Page 1 of 1

บีบีซีวิเคราะห์โอกาสน้อยอังกฤษส่งตัว'แม้ว'กลับไทย

PostPosted: Sun Oct 26, 2008 12:50 pm
by มารุจัง
บีบีซี - บีบีซี สื่อชื่อดังของอังกฤษ เสนอบทวิเคราะห์ถึงกรณีความพยายามของอัยการไทยที่ต้องการนำตัว 'ทักษิณ' กลับมาชดใช้ความผิดหลังศาลลงโทษจำคุกข้อหาทุจริตที่ดินรัชดาฯ ชี้โอกาสยากที่อังกฤษจะยอมส่งตัวกลับโดยเฉพาะคำแก้ตัวของอดีตนายกฯที่อ้าง ว่าคดีดังกล่าวมีแรงจูงใจทางการเมือง

สำนักข่าวบีบีซีเสนอรายงานในหัวข้อ "Will Thaksin be extradited?" โดยระบุว่าอัยการของไทยมีความตั้งใจนำตัว ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีในฐานะผู้ร้ายข้ามแดนกลับจากอังกฤษเพื่อรับเผชิญข้อกล่าวหา ต่างๆและรับโทษจำคุก โดย มิชาเอล โอบี ผู้สื่อข่าวของบีบีซีแสดงทัศนะถึงกรณีที่อังกฤษจะยอมส่งตัวเขากลับสู่ประเทศ ไทยหรือไม่

มิชาเอล โอบี ระบุว่า ทักษิณ ชินวัตรและพจมาน ภรรยาของเขา อาศัยอยู่ในอังกฤษตั้งแต่เดือนสิงหาคมหลังหนีประกันมาจากประเทศไทย โดยทั้งสองคนถูกพิพากษาจำคุกและมีอีกหลายคดีที่ยังไม่ตัดสิน

ชัดเจนว่าเขาไม่เร่งรีบกลับบ้านเพื่อเผชิญคำตัดสิน แต่อัยการไทยคิดอีกอย่างและเวลานี้กำลังรวบรวมหลักฐานเสนอต่อรัฐบาลอังกฤษ เพื่อขอส่งผู้ร้ายข้ามแดน ทั้งนี้สองประเทศมีสนธิสัญญาส่งผู้ร้ายข้ามแดนตั้งแต่ปี 1911 แต่กระบวนการนี้ต้องใช้เวลายาวนานและจุกจิก

กรณีคำขอจะประสบความสำเร็จได้ ศาลอังกฤษต้องเห็นพ้องว่าความผิดทางอาญาของทักษิณ เป็นความผิดที่ขอให้ส่งตัวผู้ร้ายข้ามแดนได้ตามกฎหมายประเทศอังกฤษ แต่ถ้าคำขอดังกล่าวถูกพิจารณาว่าเป็นความพยายามนำตัวเขาไปลงโทษทางการเมือง การส่งผู้ร้ายข้ามแดนจะมีอุปสรรคทันที

คลิฟ นิโคลล์ส ผู้เชี่ยวชาญกฎหมายส่งผู้ร้ายข้ามแดนระบุว่าไทยสามารถขอความช่วยเหลือจาก สำนักงานอัยการอังกฤษในการร่างคำขอเพื่อพยายามข้ามผ่านอุปสรรคดังกล่าว แต่มีปัจจัยอื่นๆอีกที่ศาลจะพิจารณา ซึ่งรวมไปถึงกรณีที่คดีนี้มีแรงจูงใจทางการเมืองหรือไม่ตามที่ทักษิณกล่าว อ้าง

"หากมันปรากฎว่าคำขอส่งตัวผู้ร้ายข้ามแดน เพื่อเป็นการส่งโทษเขาทางการเมือง การส่งผู้ร้ายข้ามแดนจะถูกขัดขวาง" นิโคลล์ส กล่าว

ทางการอังกฤษจะพิจารณาด้วยว่า ทักษิณ จะได้รับการพิจารณาคดีที่ยุติธรรมหรือไม่และมีความเป็นไปได้หรือไม่ที่จะ พิจารณาคดีใหม่หรือคัดค้านคำตัดสินหากว่าเขากลับไป

ศาสตราจารย์ เจฟฟ์ กิลเบอร์ต ผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายส่งผู้ร้ายข้ามแดนและสิทธิมนุษยชนจากมหาวิทยาลัยเอส เซก ระบุว่าสิทธิการอุทธรณ์อันจำกัดอาจถูกนำเข้าสู่การตัดสินใจของศาลผู้ร้าย ข้ามแดนเช่นกัน

ทักษิณ มีเวลายื่นอุทธรณ์ภายใน 30 วัน หลังคำตัดสินของศาลเมื่อวันที่ 21 ตุลาคม ทั้งนี้ทนายความของไทยกล่าวว่า ทักษิณ ต้องยื่นอุทธรณ์ภายใต้หลักฐานพยานใหม่หรือข้อเท็จจริงของคดีที่สามารถ พิสูจน์ความบริสุทธิ์ได้เท่านั้น

