
pon231 wrote:ไม่มีการโต้วาทีการเมืองที่ไหนเขาไม่ต้องคุยเงื่อนไขก่อนหรอก คุณรู้ได้ไงว่า
คนดำเนินรายการเป็นกลางแค่ไหน คราวที่แล้วเพราะไม่มีคนกลางดำเนินรายการ
และด้วยความเชื่อใจ จึงปล่อยให้หล่อแหลแย่งพูดจนหมดเวลา งวดนี้จึงขอแยกพูดดีกว่า
คูณเข้าใจคำว่าดีเบตมั๊ย ดีเบตไม่ใช่การโต้วาทีเพื่อหักลัางกันด้วยคารมหรือโวหารแต่เป็นการ เป็นการชี้แจงในเรื่องที่ 2 ฝ่ายเห็นไม่ตรงกันให้มาเผชิญหนัากันโดยมีคนกลางเป็นผู้ดำเนินรายการ โดยใช้หลักฐานและเหตุผลมาหักล้างกัน ในเมื่อสมาคมสื่อเป็นเจ้าภาพ คุณไปต้ังเงื่อนไขได้ยังไงไนเมื่อสมาคมสื่อต้องการให้2ฝ่ายขิ้นเวทีพร้อมกัน ถ้ามันไม่เป็นแบบที่เขาต้องการเขาก็ไม่จัด
สมาคมสื่อแถลงยุติบทบาทวันที่21-2-54
แต่ก่อนหน้านั้นประมาณวันที่19-20 หล่อแหลได้พูดดังที่ผมพิมพ์ไว้คือ
พธม.บอกรับสื่อมวลชนแล้ว และสื่อไปถามนายกฯ นายกฯบอกว่า
เราไม่ควรเอาข้อมุลมาบอกให้เป็นประโยชน์กับเขมร
หมายความว่า นายกฯเปิดก้นหนีไงครับ โดยมีศิริภา โสโชคตามก้นนายกฯไปติดๆ
คอยดู ถ้าภายในอาทิตย์หน้าไม่มาตอบ ก็ปิดม่านเรื่องนี้เลย
http://forum.serithai.net/viewtopic.php?f=2&t=31792&p=559863#p559863
ไปดูได้ว่า ผมพิมพ์ไว้เมื่อ20-2 แสดงว่าหล่อแหลพูดไว้ก่อนที่ผมจะพิมพ์
มันได้ปฏิเสธการดีเบตด้วยตัวเองผ่านสื่อ หลักฐานชัดขนาดนี้ยังจะมาแก้ตัวหรือครับ
ถ้ามันปฏิเสธเพราะพธม.ตั้งเงื่อนไขดังคุณว่าไว้
ทำไมมันไม่เอามาอ้างครับ ไปอ้างเรื่องข้อมูลให้เขมรทำไม
อย่ามาข้างๆคูๆกับผมดีกว่า ผมไม่ต้องการให้คุณมาขอขมาผมหรอก
แค่ที่ผมโต้กับคุณ คนที่มีใจเป็นธรรม อ่านแล้วเขาก็ดูออกว่า
ใครมีเหตุผลกว่ากัน
และคุณไปกล่าวหาว่าเขาไม่เป็นกลางไดัยังไงในเมื่อคุณวิสุทธ์เป็นคนเลือกผู้ดำเนินรายการเองคุณพุดแบบนี้แสดงว่าสมาคมสื่อไม่เป็นกลางหรือ ก็เพราะคุณต้ังแง่และเงื่อนไข ซึ่งทำให้ดูเหมือนไม่มีความจริงใจทำให้เห็นว่าจ้ดไปก็ไม่มีประโยชน์ เขาไม่ก็จัดเลยไปจัดรายการของเขาเองในเวลาต่อมา ถ้าคุณยังมองคนในทางลบแบบนี้จะมีใครเป็นคนกลางให้คุณอีก

