Page 1 of 2
ฟ้องข้อหาให้การเท็จ ระวังละเมิดอำนาจศาล

Posted:
Wed Jun 08, 2011 8:07 am
by Arctinurus
การให้การของพยานในคดี อาจไม่ตรงกับข้อเท็จจริง หรือไม่ตรงกับความเห็นของศาล แต่จะถือว่าเป็นการให้การเท็จหรือไม่นั้น เป็นดุลยพินิจของศาล ถ้าศาลเห็นว่าพยานให้การไปเพราะเข้าใจเรื่องราวหรือเข้าใจข้อกฎหมายไม่ถูกต้อง ก็ไม่ถือว่าเป็นการให้การเท็จ อนึ่งการตัดสินว่าพยานให้การเท็จหรือไม่นั้น ถ้าศาลเห็นว่าพยานให้การเท็จ ศาลก็จะสั่งลงโทษพยานไปในคราวเดียวกันกับการตัดสินคดีนั้น ไม่มีการมาตั้งฟ้องแยกเป็นคดีต่างหาก ถ้าคดีนั้นศาลไม่สั่งลงโทษพยาน ก็ถือว่าศาลไม่ติดใจเอาความการให้การของพยาน
การเอาผิดพยานในข้อหาให้การเท็จ เป็นดุลยพินิจของศาล และเป็นอำนาจศาล สำหรับคดีที่ศาลได้ตัดสินไปแล้ว และไม่มีการตัดสินลงโทษพยานฐานให้การเท็จในดคีนั้น ผู้อื่นจะมาฟ้องร้องกล่าวหาว่าพยานให้การเท็จไม่ได้ การกล่าวหาเช่นนั้นเป็นการหมิ่นประมาท รวมทั้งเป็นการละเมิดอำนาจศาลด้วย
Re: ฟ้องข้อหาให้การเท็จ ระวังละเมิดอำนาจศาล

Posted:
Wed Jun 08, 2011 8:31 am
by Abraxas
จริงดิ้
รอผู้รู้ครับ!!!
Re: ฟ้องข้อหาให้การเท็จ ระวังละเมิดอำนาจศาล

Posted:
Wed Jun 08, 2011 8:35 am
by MahaAsura
พอดีไม่ใช่นักกฏหมาย
แต่สงสัยว่า ฟ้อง นาย A เรื่องนึง แล้วปรกติศาลที่ไหนจะตัดสินคดีของอีกคน
ขอความรู้หน่อยสิครับ ช่วยยกตัวอย่างมาสักเคสได้มั้ยครับ
Re: ฟ้องข้อหาให้การเท็จ ระวังละเมิดอำนาจศาล

Posted:
Wed Jun 08, 2011 8:38 am
by antiseptic
พี่เค้านี่แหละครับผู้รู้
ฟันธงอะไรไว้ไม่เคยพลาด
เอ๊ะ ว่าแต่เรื่องไรนะ?

Re: ฟ้องข้อหาให้การเท็จ ระวังละเมิดอำนาจศาล

Posted:
Wed Jun 08, 2011 8:40 am
by konansa
ผมว่า จขท มั่วแล้ว
ตอนศาลตัดสิน ศาลจะไม่บอกหลอกว่าคนไหนเป็นพยานเท็จ แล้วลงโทษละเมิดอำนาจศาล ศาลจะบอกเพียงว่าเชื่อไม่เชื่อพยานปากนี้
ทั้งศาลมีถึง ๓ ศาล จะให้ศาลแรกตัดสินคดีแล้วลงโทษพยานที่เบิกความเท็จทันทีเลยนั้น มันไม่มีที่ไหนในโลกเขาทำกัน
เรื่องของคุณยิ่งลักษณ์นี้ เป็นหน้าที่ของอัยการจะต้องมีหนังสือไปถึงพนักงานสอบสวนว่า พยาน(คุณยิ่งลักษณ์) ที่นำมาเบิกความนั้นได้เบิกความเท็จในข้อสำคัญของคดี
(หากเบิกความเท็จไม่ใช่ข้อสำคัญ อัยการจะไม่ดำเนินคดี เพราะคำเบิกความของพยานไม่มีสาระสำคัญในคดีนั้นที่ศาลได้วินิจฉัยไป
เช่น พยานเบิกความว่าเพียงว่า พยานเกิดที่กรุงเทพ แต่ความจริงพยานเกิดที่นนทบุรี อย่างนี้ไม่ใช่ข้อสำคัำญ
แต่หากคดีนัั้นมีประเด็นว่า จะยึดทรัพย์จำเลยได้หรือไม่ พยานมาเบิกความว่า เป็นทรัพย์ของตนเอง ไม่ใช่ของจำเลย
คำเบิกความของพยานแบบนี้อาจทำให้ศาลหลงผิดไปว่า ทรัพย์สินเป็นของพยาน จึงไม่ยึดทรัพย์ อย่างนี้ถือว่า คำเบิกความของพยานเป็นข้อสำคัญของคดี )
จากนั้นพนักงานสอบสวนถึงจะสอบปากคำ ตั้งข้อกล่าวหา ส่งสำนวนมายังอัยการเพื่อสั่งฟ้อง
ปล. คดีของคุณยิ่งลักษ์เกิดขึ้นก่อนที่คุณยิ่งลักษณ์เป็นผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ดังนั้นคดีนี้จะต้องเริ่มต้นจากพนักงานสอบสวนทั่วไปเป็นฝ่ายสอบสวน
(แต่ก็ต้องให้อัยการมีหนังสือแจ้งขอให้ดำเนินคดีก่อน พนักงานสอบสวนจะไม่หยิบขึ้นมาเองโดยพละการ เพราะพนักงานสอบสวนจะไม่รู้ว่าที่พยานเบิกความเท็จไปนั้นเป็นข้อสคัญในคดีหรือไม่ )
Re: ฟ้องข้อหาให้การเท็จ ระวังละเมิดอำนาจศาล

Posted:
Wed Jun 08, 2011 9:15 am
by konansa
เรื่องนี้หากอัยการไม่ดำเนินการเป็นต้นเรื่องมีหนังสือแจ้งพนักงานสอบสวน
รบกวนจานกับหมอตุล อีกครั้งหนึ่งช่วยแจ้งความดำเนิคดีกับอัยการฐานละเว้นฯด้วย เพราะจะได้รู้ว่าสิ่งที่คุณ(อัยการ)คิดนั้นถูกหรือผิด
Re: ฟ้องข้อหาให้การเท็จ ระวังละเมิดอำนาจศาล

Posted:
Wed Jun 08, 2011 9:20 am
by ridkun_user
ตกลงทักษิณได้เข้าสหรัฐรึยังครับ

Re: ฟ้องข้อหาให้การเท็จ ระวังละเมิดอำนาจศาล

Posted:
Wed Jun 08, 2011 9:23 am
by ปุถุชน
MahaAsura wrote::shock:
พอดีไม่ใช่นักกฏหมาย
แต่สงสัยว่า ฟ้อง นาย A เรื่องนึง แล้วปรกติศาลที่ไหนจะตัดสินคดีของอีกคน
ขอความรู้หน่อยสิครับ ช่วยยกตัวอย่างมาสักเคสได้มั้ยครับ
อาจารย์แก้วสรร เป็นอาจารย์สอนกฏหมายนะครับ
คณะกรรมการ คตส.มีนักกฏหมาย"มือพระกาฬ"และสุจริตใจ
จึงไล่ทันทักษิณ.......ฮ่า ฮ่า ฮ่า ฮ่า
Re: ฟ้องข้อหาให้การเท็จ ระวังละเมิดอำนาจศาล

Posted:
Wed Jun 08, 2011 9:26 am
by ปุถุชน
ridkun_user wrote:ตกลงทักษิณได้เข้าสหรัฐรึยังครับ

เดี๋ยวเจ้าของกระทู้หายหน้าไปอีกหรอก เพราะว่า
เขาหน้าบางกว่าไอ้เต้น ไอ้ตู่ และเป็ดเหลิม.....ฮ่า ฮ่า ฮ่า ฮ่า
Re: ฟ้องข้อหาให้การเท็จ ระวังละเมิดอำนาจศาล

Posted:
Wed Jun 08, 2011 9:37 am
by pooyong
ปุถุชน wrote:MahaAsura wrote::shock:
พอดีไม่ใช่นักกฏหมาย
แต่สงสัยว่า ฟ้อง นาย A เรื่องนึง แล้วปรกติศาลที่ไหนจะตัดสินคดีของอีกคน
ขอความรู้หน่อยสิครับ ช่วยยกตัวอย่างมาสักเคสได้มั้ยครับ
อาจารย์แก้วสรร เป็นอาจารย์สอนกฏหมายนะครับ
คณะกรรมการ คตส.มีนักกฏหมาย"มือพระกาฬ"และสุจริตใจ
จึงไล่ทันทักษิณ.......ฮ่า ฮ่า ฮ่า ฮ่า
เผาไทย ก็มีนักกฎหมายนะครับ อย่าง ดร.โคคา โคล่า ไง
แม้วไม่ได้ทำผิดกฎหมาย แต่ทำในสิ่งที่กฎหมายห้าม

Re: ฟ้องข้อหาให้การเท็จ ระวังละเมิดอำนาจศาล

Posted:
Wed Jun 08, 2011 9:39 am
by zeus
viewtopic.php?f=2&t=29415&hilit=Arctinurus <<<<< ไม่ต้องลุ้นครับ ทักษิณเข้าสหรัฐได้แน่ และจะไม่ถูกส่งกลับไทย
ผลงานพี่แกเขาแหละ ถ้าอยากเสริจว่า ผลงานพี่แกมีไรบ้าง ก็อป ชื่อ Arctinurus ไปวางไว้ในช่อง Search. แล้วจะรู้เอง

Re: ฟ้องข้อหาให้การเท็จ ระวังละเมิดอำนาจศาล

Posted:
Wed Jun 08, 2011 9:40 am
by นักเรียนตลอดชีพ
เอาเฉพาะเรื่องละเมิด อำนาจศาลนะ ... ฟันธง ด้วยหรือเปล่า ........... ???

Re: ฟ้องข้อหาให้การเท็จ ระวังละเมิดอำนาจศาล

Posted:
Wed Jun 08, 2011 9:44 am
by Nish
โชว์ง่าวอีกตามเคย
Re: ฟ้องข้อหาให้การเท็จ ระวังละเมิดอำนาจศาล

Posted:
Wed Jun 08, 2011 9:46 am
by Nish
zeus wrote:http://forum.serithai.net/viewtopic.php?f=2&t=29415&hilit=Arctinurus <<<<< ไม่ต้องลุ้นครับ ทักษิณเข้าสหรัฐได้แน่ และจะไม่ถูกส่งกลับไทย
ผลงานพี่แกเขาแหละ ถ้าอยากเสริจว่า ผลงานพี่แกมีไรบ้าง ก็อป ชื่อ Arctinurus ไปวางไว้ในช่อง Search. แล้วจะรู้เอง

เข้าได้เข้าไปแล้ว ที่ไม่เข้าเพราะเข้าไม่ได้
Re: ฟ้องข้อหาให้การเท็จ ระวังละเมิดอำนาจศาล

Posted:
Wed Jun 08, 2011 10:01 am
by thanong
Re: ฟ้องข้อหาให้การเท็จ ระวังละเมิดอำนาจศาล

Posted:
Wed Jun 08, 2011 10:04 am
by Limmy
เจ้าเดิม ธงหัก คาอเมริกา

Re: ฟ้องข้อหาให้การเท็จ ระวังละเมิดอำนาจศาล

Posted:
Wed Jun 08, 2011 10:04 am
by halfmoon
Arctinurus wrote:การให้การของพยานในคดี อาจไม่ตรงกับข้อเท็จจริง หรือไม่ตรงกับความเห็นของศาล แต่จะถือว่าเป็นการให้การเท็จหรือไม่นั้น เป็นดุลยพินิจของศาล ถ้าศาลเห็นว่าพยานให้การไปเพราะเข้าใจเรื่องราวหรือเข้าใจข้อกฎหมายไม่ถูกต้อง ก็ไม่ถือว่าเป็นการให้การเท็จ อนึ่งการตัดสินว่าพยานให้การเท็จหรือไม่นั้น ถ้าศาลเห็นว่าพยานให้การเท็จ ศาลก็จะสั่งลงโทษพยานไปในคราวเดียวกันกับการตัดสินคดีนั้น ไม่มีการมาตั้งฟ้องแยกเป็นคดีต่างหาก ถ้าคดีนั้นศาลไม่สั่งลงโทษพยาน ก็ถือว่าศาลไม่ติดใจเอาความการให้การของพยาน
การเอาผิดพยานในข้อหาให้การเท็จ เป็นดุลยพินิจของศาล และเป็นอำนาจศาล สำหรับคดีที่ศาลได้ตัดสินไปแล้ว และไม่มีการตัดสินลงโทษพยานฐานให้การเท็จในดคีนั้น ผู้อื่นจะมาฟ้องร้องกล่าวหาว่าพยานให้การเท็จไม่ได้ การกล่าวหาเช่นนั้นเป็นการหมิ่นประมาท รวมทั้งเป็นการละเมิดอำนาจศาลด้วย
ฟังดูแล้วเคลิ้มไปเลย ตอบสั้นนะ
ศาลที่พิพากษาทักษิณและที่ยิ่งลักษณ์เป็นพยานในคดีเดียวกันนี้ เป็นศาลที่พิพากษาผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง และพยานในคดี(ยิ่งลักษณ์)ไม่ได้เป็นนักการเมืองในขณะดำเนินคดีนั้นด้วย ศาลจึงพิพากษาเฉพาะผู้ที่ดำรงตำแหน่งทางการเมือง และไม่มีผู้กล่าวโทษพยานให้การเท็จในศาลนั้นด้วย แต่หากมีความผิดอื่นที่ผู้กระทำผิดไม่ได้เป็นนักการเมือง ก็ให้ไปว่ากันที่ศาลอาญาหรือแพ่ง เหมือนกรณีคุณพจมาน คดีที่ดินรัชดา ทักษิณผิดในคดีแต่เป็นศาลที่พิพากษาผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ที่เสื้อแดงเอามาสร้างวาทกรรม เมียทำผัวผิด บ้าบออะไรนั้นแหละ แต่สุดท้ายศาลแพ่งก็ดำเนินคดีต่อคุณพจมานต่อ จนเสิ้อแดงพูดไม่ออกนอกจากครางอ๋อยๆ เช่นกันในคดีนี้ ยิ่งลักษณ์ก็จะถูกดำเนินคดีในศาลอาญาต่อไป โดยไม่เป็นการละเมิดต่อศาล และการที่ศาลไม่มีคำพิพากษายิ่งลักษณ์นั้นก็ไม่ได้หมายความว่าไม่ผิดประการใด แต่เป็นศาลคะละศาลครับ
Re: ฟ้องข้อหาให้การเท็จ ระวังละเมิดอำนาจศาล

