Page 1 of 2

“หมู่เกาะตารุเตา" มรดกโลกแห่งใหม่?

PostPosted: Mon Aug 17, 2009 11:05 am
by อารยา
เกาะตารุเตากับเกาะลังกาวีห่างกันไม่ถึง 10 กิโลเมตร
ในส่วนของมาเลเซีย มหาธีร์อดีตผู้นำมาเลเซียท่านเป็นเจ้าของรีสอร์ตใหญ่ที่สุดบนเกาะลังกาวี และขณะนี้น่าจะเป็นคู่แข่งที่น่ากลัวของภูเก็ตในย่านอันดามันนี้แล้ว
ในส่วนของไทย รัฐบาลสัญญาเมื่อ 35 ปีก่อนอนุมัติให้จัดตั้งอุทยานทางทะเลเกาะตารุเตาในฐานะที่องที่เป็นแหล่งชีวภาพที่ค่อนข้างสมบูรณ์ เพราะธรรมชาติได้มีเวลาปกป้องรักษาไว้นานกว่าแหล่งใดในโลก กองทัพเรืออังกฤษที่เข้ามาถึงเมื่อปี 2489 ก็เพียงเพื่อปราบโจรสลัดที่ป่วนอยู่ในน่านน้ำระหว่างเกาะลังกาวีกับเกาะตารุเตา
ก่อนหน้านั้น ตารุเตาเป็นที่รู้จักในฐานะที่กักขังนักโทษการเมืองคดีกบฏบวรเดชและกบฏนายสิบที่ย้ายไปจากเรือนจำกลางบางขวาง เมื่อต้นปี 2484


วันนี้ที่ 17 สิงหาคม พ.ศ. 2552 ปีที่ 32 ฉบับที่ 11482 มติชนรายวัน
http://www.matichon.co.th/matichon/view ... 2009-08-17
จั่วหัวว่า ชงครม. อนุมัติ1.14หมื่นล. สร้างท่าเรือปากบาราเฟส 1เนื้อข่าวชิ้นเล็กๆนี้มีว่า ภายใน 1-2 สัปดาห์นี้กระทรวงคมนาคมจะเสนอแผนการดำเนินโครงการก่อสร้างท่าเรือน้ำลึกปากบารา จังหวัดสตูล ระยะที่ 1 (2553-2558) มูลค่า 1.14 หมื่นล้านบาท ประกอบด้วยงานท่าเรือบริการ อาคารปฏิบัติงาน สะพาน ถนน และทางรถไฟเข้าท่าเรือ เพื่อขอความเห็นชอบจากครม.

ตำนาน “คอคอดกระ” ที่พูดกันมาตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 5 อาจถึงเวลาปิดฉากลงถ้าโครงการนี้บรรลุสถานะเป็นสะพานเศรษฐกิจ (แลนด์ บริดจ์) เชื่อมโยงการขนส่งทางเรือไปยังประเทศตะวันออกกลาง แอฟริกา และยุโรป และฝั่งอ่าวไทย
อุปสรรคของโครงการนี้คงไม่ต่างจากเมกะโปรเจกต์อื่นๆที่ต้องประเมินผลกระทบต่อสภาพแวดล้อมให้ชัดเจนเพื่อประเมินความคุ้มค่ารอบด้าน
หมู่เกาะตารุเตาน่าจะต้องดูแลเป็นพิเศษ เนื่องจากท่าเรือปากบาราที่ อ. ละงู จ. สตูล ห่างจากอุทยานทางทะเลตารุเตา แหล่งห่วงโซ่ชีวิตสัตว์ทางทะเลที่สมบูรณ์ที่สุดในโลก เพียงนั่งเรือตังเกไปไม่ถึงชั่วโมง หากโครงการขาดมาตรการควบคุมผลกระทบที่น่าเชื่อถือพอ น่ากลัวว่าลงท้าย โครงการนี้อาจกลายเป็นเพียงภาคผนวกของตำนานคอคอดกระ


ทางออกที่ดีน่าจะรื้อฟื้นข้อเสนอขอขึ้นทะเบียนอุทยานทางทะเลตารุเตาเป็นมรดกโลกมาพิเคราะห์ร่วมกับโครงการนี้ด้วย รัฐบาลเคยเสนอเรื่องนี้ต่อยูเนสโกเมื่อปี 2534 หากทำได้ภายในไตรมาสที่สามของปีนี้ ก็น่าจะทันกำหนดการบรรจุเข้าวาระในการประชุมคณะกรรมการมรดกโลกครั้งที่ 34 ในกลางปีหน้าที่นครริโอเดอจาเนโร่ บราซิล

อนึ่ง ตุลาคมที่จะถึงนี้ มีความเป็นไปได้ว่าอาจารย์อดุลย์ วิเชียรเจริญ จะได้รับการสนับสนุนจากทางยูเนสโกให้เป็นหนึ่งใน 21 กรรมการมรดกโลก จำได้ว่าอาจารย์อดุลย์เคยนั่งดำรงฐานะนี้มาก่อนเมื่อปี 2532 ในเทอม 6 ปี ย่อมทราบดีว่า เมื่อปี 2534 คณะกรรมการมรดกโลกได้แนะให้มีการปรับปรุงแผนบริหารจัดการอนุรักษ์พื้นที่บริเวณหมู่เกาะตารุเตารุเตาเท่านั้นเอง

รัฐมนตรีกระทรวงทรัพยากรแม้จะไม่ได้เป็นเจ้าภาพเรื่องมรดกโลก แต่ในฐานะเจ้าของพื้นที่ น่าจะช่วยประสานเรื่องนี้กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ เพื่อว่าประเทศไทยจะได้รับประโยชน์สูงสุด
Image
Image
Image
Image
Image
Image
Image

Re: “หมู่เกาะตารุเตา" มรดกโลกแห่งใหม่?

PostPosted: Mon Aug 17, 2009 11:24 am
by อารยา
ตะรุเตาวันนี้ เป็นหมู่เกาะในท้องที่ตำบลเกาะสาหร่าย อำเภอละงู จังหวัดสตูล
หมู่เกาะที่อยู่ใกล้เคียงมีชื่อว่า อาดัง-ราวี เกาะอื่นๆ อาทิ เกาะดง เกาะหลีเป๊ะ เกาะเหล็ก เกาะกลาง รวม 51 เกาะ

มีพื้นที่ทั้งหมด 931,250 ไร่ หรือ 1,490 ตารางกิโลเมตร
เฉพาะเกาะตะรุเตามีความยาว 26 ก.ม. ส่วนกว้างที่สุด 11 ก.ม. ห่างจากตัวเมืองสตูลไปทางทิศตะวันตกประมาณ 40 กิโลเมตร
จากท่าเรือปากบารา 22 กิโลเมตร มีความสวยงามตามธรรมชาติเดิมๆ และอุดมด้วยทรัพยากรเกินกว่าที่คาดมาก

