Page 1 of 4

บทวิเคราะห์พิเศษ/แผนฆ่ามวชนตนเอง รีเทิร์น

PostPosted: Fri Nov 20, 2009 9:30 am
by อิทรายุธ
ผมเห็นความจะเป็นที่จะต้องแทรกการวิเคราะห์คนเสื้อแดง ด้วยบทวิเคราะห์พิเศษนี้เรื่องแผนการฆ่ามวลชนตนเอง ซึ่งที่จริงก็ไม่ใช่การวิเคราะห์อะไรมากมาย เพราะแผนการฆ่ามวลชนตนเองของแกนนำเสื้อแดงนั้น เป็นที่รู้กันดีพอควรอยู่แล้ว เพียงแต่ขอนำมาเรียบเรียงอีกครั้ง เพราะเขากำลังจะนำแผนนั้นมาใช้อีกแล้ว และคราวนี้เขาทบทวนจุดผิดพลาดของครั้งที่ผ่านๆมา มันจึงมีแนวโน้มน่ากลัวกว่าครั้งก่อน

ย้อนกลับไปเมื่อเขาใช้แผนนี้ครั้งแรกช่วงสงกรานต์

วิธีการคือปลุกปั่นมวลชนให้บ้าคลั่งถึงขีดสุด ปิดเมือง เผาเมือง เผารถ และไล่ฆ่าคน เขาคำนวณเป็นแม่นมั่น ว่าก่อความรุนแรงถึงขนาดนี้ สิ่งที่จะเกิดขึ้นแน่ๆคือโดนทหารปราบปรามอย่างรุนแรง มวลชนจะต้องล้มตายจำนวนไม่น้อย เมื่อถึงจุดนั้นทัพหลวงของม๊อบที่รอเวลาอยู่หน้าทำเนียบ นำโดยวีระ ก็จะเคื่อนออกมากดดันหาความชอบธรรม ให้เสียงสาธารณะบีบรัฐบาลให้ลาออก ในช่วงนาทีเช่นนั้น ทักษิณซึ่งตอนนั้นแอบอยู่ข้างชายแดนเขมรก็จะโผล่หัวมานำทัพทันที

แต่แผนเขาพลาดอย่างไม่น่าเชื่อ เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ที่ก่อความรุนแรงขนาดนี้แล้วฝ่ารัฐไม่ตอบโต้ด้วยความรุนแรง มีแต่คนบาดเจ็บไม่มีตาย ศพเดียวก็ไม่มี จะว่าไปแล้วช่างเป็นเรื่องบังเอิญเสียด้วยซ้ำ เพราะแม้ตั้งใจมั่นว่าจไม่ปราบรุนแรง แต่ก็น่าพลั้งมือพลาดไปจนมีตายบ้าง แต่กลับไม่มีเลย แรงสุดคือสาหัส

แผนของแกนนำแดงที่จะฆ่ามวลชนตัวเองในครั้งแรกนี้จึงเหลวเป่า นำมาสู่ความผิดหวังอย่างใหญ่หลวง ทักษิณรีบชิ่งหนีทันที จักรภพก็เปิดตูดหาย ความผิดหวังนั้นฉายชัดอยู่ในสีหน้าและแววตาของจตุพร ช่วงแรกเขาจึงพยายามปล่อยข่าวลือเท็จว่ามีคนตายมากแต่โดนเก็บศพ เพราะใจจริงเขาอยากให้มวลชนตนเองตายเยอะๆ แต่ที่สุดเมื่อไร้หลักฐานก็ค่อยๆเงียบเสียงไป หันไปสร้างข่าวลือเท็จเรื่องอื่นๆต่อไปตามสันดาน

แผนฆ่ามวลชนตนเองถูกนำมาทบทวนหาจุดผิดพลาด พวกเขาพบว่าจุดผิดพลาดคือไปหวังให้ฝ่ายรัฐบาลฆ่าม๊อบ เมื่อรัฐบาลไม่ยอมฆ่า แผนนี้จึงไม่สำเร็จ ด้วยเหตุนี้เขาจึงปรับปรุงแผนนี้ โดยจะดึงเอาเสื้อแดงส่วนหนึ่ง ไปอำพรางตัวเป็นฝ่ายรัฐ แล้วฆ่ามวลชนตนเอง ในลักษณะคล้ายๆกับที่โจรใต้แต่งชุดทหารฆ่าชาวบ้านมุสลิมนั่นเอง คือฆ่ามวลชนตนเองเพื่อป้ายสีคู่ต่อสู้ ซึ่งงานแบบนี้คนอย่างจิ๋ว พัลลภ และเศษแดงมีความช่ำชองเป็นอย่างดี แต่การพยายามนำแผนนี้มาใช้ในช่วงสามสี่เดือนที่ผ่านมายังหาจังหวะเหมาะไม่ได้ ถูกฝ่ายรัฐบล็อคได้หมด ขนาดขนกำลังนักฆ่ามาเตรียมไว้แล้วแถวสวนลุมพินี ก็ยังไม่สามารถลงมือได้

มาในคราวนี้โดยสภาพแวดล้อมของการต่อสู้นั้น ทักษิณอยู่ในสภาพจนตรอกยิ่งขึ้นทุกที ไพ่ในมือแทบไม่เหลือให้เล่น เขาจึงไม่อาจรอได้อีก แผนนี้จะต้องนำมาปฏิบัติให้จงได้ปลายเดือนนี้และรอบนี้ต้องรัดกุมขึ้นและต้องแรงกว่าเดิม

โดยสภาพของแผนจะคล้ายของเดิม คือทักษิณจะมาแอบอยู่ชายแดน มวลชนที่บ้าคลั่งจะออกเผาเมืองเผารถ แต่ครั้งนี้จะเพิ่มด้วยการเผาสถานที่ราชการ เผาอาคารบ้านเรือนเอกชน โดยเฉพาะที่เขาพบว่าไม่ยืนข้างแดงจะโดนก่อน และหมัดเด็ดก็คือการฆ่ามวลชน โดยจะฆ่าทั้งมวลชนตนเองและประชาชนทั่วไปให้มากเท่าที่จะทำได้ ยิ่งตายมากยิ่งสยดสยองมากก็ยิ่งดี

เมื่อทุกอย่างปั่นป่วนสุดๆ เขาจะนำมวลชนทัพหลวงซึ่งน่าจะนำโดยวีระอีกครั้งออกทำการปฏิวัติยึดอำนาจรัฐ โดยร่วมมือกับกองกำลังติดอาวุธสีแดงที่บางส่วนเป็นกำลังฝ่ายรัฐเอง เขาจึงต้องระดมมวลชนให้ได้หลักล้าน หรือหลายๆแสน เพื่อเป็นหลักประกันว่าจะต้องชนะ เนื่องจากมีจุดอ่อนที่กำลังติดอาวุธไม่มากพอจะเป็นกำลังหลัก จึงต้องใช้กำลังมวลชนเป็นหลักในการปฏิวัติ ซึ่งเมือชนะก็จะอ้างต่อสากลได้ด้วยว่าเป็นการปฏิวัติของประชาชน เหมือนการปฏิวัติฝรั่งเศสในอดีต หรือการปฏิวัติล้มราชวงศ์โรมานอฟ ดังที่แกนนำเสื้อแดงเผลอหลุดปากออกมา

แน่นอนเมื่อสถานการณ์ถึงจุดนี้ ทักษิณก็จะโผล่หัวมานำทัพทันที เป็นการยึดอำนาจได้ทันท่วงทีก่อนถูกยึดทรัพ

ตามการกะคำนวณของพวกเขา แผนในครั้งนี้ไม่น่าพลาดไปได้ ไม่ว่ารัฐจะตอบโต้หรือไม่ เขาก็เดินแผนได้ทุกขั้นตอน เขาจึงมั่นใจยิ่งนักว่าครั้งนี้ต้องชนะเพียงสถานเดียว

Re: บทวิเคราะห์พิเศษ/แผนฆ่ามวชนตนเอง รีเทิร์น

PostPosted: Fri Nov 20, 2009 9:43 am
by dtonNA
คุณอิทรายุธครับ ด้วยความเคารพครับ

ในแผนที่จะฆ่าพวกเดียวกันเองท่านมีหลักฐานหรือที่มาอย่างไรครับ

Re: บทวิเคราะห์พิเศษ/แผนฆ่ามวชนตนเอง รีเทิร์น

PostPosted: Fri Nov 20, 2009 10:27 am
by อิทรายุธ
เรียนคุณ dtonNa

ก่อนอื่น...
แผนฆ่ามวลชนตนเอง เป็นแผนการรบอย่างหนึ่งของการทำสงครามมวลชน บรรดาคนที่ทำสงครามมวลชน หรือสู้รบโดยใช้มวลชนเป็นกำลัง จะรู้จักแผนนี้กันเป็นอย่างดี แต่ปกติแล้วแผนนี้จะไม่ถูกนำออกมาใช้เว้นแต่ผู้นำเห็นว่าถึงจุดจำเป็นจริงๆ ซึ่งสำหรับการต่อสู้ของเสื้อแดงนี้ พื้นฐานเดิมๆแกนนำก็ย่อมไม่อยากฆ่ามวลชนตนเองมาก่อน แต่เพื่อสถานการณ์สู้รบพัฒนามาถึงขั้นนี้ เขาจึงหยิบออกมาใช้ตั้งแต่สงกรานต์ทีผ่านมา

ผมขอขยายความด้วยว่า สำหรับคนที่ทำการสู้รบ หรือมีความรู้ด้านการสู้รบนั้น เมื่อเขาเห็นการสู้รบของฝ่ายหนึ่งฝ่ายใด เขาจะมองออกทันทีว่าว่าฝ่ายนั้นกำลังรบอยู่ด้วยแผนการณ์ใด เหมือนๆกับที่ผู้จัดการทีมฟุตบอลมองออกว่าทีมคู่แข่งกำลังเล่นด้วยแผนใด และทีมของตนจะแก้เกมด้วยแผนใด ในกรณีการรบนี้ก็เช่นกันเมื่อมองออกว่าฝ่ายตรงข้ามจะรุกมาด้วยแผนใด ฝ่ายรัฐบาลก็ต้องหาทางแก้เกมกันไป ซึ่งที่จริงแล้วในการรบที่ยืดเยื้อติดพัน เขาก็จะประเมินด้วยว่าในการรบครั้งถัดไปคู่ต่อสู้จะรบด้วยแผนใด ดังนั้นแผนฆ่ามวลชนตนเองที่ถูกปรับปรุงนำมาใช้ใหม่นี้ ฝ่ายรัฐบาลเองก็รู้อยู่ครับ

การทำสงครามมวลชนนั้นจะมีอยู่สามระดับ ผมขอเรียกอย่างให้เข้่าใจง่ายๆว่า ขันธรรมดา ขั้นกว่า และขั้นสุด

ขั้นธรรมดาคือจัดมวลชนประท้วงธรรมดา เช่น ม๊อบสมัชชาคนจนเป็นต้น

ขั้นกว่าคือยั่วยุให้ฝ่ายตรงข้ามเป็นฝ่ายเริ่มก่อความรุนแรงก่อนเพื่อให้สูญเสียความชอบธรรม (ในการสงครามฝ่ายใดเสียความชอบธรรมฝ่ายนันจะแพ้เสมอ) แผนระดับนี้เคยนำมาใช้อย่างได้ผลในการต่อสู้เดือน พ.ค. 2535 นำไปสู่ชัยชนะของฝ่ายประชาชน และในการต่อสู้ของพันธมิตรก็นำมาใช้สองสามครั้ง แต่ก็ไม่ได้ผลที่ชัดเจน เนื่องจากแผนระัดับนี้เป็นที่รู้กันดีของคู่ต่อสู้ทุกฝ่ายแล้ว จึงมักแก้เกมกันได้หมด

ขั้นสุด คือฆ่ามวลชนตนเองแต่ผลักให้ฝ่ายตรงข้ามเสียความชอบธรรม แผนนี้ที่ชายแดนใต้ฝ่ายแบ่งแยกดินแดนใช้หลายครั้งในช่วงสองสามปีแรกๆ และได้ผลเป็นอย่างมาก แต่มาถึงระยะหลังๆทั้งฝ่ายรัฐและประชาชนดูจะรู้ทัน เลยไม่ค่อยมีการใช้กันอีก โดยปกติแผนนี้จะมีสองระดับคือ

ระดับแรกบีบคั้นให้ฝ่ายตรงข้ามฆ่ามวลชนตนเอง เช่น ที่โจรใต้ทำสำเร็จอย่างงดงามในกรณีกรือเซะและตากใบ และฝ่ายเสื้อแดงนำมาใช้เมื่อสงกรานต์ แต่ไม่สำเร็จ
ระดับสองคือฆ่ามวลชนตนเองด้วยฝ่ายตัวเองที่อำพรางเป็นฝ่ายตรงข้าม ซึ่งเป็นที่ทราบแน่ชัดว่าฝ่ายเสื้อแดงจะนำแผนระดับนี้มาใช้ โดยพยายามหาช่องนำมาใช้สองสามเดือนมาแล้ว จนถึงการประท้วงใหญ่ที่กำลังจะกิดขึ้นนี้ ก็คือมุ่งแผนนี้เป็นหลัก (แผนระดับนี้ถ้าไม่ใจดำจริงจะทำไม่ได้) แต่แนนอนว่ามันจะต้องไล่ระดับไปจากขั้นธรรมดาก่อนในวันแรกๆ จากนั้นจะยกระดับไปสู่ขั้นกว่า และไปสู่ขั้นสุด ชนะได้ที่ขั้นไหนก็อยุดที่ขั้นนั้น

ผมคงไม่สามารถเสนอหลักฐานอะไรได้ชนิดมีใบเสร็จ ท่านผู้อ่านโปรดใช้วิจารณญาณเอาเอง แต่ขอบอกเพิ่มเติมว่าในบรรดาแกนนำของทั้งแดงและเหลืองนั้นมีพวกที่เรียกว่า "ซ้ายเก่า" คืออดีตพลพรรคอมมิวนิสต์ไทยอยู่ด้วย และแม้แยกฝ่ายกันรบแต่ก็ยังเป็นเพื่อนกันอยู่ยังติดต่อ โทรหา นัดพูดคุยกันอยู่ตลอด ผมเองก็ทำเช่นนั้น เมื่อตอนสงกรานต์ผมก็โทรหาเพื่อนที่เป็นซ้ายเก่าถึงกลางม๊อบแดงตลอดเวลา ซึ่งพวกนี้พื้นฐานจิตใจจะรักมวลชน จึงไม่ค่อยยินยอมพร้อมใจกับแผนฆ่ามวลชน ข้อมูลต่างๆจึงรั่วออกมาจากพวกนี้เอง (การฆ่ามวลชนตนเองนั้นปกติเป็นพฤติกรรมของพวกขวาจัด) ครั้งนี้ก็เช่นกัน

Re: บทวิเคราะห์พิเศษ/แผนฆ่ามวชนตนเอง รีเทิร์น

PostPosted: Fri Nov 20, 2009 10:51 am
by dtonNA
อิทรายุธ wrote:เรียนคุณ dtonNa

ก่อนอื่น...
แผนฆ่ามวลชนตนเอง เป็นแผนการรบอย่างหนึ่งของการทำสงครามมวลชน บรรดาคนที่ทำสงครามมวลชน หรือสู้รบโดยใช้มวลชนเป็นกำลัง จะรู้จักแผนนี้กันเป็นอย่างดี แต่ปกติแล้วแผนนี้จะไม่ถูกนำออกมาใช้เว้นแต่ผู้นำเห็นว่าถึงจุดจำเป็นจริงๆ ซึ่งสำหรับการต่อสู้ของเสื้อแดงนี้ พื้นฐานเดิมๆแกนนำก็ย่อมไม่อยากฆ่ามวลชนตนเองมาก่อน แต่เพื่อสถานการณ์สู้รบพัฒนามาถึงขั้นนี้ เขาจึงหยิบออกมาใช้ตั้งแต่สงกรานต์ทีผ่านมา

ผมขอขยายความด้วยว่า สำหรับคนที่ทำการสู้รบ หรือมีความรู้ด้านการสู้รบนั้น เมื่อเขาเห็นการสู้รบของฝ่ายหนึ่งฝ่ายใด เขาจะมองออกทันทีว่าว่าฝ่ายนั้นกำลังรบอยู่ด้วยแผนการณ์ใด เหมือนๆกับที่ผู้จัดการทีมฟุตบอลมองออกว่าทีมคู่แข่งกำลังเล่นด้วยแผนใด และทีมของตนจะแก้เกมด้วยแผนใด ในกรณีการรบนี้ก็เช่นกันเมื่อมองออกว่าฝ่ายตรงข้ามจะรุกมาด้วยแผนใด ฝ่ายรัฐบาลก็ต้องหาทางแก้เกมกันไป ซึ่งที่จริงแล้วในการรบที่ยืดเยื้อติดพัน เขาก็จะประเมินด้วยว่าในการรบครั้งถัดไปคู่ต่อสู้จะรบด้วยแผนใด ดังนั้นแผนฆ่ามวลชนตนเองที่ถูกปรับปรุงนำมาใช้ใหม่นี้ ฝ่ายรัฐบาลเองก็รู้อยู่ครับ

การทำสงครามมวลชนนั้นจะมีอยู่สามระดับ ผมขอเรียกอย่างให้เข้่าใจง่ายๆว่า ขันธรรมดา ขั้นกว่า และขั้นสุด

ขั้นธรรมดาคือจัดมวลชนประท้วงธรรมดา เช่น ม๊อบสมัชชาคนจนเป็นต้น

ขั้นกว่าคือยั่วยุให้ฝ่ายตรงข้ามเป็นฝ่ายเริ่มก่อความรุนแรงก่อนเพื่อให้สูญเสียความชอบธรรม (ในการสงครามฝ่ายใดเสียความชอบธรรมฝ่ายนันจะแพ้เสมอ) แผนระดับนี้เคยนำมาใช้อย่างได้ผลในการต่อสู้เดือน พ.ค. 2535 นำไปสู่ชัยชนะของฝ่ายประชาชน และในการต่อสู้ของพันธมิตรก็นำมาใช้สองสามครั้ง แต่ก็ไม่ได้ผลที่ชัดเจน เนื่องจากแผนระัดับนี้เป็นที่รู้กันดีของคู่ต่อสู้ทุกฝ่ายแล้ว จึงมักแก้เกมกันได้หมด

ขั้นสุด คือฆ่ามวลชนตนเองแต่ผลักให้ฝ่ายตรงข้ามเสียความชอบธรรม แผนนี้ที่ชายแดนใต้ฝ่ายแบ่งแยกดินแดนใช้หลายครั้งในช่วงสองสามปีแรกๆ และได้ผลเป็นอย่างมาก แต่มาถึงระยะหลังๆทั้งฝ่ายรัฐและประชาชนดูจะรู้ทัน เลยไม่ค่อยมีการใช้กันอีก โดยปกติแผนนี้จะมีสองระดับคือ

ระดับแรกบีบคั้นให้ฝ่ายตรงข้ามฆ่ามวลชนตนเอง เช่น ที่โจรใต้ทำสำเร็จอย่างงดงามในกรณีกรือเซะและตากใบ และฝ่ายเสื้อแดงนำมาใช้เมื่อสงกรานต์ แต่ไม่สำเร็จ
ระดับสองคือฆ่ามวลชนตนเองด้วยฝ่ายตัวเองที่อำพรางเป็นฝ่ายตรงข้าม ซึ่งเป็นที่ทราบแน่ชัดว่าฝ่ายเสื้อแดงจะนำแผนระดับนี้มาใช้ โดยพยายามหาช่องนำมาใช้สองสามเดือนมาแล้ว จนถึงการประท้วงใหญ่ที่กำลังจะกิดขึ้นนี้ ก็คือมุ่งแผนนี้เป็นหลัก (แผนระดับนี้ถ้าไม่ใจดำจริงจะทำไม่ได้) แต่แนนอนว่ามันจะต้องไล่ระดับไปจากขั้นธรรมดาก่อนในวันแรกๆ จากนั้นจะยกระดับไปสู่ขั้นกว่า และไปสู่ขั้นสุด ชนะได้ที่ขั้นไหนก็อยุดที่ขั้นนั้น

ผมคงไม่สามารถเสนอหลักฐานอะไรได้ชนิดมีใบเสร็จ ท่านผู้อ่านโปรดใช้วิจารณญาณเอาเอง แต่ขอบอกเพิ่มเติมว่าในบรรดาแกนนำของทั้งแดงและเหลืองนั้นมีพวกที่เรียกว่า "ซ้ายเก่า" คืออดีตพลพรรคอมมิวนิสต์ไทยอยู่ด้วย และแม้แยกฝ่ายกันรบแต่ก็ยังเป็นเพื่อนกันอยู่ยังติดต่อ โทรหา นัดพูดคุยกันอยู่ตลอด ผมเองก็ทำเช่นนั้น เมื่อตอนสงกรานต์ผมก็โทรหาเพื่อนที่เป็นซ้ายเก่าถึงกลางม๊อบแดงตลอดเวลา ซึ่งพวกนี้พื้นฐานจิตใจจะรักมวลชน จึงไม่ค่อยยินยอมพร้อมใจกับแผนฆ่ามวลชน ข้อมูลต่างๆจึงรั่วออกมาจากพวกนี้เอง (การฆ่ามวลชนตนเองนั้นปกติเป็นพฤติกรรมของพวกขวาจัด) ครั้งนี้ก็เช่นกัน




อืม พอเข้าใจแล้วครับ (แต่ขอเก็บความเชื่อไว้ครึ่งหนึ่งก่อน รอถึงวันนั้น)

ถ้าเป็นอย่างที่คุณพูด การรบครั้งนี้ดูจะน่ากลัวกว่าครั้งที่ผ่านมามากๆ

ขึ้นกับรัฐบาล กองทัพ และสายข่าวแล้วว่าจะรับมืออย่างไร

Re: บทวิเคราะห์พิเศษ/แผนฆ่ามวชนตนเอง รีเทิร์น

PostPosted: Fri Nov 20, 2009 1:31 pm
by phoosana
ความมืด เป็นการอำพรางกองกำลังไม่ทราบฝ่ายได้เป็นอย่างดี
เสื้อแดงอาจจะยื้อสถานการณ์รุนแรงไปจนถึงเวลากลางคืนก็เป็นได้

Re: บทวิเคราะห์พิเศษ/แผนฆ่ามวชนตนเอง รีเทิร์น

PostPosted: Fri Nov 20, 2009 2:01 pm
by overtherainbow
คนธรรมดาจะคิดป้องกันยังไง
ติดสปอร์ตไลท์ กล้องวงจรปิด
รถดับเพลิง เตรียมให้พร้อม ประกาศภาวะฉุกเฉินระดับสูงสุด
แปะประกาศใบปลิว และบอกข้อดีและข้อเสีย ของการเลือกแต่ละข้าง
สติ สติยังไม่มาปัญญาเลยยังไม่มี ขอนอนคิดก่อน :|

Re: บทวิเคราะห์พิเศษ/แผนฆ่ามวชนตนเอง รีเทิร์น

PostPosted: Fri Nov 20, 2009 2:39 pm
by Anakinta
คนธรรมดาป้องกันอะไรลำบากค่ะ

เพราะถ้าเกิดมีการเผาบ้านเรือนผู้บริสุทธิ์เมื่อไหร่ จะยิ่งสร้างความโกรธแค้นแก่ฝ่ายตรงข้าม จนเป็นสงครามกลางเมือง
ทางเดียวคือผู้ที่มีหน้าที่ปกป้องผู้บริสุทธิ์ (ตำรวจ) จะต้องออกมาจัดการ ปกป้องพลเรือน ก่อนที่ประชาชนฝ่ายตรงข้ามที่โกรธแค้น และทหารจะมาแย่งซีน...

อย่าลืมว่า 2 ศพเสื้อแดง ที่ลอยตามน้ำคลองแสนแสบ ยังโพล่มาได้ หลังจากที่มันอ้างว่ามีฝ่ายมันตายในเหตุการณ์ ทั้งๆที่ฝ่ายมันไปยิงชาวบ้านนางเลิ้ง ตาย2ศพ

Re: บทวิเคราะห์พิเศษ/แผนฆ่ามวชนตนเอง รีเทิร์น

PostPosted: Fri Nov 20, 2009 2:43 pm
by mr.g
ไม่ต้องสงสัยเลย ว่ามันต้องเกิดขึ้นแน่นอน
อย่างไรพวกตำรวจเสื้อแดงก็ต้องก่อให้เกิดความรุนแรงขึ้นอยู่แล้ว

เสื้อแดงส่วนหนึ่งก็ฮึกเหิมพอที่จะก่อการจลาจลทุกรูปแบบ
มีการสอนฝึกและใช้อาวุธยุทโธปกรณ์ตามแบบฉบับสงครามใต้ดิน
เรียกว่า มือไม้ในส่วนของประชาชนฝั่งเสื้อแดงก็พร้อมแล้ว
รอแค่ถึงวันปฏิบัติเท่านั้น จะว่าไปแล้ว ถึงจะสั่งหรือไม่สั่ง คนพวกนี้
ก็พร้อมจะทำทุกอย่างที่จะก่อให้เกิดความรุนแรงโดยไม่ต้องสั่งแล้ว

ทหารคราวที่แล้วไม่สามารถใช้กระสุนจริง ยิ่งทำให้พวกเสื้อแดง
ส่วนที่นิยมความรุนแรงได้ใจมากขึ้นกว่าเก่า ชนิดที่ว่าคราวนี้
เขาพร้อมจะเดินชนเดินลุย ด้วยมีดพร้าหน้าไม้ ธนูแหลนหลาว
ระเบิดขวด ประทัดยักษ์ ในที่สุด ทหารก็ต้องใช้อาวุธประจำกายจริง
เพราะถูกบีบคั้น ด้วยตำรวจหน่วยปราบจลาจลย่อหย่อนต่อหน้าที่
อวยให้เสื่อแดงก่อการรุนแรง ทุกอย่างก็เข้าแผนหมด
ตำรวจถูกดึงออกจากแผนป้องกัน ทหารถูกใช้แทน เมื่อทหารเข้ามา
บ่อมต้องมีการปะทะแน่

พวกซ้ายจัดพร้อมแล้วที่จะทำให้เดือนธันวา กลายเป็นธันวาเลือด
บีบให้ในหลวงต้องออกมาสงบศึกและให้นายอภิสิทธิลาออก
พร้อมกับจัดตั้งรัฐบาลแห่งชาติ แก้ไขรัฐธรรมนูญ ตามหมากที่เขาวางไว้
ถ้าท่านไม่ทำ มันก็มีหมากอื่นอีก คราวนี้ไม่ยอมให้เหมือนเมษาแน่นอน

อภิสิทธิ และหน่วยความมั่นคง ถ้าไม่ตัดไฟแต่ต้นลม ....
ก็หลีกหนีเรื่องเหล่านี้ไม่พ้น

เสื้อแดงกล้าตายไม่กลัวทหารแล้ว ... จะทำอย่างไร :?:

Re: บทวิเคราะห์พิเศษ/แผนฆ่ามวชนตนเอง รีเทิร์น

PostPosted: Fri Nov 20, 2009 2:50 pm
by overtherainbow
overtherainbow wrote:คนธรรมดาจะคิดป้องกันยังไง
ติดสปอร์ตไลท์ กล้องวงจรปิด
รถดับเพลิง เตรียมให้พร้อม ประกาศภาวะฉุกเฉินระดับสูงสุด
แปะประกาศใบปลิว และบอกข้อดีและข้อเสีย ของการเลือกแต่ละข้าง
สติ สติยังไม่มาปัญญาเลยยังไม่มี ขอนอนคิดก่อน :|

จะเขียนว่าคนธรรมดาจะคิดจัดการยังไงกับเรื่องนี้
คงได้แค่นี้
แต่คนไม่ธรรมดาล่ะ
จะคิดจัดการยังไง
คนไม่ธรรมดาเช่นผู้นำ ผู้เป็นกุนซือ ผู้เป็นที่พึ่งของประชาชน
เอ๊ะเรายังคาดหวังไปพึ่งตำรวจ ทหารได้อยู่มั้ยเนี่ย :?:

Re: บทวิเคราะห์พิเศษ/แผนฆ่ามวชนตนเอง รีเทิร์น

PostPosted: Fri Nov 20, 2009 2:57 pm
by Scorpion.k
แผนฆ่าพวกเดียวกันแล้วโยนความผิดให้คนอื่น เผาบ้านเผาเมือง โอกาสเกิดขึ้นเป็นไปได้สูง
แต่ถามถึงความสำเร็จชัยชนะในครั้งนี้ผลคือไม่มีทางชนะ
ตรงข้ามอาจจะเพิ่มความโกรธแค้นให้ชาวบ้านในพื้นที่มากขึ้น
สื่อทั้งทีวี วิทยุ นสพ.ออกข่าวตรงไปตรงมา อธิบายให้เข้าใจ
ตร.ทหารทำงานเต็มที่ ยังนึกไม่ออกว่าจะมีอีกกี่คนที่จะไปเที่ยวตปท.

Re: บทวิเคราะห์พิเศษ/แผนฆ่ามวชนตนเอง รีเทิร์น

PostPosted: Fri Nov 20, 2009 3:12 pm
by Bookmarks
อย่าประมาทครับ คุณ สกอเปี้ยน ในหลายหลายครั้ง ที่เวลาพวกเสื้อแดง เพลี้ยงพล้ำพลาดท่าในทุกครั้ง ก็จะออกมาโกหกแก้ตัวได้ทุกที เพราะมีคนเสื้อแดง ที่พร้อมจะเชื่อ และต้องการปกป้องตัวเองให้พ้นผิด กลุ่มคนเหล่านี้ น่ากลัวครับ เพราะด้วยเป็นพวกไร้เหตุผล และไม่รับฟังเหตุผล ใดใดทั้งสิ้น การจะให้เหตุผลกับพวกนี้ จึงเป็นไปได้ยาก
และทักษิณ และแกนนำเสื้อแดง ดูเหมือนจะรู้ลักษณะนิสัยของพวกนี้ดี การโกหกต่างต่าง จึงออกมาจากปาก โดยไม่ละอายใจ

Re: บทวิเคราะห์พิเศษ/แผนฆ่ามวชนตนเอง รีเทิร์น

PostPosted: Fri Nov 20, 2009 3:26 pm
by อิทรายุธ
ในบทวิเคราะห์นี้ไม่ใช่ผมจะชี้ว่ามันจะเกิดขึ้นอย่างแน่นอนนะครับ เพียงแต่ลำดับให้เห็นว่าสเต็ปของสงครามมวลชนที่เขาวางไว้นั้น มีขั้นตอนอย่างไร ในทางปฏิบัติเขาจะเริ่มจากขั้นธรรมดาก่อนอันนี้เกิดแน่ จากนั้นยกระดับไปสู่ขั้นกว่า อันนี้ก็เกิดแน่ ส่วนขั้นสุดนั้น ถ้าสภาพทางภววิสัยพอจะทำได้เขาทำแน่นอน เพราะเขาวางแผนไว้แล้ว หมายมั่นปั้นมือไว้แล้ว

Re: บทวิเคราะห์พิเศษ/แผนฆ่ามวชนตนเอง รีเทิร์น

PostPosted: Fri Nov 20, 2009 3:32 pm
by จูล่ง_j
แผนฆ่ามวลชน ตนเอง ผมว่าหลายคนที่ติดตามสถานการณ์บ้านเมือง ก็คงจะคิดไว้แล้วว่าเป็นแผนที่น่ากลัวไม่น้อย
ในเสรีไทยก็มีตั้งกระทู้แบบนี้ไปแล้ว
สุริยะใสก็เตือนรัฐบาลไปแล้ว
มวลชน ของเสื้อแดงนั้น บ้าคลั่ง และพร้อมที่จะทำเรื่องแบบนี้
ดูอย่าง ช่วง เมษา มันเอาคนไปยิงชาวบ้าน ที่นางเลิ้งตาย 2 ศพ
กะปลุกให้คนออกมาฆ่ากัน แต่ก็ไม่สำเร็จ รอบนี้ มันคงจะเล่นหนักกว่าเดิม
รัฐบาลงวดนี้ ต้องระวังมากกว่าเดิม ใช้กล้องวงจรปิดเยอะๆ เอานักข่าวออก ลง พื้นที่ มากๆ
ต้องจับตาดูเสื้อแดง ให้ดี อย่าให้พลาดสายตา เรียกว่า รอบๆ ม๊อบระยะ 1 กิโลเมตร นี่ ต้องมีด่านคอยจับคนร้ายด้วย
นี่คือโค้งสุดท้ายแล้ว หวังว่า รัฐบาล อย่าพลาด ให้เสื้อแดงมาทำร้ายประเทศจนหนักหนา สาหัสเลย

Re: บทวิเคราะห์พิเศษ/แผนฆ่ามวชนตนเอง รีเทิร์น

PostPosted: Fri Nov 20, 2009 4:09 pm
by Anakinta
อยู่ที่ว่าทหารบ้านเรา ที่จะออกมา หลัง 2 ฝ่ายปะทะกันเป็นฝ่ายไหน... ถ้าฝ่ายทักษิณออก ครั้งนี้คง "ปฎิวัติ" แบบเต็มรูปแบบ เพราะจะเป็นโอกาสสุดท้ายแล้ว (คงทราบนะคะว่าหมายถึงอะไร)

ซึ่งคนไทยส่วนใหญ่ และทหารบางส่วนคงไม่ยอม แล้วก็คงสู้กันจนแหลกไปข้างนึง

ส่วนตัว ดิชั้นว่า ถึงจะเกิดสงครามกลางเมือง ปฏิวัติได้จริง ฝ่ายทักษิณก็ไม่มีทางชนะ เพราะก็ต้องสู้กับประชาชนอีกหลายรอบ
...แต่ใจรัญและพวกซ้ายทารกคงแอบยื้ม...

