6 เม.ย. นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ออกแถลงการณ์ของศูนย์อำนวยการรักษาความสงบเรียบร้อย (ศอ.รส.) ผ่านสถานีวิทยุโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจแห่งประเทศไทย วันนี้ (6 เม.ย.) ถึงสถานการณ์ภาพรวมล่าสุดของเหตุการณ์ความไม่สงบจากผู้ชุมนุมกลุ่มคนเสื้อแดง ที่กำลังปิดถนนราชประสงค์ว่า
ผมและผู้ที่รับผิดชอบทุกท่านที่เกี่ยวกับความมั่นคง ได้ติดตามสถานการณ์ต่างๆ อย่างใกล้ชิดตลอดเวลา รวมทั้งได้มีการดำเนินการตามมาตรการต่างๆ ด้วยความมุ่งหมายที่ต้องการให้บ้านเมืองกลับมาสู่ความปกติ และกลับมามีความสงบสุขให้กับพี่น้องประชาชนทุกคนทั้งประเทศ การชุมนุมเคลื่อนไหวในช่วงเวลาที่ผ่านมา ได้กระทำเกินเลยขอบเขตตามที่กำหนดไว้ในรัฐธรรมนูญ ได้มีการร้องต่อศาลให้วินิจฉัยเกี่ยวกับการชุมนุมที่เกิดขึ้น
เมื่อคืนที่ผ่านมา (5 เม.ย.) หลังจากรัฐบาลได้ประชาสัมพันธ์เกี่ยวกับข้อกฎหมายให้ผู้ชุมนุมได้ทราบระดับหนึ่งแล้ว ขณะที่คำสั่งของศาลก็ได้วินิจฉัยแล้วว่า การชุมนุมที่สี่แยกราชประสงค์เป็นการชุมนุมที่อยู่นอกเหนือขอบเขตที่กำหนดไว้ในรัฐธรรมนูญ นอกจากนั้นการที่ศาลได้ยกคำร้องที่ทาง ศอ.รส.ได้ยื่นคำร้องขอไป แล้วมีผู้คัดค้านนั้น เป็นเพราะกฎหมายที่ศอ.รส.ประกาศใช้นั้น มีผลบังคับใชได้ทันที โดยไม่จำเป็นที่จะต้องร้องขอตามอำนาจของศาลอีก
เมื่อเป็นเช่นนั้นในช่วงเช้าวันนี้ ทางรัฐบาลโดยศอ.รส. ได้ดำเนินการให้ทางเจ้าหน้าที่ทหารและตำรวจ เข้าไปดำเนินการเพื่อบังคับให้เป็นไปตามสภาพของกฎหมาย โดยทั้งนี้ก็ต้องดำเนินการตามขั้นตอน และตามหลักของสากล เจ้าหน้าที่ได้เข้าไปเสริมกำลัง เพื่อที่จะเริ่มต้นการประชาสัมพันธ์ เพื่อให้ประชาชนได้รับทราบถึงสถานะที่ผิดกฎหมายของการชุมนุม เพื่อดำเนินการไปตามขั้นตอนต่อไป พร้อมๆ กันนั้น เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ดำเนินการไปร้องต่อศาล เพื่อขอหมายจับ บรรดาผู้ชุมนุมที่ได้ขึ้นเวทีปราศรัย หลังจากที่ได้มีคำสั่งให้การชุมนุมดังกล่าวเป็นการชุมนุมที่ผิดกฎหมาย
ขอเรียนครับว่าที่ศาลได้วินิจฉัยว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถจับกุมบรรดาผู้ที่ปราศรัย หรือผู้ที่ชุมนุมในพื้นที่ ขณะที่กระทำความผิดได้เท่านั้น แต่หากว่าเป็นการจับกุมภายหลังจากที่กลุ่มผู้ชุมนุมเหล่านั้นทำความผิด หรือได้ลงจากเวทีแล้ว จำเป็นที่จะต้องดำเนินการตามขั้นตอนปกติ โดยการขออนุมัติออกหมายจับครั้งนี้ ศาลก็วินิจฉัยว่ายังไม่ถึงขั้นตอนนั้น ขอให้เจ้าหน้าที่ตำรวจออกหมายเรียกที่จะได้มีการปฏิบัติต่อไป เว้นแต่จะมีการจับกุมแกนนำเมื่ออยู่บนเวที
ขณะเดียวกันเมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจทหารได้มีการเสริมกำลัง และเรี่มต้นที่จะดำเนินการบังคับให้เป็นไปตามกฎหมาย ข้อเท็จริงก็ปรากฎว่า ผู้ที่เป็นแกนนำกำลังปราศรัยบนเวที ได้มีการให้ข้อมูลที่บิดเบือนผู้ที่อยู่ในที่ชุมนุมตลอดเวลาว่า และการชุมนุมที่เป็นอยู่ดังกล่าว เป็นการชุมนุมที่ชอบด้วยกฎหมาย ยกเพียงแค่ว่าบางคำร้องที่ทางศอ.รส.ได้มีการขอไป นอกจากนั้นยังมีการบิดเบือนข่าวสาร โดยระบุว่า รัฐบาลนั้นกำลังจะเข้าไปปราปรามโดยใช้กำลังทำร้ายผู้ชุมนุม
นอกจากนั้น ยังมีการใช้เครือข่ายของสถานีโทรทัศน์เพื่อสร้างความเข้าใจที่ผิดไปทั้ง 2 เรื่อง กล่าวคือ ว่าด้วยการชุมนุมนั้นเป็นไปโดยชอบด้วยกฎหมาย และเจ้าหน้าที่กำลังจะเข้าไปทำร้ายประชาชนโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย หรือไม่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญ ผลของการกระทำดังกล่าว ทำให้มีการระดมพี่น้องประชาชนที่เข้าใจผิด ทั้งในแง่ของข้อกฎหมาย และเจตนาของเจ้าหน้าที่ เข้าไปสู่ที่ชุมนุมเป็นจำนวนมาก จนในที่สุดเจ้าหน้าที่ต้องตัดสินใจว่า จำเป็นต้องผ่อนคลายสถานการณ์ ไม่ให้เกิดความตึงเครียด และไม่ให้เกิดความสูญเสีย ที่จะนำไปสู่ความสูญเสีย และถูกนำไปบิดเบือน นำมาสู่เหตุบานปลายได้
ผมขอเรียนว่าแม้จะกระนั้นก็ตาม ศอ.รส. รัฐบาล และตัวผมเอง ก็ยังมีความมุ่งมั่นอย่างเต็มที่ในการบังคับใช้กฎหมาย และมุ่งมั่นที่ใช้อย่างต่อเนื่อง ผมทราบดีถึงเสียงสะท้อนของพี่น้องประชาชนที่ปรารถนาจะเห็นความถูกต้อง ที่ปรารถนาจะเห็นบ้านเมืองสามารถบังคับใช้กฎหมายได้เต็มที่ และแน่นอน จากเสียงสะท้อนของบางฝ่าย ที่ต้องการเห็นความเด็ดขาด ผมเข้าใจดีว่าสถานการณ์ปัจจุบันไม่เป็นที่น่าพอใจ ตัวเองและผู้ที่เกี่ยวข้องที่อยู่ตรงนี้ก็ไม่พอใจ และก็จะไม่ลดละความพยายามที่จะนำบ้านเมืองกลับเข้าสู่ภาวะปกติโดยเร็วที่สุด
สำหรับตัวผมเองนั้น เนื่องจากมีกำหนดการที่เกี่ยวข้องกับการเดินทางไปต่างประเทศ ก็จะมีการปรับกำหนดการดังกล่าว โดยในส่วนของการประชุมอาเซียนที่เป็นระดับผู้นำ ก็จะปรับลดเวลาเพื่อสามารถไปร่วมกับมิตรประเทศในอาเซียนได้ แต่ก็จะรีบกลับมาประเทศไทย เพื่อติดตามความคืบหน้าของสถานการณ์ในประเทศไทยได้ตลอดเวลา ส่วนกรณีวันที่ 10 เม.ย. หากเหตุการณ์ยังไม่กลับเข้าสู่ภาวะปกติ ผมก็จะงดการเดินทางไปกรุงวอชิงตัน ดีซี ที่เป็นการประชุมสุดยอดเกี่ยวกับนิวเคลียร์ หรือความมั่นคงทางด้านนิวเคลียร์
ขอย้ำกับพี่น้องประชาชนอีกครั้งหนึ่งว่า รัฐบาล ศอ.รส. และเจ้าหน้าที่ทุกคน มีความปรารถนาอยากจะเห็นความสงบสุขเกิดขึ้นในบ้านเมือง และจะมุ่งมั่นทุ่มเทอย่างเต็มความสามารถ เพื่อจะให้เกิดสิ่งนี้กับพี่น้องประชาชนโดยเร็วที่สุด ผมไม่อยากให้พี่น้องประชาชนที่รักความถูกต้อง ที่อยากเห็นบ้านเมืองที่ปกครองด้วยกฎหมายนั้น มีความท้อถอย การบังคับใช้กฎหมายในสถานการณ์ที่มีความละเอียดอ่อน ในสถานการณ์ที่มีคนเป็นจำนวนมาก ในสถานการณ์ที่มีการบิดเบือนข่าวสารกันได้ง่ายนั้น เป็นสิ่งที่เราจะต้องทำด้วยความรอบคอบ มิฉะนั้นจะทำให้สถานการณ์ลุกลามบานปลายออกไป
วันนี้เราได้เห็นแนวทางของผู้ชุมนุมในการบิดเบือนข่าวสาร เพื่อระดมพลเข้ามา อย่างที่เราได้เห็นตั้งแต่ตอนสายจนมาถึงบ่าย และในขณะนี้ พวกผมทุกคนได้มีการวางแผน และเตรียมที่จะดำเนินการเพื่อรับมือการดำเนินการในลักษณะเช่นนี้อีก และเร่งเดินหน้านำความสงบสุขกลับมาให้พี่น้องประชาชน ผมยังอยากจะเห็นพี่น้องประชาชนคนไทย ได้ฉลองเทศกาลสงกรานต์อย่างเป็นปกติ และผมกับเจ้าหน้าที่ทุกคน มีความมุ่งมั่น มีขวัญและกำลังใจอย่างเต็มที่ ที่จะแก้ไขปัญหานี้ให้ลุล่วงโดยเร็วที่สุด หากมีอะไรที่เป็นความคืบหน้า ก็จะขอถือโอกาสรายงานให้ทราบเป็นระยะๆ และขอความกรุณาพี่น้องประชาชนทุกท่าน ได้ช่วยกระจายข่าวสารที่ถูกต้อง โน้มน้าวบุคคลทุกกลุ่มทุกฝ่ายให้เป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน เพื่อที่จะนำความปกติสุขสู่สังคมไทย
ไทยรัฐ
