Page 1 of 1

การขอพระราชทานพระบรมราชานุญาตเรียกคืนเครื่องราชอิสริยาภรณ์

PostPosted: Tue Oct 21, 2008 12:23 pm
by soco
ระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี
ว่าด้วยการขอพระราชทานพระบรมราชานุญาตเรียกคืนเครื่องราชอิสริยาภรณ์
พ.ศ. ๒๕๔๘


โดยที่รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยและกฎหมายเกี่ยวกับเครื่องราชอิสริยาภรณ์
หลายฉบับได้กำหนดไว้ซึ่งพระราชอำนาจของพระมหากษัตริย์ที่จะทรงเรียกคืนเครื่องราชอิสริยาภรณ์
ประกอบกับปัจจุบันยังมิได้กำ หนดหลักเกณฑ์ที่ชัดเจนและรวบรวมกรณีที่จะเรียกคืน
เครื่องราชอิสริยาภรณ์ไว้เป็นระเบียบแน่นอน สมควรกำหนดหลักเกณฑ์และวางระเบียบเกี่ยวกับเรื่อง
ดังกล่าวเพื่อถือเป็นแนวทางปฏิบัติต่อไป ทั้งนี้ สำนักนายกรัฐมนตรีได้นำความกราบบังคมทูล
พระกรุณาทราบฝ่าละอองธุลีพระบาทแล้ว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้า ฯ พระราชทานพระบรมราชานุญาต
อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๑๑ (๘) แห่งพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน
พ.ศ. ๒๕๓๔ นายกรัฐมนตรีโดยความเห็นชอบของคณะรัฐมนตรีจึงวางระเบียบไว้ ดังต่อไปนี้

ข้อ ๑ ระเบียบนี้เรียกว่า “ระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี ว่าด้วยการขอพระราชทานพระบรม
ราชานุญาตเรียกคืนเครื่องราชอิสริยาภรณ์ พ.ศ. ๒๕๔๘”

ข้อ ๒ ระเบียบนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

ข้อ ๓ บรรดาระเบียบ ข้อบังคับ มติคณะรัฐมนตรี หรือคำสั่งอื่นใดในส่วนที่กำหนดไว้แล้ว
ในระเบียบนี้ หรือซึ่งขัดหรือแย้งกับระเบียบนี้ ให้ใช้ระเบียบนี้แทน

ข้อ ๔ ในระเบียบนี้
“เครื่องราชอิสริยาภรณ์” หมายความว่า เครื่องราชอิสริยาภรณ์ไทยและเหรียญราชอิสริยาภรณ์ไทย
แต่ไม่รวมถึงเหรียญรัตนาภรณ์และเหรียญราชรุจิ
“ผู้ได้รับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์” หมายความว่า ผู้ซึ่งมีรายชื่อเป็นผู้ได้รับพระราชทาน
เครื่องราชอิสริยาภรณ์ตามที่ได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษา
“การเรียกคืนเครื่องราชอิสริยาภรณ์” หมายความว่า การดำเนินการถอนชื่อผู้ได้รับพระราชทาน
เครื่องราชอิสริยาภรณ์ออกจากรายชื่อผู้ได้รับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ ตามประกาศ
สำ นักนายกรัฐมนตรี และเรียกเครื่องราชอิสริยาภรณ์ รวมทั้งประกาศนียบัตรกำ กับ
เครื่องราชอิสริยาภรณ์ที่ได้รับพระราชทานคืน

ข้อ ๕ เมื่อทรงพระกรุณาโปรดเกล้า ฯ ให้เรียกคืนเครื่องราชอิสริยาภรณ์จากผู้ได้รับ
พระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์รายใด ให้สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีประกาศในราชกิจจานุเบกษา
และดำเนินการเรียกเครื่องราชอิสริยาภรณ์คืนต่อไป

ข้อ ๖ ในกรณีที่ปรากฏเหตุแห่งการเรียกคืนเครื่องราชอิสริยาภรณ์ตามข้อ ๗ ให้ดำเนินการ
เรียกคืนทุกชั้นตรา เว้นแต่กรณีที่ทรงพระกรุณาโปรดเกล้า ฯ ให้เรียกคืนเครื่องราชอิสริยาภรณ์แต่เพียง
บางชั้นตรา