ป.ล. ชาวนางเลิ้ง คือกรณีตัวอย่าง แม้ควายแดงจะยิงไป 2 ศพ แต่พวกเขาก็ยังปกป้องตัวเองและตอบโต้ในพื้นที่ จนทำให้พวกเสื้อแดงต้องถอดเสื้อเปลี่ยนเป็นขาว เวลาผ่านไปมา แต่ชาวบ้านก็ไม่ได้ลามไปดักทำร้ายมันจนถึงที่สุด แค่ปกป้องเขตพื้นที่ของตนเองเท่านั้น

Re: บทวิเคราะห์พิเศษ/แผนฆ่ามวชนตนเอง รีเทิร์น

PostPosted: Fri Nov 20, 2009 4:24 pm
by ตรี
มีความเป็นไปได้สูงที่จะเกิดขึ้น
อาจจะด้วยการวางแผนเพื่อให้เกิด หรือเอาจจะเกิดขึ้นเพราะความแตกแยกภายในกันเอง
เพราะในมวลชนดังกล่าวก็มีผู้ที่เห็นต่างกันอยู่หลายก๊กหลายเหล่า
เมื่อไม่มีเชื้อไฟที่จะเผาเมืองสักที ก็จำเป็นต้องจุดประกาย ประทุเชื้อไฟให้ไหม้
เพื่อลุกลามไปให้บรรลุเป้าหมายหลักที่วางไว้
แต่เมื่อเวลานั้นมาถึง คนที่รับกรรมก็คือ..มวลชน ที่ไม่อาจจะรับรู้อะไรเลยว่ากลายเป็นหมากชีวิต..
ที่ถูกวางไว้บนกระดานของนักเล่นโสมม

Re: บทวิเคราะห์พิเศษ/แผนฆ่ามวชนตนเอง รีเทิร์น

PostPosted: Fri Nov 20, 2009 5:03 pm
by Bookmarks
Anakinta wrote:อยู่ที่ว่าทหารบ้านเรา ที่จะออกมา หลัง 2 ฝ่ายปะทะกันเป็นฝ่ายไหน... ถ้าฝ่ายทักษิณออก ครั้งนี้คง "ปฎิวัติ" แบบเต็มรูปแบบ เพราะจะเป็นโอกาสสุดท้ายแล้ว (คงทราบนะคะว่าหมายถึงอะไร)

ซึ่งคนไทยส่วนใหญ่ และทหารบางส่วนคงไม่ยอม แล้วก็คงสู้กันจนแหลกไปข้างนึง

ส่วนตัว ดิชั้นว่า ถึงจะเกิดสงครามกลางเมือง ปฏิวัติได้จริง ฝ่ายทักษิณก็ไม่มีทางชนะ เพราะก็ต้องสู้กับประชาชนอีกหลายรอบ
...แต่ใจรัญและพวกซ้ายทารกคงแอบยื้ม...

ป.ล. ชาวนางเลิ้ง คือกรณีตัวอย่าง แม้ควายแดงจะยิงไป 2 ศพ แต่พวกเขาก็ยังปกป้องตัวเองและตอบโต้ในพื้นที่ จนทำให้พวกเสื้อแดงต้องถอดเสื้อเปลี่ยนเป็นขาว เวลาผ่านไปมา แต่ชาวบ้านก็ไม่ได้ลามไปดักทำร้ายมันจนถึงที่สุด แค่ปกป้องเขตพื้นที่ของตนเองเท่านั้น

ถ้ามันคิดจะปฎิวัติ เต็มรูปแบบจริงจริง คงมีหลายคน ได้อัปเปหิ ไปอยู่ต่างประเทศจนกว่าจะตาย ถ้ามีเงินเยอะ กับอีกพวกที่ต้องติดคุก และเป็นตราบาปแก่ครอบครัวของมันไปตราบนานเท่านาน

Re: บทวิเคราะห์พิเศษ/แผนฆ่ามวชนตนเอง รีเทิร์น

PostPosted: Fri Nov 20, 2009 5:29 pm
by pygmy_hippo
รัฐบาลต้องใช้ Forensic Science เป็นเครื่องมือ
กระสุน ปืน อาวุธ ที่ใช้ ต้องล๊อค
ต้องมีกล้องวงจรปิด เหมือนที่พี่ ๆ ข้างบนแนะนำ
ให้นักข่าว ต่างชาติ ไทย ลงเยอะๆ


ส่วนด้านความมั่นคง
คงต้อง Get your hands dirty
ทหารในมือก็มากมาย
คงมีหลายคนที่เก่งกว่า เศษแดง และ คนทรยศชาติ

ตอนนี้คิดได้แค่นี้

Re: บทวิเคราะห์พิเศษ/แผนฆ่ามวชนตนเอง รีเทิร์น

PostPosted: Fri Nov 20, 2009 6:04 pm
by kukrit
ขอแสดงความเห็นนิด เรื่องทหารนิดน่ะครับ

เท่าที่ดูจากอดีต ทหารจะไม่ออกมายุติเหตุการณ์ใดๆ ถ้าไม่มีความมั่นใจว่าจะสำเร็จแน่นอน หากออกมาแล้วโอกาสสำเร็จต่ำ คิดว่าพวกเขากล้าเสี่ยงรึครับ ต่อให้เป็นทหารที่เข้าข้างฝ่ายนักโทษหนีคดี ก็คงไม่เอาอนาคตตัวเองไปเสียงหรอกครับ ผมเชื่อว่า ถ้ารัฐบาลตั้งมั่นดีๆ รับรองว่า งานนี้ เสื้อแดงแพ้ภัยตัวเองแน่นอน และสิ่งแรกที่รัฐต้องทำ คือ ไม่ให้เกิดการแดงฆ่าแดง หรือมือที่ 3 เข้ามาป่วนได้ ซึ่งนั่นจะนำมาซึ่งสงครามกลางเมือง หากปิดจุดนี้ได้ หรือหากว่า เกิดขึ้นจริง รัฐจับคนได้ในทันควัน และลบข้อกล่าวหาที่จะโดนใส่ร้ายได้ ผมว่าทหารไม่มีทางออกมาแน่นอน และการชุมนุมของเสื้อแดงโดยปรกตินั้นไม่มีครั้งไหนชุมนุมยืดเยื้อเกิน 2 เดิอนครับ แล้วในกลุ่มมวลชนเสื้อแดงนั้น ขาดปัจจัยหลายๆอย่าง ทั้งด้านกำลังพล การสนับสนุน และจุดยืนของแกนนำกลุ่มที่ค่อนข้างแตกต่าง รวมถึงผู้มาชุมนุมครับ

Re: บทวิเคราะห์พิเศษ/แผนฆ่ามวชนตนเอง รีเทิร์น

PostPosted: Sat Nov 21, 2009 6:00 am
by pooyong
อ่านแล้วเครียดจัง แต่มาคิดอีกที ก็ไม่น่าห่วงเท่าไหร่
เพราะการระดมม๊อบประจำเดือน เพื่อโค่นล้มรัฐบาล
จะต้องหาข้ออ้างมากล่าวหารัฐบาลก่อน ข้ออ้างก่อนๆก็เก่าไปแล้ว
ข้ออ้างใหม่ๆ ก็ไม่โดนใจ จะมาไล่นายกเพราะหน้าไม่เหลี่ยม ก็ฟังไม่ขึ้น
คงต้องตั้งชื่อเรื่องให้ได้เสียก่อน ทางที่ดี น่าจะประกวดตั้งชื่อนะ
ถามไปทั้งประเทศเลยว่าจะไล่รัฐบาลดีมั้ย แล้วจะไล่เรื่องอะไร
ถ้าได้ชื่อเรื่องดีๆ อาจจะมีคนมาร่วมเยอะๆก็ได้ ไม่ใช่มีแต่ควาย

Re: บทวิเคราะห์พิเศษ/แผนฆ่ามวชนตนเอง รีเทิร์น

PostPosted: Sat Nov 21, 2009 8:31 am
by อารยา
ถ้าแผนนี้จะสำเร็จในปลายเดือนนี้หรือต้นเดือนหน้า ปฏิบัติการณ์เมื่อวันก่อนและหลังสงกรานต์จะต้องไม่แรงจัดขนาดทุ่มหมดทุกกระบวนท่าอย่าอย่างนั้น ผลที่เกิดจากครั้งนั้นเลยทำให้รัฐบาลวันนี้ได้ภูมิคุ้มกันเกินพอที่จะรับมือได้อย่างมั่นใจ
เชิญทักษิณให้กลับมาพนมเปญเหมือนที่แอบมาตั้งแต่วันที่ 4 เมษา เพื่อกำกับขั้นตอนต่างๆที่เริ่มปิดถนนวันที่ 8 ยาวไปถล่มอาเซียนซัมมิตที่พัทยาวันที่ 12 ทุบรถนายกฯบ่ายวันที่ 13
ตลอดบ่ายถึง 4 ทุ่มคืนวันที่ 13 ทัพหลวงของเสื้อแดงที่รออยู่เกือบเห็นผลสำเร็จตามแผน
เพราะเป็นช่วงที่รัฐบาลกำลังถูกโดดเดี๋ยวอย่างหนัก
แต่ตกดึก มี 36 กองพันกลับเข้าร่วมกันมาปกป้องรัฐบาล กฎหมายความมั่นคงภายในเริ่มออกฤทธิ์พิษสงตอนตีสี่ครึ่งเช้าตรู่วันที่ 14
แม้จะยังมีป่วนเฮือกสุดท้ายที่ซอยกิ่งเพชร นางเลิ้ง ฯลฯ แต่พอก่อนเที่ยง หัวโจกคางคกจกเปรตถูกจับเรียบ ยกเว้นอีเพ็ญคนเดียว

ต่อให้ครั้งนี้ มันทำแรงกว่าเก่า ซึ่งไม่ทราบว่าจะเป็นอะไร อยากบอกว่า ถ้าครั้งก่อนเบากว่านั้น และครั้งนี้เพียงครึ่งที่แรงเท่าครั้งนั้น รัฐบาลที่ไม่เคยมีประสบการณ์คงเอาไม่อยู่หรอกครับ

สรุปว่า ถ้าสงครามครั้งสุดท้ายของพวกมันยิ่งแรงเท่าไหร่ กระแสบูมเมอแรงจะยิ่งสวิงกลับแรงเท่านั้น
มันจะทำให้แรงน้อยกว่าเก่าก็ไม่ได้ สุดท้ายก็เลยเป็นการฆ่าตัวตาย

เพียงรัฐบาลวางแผนรับมือตามข้อมูลข่าวกรองที่เกาะติดต่อเนื่อง และประสบการณ์ที่นำมาทบทวน ก็เพียงพอที่จะไม่พลาดเปิดช่องให้ฝ่ายใดมาวิ่งราวฉกอำนาจรัฐไปได้แน่
แต่ต้องไม่ประมาทด้วย

Re: บทวิเคราะห์พิเศษ/แผนฆ่ามวชนตนเอง รีเทิร์น

PostPosted: Sat Nov 21, 2009 9:50 am
by marrykate
ทำไมรัฐบาลไม่ถอนประกันแกนนำทั้งหมด

เพื่อตัดไฟแต่ต้นลม ไม่เข้าใจเลย จริงๆ

Re: บทวิเคราะห์พิเศษ/แผนฆ่ามวชนตนเอง รีเทิร์น

PostPosted: Sat Nov 21, 2009 10:26 am
by อารยา
อำนาจรัฐมิใช่มีเพียงพระเดช
สังเกตว่า ถึงวันนี้ พวกที่เครียดจนคิดอะไรผิดพลาดไปหมดเป็นฝ่ายไหนก็ไม่ต้องบอก
จะเห็นว่า แผนต่างๆที่ออกมาคนรู้ทันหมด ช้าหรือเร็วก็เดี๋ยวเดียว

การเผด็จศึกที่รัฐบาลต้องการให้เกิดขึ้นนั้น ผมเชื่อว่า ท่านจะใช้มือของพวกกบฏฆ่าตัวมันเอง
เพราะทำได้ และดีกว่าวิธีอื่น ไม่ยากแล้ว นับจากนี้ เพราะผ่ายตรงข้ามหน้ามืดขึ้นทุกขณะ
ยิ่งหน้ามืดดำคล้ำมากเท่าไหร่ ก็เป็นสัญญาณว่าเซลสมองตายไปมากเท่านั้น

สรุปว่า รัฐบาลนี้จะไม่ยอมเพลี่ยงพล้ำในการใช้อำนาจที่เสี่ยงต่อการถูกเอาไปขยายผล
เพราะเกรงว่ายังไม่ชัวร์ว่าคนที่กลับใจจากเคยสนับสนุนเสื้อแดงจะไม่เปลี่ยนใจกลับไปอีก ถ้ารัฐบาลเผอิญไปมีแผลขีดข่วนนิดเดียวแล้วเกิดเป็นหนอง เพราะมันช่วยกันไปเอาเชื้อหมาบ้ามาป้ายให้ ประมาณนั้น

ผมคิดเองครับ ว่ารัฐบาลเลือกยุทธวิธีแห่งความอดกลั้น และผมก็เห็นด้วย แม้บางครั้งก็รู้สึกหงุดหงิดเหมือนกัน

แต่รัฐศาสตร์ได้พิสูจนฺแล้วว่า สูตร "self-restraint" ซึ่งฟังแล้วโบราณมาก แต่ถ้าสำเร็จ พูดง่ายๆ ตะบะไม่แตก ไปยาวเลยครับ
ทั้งพระเดชและพระคุณ :)

Re: บทวิเคราะห์พิเศษ/แผนฆ่ามวชนตนเอง รีเทิร์น

PostPosted: Sat Nov 21, 2009 11:13 am
by once in a blue moon
ถ้าเป็นอย่างที่วิเคราะห์จริง ถ้ามีการตอบโต้จากฝ่ายรัฐด้วยความรุนแรง...