บีบีซีระบุว่าศาลอังกฤษอาจปฏิเสธคำขอส่งตัวทักษิณกลับ หากศาลพิจารณาว่าสิทธิมนุษยชนของเขาอาจถูกละเมิดด้วยการส่งตัวเขาเข้าคุก ซึ่งโดยปกติแล้วสถานคุมขังของไทยมีสภาพที่ย่ำแย่ แออัด ขาดแคลนอาหารและสุขอนามัย แต่หากศาลอังกฤษ ตัดสินใจส่งตัวทักษิณกลับ เขาอาจยื่นเรื่องไปยังศาลสิทธิมนุษยชนยุโรปต่อไปอีก

กระบวนการส่งผู้ร้ายข้ามแดนยืดเยื้อยาวยาน กิลเบอร์ตกล่าว โดยทั่วไปแล้วต้องใช้เวลากว่า 5 ปี เรื่องถึงจะไปสู่ศาล แต่หากมีการดำเนินการอย่างเร่งรวดก็สามารถร่นเวลาได้

http://www.manager.co.th/Around/ViewNew ... 0000126825

Re: บีบีซีวิเคราะห์โอกาสน้อยอังกฤษส่งตัว'แม้ว'กลับไทย

PostPosted: Sun Oct 26, 2008 12:54 pm
by มารุจัง
ขอถามค่ะว่า หากอังกฤษทำเช่นนี้ ถือว่า ยุ่งการเมืองประเทศคนอื่นได้หรือไม่คะ
และหากอนาคต อังกฤษ ต้องการให้เราส่งตัวผู้ร้ายข้ามแดนที่อังกฤษต้องการ เราสามารถไม่ส่งได้หรือไม่

ในเมื่อเราขอความร่วมมือ คุณไม่ให้ความร่วมมือ ถึงคราวของคุณ เราก็น่าจะมีสิทธิ์ไม่ให้ความร่วมมือเช่นกัน
:twisted: :twisted: :twisted:

Re: บีบีซีวิเคราะห์โอกาสน้อยอังกฤษส่งตัว'แม้ว'กลับไทย

PostPosted: Sun Oct 26, 2008 1:29 pm
by OMEGA
ก็อาจจะเป็นการแทรกแซงหรือไม่ก็แล้วแต่มุมมองการตีความความเป็นจริงให้กระจ่าง
ว่าทักษิณได้รับโทษานุโทษตามกระบวนการที่โปร่งใสและไม่ใช่เพราะเหตุจากการเมือง
ดังนั้นจะไม่เป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชนเลยแม้แต่น้อย ..ทั้งนี้ทั้งนั้นกลไกสำคัญในการ
ดำเนินการเรื่องนี้ให้เป็นรูปธรรมก็อยู่ที่รัฐบาลไทยมีความจริงใจแค่ไหนในการที่จะนำตัว
นักโทษชายทักษิณกลับมาดำเนินคดี .....ซึ่งดูตามหน้าเสื่อรัฐบาลทรราชนี่ ยากครับ

Re: บีบีซีวิเคราะห์โอกาสน้อยอังกฤษส่งตัว'แม้ว'กลับไทย

PostPosted: Sun Oct 26, 2008 1:29 pm
by Ammika
หนับหนุนความคิดคุณมารุจังนะ อิอิ

ไม่ส่งมา เราก็ไม่่ส่งไปมั่ง กลัวแต่พ่อสมชายจะรีบประเคนถวายฝั่งโน้นอะสิคะ 55+

Re: บีบีซีวิเคราะห์โอกาสน้อยอังกฤษส่งตัว'แม้ว'กลับไทย

PostPosted: Sun Oct 26, 2008 2:01 pm
by ramboboy26
ผม copy บทความที่น่าสนใจมาจากที่นี่ครับ

http://www.arunsawat.com/board/index.ph ... 9.msg56785

คนโพสชื่อคุณเสลา ขอบคุณครับ

ในบทความนี้น่าจะตอบโจทย์ที่ BBC ตั้งมาได้นะครับ มาดูกัน

--------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

การส่งผู้ร้ายข้ามแดน


สมาชิกอรุณสวัสดิ์ หลายๆท่านคงจะสนใจเรื่อง "การส่งผู้ร้ายข้ามแดน"

ว่าคืออะไร มีขั้นตอนอย่างไร
ป้าเสลาค้นหาข้อมูลมาได้คร่าวๆดังนี้

เมื่อมีการฟ้องร้อง โดยเฉพาะอย่างยิ่งคดีอาญา
ศาลรับฟ้องแล้ว
ขั้นตอนแรกศาลจะมีหมายเรียก ผู้ถูกกล่าวหาให้มารับทราบข้อกล่าวหาด้วยตัวเอง
ในวันเวลาที่ถูกกำหนด
และหากครบกำหนดแล้ว ยังไม่มา
ศาลก็จะออกหมายจับ



และในกรณีที่ผู้ต้องหาในคดีอาญาหลบหนีไปอยู่ต่างประเทศ
ไทยมีสนธิสัญญาว่าด้วยการส่งผู้ร้ายข้ามแดน (extradition treaty)
กับประเทศต่างๆ 14 ประเทศ
ได้แก่ อังกฤษ แคนาดา ออสเตรเลีย มาเลเซีย ฟิจิ เบลเยียม อินโดนีเซีย
ฟิลิปปินส์ สหรัฐอเมริกา จีน เกาหลีใต้ ลาว บังกลาเทศ และกัมพูชา

และสนธิสัญญาว่าด้วยความช่วยเหลือซึ่งกันและกัน ในเรื่องทางอาญา
(treaty on mutual assistance in criminal matters) กับประเทศต่างๆ 6 ประเทศ
ได้แก่ สหรัฐอเมริกา แคนาดา อังกฤษ ฝรั่งเศส นอร์เวย์ และอินเดีย
และเสร็จสิ้นการเจรจาทำความตกลงในเรื่องนี้กับจีน เกาหลี โปแลนด์
ศรีลังกา ออสเตรเลีย และเบลเยียมแล้ว


แม้ว่าไทยจะยังไม่ได้เป็นภาคีอนุสัญญาเกี่ยวกับการก่อการร้ายทั้งหมด
และยังไม่มีความตกลงว่าด้วยการส่งผู้ร้ายข้ามแดนและความตกลง
ว่าด้วยความช่วยเหลือ ซึ่งกันและกันในเรื่องทางอาญากับทุกประเทศ
แต่ไทยก็อาจให้ความร่วมมือในการส่งผู้ร้ายข้ามแดนและการให้ความช่วยเหลือซึ่งกันและกัน
ในเรื่องทางอาญากับต่างประเทศได้
หากต่างประเทศพร้อมจะให้ความร่วมมือกับไทยเป็นการตอบแทน (reciprocity)

ทั้งนี้ เพื่อประกันว่า “ผู้ก่อการร้ายจะต้องไม่สามารถหลบหนีจากกระบวนการยุติธรรม
และใช้ประเทศใดๆ เป็นแหล่งหลบภัยได้”

(ข้อมูลจากเว็บไซท์กระทรวงต่างประเทศ
http://www.mfa.go.th/web/463.php?id=3332&lang=th)

********************


หลักการที่สำคัญในการส่งผู้ร้ายข้ามแดน

จากบทความ "การส่งผู้ร้ายข้ามแดน"
โดย คมกริช ดุลยพิทักษ์ อัยการประจำกรม
สถาบันกฎหมายอาญา สำนักงานอัยการสูงสุด


ประเทศไทยมีกฎหมายที่เกี่ยวกับการส่งผู้ร้ายข้ามแดนได้แก่ “พระราชบัญญัติส่งผู้ร้ายข้ามแดน พ.ศ.2472”
ซึ่งมิได้บัญญัติถึงความหมายของการส่งผู้ร้ายข้ามแดนไว้
แต่โดยทั่วไปแล้ว การส่งผู้ร้ายข้ามแดนหมายถึง “ กระบวนการที่รัฐหนึ่งร้องขอไปยังอีกรัฐหนึ่ง
ให้ดำเนินการจับกุมตัวบุคลที่ต้องหาว่ากระทำความผิดหรือต้องคำพิพากษาว่ากระทำความผิดทางอาญา
ภายในเขตอำนาจศาลของอีกรัฐหนึ่งและพบตัวอยู่ในเขตอำนาจของรัฐนั้น
เพื่อส่งตัวบุคคลดังกล่าวมาดำเนินการพิจารณาพิพากษาลงโทษตามกฎหมายต่อไป ”
ทั้งนี้เพื่อให้แน่ใจว่าผู้กระทำความผิดไม่ว่าจะหลบหนีไปอยู่ ณ ที่ใด
จะต้องถูกนำตัวมาฟ้องร้องลงโทษในความผิดที่ตนได้กระทำไว้
อย่างไรก็ตามเนื่องจากการส่งผู้ร้ายข้ามแดนนั้นเป็นเรื่องที่มีความเกี่ยวข้อง
กับความสัมพันธ์ระหว่างประเทศและอำนาจอธิปไตยของแต่ละรัฐ
ซึ่งโดยปกติแล้วรัฐแต่ละรัฐไม่มีพันธกรณีตามกฎหมายระหว่างประเทศ
ที่จะต้องส่งตัวผู้ร้ายข้ามแดนให้แก่รัฐอื่น

ดังนั้นเมื่อรัฐต่างๆมีความจำเป็นที่จะต้องให้ความร่วมมือกันในการส่งผู้ร้ายข้ามแดน
จึงได้มีการวางหลักการพื้นฐานเป็นแบบพิธีและขั้นตอน
ในการดำเนินการส่งผู้ร้ายข้ามแดนเพื่อให้เป็นหลักปฏิบัติระหว่างกัน
โดยแต่ละรัฐอาจมีการทำเป็นสนธิสัญญาหรืออนุสัญญาเรื่องการส่งผู้ร้ายข้ามแดนระหว่างรัฐต่อรัฐ
ในกรณีที่มีการทำสนธิสัญญาหรืออนุสัญญาระหว่างกัน

การส่งผู้ร้ายข้ามแดนก็อาจกระทำโดยหลักถ้อยทีถ้อยปฏิบัติต่างตอบแทนกัน
กล่าวคือ หากรัฐหนึ่งยอมส่งตัวผู้ร้ายข้ามแดนให้แก่อีกรัฐหนึ่งที่ร้องขอแล้ว
รัฐที่ร้องขอย่อมมีพันธกรณีที่จะต้องส่งตัวผู้ร้ายข้ามแดน
ไปให้รัฐที่ได้รับการร้องขอเมื่อต้องการเช่นเดียวกัน


ดังนั้น เมื่อมีการร้องขอให้ส่งตัวผู้ร้ายข้ามแดนเกิดขึ้น
ในเบื้องต้นจะต้องพิจารณาเสียก่อนว่ารัฐทั้งสองนั้นมีสนธิสัญญา
เรื่องการส่งผู้ร้ายข้ามแดนทำไว้ต่อกันหรือไม่
และกฎหมายภายในของรัฐที่ถูกขอให้ส่งผู้ร้ายข้ามแดนนั้นมีบทบัญญัติไว้อย่างไร
ถ้าหากไม่มีสนธิสัญญาการส่งผู้ร้ายข้ามแดนทำไว้ต่อกัน
ต้องถือหลักถ้อยทีถ้อยปฏิบัติต่างตอบแทนกัน
สำหรับประเทศไทยได้มีการทำสนธิสัญญาเรื่องการส่งผู้ร้ายข้ามแดนไว้กับประเทศต่างๆหลายประเทศ
เช่น สนธิสัญญาส่งผู้ร้ายข้ามแดนระหว่างไทยกับอังกฤษ ร.ศ.129
สนธิสัญญาว่าด้วยการส่งผู้ร้ายข้ามแดนระหว่างสยามกับเบลเยี่ยม ค.ศ.1937
สนธิสัญญาระหว่างรัฐบาลแห่งราชอาณาจักรไทยกับรัฐบาลแห่งสหรัฐอเมริกา
ว่าด้วยการส่งผู้ร้ายข้ามแดน ค.ศ.1983 เป็นต้น


สำหรับกฎหมายภายในของไทยนั้น ได้แก่ “พระราชบัญญัติส่งผู้ร้ายข้ามแดน พ.ศ. 2472”
ซึ่งมีหลักการที่สำคัญๆในเบื้องต้นอยู่ในมาตรา 4 ถึงมาตรา 7
ซึ่งจากบทบัญญัติดังกล่าว การขอให้ส่งผู้ร้ายข้ามแดนนั้น
มิใช่ว่าจะสามารถขอได้ในการกระทำความผิดทุกประเภท
ความผิดที่จะขอให้ส่งผู้ร้ายข้ามแดนได้นั้นจะต้องมีลักษณะดังนี้

1. ต้องเป็นความผิดที่กฎหมายไทยกำหนดโทษจำคุกไว้ไม่ต่ำกว่า 1 ปี
จะเห็นได้ว่าประเทศไทยใช้หลักที่ว่า ความผิดซึ่งบุคคลผู้ถูกร้องขอให้ส่งตัวข้ามแดนได้นั้น
ต้องเป็นความผิดตามกฎหมายอาญาที่สามารถลงโทษได้ทั้งในประเทศที่ร้องขอ
และประเทศที่รับคำร้องขอด้วย (Double Criminality)
จึงถือได้ว่าพระราชบัญญัติส่งผู้ร้ายข้ามแดนของไทยยอมรับหลักการปฏิบัติต่างตอบแทน
ซึ่งเป็นหลักการทั่วไปในทางปฏิบัติระหว่างประเทศ

2. ต้องไม่ใช่คดีที่ศาลของประเทศผู้ร้องขอได้พิจารณาและพิพากษาให้ปล่อย
หรือได้รับโทษในความผิดที่ร้องขอให้ส่งผู้ร้ายข้ามแดนมาแล้ว
ซึ่งมาจากหลักที่ว่าจะต้องไม่พิจารณาพิพากษาลงโทษบุคคลเดียวกัน
ในความผิดที่กระทำในครั้งเดียวกันเป็นสองซ้ำ(Double Jeopardy)

3. ต้องมิใช่ความผิดที่มีลักษณะทางการเมือง หรือการที่ขอให้ส่งผู้ร้ายข้ามแดนนั้น
ความจริงมีวัตถุประสงค์เพื่อที่จะเอาตัวไปลงโทษอย่างอื่นที่มีลักษณะทางการเมือง


วิธีการและขั้นตอนการส่งผู้ร้ายข้ามแดน

1. การส่งผู้ร้ายข้ามแดนโดยวิธีการตามปกติ
ขั้นตอนและวิธีการส่งผู้ร้ายข้ามแดนนั้นจะเริ่มต้นจาก
การมีคำร้องขอจากรัฐบาลต่างประเทศ โดยวิธีทางการทูต
ผ่านมาทางกระทรวงการต่างประเทศ โดยจะต้องมีหลักฐานประกอบคำร้องแนบมาด้วย คือ (มาตรา 7)
1) ในกรณีขอให้ส่งตัวบุคคลที่ต้องคำพิพากษาว่าได้กระทำความผิด
ต้องมีสำเนาคำพิพากษาของศาลที่ได้พิพากษาคดีนั้น
2) ในกรณีขอให้ส่งตัวบุคคลที่ต้องหาว่ากระทำความผิด
จะต้องมีหมายหรือสำเนาหมายจับของเจ้าพนักงานผู้มีหน้าที่ในประเทศที่ร้องขอ

เมื่อกระทรวงการต่างประเทศได้รับคำร้องและเอกสารหลักฐานต่างๆแล้ว
จะส่งเรื่องไปยังกระทรวงมหาดไทยเพื่อให้ความเห็นชอบ
และแจ้งสำนักงานอัยการสูงสุดเพื่อขอออกหมายจับบุคคลที่ต้องการตัวดังกล่าว
เมื่อจับตัวได้แล้วพนักงานอัยการจะนำคดีขึ้นสู่ศาลเพื่อพิจารณาไต่สวน
ยังศาลที่มีเขตอำนาจ
ถ้าหากศาลรับคำฟ้องคดีขอส่งผู้ร้ายข้ามแดนไว้พิจารณาแล้ว
ศาลจะแจ้งเรื่องให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมทราบแล้วดำเนินการไต่สวน(มาตรา 8 – 9)

2.การส่งผู้ร้ายข้ามแดนโดยวิธีจำเป็นเร่งด่วน
ในกรณีจำเป็นเร่งด่วนรัฐบาลต่างประเทศผู้ร้องขออาจทำคำร้องขอให้จับกุม
และขังบุคคลที่ต้องการส่งข้ามแดนไว้ชั่วคราวมายังกระทรวงการต่างประเทศ
โดยคำร้องจะต้องแสดงความผิดที่ผู้ต้องหาถูกกล่าวหาอย่างชัดแจ้ง
และระบุด้วยว่าได้มีการออกหมายจับไว้แล้วสำหรับความผิดนั้น
หรือได้มีคำพิพากษาให้ลงโทษบุคคลดังกล่าวแล้ว
เมื่อกระทรวงการต่างประเทศได้รับเรื่องแล้วก็จะแจ้งไปยังกระทรวงมหาดไทย
และสำนักงานอัยการสูงสุดเพื่อขอหมายจับบุคคลดังกล่าว
เมื่อจับตัวบุคคลดังกล่าวได้แล้วพนักงานอัยการจะนำคดีขึ้นสู่ศาล
ซึ่งศาลจะออกคำสั่งขังบุคคลดังกล่าวไว้เพื่อดำเนินการพิจารณาไต่สวน
แต่ประเทศผู้ร้องขอจะต้องส่งคำร้องขอและเอกสารหลักฐาน
เกี่ยวกับสำเนาหมายสั่งจับหรือสำเนาคำพิพากษาอย่างเป็นทางการ
มายังรัฐบาลไทยภายใน 2 เดือน มิฉะนั้นศาลจะสั่งปล่อยตัวบุคคลดังกล่าว (มาตรา 10)


การพิจารณาคดีของศาล

การพิจารณาคดีขอส่งผู้ร้ายข้ามแดนนั้น
ศาลจะไม่พิจารณาโดยละเอียดว่า บุคคลดังกล่าว
มีความผิดตามข้อกล่าวหาที่ขอให้ส่งตัวหรือไม่
เหมือนอย่างการพิจารณาคดีทั่วๆไป
แต่เป็นเพียงการพิจารณาว่าควรส่งตัวบุคคลนั้นให้ไปต่อสู้คดี
ในศาลของประเทศที่ร้องขอหรือไม่เท่านั้น

หน้าที่พิสูจน์ความผิดที่แท้จริงจะอยู่ที่กระบวนการพิจารณาคดีของศาล
ในประเทศที่ความผิดเกิด
ดังนั้นศาลไทยจึงพิจารณาแต่เพียงข้อเท็จจริงในเบื้องต้นเกี่ยวกับข้อกฎหมาย
และข้อมูลเกี่ยวกับตัวผู้กระทำความผิดบางประการ กล่าวคือ (มาตรา 12)

1. จำเลยเป็นบุคคลเดียวกับผู้ที่ถูกร้องขอให้ส่งข้ามแดนหรือไม่
2. มีพยานหลักฐานเพียงพอที่จะส่งตัวผู้ต้องหาเพื่อส่งไปให้ศาลพิจารณาคดีได้หรือไม่
ถ้าความผิดนั้นได้กระทำในประเทศไทย
3. ความผิดนั้นเป็นความผิดที่อยู่ในประเภทที่จะส่งตัวข้ามแดนได้ กล่าวคือ

1) เป็นความผิดที่กฎหมายไทยกำหนดโทษจำคุกไว้ไม่ต่ำกว่า 1 ปี
2) ไม่ใช่ความผิดในคดีที่ศาลของประเทศผู้ร้องได้มีคำพิพากษาให้ปล่อยตัวหรือได้รับโทษมาแล้ว
3) ไม่ใช่ความผิดที่มีลักษณะในทางการเมือง

อนึ่งโดยทั่วไปในคดีส่งผู้ร้ายข้ามแดนศาลจะไม่ให้จำเลยประกันตัวไปในระหว่างการพิจารณาคดี (มาตรา 11)
สำหรับจำเลยนั้นโดยหลักแล้วศาลไม่จำเป็นต้องฟังพยานหลักฐานหรือข้อต่อสู้ของจำเลย
ทั้งนี้เนื่องจากการพิจารณาของศาลไทยในชั้นนี้เป็นเพียงการพิจารณาว่า
ควรจะส่งตัวบุคคลนั้นไปต่อสู้คดีในศาลของประเทศที่ร้องขอหรือไม่เท่านั้น
หน้าที่พิสูจน์ความผิดที่แท้จริงอยู่ที่กระบวนพิจารณาคดีของศาลในประเทศที่ความผิดเกิด
อย่างไรก็ตามศาลอาจรับฟังข้อต่อสู้ของจำเลยในบางเรื่อง กล่าวคือ (มาตรา 13)

(1) จำเลยไม่ใช่บุคคลที่ถูกขอให้ส่งตัวข้ามแดน (จับผิดตัว)
(2) ความผิดนั้นไม่อยู่ในประเภทที่จะขอให้ส่งตัวข้ามแดนได้
เช่น ความผิดทางการเมือง หรือการที่ขอให้ส่งตัวข้ามแดนนั้น
ความจริงเพื่อที่จะเอาตัวไปลงโทษในความผิดอย่างอื่นที่มีลักษณะทางการเมือง
(3) เรื่องสัญชาติของจำเลยอาจต่อสู้ว่าเป็นคนไทยรัฐบาลไม่ควรส่งตัวไปให้ประเทศอื่นลงโทษ (ตามหลักคนชาติ)

เมื่อศาลได้พิจารณาแล้วเห็นว่าจำเลยเป็นบุคคลคนเดียวกับที่ร้องขอ
คำร้องขอนั้นมีพยานหลักฐานชัดเจนเพียงพอและความผิดที่ขอให้ส่งตัวข้ามแดนนั้น
เป็นความผิดที่สามารถส่งตัวข้ามแดนได้ ศาลก็จะมีคำสั่งอนุญาติให้ขังบุคคลนั้นไว้
เพื่อรอการส่งข้ามแดนไปยังประเทศที่ร้องขอ (มาตรา 15)
แต่ถ้าศาลเห็นว่าบุคคลนั้นไม่ใช่บุคคลเดียวกับที่ประเทศผู้ร้องขอต้องการให้ส่งตัวข้ามแดน
หรือพยานหลักฐานมีไม่เพียงพอหรือความผิดนั้นไม่ใช่ความผิดที่จะส่งตัวข้าม แดนได้ศาลจะสั่งปล่อยตัวบุคคลนั้นไป

คำสั่งศาลที่ให้ปล่อยตัวบุคคลนั้นไปจะยังไม่ถึงที่สุด พนักงานอัยการยังมีสิทธิที่จะอุทธรณ์ได้ภายใน 48 ชั่วโมง (มาตรา 14 )
หากศาลอุทธรณ์มีคำพิพากษาอย่างไรถือว่าเป็นที่สุด

กระทรวงการต่างประเทศมีหน้าที่ต้องแจ้งให้ประเทศผู้ร้องขอ
ทราบผลการพิจารณาคดีของศาลไม่ว่าศาลจะมีคำสั่งอย่างไร


บทสรุป
การส่งผู้ร้ายข้ามแดนเป็นกระบวนการความร่วมมือทางกฎหมายอย่างหนึ่ง
ซึ่งจะทำให้ประเทศต่างๆร่วมมือกันในการปราบปรามผู้ประกอบอาชญากรรมในประเทศหนึ่ง
แล้วหลบหนีไปอยู่ในอีกประเทศหนึ่ง
รวมถึงการประกอบอาชญากรรมที่มีลักษณะเป็นองค์กรข้ามชาติ
ให้สามารถที่จะส่งตัวไปดำเนินคดีในความผิดที่เขาได้กระทำลงไป
จึงเป็นการร่วมมือกันรักษาระบบกระบวนการยุติธรรมและการบังคับใช้กฎหมายให้สัมฤทธิ์ผล
ซึ่งเป็นเป้าหมายร่วมกันของประชาคมโลก
เพราะหากไม่มีการร่วมมือกันในการส่งตัวผู้ร้ายข้ามแดน
เพื่อให้ผู้ประกอบอาชญากรรมได้ถูกส่งตัวไปลงโทษในความผิดที่เขาได้ก่อไว้แล้ว
ผู้กระทำความผิดจะสามารถหลบหนีจากการถูกลงโทษได้
ซึ่งจะทำให้กระบวนการบังคับใช้กฎหมายต้องเสียไป
และย่อมส่งผลกระทบต่อความสงบสุขของสังคมส่วนรวม


--------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

เมื่อมองจากกฏหมายไทย ถูกต้องว่าถ้าคดีนี้ถูกเดินเกมส์ให้เป็นคดีทางการเมือง ทางอังกฤษจะมีสิทธิ์ที่จะปฏิเสธการส่งทักษิณกลับไทยอย่างชอบธรรม

แต่จะเห็นได้ว่า ประเด็นด้านสิทธิมนุษยชนจะถูกละเมิดโดยการส่งเข้าคุกที่ไม่ได้มาตรฐาน ตรงนี้ไม่ใช่ประเด็น และไม่ได้มีระบุไว้เป็นข้อยกเว้นในข้อกฏหมาย ดังนั้นอังกฤษจะไม่สามารถนำประเด็นนี้มาปฏิเสธการส่งทักษิณกลับมาได้แน่นอน ถ้าอังกฤษใช้ข้ออ้างนี้จะถูกมองว่าเป็นการให้การช่วยเหลืออาชญากร

ดังนั้น ที่ไทยต้องทำคือเดินเรื่องให้ศาลอังกฤษเห็นว่านี่เป็นความผิดทางจริยธรรม ทำผิดฐานะเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐที่ใช้อำนาจโดยมิชอบ และทุจริต ที่สำคัญ ต้องป้องกันการดึงเกมส์เข้าไปเป็นคดีทางการเมืองของฝ่ายทักษิณ ซึ่งพยายามทำอยู่ตอนนี้

Re: บีบีซีวิเคราะห์โอกาสน้อยอังกฤษส่งตัว'แม้ว'กลับไทย

PostPosted: Sun Oct 26, 2008 2:15 pm
by jrr.
ไม่เห็นจะต้องวิเคราะห์อะไร.......

ต่อให้อังกฤษมันจับไอ้แม้วมัดมือมัดตีนพร้อมผูกโบว์ส่งมาให้

รัฐบาลไทยก็ไม่ยอมรับตัวอยู่แล้ว....มันจะเสียเวลาวิเคราะห์ทำไม ???

Re: บีบีซีวิเคราะห์โอกาสน้อยอังกฤษส่งตัว'แม้ว'กลับไทย

PostPosted: Sun Oct 26, 2008 2:51 pm
by Cylonn
jrr. wrote:ไม่เห็นจะต้องวิเคราะห์อะไร.......

ต่อให้อังกฤษมันจับไอ้แม้วมัดมือมัดตีนพร้อมส่งมาให้

รัฐบาลไทยก็ไม่ยอมรับตัวอยู่แล้ว....มันจะเสียเวลาวิเคราะห์ทำไม ???

:lol: :lol: :lol: จริงอย่างที่สุด....
แค่เรื่องพาสปอร์ตแดงง่ายๆมันยังไม่ทำเลย

Re: บีบีซีวิเคราะห์โอกาสน้อยอังกฤษส่งตัว'แม้ว'กลับไทย

PostPosted: Sun Oct 26, 2008 8:06 pm
by pkrub
มารุจัง wrote:ขอถามค่ะว่า หากอังกฤษทำเช่นนี้ ถือว่า ยุ่งการเมืองประเทศคนอื่นได้หรือไม่คะ
และหากอนาคต อังกฤษ ต้องการให้เราส่งตัวผู้ร้ายข้ามแดนที่อังกฤษต้องการ เราสามารถไม่ส่งได้หรือไม่
ในเมื่อเราขอความร่วมมือ คุณไม่ให้ความร่วมมือ ถึงคราวของคุณ เราก็น่าจะมีสิทธิ์ไม่ให้ความร่วมมือเช่นกัน
:twisted: :twisted: :twisted:


