ท่านรู้หรือไม่ว่า ประชาชนคนไทยมีปัญหาที่ไม่น่าเชื่อว่าจะเป็นปัญหา นั้นก็คือ ที่อยู่อาศัย
---
หลายท่านอาจแย้งว่า คนไทยมีบ้านกันทุกคน แต่ผมว่า เด็กที่เกิดใหม่ยังต้องอาศัยอยู่ในบ้านของพ่อแม่ พ่อแม่หลายท่านต้องเช่าบ้าน การเช่าบ้านไม่น่าใช้วิธีการแก้ไขปัญหาเรื่องที่อยู่อาศัย
-----
ในช่วงรัฐบาลหนึ่งได้แก้ไขปัญหาที่อยู่อาศัยด้วยความเอื้ออาทรทั้งต่อผู้ซื้อ และนายหน้าค้าที่ดิน รวมถึงผู้รับเหมาก่อสร้าง ทำให้เอื้ออาทรกันมาจนถึงรัฐบาลปัจจุบันอย่างแปลกๆ
----
ในช่วงชีวิตหนึ่ง ที่มีกลุ่มคนได้ก่อตั้งกลุ่มที่ให้การช่วยเหลือเรื่องที่อยู่อาศัยให้กับประชาชน กลุ่มคนนั้นได้พยายามใช้ความมั่นคงในทุกๆ ด้าน เพื่อสร้างที่อยู่อาศัยที่จะไม่เกิดป้ญหาในภายหลัง และยังเป็นการส่งเสริมระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขอีกด้วย
.
.
แต่ทำไมเมื่อความมั่นคงที่ผสานกับการอยู่อาศัย ยังไม่เป็นที่รู้จัก หมู่บ้านห่งความมั่นคงที่ดูจะทำให้ประชาชนเข้มแข็งกลับถูกนักการเมืองหลายกลุ่มเข้ามาแสวงหาผลประโยชน์ แต่นี้แหละคือเสน่ห์ของหมู่บ้านแห่งความมั่นคง ที่ต้องอาศัยความสามัคคีของคนในหมู่บ้านที่จะขจัดปัญหาจากการแทรกแซงของกลุ่มที่เข้ามาแสวงหาผลประโยชน์
----
ดังนั้น หากพูดว่า ประชาชนส่วนใหญ่มีปัญหาในเรื่องที่อยู่อาศัย มากที่สุดในโลก ผมว่าผมพูดถูกต้อง
เพราะว่า บ้านเรือนที่เรามีกลับกลายเป็นภาระให้กับเราได้ หากเราขาดความเจริญในเขตที่อยู่อาศัย และแม้ว่าจะมีความเจริญในทุกๆ ด้านในเขตที่อยู่อาศัยแล้วก็ตาม แต่หากยังขาดปัจจัยในการประกอบอาชีพ ปัจจัยในการรวมกลุ่มกันเป็นชาติพันธุ์ ซ้ำร้ายยังกลับกลายเป็นบ้านที่เน้นเรื่องของปัจเจคบุคคลไป เป็นการสร้างบ้านเพื่อแสดงออกถึงฐานะทางสังคมบ้าง จนกลายเป็นเรื่องของตัณหา ทำให้การอยู่ร่วมกันในเขตที่อยู่อาศัยไม่สามารถถักทอประสานสามัคคีกับคนในชุมชนได้อย่างที่ควรจะเป็น
-------------------------------------------
และนั้นแหละครับ ผมจึงอยากให้ทบทวนดูว่า ปัญหาที่อยู่อาศัยที่แท้จริงของคนไทยนั้น จริงๆ แล้วมันไม่ได้หมายถึงว่าเรามีจำนวนบ้านเรือนจำนวนเท่าไร มากน้อยเพียงไหน แต่หากมองดูการอยู่อาศัยร่วมกันระหว่างหมู่บ้านแห่งความมั่นคง กับหมู่บ้านที่เอื้ออาทรต่อนักการเมืองเรื่อยมาจนถึงปัจจุบันแล้วละก็ อะไรคือแนวทางในการแก้ไขปัญหาให้กับชุมชน และประชาชนได้มากกว่ากัน
..
เราจะสามารถนำหลักการทางสหกรณ์มาปรับใช้ เป็นสหกรณ์สังคม สร้างความมั่นคงให้กับหมู่บ้าน ตำบล อำเภอ จังหวัด ภาค ภูมิภาค และประเทศชาติได้หรือไม่ โดยไม่ต้องวิ่งหาการสร้างชุมชนที่รกร้างอย่างหมู่บ้านแห่งความเอื้ออาทรที่มุ่งเน้นผสานประโยชน์ระหว่างนายทุนกับนักการเมืองอย่างที่เราทราบๆ กัน หรือหากเราจะสร้างหมู่บ้านแห่งความมั่นคงขึ้น เราจะเสริมเติมแต่งให้มีความมั่นคงในระดับเครือข่าย และการสร้างงาน รวมถึงการรวมกลุ่มกันทั้งเครือข่ายให้มีความเข้มแข็งปลอดการทุจริตกันในหมู่คณะ เพื่อสร้างแบบแผนให้ประชาชนเพื่อนร่วมชาติได้เห็นว่า ปัญหาเรื่องที่อยู่อาศัยนั้นสามารถแก้ไขได้ และยังสามารถพัฒนาเป็นแหล่งที่เสริมความรู้และการประกอบอาชีพสุจริตให้กับคนในชุมชนได้อย่างยั่งยืน โดยที่เราไม่ต้องทิ้งที่ทำกินเพราะเราสามารถสร้างความมั่นคงให้กับที่อยู่อาศัย และเขตที่อยู่อาศัยของพวกเราได้ หากเรานั้นมีความจริงใจต่อกัน รู้รักษ์สามัคคี ไม่ทอดทิ้งกันในทุกยามแม้จะสุขหรือทุกข์ ดังคำพูดที่ว่า "ยามสุขร่วมแบ่งปัน ยามทุกร่วมแบ่งเบา" หรือคำพูดที่ว่า "ยามสุขร่วมเสพ ยามทุกข์ยามต้าน" เป็นต้น


