Page 1 of 2

ไฟใต้ ใยจึงมอดได้

PostPosted: Thu Aug 26, 2010 2:32 am
by eastisred
เป็นห่วงพี่น้อง ชาวมุสลิม ครับ

มาช่วยกันคิดครับ ความขัดแย้งในพื้น ภาคใต้ตอนล่าง จะ คลี่คลาย ได้โดย ภาคส่วนใด

แล้วทำอย่างไร จึงพ้นความไม่ปลอดภัยในพื้นที่ ครับ

Re: ไฟใต้ ใยจึงมอดได้

PostPosted: Thu Aug 26, 2010 8:13 am
by antiseptic
จะว่าไปช่วงนี้ภาคใต้เงียบๆแฮะ
หรือว่าผมตกข่าวหว่า?

Re: ไฟใต้ ใยจึงมอดได้

PostPosted: Thu Aug 26, 2010 8:40 am
by sigree
ห่วงจริงๆหรอก?

หลังหลงทางในสมัยทักษิณจนปัญหามันลามมาจนปัจจุบัน ผมคิดว่าปัญหาเริ่มเบาลงไปสมัยบิ๊กบัง เพราะชาวบ้านเริ่มเข้าหาภาครัฐและเริ่มให้ความร่วมมือมากขึ้น

ปัจจุบันปัญหายังมี แต่กำลังแก้ด้วยตัวมันเองอย่างเป็นลำดับและเงียบๆ บางทีการเฝ้าดูและวางเฉยอาจเป็นผลดีกว่าการรุกแบบที่ผ่านมาก

Re: ไฟใต้ ใยจึงมอดได้

PostPosted: Thu Aug 26, 2010 9:45 am
by ae_mon
ทุกภาคส่วนต้องช่วยกัน ไม่ว่าจะเป็นทหาร ตำรวจ พลเรือน ประชาชน เพราะแท้จริงแล้ว ทุกคนต้องการความสงบสุขทั้งนั้น

Re: ไฟใต้ ใยจึงมอดได้

PostPosted: Thu Aug 26, 2010 9:59 am
by banana_dot
คนไทยทั้งประเทศต้องช่วยกันดึงคนที่ยังไม่เลือกข้างในพื้นที่

เอาความยุติธรรม ของคดีต่างๆสมัยก่อน มาสะสางให้ได้

เลิกส่งข้าราชการที่ไม่ต้องการของส่วนกลางไปในพื้นที่

เพราะพวกนี้ไม่เคยทำงานให้ไครนอกจากตัวเอง

ผมมีตัวอย่างของข้าราชการหลายคนที่เข้าไปในพื้นที่เพื่อหวังอัพเงินและตำแหน่งแต่ขึ้นๆลงๆส่วนกลางทุกอาทิตย์

แล้วแบบนี้จะทำหน้าที่ให้กับประชาชนได้เต็มที่เหรอครับ ปัญหาแบบนี้ไม่ควรมองข้าง

Re: ไฟใต้ ใยจึงมอดได้

PostPosted: Thu Aug 26, 2010 10:04 am
by sigree
ผมเคยคิดนะครับ

แต่แค่คิดเพราะถ้าทำการต่อต้านสูงแน่ๆ

ผมอยากทำพิพิธภัณฑ์ ขจก เพื่อรวบรวมปัญหาที่ทำไมคนกลุ่มหนึ่งถึงเลือกไปจับปืนแบ่งแยกดินแดน

ผมอยากให้ข้าราชการใหม่ทุกคนไปเยี่ยมที่นี้ก่อนทำงานในพื้นที่เพื่อป้องกันปัญหาเดิมๆ

ท่านทราบไหม ปัญหาเรื่องครูต่อว่า นักเรียนหญิงคลุมผมจะมีทุกๆ 2 ปี มีแล้วชาวบ้านประท้วง

ประหลาดดีที่ปัญหาแบบนี้มีเสมอและผิดซ้ำเสมอไม่เคยแก้ไขเลย

Re: ไฟใต้ ใยจึงมอดได้

PostPosted: Thu Aug 26, 2010 12:04 pm
by Vihok_Asnii
ที่ภาคประชาชน เอกชน ทำได้และควรทำตอนนี้ ต้องช่วยผลักดันงานสองด้านพร้อมกับรัฐ

คือ ด้านชดเชยและเยียวยา เรียกร้องความยุติธรรมให้กับพี่น้องเรา รื้อฟื้นคดีสำคัญๆ ที่ยังไม่หมดอายุขึ้นมาชำระสะสาง ถ้าจะให้ดีก็พร้อมกับเดินหน้ารื้อถอนรัฐตำรวจไปด้วยเลย รวมถึงข้าราชการที่ทำตัวไม่ดี ก็ช่วยกันสืบค้น ตรวจสอบ ร้องเรียน เข้าถึง จับตามอง แล้วดำเนินแผนการในขอบเขตที่ทำได้เพื่อจำกัดอำนาจอิทธิพล จนถึงที่สุดคือไล่น้ำเสียออกไปให้มากที่สุด และจากนั้นคือรื้อฟื้นชำระประวัติศาสตร์ และปรับเรื่องข้อมูลข่าวสารให้มีความเข้าใจร่วมกันมากกว่านี้ ระหว่างชาวบ้านกับคนภายนอก

อีกด้านหนึ่งคือ ด้านปลอบขวัญ ฟื้นฟู และพัฒนา ทั้งในด้านเศรษฐกิจ จิตใจ และสังคม พยายามดึงมวลชนกลับมา ให้เขารู้สึกว่าไม่โดดเดี่ยวอีกต่อไป อาจจะใช้ประโยชน์จากการจัดเทศกาลท่องเที่ยวหรือแผนยุทธศาสตร์ระดับจังหวัด ระดับท้องถิ่นที่อยู่รอบๆ แล้วให้คนและกิจกรรมทางเศรษฐกิจสังคม แผ่ขยายเข้าไปหาพื้นที่เหล่านั้นมากขึ้นเรื่อยๆ

ซึ่งถ้ามุ่งเน้นอาศัยเครือข่ายความร่วมมือของพี่น้องในทั้ง 14 จังหวัดภาคใต้ น่าจะพูดคุยกันง่ายกว่าการรุกจากส่วนกลางโดยตรง...