Posted:
Wed Jun 08, 2011 10:05 am
by ต่อมเดือดแตก
เขินแทนพี่เฅ้า เป็นผมผมเปลี่ยนชื่อล็อกอินไปแล้ว
Re: ฟ้องข้อหาให้การเท็จ ระวังละเมิดอำนาจศาล

Posted:
Wed Jun 08, 2011 10:08 am
by thanong
Re: ฟ้องข้อหาให้การเท็จ ระวังละเมิดอำนาจศาล

Posted:
Wed Jun 08, 2011 10:10 am
by Limmy
เห็นผลงานมือกฎหมายของทักษิณแต่ละท่านแล้ว เชื่อมั่นได้เลยครับว่า 'แม้วหมดตูด'
ไม่ต้องลุ้นครับ

Re: ฟ้องข้อหาให้การเท็จ ระวังละเมิดอำนาจศาล

Posted:
Wed Jun 08, 2011 10:13 am
by halfmoon
konansa wrote:เรื่องนี้หากอัยการไม่ดำเนินการเป็นต้นเรื่องมีหนังสือแจ้งพนักงานสอบสวน
รบกวนจานกับหมอตุล อีกครั้งหนึ่งช่วยแจ้งความดำเนิคดีกับอัยการฐานละเว้นฯด้วย เพราะจะได้รู้ว่าสิ่งที่คุณ(อัยการ)คิดนั้นถูกหรือผิด
ความคิดข้างในสมองอย่าพึ่งไปคิดถึง เพราะเขาบ่ายเบี่ยงได้ โดยเข้าใจว่าคดีนี้จะดำเนินการสูงสุดที่ตัวนักการเมือง นช.ทักษิณ อัยการจึงสามารถหยุดเพียงนั้นได้ เพราะต้นขั้วคือ คตส.ไม่ได้แจ้งความเอาผิดต่อเอง และอาจจะเพราะคาบเกี่ยวในการหมดหน้าที่ คตส.ก็ได้ และตัวอาจารย์แก้วสรรเองก็อยู่ใน คตส.ด้วย แต่หากจะแจ้งความเอาผิดอัยการเพื่อเป็นการยันข้างปิดทางออกไว้ก็กระทำได้ คือกันอัยการบ่ายเบี่ยง หากอัยการดำเนินคดีหรือไปแจ้งความเอาผิดยิ่งลักษณ์แล้ว ก็ถอนแจ้งความทีหลังก้ได้เหมือนกันครับ เว้นแต่ว่าอัยการจะแว้งกลับมากัดอาจารย์แก้วสรร อันนี้ก็ต้องระวัง เพราะอาจารย์แก้วสรรเองเป็นต้นขั้วด้วยคือ คตส. แต่อาจารย์ก็หลบได้ เพราะอาจารย์จะไปรู้ได้ไงว่าใครจะมาให้การเท็จ
Re: ฟ้องข้อหาให้การเท็จ ระวังละเมิดอำนาจศาล

Posted:
Wed Jun 08, 2011 10:24 am
by jaw
Arctinurus wrote:การให้การของพยานในคดี อาจไม่ตรงกับข้อเท็จจริง หรือไม่ตรงกับความเห็นของศาล แต่จะถือว่าเป็นการให้การเท็จหรือไม่นั้น เป็นดุลยพินิจของศาล ถ้าศาลเห็นว่าพยานให้การไปเพราะเข้าใจเรื่องราวหรือเข้าใจข้อกฎหมายไม่ถูกต้อง ก็ไม่ถือว่าเป็นการให้การเท็จ อนึ่งการตัดสินว่าพยานให้การเท็จหรือไม่นั้น ถ้าศาลเห็นว่าพยานให้การเท็จ ศาลก็จะสั่งลงโทษพยานไปในคราวเดียวกันกับการตัดสินคดีนั้น ไม่มีการมาตั้งฟ้องแยกเป็นคดีต่างหาก ถ้าคดีนั้นศาลไม่สั่งลงโทษพยาน ก็ถือว่าศาลไม่ติดใจเอาความการให้การของพยาน
การเอาผิดพยานในข้อหาให้การเท็จ เป็นดุลยพินิจของศาล และเป็นอำนาจศาล สำหรับคดีที่ศาลได้ตัดสินไปแล้ว และไม่มีการตัดสินลงโทษพยานฐานให้การเท็จในดคีนั้น ผู้อื่นจะมาฟ้องร้องกล่าวหาว่าพยานให้การเท็จไม่ได้ การกล่าวหาเช่นนั้นเป็นการหมิ่นประมาท รวมทั้งเป็นการละเมิดอำนาจศาลด้วย
โดยปกติแล้วศาลจะไม่มีคำสั่งในเรื่องใดเรื่องหนึ่งนอกเหนือจากคดีที่กำลังวินิจฉัยอยู่ค่ะ ผู้ที่จะต้องรวบรวมพยาน หลักฐานเอาผิดป้ากลวงในข้อหาให้การเท็จคือ อัยการ แต่ก็แปลกอยู่ที่เฉย ไม่ยอมทำ แต่ยังโชคดีที่คดียังไม่ขาดอายุความ มีนักกฎหมายอย่างอาจารย์แก้วสรรค์ออกหน้าผลักดัน DSI แล้วส่งไม้ต่อให้ อัยการส่งฟ้อง ฟันธงว่าศาลต้องรับคำฟ้องเพราะหลักฐานชัดเจนมากว่าให้การเท็จจริง