ครม. มีมติดำเนินการถอนสภาพเขตหวงห้ามเพื่อการราชทัณฑ์ และมีพระราชกฤษฎีกากำหนดให้พื้นที่ดังกล่าวทั้งหมด
เป็นอุทยานแห่งชาติตารุเตา ตามประกาศในราชกิจจานุเบกษา เล่ม 91 ตอนที่ 68 ลงวันที่ 19 เมษายน 2517

ต่อมาปี พ.ศ.2525 อุทยานแห่งชาติตะรุเตาได้รับการยกย่องจากองค์การ UNESCO ให้เป็น มรดกแห่งอาเชียน
(ASEAN Heritage Parks and Reserves)

สำหรับสถานะความเป็น "มรดกโลก" ของอุทยานเกาะตารุเตาแห่งนี้ ไม่มีปัญหาในเชิงความสมบูรณ์ของธรรมชาติ
ยูเนสโกชี้แจงเมื่อปี 2534 ว่าคงต้องให้อุทยานฯมีระบบการบริหารจัดการที่พัฒนากว่านี้ก่อน ค่อยมาขอใหม่
โอกาสมีครับ เนื่องจากระยะหลังๆนี้มีนักท่องเที่ยวจากยุโรปนิยมมาแถวนี้มากขึ้น แต่พอได้เป็นแล้วก็อย่าปล่อยปละละเลยให้อับเฉากันมากนัก
เดี๋ยวจะเหมือนที่พระราชวังโบราณกรุงเก่าที่อยุธยา

http://aryaforum.freeforums.org/topic-t312-90.html

Re: “หมู่เกาะตารุเตา" มรดกโลกแห่งใหม่?

PostPosted: Mon Aug 17, 2009 12:08 pm
by อารยา
คุกบนเกาะตะรุเตามิได้เกิดขึ้นเพราะบางขวางมีปัญหานักโทษล้นเรือนจำ แต่เพื่อป้องกันนักโทษการเมืองเพียง 70 คนหลบหนีเป็นสำคัญ
แต่ไม่น่าเชื่อว่า เพียง 5 ปีก่อนตารุเตาแตก มีการทยอยย้ายนักโทษอุกฉกรรจ์จากบางขวางมาไว้ที่นี่ถึง 3 หมื่นคน
นักโทษการเมืองขังไว้ทางใต้ของเกาะ บริเวณ "อ่าวตะโละอุดัง" (Talo Udang Bay)
ส่วนนักโทษอุกฉกรรจ์ทั่วไปอยู่ทางด้านตะวันออกของเกาะ ที่ "อ่าวตะโละวาว" (Talo Wao Bay) ห่างกัน 11 กิโลเมตรตามทางเดินเชื่อมต่อถึงกัน
Image
ตลอดช่วงสงครามโลก เมื่อกรุงเทพฯถังแตก ตารุเตาก็รอวันคุกแตก ผู้คุมอดอยากพอๆกับนักโทษเพราะได้รับเงินเดือนแสนจะกะปริบกะปรอย สุดท้ายก็สุมหัวกับนักโทษปล้นชาวบ้าน หนักเข้ากลายเป็นโจรสลัด อาละวาดไปทั่วย่านน้ำจนถึงช่องแคบมะละกา
คุณปองพลเขียนไว้เป็นนิยายพ๊อกเกตบุคหนุกหนานมาก


สอ เสถบุตร เป็นหนึ่งเดียวในนักโทษการเมืองบนเกาะตะรุเตาที่ไม่ต้องการหนีตอนคุกแตก เพราะอยากเขียนพจนานุกรมอังกฤษ-ไทยที่ใกล้เสร็จเต็มทีให้เรียบร้อยก่อน
(จากบางขวาง สอ. เขียนจาก A มาถึง S พอมาถึงตะรุเตา เริ่มจาก T-Tarutao)


คิดตามอนุทินชีวิตของเอกบุรุษผู้น่าบูชานี้ได้จาก...
http://www.sarakadee.com/feature/2002/0 ... aputra.htm

Re: “หมู่เกาะตารุเตา" มรดกโลกแห่งใหม่?

PostPosted: Mon Aug 17, 2009 12:29 pm
by banana_dot
Image
Image
ออกลึกซึ้งถึงชื่อสะดือสมุทร เห็นน้ำสุดสูงฟูมดังภูมิผา

ดูพลุ่งพลุ่งวุ้งวงหว่างคงคา สูดนาวาเวียนวนไม่พ้นไป

เรือลูกค้าวานิชไม่ชิดเฉียด และก้าวเสียดหลีดรำตามน้ำไหล

แลชะเลเภตราบ้างมาไป เห็นไรไรริ้วริ้วเท่านิ้วมือ

แม้พรายน้ำทำฤทธิ์นิมิตรูป สว่างวูบวงแดงดังแสงกระสือ

ต้องสุมไฟใส่ประโคมให้โหมฮือ พัดกระพือเผาหนังแก้รังควาน


*******************************************************************
เป็นกลอนรำพันพิลาปที่กล่าวถึงสะดือทะเลอันดามันแต่งเมื่อบวชเป็นภิกษุ พ.ศ. 2385
จำพรรษาอยู่วัดเทพธิดาราม สะดืออันดามันนี่แหละเป็นฉากทั้งเรื่องพระอภัยมณี
วรรณคดีการเมืองที่สุนทรภู่แต่งต่อต้านการล่าอาณานิคมของอังกฤษ

แล้วคนไทยในยุคที่ว่าเจริญรุ่งเรืองนี้ละ ลืมเลือนอดีต ยกตัวว่าเก่งกล้า
แสวงหาอำนาจ ทำตัวเป็นยักษ์ปากกว้างกินเท่าไรก็ไม่รู้จักอิ่ม
:|

Re: “หมู่เกาะตารุเตา" มรดกโลกแห่งใหม่?

PostPosted: Mon Aug 17, 2009 12:37 pm
by อารยา
ขอบคุณครับ คุณบานานาด๊อต จินตนาการจากแถวนี้น่าจะบรรเจิดกว่าแถวเกาะเสม็ดนะครับ

Re: “หมู่เกาะตารุเตา" มรดกโลกแห่งใหม่?

PostPosted: Mon Aug 17, 2009 12:48 pm
by banana_dot
อารยา wrote:ขอบคุณครับ คุณบานานาด๊อต จินตนาการจากแถวนี้น่าจะบรรเจิดกว่าแถวเกาะเสม็ดนะครับ

จินตนาการว่าจะเปิดคุกตารุเตาให้แม้วกลับมาอยู่เหรอครับ...ฮา :twisted:

Re: “หมู่เกาะตารุเตา" มรดกโลกแห่งใหม่?

PostPosted: Mon Aug 17, 2009 1:16 pm
by อารยา
ทำไมรู้ใจครับ

Re: “หมู่เกาะตารุเตา" มรดกโลกแห่งใหม่?