Re: ไฟใต้ ใยจึงมอดได้

PostPosted: Thu Aug 26, 2010 3:10 pm
by TaMongKhon
ทุกอย่างกำลังดีขึ้น ...

ชาวบ้านให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่รัฐมากกว่า เข้าไปร่วมกับกลุ่มโจร

ตอนนี้จะเหลือก็ไม่เท่าไรแล้วที่เคลือนไหวอยู่... :mrgreen: :mrgreen:

Re: ไฟใต้ ใยจึงมอดได้

PostPosted: Thu Aug 26, 2010 6:58 pm
by eastisred
sigree wrote:ห่วงจริงๆหรอก?

หลังหลงทางในสมัยทักษิณจนปัญหามันลามมาจนปัจจุบัน ผมคิดว่าปัญหาเริ่มเบาลงไปสมัยบิ๊กบัง เพราะชาวบ้านเริ่มเข้าหาภาครัฐและเริ่มให้ความร่วมมือมากขึ้น

ปัจจุบันปัญหายังมี แต่กำลังแก้ด้วยตัวมันเองอย่างเป็นลำดับและเงียบๆ บางทีการเฝ้าดูและวางเฉยอาจเป็นผลดีกว่าการรุกแบบที่ผ่านมาก



ทหารปะทะกองกำลังติดอาวุธที่รือเสาะ

สำหรับ สถานการณ์ในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ตั้งแต่ต้นสัปดาห์นี้ย้อนกลับไปถึงปลายสัปดาห์ที่ผ่านมา ยังคงเกิดความรุนแรงขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเมื่อเวลา 07.50 น.วันจันทร์ที่ 26 ก.ค. 2553 พ.อ.ไพศาล หนูสังข์ ผู้บังคับการกรมทหารพรานที่ 46 จ.นราธิวาส สั่งการให้ พ.ต.วิจิตร คงนุ่น ผู้บังคับกองร้อยทหารพรานที่ 4603 กรมทหารพรานที่ 46 สนธิกำลังกับทหารหน่วยเฉพาะกิจนราธิวาส 30 รับผิดชอบ อ.รือเสาะ จ.นราธิวาส จำนวน 1 ชุดปฏิบัติการ ออกลาดตระเวนพิสูจน์ทราบพื้นที่สวนยางพาราบนเทือกเขาบ้านตันหยง หมู่ 5 ต.บาตง อ.รือเสาะ หลังจากสืบทราบว่ามีกองกำลังติดอาวุธอาร์เคเค (กลุ่มวัยรุ่นและชายฉกรรจ์ที่ผ่านการฝึกรบแบบจรยุทธ์) กลุ่มนายไซมิง มะหลี จำนวน 6-7 คน เข้ามากบดานเพื่อวางแผนก่อเหตุร้ายในพื้นที่ อ.รือเสาะและอำเภอใกล้เคียง

ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ต้องเดินเท้าขึ้นเทือกเขาหลังหมู่บ้านระยะทางเกือบ 1 กิโลเมตร จึงพบบ้านร้างหลังหนึ่ง มีชายฉกรรจ์จำนวนหนึ่งยืนคุมเชิงอยู่ด้านหน้าและชายป่ายางพารา เมื่อกลุ่มชายฉกรรจ์มองเห็นเจ้าหน้าที่ ได้ใช้อาวุธปืนสงครามเอ็ม 16 และอาก้ายิงใส่ทันที ทำให้ทั้งสองฝ่ายเปิดฉากยิงปะทะกันเป็นระลอกๆ นานกว่า 10 นาที ฝ่ายกองกำลังติดอาวุธเห็นจวนตัว จึงอาศัยความชำนาญพื้นที่ล่าถอยไป

เมื่อเสียงปืนสงบลง เจ้าหน้าที่ได้เข้าเคลียร์พื้นที่ พบว่าภายในบ้านร้างมีกระเป๋าเป้แบบสะพายสีดำของกลุ่มติดอาวุธตกอยู่ 1 ใบ จึงได้เปิดออกดู พบอาวุธและอุปกรณ์ดำรงชีพในป่าหลายรายการ อาทิ ปืนพกสั้นขนาด .38 พร้อมกระสุน จำนวน 1 กระบอก โทรศัพท์มือถือ 2 เครื่อง มีดสปาต้าและมีดปอกผลไม้ 2 เล่ม ไฟฉาย ผ้าใบยาง เปลสนาม กรรไกร และยารักษาโรค

ต่อมา พ.อ.ไพศาล พร้อมด้วย พ.ต.ท.พชร ณ นคร รองผู้กำกับการ สภ.รือเสาะ และเจ้าหน้าที่จากกองพิสูจน์หลักฐาน จ.นราธิวาส ได้เข้าตรวจสอบจุดเกิดเหตุอย่างละเอียดอีกครั้ง พบรอยเลือดคาดว่าเป็นของกองกำลังติดอาวุธหยดเป็นทาง จึงประสานไปยังหมวดสุนัขทหาร กองทัพภาคที่ 4 เพื่อขอสนับสนุนสุนัขสงครามดมกลิ่น เพื่อแกะรอยกลุ่มชายฉกรรจ์ซึ่งคาดว่าจะถูกปืนของเจ้าหน้าที่ได้รับบาดเจ็บ