Re: ฟ้องข้อหาให้การเท็จ ระวังละเมิดอำนาจศาล

Posted:
Wed Jun 08, 2011 10:25 am
by bird
ประเด็น...คุณปูมิได้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ถือเป็นคดีอาญาปกติ
ลองเทียบเคียงกับคำพิพากษาในอดีต
เบิกความอันเป็นเท็จในการพิจารณาคดีต่อศาล
การที่พยานเบิกความว่าเห็นจำเลยกระทำความผิดฐานปล้นทรัพย์ ต่อมาศาลพิพากษายกฟ้องโจทก์ การที่จำเลยนำเหตุที่ศาลยกฟ้องนั้นมาฟ้องพยานที่เบิกความต่อศาลฐานเบิกความอันเป็นเท็จโดยไม่มีพยานมาสืบสนับสนุนไม่ได้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4162/2548
จำเลยทั้งสองเคยให้การและเบิกความว่าโจทก์ทั้งสองกระทำผิดฐานปล้นทรัพย์ แต่ศาลพิพากษายกฟ้อง โจทก์ทั้งสองจึงฟ้องว่าจำเลยแจ้งข้อความอันเป็นเท็จเกี่ยวกับความผิดอาญา และเบิกความอันเป็นเท็จในการพิจารณาคดีอาญา แต่ข้อเท็จจริงที่โจทก์นำสืบไม่มีเหตุผลที่จะชี้ให้เห็นเจตนาอันไม่สุจริตของจำเลยทั้งสองว่านำเอาความเท็จซึ่งควรรู้อยู่แล้วมาแกล้งกล่าวหาโจทก์ทั้งสอง ข้อเท็จจริงว่าจำเลยทั้งสองเห็นว่าโจทก์เป็นคนร้ายหรือไม่ เป็นข้อเท็จจริงที่ยุติระหว่างคู่ความในคดีปล้นทรัพย์เท่านั้น จะนำมาฟังในคดีนี้ว่าการให้การชั้นสอบสวนและเบิกความในชั้นศาลเป็นการแจ้งความเท็จและเบิกความเท็จ โดยโจทก์ไม่มีพยานมาสืบว่าความจริงเป็นดังฟ้องอย่างใดหาได้ไม่
โจทก์ทั้งสองฟ้องและแก้ไขคำฟ้องว่า เมื่อระหว่างวันที่ 28 กรกฎาคม 2539 ถึงวันที่ 10 มกราคม 2540 วันเวลาใดไม่ปรากฏชัด จำเลยทั้งสองนำข้อความอันเป็นเท็จไปแจ้งต่อพนักงานสอบสวน การกระทำของจำเลยทั้งสองเป็นเหตุให้พนักงานสอบสวนดำเนินคดีแก่โจทก์ทั้งสองและพนักงานอัยการได้ฟ้องโจทก์ทั้งสองต่อศาล ทำให้โจทก์ทั้งสองได้รับความเสียหาย และต่อมาวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2540 เวลากลางวัน จำเลยทั้งสองเบิกความอันเป็นเท็จในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 695/2540 ของศาลชั้นต้นซึ่งพนักงานอัยการฟ้องโจทก์ทั้งสองกับพวกรวม 3 คน เป็นจำเลยในความผิดฐานปล้นทรัพย์โดยจำเลยทั้งสองนำข้อความอันเป็นเท็จเช่นเดียวกับที่แจ้งต่อพนักงานสอบสวนไปเบิกความต่อศาล ข้อความอันเป็นเท็จดังกล่าวเป็นข้อสำคัญในคดี เพราะอาจเป็นเหตุให้ศาลเชื่อว่าโจทก์ทั้งสองเป็นคนร้ายจริง แม้คดีดังกล่าวศาลจะพิพากษายกฟ้องโดยไม่เชื่อว่าโจทก์ทั้งสองเป็นคนร้าย แต่การกระทำของจำเลยทั้งสองได้ทำให้เกิดความเสียหายแก่โจทก์ทั้งสองแล้ว เหตุเกิดที่ตำบลหัวไทร อำเภอหัวไทร และอำเภอปากพนัง จังหวัดนครศรีธรรมราช เกี่ยวพันกัน ขอให้ลงโทษตาม ป.อ. มาตรา 83, 91, 172, 177, 181
ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้ว เห็นว่าคดีมีมูล ให้ประทับฟ้อง
จำเลยทั้งสองให้การปฏิเสธ
ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยทั้งสองมีความผิดตาม ป.อ. มาตรา 83, 172, 177 วรรคท้าย, 181 (1) (ที่ถูกมาตรา 177 วรรคสอง ประกอบมาตรา 181 (1) แต่ให้ลงโทษตามมาตรา 181 (1)) เรียงกระทงลงโทษตาม ป.อ. มาตรา 91 ฐานแจ้งข้อความอันเป็นเท็จเกี่ยวกับความผิดอาญา จำคุกคนละ 1 ปี ฐานเบิกความอันเป็นเท็จในการพิจารณาคดีอาญา จำคุกคนละ 2 ปี รวมจำคุกคนละ 3 ปี
จำเลยทั้งสองอุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์ภาค 8 พิพากษายืน
จำเลยทั้งสองฎีกา โดยผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาและลงชื่อในคำพิพากษาศาลชั้นต้นอนุญาตให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า มีปัญหาวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยทั้งสองว่า จำเลยทั้งสองมีความผิดฐานแจ้งความเท็จและเบิกความเท็จหรือไม่ เห็นว่า มูลเหตุที่โจทก์ทั้งสองฟ้องจำเลยทั้งสองเป็นคดีนี้ก็โดยอาศัยข้อเท็จจริงจากถ้อยคำของจำเลยทั้งสองที่แจ้งต่อพนักงานสอบสวนและเบิกความต่อศาลว่า จำเลยที่ 1 เห็นโจทก์ทั้งสองกับพวกลักโคของจำเลยที่ 1 และจำเลยที่ 2 เห็นโจทก์ทั้งสองกับพวกมาเอาโคของจำเลยที่ 1 ไป แต่ศาลชั้นต้นฟังข้อเท็จจริงว่า ไม่เชื่อว่าจำเลยทั้งสองเห็นคนร้ายที่ลักโคของจำเลยที่ 1 จึงพิพากษายกฟ้อง โจทก์ทั้งสองมีร้อยตำรวจเอกอนันต์เบิกความเป็นพยานว่า ได้ไปดูที่เกิดเหตุและเบิกความตอบทนายจำเลยทั้งสองถามค้านว่า จุดที่จำเลยที่ 1 อ้างว่ายืนดูและมองเห็นคนร้ายสามารถมองเห็นคอกโคได้แต่ไม่ชัดเจน ในคอกมีดวงไฟขนาด 100 แรงเทียนติดอยู่ คอกโคไม่กว้าง ร้อยตำรวจเอกศิริชัยเบิกความเป็นพยานโจทก์ทั้งสองว่า ได้ไปดูที่เกิดเหตุ ห้องน้ำบ้านจำเลยที่ 1 อยู่ติดกับคอกโค ห้องน้ำมีช่องระบายอากาศ หากมองจากภายในห้องน้ำผ่านช่องระบายอากาศสามารถมองเห็นคอกโคได้ ซึ่งเมื่อพิจารณาตามภาพถ่ายแล้วเห็นว่า ห้องน้ำอยู่ห่างคอกโค 1 เมตรเศษ คอกโคอยู่ต่ำกว่าพื้นห้องน้ำ 1 เมตรเศษ ช่องระบายอากาศด้านซ้ายมือของจำเลยที่ 1 ตามภาพถ่ายคือช่องระบายอากาศด้านที่อยู่ติดกับคอกโค ช่องระบายอากาศดังกล่าวอยู่สูงจากพื้นห้องน้ำ 1 เมตรเศษ เชื่อว่า หากมองจากภายในห้องน้ำผ่านช่องระบายอากาศดังกล่าวน่าจะมองเห็นภายในคอกโคได้ ส่วนจำเลยที่ 2 นั้น โจทก์ทั้งสองเบิกความเป็นพยานว่า จำเลยที่ 2 ได้ให้การต่อพนักงานสอบสวนและเบิกความเป็นพยานต่อศาลว่า ขณะจำเลยที่ 2 ขับรถยนต์อยู่บนถนนสายท่าซอม เพื่อไปตลาดนัดพบโจทก์ทั้งสองกับพวกจูงโค 3 ตัว อยู่ริมถนน ตามบันทึกคำให้การของพยานและสำเนาคำให้การพยานโจทก์ ข้อเท็จจริงที่โจทก์ทั้งสองนำสืบดังกล่าวไม่มีเหตุผลที่จะชี้ให้เห็นเจตนาอันไม่สุจริตของจำเลยทั้งสองว่านำเอาความเท็จซึ่งควรรู้อยู่แล้วมาแกล้งกล่าวหาโจทก์ทั้งสอง ข้อเท็จจริงว่าจำเลยทั้งสองเห็นว่าโจทก์ทั้งสองกับพวกเป็นคนร้ายหรือไม่ เป็นข้อเท็จจริงที่ยุติระหว่างโจทก์และจำเลยทั้งสามในคดีปล้นทรัพย์เท่านั้น จะนำมาฟังในคดีนี้ว่าการที่จำเลยทั้งสองให้การในชั้นสอบสวนกับเบิกความในชั้นพิจารณาของศาลตรงข้ามกับข้อเท็จจริงดังกล่าวเป็นการแจ้งความเท็จและเบิกความเท็จหาได้ไม่ เมื่อโจทก์ไม่มีพยานมาสืบว่าความจริงเป็นดังที่โจทก์กล่าวในฟ้อง จำเลยทั้งสองจึงไม่มีความผิดฐานแจ้งความเท็จและเบิกความเท็จ ที่ศาลล่างทั้งสองพิพากษานั้น ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย
พิพากษากลับ ให้ยกฟ้อง.
ประมวลกฎหมายอาญา
มาตรา 172 ผู้ใดแจ้งข้อความอันเป็นเท็จเกี่ยวกับความผิดอาญา แก่พนักงานอัยการ ผู้ว่าคดี พนักงานสอบสวนหรือเจ้าพนักงานผู้มี อำนาจสืบสวนคดีอาญา ซึ่งอาจทำให้ผู้อื่นหรือประชาชนเสียหาย ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสองปี หรือปรับไม่เกินสี่พันบาท หรือ ทั้งจำทั้งปรับ
มาตรา 177 ผู้ใดเบิกความอันเป็นเท็จในการพิจารณาคดีต่อศาล ถ้าความเท็จนั้นเป็นข้อสำคัญในคดี ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินห้าปี หรือปรับไม่เกินหนึ่งหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
ถ้าความผิดดังกล่าวในวรรคแรก ได้กระทำในการพิจารณาคดีอาญา ผู้กระทำต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินเจ็ดปี และปรับไม่เกิน หนึ่งหมื่นสี่พันบาท
มาตรา 181 ถ้าการกระทำความผิดตาม มาตรา 174 มาตรา 175 มาตรา 177 มาตรา 178 หรือ มาตรา 180
(1) เป็นการกระทำในกรณีแห่งข้อหาว่า ผู้ใดกระทำความผิดที่มี ระวางโทษจำคุกตั้งแต่สามปีขึ้นไป ผู้กระทำต้องระวางโทษจำคุก ตั้งแต่หกเดือนถึงเจ็ดปี และปรับตั้งแต่หนึ่งพันบาทถึงหนึ่งหมื่นสี่พันบาท
(2) เป็นการกระทำในกรณีแห่งข้อหาว่า ผู้ใดกระทำความผิดที่มี ระวางโทษถึงประหารชีวิต หรือจำคุกตลอดชีวิต ผู้กระทำต้องระวาง โทษจำคุกตั้งแต่หนึ่งปีถึงสิบห้าปี และปรับตั้งแต่สองพันบาทถึง สามหมื่นบาท
Re: ฟ้องข้อหาให้การเท็จ ระวังละเมิดอำนาจศาล

Posted:
Wed Jun 08, 2011 10:26 am
by tigermao
จรัญ'ไม่ฟันธง เหตุศาลไม่เชื่อคำเบิกความ
ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ "จรัญ" ไม่ฟันธง เหตุ ศาล ไม่เชื่อคำเบิกความ จะถือเป็นการเบิกความเท็จเสมอไปหรือไม่ ชี้ ต้องดูปัจจัยอื่นประกอบ ขณะเป็นหน้าที่ผู้เสียหาย ต้องดำเนินการ
นายจรัญ ภักดีธนากุล ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ เปิดเผย ไอ.เอ็น.เอ็น. เกี่ยวกับ หลักการพิจารณาคดีความ ซึ่งเป็นที่สงสัยอยู่ว่า การที่ ศาลไม่เชื่อในคำเบิกความ จะถือว่าคำเบิกความนั้นเป็นเท็จหรือไม่นั้น ต้องดูเป็นเรื่อง ๆ ไป ไม่สามารถชี้ชัด ฟันธงได้ทุกกรณีว่าจะต้องเป็นการเบิกความเท็จเสมอไป ซึ่งโดยหลักการแล้ว หากศาลวินิจฉัยให้เห็นชัดเจนว่า เรื่องที่เบิกความดังกล่าวนั้นไม่จริง และศาลไม่เชื่อ ก็อาจจะนำไปเป็นมูลเหตุให้ไปดำเนินการฐานเบิกความเท็จได้ ซึ่งยังมีปัจจัยอื่น ๆ อีก ที่ต้องนำมาคิดประกอบ ส่วนการดำเนินการเอาผิดเรื่องเบิกความเท็จ หรือ ให้การเท็จนั้น ผู้เกี่ยวข้อง หรือ ผู้เสียหายจากการเบิกความเท็จนั้น ต้องไปดำเนินการกันเอง ศาลไม่มีหน้าที่ต้องไปสั่ง
ขณะที่ ทางด้าน นายกล้านรงค์ จันทิก โฆษกคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ผู้รับโอนคดีจาก คตส. มาดำเนินการต่อ กล่าวว่า คดีดังกล่าว ศาลมีคำพิพากษา ตั้งแต่ราวเดือนกุมภาพันธ์ ปี 2553 ซึ่งเวลาผ่านมาปีเศษแล้ว แต่ยืนยันว่า ขณะนี้ ป.ป.ช. ยังไม่มีการนำเรื่องข้อสงสัยของการให้การเท็จในคดีดังกล่าว เข้าสู่การพิจารณาของที่ประชุมแต่อย่างใด
...................................................................
ไม่รู้จริงๆ ครับว่ากันไป ก็แล้วกัน
Re: ฟ้องข้อหาให้การเท็จ ระวังละเมิดอำนาจศาล

Posted:
Wed Jun 08, 2011 10:33 am
by pooyong
ต่อมเดือดแตก wrote:เขินแทนพี่เฅ้า เป็นผมผมเปลี่ยนชื่อล็อกอินไปแล้ว
เค้ามีล็อกอินสำรองไว้แล้งมั้ง

Re: ฟ้องข้อหาให้การเท็จ ระวังละเมิดอำนาจศาล

Posted:
Wed Jun 08, 2011 11:54 am
by Arctinurus
ผมไม่เห็นว่าจะเสียหน้าตรงไหน เพราะองค์กรของสหรัฐที่เชิญขอเลื่อนเอง จะเพราะเกรงใจรัฐบาลปัจจุบันหรือเพราะอะไร และเมื่อเลื่อนแบบไม่มีกำหนดจนเหมือนยกเลิก ก็ถือว่าช่วยไม่ได้ ผมจะยอมรับว่าสิ่งที่ผมฟังธงผิดพลาด ก็ต่อเมื่อเจ้าภาพยังคงเชิญแต่ทักษิณขอวีซ่าเข้าประเทศไม่ได้ เท่านั้นครับ
อนึ่ง ผมไม่มีล็อคอินสำรอง แต่ที่หายไปเพราะหลังจากนั้น ผมได้เห็นผลโหวตของกระทู้หนึ่ง ที่แสดงให้เห็นว่าคนที่แสดงความเห็นอยู่ในที่นี้ 90% เป็นสาวกแมลงสาบชนิดตกตะกอน ผมจึงเห็นว่าป่วยการที่จะออกความเห็นต่อไป เพราะการมาออกความเห็นของผมนั้น ผมมุ่งหวังจะสื่อไปถึงคนส่วนใหญ่ในสังคม ไม่ให้ตกเป็นเหยื่อของพรรคแมลงสาบ
พอเห็นว่าคนที่เป็นเป้าหมายของผมมีน้อยแค่ 10% เท่านั้น ก็เลยเห็นว่าไม่คุ้มเวลา
Re: ฟ้องข้อหาให้การเท็จ ระวังละเมิดอำนาจศาล

Posted:
Wed Jun 08, 2011 11:59 am
by pooyong
แล้วหาคนส่วนใหญ่เจอหรือยัง

Re: ฟ้องข้อหาให้การเท็จ ระวังละเมิดอำนาจศาล

Posted:
Wed Jun 08, 2011 12:04 pm
by Arctinurus
หาไม่เจอในที่นี้ ก็เลยไปหาที่อื่น
Re: ฟ้องข้อหาให้การเท็จ ระวังละเมิดอำนาจศาล

Posted:
Wed Jun 08, 2011 12:09 pm
by halfmoon
Arctinurus wrote:ผมไม่เห็นว่าจะเสียหน้าตรงไหน เพราะองค์กรของสหรัฐที่เชิญขอเลื่อนเอง จะเพราะเกรงใจรัฐบาลปัจจุบันหรือเพราะอะไร และเมื่อเลื่อนแบบไม่มีกำหนดจนเหมือนยกเลิก ก็ถือว่าช่วยไม่ได้ ผมจะยอมรับว่าสิ่งที่ผมฟังธงผิดพลาด ก็ต่อเมื่อเจ้าภาพยังคงเชิญแต่ทักษิณขอวีซ่าเข้าประเทศไม่ได้ เท่านั้นครับ
อนึ่ง ผมไม่มีล็อคอินสำรอง แต่ที่หายไปเพราะหลังจากนั้น ผมได้เห็นผลโหวตของกระทู้หนึ่ง ที่แสดงให้เห็นว่าคนที่แสดงความเห็นอยู่ในที่นี้ 90% เป็นสาวกแมลงสาบชนิดตกตะกอน ผมจึงเห็นว่าป่วยการที่จะออกความเห็นต่อไป เพราะการมาออกความเห็นของผมนั้น ผมมุ่งหวังจะสื่อไปถึงคนส่วนใหญ่ในสังคม ไม่ให้ตกเป็นเหยื่อของพรรคแมลงสาบ
พอเห็นว่าคนที่เป็นเป้าหมายของผมมีน้อยแค่ 10% เท่านั้น ก็เลยเห็นว่าไม่คุ้มเวลา
ที่นี่มีเหยื่อของคุณ 10% มันก็คุ้มอยู่นะ ไม่รู้จักทฤษฎีผีเสื้อกระพือปีกรึ เหยื่อของคุณ 10% ของที่นี่ อาจจะทำให้แพร่เป็นล้านได้นะ เพราะอัตราเพิ่มคนโง่มันเร็วและมากกว่าอัตราส่วนคนฉลาด คนเรากว่าฉลาดได้ก็ผ่านความโง่มาเยอะเป็นธรรมดา แต่มันนานและน้อยคนนัก ส่วนความโง่และคนโง่มันขยายตัวขยายจำนวนเร็ว แป๊บเดียวก็เป็นล้าน คุณอย่ามองข้ามคนโง่ในเสรีไทยที่คุณบอกว่ามี 10% นะครับ
Re: ฟ้องข้อหาให้การเท็จ ระวังละเมิดอำนาจศาล

Posted:
Wed Jun 08, 2011 12:19 pm
by missing_u
90% ที่ว่า น่าจะเป็นกลุ่มคนที่เกลียดทักษิณ และต่อต้านระบอบทักษิณมากกว่านะครับ