
บก.ลายจุด wrote:เราลองมาตั้งหลักกันดูอีกทีนะครับเรื่องนี้ว่ามีบริบทอย่างไร
ข้อเท็จจริง...อัญชลี ได้ประกาศระดมคนไปวางพวกหรีดดอกไม้จันในงานรับปริญญาลูกสาวทักษิณ
สิ่งที่ยังไม่เป็นข้อเท็จจริง.... ต่อมามีข้อความในเน็ตว่า มีคนเอาพวกหรีดไปวางไว้ที่ จุฬาแทน โดยมีคนบอกว่าอัญชลีนั่งอยู่ในรถใส่แว่นดำ ไม่ได้ลงมาจากรถ (ตรงนี้ยังไม่เป็นข้อเท็จจริง เพราะไม่มีหลักฐาน)
ข้อสังเกต...ส่วนงานที่สวนอัมพร มีพวกรักทักษิณไปให้กำลังใจทักษิณและลูกสาว เป็นได้ว่า พวกเสื้อเหลืองที่เสียสติส่วนหนึ่ง เดินทางมาหวังป่วนงานเขา แต่พอกำลังคนน้อยกว่าก็เลยถอยฉากออกไป อัญชลีแม่งานก็อาจจะส่งคนมาดูสถานการณ์หรืออาจมาเองด้วยซ้ำไป
สรุป...ผมอาจผิดพลาดเรื่องการปรากฎตัวของอัญชลีในงานรับปริญญาของลูกทักษิณ แต่ถ้าไล่ระบบความคิดดูดี ๆ หากผมกล่าวว่า อัญชลี ไปกินก๊วยเตี๋ยวที่ท่าพระจันทร์ แล้วอัญชลีไม่ได้ไป พวกคุณจะต้องให้ผมขอโทษแบบนี้ด้วยหรือเปล่า ?
ประเด็นคือ หากอัญชลีไปวางพวกหรีดที่งานจริง นั่นก็สารเลวตามที่ผมว่า แต่ถ้าไม่ได้ไป ก็ไม่ได้แปลว่า ผู้หญิงคนนี้เป็นนางฟ้า หรือ ไม่ควรถูกประนาม ในทางกลับกันก็ยังต้องประนามอีกเช่นกัน เพราะเธอนั้นเป็นคนที่เรียกร้องให้มีการกระทำเช่นนั้น
บก.ลายจุด wrote:เราลองมาตั้งหลักกันดูอีกทีนะครับเรื่องนี้ว่ามีบริบทอย่างไร
ข้อเท็จจริง...อัญชลี ได้ประกาศระดมคนไปวางพวกหรีดดอกไม้จันในงานรับปริญญาลูกสาวทักษิณ
สิ่งที่ยังไม่เป็นข้อเท็จจริง.... ต่อมามีข้อความในเน็ตว่า มีคนเอาพวกหรีดไปวางไว้ที่ จุฬาแทน โดยมีคนบอกว่าอัญชลีนั่งอยู่ในรถใส่แว่นดำ ไม่ได้ลงมาจากรถ (ตรงนี้ยังไม่เป็นข้อเท็จจริง เพราะไม่มีหลักฐาน)
ข้อสังเกต...ส่วนงานที่สวนอัมพร มีพวกรักทักษิณไปให้กำลังใจทักษิณและลูกสาว เป็นได้ว่า พวกเสื้อเหลืองที่เสียสติส่วนหนึ่ง เดินทางมาหวังป่วนงานเขา แต่พอกำลังคนน้อยกว่าก็เลยถอยฉากออกไป อัญชลีแม่งานก็อาจจะส่งคนมาดูสถานการณ์หรืออาจมาเองด้วยซ้ำไป
สรุป...ผมอาจผิดพลาดเรื่องการปรากฎตัวของอัญชลีในงานรับปริญญาของลูกทักษิณ แต่ถ้าไล่ระบบความคิดดูดี ๆ หากผมกล่าวว่า อัญชลี ไปกินก๊วยเตี๋ยวที่ท่าพระจันทร์ แล้วอัญชลีไม่ได้ไป พวกคุณจะต้องให้ผมขอโทษแบบนี้ด้วยหรือเปล่า ?