ดักบึ้มรถทหารที่สุไหงปาดี เจ็บเล็กน้อย 5 นาย

เวลา 11.45 น.วันเดียวกัน ร.ต.ท.เด่นพงษ์ เต็มยอด ร้อยเวร สภ.สุไหงปาดี จ.นราธิวาส รับแจ้งเหตุคนร้ายจุดชนวนระเบิดดักสังหารเจ้าหน้าที่ทหารพรานชุดพัฒนาสันติ ที่ 31-4 กรมทหารพรานที่ 45 บนถนนในหมู่บ้านดอเฮะ หมู่ 3 ต.ริโก๋ อ.สุไหงปาดี จึงรีบนำกำลังรุดไปตรวจสอบ

ในที่เกิดเหตุพบรถกระบะของเจ้าหน้าที่จอดเสียหลักอยู่ริมถนนในสภาพกระจกหน้า ไฟหน้า ตัวถังและฝากระโปรงรถถูกสะเก็ดระเบิดได้รับความเสียหาย ห่างกันประมาณ 5 เมตร พบหลุมระเบิดลึก 1 ฟุต กว้าง 3 ฟุต มีเศษซากชิ้นส่วนระเบิดแสวงเครื่องที่คนร้ายประกอบใส่ไว้ในถังแก๊สปิกนิก หนักประมาณ 15 กิโลกรัม จุดชนวนด้วยโทรศัพท์มือถือ กระจายเกลื่อน จึงเก็บรวบรวมไว้เป็นหลักฐาน

ส่วนผู้ได้รับบาดเจ็บมี 5 นาย ประกอบด้วย ส.ท.มงคล พรมปลอด หัวหน้าชุด อาสาสมัครทหารพราน (อส.ทพ.) ธีระวัฒน์ สุขวรรณะ พลขับ อส.ทพ.สมนึก แก้วศรีอ่อน อส.ทพ.เอกวิช แก้ววิหค และอาสาสมัครรักษาดินแดน (อส.) ซอบอรี สารีกะ อส.ประจำที่ว่าการอำเภอสุไหงปาดี เพื่อนทหารได้ทยอยนำตัวไปปฐมพยาบาลเบื้องต้นที่ฐานปฏิบัติการแล้ว โดยส่วนใหญ่อาการไม่สาหัส เพียงแค่แน่นหน้าอกและหูอื้อจากแรงอัดของระเบิดเท่านั้น

จากการสอบสวน ส.ท.มงคล หัวหน้าชุดทราบว่า ก่อนเกิดเหตุได้นำรถกระบะออกจากฐาน พร้อมพลขับ เพื่อตระเวนรับกำลังพลที่ปฏิบัติหน้าที่รักษาความปลอดภัย (รปภ.) โรงเรียนบ้านดอเฮะ อีก 3 นายกลับฐาน ขณะนั่งรถผ่านจุดเกิดเหตุ มีคนร้ายไม่ทราบจำนวนแฝงตัวอยู่ในป่ารกทึบริมทาง ใช้โทรศัพท์มือถือกดจุดชนวนระเบิดที่นำไปซุกไว้ในตะกร้าพลาสติกใส่ผลไม้ วางอยู่ริมถนนจนเกิดระเบิดขึ้น โชคดีที่ทิศทางการระเบิดหักเหไปทางป่ายางพารา ทำให้เจ้าหน้าที่ได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย เบื้องต้นสันนิษฐานว่าเป็นการกระทำของกลุ่มก่อความไม่สงบ



ประกบยิง อส.รามันดับคาถนน

ก่อน หน้านั้น เมื่อวันอาทิตย์ที่ 25 ก.ค.2553 เวลา 20.30 น. พ.ต.อ.นรินทร์ บูสะมัญ ผู้กำกับการ สภ.รามัน จ.ยะลา รับแจ้งเหตุยิงกันบนถนนสายรามัน–ท่าธง เขตรอยต่อบ้านบูเกะซืองอ หมู่ 5 ต.อาซ่อง กับบ้านปายอยือนิ หมู่ 6 ต.กายูบอเกาะ จึงรีบนำกำลังรุดไปตรวจสอบ

ในที่เกิดเหตุเจ้าหน้าที่พบศพ นายมะหามะรอซากี ศรีสมอ่อน อายุ 34 ปี เป็น อส.ประจำที่ว่าการอำเภอรามัน ประจำฐานปฏิบัติการร่วมชุดพัฒนาสันติ กรมทหารพรานที่ 41 โรงเรียนบ้านสะโต หมู่ 5 ต.อาซ่อง อ.รามัน สภาพศพถูกยิงที่ศีรษะและลำตัว เสียชีวิตคาที่ โดยในมือยังกำปืนปกสั้นขนาด .357 เอาไว้ ใกล้ๆ กันมีรถจักรยานยนต์คาดว่าเป็นของผู้ตายล้มคว่ำอยู่ 1 คัน

สอบสวนทราบว่า ก่อนเกิดเหตุ นายมะหามะรอซากีขี่รถจักรยานยนต์ออกจากที่ว่าการอำเภอรามัน เพื่อเดินทางกลับไปเข้าเวรรักษาความปลอดภัยภายในหมู่บ้านสะโต หมู่ 5 ต.อาซ่อง ระหว่างทางมีคนร้าย 2 คนขี่รถจักรยานยนต์ตามประกบ และใช้ปืนพกสั้นขนาด 11 มม.จ่อยิงจนเสียชีวิต เบื้องต้นตำรวจสันนิษฐานว่าเป็นการกระทำของกลุ่มก่อความไม่สงบ