pon231 wrote:สมาคมสื่อแถลงยุติบทบาทวันที่21-2-54
แต่ก่อนหน้านั้นประมาณวันที่19-20 หล่อแหลได้พูดดังที่ผมพิมพ์ไว้คือ
พธม.บอกรับสื่อมวลชนแล้ว และสื่อไปถามนายกฯ นายกฯบอกว่า
เราไม่ควรเอาข้อมุลมาบอกให้เป็นประโยชน์กับเขมร
หมายความว่า นายกฯเปิดก้นหนีไงครับ โดยมีศิริภา โสโชคตามก้นนายกฯไปติดๆ
คอยดู ถ้าภายในอาทิตย์หน้าไม่มาตอบ ก็ปิดม่านเรื่องนี้เลย
คุณพูดเอาแต่ได้สมาคมสื่อบอกสาเหตุว่าที่ยกเลิกการจัดเพราะว่าไม่ได้รับการตอบสนองอย่างเอกฉันท์ที่ยกเลิกก็เพราะื พธม จะจัดคนละวันแต่สมาคมสื่อต้องการให้จัดร่วม คำสนทนาที่ถอดคำพูดมามันแปลได้อย่างนี้จริงๆๆ มันไม่เป็นตามกติกาที่สมาคมสื่อต้องการ เขาเลยยกเลิกแล้วไปจัดรายการของเขาเอง สาระสำคัญมันคือแค่นี้คุณจะเอาหลักฐานหรือพยานแวดล้อมมาชักจูงยังไงแต่เหตุผลที่เขาเลิกจัดมันก็คืออันนี้
นายปานเทพ กล่าวต่อว่า โดยรูปแบบที่สมาคมนักข่าวฯเสนอมา เราก็ไม่ปฏิเสธในการที่จะมีคนกลางที่เป็นผู้รู้เชี่ยวชาญในวงการสื่อมาสอบถามระหว่างที่รัฐบาลและภาคประชาชนให้ข้อมูล และเพื่อไม่ให้เกิดความได้เปรียบเสียเปรียบทั้ง 2 ฝ่ายต้องได้เวลาเท่ากันคือ 3 ชั่วโมง โดยที่มีเวลาให้ข้อมูลอย่างต่อเนื่องและเชื่อมโยงปัญหาทั้งหมด โดย 3 ชั่วโมงนั้นต้องเป็นช่วงไพร์มไทม์เช่นเดียวกัน ดังนั้นจึงไม่สามารถเปิดเวทีในวันเดียวกันได้ โดยฝ่ายรัฐบาลควรเป็นผู้เริ่มก่อน เพราะไม่ว่าอย่างไรรัฐบาลก็ยังมีโอกาสใช้สื่อรัฐได้อีกยาวนาน
ขณะที่ นายประพันธ์ กล่าวว่า ขอขอบคุณสมาคมนักข่าวฯที่มีเจตนาดีในการนำเสนอข้อเท็จจริงต่อประชาชน โดยพันธมิตรฯมีความยินดีที่ให้ข้อมูล เพื่อให้ถึงประชาชนและเป็นผู้ตัดสิน โดยวิธีที่เรานำเสนอในการแยกเวทีนั้นจะทำให้ประชาชนได้รับข้อเท็จจริงได้ครบ ถ้วนทั้ง 2 ฝ่าย โดยเป็นการหลีกเลี่ยงการตอบโต้ปะทะกันทางความคิด ซึ่งซ้ำรอยการดีเบตที่เคยผ่านมาแล้ว ทำให้ประชาชนไม่ได้สาระข้อเท็จจริง
ด้าน นายวิสุทธิ์ กล่าวว่า ทางสมาคมนักข่าวฯ เข้าใจดีว่าเคยผ่านการดีเบตระหว่างรัฐบาลกับภาคประชาชนมาแล้ว แต่เมื่อสถานการณ์ถึงตอนนี้ที่ได้ฟังเสียงจากประชาชนว่า มีการให้ข้อมูลตอบโต้กัน โดยพูดคนละเวที ทำให้ประเด็นเนื้อหาไม่ตรงกัน ทั้งเรื่อง MOU 2543 หรือพื้นที่พิพาท 4.6 ตร.กม. ดังนั้นจึงคิดทำอย่างไรจึงให้ทั้ง 2 ฝ่ายมาให้ข้อมูลกับประชาชนเพื่อรับรู้ตรงกันในเวทีเดียวกัน ส่วนรูปแบบที่ตั้งใจไว้คือเปิดเวทีให้มีตัวแทนฝ่ายรัฐบาลและภาคประชาชน โดยมีสื่อมวลชนอาวุโสที่ติดตามประเด็นนี้มาเป็นผู้ดำเนินรายการและตั้งประเด็นคำถาม ในเบื้องต้นจะมีนายเทพชัย หย่อง ผู้อำนายการสถานีโทรทัศน์ทีวีไทย เป็นผู้ดำเนินรายการ พร้อมด้วยสื่อมวลชนอาวุโสที่รู้เรื่องไทย-กัมพูชาดี อาทิ นายวีระ ธีระภัทร และนายกวี จงประกิจถาวร เป็นต้น หวังว่าเป็นเวทีที่ทั้ง 2 ฝ่ายให้ข้อมูล โดยประชาชนคนดูจะเป็นผู้ตัดสินอีกครั้งหนึ่ง จึงเห็นว่าไม่ควรแยกเวทีกัน ทั้งนี้จะนำข้อเสนอของภาคประชาชนไปเสนอต่อรัฐบาลในช่วงบ่ายวันนี้ (17 ก.พ.) ก่อนแจ้งผลให้ทราบอีกครั้ง
pon231 wrote:-เทพชัย หย่อง น้องสุทธิชัย หยุ่น แต่เดิมก่อนที่จะมีนักการเมืองมาซื้อหุ้น เนชั่นก็ถือว่าใช้ได้
แต่พอนักการเมืองเข้ามาถือหุ้น ข้อมูลก็เริ่มแปร่งๆ ยิ่งมายุคนี้
ที่คนของปชป.เข้าไปซื้อหุ้นไว้และทำกำไรแบบผิดปกติ
จากขาดทุนเป็นร้อยๆล้านต่อเนื่องมาหลายปี กลับมาทำกำไรทันทีในปีแรก
ที่เข้ามาถือหุ้น ถ้าไม่ได้สัญญาจากสื่อของรัฐ ไม่มีทางทำอย่างนี้ได้
รายการของเนชั่นได้เข้ามาในสื่อของรัฐหลายแห่ง
ก็กล่าวหาเขาอีกแล้ว ข้อมูลนี้มาจากไหน
55555 wrote:ที่ผมเจอล่าสุดก็อันนี้แหละ... 17 กพ. 54
ถ้า ฟายเด๋อ มีอันล่าสุดกว่านี้ ก็ช่วยเอามาโชว์หน่อย จะได้เลิกเถียงกันซักที...
http://thairecent.com/Politic/2011/805852/
นายปานเทพ กล่าวต่อว่า โดยรูปแบบที่สมาคมนักข่าวฯเสนอมา เราก็ไม่ปฏิเสธในการที่จะมีคนกลางที่เป็นผู้รู้เชี่ยวชาญในวงการสื่อมาสอบถามระหว่างที่รัฐบาลและภาคประชาชนให้ข้อมูล และเพื่อไม่ให้เกิดความได้เปรียบเสียเปรียบทั้ง 2 ฝ่ายต้องได้เวลาเท่ากันคือ 3 ชั่วโมง โดยที่มีเวลาให้ข้อมูลอย่างต่อเนื่องและเชื่อมโยงปัญหาทั้งหมด โดย 3 ชั่วโมงนั้นต้องเป็นช่วงไพร์มไทม์เช่นเดียวกัน ดังนั้นจึงไม่สามารถเปิดเวทีในวันเดียวกันได้ โดยฝ่ายรัฐบาลควรเป็นผู้เริ่มก่อน เพราะไม่ว่าอย่างไรรัฐบาลก็ยังมีโอกาสใช้สื่อรัฐได้อีกยาวนาน
ขณะที่ นายประพันธ์ กล่าวว่า ขอขอบคุณสมาคมนักข่าวฯที่มีเจตนาดีในการนำเสนอข้อเท็จจริงต่อประชาชน โดยพันธมิตรฯมีความยินดีที่ให้ข้อมูล เพื่อให้ถึงประชาชนและเป็นผู้ตัดสิน โดยวิธีที่เรานำเสนอในการแยกเวทีนั้นจะทำให้ประชาชนได้รับข้อเท็จจริงได้ครบ ถ้วนทั้ง 2 ฝ่าย โดยเป็นการหลีกเลี่ยงการตอบโต้ปะทะกันทางความคิด ซึ่งซ้ำรอยการดีเบตที่เคยผ่านมาแล้ว ทำให้ประชาชนไม่ได้สาระข้อเท็จจริง
ด้าน นายวิสุทธิ์ กล่าวว่า ทางสมาคมนักข่าวฯ เข้าใจดีว่าเคยผ่านการดีเบตระหว่างรัฐบาลกับภาคประชาชนมาแล้ว แต่เมื่อสถานการณ์ถึงตอนนี้ที่ได้ฟังเสียงจากประชาชนว่า มีการให้ข้อมูลตอบโต้กัน โดยพูดคนละเวที ทำให้ประเด็นเนื้อหาไม่ตรงกัน ทั้งเรื่อง MOU 2543 หรือพื้นที่พิพาท 4.6 ตร.กม. ดังนั้นจึงคิดทำอย่างไรจึงให้ทั้ง 2 ฝ่ายมาให้ข้อมูลกับประชาชนเพื่อรับรู้ตรงกันในเวทีเดียวกัน ส่วนรูปแบบที่ตั้งใจไว้คือเปิดเวทีให้มีตัวแทนฝ่ายรัฐบาลและภาคประชาชน โดยมีสื่อมวลชนอาวุโสที่ติดตามประเด็นนี้มาเป็นผู้ดำเนินรายการและตั้งประเด็นคำถาม ในเบื้องต้นจะมีนายเทพชัย หย่อง ผู้อำนายการสถานีโทรทัศน์ทีวีไทย เป็นผู้ดำเนินรายการ พร้อมด้วยสื่อมวลชนอาวุโสที่รู้เรื่องไทย-กัมพูชาดี อาทิ นายวีระ ธีระภัทร และนายกวี จงประกิจถาวร เป็นต้น หวังว่าเป็นเวทีที่ทั้ง 2 ฝ่ายให้ข้อมูล โดยประชาชนคนดูจะเป็นผู้ตัดสินอีกครั้งหนึ่ง จึงเห็นว่าไม่ควรแยกเวทีกัน ทั้งนี้จะนำข้อเสนอของภาคประชาชนไปเสนอต่อรัฐบาลในช่วงบ่ายวันนี้ (17 ก.พ.) ก่อนแจ้งผลให้ทราบอีกครั้ง
pon231 wrote:จะมีอยู่ช่วงหนึ่งที่ทั้ง2คนพูดเรื่อง4.6ตร.กม. โดยพัชรบอกว่า(คร่าวๆ)
"ที่ตรงนี้มันเคยเป็นของไทย แต่ตอนนี้เป็นของเขมรไปแล้ว
เขามายึดไปแล้ว แล้วเราทำอย่างไรจึงจะเอาคืนมาได้ ช่วยหาทางทีสิ"
คุณลองฟังวีระดูตั้งแต่นี้เลยนะว่า วีระกล้าพูดประโยคนี้ออกจากปากหรือเปล่า
เพราะตั้งแต่ผมเคยฟังแกมา แกพูดตามที่รัฐบาลพูดทุกอย่างคือบอกว่า
เป็นพื้นที่พิพาท แกไม่เคยกล้าพูดผิดจากที่รัฐบาลพูดไว้
นี่พูดถึงกรณีพื้นที่ชายแดนไทย-เขมรเท่านั้นนะ
อ่านเสร็จแล้ว เชิญไปลองฟังและสังเกตุได้เลยว่าจริงอย่างผมว่าไหม
เพราะผมสังเกตุแกทุกครั้งที่มีคนโทรเข้ามาคุยเรื่องนี้
นี่คุณก็กล่าวหาวีระเขาอีก เขาเป็นผู้จัดรายการมีคนโทรมาในรายการถามปัญหาชายแดนเขมร เขาก็ตอบตามความคิดเขา จะถูกใจคนที่ถามหรือเปล่าผมไม่รู้ แต่ผมสงสัยในเมื่อ พธม ไม่เชื่อเขาแล้วโทรไปหาเขาทำไม สมมุติถ้าเขาตอบตรงกันข้าม ผมก็คิดว่า พธม คงเอาไปหาประโยชน์อยู่ดี เหมือนอย่างเคยๆๆ พวกคุณก็จะอาศัยรายการเขาหาประโยชน์มันบริสุทธิ์ใจหรือเปล่า
คุณบอกว่าเขาเก่งไม่ใช่หรือ จนคุณต้องคอยเอาข้อมูลจากเขา
ผมจึงบอกคุณว่า เรื่องเขาพระวิหารและดินแดนไทย-เขมร วีระไม่พูดความจริง
เพราะเขาไม่เป็นกลางเนื่องจากมีผลประโยชน์ต่างๆที่เขาได้
จากสื่อที่เขาจัดทั้งทางตรงและทางอ้อม เรื่องก็มีแค่นั้น
มันสำคัญว่าผมพูดจถูกหรือเปล่า ซึ่งผมก็ให้คุณไปพิสูจน์ไง
ส่วนเรื่องโทรนั้น ผมไม่เคยโทรครับ เพราะผมได้ยินคำตอบของเขาแล้ว
ในหลายแง่มุมในเรื่องนี้ ผมจึงฟันธงไปดังกล่าวข้างต้น
ดังนั้นอย่ายัดเยียดว่าพธม.หรือผมว่าหาประโยชน์จากรายการเขา
ไม่มีอะไรจะเถียงก็เปิดประเด็นใหม่หรือ
ผมขอยืนยันความจริงก็คือความจริงจะบิดเบือนยังไง ถัาเป็นพื้นที่ของเรายังไงมันต้องได้คืนถ้าจะรบมันไม่ยากแต่เจรจากันก่อนไม่ดีหรือ
ปล.
เราพูดเรื่องเกี่ยวกับสาเหตุสมาคมสื่อยกเลิกดีเบตขออยู่ในประเด็นถ้าที่ดีควรกลับไปกระทู้เก่า เพื่อให้เป็นประโยชน์กับคนที่ไม่ได้ดูตั้งแต่แรก
55555 wrote:55555 wrote:ที่ผมเจอล่าสุดก็อันนี้แหละ... 17 กพ. 54
ถ้า ฟายเด๋อ มีอันล่าสุดกว่านี้ ก็ช่วยเอามาโชว์หน่อย จะได้เลิกเถียงกันซักที...
http://thairecent.com/Politic/2011/805852/
นายปานเทพ กล่าวต่อว่า โดยรูปแบบที่สมาคมนักข่าวฯเสนอมา เราก็ไม่ปฏิเสธในการที่จะมีคนกลางที่เป็นผู้รู้เชี่ยวชาญในวงการสื่อมาสอบถามระหว่างที่รัฐบาลและภาคประชาชนให้ข้อมูล และเพื่อไม่ให้เกิดความได้เปรียบเสียเปรียบทั้ง 2 ฝ่ายต้องได้เวลาเท่ากันคือ 3 ชั่วโมง โดยที่มีเวลาให้ข้อมูลอย่างต่อเนื่องและเชื่อมโยงปัญหาทั้งหมด โดย 3 ชั่วโมงนั้นต้องเป็นช่วงไพร์มไทม์เช่นเดียวกัน ดังนั้นจึงไม่สามารถเปิดเวทีในวันเดียวกันได้ โดยฝ่ายรัฐบาลควรเป็นผู้เริ่มก่อน เพราะไม่ว่าอย่างไรรัฐบาลก็ยังมีโอกาสใช้สื่อรัฐได้อีกยาวนาน
ขณะที่ นายประพันธ์ กล่าวว่า ขอขอบคุณสมาคมนักข่าวฯที่มีเจตนาดีในการนำเสนอข้อเท็จจริงต่อประชาชน โดยพันธมิตรฯมีความยินดีที่ให้ข้อมูล เพื่อให้ถึงประชาชนและเป็นผู้ตัดสิน โดยวิธีที่เรานำเสนอในการแยกเวทีนั้นจะทำให้ประชาชนได้รับข้อเท็จจริงได้ครบ ถ้วนทั้ง 2 ฝ่าย โดยเป็นการหลีกเลี่ยงการตอบโต้ปะทะกันทางความคิด ซึ่งซ้ำรอยการดีเบตที่เคยผ่านมาแล้ว ทำให้ประชาชนไม่ได้สาระข้อเท็จจริง
ด้าน นายวิสุทธิ์ กล่าวว่า ทางสมาคมนักข่าวฯ เข้าใจดีว่าเคยผ่านการดีเบตระหว่างรัฐบาลกับภาคประชาชนมาแล้ว แต่เมื่อสถานการณ์ถึงตอนนี้ที่ได้ฟังเสียงจากประชาชนว่า มีการให้ข้อมูลตอบโต้กัน โดยพูดคนละเวที ทำให้ประเด็นเนื้อหาไม่ตรงกัน ทั้งเรื่อง MOU 2543 หรือพื้นที่พิพาท 4.6 ตร.กม. ดังนั้นจึงคิดทำอย่างไรจึงให้ทั้ง 2 ฝ่ายมาให้ข้อมูลกับประชาชนเพื่อรับรู้ตรงกันในเวทีเดียวกัน ส่วนรูปแบบที่ตั้งใจไว้คือเปิดเวทีให้มีตัวแทนฝ่ายรัฐบาลและภาคประชาชน โดยมีสื่อมวลชนอาวุโสที่ติดตามประเด็นนี้มาเป็นผู้ดำเนินรายการและตั้งประเด็นคำถาม ในเบื้องต้นจะมีนายเทพชัย หย่อง ผู้อำนายการสถานีโทรทัศน์ทีวีไทย เป็นผู้ดำเนินรายการ พร้อมด้วยสื่อมวลชนอาวุโสที่รู้เรื่องไทย-กัมพูชาดี อาทิ นายวีระ ธีระภัทร และนายกวี จงประกิจถาวร เป็นต้น หวังว่าเป็นเวทีที่ทั้ง 2 ฝ่ายให้ข้อมูล โดยประชาชนคนดูจะเป็นผู้ตัดสินอีกครั้งหนึ่ง จึงเห็นว่าไม่ควรแยกเวทีกัน ทั้งนี้จะนำข้อเสนอของภาคประชาชนไปเสนอต่อรัฐบาลในช่วงบ่ายวันนี้ (17 ก.พ.) ก่อนแจ้งผลให้ทราบอีกครั้ง
อ่านยังฟายเด้อ
55555 wrote:ที่ผมเจอล่าสุดก็อันนี้แหละ... 17 กพ. 54
ถ้า ฟายเด๋อ มีอันล่าสุดกว่านี้ ก็ช่วยเอามาโชว์หน่อย จะได้เลิกเถียงกันซักที...
http://thairecent.com/Politic/2011/805852/
นายปานเทพ กล่าวต่อว่า โดยรูปแบบที่สมาคมนักข่าวฯเสนอมา เราก็ไม่ปฏิเสธในการที่จะมีคนกลางที่เป็นผู้รู้เชี่ยวชาญในวงการสื่อมาสอบถามระหว่างที่รัฐบาลและภาคประชาชนให้ข้อมูล และเพื่อไม่ให้เกิดความได้เปรียบเสียเปรียบทั้ง 2 ฝ่ายต้องได้เวลาเท่ากันคือ 3 ชั่วโมง โดยที่มีเวลาให้ข้อมูลอย่างต่อเนื่องและเชื่อมโยงปัญหาทั้งหมด โดย 3 ชั่วโมงนั้นต้องเป็นช่วงไพร์มไทม์เช่นเดียวกัน ดังนั้นจึงไม่สามารถเปิดเวทีในวันเดียวกันได้ โดยฝ่ายรัฐบาลควรเป็นผู้เริ่มก่อน เพราะไม่ว่าอย่างไรรัฐบาลก็ยังมีโอกาสใช้สื่อรัฐได้อีกยาวนาน
ขณะที่ นายประพันธ์ กล่าวว่า ขอขอบคุณสมาคมนักข่าวฯที่มีเจตนาดีในการนำเสนอข้อเท็จจริงต่อประชาชน โดยพันธมิตรฯมีความยินดีที่ให้ข้อมูล เพื่อให้ถึงประชาชนและเป็นผู้ตัดสิน โดยวิธีที่เรานำเสนอในการแยกเวทีนั้นจะทำให้ประชาชนได้รับข้อเท็จจริงได้ครบ ถ้วนทั้ง 2 ฝ่าย โดยเป็นการหลีกเลี่ยงการตอบโต้ปะทะกันทางความคิด ซึ่งซ้ำรอยการดีเบตที่เคยผ่านมาแล้ว ทำให้ประชาชนไม่ได้สาระข้อเท็จจริง
ด้าน นายวิสุทธิ์ กล่าวว่า ทางสมาคมนักข่าวฯ เข้าใจดีว่าเคยผ่านการดีเบตระหว่างรัฐบาลกับภาคประชาชนมาแล้ว แต่เมื่อสถานการณ์ถึงตอนนี้ที่ได้ฟังเสียงจากประชาชนว่า มีการให้ข้อมูลตอบโต้กัน โดยพูดคนละเวที ทำให้ประเด็นเนื้อหาไม่ตรงกัน ทั้งเรื่อง MOU 2543 หรือพื้นที่พิพาท 4.6 ตร.กม. ดังนั้นจึงคิดทำอย่างไรจึงให้ทั้ง 2 ฝ่ายมาให้ข้อมูลกับประชาชนเพื่อรับรู้ตรงกันในเวทีเดียวกัน ส่วนรูปแบบที่ตั้งใจไว้คือเปิดเวทีให้มีตัวแทนฝ่ายรัฐบาลและภาคประชาชน โดยมีสื่อมวลชนอาวุโสที่ติดตามประเด็นนี้มาเป็นผู้ดำเนินรายการและตั้งประเด็นคำถาม ในเบื้องต้นจะมีนายเทพชัย หย่อง ผู้อำนายการสถานีโทรทัศน์ทีวีไทย เป็นผู้ดำเนินรายการ พร้อมด้วยสื่อมวลชนอาวุโสที่รู้เรื่องไทย-กัมพูชาดี อาทิ นายวีระ ธีระภัทร และนายกวี จงประกิจถาวร เป็นต้น หวังว่าเป็นเวทีที่ทั้ง 2 ฝ่ายให้ข้อมูล โดยประชาชนคนดูจะเป็นผู้ตัดสินอีกครั้งหนึ่ง จึงเห็นว่าไม่ควรแยกเวทีกัน ทั้งนี้จะนำข้อเสนอของภาคประชาชนไปเสนอต่อรัฐบาลในช่วงบ่ายวันนี้ (17 ก.พ.) ก่อนแจ้งผลให้ทราบอีกครั้ง
pon231 wrote:คุณบอกว่าเขาเก่งไม่ใช่หรือ จนคุณต้องคอยเอาข้อมูลจากเขา
คุณเคยไดัยินว่าผมบอกว่า วีระ/color]ว่าเก่งเหรอผมเคยยกย่องเขาเป็น [color=#FF0000]เทวดาหรืออาจารย์หรืออย่ายัดเยียด เขาก็แค่แหล่งข้อมูลหนึ่งที่ผมฟังก็เพราะจะมีคนโทรไปถามปัญหาสารพัดเป็นความรู้รอบตัวดีและก็มีปัญหาการเมือง ผมไม่เคยโทรหาเขาส่วนมากผมจะฟังอย่างเดียว ผมฟังแล้วใช้สมองคิดๆๆๆไม่ใช่ฟังแล้วต้องเชื่อโดยไม่คิดเหมือนคนบางพวก