PostPosted: Mon Aug 17, 2009 1:38 pm
by Vihok_Asnii
อย่างแม้วและคณะนี่น่าจะสร้างคุกแห่งใหม่ใกล้ๆ เขาพระวิหาร ให้ประเดิมเลยนะครับ

ให้มองออกไปจากหน้าต่างลูกกรงแล้วเห็นทิวทัศน์ของเขาพระวิหารได้ชัดเจนทุกวัน ทุกเวลา แบบนั้นดีกว่า (อย่ามาทำให้เขตแดนทะเลใต้ต้องแปดเปื้อนเลย :( )

แล้วต่อไปก็เอาไว้ขังนักโทษคดีกบฎ-ก่อการร้าย-ขายชาติ-คอรัปชั่น-หมิ่นสถาบัน ฯลฯ โดยเฉพาะ

ใกล้ๆ กันนั้นก็สร้างพิพิธภัณฑ์ไว้ให้คนรุ่นหลังได้ศึกษาหาความรู้ เป็นอุทาหรณ์ในเรื่องประวัติศาสตร์ การเมืองไทย และความรักชาติด้วย

Re: “หมู่เกาะตารุเตา" มรดกโลกแห่งใหม่?

PostPosted: Mon Aug 17, 2009 1:51 pm
by ดาตายัง
ดาตายังคิดว่าตะรุเตาคือเกาะที่ธรรมชาติงดงามมากๆ เกาะหนึ่ง แต่ติดตรงที่คำว่าคุก มันจำกัดอิสระภาพทางจิตใจ นักโทษเมื่อ 70 ปีก่อนจึงไม่อยากสัมผัสความงดงามนั้น ดังคำพูดคับที่อยู่ได้ คับใจอยู่ยาก

Re: “หมู่เกาะตารุเตา" มรดกโลกแห่งใหม่?

PostPosted: Mon Aug 17, 2009 3:17 pm
by อารยา
คุณ ตาตายัง กับคุณวิหคอัสนีครับ ผมไม่แน่ใจว่าจะไม่มีนักโทษตะรุเตาคนไหนซาบซึ้งธรรมชาติอันวิจิตรของตะรุเตา
ที่ท่านสอ เศรษฐบุตรอ้างว่าขออยู่เขียนพจนานุกรมให้เสร็จก่อนตอนที่เพื่อนๆชวนหนีไปทีละคนสองคนตั้งแต่ปี 2487 นั้น เหตุผลจริงๆอาจกำลังหลงไหลกับบรรยากาศที่นั่นอย่างถอนตัวไม่ขึ้นก็ได้ครับ
ถ้าวิวที่ตะรุเตาไม่งามจริง UNESCO คงไม่ยกย่องให้เป็นมรดกแห่งอาเชียน (ASEAN Heritage Parks and Reserves)เมื่อ 27 ปีก่อน

และถ้าแม้วเลือกที่ติดคุกได้ คงไม่ไปแถวเขาพระวิหารอย่างที่คุณวิหคอัสนีแนะนำหรอก
คงหา "ซีวิว" ที่ตารุเตาแน่เลย


.............Image
Image
Image
Image
Image
ImageImage

Re: “หมู่เกาะตารุเตา" มรดกโลกแห่งใหม่?

PostPosted: Mon Aug 17, 2009 3:20 pm
by นักตอบกระทู้อิสระ
ปีใหม่นี้ รู้แล้วว่าจะไปเที่ยวไหนดี

Re: “หมู่เกาะตารุเตา" มรดกโลกแห่งใหม่?

PostPosted: Mon Aug 17, 2009 3:22 pm
by แดง ขาว น้ำเงิน
อ้าวไหงให้ไอ้เหลี่ยมอยู่ดีจังละครับ ผมละนึกว่าที่เหมาะสมกับมันควรเป็น อเวจี ขุมใดขุมหนึ่งนะเนี่ย :mrgreen:

Re: “หมู่เกาะตารุเตา" มรดกโลกแห่งใหม่?

PostPosted: Mon Aug 17, 2009 3:28 pm
by อารยา
นักตอบกระทู้อิสระ wrote:ปีใหม่นี้ รู้แล้วว่าจะไปเที่ยวไหนดี

FYI
สภาพป่าของอุทยานแห่งชาติตะรุเตาสามารถจำแนกออกได้เป็น 7 ประเภท ได้แก่
ป่าดงดิบ ประกอบด้วย หงอกค่าง ยางปาย ยางเสียน เคี่ยมคะนอง มังคาก หลุมพอ เสียดช่อ ตะเคียนหิน หมากนางลิง ระกำ ไพลดำ ข้าหลวงหลังลาย ลิ้นแรด เฟินก้านดำ และนาคราช

ป่าผสมผลัดใบ/ป่าเขาหินปูน ประกอบด้วย รักขาว แคยอดดำ งิ้วป่า พลับดง ไทรย้อยใบทู่ ข่อย ส้มกบ สลัดไดป่า เปล้าน้ำเงิน เข็มขน เต่าร้างแดง แก้วหน้าม้า บุกหิน เปราะป่า เถาวัลย์ด้วน ขี้ไก่ย่าน เฟินราชินี หญ้าข้าวป่า และรองเท้านารีดอกขาว
ป่าชายหาด ประกอบด้วย เสม็ดชุน เสม็ดขาว วา จิกเล กระทิง หูกวาง สนทะเล ตีนเป็ดทะเล หว้าหิน โกงกางหูช้าง ปอทะเล โพทะเล รักทะเล พุทราทะเล กระแตไต่ไม้ ผักบุ้งทะเล ถั่วคล้า เกล็ดนาคราช พลับพลึง ปรงทะเล ชุมเห็ดเล และลำเจียก
ป่าพรุ ประกอบด้วย จิกนา จิกน้ำ ตีนเป็ดเล็ก เต่าร้างแดง หมากอาดัง กะลุมพี หญ้าสามคม กระจูด ผักแขยง กระถินนา หญ้าเข็ม ไส้ปลาไหล ผักขาเขียด ผักบุ้ง

ป่าชายเลน ประกอบด้วย เหงือกปลาหมอดอกม่วง ฝาด ขลู่ ตาตุ่มทะเล หลุมพอทะเล ตะบูน เล็บมือนาง ถั่ว พังกาหัวสุม โปรง โกงกาง ลำพู ลำแพนทะเล แสมว แสมทะเล สำมะงา หวายลิง และจาก
ไม้แคระ/ไม้พุ่ม ประกอบด้วย ปรงเขา ส้านใหญ่ ไกรทองหรือพิกุลทอง ชะแอง ขนหนอน ติ่งตั่ง หญ้าหนูต้น หญ้าหางนกยูง เอ็นอ้าน้อย และเนียมนกเขา
ป่ารุ่นสอง ประกอบด้วย ทุ้งฟ้า ตีนเป็ด กระทุ่ม ตอกใบใหญ่ ติ้วขาว หว้าเขา ชันยอด ตองแตบ เพกา มังตาน ตีนนก หนาดใหญ่ พลับพลา ปอเต่าไห้ พุดน้ำ โคลงเคลงขี้นก ถอบแถบเครือ หมามุ้ย หญ้ายายเภา และสาบเสือ
สัตว์ป่าที่พบในอุทยานแห่งชาติตะรุเตาสามารถจำแนกออกได้เป็น
สัตว์เลี้ยงลูกด้วยน้ำนม จำนวนที่พบ 30 ชนิด ประกอบด้วย หมูป่า กระจง ลิงแสม ค่างแว่นถิ่นใต้ นากใหญ่ขนเรียบ เม่นหางพวงใหญ่ อีเห็นธรรมดา บ่าง กระรอกบินแก้มสีแดง หนูท้องขาว และค้างคาวแวมไพร์แปลงเล็ก