กระสุนปริศนาเจาะคอพ่อค้าทุเรียนจากบันนังสตาสาหัส

ช่วง เวลาไล่เลี่ยกัน พ.ต.อ.ปิยวัฒน์ เฉลิมศรี ผู้กำกับการ สภ.เมืองยะลา รับแจ้งเหตุมีคนถูกยิงได้รับบาดเจ็บ บริเวณตลาดเกษตร ริมถนนสาย 15 หมู่ 5 ต.สะเตงนอก อ.เมืองยะลา จึงรีบนำกำลังรุดไปตรวจสอบ

ผู้บาดเจ็บคือ นายจิดือเร๊ะ หะยีมามะ อายุ 53 ปี อยู่บ้านเลขที่ 65 หมู่ 3 ต.บาเจาะ อ.บันนังสตา จ.ยะลา มีอาชีพเป็นพ่อค้าขายทุเรียน ถูกกระสุนปริศนาขนาด .22 เข้าที่บริเวณลำคอ 1 นัด อาการสาหัส พลเมืองดีช่วยกันนำส่งโรงพยาบาลศูนย์ยะลาแล้ว เบื้องต้นตำรวจยังไม่สรุปสาเหตุและที่มาของกระสุนปริศนา



ค้นป่าอัยเยอร์เวง พบระเบิดเพียบใช้บึ้มธารโต

เมื่อ วันศุกร์ที่ 23 ก.ค.2553 พ.ต.อ.ภูมิเพ็ชร พิพัฒน์เพ็ชรภูมิ รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดยะลา (รองผบก.ภ.จว.ยะลา) นำชุดปฏิบัติการพิเศษออกติดตามแกะรอยกลุ่มคนร้ายที่ลอบวางระเบิดถี่ยิบใน พื้นที่ อ.ธารโต จ.ยะลา และได้เข้าปิดล้อมพื้นที่ป่ายางพารารอบภูเขา ท้องที่หมู่ 1 บ้าน กม.28 ต.อัยเยอร์เวง อ.เบตง จ.ยะลา เนื่องจากสืบทราบว่ากลุ่มคนร้ายนำระเบิดและอาวุธปืนไปซุกซ่อนในพื้นที่ดัง กล่าว

ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ต้องเดินเท้าเข้าไปในหุบเขา ระยะทาง 2 กิโลเมตร จึงพบขนำ (กระท่อม) ต้องสงสัย 1 หลัง จึงให้เจ้าหน้าที่ชุดเก็บกู้วัตถุระเบิดเข้าตรวจสอบ พบระเบิดชนิดแสวงเครื่องเป็นก้อน น้ำหนักก้อนละประมาณ 300 กรัม จำนวน 10 ลูก สภาพพร้อมใช้งาน ซุกซ่อนอยู่ในดินใต้ขนำดังกล่าว นอกจากนั้นยังมีเชื้อปะทุระเบิดชนิดกระตุกจำนวน 10 ดอก ซึ่งเป็นระเบิดชนิดเดียวกันกับที่ใช้เป็นกับระเบิดในสวนยางพาราในพื้นที่ อ.ธารโต 5-6 ครั้งในช่วง 2 เดือนเศษที่ผ่านมา

ห่างจากขนำไปทางด้านหลังประมาณ 20 เมตร เจ้าหน้าที่พบกระสอบซ่อนอยู่จำนวน 2 กระสอบ เมื่อเปิดออกดูก็พบอาวุธปืนเอ็ม 16 เอ 1 จำนวน 1 กระบอก และปืนกลเล็กเอ็มโฟว์ จำนวน 1 กระบอก พร้อมแมกกาซีนของปืนทั้ง 2 ชนิด กระสุนเต็มแม็ก จึงยึดไว้เป็นหลักฐาน

พ.ต.อ.ภูมิเพ็ชร กล่าวว่า ระเบิดที่ขุดพบครั้งนี้เป็นระเบิดชนิดที่คนร้ายนำมาทำเป็นระเบิดแบบเหยียบ และนำไปก่อเหตุในพื้นที่ อ.ธารโต หลายครั้งในรอบ 2 เดือนที่ผ่านมา โดยกลุ่มคนร้ายเป็นกลุ่มเดียวกับ นายถวัลย์ศักดิ์ แปแนะ ผู้ต้องหาคดีความมั่นคงที่ถูกจับกุมก่อนหน้านี้ ทั้งยังเชื่อมโยงกกับ นายไฟศอล หะยีสะมะแอ ผู้ต้องหาคดีลอบวางระเบิดท่าอากาศยานนานาชาติหาดใหญ่ จ.สงขลา เมื่อหลายปีก่อนด้วย



รวบ 2 ผู้ต้องสงสัยยิงครูที่ยะหริ่ง

ก่อน หน้านั้น เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 22 ก.ค.2553 พ.ท.ทัศน์พล สุพีสุนทร ผู้บังคับการหน่วยเฉพาะกิจปัตตานี 22 ได้สนธิกำลังทหาร ตำรวจ และฝ่ายปกครอง เข้าปิดล้อมตรวจค้น 2 จุดในพื้นที่ อ.ยะหริ่ง จ.ปัตตานี หลังได้รับรายงานจากหน่วยข่าวว่า ผู้ต้องสงสัยในคดีลอบยิง นายพิชัย เสือแสง อายุ 55 ปี ผู้อำนวยการโรงเรียนดุซงปาแย อ.ยะหริ่ง เมื่อเย็นวันพุธที่ 21 ก.ค. ซ่อนตัวอยู่ในพื้นที่ใกล้กับจุดเกิดเหตุ

จุดแรก ที่บ้านเลขที่ 41/1 หมู่ 4 ต.ตันหยงดาลอ เจ้าหน้าที่สามารถควบคุมตัวผู้ต้องสงสัยได้ 1 ราย คือ นายมะกอรี หามะ อายุ 26 ปี ส่วนจุดที่ 2 ที่บ้านเลขที่ 21 หมู่ 1 ต.ตันหยงจืองา ควบคุมตัวผู้ต้องสงสัยได้อีก 1 ราย คือ นายมาหามะ แมะหะ อายุ 32 ปี และจากการตรวจค้นบ้านทั้งสองหลัง เจ้าหน้าที่ได้เก็บวัตถุพยานทั้งเสื้อผ้าและเอกสารจำนวนหนึ่งไปตรวจสอบ ก่อนจะนำตัวทั้งคู่ไปสอบสวนขยายผลที่หน่วยเฉพาะกิจปัตตานี

สำหรับคดีลอบยิงครูพิชัย ล่าสุดคดีคืบหน้าไปมาก เนื่องจากมีพยานเข้าให้ข้อมูลกับเจ้าหน้าที่ ทั้งผู้ก่อเหตุและผู้ร่วมก่อเหตุซึ่งมีทั้งมือปืนและคนชี้เป้า ส่วนปลอกกระสุนที่คนร้ายใช้ยิงนั้น ได้ส่งตรวจพิสูจน์ที่กองพิสูจน์หลักฐาน จ.ปัตตานี แล้ว



---------------------------------------------------------------------------------------------

ขอบคุณ : ข่าวตรวจค้นพื้นที่ ต.อัยเยอร์เวง อ.เบตง จ.ยะลา จากสำนักข่าวเนชั่น และข่าวปัตตานีจาก คุณปาเรซ โลหะสัณห์ ผู้สื่อข่าวหนังสือพิมพ์คมชัดลึกประจำจังหวัดปัตตานี

บรรยายภาพ :

1-4 พุทธศาสนิกชนพร้อมใจกันเวียนเทียนเนื่องในวันอาสาฬหบูชาตั้งแต่ช่วงก่อนค่ำ ที่วัดเมืองยะลา อ.เมือง จ.ยะลา ท่ามกลางการดูแลความปลอดภัยอย่างเข้มงวดของเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคง (ภาพโดย อะหมัด รามันห์สิริวงศ์)

อ่านประกอบ :

-ผ่า 2 ปมบึ้มถี่ที่ธารโต...ฮุบสวนยาง-เล่นงาน จนท.ซ้ำ

http://www.isranews.org/isranews/index.php?option=com_content&view=article&id=449:-2-&catid=10:2009-11-15-11-15-01&Itemid=3

-ใต้ระอุยิง ผอ.โรงเรียนในยะหริ่งเสียชีวิต เผยย่าง 7 ปีครูสังเวย 131 ศพ!

http://www.isranews.org/isranews/index.php?option=com_content&view=article&id=450:---7--131-&catid=1:2009-11-14-06-19-24&Itemid=7
:oops: :oops: :oops: :oops: :oops: :oops: :oops: :oops: :oops: :oops: :oops: :oops: :oops: :oops: :oops: :oops: :oops: :oops: :oops: :oops: :oops: :oops: :oops: :oops: :oops:




Last Updated on Monday, 26 July 2010 18:27

Re: ไฟใต้ ใยจึงมอดได้

PostPosted: Thu Aug 26, 2010 7:06 pm
by ติดปีก
--- จากประวัติศาสตร์ในโลกใบนี้
--- มีหลายประเทศที่เป็นอย่างภาคใต้ตอนล่างของเรา
--- ประเทศเหล่านั้นต้องจำยอมแบ่งดินแดนไป แต่จะแบ่งได้เลือดก็อาบเต็มแผ่นดิน
--- เพียงแต่ว่าเราจะยื้อเวลาให้นานได้มากเท่าไหร่ ก็เท่านั้น

--- ผมเป็นคนหนึ่งที่ไม่เห็นด้วยกับการแบ่งแยกดินแดน
--- แต่ต้องยอมรับความจริงที่จะเกิดขึ้นให้ได้ว่า ยังไงก็แบ่งได้

--- ขอให้โชคดี

Re: ไฟใต้ ใยจึงมอดได้

PostPosted: Thu Aug 26, 2010 7:36 pm
by sigree
เมื่อ 2-3 ปีที่แล้ว
คืนหนี่งที่นราธิวาสผมอยากกินแฮมเบอร์เกอร์(อาหารพื้นบ้าน 3 จังหวัดภาคใต้) ผมมีบ้านอยูชานเมือง ต้องขับรถเข้าเมื่อราวๆ 20 นาที
ตลอดทางไม่มีรถสวน.......เพราะวันก่อนมีระเบิดที่คาราโอเกะข้างทาง ทหารเรียกผมจอดรถตรวจบัตรประชาชนแล้วปล่อยผมไปซื่อของ......

เมื่อ ปีที่แล้ว
คืนหนี่งที่นราธิวาสผมอยากกินแฮมเบอร์เกอร์(อาหารพื้นบ้าน 3 จังหวัดภาคใต้) ผมมีบ้านอยูชานเมือง ต้องขับรถเข้าเมื่อราวๆ 20 นาที
ตลอดทางมีรถสวนตลอด.......เพราะถนนที่ผมอยู่เป็นถนนเชื่อมกับอีกอำเภอใหญ่ มีรถผ่านตลอด 24 ชม
แม้วันก่อนมีระเบิดที่คาราโอเกะข้างทาง แต่ทำไงได้ละระเบิดทุกวันจะหลบก็ใช่ทีเราเลยออกมาหาอะไรกินตามปกติ
ทหารไม่เรียกผมจอดรถเพราะรถมีเยอะ ได้แต่ปล่อยผมไปซื่อของ......เขาเลือกดูแต่คันที่เขาสงสัยจริงๆ

มันดีแบบที่คนเขาไม่คิดอะไรแล้วละครับ ชีวิตต้องเดินต่อ

การดูแต่ข่าวว่ามีเหตุการณ์แล้วคิดไปว่าทุกชีวิตยังอยู่ในความหวาดกลัวนั้นไม่ยุติธรรมนัก ชีวิตที่นั้นยังอยู่ดีไม่มีคนย้ายออกมาเป็นปีแล้ว

จะว่าไปมีแต่คนย้ายเข้าและหนึ่งในนั้นคือผม มันดีขึ้นในแบบของมันเองครับ

Re: ไฟใต้ ใยจึงมอดได้

PostPosted: Thu Aug 26, 2010 8:24 pm
by halfmoon
ในนิเวศแห่งหนึ่งย่อมมีห่วงโซ่ปฏิกริยาซึ่งกันและกันอย่างหลากหลายซับซ้อน บางเวลาก็ดูเงียบเหมือนเป็นปรกติ แต่ไม่ปรกติ บางเวลาดูวุ่นวายเหมือนไม่ปรกติ แต่แท้จริงแล้วนั่นแหละคือปรกติ สังคมสิ่งแวดล้อมในพื้นที่นิเวศหนึ่งๆจะมีห่วงโซ่อาหาร สัญชาตญาณ และความเชื่อ หากไม่มีความเชื่อเป็นเป้าหมายแห่งสันติสุข ระบบนิเวศนั้นอาจจะมีแต่การห่ำหั่นเบียดเบียน แต่หากถ้านิเวศนั้นมีความเชื่ออย่างใดอย่างหนึ่งเป็นเป้าหมายสันติสุข ก็อาจจะมีการห่ำหันเบียดเบียนซึ่งกันและกัน มากกว่าไม่มีความเชื่อใดๆเลยก็ได้ แต่ที่ร้ายที่สุดในนิเวศเดียวกันมีความเชื่อต่างกัน ก็ยากเช่นกันที่จะนำสันติสุขที่แตกต่างรวมกันเป็นหนึ่งเดียวได้

ในส่วน สัญชาตญาณ ตัดไปในกรณีนิเวศ 3 จังหวัดภาคใต้ เพราะถือว่าเป็นปัญหาของสังคมมนุษย์ ซึ่งมีสัญชาตญาณไม่ต่างกันมากนัก แม้จะเห็นวิถีชีวิตที่แตกต่างกัน นั่นเป็นไปตามหลักความเชื่อมากกว่าสัญชาตญาณ

ปัจจุบัน เรายกปัญหาเรื่อง สิทธิ และการเข้าถึงทรัพยากร อันถือเป็นห่วงโซ่อาหารของระบบนิเวศ ซึ่งฟังดูแล้วก็อาจจะไม่ตรงจุดหรือคลอบคลุมเพียงพอที่จะต้องแก้ปัญหาได้ เพราะยังขาดเรื่องความเชื่อ แต่รัฐ ที่มีหน้าที่บริบาล ไม่สามารถก้าวล่วงเข้าไปในแดนของความเชื่อได้

ดังนั้น เรื่องความเชื่อในระบบนิเวศหรือสังคมท้องถิ่นนั้น ต้องแก้โดยประชากรของนิเวศแห่งนั้นเอง คือ จะทำยังไงกับความเชื่อที่แตกต่าง ในสามารถอยู่ร่วมกันได้โดยสันติสุข ส่วนรัฐ มีหน้าที่บริหารจัดการ บริบาล ใน สิทธิ และการเข้าถึงทรัพยากร เท่านี้ก็แก้ปัญหาได้

Re: ไฟใต้ ใยจึงมอดได้

PostPosted: Fri Aug 27, 2010 2:23 pm
by รักเมืองไทย55
Report this postReply with quote Re: ไฟใต้ ใยจึงมอดได้
โดย ae_mon » Thu Aug 26, 2010 9:45 am

ทุกภาคส่วนต้องช่วยกัน ไม่ว่าจะเป็นทหาร ตำรวจ พลเรือน ประชาชน เพราะแท้จริงแล้ว ทุกคนต้องการความสงบสุขทั้งนั้น


ขอเป็นกำลังใจให้สู้ต่อไป สำหรับคนที่ต้องปฏิบัติงานหรือดำรงชีวิตอยู่ในภาคใต้ :roll:

Re: ไฟใต้ ใยจึงมอดได้

PostPosted: Fri Aug 27, 2010 5:49 pm
by rafia
บอกจิ๋ว !

Re: ไฟใต้ ใยจึงมอดได้

PostPosted: Fri Aug 27, 2010 8:19 pm
by วิชญ์
สงสารทหาร-ตำรวจ และข้าราชการที่ทำงานในภาคใต้ ด้
เวลาได้ยินข่าวการสูญเสียรู้สึกใจหายทุกที่ โดยเฉพาะกรณีจ่าเพียรทำผมเศร้าไปเป็นอาทิตย์


ผมก็ได้แต่หวังให้ภาคใต้สงบสุขเร็วๆและขอคุณพระคุ้มครองคนดีๆให้ปลอดภัยจากพวกโจรด้วยเทอญ

Re: ไฟใต้ ใยจึงมอดได้

PostPosted: Fri Aug 27, 2010 8:34 pm
by benzcl
ทุกภาคส่วนต้องร่วมมือกันครับ สามัคคีคือพลัง
โดยเฉพาะประชาชนในพื้นที่ต้องให้ความไว้วางใจและให้ความร่วมมือเจ้าหน้าที่ของรัฐมากขึ้น
เจ้าหน้าที่ต้องไม่ประมาทและประสานงานกับประชาชนและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกันอย่างใกล้ชิดมากขึ้น
ทั้งนี้ต้องเป็นไปตามแนวทางที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้พระราชทานไว้ว่า
"เข้าใจ เข้าถึง และพัฒนา"

Re: ไฟใต้ ใยจึงมอดได้

PostPosted: Sat Aug 28, 2010 12:17 am
by eastisred

Re: ไฟใต้ ใยจึงมอดได้

PostPosted: Sat Aug 28, 2010 12:23 am
by eastisred

Re: ไฟใต้ ใยจึงมอดได้

PostPosted: Sat Aug 28, 2010 12:35 am
by eastisred


เป็นเพลงป่านะ

Re: ไฟใต้ ใยจึงมอดได้

PostPosted: Sat Aug 28, 2010 12:39 am
by eastisred

Re: ไฟใต้ ใยจึงมอดได้

PostPosted: Sat Aug 28, 2010 12:46 am
by eastisred

Re: ไฟใต้ ใยจึงมอดได้

PostPosted: Sat Aug 28, 2010 12:52 am
by eastisred

Re: ไฟใต้ ใยจึงมอดได้

PostPosted: Sat Aug 28, 2010 3:22 am
by halfmoon
benzcl wrote:ทุกภาคส่วนต้องร่วมมือกันครับ สามัคคีคือพลัง
โดยเฉพาะประชาชนในพื้นที่ต้องให้ความไว้วางใจและให้ความร่วมมือเจ้าหน้าที่ของรัฐมากขึ้น
เจ้าหน้าที่ต้องไม่ประมาทและประสานงานกับประชาชนและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกันอย่างใกล้ชิดมากขึ้น
ทั้งนี้ต้องเป็นไปตามแนวทางที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้พระราชทานไว้ว่า
"เข้าใจ เข้าถึง และพัฒนา"


องค์สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลเท่านั้นที่จะดึงความเชื่ออันหลากหลายมารวมเป็นจุดเดียว :idea:

Re: ไฟใต้ ใยจึงมอดได้

PostPosted: Sun Aug 29, 2010 1:04 pm
by sigree
รัฐบาลซึ่งประสบปัญหาภาคใต้จากไฟใต้ที่ระอุเป็นเวลานาน หนึ่งในปัญหาที่ทางการเจอและพยามแก้ไขคือความยากจน

และนั้นนำมาซึ่งการส่งเสริมอาชีพต่างๆในพื้นที่

แต่ ดูเหมือนภาครัฐจะไม่เข้าใจเรื่องวัฒนธรรม พวกเขาจึงส่งเสริมอาชีพผลิต............ไวน์

ภาพจากเว็บพันทิพย์

Image

กล่องลองกอง

Image

ร้านค้าชนบท รพช.บ้านลาลู หมู่ 8 ตำบลตันหยงลิมอ อำเภอระแงะ จังหวัดนราธิวาส

Image

เตรียมลองกอง เพื่อทำไวน์

Image

นำมาคัดลูกและนำมาล้าง

Image

กลุ่มแม่บ้าน บ้านลาลูช่วยกันแกะเปลือก เพื่อนำไปทำไวน์ (สิ่งมึนเมา-มุสลิมห้ามทานเด็ดขาด)

Image

ลองกองชั้นดี ต้องลูกใหญ่ เนื้อกรอบ หวาน



หลังจากผ่านกระบวนการต่างๆ ต้ม เติมยีสต์ และอื่นๆอีกหลายขั้นตอน

Image

หมักอีกแปดเดือน จากนั้นก็นำไปบรรจุขวด อีกแปดเดือนก็จะนำมาดื่มและจำหน่ายให้กับประชาชนในพื้นที่ได้

Image

Image



ทหารชิมไวน์กับหัวหน้ากลุ่มผู้ผลิตไวน์บ้านลาลู

Image

ขวดแบบไวน์จะขวดละ ๗๐ บาท แต่ถ้าขวดแบบขวดเบียร์จะแค่ ๓๐ บาท

แม่บ้านที่ทำไวน์บอกว่าดื่มไปแล้วจะเมาแบบไม่รู้ตัว แต่สร่างเร็วไม่เหมือนเหล้าขาว


Image


ภาพเหล่านี้จาก http://www.pantip.com/cafe/food/topic/D ... 27827.html

ผมเริ่มนำเรื่องนี้ลองไๆปถามกับคนในพื้นที่ หลายคนตกใจทีเดียว การนำผลไม้ท้องถิ่นที่มุสลิมส่วนใหญ่ปลูกขายไปทำไวน์ซึ่งขัดแย้งกับวัฒนธรรมและศาสนาอิสลามไม่ใช่เรื่องเล็กๆ



ยิ่งเมื่อตั้งซื่อตามตำบาลที่เป็นซื่อ มลายู (ลาลู แปลว่า เอาเลย ไปก่อนเลย) อาจสร้างความสับสนให้คนในพื้นที่เข้าใจผิดว่ามุสลิมดื่มได้ ร้ายกว่านั้น

คู่แข่งผลิตภัณฑ์อาหารฮาลาลอย่างประเทศเพื่อบ้านเราอาจใช่โอกาศนี้โจมตีอุตสาหกรรมอาหารเราได้

แต่มันจะร้ายสุดๆเมื่องานนี้ราชการส่งเสริมแล้วเกิดคิดว่านี้เป็นประเด็นหลักในการแก้ปัญหาลองกองราคาตกโดยไปสอนมุสลิมทำไวน์ขาย ที่นี้แหละคุณเอ๋ย ไฟใต้ที่เริ่มเบาลง คุแน่

แล้วไวน์นี้ผลิตที่ หมูบ้านชื่อลาลู ตำบลต้นหยงลิมอ อำเภอระแงะ จังหวัดนราธิวาส

จำเรื่องตันหยงลิมอ กับ ครูจูหลิง ได้ไหม?

ในหลวงท่านบอกว่า "เข้าถึง เข้าใจ พัฒนา"

การพัฒนาโดยไม่เข้าใจวัฒนธรรมท้องถิ่น ท้ายสุดนำไปสู่อะไร ไม่มีบทเรียนกันหรือๆไง

............................................................................

เวลาผมพูดว่าภาครัฐมักทำอะไรผิดโง่ๆซ้ำที่ชายแดนใต้ ผมพูดและหมายความอย่างนั้นจริงๆ

Re: ไฟใต้ ใยจึงมอดได้

PostPosted: Sun Aug 29, 2010 3:44 pm
by benzcl
ตอนผมไปเที่ยวที่มาเลเซีย เคยเห็นเบียร์และไวน์ขายในท้องตลาด
มีคำอธิบายข้างขวดว่า alcohol-free wines, non-alcoholic beer, alcohol-free beer
แต่ไม่เห็นเครื่องหมายฮาลาล Image
คนมาเลย์บอกว่าเครื่องดื่มนี้สกัดเอาอัลกอฮอลล์ออกแล้ว
ถ้าจะนำมาประยุกต์ใช้เพื่อแก้ปัญหาอย่างที่คุณsigree เม้นท์ไว้จะได้มั้ยครับ

Re: ไฟใต้ ใยจึงมอดได้

PostPosted: Sun Aug 29, 2010 3:51 pm
by noona
benzcl wrote:ตอนผมไปเที่ยวที่มาเลเซีย เคยเห็นเบียร์และไวน์ขายในท้องตลาด
มีคำอธิบายข้างขวดว่า alcohol-free wines, non-alcoholic beer, alcohol-free beer
แต่ไม่เห็นเครื่องหมายฮาลาล Image
คนมาเลย์บอกว่าเครื่องดื่มนี้สกัดเอาอัลกอฮอลล์ออกแล้ว
ถ้าจะนำมาประยุกต์ใช้เพื่อแก้ปัญหาอย่างที่คุณsigree เม้นท์ไว้จะได้มั้ยครับ

มีช่วงนึงก็ชอบดื่มไวน์องุ่น ที่สกัดเอาอัลกอฮอลล์ออกแล้วค่ะ เพราะแพ้อัลกอฮอลล์ แต่ลองกองยังไม่เคยลองค่ะ แต่ว่าหาซื้อได้ที่ไหนบ้างนะ :P

Re: ไฟใต้ ใยจึงมอดได้

PostPosted: Sun Aug 29, 2010 9:32 pm
by รักเมืองไทย55
ทุกภาคส่วนต้องร่วมมือกันครับ สามัคคีคือพลัง
โดยเฉพาะประชาชนในพื้นที่ต้องให้ความไว้วางใจและให้ความร่วมมือเจ้าหน้าที่ของรัฐมากขึ้น
เจ้าหน้าที่ต้องไม่ประมาทและประสานงานกับประชาชนและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกันอย่างใกล้ชิดมากขึ้น
ทั้งนี้ต้องเป็นไปตามแนวทางที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้พระราชทานไว้ว่า
"เข้าใจ เข้าถึง และพัฒนา"


ใช่แล้ว ทุกคนต้องร่วมมือกัน สร้างความสามัคคีให้เกิดในประเทศไทย
ตามแนวทางที่ในหลวงทรงกล่าวไว้ คือ เข้าใจ เข้าถึง พัฒนา
:)

Re: ไฟใต้ ใยจึงมอดได้

PostPosted: Mon Aug 30, 2010 1:35 pm
by ปารมี
มอดที่ไหนล่ะ เมื่อวานอีก 5 ศพ บาดเจ็บอีกเป็นสิบ

Re: ไฟใต้ ใยจึงมอดได้

PostPosted: Mon Aug 30, 2010 1:39 pm
by Vihok_Asnii
เรื่องไวน์ลองกอง น่าตกใจเหมือนกัน ผมก็เพิ่งรู้นี่แหละว่ามีแบบนี้ด้วย :shock: ถึงจะเป็นแบบไม่มีแอลกอฮอล์แต่ก็ยังเป็นประเด็นละเอียดอ่อนอยู่ดี

ครับ...เรื่องความไม่เข้าใจในพื้นฐานของสังคมและความเชื่อของชาวบ้านเป็นประเด็นสำคัญจริงๆ แต่ลำพังความต่างศาสนามันไม่ใช่ประเด็นเลย เพราะในจังหวัดอื่นๆ ของภาคใต้ หรือในส่วนอื่นๆ ของประเทศไทย ก็เห็นมีทั้งชุมชนชาวมุสลิม ชุมชนชาวพุทธ อยู่ด้วยกันเป็นปกติดีมาตลอด

ผมจึงได้เสนอให้มุ่งเน้นใช้ความร่วมมือของพี่น้องชาวปักษ์ใต้ด้วยกันให้มากขึ้น เพื่อจะเข้าใจกันได้ดีกว่า และมีโอกาสผ่านทะลุกำแพง "ความไม่ไว้วางใจต่อรัฐไทยส่วนกลาง" ที่มีการสั่งสมมานาน และถูกใช้ตั้งเงื่อนไขแบ่งแยกมวลชนมาตลอดได้ง่ายกว่า

Re: ไฟใต้ ใยจึงมอดได้

PostPosted: Mon Aug 30, 2010 2:50 pm
by tita_pw
ถ้าทุกคนรัก สามัคคีกัน ไม่คิดแบ่งแยก ไฟที่คุกรุ่นก็จะมอดลงได้แน่นอน :mrgreen: