Page 1 of 1

อีกเรื่องหนึ่ง...อำมาตย์อายุ80มันหมายถึงใคร

PostPosted: Sat Apr 03, 2010 1:16 pm
by G.B.thai
ผมได้รับเมล์ฉบับหนึ่ง
พูดถึงเรื่องอำมาตย์อายุ80 อ่านแล้วตกใจมากๆ
คนอย่างมันกล้าพูดถึงสิ่งสูงสุดของชาวไทยในทางร้ายได้อย่างไร
แต่ที่แน่ๆ ป๋าเปรม90กว่าแล้ว
แล้วคุณว่ามันหมายถึงใครครับ

พวกเราจะทำอย่างไรกันได้บ้าง
เพื่อปกป้องคนที่เรารัก บูชาเหนือชีวิตของเรา
คนที่ทำคุณประโยชน์ต่อแผ่นดินต่อลุกหลานให้มีกินอย่างสมบูรณ์จนถึงวันนี้
เสียงเล็กๆอย่างพวกเรา
คุณว่า....เราสามารถทำสิ่งใดได้บ้าง
แล้วเราจะอยู่เฉยๆกันหรอครับ

Re: อีกเรื่องหนึ่ง...อำมาตย์อายุ80มันหมายถึงใคร

PostPosted: Sat Apr 03, 2010 1:55 pm
by boykool
ผมนึกออกคนนี้คนเดียว

Image
นางพจนีย์ ณ ป้อมเพ็ชร มารดาหญิงอ้อ.. เพราะสืบเชื้อสายอำมาตย์

ผมไม่ทราบว่าแกยังอยู่หรือเปล่า ถ้าไม่อยู่แล้วต้องขออภัยอย่างสูง ลบข้อความนี้ได้เลยคับ :?:

Re: อีกเรื่องหนึ่ง...อำมาตย์อายุ80มันหมายถึงใคร

PostPosted: Sat Apr 03, 2010 1:56 pm
by thmthm
เหล่าสมุนแดงอ้างว่าอำมาตย์ใหญ่คือ พล.อ.เปรม
เป้าหมายคือโค่น พล.อ.เปรม เพื่อตั้งรัฐบาลตามที่เขาต้องการและมีอำนาจเต็มที่ทุกอย่าง
แทรกแซงได้หมด และห้ามตรวจสอบ

แต่...

บรรดาเหล่ามันสมองของแดง จริงๆแล้ว เป็นซ้ายเก่า
ซึ่งชูธงความเท่าเทียมแบบสุดๆ ยุบชนชั้นทั้งหมด และเป็นระบบสังคมนิยม ที่ทุกคนมีสิทธิ์เท่ากันในทุกเรื่อง
ต้องเป็นคนทำงานเท่านั้นที่ได้เงิน

เท่ากับว่า...

พระมหากษัตริย์ ผู้ประกอบธุรกิจ หรือแม้แต่พระสงฆ์ ก็มีไม่ได้
เพราะท่านเหล่านี้ ไม่ได้ทำงานโดยตรงเหมือนกรรมาชน

ดังนั้น
หัวหน้าอำมาตย์เชิงนัย ของแดงอุดมการณ์น่าจะไม่ใช่ พล.อ.เปรม !!!

สำหรับผู้ที่นิยมชมชอบลัทธิมาร์กซ์ ไม่ว่าจะโดยอุดมการณ์ หรือ โดยกระแสก็ตาม
ใช้หัวคิดซักนิดว่า
ประเทศสังคมนิยมที่พวกท่านนิยมชมชอบน่ะ ผมเห็นมีแต่นายทุนเต็มประเทศไปหมด
สิ่งที่ต่างไปจากเดิมคือ

อำนาจการบริหารประเทศ เปลี่ยนจากพระมหากษัตริย์ ไปอยู่กับนายทุน เท่านั้นเอง
นี่แหละ
สังคมนิยมที่พวกมันต้องการ !!

Re: อีกเรื่องหนึ่ง...อำมาตย์อายุ80มันหมายถึงใคร

PostPosted: Sat Apr 03, 2010 4:32 pm
by nokira
"ประชาชนรักในหลวงผู้อันเป็นที่รักยิ่ง ไม่ใช่เพียงเพราะท่านเป็นกษัตริย์ แต่ที่ยิ่งไปกว่านั้น เพราะพระองค์รักประชาชน และทุ่มเทเพื่อประชาชนมาตลอดชีวิต"

ทราบกันดีอยู่ครับ ว่าหมายถึงใคร

ที่ทักษิณพูด(น.18+ ขออภัยที่ใช้คำหยาบ ด้วยความเคารพ) เห็นได้ชัดว่า ทักษิณ(น.18+)บรรลุความเลวอันเป็นที่สุดในแผ่นดินไทยแล้วครับ

คิดว่าพวกสัตว์ชั้นต่ำยอมสนับสนุนแล้ว คนอื่นๆจะยอมเหรอครับ

ผมจะขอบอกไว้ตรงนี้เลยว่า ผมจะปกป้องบุคคลอันเป็นที่เคารพ ที่ทักษิณ(น.18+)พูดถึงด้วยชีวิตและทุกสิ่งที่ผมมี

และผมเชื่อว่า ไม่ใช่ผมคนเดียวที่รู้สึกแบบนี้ ยังมีคนไทยที่มีความคิด รู้สึกแบบนี้กันหลายคน

ทักษิณ(น.18+) จงจำเอาไว้

ทักษิณ(น.18+) คุณเปรียบไม่ได้กับเศษธุลีที่อยู่ใต้นั้นหรอกครับ

ด้วยความเคารพ

Re: อีกเรื่องหนึ่ง...อำมาตย์อายุ80มันหมายถึงใคร

PostPosted: Sat Apr 03, 2010 5:18 pm
by Superb_Mob
G.B.thai wrote:ผมได้รับเมล์ฉบับหนึ่ง
พูดถึงเรื่องอำมาตย์อายุ80 อ่านแล้วตกใจมากๆ
คนอย่างมันกล้าพูดถึงสิ่งสูงสุดของชาวไทยในทางร้ายได้อย่างไร
แต่ที่แน่ๆ ป๋าเปรม90กว่าแล้ว
แล้วคุณว่ามันหมายถึงใครครับ

พวกเราจะทำอย่างไรกันได้บ้าง
เพื่อปกป้องคนที่เรารัก บูชาเหนือชีวิตของเรา
คนที่ทำคุณประโยชน์ต่อแผ่นดินต่อลุกหลานให้มีกินอย่างสมบูรณ์จนถึงวันนี้
เสียงเล็กๆอย่างพวกเรา
คุณว่า....เราสามารถทำสิ่งใดได้บ้าง
แล้วเราจะอยู่เฉยๆกันหรอครับ


ไอ้น้องเอ๊ย......หัดใช้สมองของตัวเองบ้างนะครับ เอะอะก็ fw mail แน่ใจเหรอว่าป๋าเค้าอายุ 90 กว่าแล้วนะ หากมั่นใจว่าหมายถึงใครก็ลอง บอกให้ฟังหน่อยซิครับ

Re: อีกเรื่องหนึ่ง...อำมาตย์อายุ80มันหมายถึงใคร

PostPosted: Sat Apr 03, 2010 5:37 pm
by SpikyMoss
แล้วคำว่า "เพ็ดทูล" เราใช้กับใครได้ล่ะเอ่ย

ปกติที่ได้ยินกัน ก็เอาไว้กับเจ้านายอย่างเดียวค่ะ

Re: อีกเรื่องหนึ่ง...อำมาตย์อายุ80มันหมายถึงใคร

PostPosted: Sat Apr 03, 2010 5:43 pm
by ควายลิ้มใช้แล้วทิ้ง
หยุมหยิมชิหาย

Re: อีกเรื่องหนึ่ง...อำมาตย์อายุ80มันหมายถึงใคร

PostPosted: Sat Apr 03, 2010 5:49 pm
by คิดดีทำดี
คุณซุเปอร์ม๊อบพูดผิดแล้วครับ

พลเอก เปรม ติณสูลานนท์ เกิดเมื่อวันที่ 26 สิงหาคม 2463 ที่ตำบลบ่อยาง อำเภอเมืองสงขลา จังหวัดสงขลา

เท่ากับว่าปีนี้ท่านย่าง 90 ปีแล้ว (ขอให้พลเอกเปรมมีอายุยืนนาน สุขภาพแข็งแรงครับ ท่านทำความดีให้บ้านให้เมืองมากเหลือเกิน)

อีกคำพูดของอดีตนายก(และอดีตมนุษย์) อีกคำคือ "ให้วางมือซะ ยกสมบัติให้ลูก"

พลเอกเปรมไม่มีลูก แล้วจะคิดเป็นอื่นได้อย่างไร :evil:

ป.ล. ซุเปอร์ม๊อบขี้ขลาดหรือครับ ที่หลอกล่อให้คนอื่นทำผิดกฎหมาย แน่จริืงคุณก็พูดมาสิว่า อดีตนายก(และอดีตมนุษย์)หมายถึงใครในบริบทที่ทุกคน(ที่ฉลาดมีปัญญา)เข้าใจ

Re: อีกเรื่องหนึ่ง...อำมาตย์อายุ80มันหมายถึงใคร

PostPosted: Sat Apr 03, 2010 6:04 pm
by thmthm
หน้าที่ของพุทธบริษัท ก็คือปกป้องและเกื้อกูลพระพุทธศาสนา...
หน้าที่ของเดียรถีย์ ก็คือบั่นทอนทำลาย พระศาสนา

เช่นเดียวกับสถาบันพระมหากษัตริย์แหละครับ

คนสนับสนุนเกื้อกูล ก็มาก
คนคิดจะล้มล้าง ก็มิใช่น้อย

เราควรจะสนใจสารัถถะ ที่เป็นแก่นแท้ของระบอบทักษิณเถอะครับ
อย่าให้ความสำคัญกับเดียรถีย์เลย กำจัดไม่หมดหรอกครับ

คิดแต่ว่า
จะทำอย่างไรให้สถาบันมั่นคง
ทำอย่างไรให้เป็นการป้องปรามพวกล้มสถาบัน
ทำอย่างไรให้คนที่มีหน้าที่ หันกลับมาทำหน้าที่ของตัวเอง

แค่นี้ผมว่าเราก็ช่วยได้มากแล้วครับ
อย่าไปใส่ใจเรื่องเล็กๆน้อยๆเลย เครียดปล่าวๆ

Re: อีกเรื่องหนึ่ง...อำมาตย์อายุ80มันหมายถึงใคร

PostPosted: Sat Apr 03, 2010 6:14 pm
by voodoo
ตัดประเด็น อำมาตย์อายุ80กว่าออกไป
แล้วลองพิจารณาต่อไปนี้

“อยากบอกอำมาตย์ว่าเลิกระแวง เลิกแทรกแซง สมัยนี้โลกเปลี่ยนแบบก้าวกระโดด ความคิดของท่านมันตกโลกไปแล้ว อีกไม่นาน ท่านก็ลาโลกไปแล้ว ปล่อยให้ประเทศนี้มีกติกาที่โปร่งใส มีประชาธิปไตยที่แท้จริง

“ทุกคนคือ คนไทยอำมาตย์ก็คือ คนไทยคนหนึ่ง ให้คนไทยเคารพอำมาตย์ตามประเพณี อย่าให้เราถอนต้องถอนหงอก พี่น้องครับ ยกตัวอย่างง่ายๆ กระทั่งพ่อแม่วัย 50 มีลูกวัย 20 บางครั้งอาจมีเรื่องไม่เข้าใจเพราะลูกโตก้าวกระโดด ด้วยเทคโนโลยีการสื่อสาร ทำให้เปลี่ยนแปลงทางวัฒนธรรมสูงมาก”

“ฉะนั้น อำมาตย์อายุกว่า 80 ปี คงไม่เข้าใจหรอก คนไม่เข้าใจมานำพาประเทศ ก็ไม่รู้จะจูงประเทศไปทางไหน วันนี้ ถ้าไม่แลกเปลี่ยนความคิดกัน ถ้าพ่อแม่ไม่คุยกับลูก เอาแต่สั่งๆ ๆๆ ลูกก็จะเปิดเปง เสียคนฉันใดก็ฉันนั้น การที่ประชาชนรักอำมาตย์ กับนักการเมือง มันต่างกัน เปรียบเสมือนแม่มีลูกชายคนหนึ่ง แล้วไปมีแฟน แล้วท่านบังคับว่า เอ็งอย่ารักแฟนนะ เอ็งต้องรักแม่ แบบนี้ก็แย่ซิ ทั้งที่ลูกก็รักแม่แบบแม่ รักแฟนแบบแฟน มันคนละเรื่องกัน ดังนั้น อำมาตย์ต้องเข้าใจมากกว่านี้”
" อำมาตย์ไทย ท่านไม่ต้องกลัวว่า ท่านจะไม่ได้รับการยอมรับเหมือนอำมาตย์ในประเทศที่พัฒนาแล้ว เพราะไทยมีวัฒนธรรม ประเพณี และศาสนาที่มั่นคง?




อำมาตย์ จงไปอยู่เหนือการเมืองเถอะ


คุณคิดว่าหมายถึงใคร

Re: อีกเรื่องหนึ่ง...อำมาตย์อายุ80มันหมายถึงใคร

PostPosted: Sat Apr 03, 2010 6:23 pm
by nokira
Superb_Mob wrote:
G.B.thai wrote:ผมได้รับเมล์ฉบับหนึ่ง
พูดถึงเรื่องอำมาตย์อายุ80 อ่านแล้วตกใจมากๆ
คนอย่างมันกล้าพูดถึงสิ่งสูงสุดของชาวไทยในทางร้ายได้อย่างไร
แต่ที่แน่ๆ ป๋าเปรม90กว่าแล้ว
แล้วคุณว่ามันหมายถึงใครครับ

พวกเราจะทำอย่างไรกันได้บ้าง
เพื่อปกป้องคนที่เรารัก บูชาเหนือชีวิตของเรา
คนที่ทำคุณประโยชน์ต่อแผ่นดินต่อลุกหลานให้มีกินอย่างสมบูรณ์จนถึงวันนี้
เสียงเล็กๆอย่างพวกเรา
คุณว่า....เราสามารถทำสิ่งใดได้บ้าง
แล้วเราจะอยู่เฉยๆกันหรอครับ


ไอ้น้องเอ๊ย......หัดใช้สมองของตัวเองบ้างนะครับ เอะอะก็ fw mail แน่ใจเหรอว่าป๋าเค้าอายุ 90 กว่าแล้วนะ หากมั่นใจว่าหมายถึงใครก็ลอง บอกให้ฟังหน่อยซิครับ


2553 - 2463 ได้เท่าไหร่ครับ หวังว่าคงจะพอเข้าใจคณิตศาสตร์พื้นฐานนะครับ
http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B9%80% ... 7%E0%B9%8C

ด้วยความเคารพครับ เกรียนมากๆท่านระวังจะกลายเป็นกากแทนนะครับ ผมเตือนด้วยความหวังดี

Re: อีกเรื่องหนึ่ง...อำมาตย์อายุ80มันหมายถึงใคร

PostPosted: Sat Apr 03, 2010 6:39 pm
by 55555
Superb_Mob wrote:ไอ้น้องเอ๊ย......หัดใช้สมองของตัวเองบ้างนะครับ เอะอะก็ fw mail แน่ใจเหรอว่าป๋าเค้าอายุ 90 กว่าแล้วนะ หากมั่นใจว่าหมายถึงใครก็ลอง บอกให้ฟังหน่อยซิครับ


ถ้าทางจะใช้สมองเยอะน๊ะเนี่ยคนเนี้ย..

:lol:

Re: อีกเรื่องหนึ่ง...อำมาตย์อายุ80มันหมายถึงใคร

PostPosted: Sat Apr 03, 2010 11:52 pm
by ter162525
งั้นผมถามนิดหน่อยว่าฝาบ้านใครมีรูป ป๋าเปรมบ้างอย่างน้อยผมก็คนหนึ่งละที่ไม่มี

Re: อีกเรื่องหนึ่ง...อำมาตย์อายุ80มันหมายถึงใคร

PostPosted: Sat Apr 03, 2010 11:55 pm
by -3-
อย่าลืมว่าท่านหมอบเป็นพวกแดงสยามนะครับ :lol: :lol:

Re: อีกเรื่องหนึ่ง...อำมาตย์อายุ80มันหมายถึงใคร

PostPosted: Sun Apr 04, 2010 12:06 am
by พายุ
thmthm wrote:เหล่าสมุนแดงอ้างว่าอำมาตย์ใหญ่คือ พล.อ.เปรม
!!



เป็นคำอ้าง เพราะกลัวเสียมวลชนค่ะ จริงๆแล้วพวกนี้รู้ว่าหมายถึงใคร

แต่กลัวคนส่วนใหญ่ในประเทศเค้ากระทืบเอา ก็เลยอ้างว่าเป็น พล.อ.เปรม

Re: อีกเรื่องหนึ่ง...อำมาตย์อายุ80มันหมายถึงใคร

PostPosted: Sun Apr 04, 2010 12:10 am
by Caocao
Superb_Mob wrote:หมายถึงใครก็ลอง บอกให้ฟังหน่อยซิครับ

คลึ๊กๆ คลิ๊กๆ เสียงของอาการหลวม ไม่แน่น เพราะเป็นหัวสมองที่ โหวงเหวง จริงๆ 555 :lol:

Re: อีกเรื่องหนึ่ง...อำมาตย์อายุ80มันหมายถึงใคร

PostPosted: Sun Apr 04, 2010 12:14 am
by Bookmarks
ต้องคนมีความรู้ มีปัญญา มีคุณธรรม จะเข้าใจว่า ไอ้แม้วมันพูดถึงอำมาตย์หมายถึงใคร แต่ไม่ใช่ป๋าเปรมแน่นอน แต่เพราะพวกเสื้อแดง มันเป็นพวกเหรี้ย ไร้ปัญญา มันจึงไม่กล้ายอมรับ อย่างลูกผู้ชาย ว่าตัวมันก็รู้ว่า ไอ้แม้ว หมายถึงใคร

Re: อีกเรื่องหนึ่ง...อำมาตย์อายุ80มันหมายถึงใคร

PostPosted: Sun Apr 04, 2010 12:16 am
by พายุ
Bookmarks wrote:ต้องคนมีความรู้ มีปัญญา มีคุณธรรม จะเข้าใจว่า ไอ้แม้วมันพูดถึงอำมาตย์หมายถึงใคร แต่ไม่ใช่ป๋าเปรมแน่นอน แต่เพราะพวกเสื้อแดง มันเป็นพวกเหรี้ย ไร้ปัญญา มันจึงไม่กล้ายอมรับ อย่างลูกผู้ชาย ว่าตัวมันก็รู้ว่า ไอ้แม้ว หมายถึงใคร


ที่กล่าวมานี้ ถูกต้องค่ะ

Re: อีกเรื่องหนึ่ง...อำมาตย์อายุ80มันหมายถึงใคร

PostPosted: Sun Apr 04, 2010 12:18 am
by nonnun
ในลากดำนา มักเถือกแถ ว่า ป๋าเปรมอายุ 89 ปี
ป๋าเกิด 26 สิงหาคม พ.ศ. 2463 บวกลบแล้วก็ 90 ปี

Re: อีกเรื่องหนึ่ง...อำมาตย์อายุ80มันหมายถึงใคร

PostPosted: Sun Apr 04, 2010 12:31 am
by welovetheking
Superb_Mob wrote:
G.B.thai wrote:ผมได้รับเมล์ฉบับหนึ่ง
พูดถึงเรื่องอำมาตย์อายุ80 อ่านแล้วตกใจมากๆ
คนอย่างมันกล้าพูดถึงสิ่งสูงสุดของชาวไทยในทางร้ายได้อย่างไร
แต่ที่แน่ๆ ป๋าเปรม90กว่าแล้ว
แล้วคุณว่ามันหมายถึงใครครับ

พวกเราจะทำอย่างไรกันได้บ้าง
เพื่อปกป้องคนที่เรารัก บูชาเหนือชีวิตของเรา
คนที่ทำคุณประโยชน์ต่อแผ่นดินต่อลุกหลานให้มีกินอย่างสมบูรณ์จนถึงวันนี้
เสียงเล็กๆอย่างพวกเรา
คุณว่า....เราสามารถทำสิ่งใดได้บ้าง
แล้วเราจะอยู่เฉยๆกันหรอครับ


ไอ้น้องเอ๊ย......หัดใช้สมองของตัวเองบ้างนะครับ เอะอะก็ fw mail แน่ใจเหรอว่าป๋าเค้าอายุ 90 กว่าแล้วนะ หากมั่นใจว่าหมายถึงใครก็ลอง บอกให้ฟังหน่อยซิครับ


ควายจ๋า โปรดกินหญ้าต่อไปเถอะนะ ถามจริงๆเถอะครับ คนเนรคุณแผ่นดินอย่างคุณ
ไม่นึกถึงบรรพบุรุษที่สละชีพเพื่อปกป้องแผ่นดินที่คุณเหยียบอยู่ทุกวันบ้างเลยหรอครับ
คุณน่าจะนึกถึงบ้างนะ ผมรู้ว่าคุณก็รู้อยู่แก่ใจว่าอะไรมันเป็นอะไร ความลับไม่มีในโลกหรอกครับ
ไม่เข้าใจเลยครับว่ารู้ทั้งรู้ คุณยังคิดอ่านกระทำการเข้าข้าง/ปกป้อง ผู้ที่มันกระทำผิด เนรคุณชาติ
ระวังนะครับ คุณซุปเปอร์ม๊อปหางแดง ระวังแผ่นจะซูบเอา อย่าเดินบนแผ่นดินไทยเลยครับ
อยู่ไปก็หนักแผ่นดิน

Re: อีกเรื่องหนึ่ง...อำมาตย์อายุ80มันหมายถึงใคร

PostPosted: Sun Apr 04, 2010 2:06 am
by หนูเหม่ง
Super mob,Atom,ไอ้ป๊อก,ไอ้ควายลิ้มฯ...พวกมึงยัง HERE ได้อีกเยอะเลย :x :x :x :x

Re: อีกเรื่องหนึ่ง...อำมาตย์อายุ80มันหมายถึงใคร

PostPosted: Sun Apr 04, 2010 2:21 am
by jinnivan
ท่านหนูเหม่งใจเย็นๆ ดื่มวีต้าพลุนแล้วไปนอนซะ พรุ่งนี้ค่อยมาสนทนากันต่อ
จริงๆท่านพี่ๆทั้ง 4 ท่านนี่ เขาทำให้บอร์ดเราคึกคักเท่านั้นเอง จริงๆท่านก็มีความเห็นแบบเรานี่แหละ ถ้าท่านมีความเห็นต่างคงไม่มานั่งอ่านคำด่าแม้วมากมายให้ลำคาญจิตหรอก ไปอยู่ประชาไท ฟ้าเดียวกันอ่านข้อความสรรเสริญเยินยอพ่อแม้วให้สบายตาสบายใจดีกว่า :lol:

Re: อีกเรื่องหนึ่ง...อำมาตย์อายุ80มันหมายถึงใคร

PostPosted: Sun Apr 04, 2010 2:22 am
by ultra7
หนูเหม่ง wrote:Super mob,Atom,ไอ้ป๊อก,ไอ้ควายลิ้มฯ...พวกมึงยัง HERE ได้อีกเยอะเลย :x :x :x :x


ไพร่พวกนี้ สมองเท่าอะตอม :lol:

Re: อีกเรื่องหนึ่ง...อำมาตย์อายุ80มันหมายถึงใคร

PostPosted: Sun Apr 04, 2010 3:21 am
by torres
บอกได้สั้นๆครับว่า
ช่างอัปปรีย์ชั่วช้าจัญไรเสียยิ่งกระไรนี่
คาดว่าจะไม่ได้ตายดี
คงจะตาย(ห่าน)เหมือนที่กลับจากม็อบที่ กทม.แล้วรถคว่ำตาย(โหง)ที่..... :evil: :evil:

Re: อีกเรื่องหนึ่ง...อำมาตย์อายุ80มันหมายถึงใคร

PostPosted: Sun Apr 04, 2010 10:51 am
by wincha
Image

“ผมเชื่ออย่างบริสุทธิ์ใจว่า พ.ต.ท.ทักษิณชื่นชอบระบบประธานาธิบดี ชอบด้วยความบริสุทธิ์ใจ และในใจลึกๆ อยากเป็นประธานาธิบดี ผมไม่ได้จินตนาการ ผมเชื่อตามที่เห็น เพราะ พ.ต.ท.ทักษิณได้แสดงออกต่อสาธารณะหลายครั้ง ทั้งในไทยและต่างประเทศ”

ชาวบ้านร้านตลาดที่นั่งดูหน้าจอเอ็นบีทีอยู่ อ้าปากค้าง ตาตะลึง

ส่วนนักเลือกตั้งเสื้อแดง ดิ้นเป็นไส้เดือนถูกขี่เถ้า!!!

คำพูดที่กล่าวมาข้างต้น เป็นคำตอบโต้ของรองนายกฯ “สุเทพ เทือกสุบรรณ” ที่กล่าวถึงกระทู้ถามสดของผู้ใหญ่บ้าน เอ๊ย! ส.ส.สัดส่วนเพื่อไทย “ร.ต.ท.เชาวริน ลัทธศักดิ์ศิริ” ที่กล่าวว่า เทพเทือกจงใจใส่ร้าย

กล่าวหาว่า “ทักษิณ” ต้องการกลับมาเพื่อเป็นประธานาธิบดี

ฝ่าย ค้านจะหยิบยกพฤติกรรมที่มองว่า พรรคประชาธิปัตย์ชอบใส่ร้ายป้ายสี หยิบเอาเกร็ดประวัติศาสตร์ ที่มีบุคคลนิรนามตะโกนประท้วงในโรงภาพยนตร์ศาลาเฉลิมกรุงว่า “ปรีดีฆ่าในหลวง” (รัชกาลที่ 8)

พยายามมองว่า พรรคประชาธิปัตย์จะใช้วิธีนี้ “ใส่ร้ายป้ายสี” ท่านทักษิณ

แต่ “เทพเทือก” ไม่ปล่อยให้ถูกรุมฝ่ายเดียว ใช้ความใจเย็นสยบกระทู้ถามสด ด้วยการใช้หลักที่ว่า “เชื่อว่าเป็นเช่นนั้น” หยิบยกสันดานขุดออกมา

ยกย่อง เปรียบตัวเองเป็น “เนลสัน แมนเดลา” ประธานาธิบดีแอฟริกาใต้

เทศนาหลวงตามหาบัว ญาณสัมปันโณ “อย่าลำพองอยากเป็นประธานาธิบดี”

