Page 1 of 1

ปลอดประสพ ส่งเสื้อโคร่งไปจีน 100 ตัว จบอย่างไร 6 ปีแล้ว

PostPosted: Sat Dec 26, 2009 12:25 am
by Bookmarks
นี่ก็อำมาตย์ของเสื้อแดง ที่ไม่โดนสั่งฟ้องสักที

วิบากกรรมเสือ100ตัว "ปลอดประสพ" แจงข้อหา ป.ป.ช.

หมายเหตุ - เมื่อวันที่ 10 สิงหาคม นายปลอดประสพ สุรัสวดี อดีตอธิบดีกรมป่าไม้ ได้เปิดแถลงข่าวกรณีที่คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) มีมติเป็นเอกฉันท์ว่า นายปลอดประสพมีความผิดวินัยร้ายแรง และความผิดทางอาญา ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 ในการอนุญาตให้บริษัท ศรีราชาไทเกอร์ ซู จำกัด ส่งออกเสือโคร่งจำนวน 100 ตัว ไปยังสวนสัตว์ซันหยา ไมตรี คอนเซ็ปท์ จำกัด สาธารณรัฐประชาชนจีน

ที่ต้องแถลงข่าวครั้งนี้ เนื่องจากถูกตัดสินให้ผิดทั้งๆ ที่ไม่ผิด ก่อนหน้านี้ไม่นาน อัยการพิเศษฝ่ายคดีเศรษฐกิจและทรัพยากร เพิ่งจะแจ้งเรื่องมาว่าไม่สั่งฟ้องบริษัท ศรีราชาไทเกอร์ ซู จำกัด กรณีที่มีการครอบครองเสือ และเพาะเลี้ยงเสือไม่ถูกต้องแล้ว

มูลเหตุการกล่าวหาผมคือ เสือผิดกฎหมาย การที่ผมอนุญาตให้ส่งออกก็ผิดกฎหมายด้วย แต่การสอบสวนของ ป.ป.ช. ก่อนหน้านี้บอกว่า สวนเสือไม่ผิด แต่ตอนนี้กลับมาบอกว่าผมผิด ที่ไปอนุญาตให้เอกชนส่งออกสัตว์ป่าคุ้มครอง บอกว่าผมทำให้ราชการเสียหาย ผมพยายามคิดมาตลอดคืนว่าราชการเสียหายแปลว่าอะไร เพราะเสือที่ส่งไปนั้นเป็นเสือพันธุ์เบงกอล ไม่ได้เพ่นพ่านอยู่ในเมืองไทยเลย เป็นเสือที่มาจากการเพาะเลี้ยง เป็นสมบัติส่วนบุคคล เพาะเลี้ยงอย่างถูกต้องตามกฎหมาย เขาจะให้ใคร แจกใคร ก็เป็นสิทธิของเขา เสือในธรรมชาติ ไม่ได้เสียหายเลย แล้วมาสรุปว่าผมทำให้ราชการ ทำให้ทรัพยากรประเทศเสียหายได้อย่างไร

ในเอกสาร ป.ป.ช. สรุปออกมาว่า ผมทำผิดตามมาตรา 23 กับมาตรา 26 มาตราแรก ระบุว่า ห้ามส่งออก หรือนำเข้าสัตว์ป่าสงวน หรือสัตว์ป่าคุ้มครอง ยกเว้นได้รับการอนุญาตจากอธิบดี ผมก็เป็นอธิบดี อนุญาตได้ ส่วนมาตรา 26 ที่เป็นเรื่องต่อเนื่อง ระบุว่า ต้องนำสัตว์นั้นไปเพาะพันธุ์ ศึกษาวิจัยทางวิชาการ ตอนนี้เสือทั้ง 100 กว่าตัวก็อยู่สุขสบายเพาะพันธุ์มีลูกมีหลานมากมาย
ที่ทำทั้งหมดได้ศึกษาและปรึกษากับหลายฝ่ายแล้ว นักกฎหมายก็บอกทำได้ ให้กฤษฎีกา ซึ่งเป็นที่ปรึกษาด้านกฎหมายของรัฐบาลตีความแล้วว่าทำได้ อัยการก็บอกไม่ผิด กรรมการสอบวินัย ซึ่งใช้เวลาสอบผมถึง 7 เดือน ก็บอกว่าผมไม่ผิด เกษียณอายุแล้วกลับมานอนอยู่บ้านสบายใจมาก อยู่ๆ มาบอกว่าผมผิด

หลังจากนี้ผมจะทำเท่าที่ระเบียบกฎหมายเปิดโอกาสให้ทำ หากอุทธรณ์ได้ก็จะทำ และหากต้องถึงขนาดฟ้องศาลปกครองเพื่อปกป้องศักดิ์ศรีของตัวเองก็จะทำ ยาวนานแค่ไหนก็รอได้ จะพยายามรักษาชีวิตเอาไว้เพื่อต่อสู้เรื่องนี้ในศาล และมั่นใจเต็มร้อยว่าขึ้นศาลที่ไหนกี่ศาลก็จะชนะ

ลำดับเหตุการณ์ คดีเสือ 100 ตัว
2 ตุลาคม 2545 นายปลอดประสพ สุรัสวดี ในฐานะอธิบดีกรมป่าไม้ลงนามอนุญาตให้บริษัท ศรีราชาไทเกอร์ ซู จำกัด ส่งออกเสือโคร่งจำนวน 100 ตัว เป็นตัวผู้ 56 ตัว ตัวเมีย 44 ตัว อายุระหว่าง 1-3 ปี ไปเพื่อการเพาะเลี้ยงขยายพันธุ์ในกิจการสวนสัตว์ซันหยา ไมตรี คอนเซ็ปท์ จำกัด มณฑลไหหลำ ประเทศจีน โดยกรมป่าไม้เป็นผู้ส่งออกในนามบริษัท ศรีราชาฯ ตามมาตรา 26 พ.ร.บ. สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า 2535 และบริษัท ศรีราชาฯ เป็นผู้ออกค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้น

หลังจากส่งเสือไปเรียบร้อยแล้ว กลุ่มเอ็นจีโอก็ออกมาเคลื่อนไหวให้มีการตรวจสอบเรื่องนี้ เพราะสงสัยว่าจะส่งเสือไปเพื่อการค้า ผิดกฎหมาย พ.ร.บ. สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า 2535 จนคณะอนุกรรมาธิการเพื่อการอนุรักษ์คุ้มครองสัตว์ป่าและพันธุ์พืชในคณะกรรมา ธิการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม สภาผู้แทนฯออกมาเคลื่อนไหวตรวจสอบเรื่องนี้

26 มีนาคม 2546 นายสมชัย เพียรสถาพร อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช และนายมานพ เลาห์ประเสริฐ หัวหน้าสำนัก อนุสัญญาว่าด้วยการค้าระหว่างประเทศ ซึ่งชนิดพันธุ์สัตว์ป่าที่ใกล้จะสูญพันธุ์ (ไซเตส) เข้าชี้แจงเรื่องนี้ต่อคณะกรรมาธิการ พร้อมทั้งเชิญคณะกรรมาธิการไปตรวจสอบข้อเท็จจริงที่สวนสัตว์ซันหยาฯ ประเทศจีน

21 ธันวาคม 2546 นายศิริ หวังบุญเกิด ประธานคณะอนุกรรมการธิการ นำคณะเดินทางไปตรวจสอบข้อเท็จจริงที่สวนสัตว์ซันหยาฯ ได้รับคำชี้แจงจากนายจี เฉิง ชิน หุ้นส่วนของบริษัทว่า ได้ลงทุนสั่งซื้อเสือโคร่งจากบริษัท ศรีราชาฯ จำนวน 100 ตัว ในราคาตัวละ 1 แสนบาท รวมเป็นเงิน 10 ล้านบาท อย่างไรก็ตาม นายจี เฉิง ชิน ยืนยันว่าไม่ได้เป็นการซื้อขายแลกเปลี่ยนสัตว์ และคาดว่าจะคืนทุนที่ลงทุนไปประมาณ 800 ล้านบาท ภายใน 4-5 ปี คณะอนุกรรมาธิการจึงสรุปว่า การส่งเสือ 100 ตัวไปจีน เป็นการดำเนินโดยภาคเอกชน ใช่กระทำโดยราชการ และมีวัตถุประสงค์เพื่อการค้า มิใช่เพื่อการวิจัยค้นคว้าทางวิชาการ24 ธันวาคม 2546 นายพนัส ทัศนียานนท์ ประธานคณะกรรมาธิการสิ่งแวดล้อม วุฒิสภา ทำหนังสือถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ถึงผลการตรวจสอบเรื่องเสือ 100 ตัว ว่า การอนุญาตส่งเสือดังกล่าวชอบด้วยกฎหมาย ส่วนข้อกล่าวหามีการอ้างอิงข้อกฎหมายและการตรวจสอบข้อเท็จจริงที่ผิดพลาด ควรจะตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงอย่างเร่งด่วน

หลังได้รับข้อสรุปจากทั้ง 2 สภา นายประพัฒน์ ปัญญาชาติรักษ์ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้เสนอเรื่องไปยังสำนักนายกฯให้ตั้งกรรมการสอบข้อเท็จจริงเรื่องนี้ จนมีการแต่งตั้ง พล.ต.ท.จุมพล มั่นหมาย ผู้อำนวยการสำนักข่าวกรองแห่งชาติ เป็นประธานตรวจสอบข้อเท็จจริง

ด้านนายปลอดประสพได้ออกตอบโต้ข้อกล่าว หามาตลอดว่า ถูกกลั่นแกล้ง เพราะตั้งแต่มี พ.ร.บ. สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า 2535 จนถึงปี 2546 มีการส่งสัตว์ตามมาตรา 26 ไปทั้งสิ้น 11 ครั้ง ซึ่งก็มีการตั้งกรรมการตรวจสอบอะไร พร้อมระบุว่า นายกฯ ก็ยันยืนยันใน ครม. ว่าได้ส่งไปเพื่อการค้า แล้วใครจะมาใหญ่กว่านายกฯ

30 มิถุนายน 2547 คณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงสรุปผลการสอบสวนว่า การส่งออกเสือไปจีนเข้าข่ายน่าเชื่อว่า มิใช่เป็นการกระทำเพื่อกิจการเพาะพันธุ์หรือเพื่อกิจการสวนสัตว์สาธารณะของตน แต่เป็นการโอนกรรมสิทธิ์ในสัตว์ป่าคุ้มครองไปเป็นของบุคคลอื่น เข้าข่ายตามบทนิยมของมาตรา 4 ของคำว่า "ค้า"

18 มีนาคม 2548 สำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ส่งผลสอบสวนทางวินัยร้ายแรงของนายปลอดประสพ คณะกรรมการมีความเห็นว่า ข้อเท็จจริงที่ปรากฏในการสอบสวน ไม่ปรากฏพยานหลักฐานที่แสดงให้เห็นว่านายปลอดประสพทำผิดอย่างที่ถูกกล่าวหา

28 มิถุนายน 2550 สำนักอัยการพิเศษฝ่ายคดีเศรษฐกิจและทรัพยากร มีคำสั่งไม่ฟ้องบริษัท ศรีราชาไทเกอร์ ซู จำกัด

9 สิงหาคม 2550 ป.ป.ช. มีมติเป็นเอกฉันท์ว่า นายปลอดประสพมีความผิดวินัยร้ายแรง และความผิดทางอาญา ฐานเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 ในการอนุญาตให้บริษัท ศรีราชาไทเกอร์ ซู จำกัด ส่งออกเสือโคร่งจำนวน 100 ตัว ไปยังสวนสัตว์ซันหยา ไมตรี คอนเซ็ปท์ จำกัด ซึ่งเป็นสวนสัตว์ของเอกชน สาธารณรัฐประชาชนจีน

นายประสาท พงษ์ศิวาภัย กรรมการ ป.ป.ช.
ป.ป.ช. ไม่มีการตั้งธง เอาผิดหรือกลั่นแกล้งใคร
การลงมติ ป.ป.ช. เป็นการตีความในเรื่องอำนาจของอธิบดีกรมป่าไม้ ในการลงนามอนุมัติให้มีการส่งเสือตามมาตรา 26 ของ พ.ร.บ. สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ.2535 ซึ่งเป็นการเอื้อประโยชน์ให้กับเอกชน เพราะเจ้าของบริษัท ไทเกอร์ ซู เป็นหุ้นส่วนใหญ่ในสวนสัตว์ซอนย่า ประเทศจีน ส่วนกรณีที่นายปลอดประสพอ้างว่าเป็นการร้องขอจากประธานาธิบดีจีนนั้น จากการตรวจสอบในชั้นคณะอนุกรรมการ ไม่พบว่ามีการทำเป็นหนังสือราชการจากรัฐบาลจีน มายังรัฐบาลไทย เพราะถ้ามีหลักฐานเรื่องก็จบ และในการชี้แจงแก้ข้อกล่าวหาของนายปลอดประสพ ไม่เคยระบุถึงประเด็นนี้ แต่หากจะมีการส่งหลักฐานหนังสือดังกล่าวมาให้ ป.ป.ช. ก็พร้อมพิจารณา แต่เนื้อหาอาจจะมีน้ำหนักเพียงพอหรือไม่นั้น ขึ้นอยู่กับที่ประชุมคณะกรรมการ ป.ป.ช. เพราะในชั้นนี้ ป.ป.ช. ได้ลงมติชี้มูลความผิดไปแล้ว

ขอยืนยันว่าการพิจารณาคดีนี้ ป.ป.ช. ไม่มีการตั้งธง เพื่อที่จะเอาผิด หรือกลั่นแกล้ง และไม่พิจารณาแบบสุกเอาเผากิน แต่ที่ประชุมได้พิจารณาอย่างรอบคอบ ตามเอกสาร หลักฐาน และข้อกฎหมาย เพราะรู้ว่านายปลอดประสพเป็นข้าราชการชั้นผู้ใหญ่

Re: ปลอดประสพ ส่งเสื้อโคร่งไปจีน 100 ตัว จบอย่างไร 6 ปีแล้ว

PostPosted: Sat Dec 26, 2009 12:36 am
by Bookmarks
ปลอดประสพ เถียงข้างๆคูๆ ว่าใครจะค้าเสือ หรือเอาไปเลี้ยงก็ได้ ตอนนี้ ใครอยากเลี้ยงเสือเบงกอลก็ได้สิ เป็นอธิบดีกรมป่าไม้ได้ยังไงว่ะ

อาเซียนเสนอปลดเสือโคร่งเบงกอล พ้นบัญชี 1 ไซเตสอ้างเพาะพันธุ์ได้

เมื่อวันที่ 20 พฤษภาคม นายเฉลิมศักดิ์ วานิชสมบัติ อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) เปิดเผยว่า ในการประชุมกลุ่มผู้เชี่ยวชาญด้านอนุสัญญาว่าด้วยการค้าระหว่างประเทศ ซึ่งชนิดพันธุ์สัตว์ป่าและพืชป่าที่ใกล้จะสูญพันธุ์ (ไซเตส) ในภูมิภาคอาเซียน ครั้งที่ 6 ระหว่างวันที่ 21-23 พฤษภาคม ที่ จ.ชลบุรี จะมีการหยิบยกประเด็นการเสนอควบคุมบัญชีสัตว์ป่าและพืชป่า ของกลุ่มสมาชิกอาเซียนทั้ง 10 ชาติ เพื่อเตรียมสรุปประเด็นเสนอในการประชุมอนุสัญญาไซเตส ครั้งที่ 14 ในปี 2552 โดยเฉพาะของไทยจะเน้นมาตรการเรื่องการลักลอบค้างาช้าง และการผลักดันไม้พะยูง เข้าบัญชีไซเตส โดยอยู่ระหว่างการศึกษาความเป็นไปได้ให้ชัดเจน การประชุมครั้งนี้เป็นการประชุมปิด พร้อมนำผู้แทนสมาชิกทั้งหมดไปดูงานที่สวนเสือศรีราชา ซึ่งสามารถเพาะขยายพันธุ์เสือโคร่งพันธุ์เบงกอลได้จำนวนมากเหมือนกับเลี้ยงแมว เพื่อโชว์ทางวิชาการให้เห็นว่าสวนสัตว์เอกชนก็มีศักยภาพในการเพาะพันธุ์เสือได้ดี ขณะนี้สวนสัตว์เอกชน หรือสวนสัตว์ของราชการเพาะเสือพันธุ์นี้ได้ปีละ 2 ครอกเหมือนแมว แต่เนื่องจากเสือพันธุ์นี้มีถิ่นกำเนิดจากประเทศอินเดีย และปัจจุบันเสือก็อยู่ในบัญชี 1 ของไซเตส คือห้ามค้าโดยเด็ดขาด เนื่องจากใกล้จะสูญพันธุ์ ยกเว้นเพื่อการศึกษา วิจัยหรือเพาะพันธุ์ ซึ่งต้องได้รับคำยินยอมจากประเทศที่จะนำเข้าเสียก่อน แต่ในอนาคตก็อาจจะปลดมาอยู่ในบัญชี 2 คือยังอนุญาตให้ค้าได้

แหล่งที่มา : น.ส.พ.มติชน ฉบับวันที่ 21 พฤษภาคม พ.ศ. 2551 ปีที่ 31 ฉบับที่ 11029
อ้างอิง : http://www.matichon.co.th/matichon/mati ... 2008-05-21§ionid=0132

Re: ปลอดประสพ ส่งเสื้อโคร่งไปจีน 100 ตัว จบอย่างไร 6 ปีแล้ว

PostPosted: Sat Dec 26, 2009 1:21 am
by ssa
พูดเรื่องเสือต่อหน้า
คนนี้จะโกรธ จะต่อยเอา

Re: ปลอดประสพ ส่งเสื้อโคร่งไปจีน 100 ตัว จบอย่างไร 6 ปีแล้ว

PostPosted: Sat Dec 26, 2009 1:46 am
by superager
จำได้ว่าเบื้องต้นถูกไล่ออกจากราชการแล้วครับ สมัยรบ.ขิงแก่ แต่เรื่องความผิดอาญานี่ไม่ทราบเหมือนกัน :mrgreen:

ค้นๆดูกระทู้เก่าเสรีไทยของคุณoho ก็เคยมีพูดไว้ที่นี่ครับ
http://oldforum.serithai.net/index.php?topic=28324.0

Re: ปลอดประสพ ส่งเสื้อโคร่งไปจีน 100 ตัว จบอย่างไร 6 ปีแล้ว

PostPosted: Sat Dec 26, 2009 8:58 am
by จะบ้าตาย
ขอเสนอให้มีการสอบปากคำ ผู้ถูกส่งออก ครับ :mrgreen:

Re: ปลอดประสพ ส่งเสื้อโคร่งไปจีน 100 ตัว จบอย่างไร 6 ปีแล้ว

PostPosted: Sat Dec 26, 2009 9:30 am
by Suraphan07
อือม ม ม...วันนี้(26 ธค.) เป็นวันคุ้มครองสัตว์ป่าแห่งชาติ
มีผู้คนไม่มากนัก ที่จะรู้และระลึกถึง ความสำคัญของชีวิตสัตว์โลก...

โดยเฉพาะกับ นาย
"ปอดปะศพ" ผู้ซึ่งเคยใช้ปืนส่องจระเข้โชว์นักข่าว
และเคยเสนอไอเดียเปิบพิศดารเเนื้อสัตว์ป่า ที่ไนท์ซาฟารี เชียงใหม่ รวมถึงบอกว่า
สัตว์ที่ตายในไนท์ซาฟารีในแต่ละปีจำนวนมาก เป็นการตายตามอายุขัย ....


โบราณวิธีคิด.. กรณี ไนท์ซาฟารี กับอดีตอธิบดีกรมป่าไม้..

Image

“เชียงใหม่ไนท์ซาฟารี จะเป็นแหล่งท่องเที่ยวแห่งใหม่ของ จ.เชียงใหม่ และเป็นศูนย์กลางการท่องเที่ยวที่สามารถเชื่อมโยงแหล่งท่องเที่ยวอื่นๆ ที่อยู่ใกล้เคียง เช่น น้ำตกห้วยแก้ว สวนสัตว์เชียงใหม่ พืชสวนโลก และ ดอยสุเทพ โดยจุดเด่นของไนท์ซาฟารีไม่ได้แค่การนำเสนอสัตว์เท่านั้น แต่มุ่งเน้นความแปลกใหม่ทั้งบรรยากาศ และ อาหารเลิศรส ”
http://biolawcom.de/?/blog/217/page_0/order_id/page_0


คนพรรค์นี้ มีอะไรๆที่*** ให้ได้คิด ได้ทำอยู่ตลอดแหล่ะครับ เชื่อดิ.. :evil:

Re: ปลอดประสพ ส่งเสื้อโคร่งไปจีน 100 ตัว จบอย่างไร 6 ปีแล้ว

PostPosted: Sat Dec 26, 2009 9:58 am
by ATOM
ขุดขึ้นมาเลย เรื่องชั่วๆคนอื่น ได้ข่าวลิ้มมันไปโกงเขาที่ลาว ไม่สนใจรึ

นายปลอดประสพ สุรัสวดี อดีตอธิบดีกรมป่าไม้
จบชั้นมัธยมศึกษาจากโรงเรียนกรุงเทพคริสเตียนวิทยาลัย
จบปริญญาตรี การประมง จากมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
ปริญญาโท บริหารการประมง Oregon Satate University สหรัฐอเมริกา
ปริญญาเอก นิเวศวิทยา University of Manitoba แคนาดา
ปริญญา วิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักร
ดุษฎีบัณฑิต เทคโนโลยีการประมง มหาวิทยาลัยแม่โจ้
ดุษฎีบัณฑิต ประมง มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์

Re: ปลอดประสพ ส่งเสื้อโคร่งไปจีน 100 ตัว จบอย่างไร 6 ปีแล้ว

PostPosted: Sat Dec 26, 2009 10:16 am
by Bookmarks
ATOM wrote:ขุดขึ้นมาเลย เรื่องชั่วๆคนอื่น ได้ข่าวลิ้มมันไปโกงเขาที่ลาว ไม่สนใจรึ

นายปลอดประสพ สุรัสวดี อดีตอธิบดีกรมป่าไม้
จบชั้นมัธยมศึกษาจากโรงเรียนกรุงเทพคริสเตียนวิทยาลัย
จบปริญญาตรี การประมง จากมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
ปริญญาโท บริหารการประมง Oregon Satate University สหรัฐอเมริกา
ปริญญาเอก นิเวศวิทยา University of Manitoba แคนาดา
ปริญญา วิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักร
ดุษฎีบัณฑิต เทคโนโลยีการประมง มหาวิทยาลัยแม่โจ้
ดุษฎีบัณฑิต ประมง มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์

กร๊าก ยอมรับแล้วหรือว่า ปลอดเป็นศพ มันชั่ว :mrgreen:

Re: ปลอดประสพ ส่งเสื้อโคร่งไปจีน 100 ตัว จบอย่างไร 6 ปีแล้ว

PostPosted: Sat Dec 26, 2009 10:21 am
by ATOM
Bookmarks wrote:
ATOM wrote:ขุดขึ้นมาเลย เรื่องชั่วๆคนอื่น ได้ข่าวลิ้มมันไปโกงเขาที่ลาว ไม่สนใจรึ

นายปลอดประสพ สุรัสวดี อดีตอธิบดีกรมป่าไม้
จบชั้นมัธยมศึกษาจากโรงเรียนกรุงเทพคริสเตียนวิทยาลัย
จบปริญญาตรี การประมง จากมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
ปริญญาโท บริหารการประมง Oregon Satate University สหรัฐอเมริกา
ปริญญาเอก นิเวศวิทยา University of Manitoba แคนาดา
ปริญญา วิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักร
ดุษฎีบัณฑิต เทคโนโลยีการประมง มหาวิทยาลัยแม่โจ้
ดุษฎีบัณฑิต ประมง มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์

กร๊าก ยอมรับแล้วหรือว่า ปลอดเป็นศพ มันชั่ว :mrgreen:


ข้าจะยอมรับก็ต่อเมื่อมีศาลยุติธรรมตัดสินแล้วเท่านั้น (สามศาล) เองเข้าใจผิดวะ

Re: ปลอดประสพ ส่งเสื้อโคร่งไปจีน 100 ตัว จบอย่างไร 6 ปีแล้ว

PostPosted: Sat Dec 26, 2009 10:45 am
by Bookmarks
คงไม่ถึงศาลล่ะมั๊ง อะตอม เห็นอัยการยกฟ้องไปตอนหน้าเหลี่ยมเป็นรัฐบาล แถมหน้าเหลี่ยมออกมาบอกว่า ค้าได้ ใครจะใหญ่กว่านายก :mrgreen:

Re: ปลอดประสพ ส่งเสื้อโคร่งไปจีน 100 ตัว จบอย่างไร 6 ปีแล้ว

PostPosted: Sat Dec 26, 2009 3:09 pm
by Bookmarks
คำพูดของ ปลอดประสพ ที่บอกว่า นายกบอกว่า ส่งไปค้า แล้วใครจะใหญ่กว่านายก แสดงให้เห็นแล้วว่า ทักษิณใช้อำนาจบาตรใหญ่ และคิดว่าอยู่เหนือกฎหมาย ขี้ข้าลิ่วล้อ คิดว่า มีนายคุ้มหัวกะลา จึงออกมาทำชั่วช้าสามาน ทำผิดไม่ต้องรับผิด

แค่ปลดจากตำแหน่ง แต่ให้เข้ามาทำงานในกระทรวงแทน สุดท้าย ใครจะเอาผิดกับคนพวกนี้ ผ่านมา 6 ปี เรื่องไม่ขึ้นศาล ไม่มีการสั่งฟ้อง แบบนี้ไม่สองมาตรฐานหรือ

Re: ปลอดประสพ ส่งเสื้อโคร่งไปจีน 100 ตัว จบอย่างไร 6 ปีแล้ว

PostPosted: Sat Dec 26, 2009 5:07 pm
by Scorpion.k
ตอนนี้กำลังเพลินกับหมีอยู่ ทำยอดน่าดู