ภาคเอกชน”ต้าน“รัฐบาลมือเปื้อนเลือด”ปราบ“ผู้ชุมนุม” จี้“ยุบสภ
ท่องเที่ยว-ลงทุน ชี้พังยับไม่มีชิ้นดี จี้ยุบสภาผ่าวิกฤติ
@ เสริมกำลังใช้รถโรงเรียนขนทหาร
ผู้สื่อข่าวรายงานจากกรมทหารราบที่ 11 รักษาพระองค์ (ร.11 รอ.) ว่า ต่อมาเมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 10 เม.ย. ระหว่างที่กำลังทหาร-ตำรวจได้เข้าสลายการชุมนุมเพื่อยึดพื้นที่สะพานผ่านฟ้าลีลาศ ถนนราชดำเนินอยู่นั้น ทางศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน (ศอฉ.) ได้สั่งเสริมกำลังทหาร โดยนำกำลังทหารที่ประจำการอยู่ที่ ร.11 รอ.เข้าไปสมทบ โดยใช้รถบัสทหารสีเขียว 10 กว่าคันรถ บรรทุกทหารเต็มทุกคันออกไปจาก ร. 11 รอ. มุ่งหน้าไปตามถนนพหลโยธินขาเข้า ทั้งนี้เนื่องจากทางกองทัพต้องการเสริมกำลังทหารเพื่อเข้าสลายการชุมนุมอย่างเต็มพิกัด รถบัสทหารของกองทัพบกไม่เพียงพอจึงได้นำรถโรงเรียนที่เป็นรถมินิบัสสีเหลืองของโรงเรียนกองทัพบกอุปถัมภ์เพชราวุธวิทยา ซึ่งมีที่ตั้งอยู่ภายใน ร.11 รอ. เข้ามาร่วมลำเลียงกำลังทหารอีก 1 คัน โดยวิ่งปิดท้ายขบวนดังกล่าว
@ พท.เรียก ส.ส.ด่วนถกประเด็นร้อน
ผู้สื่อข่าวรายงานจากพรรคเพื่อไทยว่า ระหว่างที่เจ้าหน้าที่ทหารกำลังดำเนินการบุกเข้ายึดพื้นที่การชุมนุมบริเวณถนนราชดำเนินที่บรรยากาศเป็นไปอย่างดุดัน สำนักเลขาธิการพรรคเพื่อไทยได้ส่งข้อความสั้นเอสเอ็มเอส ไปยัง ส.ส.และแกนนำพรรคทุกคนให้เข้าร่วมประชุมที่ที่ทำการพรรคเพื่อไทยเป็นการด่วน ในเวลา 13.00 น. เพื่อประเมินสถานการณ์ในภาพรวมและตรวจสอบข้อมูลที่ได้ส่งคณะทำงานไปบันทึกภาพไว้ทั้งหมด โดยที่ประชุมได้นำภาพที่บันทึกได้มาพิจารณาและเช็กสถานการณ์การชุมนุมในพื้นที่ต่างจังหวัด โดยทั้งหมดเชื่อว่าสถานการณ์จะรุนแรงมากขึ้น และลุกลามไปในต่างจังหวัด อีกทั้งสาเหตุสำคัญคือกองทัพไม่มีเอกภาพ
@ ส่งคนบันทึกภาพจับโกหก ศอฉ.
จากนั้นเวลา 17.30 น. น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ ส.ส.กทม. นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว ส.ส.น่าน นายวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล ส.ส.แพร่ นางฐิติมา ฉายแสง ส.ส.ฉะเชิงเทรา น.ส.ละออง ติยะไพรัช ส.ส.เชียงราย นายการุณ โหสกุล นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรค ได้ร่วมกันแถลง โดย น.อ.อนุดิษฐ์กล่าวว่า ศูนย์ช่วยเหลือดูแลความปลอดภัยประชาชนของพรรคเพื่อไทย (ศชปป.) ได้มอนิเตอร์สถานการณ์การผลักดันผู้ชุมนุมบริเวณแยกเทวกรรมและกองทัพภาคที่ 1 พ.อ.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษก ศอฉ. ได้โกหกว่าเจ้าหน้าที่ทหารไม่มีการใช้อาวุธสงครามจัดการกับผู้ชุมนุม และจะมีนายทหารชั้นสัญญาบัตรและนายสิบอาวุโสเท่านั้นที่พกพาอาวุธ โดยคณะทำงานของพรรคเพื่อไทยได้เก็บตัวอย่างบริเวณที่สลายการชุมนุมเป็นกระสุนยางและปลอกกระสุนจริง ขนาด .22 ของปืนเจเกอร์ที่มีลักษณะเหมือนปืนเอ็ม 16 พร้อมเก็บภาพของพลทหารสะพายปืนแบบทราโวที่ผลิตในอิสราเอล มีประสิทธิภาพสังหารเท่าเอ็ม 16 เป็นอาวุธสงครามมีอำนาจทำลายล้างสูง เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นแสดงให้เห็นชัดเจนว่ารัฐบาลดำเนินการที่แยกเทวกรรมผิดกฎการใช้กำลัง เพราะแม้แต่การใช้กระสุนยางตามหลักการสากลก็กำหนดต้องใช้ได้ต่อเมื่อเห็นว่าผู้ชุมนุมเป็นภัยร้ายแรงและใช้อาวุธ
@ ประณามฝ่ายก่อเหตุรุนแรง
ด้าน นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว รองโฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า สำหรับผู้ได้รับบาดเจ็บจากกระสุนยาง พบว่าลักษณะบาดแผลฉีกขาด ที่ทางการแพทย์เรียกว่ากันช็อตบูม เป็นบาดแผลจากอาวุธปืน หรือเป็นแผลจากวัตถุที่มีลักษณะแข็งทื่อ แต่หากเทียบเคียงจากกระสุนปลอมก็เป็นการยิงเข้ามาโดยตรง ทำให้ได้รับบาดเจ็บ ซึ่งถ้าถูกจุดสำคัญอย่างตา อาจทำให้ถึงกับตาบอดได้ ดังนั้นพรรคเพื่อไทยขอประณามเป็นการกระทำที่รุนแรง และไม่คำนึงถึงสิทธิเสรีภาพประชาชน
@ สภาอุตฯชี้ภาพพจน์ไทยวิกฤติ
ด้านนายสันติ วิลาสศักดานนท์ รักษาการประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยถึงเหตุการณ์ การปะทะกันระหว่างกลุ่มคนเสื้อแดงกับกองกำลังฝ่ายทหาร และตำรวจของรัฐบาลเพื่อสลายการชุมนุม เมื่อวันที่ 10เม.ย.ที่ผ่านมา ว่า ภาพเหตุการณ์การปะทะกันของ 2 ฝ่าย ได้ถูกเผยแพร่ผ่านสำนักข่าวต่างประเทศไปทั่วโลกเรียบร้อย แล้ว และจะทำให้ภาพพจน์ประเทศไทยเข้าสู่ภาวะวิกฤติ ที่หน่วยงานที่ทำหน้าที่สร้างภาพพจน์ที่ดีของไทย ทำงานได้ยากลำบากในการเรียกความเชื่อมั่นคืนมา เมื่อภาพข่าว ดังกล่าวถูกเผยแพร่ออกไป จะทำให้มีรัฐบาลอีกหลายๆ ประเทศออกประกาศห้ามคนของประเทศตัวเองเดินทางเข้ามาเที่ยวในประเทศไทย ซึ่งน่าเป็นห่วงกับรายได้จากการท่องเที่ยว แต่ยังน่าพอใจในระดับหนึ่ง ที่แม้มีการปะทะกันก็ยังเป็นการใช้เพียงกระสุนยางปลอมและแก๊สน้ำตา ยังไม่มีการเสียชีวิต ทำให้เหตุการณ์ยังไม่น่าวิตก
@ อยากให้ 2 ฝ่ายเจรจารอบ 3
นายสันติกล่าวต่อว่า ภาคเอกชนก็เข้าใจว่ารัฐบาลคงต้องการสลายการชุมนุมก่อนเทศกาลสงกรานต์ แต่ก็อยากให้ทั้ง 2 ฝ่ายหันหน้ามาเจรจากันอีกครั้งหนึ่ง เพราะถึงอย่างไรทุกคนก็เป็นคนไทยด้วยกัน เชื่อว่าคนไทยทั้งประเทศ ก็ไม่อยากให้มีการสูญเสียเลือดเนื้อไปมากกว่านี้
"ถ้าเป็นไปได้ผมอยากเห็นแกนนำของรัฐบาลและคนเสื้อแดง หันมาเจรจากันอีกครั้งเป็นรอบที่ 3 หากเป็น ไปได้ก็อยากให้ยุติการใช้ความรุนแรงในช่วงวันสงกรานต์"
@ เอกชนไม่เห็นด้วยปราบม็อบ
นายผณิศวร ชำนาญเวช นายกสมาคมอาหารแช่ เยือกไทย กล่าวว่า ไม่เห็นด้วยกับการประท้วง และไม่เห็นด้วยมากขึ้นกับการใช้กำลังสลายการชุมนุม เพราะจะทำให้ภาพพจน์ประเทศไทยเสียหาย กระทบต่อความมั่นใจของต่างชาติที่จะเดินทางเข้ามา โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวที่จะยิ่งไม่กล้ามาเที่ยวในไทย และจะทำให้หลายประเทศออกประกาศเตือนห้ามมาเมืองไทยมากขึ้น เช่นเดียวกับการลงทุนที่เมื่อมีเหตุการณ์รุนแรง นักลงทุนก็จะชะลอการมาลงทุนในไทยทันที
"ตั้งแต่เริ่มมีการชุมนุมประท้วงแล้ว ลูกค้าของผมในต่างประเทศหลายรายเป็นห่วงว่าจะทำให้เราผลิตสินค้าตามคำสั่งซื้อและส่งมอบให้ไม่ทันตามกำหนด สอบถามตลอดเวลาว่าโรงงานเป็นยังไง การผลิตเป็นยังไง คนงานไปร่วมกับม็อบหรือเปล่า จะผลิตสินค้าให้ทันหรือไม่ แต่เราก็ชี้แจงตลอดว่าไม่มีอะไรน่าห่วง ส่งของทันเวลาแน่นอน ซึ่งลูกค้าประจำก็จะเชื่อเรา แต่ลูกค้าใหม่ๆก็คงกังวลมากกว่า บางรายที่อาจหาสินค้าจากประเทศอื่นทดแทนได้ก็ไม่สั่งซื้อจากเรา" นายผณิศวรกล่าว
@ คาดนักลงทุนเทขายหุ้น
ด้านนายไพบูลย์ นลินทรางกูล นายกสมาคมนักวิเคราะห์หลักทรัพย์ กล่าวถึงเหตุการณ์สลายการชุมนุมระหว่างกลุ่มผู้ชุมนุมเสื้อแดงกับฝ่ายรัฐบาลว่า อาจส่งผลให้การซื้อขายในตลาดหุ้นที่จะเปิดทำการในวันจันทร์ 12 เม.ย. จนมีผลให้นักลงทุนเทขายหุ้นเพื่อทำกำไรออกมา ซึ่งจะทำให้ดัชนีหุ้นปรับตัวลงได้ โดยเฉพาะนักลงทุนต่างชาติ ที่ถือว่าได้กำไรจากการเข้ามาลงทุนรอบนี้มากพอสมควรแล้ว ประกอบกับหลังจากการเปิดซื้อขายแล้ว ตลาดหุ้นไทยจะต้องปิดทำการต่อเนื่องไปอีก 3 วัน ซึ่งไม่สามารถประเมินสถานการณ์ในระหว่างนั้นได้ จึงถือเป็นความเสี่ยงและปัจจัยที่ไม่แน่นอน นักลงทุนจึงต้อง ขายเพื่อลดความเสี่ยงหรือทำกำไร ในฐานะที่เป็นหนึ่งในกรรมการตลาดหลักทรัพย์ฯนั้น ช่วงที่ผ่านมาในการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน ได้ติดตามสถานการณ์ตลอดเวลา หากมีเหตุรุนแรงหรือผิดปกติเกิดขึ้น คิดว่าทางคณะกรรมการกำกับและดูแลตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) และตลาดหลักทรัพย์ คงจะมีมาตรการดูแล รวมทั้งอาจมีการหารือกับฝ่ายเอกชน (โบรกเกอร์) เพื่อประเมินสถานการณ์ หรือสร้างความเข้าใจให้กับนักลงทุน ทางโบรกเกอร์มีความ พร้อมอยู่แล้วในการให้ความร่วมมือกับทางการ และการดูแลนักลงทุน
(ที่มา ไทยรัฐฉบับพิมพ์ , 11 เมษายน 2553)
@ เสริมกำลังใช้รถโรงเรียนขนทหาร
ผู้สื่อข่าวรายงานจากกรมทหารราบที่ 11 รักษาพระองค์ (ร.11 รอ.) ว่า ต่อมาเมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 10 เม.ย. ระหว่างที่กำลังทหาร-ตำรวจได้เข้าสลายการชุมนุมเพื่อยึดพื้นที่สะพานผ่านฟ้าลีลาศ ถนนราชดำเนินอยู่นั้น ทางศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน (ศอฉ.) ได้สั่งเสริมกำลังทหาร โดยนำกำลังทหารที่ประจำการอยู่ที่ ร.11 รอ.เข้าไปสมทบ โดยใช้รถบัสทหารสีเขียว 10 กว่าคันรถ บรรทุกทหารเต็มทุกคันออกไปจาก ร. 11 รอ. มุ่งหน้าไปตามถนนพหลโยธินขาเข้า ทั้งนี้เนื่องจากทางกองทัพต้องการเสริมกำลังทหารเพื่อเข้าสลายการชุมนุมอย่างเต็มพิกัด รถบัสทหารของกองทัพบกไม่เพียงพอจึงได้นำรถโรงเรียนที่เป็นรถมินิบัสสีเหลืองของโรงเรียนกองทัพบกอุปถัมภ์เพชราวุธวิทยา ซึ่งมีที่ตั้งอยู่ภายใน ร.11 รอ. เข้ามาร่วมลำเลียงกำลังทหารอีก 1 คัน โดยวิ่งปิดท้ายขบวนดังกล่าว
@ พท.เรียก ส.ส.ด่วนถกประเด็นร้อน
ผู้สื่อข่าวรายงานจากพรรคเพื่อไทยว่า ระหว่างที่เจ้าหน้าที่ทหารกำลังดำเนินการบุกเข้ายึดพื้นที่การชุมนุมบริเวณถนนราชดำเนินที่บรรยากาศเป็นไปอย่างดุดัน สำนักเลขาธิการพรรคเพื่อไทยได้ส่งข้อความสั้นเอสเอ็มเอส ไปยัง ส.ส.และแกนนำพรรคทุกคนให้เข้าร่วมประชุมที่ที่ทำการพรรคเพื่อไทยเป็นการด่วน ในเวลา 13.00 น. เพื่อประเมินสถานการณ์ในภาพรวมและตรวจสอบข้อมูลที่ได้ส่งคณะทำงานไปบันทึกภาพไว้ทั้งหมด โดยที่ประชุมได้นำภาพที่บันทึกได้มาพิจารณาและเช็กสถานการณ์การชุมนุมในพื้นที่ต่างจังหวัด โดยทั้งหมดเชื่อว่าสถานการณ์จะรุนแรงมากขึ้น และลุกลามไปในต่างจังหวัด อีกทั้งสาเหตุสำคัญคือกองทัพไม่มีเอกภาพ
@ ส่งคนบันทึกภาพจับโกหก ศอฉ.
จากนั้นเวลา 17.30 น. น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ ส.ส.กทม. นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว ส.ส.น่าน นายวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล ส.ส.แพร่ นางฐิติมา ฉายแสง ส.ส.ฉะเชิงเทรา น.ส.ละออง ติยะไพรัช ส.ส.เชียงราย นายการุณ โหสกุล นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรค ได้ร่วมกันแถลง โดย น.อ.อนุดิษฐ์กล่าวว่า ศูนย์ช่วยเหลือดูแลความปลอดภัยประชาชนของพรรคเพื่อไทย (ศชปป.) ได้มอนิเตอร์สถานการณ์การผลักดันผู้ชุมนุมบริเวณแยกเทวกรรมและกองทัพภาคที่ 1 พ.อ.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษก ศอฉ. ได้โกหกว่าเจ้าหน้าที่ทหารไม่มีการใช้อาวุธสงครามจัดการกับผู้ชุมนุม และจะมีนายทหารชั้นสัญญาบัตรและนายสิบอาวุโสเท่านั้นที่พกพาอาวุธ โดยคณะทำงานของพรรคเพื่อไทยได้เก็บตัวอย่างบริเวณที่สลายการชุมนุมเป็นกระสุนยางและปลอกกระสุนจริง ขนาด .22 ของปืนเจเกอร์ที่มีลักษณะเหมือนปืนเอ็ม 16 พร้อมเก็บภาพของพลทหารสะพายปืนแบบทราโวที่ผลิตในอิสราเอล มีประสิทธิภาพสังหารเท่าเอ็ม 16 เป็นอาวุธสงครามมีอำนาจทำลายล้างสูง เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นแสดงให้เห็นชัดเจนว่ารัฐบาลดำเนินการที่แยกเทวกรรมผิดกฎการใช้กำลัง เพราะแม้แต่การใช้กระสุนยางตามหลักการสากลก็กำหนดต้องใช้ได้ต่อเมื่อเห็นว่าผู้ชุมนุมเป็นภัยร้ายแรงและใช้อาวุธ
@ ประณามฝ่ายก่อเหตุรุนแรง
ด้าน นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว รองโฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า สำหรับผู้ได้รับบาดเจ็บจากกระสุนยาง พบว่าลักษณะบาดแผลฉีกขาด ที่ทางการแพทย์เรียกว่ากันช็อตบูม เป็นบาดแผลจากอาวุธปืน หรือเป็นแผลจากวัตถุที่มีลักษณะแข็งทื่อ แต่หากเทียบเคียงจากกระสุนปลอมก็เป็นการยิงเข้ามาโดยตรง ทำให้ได้รับบาดเจ็บ ซึ่งถ้าถูกจุดสำคัญอย่างตา อาจทำให้ถึงกับตาบอดได้ ดังนั้นพรรคเพื่อไทยขอประณามเป็นการกระทำที่รุนแรง และไม่คำนึงถึงสิทธิเสรีภาพประชาชน
@ สภาอุตฯชี้ภาพพจน์ไทยวิกฤติ
ด้านนายสันติ วิลาสศักดานนท์ รักษาการประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยถึงเหตุการณ์ การปะทะกันระหว่างกลุ่มคนเสื้อแดงกับกองกำลังฝ่ายทหาร และตำรวจของรัฐบาลเพื่อสลายการชุมนุม เมื่อวันที่ 10เม.ย.ที่ผ่านมา ว่า ภาพเหตุการณ์การปะทะกันของ 2 ฝ่าย ได้ถูกเผยแพร่ผ่านสำนักข่าวต่างประเทศไปทั่วโลกเรียบร้อย แล้ว และจะทำให้ภาพพจน์ประเทศไทยเข้าสู่ภาวะวิกฤติ ที่หน่วยงานที่ทำหน้าที่สร้างภาพพจน์ที่ดีของไทย ทำงานได้ยากลำบากในการเรียกความเชื่อมั่นคืนมา เมื่อภาพข่าว ดังกล่าวถูกเผยแพร่ออกไป จะทำให้มีรัฐบาลอีกหลายๆ ประเทศออกประกาศห้ามคนของประเทศตัวเองเดินทางเข้ามาเที่ยวในประเทศไทย ซึ่งน่าเป็นห่วงกับรายได้จากการท่องเที่ยว แต่ยังน่าพอใจในระดับหนึ่ง ที่แม้มีการปะทะกันก็ยังเป็นการใช้เพียงกระสุนยางปลอมและแก๊สน้ำตา ยังไม่มีการเสียชีวิต ทำให้เหตุการณ์ยังไม่น่าวิตก
@ อยากให้ 2 ฝ่ายเจรจารอบ 3
นายสันติกล่าวต่อว่า ภาคเอกชนก็เข้าใจว่ารัฐบาลคงต้องการสลายการชุมนุมก่อนเทศกาลสงกรานต์ แต่ก็อยากให้ทั้ง 2 ฝ่ายหันหน้ามาเจรจากันอีกครั้งหนึ่ง เพราะถึงอย่างไรทุกคนก็เป็นคนไทยด้วยกัน เชื่อว่าคนไทยทั้งประเทศ ก็ไม่อยากให้มีการสูญเสียเลือดเนื้อไปมากกว่านี้
"ถ้าเป็นไปได้ผมอยากเห็นแกนนำของรัฐบาลและคนเสื้อแดง หันมาเจรจากันอีกครั้งเป็นรอบที่ 3 หากเป็น ไปได้ก็อยากให้ยุติการใช้ความรุนแรงในช่วงวันสงกรานต์"
@ เอกชนไม่เห็นด้วยปราบม็อบ
นายผณิศวร ชำนาญเวช นายกสมาคมอาหารแช่ เยือกไทย กล่าวว่า ไม่เห็นด้วยกับการประท้วง และไม่เห็นด้วยมากขึ้นกับการใช้กำลังสลายการชุมนุม เพราะจะทำให้ภาพพจน์ประเทศไทยเสียหาย กระทบต่อความมั่นใจของต่างชาติที่จะเดินทางเข้ามา โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวที่จะยิ่งไม่กล้ามาเที่ยวในไทย และจะทำให้หลายประเทศออกประกาศเตือนห้ามมาเมืองไทยมากขึ้น เช่นเดียวกับการลงทุนที่เมื่อมีเหตุการณ์รุนแรง นักลงทุนก็จะชะลอการมาลงทุนในไทยทันที
"ตั้งแต่เริ่มมีการชุมนุมประท้วงแล้ว ลูกค้าของผมในต่างประเทศหลายรายเป็นห่วงว่าจะทำให้เราผลิตสินค้าตามคำสั่งซื้อและส่งมอบให้ไม่ทันตามกำหนด สอบถามตลอดเวลาว่าโรงงานเป็นยังไง การผลิตเป็นยังไง คนงานไปร่วมกับม็อบหรือเปล่า จะผลิตสินค้าให้ทันหรือไม่ แต่เราก็ชี้แจงตลอดว่าไม่มีอะไรน่าห่วง ส่งของทันเวลาแน่นอน ซึ่งลูกค้าประจำก็จะเชื่อเรา แต่ลูกค้าใหม่ๆก็คงกังวลมากกว่า บางรายที่อาจหาสินค้าจากประเทศอื่นทดแทนได้ก็ไม่สั่งซื้อจากเรา" นายผณิศวรกล่าว
@ คาดนักลงทุนเทขายหุ้น
ด้านนายไพบูลย์ นลินทรางกูล นายกสมาคมนักวิเคราะห์หลักทรัพย์ กล่าวถึงเหตุการณ์สลายการชุมนุมระหว่างกลุ่มผู้ชุมนุมเสื้อแดงกับฝ่ายรัฐบาลว่า อาจส่งผลให้การซื้อขายในตลาดหุ้นที่จะเปิดทำการในวันจันทร์ 12 เม.ย. จนมีผลให้นักลงทุนเทขายหุ้นเพื่อทำกำไรออกมา ซึ่งจะทำให้ดัชนีหุ้นปรับตัวลงได้ โดยเฉพาะนักลงทุนต่างชาติ ที่ถือว่าได้กำไรจากการเข้ามาลงทุนรอบนี้มากพอสมควรแล้ว ประกอบกับหลังจากการเปิดซื้อขายแล้ว ตลาดหุ้นไทยจะต้องปิดทำการต่อเนื่องไปอีก 3 วัน ซึ่งไม่สามารถประเมินสถานการณ์ในระหว่างนั้นได้ จึงถือเป็นความเสี่ยงและปัจจัยที่ไม่แน่นอน นักลงทุนจึงต้อง ขายเพื่อลดความเสี่ยงหรือทำกำไร ในฐานะที่เป็นหนึ่งในกรรมการตลาดหลักทรัพย์ฯนั้น ช่วงที่ผ่านมาในการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน ได้ติดตามสถานการณ์ตลอดเวลา หากมีเหตุรุนแรงหรือผิดปกติเกิดขึ้น คิดว่าทางคณะกรรมการกำกับและดูแลตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) และตลาดหลักทรัพย์ คงจะมีมาตรการดูแล รวมทั้งอาจมีการหารือกับฝ่ายเอกชน (โบรกเกอร์) เพื่อประเมินสถานการณ์ หรือสร้างความเข้าใจให้กับนักลงทุน ทางโบรกเกอร์มีความ พร้อมอยู่แล้วในการให้ความร่วมมือกับทางการ และการดูแลนักลงทุน
(ที่มา ไทยรัฐฉบับพิมพ์ , 11 เมษายน 2553)