ไอ้แบบมีสงครามโลกอีกครั้งแล้วทุกอย่างย่อยยับกลับไปนับหนึ่งกันใหม่มันก็เวอร์เกินไป
เอาเป็นนิยายที่ตื่นเต้นน้อยกว่าเรื่อง
The Tipping Point (episode I: breaking the matrix) ดีกว่า
เรื่องที่ผมจะเล่านี่อาจจะ หรือไม่อาจจะเป็นเรื่องจริงก็ได้
เป็นเรื่องการสลับเปลี่ยนผู้นำของโลกจากสหรัฐอเมริกามาเป็นประเทศหนึ่งในเอเชีย
แต่ประเทศที่ว่านี่ไม่ใช่เมืองจีนนะครับ เพราะที่เห็นๆ เมืองจีนก็กำลังหลับหูหลับตาพุ่งลงเหวไปข้างหน้าพร้อมอเมริกา
แต่นิยายของผมมีประเทศไทยเป็นพระเอก
ใช่แล้วครับ อย่าหัวเราะไป ก็ไอ้ประเทศสาระขันนี่แหล่ะเป็นพระเอก และจะเป็นผู้นำของโลกในยุคใหม่แน่นอนร้อยเปอร์เซ็นต์
หลังจากที่อเมริกานำประเทศต่างๆ ขึ้นขบวนรถไฟที่ชื่อทุนนิยม พุ่งลงเหวไปแล้ว
ประเทศไทยนี่แหล่ะที่ยังโชคดีที่ตกขบวนรถด่วน Hell Express ไปเฉียดฉิว
หลังจากที่ประเทศต่างๆ เริ่มรู้ตัวว่าตนเองเริ่มเดินผิดทาง ไอ้ที่เรียกว่าการพัฒนานั้น แท้ที่จริงมันคือการสร้างนรกขึ้นมาดีๆ นี่เอง
ประเทศเหล่านั้นก็จะหันมามองหาผู้นำคนใหม่ โดยมองหาว่าประเทศใดบ้างที่หลุดรอดจากขบวนรถด่วน
และก็จะพบกับประเทศไทยนั่งยิ้มแฉ่งสบายใจอยู่ตรงนี้
หากเรามีรัฐบาลที่มีหูตากว้างไกลวิสัยทัศน์ก้าวหน้า เราก็จะสามารถฉวยโอกาสก้าวขึ้นเป็นผู้นำในการเดินทางนำประเทศต่างๆ เข้าสู่ภาวะสมดุลของธรรมชาติได้อย่างภาคภูมิ
ในนิยายของผม รัฐบาลไทยจะเริ่มจัดการกับต้นตอของปัญหาทุกวันนี้อย่างแท้จริง ซึ่งไม่ใช่ปัญหาจากดอกเบี้ย หรือปัญหาจากการขาดความเชื่อมั่น หรือปัญหาจากไม่เคลื่อนไหวของเงินทุน ฯลฯ ซึ่งล้วนแต่เป็นทฤษฏีที่เหล่านักเศรษฐศาสตร์ต่างตั้งขึ้นมา (ด้วยการคิดเอาโดยยึดตนเองเป็นหลัก)
แต่สิ่งที่เป็นปัญหาของทุกวันนี้คือ
'กิเลส' เพียงตัวเดียว
ทอดตาไปทั่วโลกแล้ว ผมมองไม่เห็นประเทศไหนที่จะเป็นผู้นำในการต่อสู้กับกิเลสได้ดีกว่าเมืองไทย
ข้อได้เปรียบของเมืองไทยก็คือ เราเกิดมาในดินแดนที่มีพุทธศาสนาเป็นหลัก เรามีสิ่งที่พระพุทธเจ้าค้นพบและสั่งสอนท่องจำกันมาตั้งแต่เด็กๆ
เราอ่านคำศัพท์บาลีได้และซาบซึ้งถึงความหมายของมันได้ดีกว่าฝรั่งซึ่งต้องแปลเป็นภาษาอังกฤษ
เรามีอริยสงฆ์มากมายซึ่งสามารถถ่ายทอดคำสอนได้ตรงตามความเป็นจริง ลึกเข้าไปประทับในใจของประชาชนได้
เรามีพระมากษัตริย์ที่ทรงศึกษาคำสอนของพระพุทธเจ้าอย่างจริงจังจนแตกฉานและสามารถตั้งประยุกต์ออกมาเป็นทฏษฏีเศรษฐกิจพอเพียงต้านกับเศรษฐศาสตร์กระแสหลักได้อย่างน่าดู
เรียกได้ว่าเรามี infrastructure ทั้งทางด้าน hardware และ software พร้อมกว่าใครในโลก
เพียงรัฐบาลเปลี่ยนทัศนะ นำธรรมะของพระพุทธเจ้ากลับมาฝังรากลึกลงไปในใจของประชาชน "อย่างจริงจัง"
เริ่มตั้งแต่เด็กเล็กๆ ให้ได้สัมผัสกับคำสอนของพระอริยเจ้าต่างๆ โดยตรง ฝึกจิตฝึกใจ ประหารกิเลส ลดทอนกำลังของกิเลส
เด็กรุ่นใหม่ของเราจะเป็นผู้รู้ ผู้ตื่น ผู้เบิกบาน มองเห็นโลกตามความเป็นจริง ไม่ใช่ไหลไปตามกระแสน้ำเหมือนคนหลับอย่างเช่นทุกวันนี้
นำทฏษฏีการประยุกต์ใช้ในทางเศรษฐศาสตร์ซึ่งออกมาจากผู้ที่เข้าใจในธรรมชาติของมนุษย์อย่างในหลวงของเรามาปลูกฝังอย่างเอาจริงเอาจังและเอาเป็นเอาตาย
เมื่อเด็กๆ ของเราสามารถออกจาก the matrix ได้แล้ว ที่เหลือก็ไม่ต้องห่วง
ภายในไม่ถึงเจอเนอเรชั่น ประเทศไทยก็จะกลายเป็นประเทศที่พัฒนา (อย่างถูกต้องตามธรรมชาติ) กลับสู่สมดุลทางธรรมชาติ และเป็นผู้นำของโลกได้อย่างแท้จริง
และจะเป็นเพียงประเทศเดียวที่มีจำนวนประชากรอยู่นอก the matrix มากที่สุดในโลก (อย่าลิมว่าในอีก 50 ปีข้างหน้า GDP เป็นสิ่งที่ล้าสมัยและเอามาเป็นตัวชี้วัดการพัฒนาอีกต่อไป)
หวังว่าคงไม่เพ้อฝันมากเกินไปนะครับ มันง่ายกว่าส่งคนไปลงดวงจันทร์ตั้งเยอะ

เอ่อ พูดแต่ the matrix ลืมพูดตัว tipping point ไป
เรื่องทั้งเรื่องจะไม่เกิดขึ้นหากผู้นำของไทย (ก็อภิสิทธิ์นี่แหล่ะ) ไม่ได้เห็นจุด tipping ตรงนี้ และก็ยังหลับตาแก้ไขปัญหาแบบเดิมๆ เพื่อเดิน (แบบหลับตา) ลงเหวไปหลังจากที่ใครๆ เขารู้ตัวกันหมดแล้ว
ว่างๆ forward นิยายผมไปให้อภิสิทธิ์หน่อยสิ บอกว่าเป็นนิยายวันเด็กที่เด็กแต่งมาก็แล้วกัน แกจะได้มีแรงบันดาลใจลุกขึ้นมาเดินทวนกระแสบ้าง
