ศาล ปค.เรียก"จารุวรรณ"ไต่สวน 8ก.ย.
ศาล ปค.เรียก"จารุวรรณ"ไต่สวน 8ก.ย.เผยสุญญากาศ สตง.2ขั้ว สับสนไปทั้งวงราชการ ไม่รู้ใครมีอำนาจจริง!
ศาลปกครองกลาง นัดไต่สวน ส.ต.ง. 8 ก.ย. เผย คุญหญิงจารุวรรณกระชับอำนาจ ลงนามเอกสารเอง สับสนไปทั้งวงราชการ ไม่รู้ใครมีอำนาจที่แท้จริง
กรณีผู้ตรวจการแผ่นดินได้ยื่นฟ้องคุณหญิง จารุวรรณ เมณฑกา รักษาการผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน ต่อศาลปกครองกลาง ให้เพิกถอนคำสั่งยกเลิกการแต่งตั้งผู้รักษาการ และได้ขอคุ้มครองชั่วคราวให้หยุดปฏิบัติหน้าที่ระหว่างการพิจารณานั้น
ต่อมา ศาลปกครองได้มีคำสั่งให้ไต่สวนแบบธรรมดา นั่นคือ ศาลเปิดโอกาสให้คู่ความทั้งสองฝ่ายได้มีโอกาสแสดงพยานหลักฐานก่อน หรือเท่ากับปฏิเสธการไต่สวนฝ่ายเดียวเพื่อการคุ้มครองตามที่ผู้ตรวจการแผ่นดินเสนอ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันพุธที่ 8 กันยายน 2553 เวลา 10.00 น. ศาลปกครองมีคำสั่งให้ไต่สวนคำร้องขอคุ้มครองของผู้ตรวจการแผ่นดินแบบธรรมดา โดยองค์คณะ มีนายสมชัย วัฒนการุณ ตุลาการศาลปกครองกลาง เป็นประธาน คาดว่า คุณหญิงจารุวรรณ น่าจะเดินทางไปชี้แจงด้วยตนเอง
รายงานข่าวแจ้งว่า คุณหญิงจารุวรรณ น่าจะอ้างกรณีการรักษาการหลังจากพ้นตำแหน่งแล้วหลายกรณีเพื่อเป็นประโยชน์ กับรูปคดี เช่น กรณีพลเอก ธีรเดช มีเพียร ประธานผู้ตรวจการแผ่นดินครบวาระ แต่ยังสรรหาไม่ได้ ก็ต้องนั่งรักษาการในฐานะประธานต่อไปถึงปีเศษ หรือกรณีนายเสน่ห์ จามริก ประธานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติและกรรมการ
ทั้งคณะพ้นตำแหน่งไป 2 ปี ก็ยังต้องรักษาการในหน้าที่ต่อไป เพราะยังสรรหาไม่แล้วเสร็จ หรือกรณีกรรการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ 3 ท่านต้องออกจากวาระแต่สรรหาคนใหม่ยังไม่ได้ก็ต้องอยู่ปฏิบัติหน้าที่ต่อไป
ก่อนหน้านี้ นายปราโมทย์ โชติมงคล ประธานผู้ตรวจการแผ่นดิน แถลงว่า ข้อเท็จจริงคุณหญิงจารุวรรณ เมณฑกา ผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดินมีอายุครบ65 ปีบริบูรณ์ ถือได้ว่าพ้นจากตำแหน่งแล้ว ดังนั้นการอ้างว่าคุณหญิงจารุวรรณยังเป็นผู้ปฏิบัติหน้าที่ผู้ว่าการตรวจ เงินแผ่นดินอยู่ และออกคำสั่งให้ยกเลิกคำสั่งแต่งตั้ง นายพิศิษฐ์ ลีลาวชิโรภาส รองผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดินให้รักษาราชการแทนผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดินนั้น จึงเป็นการกระทำมิชอบด้วยกฎหมาย
รายงานข่าวแจ้งว่า ในช่วงที่ความสับสนในเรื่องสถานะของคุณหญิงจารุวรรณว่าจะพ้นตำแหน่งผู้ว่า การตรวจเงินแผ่นดินแล้วหรือไม่ ต่อมานายพิศิษฐ์ ลีลาวชิโรภาส ได้ส่งหนังสือไปยังหน่วยงานราชการ เพื่อประกาศให้ทราบว่าคุณหญิงจารุวรรณได้พ้นจากตำแหน่งผู้ว่าการตรวจเงิน แผ่นดินแล้วตามหนังสือที่ได้ส่งถึงนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะนายกรัฐมนตรีและหนังสือที่สอบถามไปถึงสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาใน ประเด็นที่คุณหญิงจารุวรรณมีอายุครบ 65 ปีเมื่อวันที่ 5 กรกฎาคม 2553 ปัญหาใครกันมีอำนาจที่แท้จริงใน ส.ต.ง. ได้ทำให้เกิดความสับสนในหน่วยงานของรัฐ เช่น บริษัท การบินไทย จำกัด(มหาชน) ที่เตรียมออกหู้นกู้เพิ่มทุนซึ่งต้องให้ ส.ต.ง. รับรองงบดุลก่อน แต่ผู้บริหารก็ไม่น่าใจว่า คุณหญิงจารุวรรณหรือ นายพิศิษฐ์ กันแน่ที่ควรรับรองงบดุลของการบินไทยฯ เช่นเดียวกับส่วนราชการต่างๆ ประกอบกับหลังจากที่คุณหญิงจารุวรรณ ได้กลับเข้ามาทำหน้าที่อีกครั้ง ได้ลงนามในเอกสารเอง และถ้าเป็นเอกสารที่ไม่ใช่เรื่องสำคัญก็มอบให้ผู้บริหารในสายของตนเองลงนามแทนนายพิศิษฐ์ .
http://www.matichon.co.th/news_detail.p ... =00&catid=
เดานะครับ.....แบบไม่มีเหตุผลประกอบ........ผมว่าคุณหญิงชนะ
ศาลปกครองกลาง นัดไต่สวน ส.ต.ง. 8 ก.ย. เผย คุญหญิงจารุวรรณกระชับอำนาจ ลงนามเอกสารเอง สับสนไปทั้งวงราชการ ไม่รู้ใครมีอำนาจที่แท้จริง
กรณีผู้ตรวจการแผ่นดินได้ยื่นฟ้องคุณหญิง จารุวรรณ เมณฑกา รักษาการผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน ต่อศาลปกครองกลาง ให้เพิกถอนคำสั่งยกเลิกการแต่งตั้งผู้รักษาการ และได้ขอคุ้มครองชั่วคราวให้หยุดปฏิบัติหน้าที่ระหว่างการพิจารณานั้น
ต่อมา ศาลปกครองได้มีคำสั่งให้ไต่สวนแบบธรรมดา นั่นคือ ศาลเปิดโอกาสให้คู่ความทั้งสองฝ่ายได้มีโอกาสแสดงพยานหลักฐานก่อน หรือเท่ากับปฏิเสธการไต่สวนฝ่ายเดียวเพื่อการคุ้มครองตามที่ผู้ตรวจการแผ่นดินเสนอ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันพุธที่ 8 กันยายน 2553 เวลา 10.00 น. ศาลปกครองมีคำสั่งให้ไต่สวนคำร้องขอคุ้มครองของผู้ตรวจการแผ่นดินแบบธรรมดา โดยองค์คณะ มีนายสมชัย วัฒนการุณ ตุลาการศาลปกครองกลาง เป็นประธาน คาดว่า คุณหญิงจารุวรรณ น่าจะเดินทางไปชี้แจงด้วยตนเอง
รายงานข่าวแจ้งว่า คุณหญิงจารุวรรณ น่าจะอ้างกรณีการรักษาการหลังจากพ้นตำแหน่งแล้วหลายกรณีเพื่อเป็นประโยชน์ กับรูปคดี เช่น กรณีพลเอก ธีรเดช มีเพียร ประธานผู้ตรวจการแผ่นดินครบวาระ แต่ยังสรรหาไม่ได้ ก็ต้องนั่งรักษาการในฐานะประธานต่อไปถึงปีเศษ หรือกรณีนายเสน่ห์ จามริก ประธานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติและกรรมการ
ทั้งคณะพ้นตำแหน่งไป 2 ปี ก็ยังต้องรักษาการในหน้าที่ต่อไป เพราะยังสรรหาไม่แล้วเสร็จ หรือกรณีกรรการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ 3 ท่านต้องออกจากวาระแต่สรรหาคนใหม่ยังไม่ได้ก็ต้องอยู่ปฏิบัติหน้าที่ต่อไป
ก่อนหน้านี้ นายปราโมทย์ โชติมงคล ประธานผู้ตรวจการแผ่นดิน แถลงว่า ข้อเท็จจริงคุณหญิงจารุวรรณ เมณฑกา ผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดินมีอายุครบ65 ปีบริบูรณ์ ถือได้ว่าพ้นจากตำแหน่งแล้ว ดังนั้นการอ้างว่าคุณหญิงจารุวรรณยังเป็นผู้ปฏิบัติหน้าที่ผู้ว่าการตรวจ เงินแผ่นดินอยู่ และออกคำสั่งให้ยกเลิกคำสั่งแต่งตั้ง นายพิศิษฐ์ ลีลาวชิโรภาส รองผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดินให้รักษาราชการแทนผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดินนั้น จึงเป็นการกระทำมิชอบด้วยกฎหมาย
รายงานข่าวแจ้งว่า ในช่วงที่ความสับสนในเรื่องสถานะของคุณหญิงจารุวรรณว่าจะพ้นตำแหน่งผู้ว่า การตรวจเงินแผ่นดินแล้วหรือไม่ ต่อมานายพิศิษฐ์ ลีลาวชิโรภาส ได้ส่งหนังสือไปยังหน่วยงานราชการ เพื่อประกาศให้ทราบว่าคุณหญิงจารุวรรณได้พ้นจากตำแหน่งผู้ว่าการตรวจเงิน แผ่นดินแล้วตามหนังสือที่ได้ส่งถึงนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะนายกรัฐมนตรีและหนังสือที่สอบถามไปถึงสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาใน ประเด็นที่คุณหญิงจารุวรรณมีอายุครบ 65 ปีเมื่อวันที่ 5 กรกฎาคม 2553 ปัญหาใครกันมีอำนาจที่แท้จริงใน ส.ต.ง. ได้ทำให้เกิดความสับสนในหน่วยงานของรัฐ เช่น บริษัท การบินไทย จำกัด(มหาชน) ที่เตรียมออกหู้นกู้เพิ่มทุนซึ่งต้องให้ ส.ต.ง. รับรองงบดุลก่อน แต่ผู้บริหารก็ไม่น่าใจว่า คุณหญิงจารุวรรณหรือ นายพิศิษฐ์ กันแน่ที่ควรรับรองงบดุลของการบินไทยฯ เช่นเดียวกับส่วนราชการต่างๆ ประกอบกับหลังจากที่คุณหญิงจารุวรรณ ได้กลับเข้ามาทำหน้าที่อีกครั้ง ได้ลงนามในเอกสารเอง และถ้าเป็นเอกสารที่ไม่ใช่เรื่องสำคัญก็มอบให้ผู้บริหารในสายของตนเองลงนามแทนนายพิศิษฐ์ .
http://www.matichon.co.th/news_detail.p ... =00&catid=
เดานะครับ.....แบบไม่มีเหตุผลประกอบ........ผมว่าคุณหญิงชนะ