สงครามสีเสื้อ : เกิดขึ้น ตั้งอยู่และจบลง(อย่างไรดี)
บทความนี้ถือเป็นบทวิเคราะห์ส่วนตัว โดยถอยตัวเองออกมาจากความขัดแย้งระหว่างกลุ่มต่างๆ แล้วมองกลับไปในภาพรวม ถึงจุดเริ่มต้น ความขัดแย้งในปัจจุบัน และมองเลยไปถึงการหาหนทางหรือบทสรุปของความขัดแย้งที่เกิดขึ้น ซึ่งผมจะพยายามไม่ใช้อคติกับกลุ่มใดนะครับ ท่านผู้ใดมีข้อแนะนำก็เชิญได้เลยครับ
สงครามสีเสื้อหรือความขัดแย้งที่ประเทศกำลังประสบอยู่หลายๆคนอาจจะเถียงผมว่าไม่มีสีเสื้อ แต่ในสถานการณ์นี้เราทุกคนลงเรือลำเดียวกัน และต้องยอมรับครับว่ามันมีความวุ่นวายเกิดขึ้นบนเรือลำนี้จริงๆ ถ้ามองข้ามสีเสื้อไปล่ะก็เชื่อได้ว่าในใจของทุกคนต้องมีการตัดสินการกระทำต่างๆของคนแต่ละกลุ่มในช่วงที่ผ่านมาไว้อย่างแน่นอนว่าอะไรถูก อะไรก็ผิดสุดแต่ว่าจะแยกแยะออกมาเป็นเรื่องๆหรือเลือกที่จะตัดสินเข้าข้างฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งไปเลย ซึ่งตรงนี้ทุกคนมีวิจารณญาณของตนเองครับ ส่วนใครจะถูกจะผิดอย่างไรก็ได้มีการโต้เถียงกันในกระทู้อื่นๆมากมายแล้ว
สิ่งที่ผมสงสัยมากและอยากให้ช่วยวิเคราะห์กันก็คือทุกฝ่าย(ผมไม่ได้ระบุจำนวนฝ่ายนะครับ เข้าใจว่าเกินสองแน่ๆ) ต่างยืนยันว่ามีข้อเท็จจริงที่ตัวเองยึดถืออยู่ ทุกฝ่ายมีบุคคลที่เปรียบเสมือนอาจารย์หรือที่ปรึกษาทางวิชาการที่ได้รับความเชื่อถือของตัวเองอยู่ สิ่งที่มันขัดแย้งก็คือ ไม่ว่าเหตุการณ์ต่างๆจะซับซ้อนเพียงใดแต่ข้อเท็จจริงย่อมมีเพียงหนึ่งเดียว นั่นหมายความว่าถ้าทุกคนรู้ข้อเท็จจริงเดียวกันมันจะเป็นไปได้มากน้อยขนาดไหนที่จะเกิดความขัดแย้งกันได้รุนแรงอย่างที่เคยเกิดขึ้น จริงอยู่ทัศนคติของแต่ละคนอาจตีความข้อเท็จจริงนั้นๆไปได้หลายทางและทำให้เกิดความขัดแย้งได้อยู่ดี แต่สถานการณ์แบบนั้นคนที่มีเหตุผลที่ดีกว่า มีความเป็นธรรมมากกว่าย่อมชนะได้โดยไม่ยาก
ดังนั้นสิ่งที่ทำให้ความขัดแย้งบานปลายขนาดนี้เป็นไปได้ไหมว่าแต่ละฝ่ายต่างถือชุดความจริงคนละชุด หรือชุดความจริงที่ถืออยู่มันไม่ใช่ข้อเท็จจริงทั้งหมด(แต่ฝ่ายไหนจะมีความจริงมากกว่าคงต้องคุยกันเป็นเรื่องๆไป) โดยส่วนตัวผมคิดว่าถ้ามีการสรุปข้อเท็จจริงเป็นเรื่องๆไปปัญหาน่าจะจบลงได้ แต่ที่ยากก็คือ เมื่อสรุปออกมาแล้วผลไม่ถูกใจฝ่ายไหน ฝ่ายนั้นก็มีแนวโน้มจะต่อต้านแม้สิ่งนั้นจะเป็นข้อเท็จจริงก็ตาม สุดท้ายมันก็จบลงด้วยการโต้กันไปโต้กันมาโดยที่ไม่มีข้อสรุปอะไรเลย ผมเคยคิดเล่นๆว่าถ้าเอานักวิชาการที่แต่ละฝ่ายเชื่อถือมานั่งดีเบตกันเป็นเรื่องๆไป แล้วให้ประชาชนตัดสินน่าจะเป็นทางออกที่ดี แต่ผมไม่รู้ว่าจะเป็นไปได้ไหม จะจบจริงรึเปล่าและแต่ละฝ่ายใครจะยอมรับหน้าที่นี้
แล้วพวกท่านคิดว่าทำอย่างไรดีครับ สงครามที่ต่อสู้กันด้วยความเชื่อใส่ไข่แบบนี้ มันจะมีทางที่จะเป็นสงครามข่าวสารข้อเท็จจริงได้หรือไม่ หรือว่าสุดท้ายแล้วมันจะไม่มีทางออกจริงๆสำหรับความขัดแย้งครั้งนี้ครับ
สงครามสีเสื้อหรือความขัดแย้งที่ประเทศกำลังประสบอยู่หลายๆคนอาจจะเถียงผมว่าไม่มีสีเสื้อ แต่ในสถานการณ์นี้เราทุกคนลงเรือลำเดียวกัน และต้องยอมรับครับว่ามันมีความวุ่นวายเกิดขึ้นบนเรือลำนี้จริงๆ ถ้ามองข้ามสีเสื้อไปล่ะก็เชื่อได้ว่าในใจของทุกคนต้องมีการตัดสินการกระทำต่างๆของคนแต่ละกลุ่มในช่วงที่ผ่านมาไว้อย่างแน่นอนว่าอะไรถูก อะไรก็ผิดสุดแต่ว่าจะแยกแยะออกมาเป็นเรื่องๆหรือเลือกที่จะตัดสินเข้าข้างฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งไปเลย ซึ่งตรงนี้ทุกคนมีวิจารณญาณของตนเองครับ ส่วนใครจะถูกจะผิดอย่างไรก็ได้มีการโต้เถียงกันในกระทู้อื่นๆมากมายแล้ว
สิ่งที่ผมสงสัยมากและอยากให้ช่วยวิเคราะห์กันก็คือทุกฝ่าย(ผมไม่ได้ระบุจำนวนฝ่ายนะครับ เข้าใจว่าเกินสองแน่ๆ) ต่างยืนยันว่ามีข้อเท็จจริงที่ตัวเองยึดถืออยู่ ทุกฝ่ายมีบุคคลที่เปรียบเสมือนอาจารย์หรือที่ปรึกษาทางวิชาการที่ได้รับความเชื่อถือของตัวเองอยู่ สิ่งที่มันขัดแย้งก็คือ ไม่ว่าเหตุการณ์ต่างๆจะซับซ้อนเพียงใดแต่ข้อเท็จจริงย่อมมีเพียงหนึ่งเดียว นั่นหมายความว่าถ้าทุกคนรู้ข้อเท็จจริงเดียวกันมันจะเป็นไปได้มากน้อยขนาดไหนที่จะเกิดความขัดแย้งกันได้รุนแรงอย่างที่เคยเกิดขึ้น จริงอยู่ทัศนคติของแต่ละคนอาจตีความข้อเท็จจริงนั้นๆไปได้หลายทางและทำให้เกิดความขัดแย้งได้อยู่ดี แต่สถานการณ์แบบนั้นคนที่มีเหตุผลที่ดีกว่า มีความเป็นธรรมมากกว่าย่อมชนะได้โดยไม่ยาก
ดังนั้นสิ่งที่ทำให้ความขัดแย้งบานปลายขนาดนี้เป็นไปได้ไหมว่าแต่ละฝ่ายต่างถือชุดความจริงคนละชุด หรือชุดความจริงที่ถืออยู่มันไม่ใช่ข้อเท็จจริงทั้งหมด(แต่ฝ่ายไหนจะมีความจริงมากกว่าคงต้องคุยกันเป็นเรื่องๆไป) โดยส่วนตัวผมคิดว่าถ้ามีการสรุปข้อเท็จจริงเป็นเรื่องๆไปปัญหาน่าจะจบลงได้ แต่ที่ยากก็คือ เมื่อสรุปออกมาแล้วผลไม่ถูกใจฝ่ายไหน ฝ่ายนั้นก็มีแนวโน้มจะต่อต้านแม้สิ่งนั้นจะเป็นข้อเท็จจริงก็ตาม สุดท้ายมันก็จบลงด้วยการโต้กันไปโต้กันมาโดยที่ไม่มีข้อสรุปอะไรเลย ผมเคยคิดเล่นๆว่าถ้าเอานักวิชาการที่แต่ละฝ่ายเชื่อถือมานั่งดีเบตกันเป็นเรื่องๆไป แล้วให้ประชาชนตัดสินน่าจะเป็นทางออกที่ดี แต่ผมไม่รู้ว่าจะเป็นไปได้ไหม จะจบจริงรึเปล่าและแต่ละฝ่ายใครจะยอมรับหน้าที่นี้
แล้วพวกท่านคิดว่าทำอย่างไรดีครับ สงครามที่ต่อสู้กันด้วยความเชื่อใส่ไข่แบบนี้ มันจะมีทางที่จะเป็นสงครามข่าวสารข้อเท็จจริงได้หรือไม่ หรือว่าสุดท้ายแล้วมันจะไม่มีทางออกจริงๆสำหรับความขัดแย้งครั้งนี้ครับ