นก จำนวนที่พบ 268 ชนิด ประกอบด้วย นกยางเขียว นกยางทะเล นกออก นกเด้าดิน นกเขาใหญ่ นกกระปูดใหญ่ นกกระเต็นใหญ่ปีกสีน้ำตาล นกจาบคาหัวเขียว นกตะขาบดง นกแก็ก นกหัวขวานสี่นิ้วหลังทอง นกแอ่นบ้าน นกปรอดคอลาย นกแซงแซวหางบ่วงใหญ่ นกขมิ้นท้ายทอยดำ นกเขียวคราม นกเด้าลมดง นกอีเสือสีน้ำตาล นกขุนทอง นกกินปลีอกเหลือง นกเอี้ยงถ้ำ
สัตว์เลื้อยคลาน จำนวนที่พบ 30 ชนิด ประกอบด้วย ตะกวด *** งูเหลือม งูจงอาง งูกะปะ งูเขียวตุ๊กแก งูเขียวหางไหม้ท้องเขียว งูพังกา งูสามเหลี่ยม งูทับสมิงคลา งูเห่า งูปล้องทอง แย้ จิ้งจก ตุ๊กแกบ้าน จิ้งเหลน กิ้งก่า และเต่าหับ
สัตว์สะเทินน้ำสะเทินบก ประกอบด้วย กบน้ำกร่อย กบภูเขา กบหนอง อึ่งอ่างบ้าน ปาด เขียด คางคกบ้าน จงโคร่ง และคางคกไฟ

แมลงและอื่นๆ ประกอบด้วย ผีเสื้อมรกตธรรมดา ผีเสื้อลายขีดเงินลายขอ ผีเสื้อสะพายขาวปีกโค้ง แมลงปอ หิ่งห้อย เห็บกวาง ตั๊กแตนตำข้าว จิงโจ้น้ำ บึ้ง มดตะนอย จั้กจั่น ปลวก มวน แมลงเต่าทอง ทาก ตะขาบ แมงมุม ไส้เดือน และกิ้งกือ
พืชและสัตว์ที่พบในแหล่งน้ำ ได้แก่ สาหร่ายเห็ดหูหนู โลมาหัวขวดธรรมดา โลมาหัวขวดมลายู โลมาหัวบาตรครีบหลัง เต่ามะเฟือง เต่าตนุ เต่ากระ เต่าหญ้า ปลากระเบน ปลาการ์ตูน ปลาผีเสื้อ ปลาสินสมุทร ปลาสิงโต ปลาโนรี ปลากะรัง ปลาปักเป้า ปลาอมไข่ ปลาทราย ปลาเก๋า ปลาข้างเหลือง ปลากระบอกหัวสิ่ว ปลากะพงแดงหางปาน ปลาเห็ดโคน ปลาสีกุนข้างเหลือง ปลาหางแข็งบั้ง ปลามงแซ่ ปลาฉลามหนูใหญ่ ปลาตีน หอยทับทิม หอยตาวัว หอยมือผี หอยสังข์ปีก หอยเบี้ย หอยมะระ หอยเต้าปูน หอยมวนพลู หอยวงเวียน หอยปีกนก หอยมือเสือ หอยตลับ หอยเสียบ หอยทราย หอยขี้กา หอยเจดีย์ หอยแมลงภู่ หมึกกระดอง หมึกกล้วย ปูหิน ปูเสฉวน ปูลม ปูก้ามดาบ ปูแสม กั้ง กุ้งมังกร และกุ้งนาง เป็นต้น

ปะการังและสัตว์ทะเลอื่นๆ ที่พบในอุทยานแห่งชาติทางทะเลได้แก่ ปะการังเขากวาง ปะการังโต๊ะ ปะการังโขด ปะการังรังผึ้ง ปะการังสมอง ปะการังดาวใหญ่ ปะการังดอกเห็ด ปะการัง บูมเมอแรง ปะการังกาแล็กซี่ ปะการังแผ่นเปลวไฟ ปะการังเคลือบหนาม ปะการังจาน ปะการังถ้วยสีส้ม ปะการังไฟ ปะการังสีน้ำเงิน ปะการังร่องหนาม ปะการังอ่อน กัลปังหา ดากทะเล ลิ่นทะเล เพรียงหัวหอม แมลงสาบทะเล หนอนตัวแบน ปลาดาว อีแปะทะเล ปลิงสายสะดือ พลับพลึงทะเล หอยเม่นหนามดำ หอยเม่นหนามลาย ทากดิน ตาลปัดทะเล แมงกะพรุน บัวทะเล ดาวเปราะ และดาวหนาม เป็นต้น
สัตว์น้ำจืด ได้แก่ ตะพาบน้ำ ปลาซิวใบไผ่ ปลาซิวควาย ปลากระดี่นาง ปลากระทิงดำ ปลาเสือพ่นน้ำ ปลาหัวตะกั่ว ปลาดุกคางขาว หรือปลาดุกด้าน ปลาดุกลำพัน ปลาหมอไทย ปลาช่อน ปลาก้าง ปลากริมข้างลาย ปลาตูหนา หรือปลาไหลหูดำ หอยโข่ง หอยขม ปูน้ำตก กุ้งก้ามกราม กุ้งฝอย กุ้งน้ำตก เป็นต้น
http://www.ezytrip.com/travel/images/10 ... 000044.htm
อย่าลืมเอาชุด scuba ไปด้วยนะครับ เพราะที่นั่นงามจนล้นลงไปใต้บาดาล

Re: “หมู่เกาะตารุเตา" มรดกโลกแห่งใหม่?

PostPosted: Mon Aug 17, 2009 3:46 pm
by อารยา
แดง ขาว น้ำเงิน wrote:อ้าวไหงให้ไอ้เหลี่ยมอยู่ดีจังละครับ ผมละนึกว่าที่เหมาะสมกับมันควรเป็น อเวจี ขุมใดขุมหนึ่งนะเนี่ย :mrgreen:

พอดีส่วนที่เป็นนรกยังอยู่ในสภาพให้ขังลืมได้ครับ
ให้มันเลือกซุกหัวนอนมุมไหนก็ได้ อย่าให้เห็นเดือนเห็นตะวัน
Image

โซ่ตรวนขึ้นสนิมอย่างนี้เหมาะอย่างยิ่งสำหรับเดนมนุษย์
Image

Re: “หมู่เกาะตารุเตา" มรดกโลกแห่งใหม่?

PostPosted: Mon Aug 17, 2009 4:52 pm
by ตรี
banana_dot wrote:
อารยา wrote:ขอบคุณครับ คุณบานานาด๊อต จินตนาการจากแถวนี้น่าจะบรรเจิดกว่าแถวเกาะเสม็ดนะครับ

จินตนาการว่าจะเปิดคุกตารุเตาให้แม้วกลับมาอยู่เหรอครับ...ฮา :twisted:




โธ่!! ไม่เอาน่า

สถานที่สวยๆ เม็ดทรายงามๆ อย่าเอาความราคีของไอ้แม้วใกล้ม้วยไปแปดเปื้อนเลย... :D

สำหรับคนๆ นี้ แค่คุกขี้ไก่ก็เริดหรูเกินไปซะด้วยซ้ำ

Re: “หมู่เกาะตารุเตา" มรดกโลกแห่งใหม่?

PostPosted: Mon Aug 17, 2009 5:17 pm
by สมชายสายชม
ตรี wrote:
banana_dot wrote:
อารยา wrote:ขอบคุณครับ คุณบานานาด๊อต จินตนาการจากแถวนี้น่าจะบรรเจิดกว่าแถวเกาะเสม็ดนะครับ

จินตนาการว่าจะเปิดคุกตารุเตาให้แม้วกลับมาอยู่เหรอครับ...ฮา :twisted:




โธ่!! ไม่เอาน่า

สถานที่สวยๆ เม็ดทรายงามๆ อย่าเอาความราคีของไอ้แม้วใกล้ม้วยไปแปดเปื้อนเลย... :D

สำหรับคนๆ นี้ แค่คุกขี้ไก่ก็เริดหรูเกินไปซะด้วยซ้ำ


นั่นสิ .. น่าจะให้มันไปอยู่เกาะกรง หรือไม่ก็ เกาะกง

...

Re: “หมู่เกาะตารุเตา" มรดกโลกแห่งใหม่?

PostPosted: Mon Aug 17, 2009 5:35 pm
by อารยา
หยวนๆ อีกอย่าง นักโทษการเมืองยุคบวนเดช กับ ทรราชสถุนแม้ว เทียบคลาสกันแล้ว ฟ้ากับเหว
ผมหลงผิดไปได้งัยเนี่ย
Image
ไสหัวมันไปนอนคุกขี้ไก่เมืองจันทบูณ :lol: :lol:
แต่ระวังถูกลักพาตัวไปเขมร มีสิทธิได้เข้าวังสมเด็จฮุนได เอ๊ย ฮุนเซ็นทันทีเชียวละ

Re: “หมู่เกาะตารุเตา" มรดกโลกแห่งใหม่?

PostPosted: Mon Aug 17, 2009 6:04 pm
by Angsana
..ถ้าพื้นที่ทางทะเลแถบหมู่เกาะตะรุเตาจะได้เป็นมรดกโลกจริงๆ นะคะ Image
คงจะเป็นข่าวแสนดีสำหรับนักอนุรักษ์ธรรมชาติเลยละค่ะ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง คสล.
(เครือข่ายรักษ์สิ่งแวดล้อม ที่พึ่งรวมตัวกันจากกรณีคัดค้านนโยบายเปิดสัมปทาน
ให้เอกชนเช่าที่อุทยานทำธุรกิจ ของเจ๊อนงค์วรรณ เรียงหิน รมว. กระทรวงทรัพฯ
สมัยรัฐบาลสมัคร)

อนุสนธิจากการคัดค้านหนนั้น คสล. เกาะติดเรื่องการสร้างอาดังรีสอร์ท
ในเขตอุทยานบนเกาะอาดังมาตลอด แว่วๆ มาว่าประธานหอการค้า จ. สตูล
เป็นเจ้าของบริษัทอาดังรีสอร์ทและมีเจ้าของหมู่บ้านควายก๊วนปลาไหลเป็นหุ้นส่วน

ข้าพเจ้าเคยลงพื้นที่ไปสำรวจกับชมรมโอเคเนเจอร์ เห็นว่ารีสอร์ทนั้นสร้างจนเกือบเสร็จ
ถึงขั้นปรับภูมิทัศน์ และเปิดเว็บไซท์ให้จองห้องพักแล้ว ทั้งๆ ที่คดีฟ้องร้องกับกรมอุทยานฯ
ยังไม่ถึงที่สิ้นสุด Image

คสล. เองหวังเป็นอย่างมากว่าถ้าทะเลแถบตะรุเตาจะได้ขึ้นทะเบียนมรดกโลกจะช่วยหยุด
อาดังรีสอร์ทเอาไว้ได้ เพราะถ้าอาดังรีสอร์รอดไปได้เสียรายหนึ่ง การแสวงประโยชน์จาก
อุทยานอื่นๆ คงมีตามมาอีกหลายแห่ง ไม่ว่าจะเป็นภูเขียว หรือภูกระดึง
Image

Image

Image <= โฆษณาเครือข่ายเสียเลย

Re: “หมู่เกาะตารุเตา" มรดกโลกแห่งใหม่?

PostPosted: Mon Aug 17, 2009 9:06 pm
by อารยา
เพิ่งเข้ามาครับ ยินดีให้พื้นที่โฆษณาเต็มที่เลย
กรณีที่เกาะอาดังมีการตั้งกระทู้ในสภาโดย สส. พรรคประชาธิปัตย์ปีที่แล้ว
ดูเหมือนเป็ดเหลิมที่ตอบมีเอี่ยว
เวลาผ่านมาแบบไม่มีอะไรในกอไผ่ ก็ไม่น่าแปลกใจที่อาดังรีสอร์ตเปิดการจองเข้าพักเรียบร้อยแล้ว
http://www.bangkokbiznews.com/home/news ... s_5325.php
http://www.oknation.net/blog/supawan/2009/03/04/entry-1



อ้อ แล้วกระเช้าขึ้นภูไปถึงไหนแล้วครับคุณ Angsana

Re: “หมู่เกาะตารุเตา" มรดกโลกแห่งใหม่?

PostPosted: Mon Aug 17, 2009 9:23 pm
by อธิฏฐาน
ด้วยความยินดีที่ท่านอารยากลับมาค่ะ ได้ไปเที่ยวหมู่เกาะตารุเตาเมื่อ 3 ปีที่แล้วค่ะ สวยมากจริง ๆ
น้ำทะเลที่เกาะหลีเป๊ะใสเหมือนกระจก ทรายละเอียดและสะอาดมากเลยค่ะ

Re: “หมู่เกาะตารุเตา" มรดกโลกแห่งใหม่?

PostPosted: Mon Aug 17, 2009 9:31 pm
by อารยา
วันนี้อากาศค่อนข้างปรวนแปรตั้งแต่เช้าครับคุณอธิฏฐาน ผมก็เลยเป็นไปด้วย แต่ดีใจที่ได้คุยกันครับ

Re: “หมู่เกาะตารุเตา" มรดกโลกแห่งใหม่?

PostPosted: Mon Aug 17, 2009 9:51 pm
by Angsana
อารยา wrote:เพิ่งเข้ามาครับ ยินดีให้พื้นที่โฆษณาเต็มที่เลย
กรณีที่เกาะอาดังมีการตั้งกระทู้ในสภาโดย สส. พรรคประชาธิปัตย์ปีที่แล้ว
ดูเหมือนเป็ดเหลิมที่ตอบมีเอี่ยว
เวลาผ่านมาแบบไม่มีอะไรในกอไผ่ ก็ไม่น่าแปลกใจที่อาดังรีสอร์ตเปิดการจองเข้าพักเรียบร้อยแล้ว
http://www.bangkokbiznews.com/home/news ... s_5325.php
http://www.oknation.net/blog/supawan/2009/03/04/entry-1



อ้อ แล้วกระเช้าขึ้นภูไปถึงไหนแล้วครับคุณ Angsana



..เรื่องกระเช้าเห็นเขาเงียบๆ ไปนะคะ อาจเป็นเพราะเสียงคัดค้านยังดังอยู่มังคะ
หลังจากมีข่าวออกมา บล็อกเกอร์ที่โอเคเนชั่นก็เขียนต่อต้านกันหลายเอ็นทรี่เลย

ทาง คสล. เองก็คิดกันเอาไว้ว่าจะทำหนังสือคัดค้านยื่นกับ คกก พัฒนาเศรษฐกิจ
แต่ความที่เรามีประชุมกันเพียงเดือนละครั้งก็เลยยังค้างๆ คาๆ อยู่
Image


อธิฏฐาน wrote:ด้วยความยินดีที่ท่านอารยากลับมาค่ะ ได้ไปเที่ยวหมู่เกาะตารุเตาเมื่อ 3 ปีที่แล้วค่ะ สวยมากจริง ๆ
น้ำทะเลที่เกาะหลีเป๊ะใสเหมือนกระจก ทรายละเอียดและสะอาดมากเลยค่ะ


..จากที่พี่อังไปเห็นมาเมื่อตอนต้นเดือนมีนา
น้ำทะเล หาดทรายยังคงสวยงามเช่นเดิมค่ะ คุณแหวน
แต่ที่หน้าหาดบนเกาะหลีเป๊ะ รีสอร์ทขึ้นเนืองแน่นดูไม่ต่างจากพัทยาเลย
เพราะมันสวยงามอย่างนี้แหละ นายทุนไปถึงเมื่อไหร่ก็แทบไม่เหลือสภาพธรรมชาติ

แต่.. อย่างน้อยๆ หลีเป๊ะก็เป็นเกาะที่ประชาชนถือกรรมสิทธิที่ดิน ไม่ได้อยู่ในเขตอุทยาน
เกาะอาดังนี่สิคะ เป็นเกาะที่ไม่มีชุมชนอาศัย เป็นพื้นที่ของอุทยานแท้ๆ ..น่าเจ็บใจไหมนั่น!
Image

Image

Re: “หมู่เกาะตารุเตา" มรดกโลกแห่งใหม่?

PostPosted: Mon Aug 17, 2009 9:58 pm
by Vihok_Asnii
ว่าแล้วก็นึกถึงประโยคในเรื่องพระมหาชนก...

"คนเหล่านี้ชอบกินผลมะม่วง แต่ก็ทำลายต้นมะม่วง"

Re: “หมู่เกาะตารุเตา" มรดกโลกแห่งใหม่?

PostPosted: Mon Aug 17, 2009 11:13 pm
by อารยา
Angsana wrote:เกาะอาดังนี่สิคะ เป็นเกาะที่ไม่มีชุมชนอาศัย เป็นพื้นที่ของอุทยานแท้ๆ ..น่าเจ็บใจไหมนั่น!


http://www.oknation.net/blog/angsana/2009/03/03/entry-1

Re: “หมู่เกาะตารุเตา" มรดกโลกแห่งใหม่?

PostPosted: Mon Aug 17, 2009 11:37 pm
by aoporadio
เอ แล้วหมู่เกาะสุรินทร์-สิมิลันจะชวดใหม?

2-3เดือนที่แล้วมีข่าวว่า ยูเนสโกลังเล เพราะ 1 ปี เปลี่ยนหัวหน้าอุทยานตั้ง 3 คน


เป็นมรดกโลกจะได้เก็บค่าต๋งได้แพงๆ อิอิ :lol: :lol:

Re: “หมู่เกาะตารุเตา" มรดกโลกแห่งใหม่?

PostPosted: Tue Aug 18, 2009 12:55 am
by อารยา
อารยา wrote:วันนี้ที่ 17 สิงหาคม พ.ศ. 2552 ปีที่ 32 ฉบับที่ 11482 มติชนรายวัน
http://www.matichon.co.th/matichon/view ... 2009-08-17
จั่วหัวว่า ชงครม. อนุมัติ1.14หมื่นล. สร้างท่าเรือปากบาราเฟส 1เนื้อข่าวชิ้นเล็กๆนี้มีว่า ภายใน 1-2 สัปดาห์นี้กระทรวงคมนาคมจะเสนอแผนการดำเนินโครงการก่อสร้างท่าเรือน้ำลึกปากบารา จังหวัดสตูล ระยะที่ 1 (2553-2558) มูลค่า 1.14 หมื่นล้านบาท ประกอบด้วยงานท่าเรือบริการ อาคารปฏิบัติงาน สะพาน ถนน และทางรถไฟเข้าท่าเรือ เพื่อขอความเห็นชอบจาก ครม.


กลับไปดูข่าวเก่า พบว่ามีดำริจากเมืองสตูลเองเมื่อปี 2549

มติชน วันที่ 27 ธันวาคม พ.ศ. 2549 ปีที่ 29 ฉบับที่ 10518
รบ.หนุนท่าเรือน้ำลึก "ปากบารา"สตูลเกิดแน่

นายประสิทธิ์ แบ้สกุล ประธานหอการค้าจังหวัดสตูล กล่าวว่า หอการค้าจังหวัดสตูลได้ผลักดันโครงการท่าเรือน้ำลึกปากบาราอย่างต่อเนื่อง รัฐบาลปัจจุบันได้บรรจุเข้าในแผนฯ 10 ในปี 2550-2554 คาดว่าจะใช้งบประมาณทั้งสิ้นไม่ต่ำกว่า 7-8 พันล้านบาท ซึ่งจะเป็นโครงการที่เป็นประโยชน์อย่างมหาศาลต่อประชาชนในพื้นที่ภาคใต้

