บทวิเคราะห์พิเศษ/แผนฆ่ามวชนตนเอง รีเทิร์น
ผมเห็นความจะเป็นที่จะต้องแทรกการวิเคราะห์คนเสื้อแดง ด้วยบทวิเคราะห์พิเศษนี้เรื่องแผนการฆ่ามวลชนตนเอง ซึ่งที่จริงก็ไม่ใช่การวิเคราะห์อะไรมากมาย เพราะแผนการฆ่ามวลชนตนเองของแกนนำเสื้อแดงนั้น เป็นที่รู้กันดีพอควรอยู่แล้ว เพียงแต่ขอนำมาเรียบเรียงอีกครั้ง เพราะเขากำลังจะนำแผนนั้นมาใช้อีกแล้ว และคราวนี้เขาทบทวนจุดผิดพลาดของครั้งที่ผ่านๆมา มันจึงมีแนวโน้มน่ากลัวกว่าครั้งก่อน
ย้อนกลับไปเมื่อเขาใช้แผนนี้ครั้งแรกช่วงสงกรานต์
วิธีการคือปลุกปั่นมวลชนให้บ้าคลั่งถึงขีดสุด ปิดเมือง เผาเมือง เผารถ และไล่ฆ่าคน เขาคำนวณเป็นแม่นมั่น ว่าก่อความรุนแรงถึงขนาดนี้ สิ่งที่จะเกิดขึ้นแน่ๆคือโดนทหารปราบปรามอย่างรุนแรง มวลชนจะต้องล้มตายจำนวนไม่น้อย เมื่อถึงจุดนั้นทัพหลวงของม๊อบที่รอเวลาอยู่หน้าทำเนียบ นำโดยวีระ ก็จะเคื่อนออกมากดดันหาความชอบธรรม ให้เสียงสาธารณะบีบรัฐบาลให้ลาออก ในช่วงนาทีเช่นนั้น ทักษิณซึ่งตอนนั้นแอบอยู่ข้างชายแดนเขมรก็จะโผล่หัวมานำทัพทันที
แต่แผนเขาพลาดอย่างไม่น่าเชื่อ เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ที่ก่อความรุนแรงขนาดนี้แล้วฝ่ารัฐไม่ตอบโต้ด้วยความรุนแรง มีแต่คนบาดเจ็บไม่มีตาย ศพเดียวก็ไม่มี จะว่าไปแล้วช่างเป็นเรื่องบังเอิญเสียด้วยซ้ำ เพราะแม้ตั้งใจมั่นว่าจไม่ปราบรุนแรง แต่ก็น่าพลั้งมือพลาดไปจนมีตายบ้าง แต่กลับไม่มีเลย แรงสุดคือสาหัส
แผนของแกนนำแดงที่จะฆ่ามวลชนตัวเองในครั้งแรกนี้จึงเหลวเป่า นำมาสู่ความผิดหวังอย่างใหญ่หลวง ทักษิณรีบชิ่งหนีทันที จักรภพก็เปิดตูดหาย ความผิดหวังนั้นฉายชัดอยู่ในสีหน้าและแววตาของจตุพร ช่วงแรกเขาจึงพยายามปล่อยข่าวลือเท็จว่ามีคนตายมากแต่โดนเก็บศพ เพราะใจจริงเขาอยากให้มวลชนตนเองตายเยอะๆ แต่ที่สุดเมื่อไร้หลักฐานก็ค่อยๆเงียบเสียงไป หันไปสร้างข่าวลือเท็จเรื่องอื่นๆต่อไปตามสันดาน
แผนฆ่ามวลชนตนเองถูกนำมาทบทวนหาจุดผิดพลาด พวกเขาพบว่าจุดผิดพลาดคือไปหวังให้ฝ่ายรัฐบาลฆ่าม๊อบ เมื่อรัฐบาลไม่ยอมฆ่า แผนนี้จึงไม่สำเร็จ ด้วยเหตุนี้เขาจึงปรับปรุงแผนนี้ โดยจะดึงเอาเสื้อแดงส่วนหนึ่ง ไปอำพรางตัวเป็นฝ่ายรัฐ แล้วฆ่ามวลชนตนเอง ในลักษณะคล้ายๆกับที่โจรใต้แต่งชุดทหารฆ่าชาวบ้านมุสลิมนั่นเอง คือฆ่ามวลชนตนเองเพื่อป้ายสีคู่ต่อสู้ ซึ่งงานแบบนี้คนอย่างจิ๋ว พัลลภ และเศษแดงมีความช่ำชองเป็นอย่างดี แต่การพยายามนำแผนนี้มาใช้ในช่วงสามสี่เดือนที่ผ่านมายังหาจังหวะเหมาะไม่ได้ ถูกฝ่ายรัฐบล็อคได้หมด ขนาดขนกำลังนักฆ่ามาเตรียมไว้แล้วแถวสวนลุมพินี ก็ยังไม่สามารถลงมือได้
