สะพัด Citigroup ส่งกลิ่น! AIG ร่วงต่อ! (Citi Never Sleeps)

เรื่องการเมือง เชิญที่นี่เลยครับ
Forum rules
- ห้ามใช้คำพูดหยาบคาย
- ห้ามโพสกระทู้หรือข้อความที่ดูหมิ่นเสียดสีสถาบันพระมหากษัตริย์เป็นอันขาด

เชิญทุกท่านเข้าสู่บอร์ดใหม่ได้ที่ http://webboard.serithai.net ดูรายละเอียดเพิ่มเติมที่ viewtopic.php?f=2&t=44976 ครับ

Re: เลือดกระฉูดทั่วโลก Dow Futures -87 คืนนี้สยองต่อ

Postby 不能说的事实 » Thu Nov 20, 2008 9:55 pm

JFreak wrote:สวัสดีครับ ผมอยู่อเมริกามาสิบปีแล้ว สาเหตุที่ต้องมาอยู่ไกลบ้านก็เพราะพิษเศรษฐกิจปี 40

ผมผ่านวิกฤตการณ์ใหญ่ ๆ มาหลัก ๆ ก็พฤษภาทมิฬ เงินบาท ดอทคอมล้ม มาถึงงานนี้

ในอเมริกา ห้างใหญ่ ๆ เหมือนป่าช้า ไม่น่าเชื่อว่านี่ใกล้ช่วงวันขอบคุณพระเจ้า (Thanksgiving) ช่วงที่ชาวอเมริกันจะแห่กันออกมาจับจ่ายใช้สอย เพื่อนั่งพร้อมหน้าพร้อมตาทานข้าวเย็นกันมื้อใหญ่ และจะจับจ่ายหาของขวัญรอวันคริสต์มาส

ช่วงนี้ผมมักจะหาซื้ออุปกรณ์อิเลคโทรนิกส์ที่ลดราคามาล่อใจ แต่ปีนี้เงียบเหลือเกิน ราคาที่ลดลงมาก็ไม่จูงใจให้ผมซื้อ

ตลาดหุ้น หุ้นจำนวนมากอยู่ในช่วง Downtrend ซึ่งผมก็ยังคงเริงร่า เพราะ ยังมี gap ให้เล่น

สำหรับกรณี โอบามา ผมเชื่อลึก ๆ ว่า ทุกอย่างมันขึ้นกับจิตวิทยา ตอนนี้ทุกคนคิดเหมือนกันหมดว่า ภาวะถดถอย แต่เมื่อไหร่ก็ตามที่รัฐเขาทำให้คนตั้งสติได้ว่า เบื้องหน้ามีความหวัง ทุกอย่างจะกลับมา อาจไม่ใช่ชั่วข้ามคืน แต่ภาวะจะดีกว่านี้มาก


ก็ใช่อะดิครับ ปกติช่วงกันยายนของทุกปี บรรดากิจการที่ผลิตสินค้าส่งออก จะต้องยุ่งมากๆเพื่อเตรียมรับกับคริสต์มาส เกณฑ์คนมาทำโอที สั่งของเตรียมไว้ แต่ดันเงียบวังเวง แถมของที่สั่งมาราคาร่วงอีก 2 เด้ง กระแสเงินสดไม่เข้า มีแต่จ่ายกับจ่าย แบบนี้จึงไม่แปลกที่เราเห็นพวกโรงงานแถบสมุทรปราการ อยุธยา โคราช ทยอยเอาคนออก หรือไม่เจ้าของก็เผ่นกลับประเทศมัน

ผมเห็นด้วย และคิดว่า โอบาม่า จะต้องช่วยแหละ แต่ต้อง "เลือก" และจัดลำดับความสำคัญก่อนหลัง เวลานี้เป็นวิกฤติความเชื่อมั่น(จิตวิทยา)จริงๆ ตลาดหุ้นเป็นดัชนีอย่างดี fire sale กันทุกวันแบบนี้
เชิญท่านที่อยากสร้างอนาคตให้ลูกหลาน ห่างไกลจากความโหลยโท่ย ไร้ความยุติธรรม
ย้ายไปเิติบโตและได้รับโอกาสในสังคมที่มีความยุติธรรมอย่างแท้จริง ไปเว็บลิ้งค์นี้

CANADA | NEW ZEALAND | AUSTRALIA
User avatar
不能说的事实
 
Posts: 460
Joined: Tue Oct 14, 2008 8:45 am
Location: I'm gonna be where rule of law prevails

Re: เลือดกระฉูดทั่วโลก Dow Futures -87 คืนนี้สยองต่อ

Postby ดอกฟ้ากับหมาวัด » Thu Nov 20, 2008 10:06 pm

สิ่งหนึ่งที่สงสัยนะคะ....ทำไมคนไทยเราถึงตื่นตูม

และมีปฎิกิริยา...แบบที่เรียกว่าโอเวอร์รีแอค กับวิกฤติการณ์ ครั้งนี้ แบบพูดไม่ออก


อยากจะบอกว่า....ขอบคุณ..ที่เราไม่ไปบ้าเรื่องตราสารหนี้ CDO มากมายนัก

เปรียบเทียบเป็นเปอร์เซนต์ แบบเหมารวมทุกอย่าง เท่าที่หาข้อมูลมา ไม่เกิน 1.7 เปอร์เซนต์

ของการลงทุนในต่างประเทศ


หรืออาจจะน่า โชคดีที่คนไทย...ยังคอนสเวทีพ หรืออาจจะตามไม่ทันกับ ธุรกรรม

วานิชธุรกิจ ที่เมกาเลียนแบบแชร์ชม้อย


ที่สร้างมูลค่าเพิ่มที่จับต้องไม่ได้ เหมือนแชร์น้ำมัน ในสมัยนั้น
มวลมาร แม้นหมูหมา มองเมิน
จาบจ้วง คอยล่วงเกิน ดั่งไพร่
โดดเดียว ไร้ที่พัก พำนักใจ
หางด้วน ไร้ที่พัก พำนักพิง


User avatar
ดอกฟ้ากับหมาวัด
 
Posts: 1817
Joined: Mon Oct 13, 2008 2:56 pm

Re: เลือดกระฉูดทั่วโลก Dow Futures -87 คืนนี้สยองต่อ

Postby 不能说的事实 » Thu Nov 20, 2008 10:24 pm

ดอกฟ้ากับหมาวัด wrote:สิ่งหนึ่งที่สงสัยนะคะ....ทำไมคนไทยเราถึงตื่นตูม
และมีปฎิกิริยา...แบบที่เรียกว่าโอเวอร์รีแอค กับวิกฤติการณ์ ครั้งนี้ แบบพูดไม่ออก

ตรงนี้น่าจะเป็นการขายของต่างชาติแบบบ้าคลั่งในตลาดหุ้น มีคนจำนวนมากที่เงินติดอยู่ในตลาดหุ้น กองทุน ทองคำ ต่างๆ ถึงแม้ไทยจะถือว่าโดนผลกระทบแบบอ้อมๆก็ตาม

นอกจากนี้ก็เป็นกิจการส่งออกและที่เกี่ยวพันตามห่วงโซ่ แล้วก็กลุ่มอสังหาฯ ตรงนี้น่าเป็นห่วงนะครับ


อยากจะบอกว่า....ขอบคุณ..ที่เราไม่ไปบ้าเรื่องตราสารหนี้ CDO มากมายนัก
เปรียบเทียบเป็นเปอร์เซนต์ แบบเหมารวมทุกอย่าง เท่าที่หาข้อมูลมา ไม่เกิน 1.7 เปอร์เซนต์
ของการลงทุนในต่างประเทศ
หรืออาจจะน่า โชคดีที่คนไทย...ยังคอนสเวทีพ หรืออาจจะตามไม่ทันกับ ธุรกรรม
วานิชธุรกิจ ที่เมกาเลียนแบบแชร์ชม้อย
ที่สร้างมูลค่าเพิ่มที่จับต้องไม่ได้ เหมือนแชร์น้ำมัน ในสมัยนั้น

จะว่าไป อาจจะต้องขอบคุณวิกฤตการณ์การเมืองช่วง 3-4 ปีที่ผ่านมาด้วยก็ได้ ที่ทำให้คนชั้นกลาง คนที่ทำการค้า สถาบันทางการเงินมีความระมัดระวังตัวมากกว่าปกติ เลยไม่มีเวลาไปบ้า CDO CDS กับเขา กลายเป็นบุญไป ถ้าหากว่าไม่มีอะไรที่ทำให้คนกลัว ก็อาจจะมีการถลำลงไปผูกตัวเองกับอเมริกา แบบสิงคโปร์ ญี่ปุ่น เกาหลี ก็ได้

ผมจะยกตัวอย่างในแคนาดาเช่นกัน เมื่อ 10 ปีที่แล้ว นายกฯแคนาดา ปากเบี้ยวๆ ที่ชื่อ ฌอง เครตเชียน เป็นคนออกมาบล๊อกการควบรวมกิจการแบ๊งก์ เพื่อจะได้ไปรับความเสี่ยงออกตราสารหนี้ขายทำกำไรเยอะๆ แบบที่พวกนักวิชาการแคเนเดี้ยนนำเสนอ ซึ่งก็เห็นอเมริกาบูมเอาๆ นายเครตเชียนนี่ก็รับแต่เสียงก่นด่ามาตลอดว่าทำให้อุตสาหกรรมการเงินของแคนาดาล้าหลัง และอาจถูกอเมริกาซึ่งเก่งกว่าเข้ามาฮุบ แต่พอเกิดวิกฤติขึ้นมา สถาบันการเงินแคนาดากลายเป็นรอดหมด โดยไม่ได้ตั้งใจ นายเครตเชียน ซึ่งเวลานี้เกษียณไปแล้วกลายเป็นฮีโร่ที่ถูกเชิดชูไปโดยไม่ได้ตั้งใจ ตัวแกเองก็ออกมาอ้างความดีความชอบ ยิ้มร่า

เชิญท่านที่อยากสร้างอนาคตให้ลูกหลาน ห่างไกลจากความโหลยโท่ย ไร้ความยุติธรรม
ย้ายไปเิติบโตและได้รับโอกาสในสังคมที่มีความยุติธรรมอย่างแท้จริง ไปเว็บลิ้งค์นี้

CANADA | NEW ZEALAND | AUSTRALIA
User avatar
不能说的事实
 
Posts: 460
Joined: Tue Oct 14, 2008 8:45 am
Location: I'm gonna be where rule of law prevails

Re: เลือดกระฉูดทั่วโลก Dow Futures -87 คืนนี้สยองต่อ

Postby ดอกฟ้ากับหมาวัด » Thu Nov 20, 2008 10:57 pm

เมื่อก่อนการส่งออกของไทย ส่วนใหญ่ไปที่เมกา ถึง หกหรือเจ็ดสิบเปอร์เซนต์

ปัจจุบันเรามีทางเลือกหลายทาง เช่นตะวันออกกลาง หรือในเอเซีย แบ่งๆกันไปก็มากพอสมควร


แต่ถามว่าผลกระทบจะมีมากน้อยแค่ไหน ในวิกฤติครั้งนี้ เชื่อว่าไม่มีใครรู้

ตราบจนเมกา จะแถลงตัวเลข

หลังจากโอบาม่า สาบานตนเป็น ประธานาธิบดี...ใครจะมาอุ้มเผือกร้อนๆ ที่ตัวเองไม่ได้ก่อไฟ
มวลมาร แม้นหมูหมา มองเมิน
จาบจ้วง คอยล่วงเกิน ดั่งไพร่
โดดเดียว ไร้ที่พัก พำนักใจ
หางด้วน ไร้ที่พัก พำนักพิง


User avatar
ดอกฟ้ากับหมาวัด
 
Posts: 1817
Joined: Mon Oct 13, 2008 2:56 pm

Re: เลือดกระฉูดทั่วโลก Dow Futures -87 คืนนี้สยองต่อ

Postby JFreak » Thu Nov 20, 2008 11:56 pm

เอาประสบการณ์ผมล้วน ๆ นะครับ ไม่ต้องอ้างหลักวิชาการอะไร

พวกอนุพันธ์ หรือเล่นหุ้นแบบ Margin เวลาเศรษฐกิจพัง ไม่ใช่ตายแบบธรรมดา ตายแบบมีคนมากระทืบซ้ำทุกวัน

พวกคนเล่นหุ้นไอ้กันหลายคน รอบนี้หุ้นตกแล้วยังไม่เละเท่าพวกที่เล่น Option พวกนั้น ตายแบบว่า ตายถึงชาติหน้าอีกหลายชาติ

เวลาผมได้ยินคนเล่นหุ้นแล้วเรียกตัวเองว่านักลงทุน ผมคันหัวทุกที เพราะผมไม่เห็นว่าจะลงทุนตรงไหน แล้วถ้าเล่นหุ้นแบบลงทุน รับรองได้ว่า เจ๊งแน่ เพราะตลาดหุ้นคือ บ่อน ถ้าคุณคิดว่าลงทุน คุณจะเบาใจแล้วไม่ตามมัน ดังนั้นจงคิดว่ามันเป็นบ่อน ต้องตามมันทุกวัน มีกำไรก็ขาย อย่าอม กำไรน้อย ยังดีกว่า รู้งี้กูขายดีกว่า
"เทพเทือกต้องมาก่อน" วาระประชาชน วาระอภิสิทธิ์
User avatar
JFreak
 
Posts: 591
Joined: Mon Oct 13, 2008 1:04 am

Re: เลือดกระฉูดทั่วโลก Dow Futures -87 คืนนี้สยองต่อ

Postby ดอกฟ้ากับหมาวัด » Fri Nov 21, 2008 12:26 am

เรื่องการลงทุน...มีรายละเอียดยิบย่อย

สุดแล้วแต่มุมมอง...วันนี้เราชนะ...อาจจะแพ้ในวันหน้า


วันนี้เราแพ้แต่เรา..ไม่ยอมแพ้....เราก็อาจชนะ..เพราะชนะใจตนเอง


ประกอบธุรกิจ..ก็คือการลงทุน
มวลมาร แม้นหมูหมา มองเมิน
จาบจ้วง คอยล่วงเกิน ดั่งไพร่
โดดเดียว ไร้ที่พัก พำนักใจ
หางด้วน ไร้ที่พัก พำนักพิง


User avatar
ดอกฟ้ากับหมาวัด
 
Posts: 1817
Joined: Mon Oct 13, 2008 2:56 pm

Re: Citigroup เตรียมปลด 53000 คน ของจริงทยอยมาแล้ว~~~~

Postby sleepless » Fri Nov 21, 2008 6:57 am

so what? wrote:
เดี๋ยวหุ้นแตะ 300++ อีกเมื่อไหร่ ท่านนอนไม่หลับคงกลับมาอีกครับ :lol: :lol: :lol:


ไม่ได้เข้ามาอ่านหลายวัน อ่านมาถึงบรรทัดนี้ สะดุ้งเฮือก มิน่า ฮัดเช้ยตลอด :D
ตกลงท่าน so what เข้าไปเก็บของถูกแล้วยังครับ
"ลงทุน" งวดนี้แล้วอย่าลืมอธิษฐานให้มาเกิดใหม่อีกชาตินะครับ รอเก็บเกี่ยวทีเดียวชาติหน้าเลย ชาตินี้ยังไงๆ ก็ไม่ได้คืนแล้ว :D

ใครที่คิดว่าภาวะเงินฝืดเป็นเพียงทฤษฎีอยู่ในตำรา ก็เป็นโอกาสดีที่จะได้จำเหตุการณ์เอาไว้เล่าให้ลูกหลานฟังครับ
ปีนี้โชคดี ตอนต้นปีได้สอนลูกเรื่องเงินเฟ้อ พอตกปลายปีได้อธิบายเรื่องเงินฝืดอีก ปีเดียวได้นกสองตัวเลย :D

มาพูดถึงเรื่องความมั่งคั่งกันดีกว่า เพราะเป็นหัวข้อที่เราสนใจกันเป็นพิเศษ :D

ก่อนอื่นต้องบอกว่าอันนี้เป็นทฤษฏีส่วนตัวของผมเอง มั่วๆ มา อย่าเพิ่งหัวเราะนะครับ :D

เรื่องมันก็มีอยู่ว่า ความมั่งคั่งมันอาจเป็นสิ่งที่หลอกตาเราได้ หากเราคิดว่าเมื่อมีคนมั่งคั่งน้อยลง ก็จะต้องมีคนมั่งคั่งเพิ่มขึ้น

อันนี้อาจจะเป็นจริงในสมัยก่อนตอนที่เงินมันยังวิ่งไม่เร็วเท่าปัจจุบัน

ไม่กี่ปีมานี้ เงินมันวิ่งเร็วมากจนทุกคนรู้สึกว่ามั่งคั่งมากขึ้น ทั้งๆ ที่มันเกิดจากการที่เงินมันวิ่งจากคนนึงไปยังอีกคนนึงอย่างรวดเร็วต่างหาก เหมือนซีพียูที่ทำงานแบบ multi-task ทำให้ทุก task รู้สึกเหมือนกับว่ามีซีพียูเป็นของตนเอง มี 10 task ก็เหมือนมี 10 ซีพียู ทั้งๆ ที่มันมีเพียง 1 ซีพียูเท่านั้น

เช่นเดียวกัน เงินเราที่วิ่งไปหาคนอื่น เพียงไม่นานก็มีเงินคนอื่นวิ่งกลับมาหาเรา เราจึงดูเหมือนมั่งคั่งตลอดเวลา (นี่ยังไม่นับพวกที่ถือเอาลม/อากาศเป็นทรัพย์สินอีกนะ )

พอเงินมันหยุดวิ่ง ความมั่งคั่ง (แบบเสมือน - virtual wealth) ของทุกคนก็จะลดลงไปพร้อมๆ กัน (เงินเข้าน้อยลง มีแต่เงินออก)

หากเราเป็น 1 task ในระบบ เราอาจจะคิดว่ามันฝืนความรู้สึกที่ว่าอยู่ดีๆ เงินมันจะหายไปได้อย่างไร สสารไม่สูญหายไปจากโลก (กิเลสมันชอบหลอกเราอย่างนี้แหล่ะครับ) ดังนั้น ด้วยความโลภ เรา (กิเลสนั่นแหล่ะ) จึงมักจะคิดว่าเราจะเป็นผู้ที่มีจังหวะในการเก็บเกี่ยวความมั่งคั่งได้ดีกว่าคนอื่น ทั้งๆ ที่ทุกคนในโลกก็คิดแบบเดียวกับเรานี่แหล่ะ เราไม่ได้ฉลาดและรู้เหตุการณ์ล่วงหน้าได้มากกว่าคนอื่นเลย แต่เป็นเพราะกิเลสความอยากได้ มันจึงหลอกให้เราคิดว่าเราน่าจะทำกำไรจากวิกฤติได้ดีกว่าคนอื่น แต่หากเราหยุด และมองโลกอย่างที่มันเป็นจริงๆ เอาตัวเองออกมาเป็นผู้นั่งดูอยู่ข้างๆ เราก็จะเห็นว่าไม่มีคนที่กำไรและขาดทุน มีแต่คนโลภกับคนโลภ ซีพียูมันมีอยู่เพียงหนึ่งตัวแค่นั้น ไม่ได้มีอยู่ 10 ตัวอย่างที่เราคิด

อันนี้นอกจากโทษตัวเองแล้ว ยังต้องโทษพวกกูรูทางด้านการลงทุนทั้งหลายในปัจจุบันที่ชอบออกหนังสือประเภท "เอาเงินต่อเงิน", "ให้เงินทำงานแทนคุณ", "พ่อรวยสอนลูก", "รวยตั้งแต่อนุบาล" <--อันนี้ยังไม่ออก แต่คาดว่าจะออกเร็วๆ นี้ :D แถมเรายังมีผู้นำที่สร้างค่านิยมการเอากระดาษไปแลกเงินอีก

หนังสือและคำแนะนำของกูรูเหล่านี้เป็นการสร้างนิสัยเสียให้คนรุ่นใหม่ ทำให้เราคิดว่าเราสามารถมีความมั่งคั่งได้โดยไม่ต้องทำงาน เป็นการทำลายระบบเศรษฐกิจอย่างแท้จริง เพราะตราบใดที่เราไม่สร้างผลผลิต ซีพียูก็จะมีอยู่เพียงตัวเดียวเช่นเดิม มันจึงไม่ใช่ความมั่งคั่งอย่างแท้จริง

จะว่าผมมองโลกในแง่ร้ายหรือขัดลาภก็ตามใจนะครับ แค่ออกมาเตือนสติให้รู้ว่ากิเลสมันไม่เข้าใครออกใคร พระพุทธเจ้ายังต่อสู้แทบตายกว่าจะชนะมันได้ ปุถุชนอย่างเรา อย่าให้กระแสโลกมันลากไป ทวนกระแสบ้าง เราก็จะเห็นโลกได้ชัดขึ้น

ป.ล. ทฤษฏีความมั่งคั่งแบบเสมือนของผมอาจจะผิดก็ได้ ไม่ใช่นักเศรษฐศาสตร์ แต่ทำงานกับคอมพิวเตอร์มานาน เลยเห็นความมั่งคั่งไปในอีกมุมมองหนึ่ง ผิดถูกยังไง ลองวิจารณ์ได้ครับ :D
User avatar
sleepless
 
Posts: 605
Joined: Mon Oct 13, 2008 7:22 am

Re: "ญี่ปุ่น"ส่งออกทรุดรอบ 7 ปี (แล้วมันเกี่ยวกับ "ไทย" ยังไง?)

Postby 不能说的事实 » Fri Nov 21, 2008 8:22 am

ความเสียหายส่วนใหญ่ของญี่ปุ่นเกิดจากตลาดส่งออกรถยนต์ ซึ่งญี่ปุ่นก็มาลงทุนในไทยมาก ตามมาด้วยนักลงทุนจาก สิงคโปร์ ไต้หวัน ที่ตามญี่ปุ่นมาผลิตสินค้าเกี่ยวเนื่อง แล้วมันทำให้การใช้อสังหาฯในไทยบูมในช่วง 7 ปีที่ผ่านมา

ผมคิดว่า อย่าประมาทเป็นอันขาด เพราะวิกฤตินี้รูปแบบไม่เหมือนปี 40 ต้องดูข้อมูลจากฝ่ายไทยต่อไป

Japan's Exports Fell the Most in Almost Seven Years (Update3)

By Jason Clenfield

Nov. 20 (Bloomberg) -- Japan's exports declined at the fastest pace in almost seven years in October as the intensifying global financial crisis stifled sales of cars and electronics.

Exports, the main engine of Japan's economic growth in the past six years, fell 7.7 percent from a year earlier, the biggest drop since December 2001, the Finance Ministry said today in Tokyo. Economists surveyed by Bloomberg News predicted an 8 percent drop.

.......

Today's report showed the global financial crisis is hurting demand from the emerging markets that have propped up Japan's export growth as the U.S. and Europe falter. Exports to Asia fell 4 percent, the first decline in more than six years. Shipments to China fell for the first time in three years.

Shipments to Europe plunged 17.2 percent, the largest drop since December 2001, and demand from the U.S. dropped 19 percent.

.......

Imports climbed 7.4 percent, causing a trade deficit of 63.9 billion yen ($666 million), the third shortfall this year.

Automobile exports fell 15 percent, the ministry said.
เชิญท่านที่อยากสร้างอนาคตให้ลูกหลาน ห่างไกลจากความโหลยโท่ย ไร้ความยุติธรรม
ย้ายไปเิติบโตและได้รับโอกาสในสังคมที่มีความยุติธรรมอย่างแท้จริง ไปเว็บลิ้งค์นี้

CANADA | NEW ZEALAND | AUSTRALIA
User avatar
不能说的事实
 
Posts: 460
Joined: Tue Oct 14, 2008 8:45 am
Location: I'm gonna be where rule of law prevails

Re: "ญี่ปุ่น"ส่งออกทรุดรอบ 7 ปี (แล้วมันเกี่ยวกับ "ไทย" ยังไง?)

Postby Vargarv » Fri Nov 21, 2008 9:02 am

เหล็กก็เป็นสิ่งหนึ่งที่ ญี่ปุ่นภูมิใจครับ
เป็นจุดเด่น อันดับต้นๆ ที่ญี่ปุ่นมี (ตอนนี้เป็นรองก็แค่อินเดียครับ อินเดียเหล็ก อันดับหนึ่งของโลก)
อย่างเช่น FTA ไทยที่ทำกับญี่ปุ่น ก็คือเรื่องเหล็กน่ะคับ ของเค้าทั้งราคาไม่ต่างกับเราเท่าไหร่แล้วก็ดีมีคุณภาพด้วย
อย่างบริษัท เหล้กญี่ปุ่นที่เข้ามาในตลาดหลักทรัพย์ไทย ปรกติแข็งแกร่งมากราคายังร่วงกราวเลย MCS Steel
เวลาเจอพายุเศรษฐกิจอะไรต่างๆ ไม่เคยร่วง หรือแม้แต่ ระเบิดภาคใต้เราก็ไม่เคยหวั่นไหวว่าจะร่วง
ปัจจุบันไปแล้ว ไปแล้วกว่า 40% บริษัทนี้ฐานผลิตในเมืองไทยเป็นแหล่งผลิตให้กับอุตสาหกรรมในญี่ปุ่นเลยคับ

แต่ด้วยปัจจัยเหล็ก ตกต่ำ (ขนาดตกต่ำแล้ว รถยนต์ราคารถยังไม่ตกเลย)
เพราะ ตอนนี้การลงทนด้าน อุตสาหกรรมหนักก็ลดลง
การก่อสร้างลดลง เหล็กขนาดว่าราคาถูกแล้ว ยังขายไม่ออก

บ้าน และ รถ ยังแพงเท่าเดิม แต่บ้านยังมีการลดราคานะ ลด 1000000-2000000 ยังมีเลย (แฟนทำอสังหา)
แต่รถยนต์สิ ไม่เคยมีลด ราคามีแต่เพิ่ม ๆ ทั้งๆที่เป็นทรพย์สิน เสื่อมมูลค่าไม่เหมือนบ้านและที่ดิน
ปวดฟันงะ ถอดทีสองซี่ นี่ปวดมากๆ
User avatar
Vargarv
 
Posts: 1417
Joined: Tue Oct 14, 2008 10:03 am

Re: "ญี่ปุ่น"ส่งออกทรุดรอบ 7 ปี (แล้วมันเกี่ยวกับ "ไทย" ยังไง?)

Postby Limmy » Fri Nov 21, 2008 9:18 am

ดูข่าวล่าสุดคนอเมริกันบางส่วนออกมาต่อต้านแผน Bailout ของ BIG3 (GM, Ford & Chrysler) แล้วครับ

สามยักษ์ใหญ่กำลังขอกู้รัฐแบบหมดหน้าตัก เลย์ออฟอีกมหาศาล แต่ผู้บริหารกลับนั่งเจ็ทส่วนตัวไปขอเงินรัฐบาล

หลายคนมองว่าถ้า BIG3 ล้มก็ต้องปล่อยให้ล้ม แล้วให้ระบบเยียวยาตัวเอง จะขาย จะควบ ก็แล้วแต่

ส่วนอีกกลุ่มมองว่าถ้าปล่อย BIG3 ล้ม ปัญหาจะตามมาเป็นโดมิโน ถ้ามีคนตกงานทั่วโลกกันอีกเป็นล้าน

ในความเห็นส่วนตัว รถอเมริกันหมดทางแข่งขันกับรถญี่ปุ่นแล้วครับ ประเภทคันใหญ่ ๆ ความจุเครื่องยนต์เยอะ ๆ นี่จอดเต็มโชว์รูม ตอนนี้คนอเมริกันพร้อมใจกันมาใช้รถเล็ก ๆ ประหยัดน้ำมันเป็นหลัก SUV นี่ลืมไปได้เลย รถที่ขายดีก็เป็นพวก Toyota Scion ครับ
User avatar
Limmy
 
Posts: 3466
Joined: Mon Oct 13, 2008 10:15 am

Re: "ญี่ปุ่น"ส่งออกทรุดรอบ 7 ปี (แล้วมันเกี่ยวกับ "ไทย" ยังไง?)

Postby ต้นหอม » Fri Nov 21, 2008 10:34 am

ญี่ปุ่นส่งออกทรุด บ.ลูกในไทยก็ทรุดตาม ไหนจะธุรกิจรับช่วงการผลิตต่ออีกล่ะ ไม่อยากนึก เพราะธุรกิจรับช่วงส่วนใหญ่ก็เป็นขนาดกลางและเล็ก ซึ่งธนาคารก็เล็งมาตั้งนานแล้ว...เฮ้อ

เรื่องแผนช่วยบริษัทรถในเมกานั้น แม้จะไม่อยากให้ช่วยคนรวยล้มบนฟูกก็ตามแต่ก็คงหลีกเลี่ยงไม่ได้ ยังดีที่สภาเมกานั้นไม่ยอมรับแผนง่ายๆ พยายามให้คนรวยล้มบนฟูกบางๆก็ยังดี

คนไทยที่ผ่านวิกฤต 40 มาโชคดีที่ใช้ประสบการณ์มาช่วยได้ แต่พวกที่หลงคารมนักโทษชายป่านนี้คงเอาเท้ามาก่ายหน้าผากเรียบร้อยแล้ว รวยได้เพราะก่อหนี้ (หนี้ของใคร)...ตอนที่บอกให้ใช้เศรษฐกิจพอเพียงเมื่อปีสองปีก่อน ถ้าตอนนั้นหลงเข้าราชดำเนินไปจะเห็นคนต่อต้านเพียบ ดาหน้ากันออกมาด่ากันเป็นแถว แต่ตอนนี้ลองเข้าไปใหม่ชูประเด็นเศรษฐกิจพอเพียง กระทู้คุณจะตกรวดเร็วมากแต่กระทู้ไม่มีคนตอบ

คนไทยส่วนใหญ่โชคดีที่มีในหลวง
User avatar
ต้นหอม
 
Posts: 898
Joined: Fri Nov 07, 2008 1:59 pm

Re: "ญี่ปุ่น"ส่งออกทรุดรอบ 7 ปี (แล้วมันเกี่ยวกับ "ไทย" ยังไง?)

Postby istyle » Fri Nov 21, 2008 5:19 pm

นิคอนไทยปลดพนักงานแล้ว700คนส่ออีก5,000คน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อบ่ายวันที่ 21 พฤศจิกายน ที่หน้าโรงงานการผลิตกล้อง ของบริษัท นิคอน (ประเทศไทย) จำกัด ( Nikon ) ในสวนอุตสาหกรรมโรจนะ อ.อุทัย จ.พระนครศรีอยุธยา อันเป็นฐานการผลิตกล้อง เลนส์ พร้อมอุปกรณ์กล้องของบริษัทนิคอนที่ใหญ่ที่สุดในโลก พบว่ามีคนงานกว่า 700 คนเดินใบหน้าเศร้าออกมาจากโรงงาน และคนงานผู้หญิงบางคนถึงกับร่ำไห้ เนื่องจากถูกปลดออกจากงานโดยไม่มีการแจ้งให้ทราบล้วงหน้า



อย่างไรก็ตามจะมีการปลดงานอีกในสัปดาห์หน้าประมาณ 5,000 คน ถ้าต้องหยุดสายพานการผลิตในส่วนที่ไม่มียอดสั่งสินค้าเข้ามารวมไปถึงการปิด กิจการทั้งหมดในระยะเวลาอันใกล้ สำหรับโรงานดังกล่าวมีพนักงานทั้งประจำและชั่วคราวรวม 13,000 คน
User avatar
istyle
 
Posts: 1160
Joined: Mon Oct 13, 2008 9:18 am

Re: "ญี่ปุ่น"ส่งออกทรุดรอบ 7 ปี (แล้วมันเกี่ยวกับ "ไทย" ยังไง?)

Postby Vihok_Asnii » Fri Nov 21, 2008 5:46 pm

คุณ sleepless ผมนึกถึงเรื่อง Virtualization ครับ ที่บางทีเราลงพวก VMWare แล้วทำเครื่องคอมเสมือนขึ้นมาอีกหลายๆ เครื่อง โดยกำหนดให้โควต้า memory, CPU, hard disk ของทุกระบบย่อยๆ นั่นรวมกัน อาจจะล้นเกินกว่าที่เครื่องแม่มีจริงๆ ไปหลายเท่าก็ได้

แล้วโปรแกรมที่รันอยู่ในเครื่องเสมือนพวกนั้นก็มองไม่เห็นหรอกว่าทรัพยากรทั้งหมดจริงๆ มีเท่าไหร่ อาศัยว่าปกติทุกเครื่องไม่ได้เปิดพร้อมกัน หรือไม่ได้กินทรัพยากรเต็มพิกัดพร้อมๆ กัน ถึงไปกันได้

แต่วันดีคืนดีถ้ามันพร้อมกันขึ้นมาละก็ ล่มทั้งพวงแหงๆ :shock:
ชาติหนอนย่อมเสพส้อง .... อาจม
อิ่มหนำก็ชื่นชม .... แซ่ซร้อง
มินำพาครรลอง .... ถูกผิด
อ้างความสุขที่ต้อง .... หมักหมมอมมูล


REMEMBER, O BEAST! THAT STARTED THY BLOODY HISTORY ON 14th OF JULY,
REMEMBER, HE WHO INVENTED GUILLOTINES WAS HIMSELF BEHEADED BY A GUILLOTINE!
User avatar
Vihok_Asnii
 
Posts: 2133
Joined: Mon Oct 13, 2008 12:54 am

Re: "ญี่ปุ่น"ส่งออกทรุดรอบ 7 ปี (แล้วมันเกี่ยวกับ "ไทย" ยังไง?)

Postby sleepless » Fri Nov 21, 2008 8:13 pm

Vihok_Asnii wrote:คุณ sleepless ผมนึกถึงเรื่อง Virtualization ครับ ที่บางทีเราลงพวก VMWare แล้วทำเครื่องคอมเสมือนขึ้นมาอีกหลายๆ เครื่อง โดยกำหนดให้โควต้า memory, CPU, hard disk ของทุกระบบย่อยๆ นั่นรวมกัน อาจจะล้นเกินกว่าที่เครื่องแม่มีจริงๆ ไปหลายเท่าก็ได้

แล้วโปรแกรมที่รันอยู่ในเครื่องเสมือนพวกนั้นก็มองไม่เห็นหรอกว่าทรัพยากรทั้งหมดจริงๆ มีเท่าไหร่ อาศัยว่าปกติทุกเครื่องไม่ได้เปิดพร้อมกัน หรือไม่ได้กินทรัพยากรเต็มพิกัดพร้อมๆ กัน ถึงไปกันได้

แต่วันดีคืนดีถ้ามันพร้อมกันขึ้นมาละก็ ล่มทั้งพวงแหงๆ :shock:


นั่นแหล่ะๆ ธรรมชาติเดียวกันกับความมั่งคั่งที่หลายคนใฝ่หาหล่ะ
โปรแกรมในแต่ละ virtual machine มันไม่มีทางรู้หรอกว่าทรัพยากรทั้งหลายไม่ใช่ของมัน 100% เป็นเพียงทรัพยากรเสมือนเท่านั้น
มันเป็นเพียงภาพลวงตา เหมือนพยับแดดบนถนนหน้าร้อนเห็นเหมือนมีน้ำอยู่ใกลๆ เดินเข้าไปดูใกล้ๆ น้ำก็หายไป ผู้ที่มีผงในดวงตามากก็ยังคิดว่าน้ำหายจากที่หนึ่งไปยังอีกที่หนึ่ง แทนที่จะคิดว่ามันไม่มีอยู่จริง เป็นเพียงภาพมายา ก็พากันวิ่งวนหาแอ่งน้ำบนถนนจากละแวกนั้นต่อไป
ส่วนผู้ที่มีผงในดวงตาน้อยก็จะเห็นชัดว่ามันไม่มีน้ำอยู่ที่นั่น ที่เห็นนั้นไม่ใช่น้ำจริงๆ แต่เป็นเพียงผลจากพยับแดด ก็จะละแอ่งน้ำมายานั้นเสีย แล้วเพียรเดินต่อไปเพื่อเสาะหาแหล่งน้ำจริงๆ
User avatar
sleepless
 
Posts: 605
Joined: Mon Oct 13, 2008 7:22 am

Re: กราฟน่าสนใจ 4 Bad Bear Markets ของตลาดหุ้น US

Postby 不能说的事实 » Fri Nov 21, 2008 8:17 pm

ยิ่งการสื่อสารรวดเร็วขึ้นมากเท่าไร ราคาหุ้นก็ใช้เวลาร่วงลงในอัตราที่เร็วขึ้นเท่านั้น

Image
http://calculatedrisk.blogspot.com/2008 ... bears.html
Attachments
four-bears-large.gif
(46.82 KiB) Downloaded 1819 times
Last edited by 不能说的事实 on Fri Nov 21, 2008 8:56 pm, edited 1 time in total.
เชิญท่านที่อยากสร้างอนาคตให้ลูกหลาน ห่างไกลจากความโหลยโท่ย ไร้ความยุติธรรม
ย้ายไปเิติบโตและได้รับโอกาสในสังคมที่มีความยุติธรรมอย่างแท้จริง ไปเว็บลิ้งค์นี้

CANADA | NEW ZEALAND | AUSTRALIA
User avatar
不能说的事实
 
Posts: 460
Joined: Tue Oct 14, 2008 8:45 am
Location: I'm gonna be where rule of law prevails

Re: กราฟน่าสนใจ 4 Bad Bear Markets ของตลาดหุ้น US

Postby JFreak » Fri Nov 21, 2008 8:51 pm

รถอเมริกัน เวลามันโฆษณาขาย มันจะไม่พูดถึงประโยชน์ของรถเบื้องต้นเลยว่า วิ่งได้

มันจะเอาความอลังการ ความหรูหรา ลูกเล่นภายใน

แต่ใครซื้อไป ขับได้สักพัก ก็ต้องเอาไปนอนดูความหรูหรา เพราะมันกลายสภาพเป็นรถรักอู่ไป

พวกรถคันใหญ่ ๆ มีดีอย่างเดียวคือ เวลาเกิดอุบัติเหตุแล้วคนในรถโอกาสรอดเยอะกว่า รถคันเล็ก (ถ้ามันวิ่งได้นะครับ) :lol: :lol:
"เทพเทือกต้องมาก่อน" วาระประชาชน วาระอภิสิทธิ์
User avatar
JFreak
 
Posts: 591
Joined: Mon Oct 13, 2008 1:04 am

Re: Paul Krugman เตือนอาจต้องใช้เวลาอีก 3 ปีกว่าศ.ก.จะฟื้น

Postby 不能说的事实 » Tue Dec 09, 2008 12:43 pm

World economy could be depressed beyond 2011: Krugman

11 hours ago

STOCKHOLM (AFP) — The world economy will likely feel the impact of the global financial turmoil for another three years at least, the 2008 winner of the Nobel economics prize Paul Krugman said Monday.

"We could easily be talking about a world economy that is depressed into 2011 and even beyond," the Princeton University professor and New York Times columnist told reporters in Stockholm, where he will receive his Nobel prize this week.

"The scenario I fear is that we'll see for the whole world the equivalent of Japan's lost decade in the 1990s, that we'll see a world of zero interest rates and inflation and no sign of recovery and it will just go on for a very, very extended period," he said.

"On top of that, we'll have a series of extremely severe crises in particular countries in trouble," he predicted, pointing out that "we certainly see the roots of ... Argentina- or Indonesia-style crises ... particularly in the European periphery."

As for the United States, Krugman, who has previously said that a stimulus plan of at least four percent of the US gross domestic product is needed next year, said Monday that amount might not be enough.

"If you're serious about the size of the hole that needs to be filled, that's actually modest," he said, stressing that that amount "is not enough to prevent a further decline in the economy. It's enough to prevent a sharp decline."

The falling US housing market, which triggered the global financial crisis, will probably continue to weaken, he said, pointing out that recent estimates show "we have another 10 to 15 percent to go."

Krugman, who won the Nobel prize for his work on the impact of free trade and globalisation, said Washington should not hesitate to spend on infrastructure that would provide long-term benefit to the country, even if it means running up a high deficit in the short term.

"We're probably in the US going to run a deficit of seven or eight percent of GDP next year. That's clearly not something you can do indefinitely," he said.

"If it's two years of massive stimulus and massive debts, that's okay. If it's two years of that, and no sign that anything is getting better then I start to worry," he added.
เชิญท่านที่อยากสร้างอนาคตให้ลูกหลาน ห่างไกลจากความโหลยโท่ย ไร้ความยุติธรรม
ย้ายไปเิติบโตและได้รับโอกาสในสังคมที่มีความยุติธรรมอย่างแท้จริง ไปเว็บลิ้งค์นี้

CANADA | NEW ZEALAND | AUSTRALIA
User avatar
不能说的事实
 
Posts: 460
Joined: Tue Oct 14, 2008 8:45 am
Location: I'm gonna be where rule of law prevails

Re: Paul Krugman เตือนอาจต้องใช้เวลาอีก 3 ปีกว่าศ.ก.จะฟื้น

Postby so what? » Tue Dec 09, 2008 3:35 pm

不能说的事实 wrote:World economy could be depressed beyond 2011: Krugman

11 hours ago

STOCKHOLM (AFP) — The world economy will likely feel the impact of the global financial turmoil for another three years at least, the 2008 winner of the Nobel economics prize Paul Krugman said Monday.

"We could easily be talking about a world economy that is depressed into 2011 and even beyond," the Princeton University professor and New York Times columnist told reporters in Stockholm, where he will receive his Nobel prize this week.

....
....



อ้าว ปรมาจารย์ใหญ่ออกมายืนยันเองแบบนี้
ผมก็ยังไม่ต้องรีบซื้อหุ้นสิครับ ท่านนอนไม่หลับ :lol: :lol:

ยังครับ ท่านนอนไม่หลับ ยังไม่ได้ซื้อ
บอกแล้วไงตอนนี้ยังติดทองอยู่
เดี๋ยวถ้าซื้อแล้วจะหลังไมค์มาบอกครับ :mrgreen:

อีกอย่าง ความหมายของผมคือ 300+ = 300-349 ส่วน 300++ = 350-399
User avatar
so what?
 
Posts: 919
Joined: Mon Oct 13, 2008 10:26 am

Re: Paul Krugman เตือนอาจต้องใช้เวลาอีก 3 ปีกว่าศ.ก.จะฟื้น

Postby sleepless » Tue Dec 09, 2008 3:54 pm

so what? wrote:
不能说的事实 wrote:World economy could be depressed beyond 2011: Krugman

11 hours ago

STOCKHOLM (AFP) — The world economy will likely feel the impact of the global financial turmoil for another three years at least, the 2008 winner of the Nobel economics prize Paul Krugman said Monday.

"We could easily be talking about a world economy that is depressed into 2011 and even beyond," the Princeton University professor and New York Times columnist told reporters in Stockholm, where he will receive his Nobel prize this week.

....
....




อ้าว ปรมาจารย์ใหญ่ออกมายืนยันเองแบบนี้
ผมก็ยังไม่ต้องรีบซื้อหุ้นสิครับ ท่านนอนไม่หลับ :lol: :lol:

ยังครับ ท่านนอนไม่หลับ ยังไม่ได้ซื้อ
บอกแล้วไงตอนนี้ยังติดทองอยู่
เดี๋ยวถ้าซื้อแล้วจะหลังไมค์มาบอกครับ :mrgreen:

อีกอย่าง ความหมายของผมคือ 300+ = 300-349 ส่วน 300++ = 350-399


ยินดีด้วยครับที่ยังไม่เข้าไปซื้อ
พอล ครุกแมนหน่อมแน้มจริงๆ อ้ำๆอึ้งๆ แค่ 3 ปี ใครๆ ก็เดาได้
ผมเกทับไปเลยดีกว่าว่าอีก 20 ปีก็ยังไม่ฟื้น :D
Last edited by sleepless on Wed Dec 10, 2008 9:23 am, edited 1 time in total.
User avatar
sleepless
 
Posts: 605
Joined: Mon Oct 13, 2008 7:22 am

Re: Paul Krugman เตือนอาจต้องใช้เวลาอีก 3 ปีกว่าศ.ก.จะฟื้น

Postby so what? » Tue Dec 09, 2008 4:25 pm

ผมก็เชื่อว่ามันคงตกลากยาวไปนานพอสมควร อาจจะมีกระตุกขึ้นมาเป็นพักๆให้คนดีใจเล่น แต่ไม่ฟื้นแบบมั่นคงยั่งยืนเท่าไหร่ ยิ่งเศรษฐกิจไทยที่พื้นฐานเปราะบางด้วยแล้ว น่าจะซึมนานกว่าสามปีของครุกแมนแน่ๆ แค่ปัญหาเรื่องคนตกงานอย่างเดียวรัฐบาลใหม่ก็ขี้แตกขี้แตนแล้ว มองดูสภาพรอบๆตัวแล้วน่ากลัวมากครับ
User avatar
so what?
 
Posts: 919
Joined: Mon Oct 13, 2008 10:26 am

Re: Paul Krugman เตือนอาจต้องใช้เวลาอีก 3 ปีกว่าศ.ก.จะฟื้น

Postby Rule of Law » Wed Dec 10, 2008 1:05 am

คือ งงนิดหน่อย
ตอนนี้ เม็ดเงินมันน่าจะจมอยู่ในอเมริกา เพียงแต่ว่า ตัวกลางที่จะหมุนเงินมันโคม่า
ความเชื่อมั่นไม่มี ทรัพยากรเลยไม่หมุน หรือเปล่า

คือ ถ้าปัญหาอยู่ที่ความเชื่อมั่น มันแก้ยังไงดีล่ะ government spending หรือ?
แต่ถ้าปัญหาอยู่ที่เม็ดเงิน..... จะบากหน้าไปกู้ใครดีหว่า SAM

User avatar
Rule of Law
 
Posts: 224
Joined: Mon Oct 13, 2008 12:34 pm

Re: Paul Krugman เตือนอาจต้องใช้เวลาอีก 3 ปีกว่าศ.ก.จะฟื้น

Postby ต้นหอม » Wed Dec 10, 2008 8:52 am

คิดว่าตอนนี้น่าจะอยู่ในช่วงหามูลค่าที่แท้จริงของเงินดอลกันมากกว่า

ไหงคราวนี้ลุงพอลไม่มีโมเดลแก้เหมือนอย่างตอนต้มยำกุ้งหว่า...
User avatar
ต้นหอม
 
Posts: 898
Joined: Fri Nov 07, 2008 1:59 pm

Re: ตัวเลขส่งออกจีน ร่วงครั้งแรกในรอบ 7 ปี!!

Postby 不能说的事实 » Wed Dec 10, 2008 5:54 pm

China’s Exports Decline for First Time in 7 Years (Update1)

By Kevin Hamlin and Li Yanping

Dec. 10 (Bloomberg) -- China’s exports fell for the first time in seven years, more evidence that recessions in the U.S., Europe and Japan are driving the world’s fourth-largest economy into a slump.

Exports declined 2.2 percent in November from a year earlier, the customs bureau said in a statement on its Web site today. Imports plunged 17.9 percent, pushing the trade surplus to a record $40.09 billion.

The trade collapse intensifies pressure on China’s leaders to cut interest rates, extend a 4 trillion yuan ($581 billion) spending plan and let the yuan depreciate. China’s exports quadrupled after the country joined the World Trade Organization in 2001, helping to make it the fastest-expanding major economy and the biggest contributor to global growth.

“The figures are horrifying,” said Lu Zhengwei, chief economist at Industrial Bank Co. in Shanghai. “Plunging imports show that on top of faltering global demand, domestic demand is also shrinking as the economy cools.”

The yuan closed at 6.8633 against the dollar at 5:30 p.m. in Shanghai, from 6.8601 before the data was released.

Imports fell by the most since at least 1995, when Bloomberg data began, as commodity prices declined and weakness in manufacturing and construction cut demand for raw materials. The previous decline was seven years ago.

Economists exclude figures from January and February each year because of distortions caused by Lunar New Year holidays.

Yuan Depreciation

In October, exports rose 19.2 percent and imports climbed 15.6 percent. None of 18 economists surveyed on exports and 17 economists polled on imports predicted a decline in November.

“These are absolutely dreadful numbers,” said Mark Williams, an economist with Capital Economics Ltd. in London. “It will stoke speculation that the government will force a depreciation of the yuan. Further cuts in interest rates are pretty much inevitable.”

The value of exports was $115 billion, the lowest in eight months and down from a peak of $136.6 billion in July.

The yuan’s biggest one-day decline in three years on Dec. 1. prompted speculation that China may allow its currency to depreciate, helping exporters by making their products cheaper in overseas markets.

Chinese leaders are meeting in Beijing this week to set economic policy after the central bank cut interest rates last month by the most in 11 years.
เชิญท่านที่อยากสร้างอนาคตให้ลูกหลาน ห่างไกลจากความโหลยโท่ย ไร้ความยุติธรรม
ย้ายไปเิติบโตและได้รับโอกาสในสังคมที่มีความยุติธรรมอย่างแท้จริง ไปเว็บลิ้งค์นี้

CANADA | NEW ZEALAND | AUSTRALIA
User avatar
不能说的事实
 
Posts: 460
Joined: Tue Oct 14, 2008 8:45 am
Location: I'm gonna be where rule of law prevails

Re: ตัวเลขส่งออกจีน ร่วงครั้งแรกในรอบ 7 ปี!!

Postby 55555 » Wed Dec 10, 2008 8:03 pm

ผมไม่แน่ใจว่า จีนจะเลือกการลดค่าเงินหยวนหรือไม่.....

หลายปีที่ผ่านมา จีน ถูกกล่าวหาอยู่ตลอดว่า ค่าเงินหยวนนั้นอ่อนกว่าความเป็นจริง...

เมื่อหันมามองอัตราการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจ...การขยายตัวของการส่งออก..

มันก็ทำให้ดูเป็นเช่นนั้นจริง ๆ ....แล้วถ้าการที่ค่าเงินหยวนอ่อนกว่าที่ควรจะเป็น

ในขณะที่ค่าเงินดอลล่าห์ก็มีแนวโน้มอ่อนค่าจากเศรษฐกิจ ที่กำลังอ่อนยวบ...

แล้วจีน จะลดค่าเงินหยวนอย่างไร....
55555
 
Posts: 5131
Joined: Mon Oct 13, 2008 8:29 am

Re: จีนชะลอการซื้อเครื่องบินด่วน! Boeing-Airbus สยองแน่!!!

Postby 不能说的事实 » Wed Dec 10, 2008 10:43 pm

ปรากฎการณ์ "วัวพันหลัก" หรือ "หลุมดำ" เริ่มจากอเมริกา ไปยุโรป มาเอเชีย แล้ววนกลับไปอเมริกา-ยุโรป วนกลับมาเอเชีย เท่ากับกำลังย้อนวงจรการบูมในช่วง 8 ปีที่ผ่านมา

China urges airlines to cancel, delay plane orders

By CHRISTOPHER BODEEN – 9 hours ago

BEIJING (AP) — China is urging its troubled state-owned airlines to cancel or defer new aircraft purchases amid the global economic turmoil — a move that could hurt American and European aircraft makers.

Airlines are also being urged not to renew leases for aircraft rented from foreign firms and to ground or sell some planes, according to an announcement seen Wednesday on the Web site of industry regulator the Civil Aviation Administration of China.

No new airlines will be approved for operation before at least 2010 and carriers should switch passenger service to freight where applicable and retire larger numbers of old aircraft, the administration said.
เชิญท่านที่อยากสร้างอนาคตให้ลูกหลาน ห่างไกลจากความโหลยโท่ย ไร้ความยุติธรรม
ย้ายไปเิติบโตและได้รับโอกาสในสังคมที่มีความยุติธรรมอย่างแท้จริง ไปเว็บลิ้งค์นี้

CANADA | NEW ZEALAND | AUSTRALIA
User avatar
不能说的事实
 
Posts: 460
Joined: Tue Oct 14, 2008 8:45 am
Location: I'm gonna be where rule of law prevails

Re: ดีลอุ้ม Big-3 ล้ม, Dow Futures -300!!!

Postby 不能说的事实 » Fri Dec 12, 2008 7:51 pm

บริษัทจะเจ๊งมะรอมมะร่อ แต่พนง.ยังมัวแต่เหนียวเงินเดือนตัวเอง

ลูกโซ่มาถึงเอเชียแน่นอน อาเมน

Wall Street poised to plunge

SARA LEPRO

The Associated Press

December 12, 2008 at 7:41 AM EST

NEW YORK — A dejected stock market headed for a plunge at the opening of trading Friday as the Senate's rejection of a $14-billion (U.S.) lifeline for the auto industry intensified investors' concerns about a deepening recession.

The defeat of the bailout bill late Thursday has prompted calls from lawmakers for the Bush administration to use a portion of the $700-billion financial rescue package to prop up the struggling companies. The bill failed after the United Auto Workers refused to meet Republican demands for big wage cuts.

General Motors Corp. and Chrysler LLC have said they could run out of cash within weeks without government help. Ford Motor Co., which would also be eligible for aid under the bill, has said it has enough cash to make it through next year.

The failure of the bill is feeding investors' concerns about job losses. More evidence of the ravaged labour market came late Thursday, as Bank of America Corp. said it expected to cut as many as 35,000 jobs over the next three years, including some from investment bank Merrill Lynch & Co., which it agreed to buy in September.

Dow Jones industrial average futures dropped 310, or 3.61 per cent, to 8,287. Standard & Poor's 500 index futures fell 40.40, or 4.62 per cent, to 834.10, while Nasdaq 100 index futures fell 45.00, or 3.78 per cent, to 1,145.00.

Meanwhile, more glum economic data is expected Friday. The Commerce Department will release its retail sales report for November at 8:30 a.m. (ET). The Labour Department is expected to release the producer price index for November at the same time. Later Friday morning, the Commerce Department will issue its report on business inventories for October.
เชิญท่านที่อยากสร้างอนาคตให้ลูกหลาน ห่างไกลจากความโหลยโท่ย ไร้ความยุติธรรม
ย้ายไปเิติบโตและได้รับโอกาสในสังคมที่มีความยุติธรรมอย่างแท้จริง ไปเว็บลิ้งค์นี้

CANADA | NEW ZEALAND | AUSTRALIA
User avatar
不能说的事实
 
Posts: 460
Joined: Tue Oct 14, 2008 8:45 am
Location: I'm gonna be where rule of law prevails

Re: ดีลอุ้ม Big-3 ล้ม, Dow Futures -300!!!

Postby คนเล็กของเล่นใหญ่ » Sat Dec 13, 2008 8:27 am

ผมกลับคิดว่า เนื่องจากราคาน้ำมันที่สูงปรี๊ดมาหลายปีติดต่อกัน ตอนนี้เชื่อได้ว่าเงินจำนวนมหาศาลถูกเก็บไว้โดยพวกแขกตะวันออกกลางนั่นแหละ

แล้วเนื่องด้วยเงินที่ไปจมอยู่กับพวกแขกพวกนี้ ซึ่งรายได้จะไปจมอยู่กับคนแค่ไม่กี่กลุ่ม อีกทั้งพวกแขกพวกนี้ขายน้ำมันอย่างเดียวซึ่งเป็นทรัพยากรที่ไม่ต้องใช้วัตถุดิบอื่นในการผลิต ดังนั้น เงินจำนวนนี้จึงเป็นเงินที่ตัวเองรับเข้ามาอย่างเดียว ไม่เหมือนอุตสาหกรรมประเภทอื่น เช่น รถยนต์ แม้ประเทศหนึ่งจะผลิตรถยนต์ส่งออกไปขายทั่วโลกได้ แต่ก็ต้องสั่งซื้อวัตถุดิบบางส่วนจากประเทศอื่นด้วย ดังนั้นเงินทุนจึงมีการไหลหมุนเวียนสับเปลี่ยนกันทั่วโลก

แต่พวกทรัพยากรนี่ไม่ใช่ อย่างน้ำมัน อย่างมากต้นทุนก็แค่การขุดเจาะกับการกลั่นและค่าแรงคน ซึ่งไม่ได้เป็นเปอร์เซ็นต์ที่มากมายอะไรกับรายได้ที่ได้มา ดังนั้นจึงเกิดการรับเงินข้างเดียว แม้เศรษฐีพวกนี้จะใช้เงินจำนวนมากเพื่อซื้อความสุขสบาย แต่ต้องเข้าใจว่าประเทศเหล่านี้มีประชากรน้อย และการลงทุนในอุตสาหกรรมอื่นนั้นไม่มี รวมทั้งคนแขกพวกนี้ไม่คิดจะไปลงทุนอะไรมากมายในต่างประเทศ (เพราะมันโง่ และคิดว่าตัวเองอยู่เฉยๆก็สบายอยู่แล้ว จะดิ้นรนไปทำซากอะไร) ทำให้เงินของโลกจำนวนมหาศาลไหลเข้าสู่กองคลังของพวกมันแบบไม่มีทางไหลออกมา

ไม่ค่อยมีใครนึกถึงกันเพราะคงมองไม่เห็น แต่ผมอยากให้คิดง่ายๆว่า เหมือนกับเราอยู่บ้านหลังเดียวกัน แล้วมีคนๆนึงในบ้านเอาแต่เก็บเงินหยอดกระปุกลูกเดียว ไม่ได้เอามาจับจ่ายใช้สอย ดังนั้นสภาพคล่องในระบบมันก็หายไปอยู่ในกระปุกใบนั้นเรื่อยๆ คนในบ้านผลิตอะไรออกมาเท่าไหร่ ก็ไม่ทันกับที่คนๆนึงเอาเงินไปหยอดกระปุก เพราะคนในบ้านต้องเอาเงินไปซื้อของของมันมาก

เมื่อวันก่อนผมได้ยินจากรายการของตาหยุ่น (จับชีพจรโลก) บอกว่า พวกแขกตะวันออกกลาง มีเงินสดเก็บรักษาไว้กว่า หนึ่งร้อยล้านล้านบาท อยู่ในระบบของพวกมัน (กระจายทั้งในธนาคารในแถบประเทศมันเอง และ ธนาคารในยุโรปเช่นในสวิส) และมีทีท่าว่าจะมีเพิ่มไปเรื่อยๆตราบใดที่พวกมันขายได้


เรื่องที่น่าตกใจก็คือ เงินจำนวนมหาศาลนี้ กลับมีคนอยู่แค่ไม่กี่กลุ่มที่เป็นเจ้าของ !!! เพราะไม่ปรากฎว่าเงินจำนวนมหาศาลเหล่านี้เป็นทรัพย์สินของประเทศตัวเอง (ไม่อย่างนั้นพวกประเทศเหล่านี้จะมีเงินทุนสำรองระหว่างประเทศมากกว่าจีนเสียอีก)

อธิบายง่ายๆก็คือว่า ด้วยรูปแบบการปกครองของประเทศเหล่านี้ ที่ให้คนในครอบครัวตัวเองหมุนเวียนสับเปลี่ยนกันขึ้นปกครองประเทศ ดังนั้นขายน้ำมันได้เท่าไหร่ก็สูบเก็บกระเป๋าสักแปดสิบเปอร์เซ็นต์ ที่เหลือออีกยี่สิบค่อยๆเจียดมาแบ่งให้คนในประเทศ

เมื่อรัฐบาลก็ของตัวเอง รัฐสภามีก็เหมือนไม่มี (เพราะกษัตริย์จะสั่งยุบเมื่อไหร่ก็ได้ แถมยับยั้งกฎหมายได้ง่ายๆ อีกทั้งรัฐบาลก็คือคนในราชวงษ์นั่นแหละ ) ดังนั้นจึงไม่มีการตรวจสอบ หนังสือพิมพ์ก็ไม่มีอิสรภาพ ประชาชนก็ถูกเงินยัดปาก(มีรายได้ต่อหัว คือรัฐให้เงินกินเปล่า เดือนละประมาณสองหมื่นถึงสามหมื่น ขึ้นอยู่กับราคาน้ำมันในตลาดโลกขณะนั้น ดังนั้นบ้านไหนที่มีลูกมาก ก็ยิ่งสบาย เงินก็ยิ่งเยอะ) จึงไม่มีใครคิดจะตรวจสอบว่าเงินที่ขายน้ำมันได้นั้น หายไปไหน แล้วถูกเอาไปจัดสรรอย่างไรบ้าง


ผมว่าพวกฝรั่งก็รู้ แต่แกล้งทำเป็นไม่สนใจมากกว่า เพราะประเทศแถบนี้ ตราบใดที่ยังเป็นขี้ข้าฝรั่งอยู่ ก็จะเป็นสถานที่แห่งสุดท้ายในโลกที่พวกฝรั่งที่มีอำนาจจะหอบเงินกลับไปเพื่อใช้ชีวิตบั้นปลายอย่างสุขสำราญที่นี่

ดังนั้นไม่ไปแตะต้องไว้เป็นดีที่สุด (อย่างดูไบ ที่แม้วมันหนีไปอยู่สบายๆ )


จากประสบการณ์ที่เคยใช้ชีวิตอยู่ในตะวันออกกลางมาหลายปี ผมเชื่อว่า ปีศาจตัวจริงคือแขกพวกนี้ แต่เป็นปีศาจที่จริงๆแล้วไม่ฉลาด หนักไปทางโง่ด้วยซ้ำ แต่เพราะความโง่นี่แหละ จะทำให้มนุษยชาติเดือดร้อนกันทั้งหมด
User avatar
คนเล็กของเล่นใหญ่
 
Posts: 2134
Joined: Mon Oct 13, 2008 11:52 am

Re: ดีลอุ้ม Big-3 ล้ม, Dow Futures -300!!!

Postby 不能说的事实 » Sat Dec 13, 2008 1:52 pm

แขกอาหรับเลวก็จริง แต่ไม่เลวและไม่ฉลาดเท่าฝรั่งหรอกครับ เพราะแขกอาหรับโดยตัวเองแล้วขุดเจาะน้ำมันไม่เป็น ต้องให้ฝรั่งมาขุดให้ แล้วตัวการปั่นน้ำมันที่ผ่านมาไม่ได้อยู่ที่อาหรับ แต่อยู่คนละทวีปทั้งในอังกฤษและอเมริกาก็คือพวกกองทุนเก็งกำไรจากตราสารอนุพันธ์ แขกอาหรับที่เห็นมันบูมๆมีเงินเยอะมาสร้างตึก ถมเกาะแผนที่โลก (ซึ่งก็ต้องไปจ้างฝรั่งมาสร้างให้อีกแหละ) ก็เพราะพวกฝรั่งมันปั่นกัน ตัวเองส้มหล่นเท่านั้นแหละครับ ส่วนที่มันมีเงินเยอะๆ ก็ไม่ได้หมายความว่าพวกนี้ไม่อยากลงทุนนะครับ แต่เจอฝรั่งกีดกันไม่ให้เงินไหลกลับไปซื้อกิจการที่เป็นยุทธศาสตร์ เช่น ท่าเรือ สถาบันการเงิน บ.ผลิตเครื่องไฟฟ้า พอฝรั่งเจ๊งถึงรีบไปเชิญชวนแขกอาหรับไปกอบกู้ด้วยการซื้อของเน่า พวกแขกก็คงไม่อยากไปแล้วครับ


ข่าวล่าสุด บริษัทผลิตอะไหล่รถป้อน 3 บริษัทเจ๊งไปแล้ว เพราะเก็บเงินไม่ได้ ซ้ำตัวเองก็ขาดสภาพคล่อง ส่วน GMAC ที่เป็นบริษัทไฟแนนซ์ให้บริการผ่อนรถในเครือของ GM ก็เป็นผีไปแล้ว คงจะประกาศเจ๊งอาทิตย์หน้า น่ากลัวมากครับ
เชิญท่านที่อยากสร้างอนาคตให้ลูกหลาน ห่างไกลจากความโหลยโท่ย ไร้ความยุติธรรม
ย้ายไปเิติบโตและได้รับโอกาสในสังคมที่มีความยุติธรรมอย่างแท้จริง ไปเว็บลิ้งค์นี้

CANADA | NEW ZEALAND | AUSTRALIA
User avatar
不能说的事实
 
Posts: 460
Joined: Tue Oct 14, 2008 8:45 am
Location: I'm gonna be where rule of law prevails

Re: ดีลอุ้ม Big-3 ล้ม บ.ผลิตอะไหล่ป้อนเจ๊ง บ.ไฟแนนซ์รถยนต์เจ๊ง

Postby Robert De Niro » Sat Dec 13, 2008 2:46 pm

แต่ละบ้านต้องหาทางเซฟตัวเองแล้วล่ะครับ โดมิโนตัวใหญ่ๆค่อยๆล้มลงมาทีละตัว
ไม่นานคงมาถึงหน้าบ้านเราแน่ๆ :twisted:
กองกำลังไม่ฝักไฝ่ฝ่ายใด (...ใส่แว่นสีฟ้า)
User avatar
Robert De Niro
 
Posts: 6093
Joined: Sat Nov 08, 2008 11:27 am

Re: ดีลอุ้ม Big-3 ล้ม บ.ผลิตอะไหล่ป้อนเจ๊ง บ.ไฟแนนซ์รถยนต์เจ๊ง

Postby vorapoap » Mon Dec 15, 2008 2:49 pm

อยากทราบว่าบริษัทรถยนต์ยักษ์ใหญ่ มีผลต่อบริษัท และค่ายรถในไทยไหมครับ
วันนี้คุณรักษาศีล ให้ทาน และภาวนาแล้วหรือยัง?

อัพเดทข่าว 24 ชม. ทางทวิตเตอร์ @thaiquicknews - The girl who silenced the world for 5 minutes - PAD Blog
User avatar
vorapoap
Moderator
 
Posts: 1910
Joined: Mon Oct 13, 2008 2:10 am

PreviousNext

Return to สภากาแฟ