"หอการค้าจังหวัดสตูลและหอการค้าจังหวัดสงขลา ร่วมกันจัดทำยุทธศาสตร์จังหวัดผลักดันถนนแลนด์บริดจ์ ระหว่างฝั่งอ่าวไทยและฝั่งอันดามัน เชื่อมต่อกัน ขณะนี้ ผู้ว่าราชการจังหวัดคนใหม่ คือ นายขวัญชัย วงศ์นิติกร ให้การสนับสนุนภาคเอกชนโดยเฉพาะหอการค้าจังหวัดสตูลอย่างเต็มที่ในการผลักดัน หอการค้าจังหวัดสตูลมีความมั่นใจต่อความเจริญและความก้าวหน้าของเศรษฐกิจในพื้นที่ภาคใต้หากโครงการท่าเรือน้ำลึกปากบาราแจ้งเกิด

นายนาวี พรหมทรัพย์ หัวหน้ากลุ่มพัฒนาสตูล กล่าวว่า โครงการท่าเรือน้ำลึกปากบาราอยู่ระหว่างการเขียนแบบแปลนและประมาณการก่อสร้าง 6-8 พันล้านบาท ขึ้นอยู่กับรัฐบาลสามารถจัดงบฯก่อสร้างได้หรือไม่ ในกรณีที่งบฯไม่เพียงพอก็สามารถก่อสร้าง 1 ท่าก่อนได้ หากรัฐบาลเห็นสำคัญเร่งด่วน เนื่องจากภาวะเศรษฐกิจของประเทศต้องเสียค่าใช้จ่ายค่าธรรมเนียมให้ประเทศสิงคโปร์และมาเลเซีย ปีหนึ่งๆ เป็นจำนวนมหาศาล

"ปัจจุบันการขนส่งทางทะเลลงทุนถูกที่สุด ขณะที่น้ำมันมีราคาสูงขึ้นเรื่อยๆ การส่งออกของประเทศมีตัวเลขสูงขึ้น รัฐบาลจึงควรให้การสนับสนุนท่าเรือน้ำลึกปากบาราและถนนแลนด์บริดจ์ เชื่อมต่อ 2 ฝั่งทะเล เป็นกรณีเร่งด่วนและสามารถตั้งงบฯผูกพันได้ในเวลา 3 ปี" นายนาวีกล่าว (กรอบบ่าย)

หน้า 9<


จากอีกแหล่งข่าวเมื่อ 3 ปีก่อนเช่นกัน:
27/12/2006
http://www.thaingo.org/writer/view.php?id=249
บริษัท เอทีทีคอนเซ้าแตนท์ สรุปว่าพื้นที่ปากบารามีความเหมาะสมในการก่อสร้างท่าเรือน้ำลึกเพื่อสามารถวางตู้คอนเทรนเนอร์ได้ 2.4 ล้านตู้ นำมาสู่การวางแผนการก่อสร้างโดยไม่เคยพูดถึงผลกระทบทางด้านสิ่งแวดล้อมและชุมชนชายฝั่ง

1. ตัวท่าเทียบเรือในเนื้อที่ 750 ไร่กลางทะเล
2. มีการขุดร่องน้ำขนาดใหญ่ออกไปจากท่าเรือความยาว 4 กิโลเมตรความลึก 15 เมตร
3. ถนน 4 เลนจากบนฝั่งไปหาท่าเรือ 4.5 กิโลเมตร
4. มีการขยายถนนเป็น 4 เลนเพื่อเชื่อมต่อท่าเรือน้ำลึกสงขลา
5. สร้างทางรถไฟจากควนเนียง จ.สงขลา มาสู่ท่าเรือน้ำลึกปากบารา (ทั้งที่การเดินทางโดยรถไฟเพื่อความสะดวกในการเดินทางของคนสตูลควรจะมีบริการที่ดีมานานแล้ว)
6. ลานเทสินค้า สาธารณูปโภค ฯลฯ

โดยใช้งบประมาณเกือบ 20,000 ล้านบาททั้งหมดเหล่านี้คือแผนการก่อสร้างยังไม่รวมถึงการพัฒนานิคมอุตสาหกรรมในอนาคต เช่น โรงงานผลิตอาหารฮาลาล 12 โรงงานและจัดตั้งนิคมอุตสาหกรรมอาหารฮาลาล นิคมอุตสาหกรรมยางพารา นิคมอุตสาหกรรมอาหารทะเล นิคมอุตสาหกรรมเฟอร์นิเจอร์ นิคมอุตสาหกรรมแปรรูปผลไม้ หรือสิ่งต่างๆ ที่จะเพิ่มขึ้นอีกมากในอนาคต พื้นที่เกือบทุกตารางในพี้นที่ปากบาราและพื้นที่เชื่อมโยงถูกเตรียมการไว้เพื่อรองรับ นิคมอุตสาหกรรมที่จะกระจายอยู่ในทุกพื้นที่ของจังหวัด สตูล สงขลา ตรัง นครศรีธรรมราช กระบี่และการขนถ่ายสินค้าอุตสาหกรรมต่างๆ ทั้งหมดนี้เพื่อผู้ประกอบการโดยเฉพาะ


ประเทศไทยมีความจำเป็นต้องขยายการพัฒนาการสร้างท่าเรือน้ำลึกไปพื้นที่ภาคใต้มากขึ้น เนื่องจากขณะนี้พื้นที่ในอีสเทิร์นซีบอร์ด การให้บริการเริ่มหนาแนˆน ไม่เพียงพอต่อความต้องการ

ซึ่งจากการศึกษาเปรียบเทียบการสร้างท่าเรือน้ำลึกในพื้นที่ต่างๆ ของคณะอนุกรรม ลอจิสติก (ในปี 2550)
Image
http://www.savekohsurin.com/webboard/to ... picid=1006
สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) ที่มี นายธนิต โสรัตน์ เป็นประธาน ได‰้ข้อสรุปว่า ท่าเรือปากบาราฝั่งตะวันตกเป็นพื้นที่เหมาะสมที่สุด เนื่องจากเป็นท่าเรือที่สามารถเชื่อมโยงเส้นถนนเป็น "แลนด์บริดจ์" กับท่าเรือจะนะ จังหวัดสงขลา ทางฝั่งตะวันออกได้ โดยระยะทางเชื่อม 2 ฝั่งประมาณ 100 กว่ากิโลเมตรเท่านั้น และไม่มีการคัดค้านจากประชาชนในพื้นที่ ใกล้กับเส้นทางเรือหลัก ใกล้ศูนย์กลางภาคใต้ และเส้นทางรถไฟ

โดยการศึกษาของ บริษัท เอทีที คอนซัลแตนท์ จำกัด บริษัทที่ปรึกษา ศึกษาโครงการท่าเรือน้ำลึกในภาคใต้ ระบุว่า หากรัฐบาลเห็นสมควรให้มีการก่อสร้างท่าเรือปากบารา จะใช้งบประมาณในการก่อสร้างประมาณ 26,000 ล้านบาท แบ่งการก่อสร้างออกเป็น 3 เฟส เฟสแรกใช้เงินลงทุน 10,600 ล้านบาท รองรับตู้คอนเทนเนอร์ขนาด 20 ฟุตได้ 8.25 แสนตู้ กำหนดการก่อสร้างในปี 2552-2556 เฟสที่ 2 ก่อสร้างในปี 2557-2563 ใช้เงินลงทุน 5,100 ล้านบาท รองรับตู้คอนเทนเนอร์ได้ 1.3 ล้านตู้ และเฟสที่ 3 ก่อสร้างในปี 2554-2567 ใช้เงินลงทุน 10,300 ล้านบาท รองรับตู้คอนเทนเนอร์ได้ 2.4 ล้านตู้

Re: “หมู่เกาะตารุเตา" มรดกโลกแห่งใหม่?