มาในคราวนี้โดยสภาพแวดล้อมของการต่อสู้นั้น ทักษิณอยู่ในสภาพจนตรอกยิ่งขึ้นทุกที ไพ่ในมือแทบไม่เหลือให้เล่น เขาจึงไม่อาจรอได้อีก แผนนี้จะต้องนำมาปฏิบัติให้จงได้ปลายเดือนนี้และรอบนี้ต้องรัดกุมขึ้นและต้องแรงกว่าเดิม
โดยสภาพของแผนจะคล้ายของเดิม คือทักษิณจะมาแอบอยู่ชายแดน มวลชนที่บ้าคลั่งจะออกเผาเมืองเผารถ แต่ครั้งนี้จะเพิ่มด้วยการเผาสถานที่ราชการ เผาอาคารบ้านเรือนเอกชน โดยเฉพาะที่เขาพบว่าไม่ยืนข้างแดงจะโดนก่อน และหมัดเด็ดก็คือการฆ่ามวลชน โดยจะฆ่าทั้งมวลชนตนเองและประชาชนทั่วไปให้มากเท่าที่จะทำได้ ยิ่งตายมากยิ่งสยดสยองมากก็ยิ่งดี
เมื่อทุกอย่างปั่นป่วนสุดๆ เขาจะนำมวลชนทัพหลวงซึ่งน่าจะนำโดยวีระอีกครั้งออกทำการปฏิวัติยึดอำนาจรัฐ โดยร่วมมือกับกองกำลังติดอาวุธสีแดงที่บางส่วนเป็นกำลังฝ่ายรัฐเอง เขาจึงต้องระดมมวลชนให้ได้หลักล้าน หรือหลายๆแสน เพื่อเป็นหลักประกันว่าจะต้องชนะ เนื่องจากมีจุดอ่อนที่กำลังติดอาวุธไม่มากพอจะเป็นกำลังหลัก จึงต้องใช้กำลังมวลชนเป็นหลักในการปฏิวัติ ซึ่งเมือชนะก็จะอ้างต่อสากลได้ด้วยว่าเป็นการปฏิวัติของประชาชน เหมือนการปฏิวัติฝรั่งเศสในอดีต หรือการปฏิวัติล้มราชวงศ์โรมานอฟ ดังที่แกนนำเสื้อแดงเผลอหลุดปากออกมา
แน่นอนเมื่อสถานการณ์ถึงจุดนี้ ทักษิณก็จะโผล่หัวมานำทัพทันที เป็นการยึดอำนาจได้ทันท่วงทีก่อนถูกยึดทรัพ
ตามการกะคำนวณของพวกเขา แผนในครั้งนี้ไม่น่าพลาดไปได้ ไม่ว่ารัฐจะตอบโต้หรือไม่ เขาก็เดินแผนได้ทุกขั้นตอน เขาจึงมั่นใจยิ่งนักว่าครั้งนี้ต้องชนะเพียงสถานเดียว
ย้อนกลับไปเมื่อเขาใช้แผนนี้ครั้งแรกช่วงสงกรานต์
วิธีการคือปลุกปั่นมวลชนให้บ้าคลั่งถึงขีดสุด ปิดเมือง เผาเมือง เผารถ และไล่ฆ่าคน เขาคำนวณเป็นแม่นมั่น ว่าก่อความรุนแรงถึงขนาดนี้ สิ่งที่จะเกิดขึ้นแน่ๆคือโดนทหารปราบปรามอย่างรุนแรง มวลชนจะต้องล้มตายจำนวนไม่น้อย เมื่อถึงจุดนั้นทัพหลวงของม๊อบที่รอเวลาอยู่หน้าทำเนียบ นำโดยวีระ ก็จะเคื่อนออกมากดดันหาความชอบธรรม ให้เสียงสาธารณะบีบรัฐบาลให้ลาออก ในช่วงนาทีเช่นนั้น ทักษิณซึ่งตอนนั้นแอบอยู่ข้างชายแดนเขมรก็จะโผล่หัวมานำทัพทันที
แต่แผนเขาพลาดอย่างไม่น่าเชื่อ เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ที่ก่อความรุนแรงขนาดนี้แล้วฝ่ารัฐไม่ตอบโต้ด้วยความรุนแรง มีแต่คนบาดเจ็บไม่มีตาย ศพเดียวก็ไม่มี จะว่าไปแล้วช่างเป็นเรื่องบังเอิญเสียด้วยซ้ำ เพราะแม้ตั้งใจมั่นว่าจไม่ปราบรุนแรง แต่ก็น่าพลั้งมือพลาดไปจนมีตายบ้าง แต่กลับไม่มีเลย แรงสุดคือสาหัส
แผนของแกนนำแดงที่จะฆ่ามวลชนตัวเองในครั้งแรกนี้จึงเหลวเป่า นำมาสู่ความผิดหวังอย่างใหญ่หลวง ทักษิณรีบชิ่งหนีทันที จักรภพก็เปิดตูดหาย ความผิดหวังนั้นฉายชัดอยู่ในสีหน้าและแววตาของจตุพร ช่วงแรกเขาจึงพยายามปล่อยข่าวลือเท็จว่ามีคนตายมากแต่โดนเก็บศพ เพราะใจจริงเขาอยากให้มวลชนตนเองตายเยอะๆ แต่ที่สุดเมื่อไร้หลักฐานก็ค่อยๆเงียบเสียงไป หันไปสร้างข่าวลือเท็จเรื่องอื่นๆต่อไปตามสันดาน
แผนฆ่ามวลชนตนเองถูกนำมาทบทวนหาจุดผิดพลาด พวกเขาพบว่าจุดผิดพลาดคือไปหวังให้ฝ่ายรัฐบาลฆ่าม๊อบ เมื่อรัฐบาลไม่ยอมฆ่า แผนนี้จึงไม่สำเร็จ ด้วยเหตุนี้เขาจึงปรับปรุงแผนนี้ โดยจะดึงเอาเสื้อแดงส่วนหนึ่ง ไปอำพรางตัวเป็นฝ่ายรัฐ แล้วฆ่ามวลชนตนเอง ในลักษณะคล้ายๆกับที่โจรใต้แต่งชุดทหารฆ่าชาวบ้านมุสลิมนั่นเอง คือฆ่ามวลชนตนเองเพื่อป้ายสีคู่ต่อสู้ ซึ่งงานแบบนี้คนอย่างจิ๋ว พัลลภ และเศษแดงมีความช่ำชองเป็นอย่างดี แต่การพยายามนำแผนนี้มาใช้ในช่วงสามสี่เดือนที่ผ่านมายังหาจังหวะเหมาะไม่ได้ ถูกฝ่ายรัฐบล็อคได้หมด ขนาดขนกำลังนักฆ่ามาเตรียมไว้แล้วแถวสวนลุมพินี ก็ยังไม่สามารถลงมือได้
มาในคราวนี้โดยสภาพแวดล้อมของการต่อสู้นั้น ทักษิณอยู่ในสภาพจนตรอกยิ่งขึ้นทุกที ไพ่ในมือแทบไม่เหลือให้เล่น เขาจึงไม่อาจรอได้อีก แผนนี้จะต้องนำมาปฏิบัติให้จงได้ปลายเดือนนี้และรอบนี้ต้องรัดกุมขึ้นและต้องแรงกว่าเดิม
โดยสภาพของแผนจะคล้ายของเดิม คือทักษิณจะมาแอบอยู่ชายแดน มวลชนที่บ้าคลั่งจะออกเผาเมืองเผารถ แต่ครั้งนี้จะเพิ่มด้วยการเผาสถานที่ราชการ เผาอาคารบ้านเรือนเอกชน โดยเฉพาะที่เขาพบว่าไม่ยืนข้างแดงจะโดนก่อน และหมัดเด็ดก็คือการฆ่ามวลชน โดยจะฆ่าทั้งมวลชนตนเองและประชาชนทั่วไปให้มากเท่าที่จะทำได้ ยิ่งตายมากยิ่งสยดสยองมากก็ยิ่งดี
เมื่อทุกอย่างปั่นป่วนสุดๆ เขาจะนำมวลชนทัพหลวงซึ่งน่าจะนำโดยวีระอีกครั้งออกทำการปฏิวัติยึดอำนาจรัฐ โดยร่วมมือกับกองกำลังติดอาวุธสีแดงที่บางส่วนเป็นกำลังฝ่ายรัฐเอง เขาจึงต้องระดมมวลชนให้ได้หลักล้าน หรือหลายๆแสน เพื่อเป็นหลักประกันว่าจะต้องชนะ เนื่องจากมีจุดอ่อนที่กำลังติดอาวุธไม่มากพอจะเป็นกำลังหลัก จึงต้องใช้กำลังมวลชนเป็นหลักในการปฏิวัติ ซึ่งเมือชนะก็จะอ้างต่อสากลได้ด้วยว่าเป็นการปฏิวัติของประชาชน เหมือนการปฏิวัติฝรั่งเศสในอดีต หรือการปฏิวัติล้มราชวงศ์โรมานอฟ ดังที่แกนนำเสื้อแดงเผลอหลุดปากออกมา
แน่นอนเมื่อสถานการณ์ถึงจุดนี้ ทักษิณก็จะโผล่หัวมานำทัพทันที เป็นการยึดอำนาจได้ทันท่วงทีก่อนถูกยึดทรัพ
ตามการกะคำนวณของพวกเขา แผนในครั้งนี้ไม่น่าพลาดไปได้ ไม่ว่ารัฐจะตอบโต้หรือไม่ เขาก็เดินแผนได้ทุกขั้นตอน เขาจึงมั่นใจยิ่งนักว่าครั้งนี้ต้องชนะเพียงสถานเดียว