คุณมารุจังครับ
พวกเราคงทราบดีว่าคนพวกนี้เป็นพวกเห็นแก่ตัวมากที่สุด
ในอดีตพวกมันทำตัวเป็นนักเลงใหญ่
แล้วพวกมันออกล่าอาณานิคมและรังแกผู้คนไปทั่วโลก
กอบโกยผลประโยชน์บนกองเลือดกองเนื้อของพลโลกต่างเชื้อชาติต่างภาษา
แล้วนำผลประโยชน์กลับไปบำรุงบำเรอคนของพวกมัน
นอกจากนั้นมันยังติดสันดานดูถูกคนชาติอื่นว่าเป็นพวกคนชั้นต่ำ
มีแต่พวกมันเท่านั้นที่เป็นพวกผู้ดี
ในปัจจุบันนี้ความคิดแบบนี้ยังติดอยู่ในสันดานพวกมันอยู่ครับ
ผมหายหน้าหนีไปอยู่ที่บ้านพวกมันหลายวันครับ
พวกมันยังบอกผมเลยว่าพวกคนชั้นต่ำเท่านั้นที่ ...
- ใช้พวกน้ำปลา
- ใช้พวกซอสมะเขือเทศ (ketchup)
- ชอบเล่นฟุตบอล
- พุดภาษาอังกฤษสำเนียงอื่น
ฯลฯ
ที่ลอนดอนโจรลักเล็กขโมยมากที่สุดครับ
ข้างของที่วางไว้ข้างๆอย่าเผลอเด็ดขาดครับ
แม้แต่ขณะที่อยู่ในสนามบิน Heathrow หรือโรงแรมที่พักก็มีโอกาสหายได้ทั้งนั้น
ตำรวจของพวกมันเองและเจ้าหน้าที่สถานฑูตไทยยืนยันครับ

Re: บีบีซีวิเคราะห์โอกาสน้อยอังกฤษส่งตัว'แม้ว'กลับไทย

PostPosted: Sun Oct 26, 2008 8:14 pm
by มารุจัง
pkrub wrote:
มารุจัง wrote:ขอถามค่ะว่า หากอังกฤษทำเช่นนี้ ถือว่า ยุ่งการเมืองประเทศคนอื่นได้หรือไม่คะ
และหากอนาคต อังกฤษ ต้องการให้เราส่งตัวผู้ร้ายข้ามแดนที่อังกฤษต้องการ เราสามารถไม่ส่งได้หรือไม่
ในเมื่อเราขอความร่วมมือ คุณไม่ให้ความร่วมมือ ถึงคราวของคุณ เราก็น่าจะมีสิทธิ์ไม่ให้ความร่วมมือเช่นกัน
:twisted: :twisted: :twisted:


คุณมารุจังครับ
พวกเราคงทราบดีว่าคนพวกนี้เป็นพวกเห็นแก่ตัวมากที่สุด
ในอดีตพวกมันทำตัวเป็นนักเลงใหญ่
แล้วพวกมันออกล่าอาณานิคมและรังแกผู้คนไปทั่วโลก
กอบโกยผลประโยชน์บนกองเลือดกองเนื้อของพลโลกต่างเชื้อชาติต่างภาษา
แล้วนำผลประโยชน์กลับไปบำรุงบำเรอคนของพวกมัน
นอกจากนั้นมันยังติดสันดานดูถูกคนชาติอื่นว่าเป็นพวกคนชั้นต่ำ
มีแต่พวกมันเท่านั้นที่เป็นพวกผู้ดี
ในปัจจุบันนี้ความคิดแบบนี้ยังติดอยู่ในสันดานพวกมันอยู่ครับ
ผมหายหน้าหนีไปอยู่ที่บ้านพวกมันหลายวันครับ
พวกมันยังบอกผมเลยว่าพวกคนชั้นต่ำเท่านั้นที่ ...
- ใช้พวกน้ำปลา
- ใช้พวกซอสมะเขือเทศ (ketchup)
- ชอบเล่นฟุตบอล
- พุดภาษาอังกฤษสำเนียงอื่น
ฯลฯ
ที่ลอนดอนโจรลักเล็กขโมยมากที่สุดครับ
ข้างของที่วางไว้ข้างๆอย่าเผลอเด็ดขาดครับ
แม้แต่ขณะที่อยู่ในสนามบิน Heathrow หรือโรงแรมที่พักก็มีโอกาสหายได้ทั้งนั้น
ตำรวจของพวกมันเองและเจ้าหน้าที่สถานฑูตไทยยืนยันครับ


แสดงว่าแค่ฉาบเปลือกนอกให้ดูสวยหรู ส่วนด้านในนั้นเน่าเฟะไปหมดแล้วสิคะ...
ก็น่าแปลกนะคะ อังกฤษ บอกตัวเองเป็นเมืองผู้ดี
แต่ก็ปล่อยให้เป็นที่หลบหนีของนักโทษหนีคดี มาอาศัยอยู่ที่นั่นมากมาย
มันผู้ดีตรงไหนกันนะ.....
:?: :?: :?: