มุมมองยุทธศาสตร์ประเทศของคุณกอร์ปศักดิ์ สภาวสุ

เรื่องการเมือง เชิญที่นี่เลยครับ
Forum rules
- ห้ามใช้คำพูดหยาบคาย
- ห้ามโพสกระทู้หรือข้อความที่ดูหมิ่นเสียดสีสถาบันพระมหากษัตริย์เป็นอันขาด

เชิญทุกท่านเข้าสู่บอร์ดใหม่ได้ที่ http://webboard.serithai.net ดูรายละเอียดเพิ่มเติมที่ viewtopic.php?f=2&t=44976 ครับ

Re: มุมมองยุทธศาสตร์ประเทศของคุณกอร์ปศักดิ์ สภาวสุ

Postby Jseventh » Fri Sep 10, 2010 9:48 am

เอาข่าวมาแปะเพิ่มค่ะ เป็นข่าวสั้นๆ แต่เห็นว่ามีข้อมูลราคาตั๋วโดยสารด้วย

http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1282962591&catid=05

วันที่ 28 สิงหาคม พ.ศ. 2553 เวลา 09:31:24 น. มติชนออนไลน์

ยังไม่ทันสร้าง! รถไฟฯเคาะค่าตั๋วไฮสปีดเทรน กรุงเทพ-หนองคาย 984บาท วิ่งแค่ 3 ชม. ระยอง1ชม.10นาที

.
นายโสภณ ซารัมย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยภายหลังการเดินทางเยือนประเทศจีน ถึงความคืบหน้าเกี่ยวกับความร่วมมือระหว่างไทย-จีนในการพัฒนาระบบราง จีน-ไทย-มาเลเซีย ว่า จีนสนใจจะลงทุน รวมถึงโครงการรถไฟความเร็วสูง (ไฮสปีดเทรน) 2 เส้นทาง คือ กรุงเทพฯ-หนองคาย ระยะทาง 615 กิโลเมตร และกรุงเทพฯ-ระยอง ระยะทาง 220 กิโลเมตร กำหนดเวลาก่อสร้างภายใน 5 ปี ขนาดรางจะมีความกว้าง 1.43 เมตร (สเเตนดาร์ด เกจ) ส่วนรูปแบบการลงทุนเห็นว่าควรเป็นลักษณะรัฐต่อรัฐ โดยจีนลงทุนก่อสร้างรางในที่ดินของไทย และมีการใช้ประโยชน์ในการขนส่งบนรางโดยเอกชนที่ใช้บริการจะเสียค่าใช้ ประโยชน์บนราง ทั้งนี้ได้ให้การรถไฟแห่งประเทศไทย (ร.ฟ.ท.) ศึกษาเพิ่มเติม โดยเฉพาะอย่างยิ่งกฎหมายที่เกี่ยวกับการใช้ประโยชน์จากที่ดินของ ร.ฟ.ท.


แหล่งข่าวจากกระทรวงคมนาคมเเจ้งว่า เส้นทางที่จีนสนใจลงทุนมี 2 เส้นทาง สำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) ได้มีการศึกษาแล้ว มูลค่าโครงการรวมอยู่ที่ 1.7 แสนล้านบาท โดยเส้นทางกรุงเทพฯ-หนองคาย จะใช้เวลาเดินทางประมาณ 3 ชั่วโมง รองรับผู้โดยสาร 41,000 คนต่อวัน ค่าโดยสารสูงสุดต่อเที่ยวอยู่ที่ 984 บาทต่อคนต่อเที่ยว และเป็นเส้นทางเชื่อมต่อกรุงเทพฯ-บันนังสตา ระยะทาง 982 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 5 ชั่วโมง รองรับผู้โดยสาร 44,200 คนต่อวัน ทั้งนี้ เส้นทางดังกล่าวจะมีการลงทุนเพิ่มเติมอีก 2.4 เเสนล้านบาท

เเหล่งข่าวกระทรวงคมนาคมเเจ้งว่า ในส่วนของเส้นทางกรุงเทพฯ-ระยอง คาดว่าจะใช้เวลาเดินทาง 1 ชั่วโมง 10 นาที งบฯลงทุนประมาณ 56,600 ล้านบาท เก็บค่าโดยสารประมาณ 350 บาทต่อคนต่อเที่ยว
ความก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เป็นเทวาหรือซาตาน มนุษย์เท่านั้นที่เป็นผู้กำหนด
User avatar
Jseventh
 
Posts: 1741
Joined: Wed Nov 19, 2008 11:19 am

Re: มุมมองยุทธศาสตร์ประเทศของคุณกอร์ปศักดิ์ สภาวสุ

Postby integra » Tue Oct 05, 2010 8:41 am

ขอขุดกระทู้เก่าหน่อยครับเนื่องจากมีขาวที่ต่อเนื่อง
สภาหวิดล่มสั่งเลื่อนถกรถไฟจีน
15 กันยายน 2553 เวลา 18:02 น. | เปิดอ่าน 885 | ความคิดเห็น 6
ประชุมรัฐสภาเกือบล่มหลังผลนับองค์ประชุมเกินกึ่งหนึ่งไปเพียง3เสียง สส.-สว.ร้องโห่โล่งใจ ประสพสุขสั่งเลื่อนถกวาระรถไฟไทย-จีนออกไปก่อน

ที่ประชุมรัฐสภา ได้ให้ความเห็นชอบบันทึกความเข้าใจระหว่างรัฐบาลแห่งราชอาณาจักร ไทยกับรัฐบาลแห่งสาธารณรัฐชิลีว่าด้วยความร่วมมือด้านการเกษตร ด้วยคะแนน 405 ต่อ 1 เสียง และไม่ลงคะแนนเสียง 19 เสียง และได้ให้ความเห็นชอบกรอบการเจรจาความตกลงการค้าเสรีระหว่างรัฐบาลแห่งราชอาณาจักรไทยกับรัฐบาลแห่งสาธารณรัฐชิลี ด้วยคะแนน ด้วยคะแนน 411 ต่อ 1 และไม่ลงคะแนนเสียง 16 เสียง โดย มีสาระสำคัญคือ เป็นบันทึกความเข้าใจในเรื่องของความร่วมมือทางด้านการเกษตร ทั้งการส่งเสริมสินค้าการเกษตร การส่งเสริมองค์กรระหว่างประเทศในการแลกเปลี่ยนสินค้า การให้ความช่วยเหลือทางด้านวิชาการ เทคโนโลยี รวมทั้งการพัฒนาความร่วมมือทางด้านการเกษตรร่วมกัน

ต่อมาได้พิจารณากรอบการเจรจาระหว่างประเทศอีก 2 ฉบับ คือ 1.กรอบการเจรจาความตกลงการค้าเสรีไทย-ออสเตรเลีย และ2.กรอบการเจรจาความเป็นหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจที่ใกล้ชิดกันยิ่งขึ้น ไทย-นิวซีแลนด์ ที่คณะรัฐมนตรีเป็นผู้เสนอ โดยมีสาระสำคัญคือ ประเทศไทยเป็นประเทศที่ได้เปรียบดุลการค้าของทั้งประเทศออสเตรเลีย และประเทศนิวซีแลนด์ กรอบเจรจาดังกล่าวจะทำให้ไทยสามารถเพิ่มประสิทธิภาพในการผลิต ส่งเสริมสภาพแวดล้อมในประเทศให้กับนักลงทุนในไทย ช่วยเพิ่มทางเลือกให้กับผู้บริโภคมากยิ่งขึ้น

ทั้งนี้ ก่อนที่จะมีการลงมติโหวตลงคะแนน ประธานในที่ประชุมได้สั่งตรวจสอบองค์ประชุม ซึ่งผลปรากฏว่ามีองค์ประชุม 315 เสียง เกินกึ่งหนึ่งมาเพียง 3 เสียง ทำให้สมาชิกที่อยู่ในห้องประชุมถึงกับส่งเสียงร้องอย่างโล่งใจ จากนั้น ที่ประชุมได้มีมติเห็นชอบกรอบการเจรจาความตกลงการค้าเสรี ไทย-ออสเตรเลีย ด้วยคะแนน 376 ต่อ 4 เสียง และมีมติเห็นชอบกรอบการเจรจาความเป็นหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจที่ใกล้ชิดกันยิ่งขึ้นไทย-นิวซีแลนด์ ด้วยคะแนน 378 ต่อ 4 เสียง

จากนั้นนายประสพสุข บุญเดช รองประธานรัฐสภา ซึ่งทำหน้าที่ประธานในที่ประชุม ได้สั่งเลื่อนการประชุมออกไปทำให้การพิจารณาร่างกรอบการเจรจาความร่วมมือด้านการพัฒนากิจการรถไฟระหว่างราชอาณาจักรไทย กับสาธารณรัฐประชาชนจีน ต้องถูกเลื่อนออกไปก่อน และสั่งปิดการประชุมไปในเวลา 17.30 น.
โลกเสมือน#เสาะหาความยุติธรรมแม้แก่ผู้อื่นก็ยังดีอย่างน้อยจะได้รู้ว่ามันยังมีจริงในโลก
โลกจริง#กูเหนื่อยและเบื่อความพ่ายแพ้ในเกมส์ที่ถูกยัดเยียด ได้เวลาเลิกหลอกตัวเองว่าอะไรๆยังเหมือนเดิม ถึงเวลากระทืบอุปสรรคแล้วก้าวเดิน
User avatar
integra
 
Posts: 1616
Joined: Tue Apr 21, 2009 3:24 am

Re: มุมมองยุทธศาสตร์ประเทศของคุณกอร์ปศักดิ์ สภาวสุ

Postby integra » Tue Oct 05, 2010 8:45 am

วันที่ 28 กันยายน พ.ศ. 2553 ปีที่ 20 ฉบับที่ 7243 ข่าวสดรายวัน


รถไฟไทย-จีน

เศรษฐกิจติดดิน

บริษัท ศูนย์วิจัยกสิกรไทย จำกัด



คณะรัฐมนตรี (ครม.) เห็นชอบร่างกรอบการเจรจาความร่วมมือด้านการพัฒนากิจการรถไฟระหว่างประเทศไทยกับจีนในเส้นทางหลัก 3 เส้นทาง คือ เส้นทางกรุงเทพฯ-หนองคาย เส้นทางกรุงเทพฯ-ระยอง และเส้นทางกรุงเทพฯ-สุดชายแดนภาคใต้ของประเทศไทย ซึ่งจะเสนอร่างกรอบการเจรจาดังกล่าวต่อรัฐสภาเพื่อขอความเห็นชอบต่อไป

ถือเป็นสำคัญในการพัฒนาระบบโลจิสติกส์ของไทยให้มีประสิทธิภาพมาก อีกทั้งยังเป็นการสนับสนุนการค้าระหว่างประเทศกับประเทศเพื่อนบ้านและภูมิภาค อย่างจีนตอนใต้ โดยเฉพาะการค้าชายแดนและผ่านแดนที่มีแนวโน้มขยายตัวอย่างต่อเนื่อง ซึ่งจะได้รับปัจจัยหนุนจากทั้งการลดภาษีนำเข้า 0% จากการเปิดเสรีการค้าภายใต้กรอบอาเซียน และอาเซียน-จีน รวมทั้งการเปิดเสรีการค้าบริการอาเซียนสาขาโลจิสติกส์ที่มีเป้าหมายในการเปิดเสรีอย่างเต็มรูปแบบในปีུ

ยังเป็นโอกาสของไทยในการรองรับนักท่องเที่ยวชาวจีนที่จะผ่านเข้ามาด้วยเส้นทางทางบกได้สะดวกรวดเร็วยิ่งขึ้น ทั้งนี้ หากโครงการดังกล่าวบรรลุผลอย่างเป็นรูปธรรมจะเป็นการยกระดับบทบาทของไทยในการเป็นศูนย์กลางโลจิสติกส์และประตูเศรษฐกิจหลักของภูมิภาคเอเซียตะวันออกเฉียงใต้และจีน

ความร่วมมือดังกล่าวยังคงต้องติดตามความชัดเจนในรายละเอียดของโครงการ เช่น รูปแบบราง ซึ่งอาจเป็นแบบ Single Track หรือ Double Track หรือแบบผสม ซึ่งจะมีผลต่อความเร็วของรถไฟ และการบริการจัดการ รวมทั้งงบประมาณในการก่อสร้าง ลักษณะการร่วมลงทุนระหว่างไทยกับจีน แหล่งเงินทุน ซึ่งอาจกระทบต่อระดับหนี้สาธารณะ

การเชื่อมเส้นทางจากกรุงเทพฯ สู่ภาคใต้ของไทยไปยังมาเลเซีย มีโอกาสเชื่อมโยงไปสู่สิงคโปร์ในอนาคต จะทำให้การขนส่งสินค้าจากภาคใต้ เช่น ยางพารา ปาล์มน้ำมัน และผลไม้ สู่จีนได้สะดวกขึ้น นอกจากนี้ ยังสามารถขนส่งสินค้าที่เกี่ยวข้องในอุตสาหกรรมยานยนต์ และอิเล็กทรอนิกส์ จากมาเลเซียมาที่กรุงเทพฯ เพื่อกระจายไปสู่ตลาดต่างๆ ได้สะดวกขึ้น

นอกจากผลในทางการค้าไทยยังมีโอกาสที่จะขยายตลาดการท่องเที่ยวในกลุ่มประเทศอาเซียนและจีนได้เพิ่มมากขึ้น ปัจจุบันนักท่องเที่ยวจากประเทศเวียดนามและจีน มีจำนวนประมาณ 3.7 ล้านคนต่อปี คิดเป็นสัดส่วนมากกว่า 25% ของจำนวนนักท่องเที่ยวทั้งหมด โดยมาเลเซียเป็นประเทศที่มีนักท่องเที่ยวเดินทางเข้ามายังไทยมากที่สุด คือประมาณ 1.8 ล้านคนต่อปี ขณะที่จีนมีจำนวน 8 แสนคนต่อปี

ภายใน 3-5 ปี นักท่องเที่ยวจากจีนน่าจะแซงหน้ามาเล เซียขึ้นมาเป็นตลาดนักท่องเที่ยวอันดับ 1 ของไทยได้ หากมียุทธศาสตร์รองรับที่ดี
โลกเสมือน#เสาะหาความยุติธรรมแม้แก่ผู้อื่นก็ยังดีอย่างน้อยจะได้รู้ว่ามันยังมีจริงในโลก
โลกจริง#กูเหนื่อยและเบื่อความพ่ายแพ้ในเกมส์ที่ถูกยัดเยียด ได้เวลาเลิกหลอกตัวเองว่าอะไรๆยังเหมือนเดิม ถึงเวลากระทืบอุปสรรคแล้วก้าวเดิน
User avatar
integra
 
Posts: 1616
Joined: Tue Apr 21, 2009 3:24 am

Re: มุมมองยุทธศาสตร์ประเทศของคุณกอร์ปศักดิ์ สภาวสุ

Postby integra » Tue Oct 05, 2010 8:48 am

ไม่ค่อยชำนาญและเข้าใจเรื่องนี้มากนัก ท่านใดพอจะมีความรู้ขอแบ่งปันหน่อยครับ
ผมว่าโครงการนี้มีประโยชน์แน่นอน
ทำไม สส บางกลุ่มถึงบ่ายเบี่ยงทำนองไม่ค่อยจะเอาด้วยเรื่องนี้ครับ
โครงการที่ใช้เงินสูงๆถ้ามีการตรวจสอบที่ดีก็น่าจะเสียงต่อการคอรัปชั่นไม่มากนัก แหะแหะ
โลกเสมือน#เสาะหาความยุติธรรมแม้แก่ผู้อื่นก็ยังดีอย่างน้อยจะได้รู้ว่ามันยังมีจริงในโลก
โลกจริง#กูเหนื่อยและเบื่อความพ่ายแพ้ในเกมส์ที่ถูกยัดเยียด ได้เวลาเลิกหลอกตัวเองว่าอะไรๆยังเหมือนเดิม ถึงเวลากระทืบอุปสรรคแล้วก้าวเดิน
User avatar
integra
 
Posts: 1616
Joined: Tue Apr 21, 2009 3:24 am

Re: มุมมองยุทธศาสตร์ประเทศของคุณกอร์ปศักดิ์ สภาวสุ

Postby หนูอ้อย » Mon Oct 11, 2010 8:17 pm

รายงานความคืบหน้าโดยนำมาไฟล์ไว้ที่กระทู้นี้. . . . . :)

integra wrote:ไม่ค่อยชำนาญและเข้าใจเรื่องนี้มากนัก ท่านใดพอจะมีความรู้ขอแบ่งปันหน่อยครับ
ผมว่าโครงการนี้มีประโยชน์แน่นอน
ทำไม สส บางกลุ่มถึงบ่ายเบี่ยงทำนองไม่ค่อยจะเอาด้วยเรื่องนี้ครับ
โครงการที่ใช้เงินสูงๆถ้ามีการตรวจสอบที่ดีก็น่าจะเสียงต่อการคอรัปชั่นไม่มากนัก แหะแหะ


ยังไม่อยากฟันธงแต่ถ้าให้เดาคงเป็นเรื่องแบ่งเค้กไม่ลงตัว
เห็นมีข่าวแย่งซีนกันระหว่างเลขานายกกับ รมต.คมนาคม
ล่าสุดสองสามวันนี้อ่านพบในทวิตเตอร์ "แคน สาริกา" http://twitter.com/can_nw
"จีนเริ่มต้นการก่อสร้างทางรถไฟระยะทาง 530 กิโลเมตร ที่เชื่อมสิบสองปันนา กับกรุงเวียงจันทน์ ในวันที่ 28 ตุลาคมนี้"
ฟังแล้วปวดหัวใจกับประเทศของเรา....
สู้ถวายหัว
User avatar
หนูอ้อย
 
Posts: 2095
Joined: Sat Mar 21, 2009 10:40 pm

Re: มุมมองยุทธศาสตร์ประเทศของคุณกอร์ปศักดิ์ สภาวสุ

Postby integra » Wed Oct 20, 2010 2:31 am

“โสภณ ซารัมย์”ท้า นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว ส.ส.เพื่อไทย สาบานวัดพระแก้ว ปัดรับใต้โต๊ะโครงการรถไฟฟ้าความเร็วสูง “สามารถ ราชพลสิทธิ์” ส.ส.ปชป. สงสัยทำไมต้องเป็นของจีนเท่านั้น...

ที่ประชุมร่วมกันของรัฐสภาได้พิจารณาร่างกรอบการเจรจาความร่วมมือด้านการพัฒนากิจการรถไฟระหว่างราชอาณาจักรไทยกับสาธารณรัฐประชาชนจีนซึ่งนายโสภณ ซารัมย์รมว.คมนาคมชี้แจงว่าเพื่อให้มีกรอบการเจรจาระหว่างไทยกับจีนเกี่ยวกับการตกลงพัฒนารถไฟ โดยมีเป้าหมายเพื่อให้ได้ความตกลงในกิจการการรถไฟให้เป็นไปตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อ มีสาระสำคัญทั้ง5 เส้นทางสายหลักให้ครอบคลุม คือกทม.-หนองคาย กทม.-ระยองกทม.-สุดชายแดนไทยกทม.-อุบลราชธานี และกทม.-เชียงใหม่

รวมถึงความร่วมมือในการหาพื้นที่ก่อสร้างการเดินรถและการบริหารกิจการรถไฟการใช้เทคโนโลยีและทรัพยากรร่วมกันในการพัฒนาการถ่ายทอดเทคโนโลยีความร่วมมือตลอดจนการพัฒนากิจการรถไฟของทั้งสองประเทศ

โดยให้มีการประชุมระดับรัฐมนตรีทั้งสองฝ่ายและการประชุมระดับเจ้าหน้าที่เทคนิคคาดว่าจะได้ประโยชน์คือพัฒนาโครงข่ายเพิ่มความเร็วพัฒนาโครงสร้างระบบรถไฟทั้งสองประเทศและอาเซียน ลดภาระการลงทุนของรัฐบาล เพื่อการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและการแข่งขันในอนาคต

นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว ส.ส.น่าน พรรคเพื่อไทยอภิปรายตั้งข้อสงสัยว่า โครงการนี้สืบเนื่องมาจากการที่นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี เดินทางไปเจรจาโครงการรถไฟไทย-จีนเมื่อวันที่28 ก.ค.53 จากนั้นเพียงแค่วันที่ 30 ก.ค.53 มีคำสั่งให้ประสานผู้เกี่ยวข้องศึกษารายละเอียดให้กระทรวงคมนาคมจัดให้มีการศึกษารายละเอียดรับฟังความคิดเห็นและผลกระทบจากประชาชนแต่ปรากฎกลับนำกรอบการเจรจาที่จะต้องใช้เงินลงทุนเกือบล้านล้านบาทมาขอความเห็นชอบทั้งที่ยังไม่มีการปฏิบัติใดๆ ตนถือว่าเป็นความพยายามใช้รัฐสภาเป็นตรายาง

ขณะเดียวกันกลับส่งเอกสารประกอบการตัดสินใจให้สมาชิกรัฐสภารับทราบในวันนี้(19ต.ค.)ทำให้อ่านอย่างไรก็อ่านไม่ทันแน่ จึงเป็นการดำเนินการที่ขัดกับรัฐธรรมนูญที่เร่งรีบอย่างนี้เป็นเพราะจะมีพรรคการเมืองบางพรรคได้เงิน 500ล้านบาทหากรัฐสภาผ่านกรอบนี้ใช่หรือไม่ดังนั้น เห็นว่ารัฐสภาควรมีการตั้งคณะกรรมารขึ้นมาพิจารณาเรื่องนี้ก่อน

นายประยุทธ์ ศิริพานิชย์ ส.ส.มหาสารคาม พรรคเพื่อไทยกล่าวว่ามีคำกล่าวหาว่าพรรคร่วมรัฐบาลแย่งกันที่จะทำโครงการนี้เนื่องจากจะมีเม็ดเงินจากจีนหลายหมื่นล้านบาทเข้ามาลงทุนในไทย ขณะเดียวกันกลับเร่งรีบส่งเอกสารมาให้สมาชิกรับทราบ

ด้านนายโสภณ ชี้แจงว่ากรอบเจรจาครั้งนี้ไม่ใช่กรอบสัญญาแต่เพราะรัฐบาลต้องการขอรัฐสภาเพื่อไปเจรจากับจีนในเรื่องรถไฟดังนั้นจึงยังไม่มีรายละเอียดเพราะยังไม่มีการเจรจาเอกสารที่ส่งเป็นเพียงรายละเอียดประกอบเท่านั้น และหากไม่กำหนดเส้นทางไว้ก็จะเจรจากันมั่วจึงเป็นหน้าที่ของรัฐบาลในการเจรจาเรื่องรูปแบบของการลงทุนรวมถึงการจัดหาพื้นที่ในการก่อสร้างรถไฟทั้งนี้รัฐบาลต้องนำผลการเจรจามาขอความเห็นชอบจากรัฐสภาอีกครั้งหนึ่งด้วย

ส่วนเรื่อง 500 ล้านบาทตนเสียใจมากที่พูดพร่อยๆ หลังประชุมขอให้ นพ.ชลน่าน ไปเจอกับตนที่วัดพระแก้วได้เลยท่านพูดอย่างนี้เกิดความเสียหายทั้ง ด้านนพ.ชลน่าน ตอบโต้ว่าคงจะไม่เดินทางไปวัดพระแก้วตามที่ รมว.คมนาคม ร้องขอเพราะถือว่าเป็นการทำหน้าที่หมาเฝ้าบ้านมีข้อเท็จจริงอะไรฝ่ายค้านก็ต้องทำหน้าที่ตรวจสอบและให้รัฐบาลเป็นผู้ชี้แจง

อย่างไรก็ตามสมาชิกรัฐสภาได้ตั้งคำถามถึงการเตรียมกระแสไฟฟ้ารองรับโครงสร้างรถไฟความเร็วสูงที่จะดำเนินการพร้อมกันถึง5เส้นทางที่จะต้องใช้ไฟฟ้ามากถึง 5หมื่นเมกะวัตต์แต่ปรากฎขณะนี้ประเทศไทยยังมีปัญหาการทำเหมืองถ่านหินหากมีรถไฟแต่วิ่งไม่ได้ก็ไม่ก่อให้เกิดประโยชน์อะไรนอกจากนี้ยังกังขาถึงความไม่โปร่งใสในการบริหารงานของการรถไฟแห่งประเทศไทยในหลายๆเรื่อง

นายสุรพงษ์ โตวิจักษ์ชัยกุล ส.ส.เชียงใหม่ พรรคเพื่อไทยแสดงความเป็นห่วงว่าโครงการดังกล่าวจะนำมาซึ่งการช่วงชิงการเป็นผู้นำเจรจาโครงการนี้ระหว่างพรรคร่วมรัฐบาลด้วยกันเอง โดยระบุว่าทราบว่าเพียงแค่รัฐสภาเห็นชอบกรอบการเจรจาก็จะมีการจ่ายใต้โต๊ะกันแล้ว

นายสามารถ ราชพลสิทธิ์ ส.ส.สัดส่วนพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่าโครงการดังกล่าวเป็นเพียงการตั้งบริษัทร่วมทุนระหว่างรัฐบาลจีนรัฐบาลไทยและเอกชนไทยเท่านั้น ซึ่งจะต้องซื้อวัสดุอุปกรณ์ รถไฟจากจีนทำให้จีนได้กำไรในทุกๆเรื่องรวมถึงดอกเบี้ยเงินกู้อีกร้อยละไม่ต่ำกว่า 5%ต่อปีตั้งแต่เริ่มโครงการเหตุใดจึงไม่เปิดกว้างให้ประเทศอื่นเข้ามาลงทุนด้วยทำไมไม่ใช้ระบบรัฐบาลและเอกชนมาลงทุนร่วมกันทั้งนี้หากคิดเป็นตัวเงินแล้วย่อมขาดทุนแน่นอน แต่เมื่อเทียบกับการลดใช้พลังงานเชื้อเพลิงและช่วยพัฒนาเชิงพาณิชย์ตลอดเส้นทางที่รถไฟพาดผ่านถือว่าคุ้ม แต่ขอตั้งข้อสังเกตุว่าหากโครงการนี้ขาดทุนถามว่ารัฐบาลจีนยินดีรับภาระกับฝ่ายไทยหรือไม่

นายสามารถ กล่าวอีกว่าเส้นทางสายแรกที่ต้องเร่งดำเนินการคือกรุงเทพ-หนองคายเพราะประชาชนภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีจำนวนมากรวมทั้งยังสามารถเชื่อมโยงไปถึงจีนตอนใต้ได้อีก ส่งผลทำให้การขนส่งสินค้ามีราคาถูกลงขณะเดียวกันหากจะคิดราคาให้การรถไฟสามารถเลี้ยงตัวเองได้ก็จะต้องเก็บค่าโดยสารเท่ากับสายการบินต้นทุนต่ำจึงจะคุ้มค่า อย่างไรก็ตามเมื่อถึงเวลา 15.40 น.นายชัย ชิดชอบประธานรัฐสภาแจ้งว่ามีสมาชิกรัฐสภาแสดงความจำนงขออภิปรายอีก 60 คนจึงจำกัดเวลาอภิปรายคนละ10 นาทีเท่านั้น

ไทยรัฐออนไลน์
โดย ทีมข่าวการเมือง
20 ตุลาคม 2553, 01:30 น.

โสภณ ซารัมย์ โครงการรถไฟฟ้าความเร็วสูง จีน ชลน่าน ศรีแก้ว ท้าสาบานวัดพระแก้ว ปัดรับใต้โต๊ะ สามารถ ราชพลสิทธิ์ ประชุมร่วม 2 สภา สินบน 500 ล้านบาท



ในที่สุดเรื่องรถไฟก็ได้เข้าสภาและก็อย่างที่กลัวกันเรื่องเงินๆทองๆ ก็หวังว่าจะมีการตรวจสอบให้โปร่งใสที่สุดให้โครงการที่สำคัญแบบนี้ผ่านไปได้อย่างขาวสะอาดนะครับ
โลกเสมือน#เสาะหาความยุติธรรมแม้แก่ผู้อื่นก็ยังดีอย่างน้อยจะได้รู้ว่ามันยังมีจริงในโลก
โลกจริง#กูเหนื่อยและเบื่อความพ่ายแพ้ในเกมส์ที่ถูกยัดเยียด ได้เวลาเลิกหลอกตัวเองว่าอะไรๆยังเหมือนเดิม ถึงเวลากระทืบอุปสรรคแล้วก้าวเดิน
User avatar
integra
 
Posts: 1616
Joined: Tue Apr 21, 2009 3:24 am

Previous

Return to สภากาแฟ