ประเด็นคือ หากอัญชลีไปวางพวกหรีดที่งานจริง นั่นก็สารเลวตามที่ผมว่า แต่ถ้าไม่ได้ไป ก็ไม่ได้แปลว่า ผู้หญิงคนนี้เป็นนางฟ้า หรือ ไม่ควรถูกประนาม ในทางกลับกันก็ยังต้องประนามอีกเช่นกัน เพราะเธอนั้นเป็นคนที่เรียกร้องให้มีการกระทำเช่นนั้น
บก.ลายจุด wrote:
วันนี้ เธอแสดงถึงวุฒิภาวะของคนอายุ 50 ด้วยการเอาพวงหรีดไปในงานรับปริญญาบัตร ของบุตรสาวทักษิณ
ในสงคราม เราไม่ฆ่าพลเรือน
ในทางการเมือง ลูก เมีย เขาเราไม่เอามายุ่ง
การแสดง การเหยียดหยามบุตรสาวของคู่กรณีทางการเมือง ในงานพิธีแบบนี้ สะท้อนระดับจิตสำนึกและวุฒิภาวะของผู้กระทำ ชัดเจนเสียเหลือเกิน
การต่อสู้ทางการเมือง ที่ยกธงคุณธรรม ต้องทำให้ผู้ต่อสู้มีจิตใจสูงส่งขึ้น แต่ไฉนกลายออกมาเช่นนี้
ฝากถึงคนใกล้ตัวคุณอัญชลี ไปบอกเจ้าตัวด้วยว่า ต่ำช้า เกินสามัญชน
บก.ลายจุด wrote:
กรณีอัญชลี กับงานรัฐปริญญาลุกสาวทักษิณนั้น
ผมฟังกับหูว่า อัญชลีขึ้นกล่าวบนเวทีระดมคนเสื้อเหลืองให้ไปมอบดอกไม้จัน ในงานรับปริญญาบัตรของลูกสาวทักษิณ
ส่วนอัญชลีจะได้ไปงานเพื่อเอาดอกไม้จันไปวางด้วยหรือไม่นั้น เป็นอีกเรื่องหนึ่ง
บก.ลายจุด wrote:เราลองมาตั้งหลักกันดูอีกทีนะครับเรื่องนี้ว่ามีบริบทอย่างไร
ข้อเท็จจริง...อัญชลี ได้ประกาศระดมคนไปวางพวกหรีดดอกไม้จันในงานรับปริญญาลูกสาวทักษิณ
สิ่งที่ยังไม่เป็นข้อเท็จจริง.... ต่อมามีข้อความในเน็ตว่า มีคนเอาพวกหรีดไปวางไว้ที่ จุฬาแทน โดยมีคนบอกว่าอัญชลีนั่งอยู่ในรถใส่แว่นดำ ไม่ได้ลงมาจากรถ (ตรงนี้ยังไม่เป็นข้อเท็จจริง เพราะไม่มีหลักฐาน)
ข้อสังเกต...ส่วนงานที่สวนอัมพร มีพวกรักทักษิณไปให้กำลังใจทักษิณและลูกสาว เป็นได้ว่า พวกเสื้อเหลืองที่เสียสติส่วนหนึ่ง เดินทางมาหวังป่วนงานเขา แต่พอกำลังคนน้อยกว่าก็เลยถอยฉากออกไป อัญชลีแม่งานก็อาจจะส่งคนมาดูสถานการณ์หรืออาจมาเองด้วยซ้ำไป
สรุป...ผมอาจผิดพลาดเรื่องการปรากฎตัวของอัญชลีในงานรับปริญญาของลูกทักษิณ แต่ถ้าไล่ระบบความคิดดูดี ๆ หากผมกล่าวว่า อัญชลี ไปกินก๊วยเตี๋ยวที่ท่าพระจันทร์ แล้วอัญชลีไม่ได้ไป พวกคุณจะต้องให้ผมขอโทษแบบนี้ด้วยหรือเปล่า ?
ประเด็นคือ หากอัญชลีไปวางพวกหรีดที่งานจริง นั่นก็สารเลวตามที่ผมว่า แต่ถ้าไม่ได้ไป ก็ไม่ได้แปลว่า ผู้หญิงคนนี้เป็นนางฟ้า หรือ ไม่ควรถูกประนาม ในทางกลับกันก็ยังต้องประนามอีกเช่นกัน เพราะเธอนั้นเป็นคนที่เรียกร้องให้มีการกระทำเช่นนั้น
บก.ลายจุด wrote:ผมไม่ได้บอกว่าผมไม่ผิด
thai007 wrote:บก.ลายจุด wrote:ผมไม่ได้บอกว่าผมไม่ผิด
ยอมรับว่าตัวเองผิด แต่ไม่เคยมีคำขอโทษ ให้สมาชิกเสรีไทยได้ยินเลย
คนที่เอ่ยคำขอโทษไม่เปน คนนั้นไม่นับว่าเปนคน
บก.ลายจุด wrote:ผมไม่เห็นว่า ข้างบนผม โต้เถียงผมในประเด็น เอาแต่เสียดสี
เพื่อนร่วมชาติ wrote:หนูจุดสับสนขนาดนี้แล้วเหรอ ประเด็นของเรื่องนี้ไม่ใช่ว่าอัญชลีเป็นคนแบบไหน
แต่ประเด็นคือ สิ่งที่หนูจุดไปกล่าวหาเขาน่ะ เป็นความจริงหรือไม่ ถ้าไม่จริงไปกล่าวหาเขาทำไม
บก.ลายจุด wrote:พฤติกรรมของอัญชลีนั้นโสโคลกต่อเนื่อง ไม่รู้กี่ครั้งต่อกี่ครั้ง
วันที่ มีการปะทะกันระหว่าง นปก กับ พธม จนมีคนตายและบาดเจ็บจำนวนมาก อัญชลีพูดบนเวทีหลังจากวันนั้นว่า
พธม ไม่ได้ทำอะไรพวก นปก เลย พวกนั้นต่างหากที่ล้มโดนตีนพวกเราเอง แล้วก็หัวเราะลั่น
mar wrote:เคยได้ยินว่า คดีหมิ่นประมาทน่ะ ถึงแม้จะเป็นเรื่องจริงก็เป็นเข้าข่ายหมิ่นได้
เพราะฉะนั้นถึงคุณอัญชลี พูดเรื่องจริง ก็เป็นหมิ่นได้ เพราะฉะนั้นไปว่าเขา
กล่าวหาก็ไม่รู้ใช่รึเปล่า ผู้รู้กฎหมายกรุณา ช่วยเฉลยด้วยค่ะ
สรุปว่าคำตัดสินของศาลไม่ได้บอกว่าเรื่องที่พูดไม่จริงใช่ไม๊คะ
ส่วนในกรณีหมิ่นประมาท ถ้าผู้ถูกหาว่ากระทำความผิด พิสูจน์ได้ว่าข้อที่หาว่าเป็น หมิ่นประมาทนั้นเป็นความจริง ผู้นั้นไม่ต้องรับโทษ แต่ห้ามไม่ให้พิสูจน์ ถ้าข้อที่หาว่าเป็นหมิ่นประมาทนั้นเป็นการใส่ ความในเรื่องส่วนตัว และการพิสูจน์จะไม่เป็นประโยชน์แก่ประชาชน เช่นเรื่องความประพฤติเสื่อมเสียในทางชู้สาว
ตัวอย่าง นายA พูดกับBว่า นางสาวC นอนกับผู้ชายไม่เลือกหน้า เป็นเหตุให้นางสาว C เสื่อมเสียชื่อเสียง เช่นนี้แม้เรื่องดังกล่าวเป็นความจริงก็ตาม นาย A ก็ไม่สามารถพิสูจน์ว่าเรื่องดังกล่าวเป็นความจริงเพื่อจะได้รับยกเว้นโทษได้เพราะเรื่องดัวกล่าวเป็นเรื่องส่วนตัว และการพิสูจน์จะไม่เป็นประโยชน์แก่ประชาชน เป็นต้น
ดังนั้นในทางอาญาแม้คำกล่าวหมิ่นประมาทจะเป็นความจริง ผู้ที่กล่าวก็มีความผิดฐานหมิ่นประมาทได้ ถ้าหากไม่เข้าข้อยกเว้นที่ให้พิสูจน์ได้ จึงมีคำกล่าวว่า ในทางอาญา “ยิ่งจริงยิ่งหมิ่นประมาท” ซึ่งตรงนี้จะต่างจากการหมิ่นประมาทในทางแพ่งที่ว่า หมิ่นประมาททางแพ่ง
ตามกฎหมายแล้วจริงหรือไม่จริงไม่สำคัญครับ แต่ถ้าไปทำให้ผู้อื่นเสียชื่อเสียง ถูกดูหมิ่นหรือถูกเกลียดชังแล้ว ก็ผิดทั้งนั้นครับ ท่านผู้อ่านอาจจะสงสัยว่าทำไมกฎหมายเขียนอย่างนี้ใช่ไหมครับ จริง ๆ แล้วกฎหมายก็คำนึงถึงเรื่องความจริงหรือไม่จริงของข้อความเช่นกันครับ โดยบัญญัติให้มีการพิสูจน์ความจริงกันได้ คือถ้าผู้กระทำความผิดฐานหมิ่นประมาทพิสูจน์ได้ว่าข้อความข้อความที่ตนกล่าวหรือเขียนไปนั้นเป็นความจริงก็ไม่ต้องรับโทษทางอาญาครับ
อย่างไรก็ตามไม่ใช่ว่าจะไปพิสูจน์ความจริงเพื่อยกเว้นโทษกันได้ทุกกรณีนะครับ ถ้าเป็นเรื่องส่วนตัว และการพิสูจน์ไม่เป็นประโยชน์ต่อประชาชน กฎหมายก็ไม่ยอมให้มีการพิสูจน์เพื่อยกเว้นโทษครับ เช่น ผมส่ง e-mail ไปหาเพื่อนผมกล่าวหาว่านาย ก. เป็นชู้กับเมียชาวบ้าน ถึงผมจะพิสูจน์ได้ว่านาย ก. เป็นชู้กับเมียชาวบ้านจริง ผมก็ต้องติดคุกหรือถูกปรับอยู่ดีครับ เพราะการพิสูจน์ไม่เป็นประโยชน์กับประชาชน แต่ถ้านาย ก. เป็นนักการเมืองหรือข้าราชการระดับสูงก็อาจมองได้นะครับว่าการพิสูจน์จะเป็นประโยชน์กับประชาชน