จีรนุช wrote:นั่นเเหละ ขอโทษที่เขียนชื่อผิด
จีรนุช wrote:bhattee wrote:The quantum Zeno effect is a name coined by George Sudarshan and Baidyanath Misra of the University of Texas in 1977 in their analysis of the situation in which an unstable particle, if observed continuously, will never decay
อันนี้สุดโค่ยเลยครับ
"if observed continuously, will never decay"
ถ้าเรายังคงเฝ้าสังเกตมันอย่างต่อเนื่อง มันก็จะไม่เคยหายไป
เป็นปรัชญาสุดๆ
จาก Zeno paradox นี้ถ้าเวลาสามารถแบ่งได้ไม่สิ้นสุดเล็กลงเรื่อยๆ ก็จะไม่มีวันที่จะพุ่งชนนักวิ่ง
ถ้าแบ่งเวลาให้เล็กลงมากๆๆๆๆ มันก็คึอทุกอย่างหยุดนิ่ง เหมือนกับการถ่ายภาพด้วยความเร็วสูง
ในทางคลาสิกคอลเราก็ผ่านๆกันไป แต่ในทางควันตัมมันคงจะไม่ได้
อ้าวเวลามันต่อเนื่องไหมอ่ะถ้างั้น อย่างธนูกับนักวิ่งแน่นอนมันไม่ต่อเนื่องแน่นอน แต่เวลาล่ะ
แล้วยิ่งมาเจอสถานการณ์แบบระดับอนุภาคอีก เวลามีหน่วยเล็กที่สุดไหม
รึเวลาจะมีหน่วยเล็กที่สุด
เเล้วปรัชญาเป็นความรู้ไหม ?
dtonNA wrote:ปัญหา มันมีสองจุด คือ สมการ 10x - x
กับ 10(0.999...)
ที่ผม บอกก็คือ 10 x 0.999...
คุณจะบอกว่า
x = 0.999...
10x - x = 10(0.999...) - (0.999...)
9x = 9.999... - 0.999
x = 1
นี่คือ การพิสูจน์ที่ถูกต้องหรือ??

eAT wrote:dtonNA wrote:ปัญหา มันมีสองจุด คือ สมการ 10x - x
กับ 10(0.999...)
ที่ผม บอกก็คือ 10 x 0.999...
คุณจะบอกว่า
x = 0.999...
10x - x = 10(0.999...) - (0.999...)
9x = 9.999... - 0.999
x = 1
นี่คือ การพิสูจน์ที่ถูกต้องหรือ??
ไม่ปัญหามันอยู่ที่คุณใช้วิธีแถ โดยการพายเรือในอ่างต่างหาก
ถ้าเข้าประเด็น ก็ไม่โดนด่าแล้ว
ปรเด็นคือคุณไม่ยอมรับว่า 10 * 0.999... = 9.999...
แล้วคุณก็คำอธิบายไม่ได้ว่าทำไม!!! ทั้งๆ ที่คิดแบบ
ป. 4 (อีกแล้ว) ก็คือการเลื่อนตำแหน่งทศนิยไป 1 หลัก
ถ้าอย่างนั้นต้องกลับไปคิดแบบเด็ก ป.1
บวกกันดื้อๆ 10 ครั้ง ลองบวกดู
0.999... + 0.999... = ?
คุณบวกได้เท่าไหร่? ผมบวกแบบ ป.1
ได้ว่า 1.999... บวกไปเรื่อยๆ ได้ 9.999...
halfmoon wrote:ตึกแถวหรูสไตล์ยุโรป 3.75 ชั้น มันเป็นยังไง
จีรนุช wrote:halfmoon wrote:ตึกแถวหรูสไตล์ยุโรป 3.75 ชั้น มันเป็นยังไง
มันมีทั้งตึก 3.97 ชั้น 3.98 ชั้น เเหละ ถ้าจะเอาจริงๆ ถ้าทำงานด้านตรวจเเบบรับงานจะรู้
ถ้าเป้นอาคารเเบบชาวบ้านทั่วไป ก็มีเยอะ 3.5 3.25 พวกนี้จะเป้นอาคารให้เช่า พวกผับ ตึกเเถวประมาณนี้
มันไม่เต้มชั้นไง มันจะมีชั้นลอย
5555 ตอบได้อีกกระทู้เเล้ว
55555 wrote:ถ้าผมเป็น mod ผมจะลบความเห็นทั้งหมดเลย
เพราะมันทำให้ผมปวดหัวตึ๊บ
bhattee wrote:55555 wrote:ถ้าผมเป็น mod ผมจะลบความเห็นทั้งหมดเลย
เพราะมันทำให้ผมปวดหัวตึ๊บ
ผมว่า mod เค้าอาจจะชอบนะครับเห็นมาร่วมแจมแว่บๆ
dtonNA wrote:คุยกันดีๆๆกว่าครับ อย่าใช้คำว่าแถเลย และอย่าใช้คำดูถูกเหยียดหยามคนที่คิดต่างเลยครับ
ผมถามครับว่า อตรรกยะ คือ อะไร คุณเอาไปใช้อย่างไร?

eAT wrote:dtonNA wrote:คุยกันดีๆๆกว่าครับ อย่าใช้คำว่าแถเลย และอย่าใช้คำดูถูกเหยียดหยามคนที่คิดต่างเลยครับ
ผมถามครับว่า อตรรกยะ คือ อะไร คุณเอาไปใช้อย่างไร?
เอาเป็นว่าลืมๆ มันไปก็ได้
อย่าพึ่งถาม อตรรกยะ บวกเลขก่อนครับ
ให้มันจบเป็นเรื่องๆ ไป
ถ้าบวกเสร็จแล้ว อ่านที่นี่
http://www.edu.cmu.ac.th/~mathedu/book/ ... UMBER4.pdf
จริงๆ ไม่เห็นต้องถาม หา google ก็ได้
Opps!! ลิงค์ข้างบน ให้ความหมายของจำนวนจินตภาพผิดนะครับ
ถ้าอ่านดูก็น่ารู้ว่าผิด เพราะนิยมมันดันไปทับกับจำนวนเชิงซ้อน
eAT wrote:เห็นมีแต่ความเห็น แต่ไม่คำอธิบายเลยว่า ทำไม 1/3 ไม่เท่ากับ 0.333...
ปัญหาหรือ? มันเริ่มมาตั้งแต่สมัยกรีกแล้ว Xeno's Paradox
http://www.mathpages.com/rr/s3-07/3-07.htm
http://en.wikipedia.org/wiki/Zeno's_paradoxes
สำหรับคนที่อ่านภาษาอังกฤษไม่ออก ขออธิบายคร่าวๆ ดังนี้
ธนูที่ไม่มีทางยิงถูก
สมมุตว่านักรบคนหนึ่ง เห็นพลธนูง้างเตรียมยิงมายังตนที่ห่าง
ออกไป 100 เมตร นักรบคนนั้นวิ่งหนีพร้อมกับธนูถูกยิงออกมา
โดยที่ธนูมีความเร็วเป็น 10 เท่าของนักรบคนนั้น
... เมื่อธนูวิ่งไป 100 เมตร นักรบนั้นจะวิ่งไปได้ 10 เมตร (ธนูอยู่ที่ 100 นักรบอยู่ 110)
... หากธนูวิ่งไปอีก 10 เมตร นักรบจะวิ่งไปได้ 1 เมตร (ธนูอยู่ที่ 110 นักรบอยู่ 111)
... ธนูวิ่งไปอีก 1 เมตร นักรบก็จะนำหน้าไปอีก 0.1 เมตร (ธนูอยู่ที่ 111 นักรบอยู่ 111.1)
... ธนูวิ่งไปอีก 0.1 เมตร นักรบก็ยังจะห่างไปอีก 0.01 เมตร (ธนู 111.1 นักรบ 111.11)
ดังนั้นธนูจะไม่มีทางยิงถูกนักรบได้ ทุกครั้งที่ธนูเคลื่อนที่
นักรบจะเคลื่อนนำหน้าเสมอ
ปริศนานี้ไม่มีใครแก้ได้จนกระทั่งนัวตันได้เสนอเทคนิค Integral
ในการแก้ปริศนานี้ที่มีมายาวนานกว่าสองพันปี
sleepless wrote:ย้ายมาอยู่นี่กันแล้วเหรอ
ไอ้ปัญหาแบบนี้จำได้ว่าเคยเป็นแผ่นรองบทในหนังสือคณิตศาสตร์สมัยผมอยู่ ม ปลาย เรื่องเต่ากับกระต่าย
กระต่ายต่อให้เต่าอยู่ข้างหน้า
ผมสรุปกับตัวเองไปตอนนั้นว่าถ้าเต่ากับกระต่ายไม่มีขนาด กระต่ายจะไม่มีทางวิ่งทันเต่าเลย
แต่เนื่องจากทั้งเต่าและกระต่ายมีขนาด (อยู่ในโลกแห่งความจริง) กระต่ายมันจึงวิ่งทันเต่าที่ใดที่หนึ่ง
ไม่ทราบผมสรุปผิดหรือเปล่า

dtonNA wrote:คือ อย่างนี้นะครับคุณ eAT
จำนวน อตรรกยะ มันมีอยู่จริง แต่ถ้าเราจะเอาไปใช้งาน มันต้องเป็น ตรรกยะก่อน ครับ ในความเข้าใจของผม
ไม่อย่างนั้น มันก็จะมีปัญหา เรื่องทศนิยมตัวสุดท้าย ที่มันต้องเลื่อนขึ้นมา เรื่อยๆ ไม่รู้จบ
อย่างที่ผม บอกนั่นแหละครับว่า ปัญหา ทั้งหมดที่เราคุยกัน มันอยู่ที่ 10 x 0.999... ได้หรือไม่ แล้วที่ เอาผลลัพธ์ของ
10 x 0.999... = 9.999...
แล้วเราเอาไป ลบ กับ 0.999... อีกเนี่ย
มันจะมีปัญหาตรงที่ 10 x ครับ ในความเห็นของผม เพราะโดยปกติ ถ้า
10 x 9 = 90
แล้ว 10 x 0.9(0) = 9
เลขศูนย์ตัวท้าย เช่น 0.90 มันอาจไม่มีค่าเวลาเราไปใช้เป็นผลลัพธ์
แต่มันมีค่า เมื่อเราใช้เป็น ตัวบวกลบ เช่น 0.90 - 0.88 เป็นต้นครับ
ในสมการที่คุณ eAT ว่ามันเป็นการพายเรือในอ่างน้ำ ผมก็คิดเช่นเดียวกันครับ
แต่ ที่ผมแทนค่าเช่นนั้น ผมต้องการแสดงความคิดต่าง ว่า เราไม่สามารถเอา 10 x 0.999... ได้
ดังนั้น มันก็ออกมาอย่างที่ผม เสนอครับ
ทั้งนี้ที่ผมเสนอมาทั้งหมด ไม่ได้เจตนาจะหลบลู่ความคิดของผู้ใด
แต่ด้วยความจริงใจผมต้องการ แสดงออกถึงความเห็นต่างของผมเท่านั้นจริงๆครับ

eAT wrote:sleepless wrote:ย้ายมาอยู่นี่กันแล้วเหรอ
ไอ้ปัญหาแบบนี้จำได้ว่าเคยเป็นแผ่นรองบทในหนังสือคณิตศาสตร์สมัยผมอยู่ ม ปลาย เรื่องเต่ากับกระต่าย
กระต่ายต่อให้เต่าอยู่ข้างหน้า
ผมสรุปกับตัวเองไปตอนนั้นว่าถ้าเต่ากับกระต่ายไม่มีขนาด กระต่ายจะไม่มีทางวิ่งทันเต่าเลย
แต่เนื่องจากทั้งเต่าและกระต่ายมีขนาด (อยู่ในโลกแห่งความจริง) กระต่ายมันจึงวิ่งทันเต่าที่ใดที่หนึ่ง
ไม่ทราบผมสรุปผิดหรือเปล่า
ผิดครับ ไม่เกี่ยวกับมีขนาดหรือไม่มี
ปัญหานี้เกิดขึ้นเมื่อเราคิดแบ่งเวลา หรือระยะทางเป็นส่วนเล็กๆ ไปเรื่อยๆ
จะพบว่าไม่ว่าคิดยังไง มันจะไม่มีทางแซงกันได้เลย ผิดจากความเป็นจริง
ดังนั้นวิธีนี้คิดปกติไม่ได้ ต้องใช้หลักอนุกรมแบบ convergent เพราะว่า
ถ้าเป็น divergent จะไม่มีคำตอบ ถ้าเรียน น่าจะเรียนตอนที่เป็น อินทีเกล
หรือไม่ในอนุกรม ท่าทางคุณจะลืมไปหมดแล้ว
superager wrote:สับสนมากๆครับ ว่าตอนนี้ผมอยู่เสรีไทย หรือ หว้ากอ
จีรนุช wrote:ความเห็นสามอันสุดท้าย ใกล้เคียงเเล้ว มันโผล่มาจากไหนอีกวะ ไม่ใช่สามอันนี้
หมายถึง ตั้งเเต่ dota ลงมานะ
Argus wrote:เต่ากระต่าย หรือ ธนู กับ นักรบ มันเป็นการหา image ที่ ตัวเลขมัน = กัน ในมิติ เดียวครับ.
แต่ความจริงคือ เต่าแซงกระต่าย ธนู ทะลุตัวนักรบไปข้างหน้า ดั่งที่ผมเขียนสมการ ไว้ข้างต้น
ถ้าเอาความจริง ที่วินาทีที่ 12 มันทะลุตัวนักรบไปแล้ว
แต่ถ้าเล่นไปหา วินาทีที่สัมผัส บังเอิญว่า ค่าการหารมัน เข้าใกล้ 100/9 ไงครับ นาทีที่สัมผัสตัวคือ 11.111... ไม่รู้จบแล้วมันจะสัมผัสตรงไหน(วะ).
พอคนเรามาระบุในแง่ของเวลามันเกิดช่องว่างขึ้นในทันที โดยที่นักวิทยาศาสตร์ กับคณิตศาสตร์ก็ไม่รู้ตัวว่า กำลังตกสู่กับดักของ scale โดยไม่รู้ตัว.
scale ที่ว่าคือ ความเล็กที่สุด หรือช่องว่างระหว่างเวลานั่นเอง.
ถ้าใช้โจทย์ที่ว่า ธนู สัมผัสตัวนักรบเมื่อไหร่มันเกิดช่องว่างที่ว่า มันสัมผัส ตัวคนตอนไหน ตอนไหนมันระบุไปถึง 1/1000000000000000000000 วินาทีเหรอ.
คำว่าเหรอ ไม่ใช่การระบุว่ามันจะเป็น 1/1000000000000000000000.
แต่ผมชี้ให้เห็นว่า scale มันเล็กมาก.
---
ต่อ ประเด็นคือผมยอมรับความเป็นไปของคณิตศาสตร์ แต่คณิตศาสตร์กลับไม่ยอมรับความบกพร่องของตัวเองน่ะสิครับ.
เมื่อ คุณรู้ว่า จุดที่ธนูสัมผัสตัวตน คือ 1/3 มันควรจบที่ 1/3 แต่ นักคณิตศาสตร์์ กลับไม่ยอมรับจุดบกพร่องนี้ ทำให้ความบกพร่องเป็นความชอบธรรม.
คำถามสำคัญคือ 0.99999... = 1 ได้แล้ว 0.888... = 0.9 ได้หรือไม่ ในเมื่อ 8 อนันต์มีค่าไม่สิ้นสุด
จริงๆ คำว่าไม่สิ้นสุดก็เป็นความบกพร่องของนิยามตัวนี้อยู่แล้ว เมื่อ ตรรกะทางคณิตศาสตร์ใดที่ไม่สามารถ ทำบทสรุปให้เป็นจริงได้ก็ไม่ควร นิยามมัน.
ผมไม่เคยปฏิเสธการใช้ 1/3 แต่และผมไม่เคยปฏิเสธ คำว่า 0.999... limit ->1 หรือ อนุโลมเป็น 1.
แต่มันคงจะตลกมากเมื่อนักคณิศาสตร์ทั้งหลาย ระบุว่า เขาสอนมาแบบนี้ ต้องเชื่อตามที่เขาสอนโดยไม่มีข้อโต้แย้ง.
สมัยโบราณ อันไกลโพ้น คณิตศาสตร์แรกคือการ + - ยังไม่รู้จักคำว่า คูณ หาร นักคิด พยายามอย่างยิ่งที่จะหาสิ่งใหม่ๆ. ทำให้เราได้รับรู้สูตรใหม่ๆ มากขึ้น
แต่นักคณิตศาสตร์ปัจจุบันกับ จำนน กับนิยามที่ขาดความสมบูรณ์ และมีข้อโต้แย้งได้ โดย มีแม้กระทั่งคำสอนที่ว่า คณิตศาสตร์ห้ามโต้แย้ง.
== ข้อความถูกระงับโดยผู้ดูแล ==
ridkun wrote:นิยามของทศนิยมซ้ำ มาจากเศษส่วนของจำนวนเต็ม
เช่น 0.888... ก็คือ 8/9
ซึ่งมันเป็นตามนิยามคณิตศาสตร์ กรุณาอย่าไปเถียงกับนิยาม
และทุกคนต้องมีนิยามที่เป็นมาตรฐาน ไม่งั้นคุยกันไม่รู้เรื่อง