นักโทษชายจะกลายเป็นนักโทษทางการเมืองทันที สามารถที่จะเดินทางไปไหนในโลกได้หมด ยกเว้นประเทศไทย...

อยากให้รัฐบาลตระหนักตรงนี้ด้วย...

อยากให้ทำงานเชิงรุก ไม่ใช่ตั้งรับไปวัน ๆ...

โอกาสไม่ใช่มีกันบ่อย ๆ... :lol: :lol: :lol:

Re: บทวิเคราะห์พิเศษ/แผนฆ่ามวชนตนเอง รีเทิร์น

PostPosted: Sat Nov 21, 2009 11:33 am
by phoosana
ใช้แผนการตัดกำลังมวลชน โดยการไม่อำนวยความสะดวกเช่น รถสุขาเคลื่อนที่ :lol:

Re: บทวิเคราะห์พิเศษ/แผนฆ่ามวชนตนเอง รีเทิร์น

PostPosted: Sat Nov 21, 2009 11:40 am
by windfang
ตอนนี้รัฐบาลต้อง ตีข่าวเรื่องแผนการของพวกเครือข่ายกบฎทักษินให้ทั่วโลกได้รับรู้ก่อน..
สร้างพื้นที่ความชอบธรรม ให้ได้
สุดท้าย
คนที่จะเชื่อทักษิณจะเหลือแต่... เสื้อแดง... พวกนี้ไม่สามารถทำความเข้าใจได้ด้วยเหตุผล เพราะเขาคิดว่า เขาถูกต้องเสมอ !! (ถึงมีสิ่งผิดๆออกมา พวกเขาเหล่านั้นก็จะตัดต่อมันเสีย !!! )

Re: บทวิเคราะห์พิเศษ/แผนฆ่ามวชนตนเอง รีเทิร์น

PostPosted: Sat Nov 21, 2009 12:08 pm
by อิทรายุธ
บทที่คุณอภิสิทธิถนัดที่จะเล่น และเล่นแล้วได้คะแนนเสมอ คือบท "พระเอกรูปหล่อแสนดีถูกรังแก" หวังว่าจะไม่อินและหวังพึ่งพากับบทแบบนี้มากเกินไปจนตกประมาท พลาดท่าขึ้นมาอาจตายได้ง่ายๆ การตายของคุณอภิสิทธิเป็นความหวังยิ่งยวดอย่างหนึ่งของคุณทักษิณที่นับวันจะหวาดกลัวคุณอภิสิทธิมากขึ้นทุกที

Re: บทวิเคราะห์พิเศษ/แผนฆ่ามวชนตนเอง รีเทิร์น

PostPosted: Sat Nov 21, 2009 12:15 pm
by overtherainbow
ค่อยจะเห็นแสงที่ปลายอุโมงค์บ้าง
เกือบเครียดตายแล้ว :lol:

Re: บทวิเคราะห์พิเศษ/แผนฆ่ามวชนตนเอง รีเทิร์น

PostPosted: Sat Nov 21, 2009 12:38 pm
by เบื่อ นช ทักสิน
ถ้ามันเผาบ้าน และยิงชาวบ้าน เราควรตอบโต้มันไหม แบบที่ชาวนางเลิ้งทำ หรือว่าปล่อยให้มันฆ่าและเผาตามใจชอบ แต่ถ้าเป็นผมโดน ผมไม่นั่งมองเฉยๆแน่ๆ มันต้องแดกลูกปืนผมแน่นอน

Re: บทวิเคราะห์พิเศษ/แผนฆ่ามวชนตนเอง รีเทิร์น

PostPosted: Sat Nov 21, 2009 12:43 pm
by อารยา
อิทรายุธ wrote:บทที่คุณอภิสิทธิถนัดที่จะเล่น และเล่นแล้วได้คะแนนเสมอ คือบท "พระเอกรูปหล่อแสนดีถูกรังแก" หวังว่าจะไม่อินและหวังพึ่งพากับบทแบบนี้มากเกินไปจนตกประมาท พลาดท่าขึ้นมาอาจตายได้ง่ายๆ การตายของคุณอภิสิทธิเป็นความหวังยิ่งยวดอย่างหนึ่งของคุณทักษิณที่นับวันจะหวาดกลัวคุณอภิสิทธิมากขึ้นทุกที
บทนี้ทักษิณเล่นเก่งกว่า และเล่นไม่หยุดต่อเนื่องมาตั้งแต่ออก CNN มกรา 2550 แดน ริเวอร์ส คนสัมภาษณ์วันนั้นออกอาการเห็นใจ
จ้างบริษัทพีอาร์ที่ชิคาโก เขียนคำให้สัมภาษณ์โกหกพกลมลงในไทม์เอเซีย แน่นอนว่าต้องจ่ายเพิ่มที่ได้ลงภาพตัวเองที่ปก
จ้างบริษัทล๊อบบี้ยิสต์ที่ข้างทำเนียบขาว ดีซี ให้ทำงานหาความลับในรัฐบาลขณะนั้น (สุรยุทธ์) ผมยังนึกไม่ออกเลยว่ามันคิดทำการยึดอำนาจคืนหรืออย่างไร ที่ทำให้ต้องคิด เพราะทักษิณจ้างบริษัทของนายเจมส์ เบเกอร์ อดีตหัวหน้าซีไอเอและรัฐมนตรีต่างประเทศสมัยพ่อบุช
วันนี้ทักษิณก็ยังอ้อนไม่เลิก ฮุนเซนแนะนำทักษิณผ่านทีวีวันที่ 11 ที่เขมรว่า ถ้าวันที่ 19 กันยา 49 ทักษิณอยู่ในประเทศแล้วแพ้จะไม่ว่า แต่นี่เขาไปช่วยงานของชาติที่ยูเอ็น ยังทำไปด็าย เลยบ้า "แพ้ไม่ได้" ทั้งคู่

Re: บทวิเคราะห์พิเศษ/แผนฆ่ามวชนตนเอง รีเทิร์น

PostPosted: Sat Nov 21, 2009 12:43 pm
by pisakesing
การชูบิ๊กจิ๋วขึ้นมาเป็นความผิดพลาดร้ายแรงของกลุ่มเสื้อแดง
เพราะคนส่วนใหญ่เห็นแล้วว่าการบริหารงานของท่านที่ผ่านมาล้มเหลว
เหตุผลนี้จะทำให้คนเมืองส่วนใหญ่ไม่ให้ความร่วมมือกับเสื้อแดง
และโอกาสที่จะโดนมวลชนไล่กลับมีสูงมาก
บอกตามตรงผมอยากให้ถึงวันนั้นเร็วด้วยซ้ำ
คิดว่าคงเป็นวันที่ทักษินจะหมดอำนาจอย่างแท้จริง
เพราะเมื่อเขาแพ้ในภาคสนาม ก็ไม่เกิดแรงกดดันในชั้นศาล
น่าจะเป็นของขวัญปีใหม่ที่ถูกใจใครหลายคน