กลุ่มรักเชียงใหม่ 51 ประกาศกร้าว “ถ้าเคลื่อนไหวตามปกติไม่ได้ผล ก็จะดึงมาเป็นประธานาธิบดีของคนภาคเหนือและภาคอีสาน”

หยิบคำพูดของไข่มุกดำ “การเมืองบางประเทศอยู่ดีๆ ทำให้สวรรค์เป็นนรก บางประเทศแก้ปัญหาโดยคนที่มีอำนาจ และประชาชนก็ทำสิ่งดีๆ ให้ประชาชน” ไปดูก็รู้เลยว่าโครงสร้างประธานาธิบดีเป็นแบบนี้

ไม่นับรวมกรณี ผู้มีบารมีนอกรัฐธรรมนูญ กระซิบข้างหู พูดลบหลู่ละเมิดศาล พูดถึงวัดพระแก้ว

“พ.ต.ท .ทักษิณคิดเช่นนั้นจริงๆ คนเป็นอดีตนายกฯ ที่ไหนจะมาพูดจาละเมิดศาลกันขนาดนี้ แต่พอตัวเองจะเสียหายก็นับถือศาลขึ้นมา แต่พอศาลวินิจฉัยว่าตนเองผิดก็บอกว่าคำวินิจฉัยไม่น่าเชื่อถือ จึงขอเรียนว่าพฤติกรรมของ พ.ต.ท.ทักษิณสะสม ว่าพูดเพื่อแสดงความนิยมยกย่องระบอบประธานาธิบดี”

แม้ คุณสุเทพจะโดนคุณทักษิณฟ้องไปแล้ว แต่เมื่อได้ฟังคำพูดที่ว่า พอตัวเองเสียหายก็นับถือศาลขึ้นมา พอศาลวินิจฉัยว่าผิดก็บอกว่าไม่น่าเชื่อถือ

คนอย่างคุณทักษิณ แพ้ทางศาลจริงๆ

เสื้อ แดงพวกนี้ไม่ชอบเปิดหน้าชกกันตรงๆ ในเรื่องเปลี่ยนแปลงจากระบบผู้นำสถาบันกษัตริย์ มาเป็นระบบประธานาธิบดี ใครมากระตุกต่อมก็หาข้ออ้างแบบข้างๆ คูๆ ว่า คนพวกนี้แค่ระบายอารมณ์

จะระบายอารมณ์ ด่าศาลด่าเจ้าอย่างที่ “สากกะบือ” อ้างถึง จริงหรือมั่วชัวร์หรือไม่ ตอนนี้เสื้อแดงร้อยเอ็ด “นิสิต สินธุไพร” อดีต ส.ส.ร้อยเอ็ด พรรคพลังแม้วโดนไปแล้ว

ข้อหาหมิ่นพระบรมเดชานุภาพพ่วงด่าศาล

เรื่องของเรื่อง ก็ตอนที่เสื้อแดงพวกนี้ไปป่วนเสื้อเหลือง ช่วงมาตั้งเวทีที่ร้อยเอ็ด นักการเมืองแกนนำเสื้อแดงไล่เรียงตั้งแต่ นิสิต สินธุไพร, วราวงษ์ พันธุ์ศิลา, ศักดา คงเพ็ชร พวกนี้ปราศรัยหยาบคายมันในอารมณ์

เมื่อเพลงสรรเสริญพระบารมีดังขึ้นมา แกนนำเสื้อแดงตะโกนออกมาว่า “ทักษิณ จงเจริญ” แถมท้ายด้วยการปราศรัยของนายนิสิต ด่าไปแล้วว่า “ศาลเหี้...” ถ่ายวีดีโอเห็นชัด บันทึกเป็นซีดีแล้ว

ฟ้องด้วยภาพ ผิดเต็มๆ

ยังจำ “กลุ่มชักธงรบ” ที่อุบลราชธานีได้ไหมครับ คนที่ขึ้นไปด่ายายเนียมบนห้องไอ.ซี.ยู.ในโรงพยาบาลสรรพสิทธิประสงค์ จนยายเนียม คนที่ให้แหวนทองเหลืองแก่นายกฯ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ต้องตรอมใจตายระหว่างทางกลับบ้านนั่นแหละ เดี๋ยวนี้หัวก้าวหน้าขึ้นมาเยอะ

ล่าสุดไปเชื้อเชิญอาจารย์รัฐศาสตร์ จุฬาฯ “อ.ใจ อึ๊งภากรณ์” ลูกป๋วยครึ่งบกครึ่งน้ำ เอ๊ย! จีนปนอังกฤษ ที่ประกาศตนไม่เอาเจ้า คนเดียวกับผู้ต้องหาคดีหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ ที่ไปโอบกอด “เจ๊เพ็ญ” กลางเวทีสนามหลวงนั่นแหละ จัดเสวนามันที่คณะรัฐศาสตร์ ม.อุบลราชธานี เกณฑ์ชาวบ้านเสื้อแดงมานั่งฟังเป็นแถว

เห็น ภาพนี้ก็ดีแล้ว ถ้าผมจะใช้ "ตรรกะระบายอารมณ์" เหมือนอย่างที่คุณเชาวรินกล่าวอ้างว่า ก็จงตอกย้ำให้น่าเชื่อไปอีกว่า “เสื้อแดงไม่เอาสถาบัน”

คงมีคนตามด่าผมอีกนั่นแหละ ... ผมว่า

เมื่อ วานนี้พูดคุยโทรศัพท์กับอาจารย์ท่านหนึ่ง หลังทราบข่าวว่าคุณทักษิณถูกทางการจีนและญี่ปุ่นขึ้นบัญชีดำเป็นบุคคลไม่พึง ประสงค์ และญี่ปุ่นสั่งห้ามเข้าประเทศ เป็นประเทศที่ 2 รองจากอังกฤษที่เพิกถอนวีซ่าเข้าประเทศ

อาจารย์ให้คำถามกับผมว่า สถาบันผู้นำสูงที่สุดของ “อังกฤษ” คืออะไร และสถาบันผู้นำสูงที่สุดของ “ญี่ปุ่น” คืออะไร ชี้ให้เห็นว่า ตำแหน่งนายกรัฐมนตรีมีความสำคัญในแง่ของผู้นำประเทศ ที่เข้ามาบริหารราชการแผ่นดินผ่านการเลือกตั้งของประชาชน แต่ทำไมความสำคัญเป็นที่พูดถึงน้อยกว่า

อาจารย์เห็นว่า เรื่องนี้ต้องมองถึงภาพของความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ (International Relation) ที่มีมาตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน ทั่วโลกยอมรับโดยดุษฎีแล้วว่า ตั้งแต่อดีตจนถึงศตวรรษที่ 20 สถาบันผู้นำโลกที่ยอมรับ

เรียง ลำดับตั้งแต่สถาบันพระมหาจักรพรรดิ (The Emperor), สถาบันพระมหากษัตริย์ (The King), สถาบันพระมหาราชินี (The Queen), สถาบันสุลต่าน (The Sultan) และสถาบันประธานาธิบดี (The President)

สำหรับสถาบันพระมหา กษัตริย์ คงไม่ต้องมีขัดแย้งเลย ถ้าประชาคมโลกจะพูดถึง The King of Siam หรือ The King of Thailand ที่มีมาตั้งแต่สมเด็จพระนารายน์มหาราช ที่มีความสัมพันธ์ทางการทูตกับฝรั่งเศส จนกระทั่งพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลปัจจุบัน

จวบจนปัจจุบัน ทั้ง 5 สถาบันผู้นำ แม้จะมีความแตกต่างในแง่ของรูปแบบการปกครอง แต่ความสัมพันธ์ของทั้ง 5 สถาบันผู้นำ ก็ถือว่ามีความเกี่ยวเนื่องในเชิงการเข้าถึงกันตั้งแต่ครั้งโบราณ ถือได้ว่าสถาบันโลกที่มีความสัมพันธ์ทางการทูตแน่นแฟ้นนั้น แทบจะขาดกันไม่ได้

โดยเฉพาะ 3 สถาบันแรกที่มีมาแต่โบราณ อย่างสถาบันพระมหาจักรพรรดิ สถาบันพระมหากษัตริย์ และสถาบันพระราชินี

เฉก เช่นพระราชพิธีสำคัญ เราจะเห็นภาพของผู้นำสูงสุด หรือส่งเจ้าหญิง-เจ้าชายของแต่ละสถาบัน เป็นตัวแทนเข้าร่วมพิธี หรือการสาบานตนเพื่อเข้ารับตำแหน่งของประธานาธิบดี จะต้องมีผู้นำของสถาบันหลักๆ ในโลกส่งพระราชสาสน์แสดงความยินดี

หาก เกิดเหตุที่ทำให้สถาบันแห่งใดแห่งหนึ่งล้มลงมาเป็นหลัก แน่นอนว่าความมั่นคงต่อสถาบัน โดยเฉพาะความปลอดภัยจากอริราชศัตรู จะเกิดความสั่นคลอนสูงมาก และแน่นอนว่าสถาบันอื่นๆ จะต้องขาดเสถียรภาพ และท้ายที่สุดถ้าไม่มั่นคงก็จะล้มลงตามเป็นโดมิโน

ใครตั้งตน เป็นอริราชศัตรูต่อประเทศนั้นก่อน ถือเป็นศัตรูต่อทุกสถาบัน ไม่เว้นแม้แต่สถาบันประธานาธิบดี ที่จะต้องล่มสลายตาม เพราะคนทรยศ ใช้วัฒนธรรมพวกมาลากไป ทำสงครามเอาชนะคะคานจนลืมนึกถึงความถูกต้อง

ความ สัมพันธ์ทางการทูตกับสถาบันหลักของโลกที่เหลืออยู่ แน่นอนว่าต้องแลกด้วยคำว่าอดทน ทำไมในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 ไทยยังยืนอยู่ตรงกลางระหว่างฝ่ายอักษะของญี่ปุ่น และฝ่ายสัมพันธมิตรของอังกฤษและอเมริกาได้

ฟังสิ่งที่อาจารย์ท่านนั้น เล่าให้ฟังแล้ว เรียบเรียงพอที่จะสติปัญญาจะเอื้ออำนวย คงเป็นเพราะพระมหากษัตริย์ของเรา ดำรงอยู่ด้วยหลักทศพิศราชธรรมนั่นเอง ที่ทำให้สถาบันยังคงยืนอยู่ได้ และเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับประเทศไทย คงไม่ล่มสลายเหมือนกษัตริย์คเยนทราของเนปาล อย่างที่มีคนนำมาโจมตี

แม้ ในตอนนี้จะมีขบวนการโฆษณาชวนเชื่อว่า สถาบันเป็นส่วนเกินของสังคม โดยหยิบเอากษัตริย์คเยนทรามาเป็น Case Study ในนิตยสารมติชนสุดสัปดาห์ ซึ่งรู้กันอยู่ว่าบรรณาธิการเป็นพวกคอมมิวนิสต์อารมณ์ค้าง จนพวกนักวิชาการซ้ายอกหักพวกนี้ตอกย้ำ แล้วหยิบโยงให้สถาบันเป็นเรื่องเลวร้ายต่อประเทศชาติไม่เลิกรา


ที่มา http://www.oknation.net/blog/print.php?id=393982

Re: อีกเรื่องหนึ่ง...อำมาตย์อายุ80มันหมายถึงใคร

PostPosted: Sun Apr 04, 2010 10:53 am
by wincha
เปิดคำพิพากษา! 'ทักษิณ' อยากเป็นประธานาธิบดี - พฤติกรรมชัดจ้องล้มสถาบันฯ
http://news.bluegy.com/13936/%E0%B9%80%E0%B8%9B%E0%B8%B4%E0%B8%94%E0%B8%84%E0%B8%B3%E0%B8%9E%E0%B8%B4%E0%B8%9E%E0%B8%B2%E0%B8%81%E0%B8%A9%E0%B8%B2!-%E0%B8%97%E0%B8%B1%E0%B8%81%E0%B8%A9%E0%B8%B4%E0%B8%93-%E0%B8%AD%E0%B8%A2%E0%B8%B2%E0%B8%81%E0%B9%80%E0%B8%9B%E0%B9%87%E0%B8%99%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%98%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B8%B2%E0%B8%98%E0%B8%B4%E0%B8%9A%E0%B8%94%E0%B8%B5---%E0%B8%9E%E0%B8%A4%E0%B8%95%E0%B8%B4%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%A3%E0%B8%A1%E0%B8%8A%E0%B8%B1%E0%B8%94%E0%B8%88%E0%B9%89%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%A5%E0%B9%89%E0%B8%A1%E0%B8%AA%E0%B8%96%E0%B8%B2%E0%B8%9A%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B8%AF.html

คำ พิพากษายกฟ้องคดี “ทักษิณ” ฟ้องหมิ่น “สุเทพ” แฉอยากกลับมาเป็นประธานาธิบดี ศาลชี้ชัดมีหลักฐาน พฤติกรรมโจทก์อันไม่เหมาะสมต่อองค์พระมหากษัตริย์-จ้องล้มสถาบันพระมหา กษัตริย์ อ้างผู้มีบารมีเหนือรัฐธรรมนูญมาก่อความวุ่นวายต่อระบอบประชาธิปไตย พร้อมยอมรับคนเสื้อแดงเป็นพลังสนับสนุนที่สำคัญของโจทก์ โดยมีการตั้งโต๊ะเสนอให้ยกเลิกประมวลกฎหมายอาญาข้อหาหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ

จากกรณีเมื่อวันที่ 22 มิ.ย.ที่ผ่านมา ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก ศาลออกนั่งบัลลังก์อ่านคำสั่งคดีหมายเลขดำ อ.425/2552 ที่ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี โดยนายอุดม โปร่งฟ้า ทนายความ ผู้รับมอบอำนาจเป็นโจทก์ฟ้องนายสุเทพ เทือกสุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ฝ่ายความมั่นคงเป็นจำเลยในความผิดฐานหมิ่นประมาทโดยการโฆษณา ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 326, 328 กรณีเมื่อวันที่ 3 ก.พ.ที่ผ่านมา จำเลยได้ให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนทำนองว่า “โจทก์ไม่ยอมแพ้ทางการเมือง และต้องการจะกลับมาเป็นประธานาธิบดี”

โดยคดีนี้ ศาลพิเคราะห์พยานหลักฐานในชั้นไต่สวนมูลฟ้องโจทก์แล้วเห็นว่า ข้อความที่โจทก์กล่าวให้สัมภาษณ์เป็นการติชมโดยสุจริต ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 329 ไม่ได้มุ่งใส่ความให้โจทก์ได้รับวามเสียหาย คดีจึงไม่มีมูล พิพากษาให้ยกฟ้อง

และทันทีที่ศาลพิพากษายกฟ้อง ประชาชนจำนวนมากต่างให้ความสนใจต่อคดีดังกล่าว โดยเฉพาะพยานหลักฐานในคดีเกี่ยวกับพฤติกรรมของโจทก์ (ทักษิณ) เป็นไปอย่างไร จึงทำให้ศาลเชื่อว่า จำเลย(สุเทพ) ติชมโดยสุจริตใจ

ดังนั้น เพื่อให้ประชาชนผู้รักชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ เกิดความกระจ่างในคำพิพากษามากขึ้น “ทีมข่าวอาชญากรรม เอเอสทีวีผู้จัดการออนไลน์” จึงขอนำเสนอ ย่อคำพิพากษา ในคดีดังกล่าวดังนี้ ...

... คดีนี้ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร เป็นโจทก์ฟ้อง นายสุเทพ เทือกสุบรรณ ข้อหาหมิ่นประมาทที่ศาลอาญา สืบเนื่องจากนายสุเทพได้ให้สัมภาษณ์ต่อสื่อมวลชนเมื่อวันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2552 ว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร คิดจะกลับมาเป็นประธานาธิบดีและยังได้กล่าวอภิปรายในสภาเมื่อวันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2552 ว่า “ผมเชื่อโดยบริสุทธิ์ใจว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ชอบระบอบประธานาธิบดีในจิตใจส่วนลึกของ พ.ต.ท.ทักษิณ อยากเป็นประธานาธิบดี” จึงขอให้ศาลลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 328

ศาลได้ไต่สวนมูลฟ้องและได้นัดฟังคำพิพากษาในวันนี้ (22 มิ.ย.2552) เวลา 09.00 น.ศาลได้มีคำพิพากษายกฟ้องโจทก์ โดยวินิจฉัยว่า การกระทำของจำเลยเป็นการแสดงความคิดเห็นหรือข้อความใดโดยสุจริตเพื่อความชอบ ธรรม ป้องกันตนหรือป้องกันส่วนได้เสียเกี่ยวกับตนตามคลองธรรม ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 329 (1) ทั้งนี้ ศาลได้พิเคราะห์จากพยานหลักฐานในชั้นไต่สวนมูลฟ้องสรุปได้ว่า โจทก์เคยดำรงตำแหน่งเป็นนายกรัฐมนตรี ระหว่างปี 2544 ถึง 2549 ระหว่างดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี พระธรรมวิสุทธิมงคล (หลวงตามหาบัว ญาณสัมปันโน) เห็นว่าโจทก์มีพฤติการณ์เหยียบย่ำ ชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ จึงได้เทศนาสั่งสอนโจทก์เมื่อวันที่ 22 กันยายน 2548 ว่า อย่าคิดอาจเอื้อมเป็นประธานาธิบดี รายละเอียดปรากฏตามหนังสือฯ เอกสารหมาย ล.4 และใน ส่วนตัวโจทก์เองก็ ได้แสดงพฤติกรรมอันไม่เหมาะสมต่อองค์พระมหากษัตริย์ คือ เมื่อวันที่ 25 ธันวาคม 2548 โจทก์ได้พูดกลับกลุ่มบุคคลที่หอประชุมอินดอร์สเตดียมหัวหมาก ด้วยข้อความไม่เหมาะสมต่อองค์พระมหากษัตริย์ ต่อมาเมื่อวันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2549 โจทก์ได้พูดในรายการนายกทักษิณ คุยกับประชาชน ทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย เรื่องการลาออกจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรีของโจทก์ โดยใช้ถ้อยคำไม่เหมาะสมต่อองค์พระมหากษัตริย์ และเมื่อวันที่ 29 มิถุนายน 2549 โจทก์ได้พูดต่อข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ที่ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล ว่ามีผู้บารมีเหนือรัฐธรรมนูญมาก่อความวุ่นวายต่อระบอบประชาธิปไตยมากเกินไป จนทำให้นายมีชัย ฤชุพันธุ์ ได้ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนว่า การกระทำของโจทก์ทำให้ประชาชนเคลือบแคลงสงสัยว่าโจทก์ไม่ปกป้องต่อสถาบันพระ มหากษัตริย์ ดังปรากฏตามหนังสือพิมพ์เอกสารหมาย ล.26 และ ล.27

เมื่อโจทก์พ้นจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรีแล้วได้มีการชุมนุมของกลุ่มคน เสื้อแดง โจทก์ได้โทรศัพท์พูดคุยกับ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคพลังประชาชน ระหว่างสัมมนาที่โรงแรมที่อำเภอเขาใหญ่ จังหวัดนครราชสีมา โดยโจทก์ยอมรับว่า คนเสื้อแดงเป็นพลังสนับสนุนที่สำคัญของโจทก์ ตามเอกสารหมาย ล.1 การชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อแดงทุกครั้งได้นำรูปของโจทก์ขึ้นนำขบวน ปรากฏตามเอกสารหมาย ล.12, ล.15 โจทก์ยังได้พูดคุยกับกลุ่มคนเสื้อแดงเรียกร้องให้บรรดาสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคไทยรักไทย พรรคพลังประชาชน และ พรรคเพื่อไทย ขึ้นกล่าวปราศัยบนเวทีของคนเสื้อแดง นอกจากนี้ ร้อยตำรวจโท เชาวริน ลัทธศักดิ์ศิริ ก็ได้อภิปรายยอมรับต่อที่ประชุมสภา เมื่อวันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2552 ว่า “พรรคไทยรักไทย พรรคพลังประชาชน และพรรคเพื่อไทย มีความเชื่อมโยงกันเป็นเนื้อเดียวกัน และพรรคเพื่อไทยก็ได้จัดทำเสื้อแดงเตรียมไว้ให้บรรดาสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคเพื่อไทยเพื่อนำไปแจกจ่ายให้กับกลุ่มคนเสื้อแดงที่มาชุมนุมเมื่อวันที่ 13 ธันวาคม 2551” ตามเอกสารหมาย ล.10, ล.11 และการชุมนุมของคนเสื้อแดงทุกครั้งมักจะพูดพาดพิงถึงสถาบันพระมหากษัตริย์ เช่น การชุมนุมเมื่อวันที่ 18 กรกฎาคม 2550, วันที่ 10 มิถุนายน 2551, วันที่ 15 สิงหาคม 2251 โดยเฉพาะการ ชุมนุมที่หน้ารัฐสภาเมื่อวันที่ 29 ธันวาคม 2551 กลุ่มคนเสื้อแดงได้นำพระบรมฉายาลักษณ์ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและ สมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถ ติดไว้ที่ฉากหลังเวที

โดยมีข้อความที่ไม่เหมาะสมอย่างยิ่ง ปรากฏตามเอกสารหมาย ล.14 ต่อมาเมื่อวันที่ 31 มกราคม 2552 มีการชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อแดงหลายครั้งและมีการตั้งโต๊ะเสนอให้ยกเลิก ประมวลกฎหมายอาญาข้อหาหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ ปรากฎตามเอกสารหมาย ล.16 ล.21 จากพฤติกรรมของโจทก์เป็นผลให้ พล.ต.อ.วิสิษฐ เดชกุญชร เขียนบทความลงในหนังสือพิมพ์ว่าโจทก์หลบหลู่ดูหมิ่นสถาบันพระมหากษัตริย์ ปรากฏตามเอกสารหมาย ล.31

นอกจากนี้ พล.อ.พิจิตร กุลละวณิชย์ ก็ยังได้ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนว่า โจทก์จ้องล้มสถาบันพระมหากษัตริย์ตามหนังสือพิมพ์มติชน ฉบับวันที่ 4 เม.ย. 2552 ซึ่งโจทก็น่าจะหยุดการกระทำอันไม่บังควรดังกล่าว แต่โจทก์กลับไม่หยุด และในทางกลับกันโจทก็กลับให้สัมภาษณ์หนังสือพิมพ์ไฟแนนเซี่ยลไทม์ว่า “พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ควรทราบเรื่องแผนการรัฐประหารมาล่วงหน้า” ตาม หนังสือพิมพ์แนวหน้า ฉบับวันที่ 15 พ.ค.2552 โจทก์ยังได้ให้การสนับสนุนกลุ่มคนเสื้อแดงให้มาชุมนุมกันที่ถนนราชดำเนิน ลานพระบรมรูปทรงม้า จนนำไปสู่การจลาจล ซึ่งชวนให้เห็นว่า เป็นส่วนหนึ่งของการปฏิวัติโดยประชาชนตามคำชักชวนของโจทก์

ทั้งนี้ เพราะโจทก์กับกลุ่มคนเสื้อแดงย่อมรู้อยู่แล้วว่า การเปลี่ยนแปลงการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข ไปสู่การปกครองระบอบประชาธิปไตยรูปแบบอื่นตามที่โจทก์ต้องการไม่อาจทำได้โดย การแก้ไขรัฐธรรมนูญ พุทธศักราช 2550 ม.291 วรรค 2 จากพฤติการณ์ของโจทก์และกลุ่มคนเสื้อแดงย่อมบ่งชี้ให้เห็นว่ามีเจตนาที่ส่อ ไปในทางที่สอดคล้องกับคำเทศนาของหลวงตามหาบัว ญาณสัมปัณโน จำเลยอยู่ในฐานะอันชอบธรรมที่จะแสดงความคิดเห็นได้ ทั้งนี้ เพราะจำเลยดำรงตำแหน่งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร และรองนายกรัฐมนตรี ซึ่งตามรัฐธรรมนูญ พุทธศักราช 2550 มาตรา 123 บัญญัติว่าก่อนเข้ารับหน้าที่ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จะต้องกล่าวปฏิญาณตนในที่ประชุมสภาว่าจะปฏิบัติหน้าด้วยความซื่อสัตย์สุจริต เพื่อประโยชน์ของประเทศชาติและประชาชน ทั้งจะรักษาไว้และปฏิบัติตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยทุกประการ และตามรัฐธรรมนูญ พุทธศักราช 2550 มาตรา 175 บัญญัติว่า ก่อนเข้ารับหน้าที่รัฐมนตรีต้องถวายสัตย์ปฏิญาณต่อหน้าพระมหากษัตริย์ว่า จะจงรักภักดีต่อพระมหากษัตริย์ และรัฐธรรมนูญ มาตรา 8 บัญญัติว่า พระมหากษัตริย์ทรงดำรงอยู่ในฐานะอันเป็นที่เครารพสักการะ ผู้ใดจะละเมิดมิได้ ซึ่งจำเลยและประชาชนผู้จงรักภักดีต่อพระมหากษัตริย์มีสิทธิโดยชอบธรรมที่จะ ปกป้องพระมหากษัตริย์ให้ผู้ใดล่วงละเมิด

นอกจากนี้ การที่จำเลยพูดให้สัมภาษณ์เมื่อวันที่ 3 ก.พ.2552 ว่า โจทก์คิดจะกลับมาเป็นประธานาธิบดี นั้นสืบเนื่องจากกรณีที่ โจทก์ ได้พูดคุยกับผู้ร่วมสัมมนาว่า รัฐบาลประชาธิปัตย์เป็นเสือหิวเสือโหย ดังนั้น ตามที่จำเลยวิเคราะห์ถึงพฤติกรรมของโจทก์ แล้วสรุปว่าวันหนึ่งโจทก์จะกลับมาเป็นประธานาธิบดี จึงน่าเชื่อว่าจำเลยกล่าวไปโดยมีเจตนาว่ากล่าวตักเตือนโจทก์และคนเสื้อแดงมิ ให้กระทำการล่วงละเมิดต่อองค์พระมหากษัตริย์ จากสถานะของจำเลยจึงอยู่ในฐานะและมีสิทธิอันชอบธรรมที่จะแสดงความคิดเห็น หรือข้อความนั้นได้ การกระทำของจำเลยซึ่งเป็นการแสดงความคิดเห็นหรือข้อความโดยสุจริต เพื่อความชอบธรรมป้องกันตนหรือป้องกันส่วนได้ส่วนเสียเกี่ยวกับตนตามครอง ธรรม ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 329 (1) การกระทำของจำเลย จึงไม่มีมูลความผิดตามฟ้อง พิพากษายกฟ้อง