PostPosted: Tue Aug 18, 2009 1:46 am
by อารยา
ล่าสุด กรกฎาคม 2552
Image
mikion01 http://www.skyscrapercity.com/showthread.php?p=40058472 July22nd,2009,11:04AM wrote:พอท่าเรือน้ำลึกปากบารา ประมูลและเริ่มก่อสร้างแล้ว ก็จะต่อด้วย ท่าเรือน้ำลึกสงขลา แห่งที่ 2 (ต.นาทับ อ. จะนะ) ต่อทันที
กลายเป็นแลนด์บริจด์ 555 หาดใหญ่ อยู่ตรงกลาง รับทรัพย์เต็มๆ
นักลงทุนที่หนีหาดใหญ่ไปเพราะระเบิด ยังกลับมาทันนะครับ อย่ารอให้แลนด์บริดจ์เสร็จ เดียวจะกลับมายาก
และคาดว่าจะมี บริษัท ต่างๆ เช่นบริษัทน้ำมัน บริษัทขนส่ง และพานิชย์ มาตั้งสำนักงาน ในหาดใหญ่จำนวนมาก

Re: “หมู่เกาะตารุเตา" มรดกโลกแห่งใหม่?

PostPosted: Tue Aug 18, 2009 9:25 am
by อารยา
ผมลองเปรียบเทียบแผนโครงการนี้เมื่อตอนตั้งไข่ 3 ปีก่อน (สีน้ำเงิน) กับวันนี้ (สีแดง)
27/12/2006

1. ตัวท่าเทียบเรือในเนื้อที่ 750 ไร่กลางทะเล
2. มีการขุดร่องน้ำขนาดใหญ่ออกไปจากท่าเรือความยาว 4 กิโลเมตรความลึก 15 เมตร
3. ถนน 4 เลนจากบนฝั่งไปหาท่าเรือ 4.5 กิโลเมตร
4. มีการขยายถนนเป็น 4 เลนเพื่อเชื่อมต่อท่าเรือน้ำลึกสงขลา
5. สร้างทางรถไฟจากควนเนียง จ.สงขลา มาสู่ท่าเรือน้ำลึกปากบารา...
โดยใช้งบประมาณเกือบ 20,000 ล้านบาท

http://www.thaingo.org/writer/view.php?id=249

.............................................................VS

17 สิงหาคม พ.ศ. 2552 ปีที่ 32 ฉบับที่ 11482 มติชนรายวัน
...ชงครม. (เพื่อ) อนุมัติ1.14 หมื่นล. สร้างท่าเรือปากบารา...ระยะที่ 1 (2553-2558) มูลค่า 1.14 หมื่นล้านบาท ประกอบด้วย
(1) งานท่าเรือบริการ อาคารปฏิบัติงาน สะพาน ถนน และ
(2) ทางรถไฟเข้าท่าเรือ

http://www.matichon.co.th/matichon/view ... 2009-08-17

พบว่า
ก. การก่อสร้างที่ปรากฏ ณ วันนี้หรือใน 6 ปีนับจาก 2553 (สีแดง ) 2 งาน (ตรงกับข้อ 3 และ 5 ในสีน้ำเงิน) แปลว่าจึงยังเหลืองานในเฟสต่อไปอีก 3/5 ของโครงการทั้งหมด

ข. งบก่อสร้างของ 2 งาน (ตามข้อ ก.) ประมาณว่า 1.1 หมื่นล้านบาทกว่าๆ ในขณะที่สามปีก่อนมีการประมาณเบ็ดเสร็จว่าทั้ง 5 งานจะใช้งบไม่เกิน 2 หมื่นล้านบาท
นั่นหมายความว่า ณ วันนี้ ส่วนน้อยกว่า 2/5 ของโครงการ(ตามสีน้ำเงิน) มีค่าใช้จ่ายเท่าๆกับครึ่งหนึ่งกับที่คาดว่าจะใช้ทั้งโครงการเมื่อ 3 ปีที่แล้ว
ขณะนี้ยังหาคำอธิบายไม่ได้ คงต้องไปแจงให้ ครม. เข้าใจ หรือ ครม. อาจหยวนๆโดยไม่ตั้งข้อสังเกตนี้ หรืออาจได้คำตอบหยาบๆว่าวัสดุก่อสร้างและอัตราเงินเฟ้อสูงขึ้น แต่ไม่มีรายละเอียดที่พิสูจน์ได้ในเชิงปริมาณ (ก็แบบเดิมๆ เพราะเรื่องที่ง่ายกว่านี้ เช่น กรณีแถลงการณ์ร่วมไทย-กัมพูชา 18 มิ.ย. 51 ครม. รัฐบาลสมัครก็เคยเป็นตรายางประทับให้จนเกิดความเสียหายที่ ปปช. กำลังตรวจสอบชี้มูลความผิดอยู่ในขณะนี้)


ค. การสร้างท่าเรือน้ำลึกมีความจำเป็นต้องขุดทางเดินเรือนำร่องยาวออกไป ซึ่งหากไม่อยู่ในทิศทางที่จะไปกระทบอุทยานแห่งชาติตะรุเตาซึ่งเป็นมรดกทางธรรมชาติอาเซียนที่อยู่ห่างไปจากท่าเรือปากบาราเพียง 22 กิโลเมตร ก็แล้วไป
น่าสังเกตว่า ไม่พบข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับประเด็นนี้เลย หรือกระทรวงคมนาคมเจ้าของโครงการจงใจไม่เอ่ยถึง ก็คงได้ทราบเหตุผลว่าเป็นเพราะอะไร (หาก ครม. หยิบยกประเด็นนี้มาซักถาม)

Re: “หมู่เกาะตารุเตา" มรดกโลกแห่งใหม่?

PostPosted: Tue Aug 18, 2009 9:29 am
by อธิฏฐาน
อารยา wrote:วันนี้อากาศค่อนข้างปรวนแปรตั้งแต่เช้าครับคุณอธิฏฐาน ผมก็เลยเป็นไปด้วย แต่ดีใจที่ได้คุยกันครับ


ท่านอารยาหากทะเลไม่มีคลื่นบ้าง ท้องทะเลจะสวยงามเหรอคะ อากาศปรวนแปรแค่บางวันเท่านั้นค่ะ เดี๋ยวจะเอาอะไรมาฝาก

Re: “หมู่เกาะตารุเตา" มรดกโลกแห่งใหม่?

PostPosted: Tue Aug 18, 2009 9:33 am
by อารยา
ชวนระทึกอีกแล้ว!