Page 1 of 1

ยึดทรัพย์ทักษิณ ชัดเจนแต่ไม่สง่างามจริงหรือ..?

PostPosted: Sun Feb 28, 2010 6:43 am
by Canthai
Image

Image

นายอนุสรณ์​ ธรรมใจ & รศ.ไชยันต์ ไชยพร

หลังจากองค์คณะผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง เสียงข้างมาก มีคำตัดสินให้ยึดทรัพย์สินกว่า 4.3 หมื่นล้านบาท จากทั้งหมด 7.6 หมื่นล้านบาท ของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี จนมีเสียงวิพากษ์วิจารณ์การทำงานของศาลฎีกาฯ ตามมา ทั้งจากฝั่งของกลุ่มคนเสื้อแดง อดีต คตส.(คณะกรรมการตรวจสอบการกระทำที่ก่อให้เกิดความเสียหายแก่รัฐ) โดยเฉพาะถ้อยแถลงอันดุเดือดของ พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ ประธานพรรคเพื่อไทย ที่มีขึ้นเมื่อช่วงเช้าวันที่ 27 ก.พ. ทั้ง "ผู้พิพากษายอมรับในอำนาจของกระบวนการรัฐประหาร ที่มีมาตั้งแต่ 19 ก.ย. 2549" และ "มีคนบางคนหรือใครบางคนที่อยู่เบื้องหลัง และชักใยทำให้สถานการณ์ในบ้าน ในเมืองของเรา เลวร้าย เหมือนอย่างทุกวันนี้ซึ่งไม่มีใครตอบได้ว่าคือใคร และกำลังทำอะไรอยู่"

น่าสนใจที่การวิพากษ์วิจารณ์ของ "บิ๊กจิ๋ว" ครั้งนี้ ไม่ใช่ว่าจะไม่มีผู้ห็นด้วย โดย นายอนุสรณ์​ ธรรมใจ คณบดีคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต กล่าวกับ ไทยรัฐออนไลน์ ว่า ศาลตัดสินครั้งนี้ชัดเจนทุกประเด็น แต่มีอยู่อย่างหนึ่งที่ทำให้เกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์ได้อยู่ กรณีสะท้อนให้เห็นถึงกระบวนการยุติธรรมที่ยอมรับการรัฐประหาร เนื่องจากหลายประเด็นที่อ้าง คณะปฏิรูปการปกครองอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข (คปค.) มีอำนาจแต่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบการกระทำอันก่อให้เกิดความเสียหายแก่รัฐ (คตส.) คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ซึ่งทั้งหมดล้วนแล้วแต่เกิดจากผลพวงของคณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติ (คมช.) ซึ่งในส่วนของคณะกรรมการบางคนก็เป็นปฏิปักษ์กับ พ.ต.ท.ทักษิณ ฉะนั้นคดีนี้ถ้าจะให้สง่างาม และเป็นการส่งเสริมการปกครองตามระบอบประชาธิปไตย จะต้องเริ่มเรื่องจากรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง และศาลจะต้องพิจารณาตั้งแต่เริ่มแรก

"แต่ศาลตัดสินไปแล้วก็ต้องยอมรับ แต่ความสง่างามนั้นก็ยังมีสิ่งที่วิพากษ์วิจารณ์ได้ เพราะเป็นความยุติธรรมที่มาจากรัฐประหาร เป็นการสร้างบรรทัดฐาน และเป็นการบั่นทอนระบอบการปกครองแบบประชาธิปไตย ไม่มีใครกลัวที่เดินหน้าทำการปฏิวัติรัฐประหาร" นายอนุสรณ์ กล่าว

0000000000000000

ด้าน รศ.ไชยันต์ ไชยพร อาจารย์ประจำภาควิชาการปกครอง คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวกับ ไทยรัฐออนไลน์ ว่า กรณี พ.ต.ท.ทักษิณ ถือว่าชนะ เพราะว่าไม่มีการยึดทั้งหมด และยังคงยืนยันว่าเป้าหมายของ พ.ต.ท.ทักษิณ ยังคงสูงกว่านี้ กลุ่มคนเสื้อแดงก็พอใจระดับหนึ่ง และมองว่าเป็นการชิงจังหวะของ พ.ต.ท.ทักษิณ ที่ออกมาพูดทันทีหลังจากมีคำตัดสิน เพราะเกรงว่ากลุ่มคนเสื้อแดงจะอ่อนพลังลงไป จริงอยู่การต่อสู้ในประเด็นศาลอาจจะลบเลือนไปบ้าง แต่การต่อสู้ของกลุ่มคนเสื้อแดงนั้นจะไม่จบสิ้นลงเพราะยังมีประเด็นหลายประเด็นให้ต่อสู้ เช่น อำมาตยาธิปไตย สองมาตรฐาน การทุจริตของรัฐบาล และเรื่องอำนาจทางการเมือง ที่จะนำพา พ.ต.ท.ทักษิณ กลับมา เป็นต้น

อย่างไรก็ตาม ในส่วนของคำตัดสินนั้น รศ.ไชยันต์ ก็ให้ความเห็นไปในทิศทางเดียวกันกับ นายอนุสรณ์ นั่นคือ การที่ศาลอ้างถึงประกาศ คปค.หลายต่อหลายครั้ง จะทำให้ตกเป็นเป้าวิจารณ์ว่าเป็นการยอมรับอำนาจที่มาจากรัฐประหาร

"หลายครั้งที่ศาลอ้างถึงกฎหมายประกาศ คปค.ซึ่งเรื่องนี้จะทำให้หลายคนคิดว่า เป็นการยอมรับการกระทำของรัฐประหารหรือไม่ เพราะองค์กรที่ร้องนั้น เป็นองค์กรที่มาจากการแต่งตั้งของ คปค. ซึ่งเรื่องนี้ศาลเองต้องชี้แจงให้เคลียร์ ถึงแม้ว่าชี้แจงขั้นตอนทุกอย่างค่อนข้างชัดเจน แต่มีประเด็นที่สงสัยและโดนกระพือซำ้ ประชาชนอาจตั้งคำถาม และกลายเป็นไฟลามทุ่งได้" รศ.ไชยันต์ กล่าว

000000000000000000

ขณะที่ ศ.สมบัติ ธำรงธัญวงศ์ อธิการบดีสถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) ให้ความเห็นกับ ไทยรัฐออนไลน์ เห็นว่าการตัดสินคดีครั้งนี้ เป็นการสร้างบรรทัดฐานการเมืองไทย ซึ่งศาลนั้นทำหน้าที่ได้อย่างดี มีการนำเสนอตั้งแต่ คำร้องของอัยการ คำแก้ของผู้คัดค้าน ประเด็นการวินิจัฉัยก็ชัดเจน โดยเฉพาะกรณีการอำพรางหุ้น โดยให้ตัวแทนถือแทนให้ ที่แท้แล้วเป็นของตัวเอง สื่อสารให้เข้าใจว่าผิดจริง เชื่อว่ามีผู้เฝ้าติดตามฟังครั้งนี้จำนวนมาก และเข้าใจได้ ถึงสาเหตุของการยึดเพราะทำให้รัฐเสียหาย และยอมรับคำตัดสิน ทั้งนี้ศาลเองก็ให้ความเป็นธรรมกับจำเลย เพราะไม่ยึดในส่วนที่เป็นเงินที่มาก่อนการดำรงตำแหน่งทางการเมือง

ส่วนที่ยังมีบ้างคนไม่พอใจ เช่น กลุ่มเสื้อเหลืองบอกว่าน่าจะยึดทั้งหมดเพราะเป็นเงินที่มาจากการออกนโยบาย เอื้อธุรกิจของตัวเอง แต่กลุ่มเสื้อแดงบอกว่าส่วนที่รำ่รวยขึ้นนั้นเป็นเพราะราคาหุ้นที่สูงขึ้น ตามไปตามราคาตลาดดังนั้นไม่สมควรที่จะยึดถึงขนาดนี้ แต่อย่างไรก็ตาม ทุกคนต้องเคารพศาลไม่เช่นนั้นจะอยู่ไม่ได้ ไม่มีเส้นกลางในการตัดสิน และหาก พ.ต.ท.ทักษิณ เห็นว่าไม่ได้รับความเป็นธรรม และมีข้อมูลหลักฐานใหม่ล้มล้าง ก็สามารถยื่นอุทธรณ์ต่อที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกา ภายใน 30 วัน ซึ่งขึ้นอยู่กับศาลจะพิจารณารับหรือไม่

"การไปกล่าวว่าการตัดสินของศาลครั้งนี้ ว่าเท่ากับเป็นการยอมรับการปฎิวัติ รัฐประหารนั้น เป็นประเด็นที่ตะแบงกันไปใหญ่ ศาลไม่ได้มองว่า คตส.มาจากไหน แต่คำนึงถึงตัวบทกฎหมายในระหว่างนั้นๆ ซึ่งประกาศ คปค.ก็ถือเป็นกฏหมายสูงสุดในขณะนั้น รูปแบบการปกครองก็เต็มรูปแบบ "รัฐาธิปไตย" มี "องค์อธิปัตย์" ครบถ้วน ดังนั้นสามารถทำได้ ผมเองไม่ได้เห็นด้วยกับรัฐประหาร แต่ไม่อยากให้บิดเบือนข้อมูล จนทำให้ชาติเสียหายไปกันใหญ่".

(ไทยรัฐ)

Re: ยึดทรัพย์ทักษิณ ชัดเจนแต่ไม่สง่างามจริงหรือ..?

PostPosted: Sun Feb 28, 2010 11:03 am
by Albert Einsteins
น่าเบื่อนักวิชาการที่พูดไม่ครบถ้วน ตีความแบบผิดๆ
ศาลต้องว่าไปตามตัวบทกฏหมาย
ศ.สมบัติ ธำรงธัญวงศ์ พูดถูก ขอยกคำพูดมา

"การไปกล่าวว่าการตัดสินของศาลครั้ง นี้ ว่าเท่ากับเป็นการยอมรับการปฎิวัติ รัฐประหารนั้น เป็นประเด็นที่ตะแบงกันไปใหญ่
ศาลไม่ได้มองว่า คตส.มาจากไหน แต่คำนึงถึงตัวบทกฎหมายในระหว่างนั้นๆ
ซึ่งประกาศ คปค.ก็ถือเป็นกฏหมายสูงสุดในขณะนั้น รูปแบบการปกครองก็เต็มรูปแบบ "รัฐาธิปไตย" มี "องค์อธิปัตย์" ครบถ้วน
ดังนั้นสามารถทำได้ ผมเองไม่ได้เห็นด้วยกับรัฐประหาร แต่ไม่อยากให้บิดเบือนข้อมูล จนทำให้ชาติเสียหายไปกันใหญ่"

เบื่อกับการพยายามเล่นการตลาดการเมือง ยกเรื่องสองมาตราฐาน ประชาธิปไตย บลา บลา บลา
แต่หาเนื้อแท้ในตัวตนไม่ได้ นอกจากเอาอำนาจมาไว้ในมือ เพื่อเอาเงินคืน กับไม่ต้องติดคุก
มันก็ย้อนไปเรื่องสองมาตราฐาน ประชาธิปไตยของนักโทษหนีคดี ไม่ใช่ประชาธิปไตยเพื่อประชาชน


นักวิชาการเหล่านี้ต้องก้าวให้พ้นกรอบของการตลาดการเมืองแบบนี้ได้แล้ว
ต้องไปว่าเรื่องกรอบใหญ่ ประเทศไทยหลังจากนี้ต้องทำอะไร
มัวแต่บ่น จับผิด คิดเล็กคิดน้อย ไม่เคยคิด Framework เพื่อประเทศชาติ

Re: ยึดทรัพย์ทักษิณ ชัดเจนแต่ไม่สง่างามจริงหรือ..?

PostPosted: Sun Feb 28, 2010 11:10 am
by Canthai
ไทยรัฐเสนอข่าวสองด้านให้เห็นเป็นตัวอย่าง

ลักษณะสกู๊ปแบบนี้ สามารถเจาะตัวนักคิด นักวิชาการ นักกฎหมายได้หลากหลาย แล้วเลือกนำเสนอ

โดยเลือกเอาคนที่มีแนวโน้มชอบทักษิณ กลาง ๆ และ ฝ่ายไม่เอาทักษิณ

อาจารย์สมบัติแสดงความคิดเห็นในหลักการที่ฝ่ายไม่เอาทักษิณชอบใช้บ่อย ๆ

และมักเป็นฝ่ายถูกต้องไม่คลาดเคลื่อนจากหลักวิชา

เมื่อมีรัฐถาธิปัตย์แล้ว ก็ถูกต้องตามหลักกฎหมายที่ไทยใช้มาตลอด


การนำเสนอความเห็นที่บิดเบี้ยวก่อนปะหัว แล้วใช้นักวิชาการแท้ๆ ตบท้าย เท่ากับนั่นคือบทสรุปของสกู๊ปนี้

คือไม่ว่านักวิชาการจะชอบหรือไม่ชอบรัฐประหาร แต่ต้องยอมรับหลักกฎหมาย ยอมรับในกฎหมายที่ใช้อยู่

มิเช่นนั้น ประกาศคณะปฏิวัติที่ใช้กันมานานหลายสิบปีบางฉบับ ก็ขาดความเป็นกฎหมายไปแล้วสิ..

พวกเรามิต้องอ้างว่า ประกาศคณะปฏิวัติทั้งหมด เราไม่ยอมรับกระนั้นหรือ?

Re: ยึดทรัพย์ทักษิณ ชัดเจนแต่ไม่สง่างามจริงหรือ..?

PostPosted: Sun Feb 28, 2010 11:46 am
by ooo
แนวคิดเรื่องรัฐาธิปัตย์ของคณะรัฐประหารนั้นมีนักวิชาการจำนวนไม่น้อยที่ไม่เห็นด้วย

แต่ผมว่าแนวคิดแบบนี้ คิดได้แต่ในเชิงวิชาการ ใช้ในการตอบข้อสอบได้เท่านั้น

หากนำมาใช้ในการปฎิบัติจริงๆจะก่อให้เกิดปัญหามากมาย

ลองคิดดูสิการกระทำที่เป็นผลต่อเนื่องมาจากรัฐประหารมีตั้งมากมาย

หากศาลไม่ยอมรับอำนาจของคณะรัฐประหารในฐานะรัฐาธิปัตย์แล้ว จะทำอย่างไรต่อไป

อะไรๆที่เกิดผลต่อเนื่องมาจากรัฐประหารเป็นอันใช้ไม่ได้ทั้งหมด... ถ้ายึดหลักแบบนี้บ้านเมืองเจ๊งแน่

อยากให้นักวิชาการลงมาอยู่ในโลกความเป็นจริงบ้าง ไม่ใช่มัวแต่เพ้อฝันหาแต่รัฐในอุดมคติ...

Re: ยึดทรัพย์ทักษิณ ชัดเจนแต่ไม่สง่างามจริงหรือ..?

PostPosted: Sun Feb 28, 2010 12:01 pm
by Canthai
ก็ประกาศคณะปฏิวัติ ยังใช้อยู่ในปัจจุบันเยอะแยะ แม้มีรัฐธรรมนูญใหม่มาหลายฉบับ

โดยหลักการนี้ ศาลก็ได้อธิบายเป็นฉาก ๆ ว่า ศาลมีอำนาจวินิจฉัย คตส. ปปช. มีอำนาจใต่สวนสอบสวน บอกถึงการเกิดของ คตส. และความคงอยู่ของกฎหมาย ปปช.

จะว่าไป ในรัฐธรรมนูญ 2549 ก็ยกเว้นเรื่องการสรรหาปปช. โดยวุฒิสภาไว้ด้วย เพราะตอนนั้น ไม่มีวุฒิสภาแล้ว

เมื่อไม่มีการสรรหา ก็ย่อมไม่สมควรนำขึ้นทูลเกล้าฯ และทางสำนักราชเลขาธิการก็แจ้งมาว่า ประกาศ คปค. มีรัฐถาธิปัตย์อยู่แล้ว มีผลตามกฎหมายแล้ว

แม้อาจารย์ทั้ง 2 ท่าน จะไม่เห็นด้วยเรื่องความสง่างาม ไม่ลองคิดถึงการใช้ประกาศคณะปฏิวัติที่ตกค้างอยู่หลายสิบปีแต่ก็ยังใช้กันอยู่


ไม่รู้สึก ไม่สง่างามกันบ้างหรือ?

ประกาศคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 58 ปี 2515 ก็ยังใช้อยู่

ประกาศคณะปฏิวัติ 2519 เรื่องการจัดสรรที่ดิน น่าจะยังใช้อยู่

พวกอาจารย์บรรดานั้น ไม่รู้สึกไม่สง่างามกันบ้างหรือ?

Re: ยึดทรัพย์ทักษิณ ชัดเจนแต่ไม่สง่างามจริงหรือ..?

PostPosted: Sun Feb 28, 2010 12:20 pm
by ooo
คิดง่ายๆถ้าไม่ยอมรับอำนาจของรัฐประหาร

การแต่งตั้งรัฐบาลสุรยุทธ การแต่งตั้งสนช. ฯลฯ

ก็ต้องไม่ชอบไปด้วย แล้วทีนี้ถ้ามีคนมากล่าวอ้างว่า

การกระทำของรัฐบาลสุรยุทธ์ กฎหมายที่ออกโดยสนช.ไม่ชอบ

จะทำยังไงล่ะทีนี้...

Re: ยึดทรัพย์ทักษิณ ชัดเจนแต่ไม่สง่างามจริงหรือ..?

PostPosted: Sun Feb 28, 2010 12:26 pm
by Caocao
เล่นได้ก็แค่แย้งที่มาของ คตส. แล้วก็แถๆๆๆๆ ส่วนสำนวนข้อกล่าวหาที่คตส. ต่อสู้ ไม่เห็นมันออกมาแก้เลย

Re: ยึดทรัพย์ทักษิณ ชัดเจนแต่ไม่สง่างามจริงหรือ..?

PostPosted: Sun Feb 28, 2010 12:31 pm
by Canthai
คตส.สอบสวน หาข้อมูล ส่งให้ อัยการสูงสุดดูสำนวน

มีการยื้อกันหลายครั้ง สุดท้าย อัยการเป็นผู้ฟ้อง...

ทักษิณส่งทนายความเข้าแก้ต่าง แสดงว่ายอมรับศาลอยู่แล้ว

แถมออกข่าวว่า ศาลตัดสินยังไงก็จะยอมรับ ( ก่อนมีคำตัดสิน )

พอแพ้คดี กลับมาบอกว่า ไม่ได้รับความยุติธรรม ก็เหมือนพวกในคุกหลายๆ คน ที่บอกว่าตัวเองไม่ผิดนั่นแหละ

Re: ยึดทรัพย์ทักษิณ ชัดเจนแต่ไม่สง่างามจริงหรือ..?

PostPosted: Sun Feb 28, 2010 12:33 pm
by gappy
เอาอย่างนี้ดีกว่า ถ้าไม่ "สง่างาม" แล้วมึงสองคนมีวิธีอะไรที่สง่างามกว่านี้หรือไม่

ที่จะเอาโจรทักษิณเข้าคุก รวมทั้งยึดทรัพย์ที่มันโกงไป

ค่าของคนอยู่ที่ผลของงาน

บ้านเมืองมันฉิบหายก็เพราะคนไม่มีผลงาน มันชอบวิจารณ์คนที่มีผลงานนี่แหละปัญหาใหญ่สังคมไทย

Re: ยึดทรัพย์ทักษิณ ชัดเจนแต่ไม่สง่างามจริงหรือ..?

PostPosted: Sun Feb 28, 2010 12:46 pm
by Canthai
"อนุสรณ์" พ้นเอ็มดี "บีที"

มติชนรายวัน วันที่ 09 ตุลาคม พ.ศ. 2549 ปีที่ 29 ฉบับที่ 10439

แฉยุ่งการเมืองเกินเหตุ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายอนุสรณ์ ธรรมใจ กรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) บีที จำกัด และที่ปรึกษาสำนักวิจัย ธนาคารไทยธนาคาร จำกัด (มหาชน) ได้ยื่นหนังสือลาออกจากตำแหน่งแล้ว โดยก่อนหน้านี้มีกระแสข่าวว่าทางบอร์ดธนาคารไทยธนาคาร ซึ่งเป็นบริษัทแม่ของ บลจ.บีที ได้มีการพิจารณากรณีที่นายอนุสรณ์ได้เข้าไปยุ่งเกี่ยวและแสดงความคิดเห็นเรื่องทางการเมืองมากจนเกินไป จนเห็นว่าอาจมีผลกระทบต่อการบริหารงาน จึงได้ขอให้นายอนุสรณ์พิจารณาลาออกจากตำแหน่ง

แหล่งข่าวจาก บลจ.บีที เปิดเผยว่า นายอนุสรณ์ได้มีการแสดงความคิดเห็นคัดค้านการดำเนินการของคณะปฏิรูปการปกครองในระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข (คปค.) โดยได้ตำหนิการเข้ายึดอำนาจการปกครองในครั้งนี้ ถึงขนาดมีการส่งจดหมายอิเล็กทรอนิกส์ (อี-เมล) ไปยังพนักงานบริษัท และพนักงานธนาคารไทยธนาคาร รวมถึงบุคคลภายนอก เพื่อเรียกร้องให้ร่วมกันลงชื่อคัดค้าน คปค. จนทำให้คณะกรรมการธนาคารเกิดความไม่สบายใจ เกรงว่าการกระทำดังกล่าวอาจส่งผลกระทบต่อการทำธุรกิจของธนาคารและ บลจ.บีที อีกทั้งบอร์ดเกรงว่าการกระทำดังกล่าวอาจทำให้นักลงทุนที่เป็นลูกค้าของ บลจ.เข้าใจผิดได้ว่าธนาคารและบริษัทในเครือเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับเรื่องทางการเมือง จนไม่สนใจดูแลผลประโยชน์ของลูกค้า จึงทำให้บอร์ดต้องตัดสินใจดำเนินการกับนายอนุสรณ์

***************************

ส่วน รศ.ไชยันต์ ไชยพร เป็นกลุ่มที่ชอบฟังทั้งเสื้อเหลืองและเสื้อแดง ผลงานที่ทำให้เป็นที่รู้จัก คือการฉีกบัตรเลือกตั้ง


ทั้ง 2 คนนี้ รุ่นหลัง อาจารย์สมบัติ ซึ่งอยู่ในรุ่น 14 ตุลา 16

Re: ยึดทรัพย์ทักษิณ ชัดเจนแต่ไม่สง่างามจริงหรือ..?

PostPosted: Sun Feb 28, 2010 1:23 pm
by Canthai
ประเด็นประกาศคณะปฏิวัติ ปัจจุบันก็ใช้กันอยู่ถึง 55 ฉบับ

แม้แต่ตอน ไอเอ็มเอฟ เข้ามาก็ต้องอธิบายกัน

ดร.นันทวัฒน์ บรมานันท์ เป็นนักกฎหมายมหาชนอีกคนหนึ่ง ที่ไม่เห็นด้วยกับประกาศคณะปฏิวัติ ( แม้จะยังคงมีผลใช้ได้ในปัจจุบัน ) ได้เขียนบทความยกย่องตุลาการท่านหนึ่ง ที่คัดค้านประกาศคณะปฏิวัติ ตอนที่มีคดีนายยงยุทธ ติยะไพรัช แต่เป็นเพียง 1 ใน 9 ขององค์คณะเท่านั้น

ส่วนหนึ่งของบทความเขียนไว้ว่า...

ตอนที่กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) เข้ามาให้ความช่วยเหลือทางวิชาการกับประเทศไทยเมื่อปี พ.ศ. 2540 - 2542 ก็มีการถกเถียงกัน คือ เรื่องการให้สัมปทานสาธารณูปโภคที่กำหนดไว้ในประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 58 ว่าคืออะไรกันแน่และทำไมถึงมีสภาพบังคับอยู่ทั้ง ๆ ที่การปฏิวัติก็จบสิ้นลงไปนานแล้ว

ดังนั้น ปัญหานี้ต้องทำความเข้าใจก็คือ บรรดาคำสั่งหรือประกาศของคณะปฏิวัติรัฐประหารที่มีสภาพบังคับเช่นกฎหมาย ถือเป็นกฎหมายโดยชอบด้วยระบอบประชาธิปไตยที่จะนำมาใช้ต่อไปภายหลังช่วงเวลา ของการปฏิวัติรัฐประหารได้หรือไม่ ครับ

ที่มาของความชอบธรรมของคำสั่งหรือประกาศของคณะปฏิวัติรัฐประหารเกิดจากศาลฎีกาครับ!!!

คำพิพากษาฎีกาที่ 1662/2505 ได้กล่าวไว้อย่างชัดเจนว่า "ศาลฎีกาเห็นว่า เมื่อใน พ.ศ. 2501 คณะปฏิวัติให้ทำการยึดอำนาจปกครองประเทศไทยได้เป็นผลสำเร็จ หัวหน้าคณะปฏิวัติย่อมเป็นผู้ใช้อำนาจปกครองบ้านเมือง ข้อความใดที่หัวหน้าคณะปฏิวัติสั่งบังคับประชาชน ก็ต้องถือว่าเป็นกฎหมาย แม้พระมหากษัตริย์จะมิได้ทรงตราออกมาด้วยคำแนะนำและยินยอมของสภาผู้แทนราษฎร หรือสภานิติบัญญัติของประเทศก็ตาม ฉะนั้น ประกาศของคณะปฏิวัติฉบับที่ 21 ซึ่งประกาศคำสั่งของหัวหน้าคณะปฏิวัติบังคับแก่ประชาชนดังกล่าว จึงเป็นกฎหมายที่ใช้บังคับในการปกครองในลักษณะเช่นนั้นได้ จำเลยจึงอาศัยอำนาจตามประกาศฉบับนี้ทำการจับกุมควบคุมโจทก์ได้โดยชอบ"

คำพิพากษาดังกล่าวถูกนำมาใช้เป็นฐานในการรองรับการใช้อำนาจในการออกกฎหมาย ของคณะรัฐประหารเรื่อยมาจนกระทั่งทุกวันนี้ ในบรรดากฎหมายระดับพระราชบัญญัติที่ใช้บังคับอยู่ในประเทศไทยกว่า 600 ฉบับ เรามีกฎหมายที่ใช้ชื่อว่าประกาศของคณะปฏิวัติหรือของคณะรัฐประหารอยู่กว่า 55 ฉบับ กฎหมายเหล่านี้เป็นกฎหมายที่ไม่ได้ผ่านกระบวนการนิติบัญญัติที่ถูกต้อง ไม่ได้ผ่านการตรวจสอบจากคณะกรรมการกฤษฎีกาแต่ก็ยังมีผลใช้บังคับอยู่ใน ปัจจุบัน น่าแปลกใจไหมครับที่ประเทศประชาธิปไตยแบบเรายินยอมใช้กฎหมายที่ออกโดยคณะ ปฏิวัติแม้การปฏิวัติจะจบสิ้นไปแล้ว!!!


000000000000000

อย่างไรก็ดี ในเรื่องความชอบธรรมของประกาศคณะปฏิวัติ คตส. ปปช. หรือแม้แต่อำนาจศาลฎีกา

ในคดียึดทรัพย์ของทักษิณ ชินวัตร ก็ออกมาเป้น เอกฉันท์

ส่วนในเรื่องความผิด 5 ประเด็นนั่นต่างหาก ที่เสียงแตก แต่เสียงส่วนใหญ่ก็ให้ทักษิณมีความผิด...

Re: ยึดทรัพย์ทักษิณ ชัดเจนแต่ไม่สง่างามจริงหรือ..?

PostPosted: Sun Feb 28, 2010 1:35 pm
by nontee
ง่ายๆ..

ถ้าพวกนักวิชาดารแดงเฮี่ย ไม่ยอมรับประกาศ คปค. ก็เท่ากับพวกมันไม่ยอมรับประกาศของคณะราษฎร์ ปี 2475 ด้วย..

อย่างนั้นพวกเมิงกลับไปอยู่ในระบอบสมบูรณาญาสิทธราชแบบเต็มตัวเลย เอามั้ยยย....

นักวิชาเกินควาย ... หวังลมๆ แล้ง ๆ ว่าไอ้แม้วมันจะแบ่งให้สิบ-ยี่สิบล้าน ถรุยย...

Re: ยึดทรัพย์ทักษิณ ชัดเจนแต่ไม่สง่างามจริงหรือ..?

PostPosted: Sun Feb 28, 2010 1:45 pm
by Canthai
เวลา 16.25 น. 26 ก.พ. 2553

ศาลฏีกาวินิจัยประเด็นแรกว่าศาลฎีกามีอำนาจพิจารณาพิพากษาคดียึดทรัพย์ 7.6 หมื่นล้าน ประเด็นนี้องค์คณะมีมติเป็นเอกฉันท์ ศาลฎีกาเห็นว่าคดีนี้ไม่ใช่คดีละเมิด ที่อยู่ในศาลปกครองและ ไม่อยู่ในอำนาจของศาลรัฐธรรมนูญเช่นเดียวกัน

ประเด็นที่สองศาลฎีกาเห็นว่าประกาศ คปค.ฉบับที่30 ให้อำนาจคตส.และอนุกรรมการตรวจสอบการกระทำผิดที่ก่อให้เกิดความเสียหายต่อรัฐ ข้อต่อสู้ของ ผู้ร้อง ฟังไม่ขึ้น

นอกจากนี้ ศาลฎีกา เห็นว่า นายกล้านรงค์ จันทิก นายบรรเจิด สิงคะเนติ และนายแก้วสรร อติโพธิ กรรมการ คตส. ไม่ได้เป็นบุคคลต้องห้าม ตาม พระราชบัญญัติ ป.ป.ช. ถือว่า ไม่ได้มีส่วนได้เสีย ตามที่ ผู้ร้องหยิบยกขึ้นต่อสู้

ส่วนข้อต่อสู้ที่ว่า ป.ป.ช. ไม่ชอบด้วยกฎหมาย ไม่ได้รับโปรดเกล้าฯ ก็เป็นเหตุผลที่ฟังไม่ขึ้น ถือว่า เป็นกรรมการที่ได้รับแต่งตั้งโดยชอบด้วยกฎหมาย

ประเด็นนี้ ศาลฎีกา มีมติเป็นเอกฉันท์ว่า ผู้ร้องมีอำนาจยึดทรัพย์ในคดีนี้ได้ เพราะประกาศ คปค.ให้อำนาจ และศาลฎีกา ก็มีอำนาจดำเนินกระบวนการพิจารณาคดี โดยไม่ต้องรอคดีอาญา เพราะคดีนี้ ไม่ใช่คดีแพ่งที่เกี่ยวเนื่องคดีอาญา แต่อย่างใด

Canthai wrote:คดีนี้เป็นคดีแพ่ง จำเป็นต้องรอคดีอาญาก่อนหรือไม่

ศาลกำลังวินิจฉัยว่าเป็นคดีร่ำรวยผิดปกติ...ไม่ใช่เรื่องการเรียกสินไหมทดแทนที่มีฐานความผิดทางอาญา

ศาลจะวินิจฉัยว่าร่ำรวยผิดปกติจากการปฏิบัติหน้าที่หรือไม่ จึงไม่จำเป็นต้องรอความผิดทางอาญา

คดีนี้ผู้ถูกกล่าวหา กล่าวเองว่าเป็นคดีแพ่ง จึงไม่จำเป็นต้องพิจารณาคดีต่อหน้าผู้ถูกกล่าวหา...


ศาลลงมติเป็นเอกฉันท์ ผู้ร้องมีอำนาจร้องต่อศาล...



ประเด็นซุกหุ้นในชื่อของลูก เครือญาติและบริษัทต่างๆนั้นมีมติ 9-0 เสียงว่ามีการซุกหุ้นจริง

ประเด็นว่าจะให้ยึดทรัพย์หรือไม่ องค์คณะฯลงมติให้ยึด 8 เสียง ไม่ให้ยึด 1 เสียง

ประเด็นให้ยึดบางส่วนหรือให้ยึดทั้งหมด เสียงส่วนใหญ่ 7 เสียงให้ยึดบางส่วน 2 เสียงให้ยึดทั้งหมด

สำหรับประเด็นเอื้อประโยชน์ให้กับบริษัทชินคอร์ป 5 กรณี แต่ละประเด็นคะแนนเสียงไม่เท่ากัน แต่ไม่มีประเด็นในมีคะแนนเสียงสูสี 5-4

Re: ยึดทรัพย์ทักษิณ ชัดเจนแต่ไม่สง่างามจริงหรือ..?

PostPosted: Sun Feb 28, 2010 1:45 pm
by 55555
เรื่องอำนาจ และ องค์กรณ์ใด ๆ ที่ เกิดขึ้น ในระหว่างรัฐประหาร ควรเลิกพูดกันไปได้แล้ว...

เราผ่าน นายกรัฐมนตรี มา 4 คน มันเลยจุดนั้นไปนานแล้ว....

กรณี ดร.อนุสรณ์ ธรรมใจ...การแสดงออกในช่วงที่ผ่าน ๆ มา มันไม่ใช่เรื่องปฏิวัติ...

แต่ เป็นเพราะ เอาใจเอียงข้างทักษิณ...ผมฟัง อนุสรณ์พูดตามรายการวิทยุอยู่บ่อย ๆ ....

การวิพากวิจารณ์ และมุมมองทั้งในเรื่องเศรษฐกิจ และ การเมือง....ออก เป๋ ๆ อยู่เป็นประจำ...บางครั้งกลายเป็นมั่วแบบไม่มีหลักวิชาการ.

ไม่มีเหตุผล.....

คนที่อ้างตัวเป็นนักวิชาการชี้นำสังคม...ควรมองเรื่องหลักเหตุผล มากกว่า ที่มาของคณะผู้ตรวจสอบ...

ทักษิณ เอื้อประโยชน์จริง หรือ ไม่...มีการคอรัปชั่น จริงหรือปล่าว.... เพราะ ไม่ว่า องค์กรณ์ที่ ตรวจสอบจะมาจากที่ใด..

เกิดจากรัฐประหารหรือไม่....สุดท้าย ต้องไปถกกันด้วยพยานหลักฐาน ที่สนับสนุนข้อกล่าวหา....ไม่ใช่ไปนั่งถกเถียงข้าง ๆ คู ๆ เรื่องที่มาของ คตส. หรือ ปปช.

เพราะ องค์กร เหล่านั้น ไม่ได้เป็นผู้ชี้ผิด ชี้ถูก...แต่ เป็นเพียงผู้กล่าวหา...และมีหน้าที่แสดงหลักฐานที่น่าเชื่อถือแสดงต่อศาล...

ผู้ที่ชี้ผิดชี้ถูก เป็นศาลฏีกา ตั้ง 9 ท่าน...ที่ถูกคัดเลือก โดย ที่ประชุมใหญ่คณะผู้พิพากษาศาลฏีกา....

หากยังเชื่อถือไม่ได้...ประเทศนี้ ก็เป็นประเทศไม่ได้...และหากยังไม่เข้าใจเรื่องเหล่านี้

ก็ป่วยการจะไปพูดเรื่องการปกครองในระบอบประชาธิปไตย....

Re: ยึดทรัพย์ทักษิณ ชัดเจนแต่ไม่สง่างามจริงหรือ..?

PostPosted: Sun Feb 28, 2010 1:49 pm
by nontee
55555 wrote:...และหากยังไม่เข้าใจเรื่องเหล่านี้

ก็ป่วยการจะไปพูดเรื่องการปกครองในระบอบประชาธิปไตย....


ขอเสริมว่า หากมันยังไม่เข้าใจเรื่องเหล่านี้ ...

ก็ขอแนะนำให้มันกลับไปเลี้ยงควายอยู่บ้านนอก

อย่ามาสอนหนังสืออีกเลย สงสารอนาคตชาติ...

Re: ยึดทรัพย์ทักษิณ ชัดเจนแต่ไม่สง่างามจริงหรือ..?

PostPosted: Sun Feb 28, 2010 2:07 pm
by Canthai
เค้าก็พูดได้อยู่หรอก แต่ควรพูดในหลัก "ความชอบด้วยกฎหมาย"

และต้องกลับไปตอบคำถามว่า ประกาศคณะปฏิวัติ 55 ฉบับ ในหมวด "กฎหมายระดับ พรบ." กว่า 600 ฉบับ

จะยอมรับหรือใช้ได้หรือไม่ ชอบด้วยกฎหมายหรือไม่

หากตอบคำถามนี้ได้ ผมขอให้พวกที่ต่อต้านประกาศคณะปฏิวัติชนะไปเลย..ยินดีมากๆ ด้วย

แต่อย่าใช้หลายมาตรฐานกับประกาศคณะปฏิวัติ 55 ฉบับดังกล่าวสิ

Re: ยึดทรัพย์ทักษิณ ชัดเจนแต่ไม่สง่างามจริงหรือ..?

PostPosted: Sun Feb 28, 2010 2:31 pm
by aiwen^mei
ไม่จริงค่ะ

ชื่อ "อนุสรณ์ ธรรมใจ" พะยี่ห้อว่า เชื่อไม่ได้ บีบน้ำตา(จระเข้) ก็ทำมาแล้ว

:lol: :lol: :lol:

Re: ยึดทรัพย์ทักษิณ ชัดเจนแต่ไม่สง่างามจริงหรือ..?

PostPosted: Sun Feb 28, 2010 4:14 pm
by naiare
ถ้านักวิชาการอ้างเรื่อง ประกาศ คปค ไม่สง่างาม
งั้น รสช ยึดทรัพย์ชาติชาย ก็ผิดด้วยซี

เจตนาของกฎหมายมีไว้ทำผิดให้เป็นถูกงั้นหรือ
อย่าหลงประเด็นไปกับรู ช่องโหว่ที่ฝ่ายชั่วเอามาอ้าง

เรื่องที่อ้างราคาหุ้นสูงขึ้นไปตามราคาตลาด มันเป็นการคาดเดาอนาคต ถ้าอย่างนั้น ทุกคนซื้อหุ้นในตลาดตอนดัชนีต่ำต้องรวยทุกคนไม่ว่า หุ้นตัวไหนทั้งสิ้น
แต่สงสัยว่า ทำไม ณ ปัจุบัน N PARK ถึงราคาเหลือ 1 สตางค์
PICNI ถึงโดนไล่ออกจากตลาด

Re: ยึดทรัพย์ทักษิณ ชัดเจนแต่ไม่สง่างามจริงหรือ..?

PostPosted: Sun Feb 28, 2010 4:15 pm
by naiare
naiare wrote:ถ้านักวิชาการอ้างเรื่อง ประกาศ คปค ไม่สง่างาม
งั้น รสช ยึดทรัพย์ชาติชาย ก็ผิดด้วยซี

เจตนาของกฎหมายมีไว้ทำผิดให้เป็นถูกงั้นหรือ
อย่าหลงประเด็นไปกับรู ช่องโหว่ที่ฝ่ายชั่วเอามาอ้าง

เรื่องที่อ้างราคาหุ้นสูงขึ้นไปตามราคาตลาด มันเป็นการคาดเดาอนาคต ถ้าอย่างนั้น ทุกคนซื้อหุ้นในตลาดตอนดัชนีต่ำต้องรวยทุกคนไม่ว่า หุ้นตัวไหนทั้งสิ้น
แต่สงสัยว่า ทำไม ณ ปัจุบัน N PARK ถึงราคาเหลือ 1 สตางค์
PICNI ถึงโดนไล่ออกจากตลาด


แม้กระทั่ง ITV ของทักษิณเอง ก็โดนไล่ออกจากตลาดทั้งๆที่ดัชนีขึ้นมาเท่าตัว

Re: ยึดทรัพย์ทักษิณ ชัดเจนแต่ไม่สง่างามจริงหรือ..?

PostPosted: Sun Feb 28, 2010 9:47 pm
by GAOLENG
http://talk.mthai.com/topic/93026

เห็นว่าอำนาจอธิปไตยเป็นของประชาชน ศาลเป็นหนึ่งในอำนาจอธิปไตย ซึ่งเป็นของประชาชน ศาลจึงต้องใช้ อำนาจดังกล่าวเพื่อประชาชนอย่างสร้างสรรค์ ในการวินิจฉัยคดีเพื่อให้เกิดผลในทางที่ขยายขอบเขตการคุ้มครองสิทธิและ เสรีภาพของประชาชน และหากศาลไม่รับใช้ประชาชน ย่อมทำให้ระบบกฎหมายและกระบวนการยุติธรรมถูกท้าทายและสั่นคลอน

การได้อำนาจในการปกครองประเทศโดยวิธีการ ซึ่งมิได้เป็นไปตามวิถีทางของระบอบประชาธิปไตย กล่าวคือการได้อำนาจในการปกครองประเทศโดยความไม่ยินยอมพร้อมใจจากประชาชน ส่วนใหญ่ เท่ากับเป็นการล้มล้างระบอบประชาธิปไตย การปฏิวัติหรือรัฐประหารเป็นการล้มล้างรัฐธรรมนูญ เป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 113 ย่อมเป็นการได้อำนาจในการปกครองประเทศโดยวิธีการซึ่งมิได้เป็นไปตามวิถีทาง ของระบอบประชาธิปไตย

หากศาลรับรองอำนาจของบุคคลหรือคณะบุคคล ที่ทำการปฏิวัติหรือรัฐประหารว่าเป็นรัฏฐาธิปัตย์แล้ว เท่ากับศาลไม่ได้รับใช้ประชาชน จากการใช้อำนาจโดยมิชอบและเพิกเฉยต่อการปกปักรักษาประชาธิปไตยดังกล่าวมา ข้างต้น ทั้งเป็นการละเลยหลักยุติธรรมตามธรรมชาติที่ว่าบุคคลใดจะรับประโยชน์จากความ ฉ้อฉลหรือความผิดของตนเองหาได้ไม่ รวมทั้งเป็นการส่งเสริมให้เกิดการปฏิวัติหรือรัฐประหารเป็นวงจรอุบาทว์อยู่ ร่ำไป ยิ่งกว่านั้นยังเป็นช่องทางให้บุคคลหรือคณะบุคคลดังกล่าวยืมมือกฎหมายเข้ามา จัดการสิ่งต่างๆ

กีรติ กาญจนรินทร์ ผู้พิพากษา แห่งศาลฎีกาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง

Re: ยึดทรัพย์ทักษิณ ชัดเจนแต่ไม่สง่างามจริงหรือ..?

PostPosted: Mon Mar 01, 2010 1:02 am
by Canthai
Canthai wrote:ประเด็นประกาศคณะปฏิวัติ ปัจจุบันก็ใช้กันอยู่ถึง 55 ฉบับ

แม้แต่ตอน ไอเอ็มเอฟ เข้ามาก็ต้องอธิบายกัน
ดร.นันทวัฒน์ บรมานันท์ ก็ตั้งคำถาม...

ที่มาของความชอบธรรมของคำสั่งหรือประกาศของคณะปฏิวัติรัฐประหารเกิดจากศาลฎีกาครับ!!!

คำพิพากษาฎีกาที่ 1662/2505 ได้กล่าวไว้อย่างชัดเจนว่า "ศาลฎีกาเห็นว่า เมื่อใน พ.ศ. 2501 คณะปฏิวัติให้ทำการยึดอำนาจปกครองประเทศไทยได้เป็นผลสำเร็จ หัวหน้าคณะปฏิวัติย่อมเป็นผู้ใช้อำนาจปกครองบ้านเมือง ข้อความใดที่หัวหน้าคณะปฏิวัติสั่งบังคับประชาชน ก็ต้องถือว่าเป็นกฎหมาย แม้พระมหากษัตริย์จะมิได้ทรงตราออกมาด้วยคำแนะนำและยินยอมของสภาผู้แทนราษฎร หรือสภานิติบัญญัติของประเทศก็ตาม ฉะนั้น ประกาศของคณะปฏิวัติฉบับที่ 21 ซึ่งประกาศคำสั่งของหัวหน้าคณะปฏิวัติบังคับแก่ประชาชนดังกล่าว จึงเป็นกฎหมายที่ใช้บังคับในการปกครองในลักษณะเช่นนั้นได้ จำเลยจึงอาศัยอำนาจตามประกาศฉบับนี้ทำการจับกุมควบคุมโจทก์ได้โดยชอบ"

คำพิพากษาดังกล่าวถูกนำมาใช้เป็นฐานในการรองรับการใช้อำนาจในการออกกฎหมาย ของคณะรัฐประหารเรื่อยมาจนกระทั่งทุกวันนี้ ในบรรดากฎหมายระดับพระราชบัญญัติที่ใช้บังคับอยู่ในประเทศไทยกว่า 600 ฉบับ เรามีกฎหมายที่ใช้ชื่อว่าประกาศของคณะปฏิวัติหรือของคณะรัฐประหารอยู่กว่า 55 ฉบับ กฎหมายเหล่านี้เป็นกฎหมายที่ไม่ได้ผ่านกระบวนการนิติบัญญัติที่ถูกต้อง ไม่ได้ผ่านการตรวจสอบจากคณะกรรมการกฤษฎีกาแต่ก็ยังมีผลใช้บังคับอยู่ใน ปัจจุบัน

น่าแปลกใจไหมครับที่ประเทศประชาธิปไตยแบบเรายินยอมใช้กฎหมายที่ออกโดยคณะ ปฏิวัติแม้การปฏิวัติจะจบสิ้นไปแล้ว!!!


000000000000000


เรื่องความชอบธรรมของประเด็นนี้ ต้องถามว่า "ถูกต้องตามกฎหมายหรือไม่?"

ถ้ายังชอบธรรมถูกต้องตามกฎหมายก็ต้องยึดหลักนี้

เว้นแต่จะมีแนวทางคำพิพากษาศาลฎีกาในแนวทางอื่น

เนื่องเพราะคำพิพากษาของศาลฎีกา ถือเป็นหลักกฎหมายได้

และก็ต้องยอมรับว่า คำวินิจฉัยของศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองในครั้งนี้ก็ตอกย้ำความ "ชอบด้วยกฎหมาย" ของประกาศคณะปฎิวัติอีกครั้ง

หากจะให้คำวินิจฉัยของศาลฎีกาไม่มีผล ก็ต้องไปเขียนในกฎหมายรัฐธรรมนูญใหม่ เพื่อลบล้างคำวินิจฉัยของศาลฎีกา เนื่องเพราะมีศักดิ์ทางกฎหมายสูงกว่า

แต่ก็นั่นแหละ ในดีมีเสีย ในเสียมีดี ผลผลิตของคณะรัฐประหาร คณะปฏิวัติหลายๆ เรื่องก็ช่วยให้ประเทศชาติผ่านพ้นวิกฤติมาได้ไม่ใช่น้อย

แม้จะไม่เห็นด้วยกับการปฏิวัติ แต่ก็เข้าใจได้ว่าทำไมต้องปฏิวัติ

ก็เหมือนการยอมรับใช้ประกาศคณะปฏิวัติเป็นกฎหมาย 55 ฉบับนั่นแหละครับ

หากจะให้หลุดจากแนวคิดนี้ ก็ต้องไปทำ พรบ.ใหม่ ให้ ประกาศคณะปฏิวัติทั้ง 55 ฉบับนั้น ไม่มีผลทางกฎหมาย โดยมี พรบ.อื่นๆ มาทดแทน

มิเช่นนั้นก็ต้องบอกว่า กระบวนการยุติธรรม หรือ กฎหมายไทยทั้ง 600 ฉบับก็ขาดความสง่างามเช่นกัน เพราะยอมรับประกาศคณะปฎิวัติถึง 55 ฉบับ!

ฉบับสำคัญที่ยังใช้อยู่ ก็คือ ฉบับที่ 58 ออกเมื่อปี 2515 เป็นเรื่อง "การให้สัมปทาน" ในหลายๆ เรื่อง

ลงนามโดย จอมพลถนอม กิตติขจร หัวหน้าคณะปฏิวัติ นั่นเอง

Re: ยึดทรัพย์ทักษิณ ชัดเจนแต่ไม่สง่างามจริงหรือ..?

PostPosted: Mon Mar 01, 2010 3:11 am
by สมชายสายชม
GAOLENG wrote:http://talk.mthai.com/topic/93026

เห็นว่าอำนาจอธิปไตยเป็นของประชาชน ศาลเป็นหนึ่งในอำนาจอธิปไตย ซึ่งเป็นของประชาชน ศาลจึงต้องใช้ อำนาจดังกล่าวเพื่อประชาชนอย่างสร้างสรรค์ ในการวินิจฉัยคดีเพื่อให้เกิดผลในทางที่ขยายขอบเขตการคุ้มครองสิทธิและ เสรีภาพของประชาชน และหากศาลไม่รับใช้ประชาชน ย่อมทำให้ระบบกฎหมายและกระบวนการยุติธรรมถูกท้าทายและสั่นคลอน

การได้อำนาจในการปกครองประเทศโดยวิธีการ ซึ่งมิได้เป็นไปตามวิถีทางของระบอบประชาธิปไตย กล่าวคือการได้อำนาจในการปกครองประเทศโดยความไม่ยินยอมพร้อมใจจากประชาชน ส่วนใหญ่ เท่ากับเป็นการล้มล้างระบอบประชาธิปไตย การปฏิวัติหรือรัฐประหารเป็นการล้มล้างรัฐธรรมนูญ เป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 113 ย่อมเป็นการได้อำนาจในการปกครองประเทศโดยวิธีการซึ่งมิได้เป็นไปตามวิถีทาง ของระบอบประชาธิปไตย


หากศาลรับรองอำนาจของบุคคลหรือคณะบุคคล ที่ทำการปฏิวัติหรือรัฐประหารว่าเป็นรัฏฐาธิปัตย์แล้ว เท่ากับศาลไม่ได้รับใช้ประชาชน จากการใช้อำนาจโดยมิชอบและเพิกเฉยต่อการปกปักรักษาประชาธิปไตยดังกล่าวมา ข้างต้น ทั้งเป็นการละเลยหลักยุติธรรมตามธรรมชาติที่ว่าบุคคลใดจะรับประโยชน์จากความ ฉ้อฉลหรือความผิดของตนเองหาได้ไม่ รวมทั้งเป็นการส่งเสริมให้เกิดการปฏิวัติหรือรัฐประหารเป็นวงจรอุบาทว์อยู่ ร่ำไป ยิ่งกว่านั้นยังเป็นช่องทางให้บุคคลหรือคณะบุคคลดังกล่าวยืมมือกฎหมายเข้ามา จัดการสิ่งต่างๆ

กีรติ กาญจนรินทร์ ผู้พิพากษา แห่งศาลฎีกาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง



ผมอ่านบทความข้างบนนี้แล้ว มีความเห็นว่า "คนเขียนมั่วนิ่ม"

ตุลาการต้องพิจารณาคดีความตามกฏหมายและตามรัฐธรรมนูญ ไม่เห็นจะเกี่ยวกับการยอมรับอำนาจรัฐประหารตรงไหน ตุลาการไม่ได้มีอำนาจหน้าที่จะต้องไปล้มล้าง พรก. ต่างๆที่ออกโดยคณะรัฐประหาร มันคนละเรื่องเลย
ถ้าผู้เขียนเรื่องนี้เป็นตุลาการตัวจริง และไม่ยอมรับการรัฐประหาร ก็ควรจะลาออกไปจากตำแหน่ง แบบที่บางประเทศเคยมีตัวอย่าง

และไม่เคยได้ยินว่า "คณะรัฐประหารไปก้าวก่ายอำนาจตุลาการ"

คนที่เขียนบทความข้างบนนี้ น่าจะไปลงเรียนวิชากฏหมายใหม่ นะจ๊ะ
...

Re: ยึดทรัพย์ทักษิณ ชัดเจนแต่ไม่สง่างามจริงหรือ..?

PostPosted: Mon Mar 01, 2010 3:59 am
by Canthai
นายกีรติ กาญจนรินทร์ คือเสียงเดียวในองค์คณะตุลาการ 9 ท่าน ได้เขียนคำวินิจฉัยส่วนตนของในคดีหมายเลขแดงที่ อม. ๙/๒๕๕๒

เป็นคดีแจ้งทรัพย์สินอันเป็นเท็จ ของนายยงยุทธ ติยะไพรัช ซึ่งปปช.ส่งฟ้องศาล เมื่อเดือน พ.ย. 2552


อืมม...กว่าจะขึ้นมาเป็นผู้พิพากษาในศาลฎีกาได้ ไม่ธรรมดานะครับ

ยิ่งถูกเลือกจากที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกา ยิ่งไม่ธรรมดาไปใหญ่

Re: ยึดทรัพย์ทักษิณ ชัดเจนแต่ไม่สง่างามจริงหรือ..?

PostPosted: Mon Mar 01, 2010 4:20 am
by เสือยิ้มยาก
ตลกเหอะ
แม้ทุกวันนี้ ยังมีกฎหมายสมัยปี 2535 ใช้กันอยู่เลย
งั้นก็ต้องเหมารวมให้หมดดิ :lol:

Re: ยึดทรัพย์ทักษิณ ชัดเจนแต่ไม่สง่างามจริงหรือ..?

PostPosted: Mon Mar 01, 2010 4:52 am
by Canthai
ถ้ามั่นใจว่าระบบตรวจสอบนักการเมืองทำงานอย่างได้ผล ไม่สามารถแทรกแซงได้เหมือนห้วงที่ผ่านมาในระบอบทักษิณ ก็ยกเลิกหรือเปลี่ยนแนวคิดได้

แต่เราจะเชื่อมั่นได้แค่ไหนว่า นักการเมืองในสภาจะไม่เข้ามาปู้ยี่ปู้ยำประเทศ โดยประชาชนนั่งดูตาปริบ ๆ

เราเชื่อได้แค่ไหนกับสภาโหลยโท่ยของนักซื้อเสียง ที่เข้ามาร่วมกันกอบโกย ออกกฎหมายเอื้อประโยชน์ตนเองและพวกพ้อง


พวกนักอุดมคติ ก็มักมองฝรั่งหล่อกว่าไทยอยู่แล้ว...

ไม่งั้นพวกหนุ่มลูกครึ่ง สาวลูกครึ่ง คงไม่เกลื่อนแวดวงบันเทิง

Re: ยึดทรัพย์ทักษิณ ชัดเจนแต่ไม่สง่างามจริงหรือ..?

PostPosted: Mon Mar 01, 2010 7:14 am
by ben10
ที่เขาต้องอ้างประกาศ คปค. เพราะว่ามันเป็นข้อต่อสู้ครับ ไม่ได้พูดขึ้นมาลอยๆ ฝ่ายผู้ถูกร้องเขาอ้างว่า คตส. ไม่มีอำนาจอายัด บ้าง ไม่มีอำนาจส่งต่อสำนวนบ้าง ทางศาลก็จำเป็นต้องอ้างขึ้นมาไม่งั้นไม่ครบประเด็นครับ ผมว่าการยึดครั้งนี้ชัดเจนและสง่างามครับ เพราะฝ่ายผู้ถูกร้องแพ้ขาดลอยทุกประเด็นในข้อเท็จจริง ซึ่งข้อเท็จจริงในการไต่สวนก็ชัดเจน เรียกได้ว่าถ้าคนถูกร้องเป็นนักการเมืองทั่วไปคนอื่นๆ เสื้อแดงจะบอกว่าหลักฐานมัดแน่นดิ้นไม่หลุดแน่นอนครับ และคนเสื้อแดงจะด่านักการเมืองที่ทำแบบนี้ว่าคนขี้โกงด้วยซ้ำไป แต่พอเป็นทักษิณแถมยังเอาเรื่องคนละเรื่องไปปลุกระดม ตื่นเช้ามาก็เจอความคิดที่บิดเบือนจนถึงก่อนนอน สมองของคนเสื้อแดงย่อมที่ปิดกั้นความจริงได้อยู่แล้วครับ ขนาดคนมีความรู้สูงๆ พอศรัทธาอะไรแล้วสมองยังปิดกั้นการรับรู้ความจริงเลยครับ

Re: ยึดทรัพย์ทักษิณ ชัดเจนแต่ไม่สง่างามจริงหรือ..?

PostPosted: Mon Mar 01, 2010 8:42 am
by 55555
GAOLENG wrote:http://talk.mthai.com/topic/93026

เห็นว่าอำนาจอธิปไตยเป็นของประชาชน ศาลเป็นหนึ่งในอำนาจอธิปไตย ซึ่งเป็นของประชาชน ศาลจึงต้องใช้ อำนาจดังกล่าวเพื่อประชาชนอย่างสร้างสรรค์ ในการวินิจฉัยคดีเพื่อให้เกิดผลในทางที่ขยายขอบเขตการคุ้มครองสิทธิและ เสรีภาพของประชาชน และหากศาลไม่รับใช้ประชาชน ย่อมทำให้ระบบกฎหมายและกระบวนการยุติธรรมถูกท้าทายและสั่นคลอน

การได้อำนาจในการปกครองประเทศโดยวิธีการ ซึ่งมิได้เป็นไปตามวิถีทางของระบอบประชาธิปไตย กล่าวคือการได้อำนาจในการปกครองประเทศโดยความไม่ยินยอมพร้อมใจจากประชาชน ส่วนใหญ่ เท่ากับเป็นการล้มล้างระบอบประชาธิปไตย การปฏิวัติหรือรัฐประหารเป็นการล้มล้างรัฐธรรมนูญ เป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 113 ย่อมเป็นการได้อำนาจในการปกครองประเทศโดยวิธีการซึ่งมิได้เป็นไปตามวิถีทาง ของระบอบประชาธิปไตย

หากศาลรับรองอำนาจของบุคคลหรือคณะบุคคล ที่ทำการปฏิวัติหรือรัฐประหารว่าเป็นรัฏฐาธิปัตย์แล้ว เท่ากับศาลไม่ได้รับใช้ประชาชน จากการใช้อำนาจโดยมิชอบและเพิกเฉยต่อการปกปักรักษาประชาธิปไตยดังกล่าวมา ข้างต้น ทั้งเป็นการละเลยหลักยุติธรรมตามธรรมชาติที่ว่าบุคคลใดจะรับประโยชน์จากความ ฉ้อฉลหรือความผิดของตนเองหาได้ไม่ รวมทั้งเป็นการส่งเสริมให้เกิดการปฏิวัติหรือรัฐประหารเป็นวงจรอุบาทว์อยู่ ร่ำไป ยิ่งกว่านั้นยังเป็นช่องทางให้บุคคลหรือคณะบุคคลดังกล่าวยืมมือกฎหมายเข้ามา จัดการสิ่งต่างๆ

กีรติ กาญจนรินทร์ ผู้พิพากษา แห่งศาลฎีกาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง



ปัญหาคือ ทำอย่างไร จึงเรียกว่าสร้างสรรค์.....

การยอมรับ อำนาจรัฐประหาร หรือ ไม่ยอมรับ...นั่นหมายถึงการสร้างสรรค์ จริงหรือ.....

การปฏิวัติ ปี 49 ...ได้รับดอกไม้ แทนเสียงก่นด่า...นั่นถือว่า เป็นการยอมรับของประชาชนหรือไม่

การปล่อยให้ทักษิณหลุดคดีซุก โดยอ้างหลักรัฐศาสตร์ โดยไม่สนใจหลักนิติศาสตร์ นั่นเรียกว่า สร้างสรรค์หรือ.....

หาก ศาลไม่ยอมรับอำนาจรัฐประหาร...แล้วปล่อยให้ มีการทุจริต ปล่อยให้มีการเอื้อประโยชน์ทางการเมือง....นั่นหมายถึง การใช้อำนาจอย่างสร้างสรรค์แล้วจริงหรือ...

แก่นของปัญหา อยู่ที่ ทักษิณ คอรัปชั่นเชิงนโยบายหรือไม่......ทักษิณ อาศัยอำนาจรัฐเอื้อประโยชน์ ให้กลุ่ม บริษัท ฯ ชิน หรือไม่....

การตีความเรื่องอำนาจและที่มาของผู้ตรวจสอบ...เป็นเพียงแค่กระพี้....

....

Re: ยึดทรัพย์ทักษิณ ชัดเจนแต่ไม่สง่างามจริงหรือ..?

PostPosted: Mon Mar 01, 2010 11:23 am
by Huligan
อ่านๆดูแล้ว พี่ศักดาอินคา แกไม่ได้ต่อต้าน ความเป็น คตส.ที่มาจากรัฐประหารเสียทีเดียวนะ
แกออกแนววิจารณ์ในแง่ คำประกาศ มากกว่า...ที่ คตส.อ้างอิงถึงประกาศ คปค.บ่อยเกินไป
(จริงๆอาจจะแนะกลายๆว่า ให้เงียบๆเรื่องที่มา ไว้เสียบ้างก็ดี แล้วเน้นเฉพาะเนื้อหาทางกฏหมายดีกว่า) 8-)

ในขณะที่ อนุสรณ์ ดูจะตะแบงต้านที่มาของ คตส.แบบชัดเจน