ข้อ ๗ เหตุแห่งการเรียกคืนเครื่องราชอิสริยาภรณ์ มีดังต่อไปนี้
(๑) เป็นผู้ต้องคำพิพากษาถึงที่สุดให้ประหารชีวิต
(๒) เป็นผู้ต้องคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุก เว้นแต่ในความผิดอันได้กระทำโดยประมาทหรือ
ความผิดลหุโทษ

(๓) เป็นผู้ต้องคำพิพากษาหรือคำสั่งของศาลให้ทรัพย์สินตกเป็นของแผ่นดินเพราะร่ำรวย
ผิดปกติหรือมีทรัพย์สินเพิ่มขึ้นผิดปกติ หรือเพราะกระทำความผิดตามกฎหมายว่าด้วยการป้องกันและ
ปราบปรามการฟอกเงิน
(๔) เป็นผู้ถูกลงโทษไล่ออก ปลดออก หรือให้ออกเพราะกระทำผิดวินัยตามกฎหมายว่าด้วย
ระเบียบข้าราชการพลเรือนหรือตามกฎหมายอื่น โดยคำสั่งอันถึงที่สุด
(๕) เป็นผู้ถูกลงโทษไล่ออก ปลดออก หรือให้ออกเพราะกระทำผิดวินัยจากรัฐวิสาหกิจหรือ
หน่วยงานอื่นของรัฐ โดยคำสั่งอันถึงที่สุด
(๖) เป็นผู้ถูกถอดถอนออกจากตำแหน่งที่ดำรงอยู่เพราะมีพฤติการณ์ร่ำรวยผิดปกติ ส่อไป
ในทางทุจริตต่อหน้าที่ ส่อว่ากระทำความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการ ส่อว่ากระทำความผิด
ต่อตำแหน่งหน้าที่ในการยุติธรรม หรือจงใจใช้อำนาจหน้าที่ขัดต่อรัฐธรรมนูญหรือกฎหมาย

(๗) เป็นผู้ต้องคำพิพากษาถึงที่สุดให้เป็นบุคคลล้มละลายทุจริตตามกฎหมายว่าด้วยล้มละลาย
(๘) เป็นผู้ประพฤติตนไม่สมเกียรติหรือนำเครื่องราชอิสริยาภรณ์ไปใช้ในกรณีไม่สมควร

ข้อ ๘ เมื่อผู้ได้รับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์รายใดมีกรณีที่ต้องถูกเรียกคืน
เครื่องราชอิสริยาภรณ์ตามข้อ ๗ ให้ส่วนราชการต้นสังกัดหรือส่วนราชการที่เสนอขอพระราชทาน
เครื่องราชอิสริยาภรณ์หรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ดำเนินการรวบรวมเอกสารหลักฐานและประวัติ
การได้รับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ของผู้นั้นเพื่อส่งเรื่องไปยังสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี
เมื่อสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีได้รับเรื่องแล้วหรือสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีพิจารณาเห็นสมควร
ให้เสนอรายชื่อพร้อมทั้งชั้นตราเครื่องราชอิสริยาภรณ์ที่สมควรขอพระราชทานพระบรมราชานุญาตเรียกคืน
ให้นายกรัฐมนตรีพิจารณา ในกรณีที่นายกรัฐมนตรีเห็นชอบแล้วให้สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี
เสนอรายชื่อและชั้นตราเครื่องราชอิสริยาภรณ์ที่จะขอพระราชทานพระบรมราชานุญาตเรียกคืนไปยัง
สำนักราชเลขาธิการ เพื่อนำความกราบบังคมทูลพระกรุณาขอพระราชทานพระบรมราชานุญาตเรียกคืน
เครื่องราชอิสริยาภรณ์ หากทรงพระกรุณาโปรดเกล้า ฯ ให้เรียกคืนแล้ว ให้ประกาศในราชกิจจานุเบกษา
ต่อไป

ข้อ ๙ เมื่อได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษาตามข้อ ๘ แล้ว ให้สำ นักเลขาธิการ
คณะรัฐมนตรีแจ้งให้ส่วนราชการต้นสังกัดของผู้ได้รับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์หรือ
ส่วนราชการที่เสนอขอพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์หรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ดำเนินการ
เรียกเครื่องราชอิสริยาภรณ์คืนจากผู้ได้รับพระราชทานหรือทายาทของผู้ได้รับพระราชทาน
เครื่องราชอิสริยาภรณ์ แล้วแต่กรณี โดยพลัน หากผู้ได้รับพระราชทานหรือทายาทของผู้ได้รับ
พระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ไม่สามารถส่งคืนเครื่องราชอิสริยาภรณ์ด้วยประการใด ๆ ให้ใช้
ราคาตามที่สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีกำหนด
ในกรณีที่ผู้ได้รับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์รายใดซึ่งมีเหตุที่จะต้องถูกเรียกคืน
เครื่องราชอิสริยาภรณ์แล้วได้วายชนม์ลง ให้ดำเนินการเรียกคืนโดยพลัน

ข้อ ๑๐ ให้นายกรัฐมนตรีรักษาการตามระเบียบนี้ โดยให้เลขาธิการคณะรัฐมนตรีดำเนินการ
เกี่ยวกับปัญหาในทางปฏิบัติตามระเบียบนี้ หากไม่ได้ข้อยุติให้นำเสนอนายกรัฐมนตรีเพื่อวินิจฉัย
คำวินิจฉัยของนายกรัฐมนตรีให้เป็นที่สุด

ประกาศ ณ วันที่ ๑๕ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๔๘

พันตำรวจโททักษิณ ชินวัตร
นายกรัฐมนตรี


http://www.ratchakitcha.soc.go.th/DATA/PDF/2548/00169031.PDF

Re: การขอพระราชทานพระบรมราชานุญาตเรียกคืนเครื่องราชอิสริยาภรณ์

PostPosted: Tue Oct 21, 2008 12:26 pm
by Prinscess
ทักษิณ และพจมาน

ไม่สมควยได้รับเกรียตินี้

เพราะได้กระทำเลวทรามต่อบ้านต่อเมือง

Re: การขอพระราชทานพระบรมราชานุญาตเรียกคืนเครื่องราชอิสริยาภรณ์

PostPosted: Tue Oct 21, 2008 12:39 pm
by An.mkII
ถอด'อัตโนมัติ'เครื่องราชฯซี 8


โทษ’อาญา’ขยำหน้าอกจี้บิ๊กเจ้าจำปีงดเสิร์พสุรา...คดีอดีต ขรก.ซี 8 ขยำอกแอร์โฮสเตสสาวไม่ต้องยื่นถอดถอนเครื่องราชอิสริยาภรณ์ อัยการสูงสุด ชี้ ผู้ต้องโทษคดีอาญาจะถูกถอดถอนเครื่องราชฯ อัตโนมัติอยู่แล้ว บรรดาองค์กรสตรีเฮลั่น อสส. ยื่นอุทธรณ์คดีขอเพิ่มโทษ พร้อมกับชื่นชมวีรกรรมเหยื่อสาวที่กล้าลุกขึ้นมาต่อสู้แบบไม่กลัวกฎเหล็กการ บินไทยที่ห้ามให้ข่าวกระทบลูกค้า เตรียมทำหนังสือจี้บิ๊กเจ้าจำปีหาวิธีคุ้มครองลูกเรือ หลังผลการศึกษาวิจัยพบว่า พวกขี้เหล้าชอบลวนลามทางเพศ เสนองดให้บริการเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เหล้า เบียร์ บนเครื่อง รวมทั้งจะเร่งกระทรวงพัฒนาสังคมฯ ออกมาตรการป้องสิทธิสตรีในทุกหน่วยงาน

จากกรณีที่ นายชาญชัย พิจิตรภักดีกุล อายุ 73 ปี อดีตข้าราชการ ซี 8 กรมทางหลวง และเป็นประธานบริษัทจำหน่ายผลิตภัณฑ์อาหารเสริมสาหร่ายยี่ห้อหนึ่ง ถูกศาลพิพากษาให้จำคุก 15 เดือน และปรับ 15,000 บาทฐานกระทำอนาจารแอร์โฮสเตสสาว และ 2 ผู้โดยสารหญิงบนเที่ยวบินของสายการบินไทยขณะเดินทางจากประเทศไทยไปประเทศสหร ัฐอาหรับเอมิเรตส์ เมื่อปี 46

แต่ศาลปรานีเห็นว่าจำเลยทำความดีได้รับเครื่องราชอิสริยาภรณ์ และไม่เคยทำความผิดมาก่อน จึงให้รอลงอาญาไว้ 2 ปี ทำให้องค์กรสตรีพากันออกมาเคลื่อนไหวเรียกร้องให้ถอดถอนเครื่องราชฯ ส่วนอัยการสูงสุดมีความเห็นยื่นอุทธรณ์คดีเพื่อให้ศาลมีคำสั่งลงโทษจำเลย เพราะเห็นว่าเป็นการกระทำความผิดที่ร้ายแรงต่อสตรี และจำเลยยังเป็นข้าราชการชั้นผู้ใหญ่แต่กลับทำผิดล่วงละเมิดทางเพศต่อสตรี จึงไม่ควรได้รับโอกาสให้รอลงอาญา ตามที่เสนอข่าวไปให้ทราบนั้น


ต่อมา เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 5 พ.ค. ที่มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ เครือข่ายองค์กรสตรีประกอบด้วยสมาคมส่งเสริมสถานภาพสตรี เครือข่ายผู้หญิงกับรัฐธรรมนูญ และมูลนิธิเพื่อนหญิง ได้มีการประชุมเพื่อกำหนดท่าทีความเคลื่อนไหวต่อกรณีที่แอร์โฮสเตสสายการบิน ไทยถูกอดีตข้าราชการบำนาญกรมทางหลวงลวนลามขณะปฏิบัติหน้าที่บนเครื่องบิน โดยการประชุมใช้เวลากว่า 3 ชั่วโมง จากนั้น นางสุนี ไชยรส กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ในฐานะเครือข่ายองค์กรสตรี แถลงว่า เครือข่ายองค์กรสตรีขอให้กำลังใจและสนับสนุนแอร์โฮสเตสที่ลุกขึ้นมาต่อสู้ รวมทั้งเห็นด้วยกับอัยการสูงสุดที่จะทำเรื่องอุทธรณ์เพิ่มโทษจำเลย เนื่องจากการที่ศาลอาญาพิจารณาแค่โทษรอลงอาญานั้นไม่สาสมกับสิ่งที่จำเลยได้ กระทำไป ที่สำคัญการอ้างความดีความชอบของจำเลยโดยได้เครื่องราชอิสริยาภรณ์นั้นไม่สา มารถนำมาหักล้างกับสิ่งที่จำเลยกระทำไป และองค์กรสตรีเห็นว่า บริษัทการบินไทยต้องกล้าประกาศเป็นสายการบินปลอดจากภัยคุกคามทางเพศ เพื่อเป็นมาตรการปกป้องลูกเรือไทยให้ปลอดภัยระหว่างการปฏิบัติหน้าที่

นางสุนี กล่าวต่อว่า ที่ผ่านมากระทรวงการพัฒนาสังคมฯ ได้ตั้งศูนย์ต้านภัยทางเพศมาแล้ว แต่ปรากฏว่าประสบความล้มเหลว ดังนั้นทางเครือข่ายองค์กรสตรีจะทำหนังสือไปยังกระทรวงการพัฒนาสังคมฯ ให้เร่งรัดออกมาตรการคุ้มครองทางสังคมเพื่อเป็นแผนแม่บทกำหนดมาตรการปกป้องส ิทธิสตรีไปยังหน่วยงานต่าง ๆ ทั้งภาครัฐและเอกชน


ทั้งนี้การเคลื่อนไหวขององค์กรสตรีฯคงไม่ดำเนินการยื่นฎีกาถอดถอนเครื่องราชอิสริยาภรณ์ของจำเลยแล้ว เพราะอัยการสูงสุดได้แถลงว่าผู้ที่ได้รับเครื่องราชอิสริยาภรณ์ เมื่อต้องโทษทางอาญาก็จะถูกถอดถอนเครื่องราชฯโดยอัตโนมัติ จึงไม่ต้องเคลื่อนไหวอีก

อย่างไรก็ตาม องค์กรสตรีอยากให้เป็นบรรทัดฐานว่า การที่บุคคลใดได้รับเครื่องราชฯก็ไม่ได้เป็นหลักประกันว่าคนนั้นจะสามารถทำผิดพลาดอย่างใดก็ได้ แต่ต้องพิจารณาจากเจตนาของจำเลยเป็นหลัก

สำหรับข้อเสนอที่หลายฝ่ายให้ขึ้นบัญชีดำผู้โดยสารที่มีพฤติกรรมลวนลามทางเพศน ั้น นางสุนี กล่าวว่า ที่ประชุมเห็นว่ายังไม่เสนอ อย่างเป็นทางการ เพราะอาจเข้าข่ายการละเมิดสิทธิมนุษยชนได้ อีกทั้งคนที่มีพฤติกรรมดังกล่าวยังมีเสรีภาพในการเดินทางได้ การใช้มาตรการดังกล่าวอาจทำให้ต้องกลายเป็นตราบาปไปตลอดชีวิต แต่ทั้งนี้อาจเปิดช่องทางให้ลูกเรือไทยหรือผู้หญิงที่ถูกลวนลาม สามารถส่งไปรษณียบัตรแสดงความเห็นประณามบุคคลดังกล่าวสู่สาธารณะ โดยสามารถส่งมาได้ที่คณะกรรม การ สิทธิมนุษยชน และสื่อมวลชนต่าง ๆ เพื่อจะได้เผยแพร่ต่อไป ในวันที่ 9 พ.ค.นี้ เวลา 09.30 น. องค์กรสตรีจะร่วมกับสำนักงานกิจการสตรีและสถาบันครอบครัวหารือถึงมาตรการขับ เคลื่อนให้ผู้บริหารการบินไทยออกมาแสดงสปิริตปกป้องลูกเรือให้มากกว่านี้ รวมทั้งหาแนวทางให้มีการนำกฎหมายคุ้มครองลูกจ้างในระว่างการปฏิบัติหน้าที่ไ ม่ให้ถูกลวนลามทางเพศ ที่ห้องประชุมชั้น 1 บ้านราชวิถี

ด้าน น.ส.สุเพ็ญศรี พึ่งโคกสูง หัวหน้าฝ่ายรับเรื่องราวร้องทุกข์ของมูลนิธิเพื่อนหญิง กล่าวว่า จากการศึกษาวิจัยกรณีผู้หญิงที่ถูกลวนลาม แบบเจาะลึก 11 ราย พบว่า สาเหตุสำคัญเกิดจากปัญหาที่ผู้กระทำดื่มสุรา โดยหนึ่งในจำนวนนี้มีแอร์โฮสเตสไทยที่ถูกคนดื่มสุราลวนลามด้วย จึงอยากเสนอให้การบินไทยยกเลิกค่าใช้จ่ายและการบริการด้านแอลกอฮอล์ สุราและเบียร์บนเครื่องบิน เพื่อเพิ่มมาตรการรักษาความปลอดภัยให้กับลูกเรือ รวมทั้งขอเรียกร้องให้กระทรวงแรงงานออกมาตรการทางกฎหมายเพื่อคุ้มครองกรณีลู กจ้างถูกลวนลามด้วย ทั้งนี้เครือข่ายองค์กรสตรีทราบมาว่าการบินไทยมีกฎระเบียบเคร่งครัด ห้ามลูกเรือให้ข่าวในทางที่มีผลกระทบต่อองค์กร รวมถึงการมีปฏิกิริยาที่ไม่ดีต่อลูกค้า ซึ่งในกรณีนี้องค์กรสตรีเกรงว่า ผู้เสียหายอาจถูกบริษัทการบินไทยเลิกจ้าง ดังนั้นเครือข่ายองค์กรสตรีจะมีหนังสือไปถึงผู้บริหารการบินไทย เพื่อให้ออกมาตรการคุ้มครองผู้เสียหาย เพราะถือว่าออกมาเพื่อปกป้องสิทธิสตรี ไม่มีเจตนาทำลายองค์กร อีกทั้งจะทำหนังสือถึงสื่อมวลชนทุกแขนงเพื่อแสดงความชื่นชมวีรกรรมผู้เสียหา ยในครั้งนี้ด้วย.

.....เดลินิวส์

http://www.parliament.go.th/news/news_d ... ?prid=3991

Re: การขอพระราชทานพระบรมราชานุญาตเรียกคืนเครื่องราชอิสริยาภรณ์

PostPosted: Tue Oct 21, 2008 12:52 pm
by soco
ระเบียบสำนักงานตำรวจแห่งชาติ
ว่าด้วย การถอดยศตำรวจ
พ.ศ.๒๕๔๗

------------------------------
เนื่องจากผู้ที่ดำรงอยู่ในยศตำรวจ สมควรจะประพฤติหรือวางตนให้เหมาะสมแก่เกียรติศักดิ์
มิฉะนั้น ย่อมเป็นทางนำความเสื่อมเสียมาสู่หมู่คณะ โดยเหตุผลดังกล่าว หากผู้ใดประพฤติหรือวางตนให้เหมาะสม
แก่เกียรติศักดิ์ไม่ได้ ก็ไม่สมควรจะดำรงอยู่ในยศตำรวจต่อไป
อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๑๑ (๔) มาตรา ๒๘ และมาตรา ๒๙ แห่งพระราชบัญญัติตำรวจ
แห่งชาติ พ.ศ.๒๕๔๗ จึงวางระเบียบไว้ ดังต่อไปนี้

ข้อ ๑ การเสนอขอถอดยศตำรวจทั้งแก่ผู้ที่อยู่ในราชการตำรวจ และที่พ้นจากราชการตำรวจไป
แล้ว
ให้กระทำได้เมื่อมีเหตุอย่างใดอย่างหนึ่ง ดังต่อไปนี้

(๑) ต้องคำพิพากษาของศาลถึงที่สุด ว่าทุจริตต่อหน้าที่ราชการ แม้ศาลจะพิพากษารอการ
กำหนดโทษ หรือกำหนดโทษแต่รอการลงโทษไว้ก็ตาม
(๒) ต้องคำพิพากษาของศาลถึงที่สุดให้ลงโทษจำคุก หรือโทษที่หนักกว่าจำคุก เว้นแต่
ความผิดลหุโทษ หรือความผิดที่ได้กระทำโดยประมาท

(๓) ต้องคำพิพากษาของศาลถึงที่สุดให้เป็นบุคคลล้มละลาย เพราะก่อให้เกิดหนี้สินขึ้นโดย
ทุจริต
(๔) กระทำผิดทางวินัยอย่างร้ายแรง และมีคำสั่งลงโทษไล่ออกจากราชการ
(๕) ประพฤติชั่วอย่างร้ายแรง สำหรับผู้ที่มิได้อยู่ในราชการหรือหน่วยงานของรัฐ
(๖) ต้องหาในคดีอาญาแล้วหลบหนีไป สำหรับผู้ที่มิได้อยู่ในราชการหรือหน่วยงานของรัฐ
(๗) ถูกสั่งให้ออกจากราชการ เพราะขาดคุณสมบัติมาตั้งแต่ก่อนได้รับการบรรจุเป็น
ข้าราชการตำรวจ

ข้อ ๒ หน้าที่ความรับผิดชอบในการพิจารณาและดำเนินการถอดยศตำรวจ
(๑) ข้าราชการตำรวจชั้นสัญญาบัตร ให้กองวินัย หรือผู้บังคับบัญชาที่ได้รับมอบอำนาจใน
การดำเนินการทางวินัยมีหน้าที่รับผิดชอบในการพิจารณาว่า ผู้ใดมีเหตุที่จะต้องดำเนินการถอดยศตามข้อ ๑ แล้ว
แจ้งผลการพิจารณาพร้อมเอกสารหลักฐานที่เกี่ยวข้อง ให้กองทะเบียนพลดำเนินการรวบรวมเสนอสำนักงานตำรวจ
(๒) ข้าราชการตำรวจชั้นประทวนให้ผู้มีอำนาจแต่งตั้งยศเป็นผู้รับผิดชอบในการพิจารณาว่า
ผู้ใดมีเหตุที่จะต้องดำเนินการถอดยศตามข้อ ๑ แล้วดำเนินการสั่งถอดยศ พร้อมทั้งรายงานให้สำนักงานตำรวจ
แห่งชาติ (ผ่านกองทะเบียนพล) ทราบ
(๓) ให้ทุกหน่วยงานในสังกัดสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ที่รับทราบข้อมูลการต้องหาคดีอาญา
หรือถูกฟ้องคดีอาญา หรือถูกฟ้องในคดีล้มละลายอันเนื่องมาจากการก่อหนี้สินขึ้นโดยทุจริตของผู้ที่ดำรงยศตำรวจ
ทั้งในส่วนของผู้ที่พ้นจากราชการไปแล้ว หรือยังคงรับราชการอยู่ในหน่วยงานอื่นของรัฐหาข้อมูลเบื้องต้นให้แน่ชัด
แล้วส่งเรื่องให้กองวินัยพิจารณา หากเห็นว่าผู้ใดมีเหตุที่จะต้องดำเนินการถอดยศก็ให้ส่งเรื่องไปยังกองทะเบียนพล
ดำเนินการรวบรวมเสนอสำนักงานตำรวจแห่งชาติพิจารณา ถอดยศต่อไป

ข้อ ๓ ให้ใช้ระเบียบนี้ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป

ประกาศ ณ วันที่ ๔ มีนาคม พ.ศ.๒๕๔๗
(ลงชื่อ) พลตำรวจเอก สันต์ ศรุตานนท์
(สันต์ ศรุตานนท์)
ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ


http://criminal.police.go.th/law/law28.pdf

Re: การขอพระราชทานพระบรมราชานุญาตเรียกคืนเครื่องราชอิสริยาภรณ์

PostPosted: Tue Oct 21, 2008 12:54 pm
by vorapoap
อย่างงี้ก็เรียกว่า นายทักษิณ เฉยๆ ได้แล้วอ่ะดิ

Re: การขอพระราชทานพระบรมราชานุญาตเรียกคืนเครื่องราชอิสริยาภรณ์

PostPosted: Tue Oct 21, 2008 12:55 pm
by ลูกนนทรี
ทำได้ถอดได้จริงแต่ในทางปฏิบัติ ทำไม่ได้หรอกครับเชื่อผมสิไอ้เหลี่ยมมันเป็นพ่อใหญ๋ของใครหลายๆคนท่อน้ำเลี้ยงก็ใหญ่

Re: การขอพระราชทานพระบรมราชานุญาตเรียกคืนเครื่องราชอิสริยาภรณ์

PostPosted: Tue Oct 21, 2008 1:00 pm
by ริวเซย์
แบบนี้เครื่องราช ฯ ของยัยพจมานกับไอ้หน้าเหลี่ยมก็ขาดไปแล้วสิครับ

เป็นผู้ต้องหาหนีคดีแบบนี้ ศาลกำลังจะตัดสินคดีให้พวกมันสองผัวเมียจำคุกวันนี้แล้วด้วย

กรรมใดใครก่อ กรรมนั้นคืนสนองแท้ๆ

Re: การขอพระราชทานพระบรมราชานุญาตเรียกคืนเครื่องราชอิสริยาภรณ์

PostPosted: Tue Oct 21, 2008 1:17 pm
by Suraphan07
อือม...พาสปอร์ตแดง ตอนนี้ไปถึงไหนแล้วหว่า :?: ...

Re: การขอพระราชทานพระบรมราชานุญาตเรียกคืนเครื่องราชอิสริยาภรณ์

PostPosted: Tue Oct 21, 2008 1:18 pm
by LLTK
เอาคืนให้หมดครับเงินที่โกงประชาชน รวมทั้งชีวิตประชาชานที่ต้องสังเวยให้กับคนบ้าอำนาจ โรคจิต มีปมด้อยอย่างมันครับ

Re: การขอพระราชทานพระบรมราชานุญาตเรียกคืนเครื่องราชอิสริยาภรณ์

PostPosted: Tue Oct 21, 2008 1:23 pm
by อภิสิทธิ์
หัวขวดหัวโขนต่างๆ....พอตายไปแล้วเอากระดูกมากองรวมกันก็แยกแยะไม่ได้อยู่ดีว่าคนไหนไพร่ คนไหนเทพ ปล่อยวางกันบ้างเถอะพ่อคู้นนนนน

Re: การขอพระราชทานพระบรมราชานุญาตเรียกคืนเครื่องราชอิสริยาภรณ์

PostPosted: Tue Oct 21, 2008 1:31 pm
by Matahari
นั้น...ซิ พวกที่บอกว่าไม่เอาศักดินา และ อมาตยา แต่ไหงบอกว่า เหลียมคือ พระเจ้าตากมาเกิด....แล้ว นังพจมาน มันกอดตำแหน่งคุณหญิงไว่แน่นไม่ปล่อยเลย อย่างนี้พวกควา-ยคอกเหลียมเคยคิดบ้างมะ

Re: การขอพระราชทานพระบรมราชานุญาตเรียกคืนเครื่องราชอิสริยาภรณ์

PostPosted: Tue Oct 21, 2008 2:08 pm
by OMEGA
น่าจะถอดให้หมดทุกอย่าง.. ไม่สมควรเป็นพสกนิกรใต้เบื้องยุคลบาทด้วยซ้ำ

:arrow: rep1 คุณPrinscess โพสต์ไว้เจี๋ยวจัง Image

Re: การขอพระราชทานพระบรมราชานุญาตเรียกคืนเครื่องราชอิสริยาภรณ์

PostPosted: Tue Oct 21, 2008 5:31 pm
by Mz+
ทหาร!! เตรียมเครื่องประหาร หัวสุนัข :lol: :lol: :lol:

Re: การขอพระราชทานพระบรมราชานุญาตเรียกคืนเครื่องราชอิสริยาภรณ์

PostPosted: Tue Oct 21, 2008 5:52 pm
by samepong
ถอดก้ดีครับ เบื่อไอโกโบริน พอเอ๋ยถึงทักษินทีไร มันจะให้ เรียก พตท. ทุกครั้ง บ้าไปแล้ว

Re: การขอพระราชทานพระบรมราชานุญาตเรียกคืนเครื่องราชอิสริยาภรณ์

PostPosted: Tue Oct 21, 2008 5:57 pm
by Solidus
samepong wrote:ถอดก้ดีครับ เบื่อไอโกโบริน พอเอ๋ยถึงทักษินทีไร มันจะให้ เรียก พตท. ทุกครั้ง บ้าไปแล้ว
ตอนนี้ต้องเรียก นช ทุกครั้งนะครับ คงสมใจโกโบรินเขาแหละ

Re: การขอพระราชทานพระบรมราชานุญาตเรียกคืนเครื่องราชอิสริยาภรณ์

PostPosted: Tue Oct 21, 2008 6:27 pm
by Red Baron



ถ้าผมจำไม่ิผิดจากกรณีเมื่อครั้ง ตค16 ต้องมีผู้รับสนองพระราชโองการทำเรื่องถอดถอนนะ เพราะยศตำรวจเป็นยศพระราชทาน และเครื่องราชก็เป็นของพระราชทาน

ผู้สนองพระราชโองการเมื่อครั้งนั้นผมจำไม่ผิดน่าจะเป็นหม่อมเสนีย์นายกหลังเหตุการณ์ตุลาวิปโยค


ผู้มีหน้าที่สนองพระราชโองการครั้งนี้น่าจะเป็นนายกเหมือนเดิม


พาสปอร์ทแดงยังผัดกันอย่างกับผัดซีอิ้วแล้วเรื่องใหญ่แบบนี้ฝันไปเลยว่าน้องเขยจะทำ

Re: การขอพระราชทานพระบรมราชานุญาตเรียกคืนเครื่องราชอิสริยาภรณ์

PostPosted: Tue Oct 21, 2008 7:11 pm
by s38593
อือม...พาสปอร์ตแดง ตอนนี้ไปถึงไหนแล้วหว่า



แม้วมันเอามาคืนเองครับเพราะได้ประชาชนบาฮามาส แล้ว :evil: