการประจำปีเสร็จเรียบร้อยแล้ว โดยนายมิ่งขวัญขอให้ส.ส. หมั่นลงพื้นที่หาเสียงและประกาศนโยบายล่วงหน้า ส่วนตัวเลขส.ส.น่าจะได้ 250-270 เสียง นอกจากนี้ที่ประชุมยังประเมินว่าภาคอีสานจะได้ส.ส.ถึง 90% ภาคเหนือ 70% กทม.ได้เพิ่มเป็น 50% ภาคกลางและภาคตะวันออก 30% ส่วนภาคใต้เมื่อพล.อ.ชวลิตลงพื้นที่ จะได้ส.ส. อย่างน้อย 10%
รายงานข่าวแจ้งต่อว่า ระหว่างนั้นการสัมมนาเริ่มตึงเครียดขึ้น เมื่อนายไพจิตเสนอแกนนำพรรคปรับเปลี่ยนโครงสร้างกรรมการบริหารพรรค และกรรมการบริหารภาคอีสาน โดยให้ส.ส.เข้า ไปมีส่วนร่วมอย่างน้อยเกินกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวน กรรมการทั้งหมด ส่วนบุคคลที่จะดำรงตำแหน่งหัวหน้าพรรค และประธานภาคอีสาน ขอให้เป็นส.ส. หลังจากนายไพจิตพูดจบ ส.ส.อีสานที่นั่งอยู่ไม่มีใครทักท้วง นายมิ่งขวัญและนายพายัพที่นั่งเป็นประธานต่างระบุว่า จะนำข้อเสนอเข้าสู่การพิจารณาของผู้ใหญ่ในพรรคต่อไป
มิ่งจับมือน้องแม้วชิงหน.พท.
รายงานข่าวยังแจ้งอีกว่า ขณะนี้สถานการณ์ภาคอีสานของพรรคเพื่อไทยไม่เป็นเอกภาพในการบริหารและสายการบังคับบัญชา ไม่สามารถหาบุคคลที่มีความสามารถครอบคลุมพอที่จะเป็นผู้นำส.ส.อีสานทั้งหมดได้ จึงเริ่มปรับระบบใหม่โดยให้อดีตรมต.เข้ามาดูแลส.ส.ในอัตราส่วน อดีตรมต. 1 คนต่อส.ส. 10 คน การจัดแบ่งขึ้นกับความสมัครใจและความสนิทสนมส่วนตัวและศักยภาพของหัวหน้ากลุ่ม นอกจากนี้ยังได้เช็กยอดส.ส.ที่คาดว่าจะย้ายพรรคมีประมาณ 4-5 คน แต่พรรคยังเชื่อว่าหากจัดระบบให้ดี จะไม่มีใครย้ายออกไป เพราะเสี่ยงต่อการสอบตก
รายงานข่าวแจ้งด้วยว่า สำหรับตำแหน่งหัว หน้าพรรคที่จะเป็นนายกฯ หากชนะเลือกตั้งนั้น เป็นการแข่งขันระหว่างนายมิ่งขวัญกับร.ต.อ. เฉลิม ล่าสุดนายมิ่งขวัญจับมือกับนายพายัพสร้างฐานสนับสนุนจากส.ส. แต่ประเด็นสำคัญที่ส.ส. หลายรายคัดค้าน เพราะไม่พอใจบทบาทของนายมิ่งขวัญที่เมื่อพรรคเกิดแรงเสียดทานและการปะทะทางการเมือง เช่น กรณีการชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อแดง นายมิ่งขวัญไม่ออกมาร่วมต่อสู้ อีกทั้งความเห็นของส.ส.และแกนนำพรรคส่วนใหญ่มองว่าหากเลือกหัวหน้าจากคนในพรรคท่ามกลาง สภาพดังกล่าว จะสร้างแรงกระเพื่อมและความแตกแยกในพรรคมากขึ้น โดยได้สะท้อนความเห็นนี้ผ่านไปยังพ.ต.ท.ทักษิณบ่อยครั้ง ซึ่งมีความเห็นในทิศทางเดียวกันว่าควรเลือกบุคคลจากนอกพรรค คุณสมบัติสำคัญภาพลักษณ์ดี เชี่ยวชาญเรื่องเศรษฐกิจ
ทาบ"หม่อมอุ๋ย"แต่ติดเงื่อนไข
"ที่ผ่านมาพ.ต.ท.ทักษิณทาบทามม.ร.ว.ปรี ดิยาธร เทวกุล อดีตรมว.คลัง และอดีตผู้ว่าการธปท. บิดาของม.ล.ณัฏฐกรณ์ เทวกุล หรือปลื้ม นักวิเคราะห์ข่าว วอยซ์ทีวี ที่มีนายพานทองแท้ ชินวัตร บุตรชายพ.ต.ท.ทักษิณเป็นผู้บริหาร โดย ม.ร.ว.ปรีดิยาธรให้ความสนใจข้อเสนอ แต่ที่ยังตกลงกันไม่ได้คือเงื่อนไขที่ม.ร.ว.ปรีดิยาธรต้อง การความอิสระในการตัดสินใจและการทำงาน ขณะที่พ.ต.ท.ทักษิณหวั่นเกรงว่าท้ายที่สุดแล้วจะไม่สามารถควบคุมสถานการณ์ใดๆ ได้ เหมือนกรณีนายสมัคร สุนทรเวช อดีตนายกฯ" แหล่งข่าวระดับสูงของพรรคเพื่อไทยระบุ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การสัมมนาครั้งนี้แจกหนังสือ "ความจริงวันนั้น" รวบรวมเหตุการณ์สลายการชุมนุมให้กับส.ส.ทุกคน พร้อมซีดีบัน ทึกเหตุการณ์การกระชับพื้นที่ ยังแจกเอกสารสรุปจุดแข็ง-จุดอ่อนของพรรคเพื่อไทยและภาคอีสาน พร้อมข้อเสนอแนะและวิธีการแก้ปัญหา โดยภาคอีสานนั้นจุดแข็ง อาทิ เป็นภาคที่มีส.ส. มากที่สุด มีนปช.ที่เข้มแข็งมากที่สุด มีความนิยมในตัวพ.ต.ท.ทักษิณมากที่สุด แต่มีจุดอ่อนที่ภายในไม่มีเอกภาพ ไม่สามารถกำหนดทิศทาง คณะกรรมการบริหารภาคไม่สามารถประสานงาน กับกรรมการบริหารพรรคได้ รวมไปถึงผู้นำขาดประสบการณ์ทางการเมืองไม่เข้าใจยุทธศาสตร์การเมือง และงบประมาณในการดำเนินการในพื้นที่น้อยมาก-ไม่มีเลย
เอกสารยังระบุว่า ข้อเสนอแนะในการแก้ไขปัญหา ควรสร้างความเป็นเอกภาพในภาคอีสาน มีกรรมการบริหารงานภาคชัดเจน ไม่แก่งแย่งชิงดีชิงเด่น และความลับในที่ประชุมของพรรคอย่านำไปพูดข้างนอก รวมทั้งกำหนดให้มีรองประ ธานภาครับผิดชอบพื้นที่อีสานตอนบน อีสานตอนกลาง และอีสานตอนใต้ ในส่วนพรรคเพื่อไทยต้องปรับโครงสร้างการบริหารโดยด่วน มีหัว หน้าและเลขาธิการพรรคตัวจริง รวมทั้งสนับ สนุนงบฯให้เพียงพอเพื่อให้เป็นขวัญและกำลังใจกับส.ส. สร้างภาพลักษณ์พรรคใหม่ โดยจัด โครง สร้างการบริหารจัดการใหม่ให้ส.ส.เข้ามามีส่วนร่วมในการบริหารพรรคเน้นความเป็นพรรคของคนชั้นกลางและล่าง