amplepoor wrote:ศาสนาพุทธของไทย ยังไม่เป็นประชาธิปไตย ต้องแก้ตรงนี้ก่อน
อย่างแรก ต้องให้คนที่ประชาชนยเลือก เป็นคนตั้งสังฆราช
อย่างที่สอง ใช้ระบบอาวุโสกำหนดตำแหน่งไม่ได้ ต้องใช้ป๊อปปูล่าร์โหวต
อย่างที่สาม กิจการพระพุทธศาสนา ต้องขึ้นกับการเมือง เพราะการเมืองมาจากประชาชน
เข้าใจหรือเปล่า
จากนั้น ก็สังคายนาคำสอน อันใหนสอนว่าธรรมมะเป็นใหญ่ ต้องแก้เป็นประชาชนเสียงส่วนใหญ่ เป็นใหญ่ เพราะเสียงส่วนใหญ่คือความถูกต้อง แบบที่นายด๊อกอะไรนั่นมันเสนอมา
ตำแหน่งเจ้าอาวาสทุกวัด ให้สส. เป็นคนดูแล เพราะสส. มาจากประชาชน
ต่อไปอาจจะมีพระนอกเครื่องแบบ เพราะต้องฆ่าตัดตอนอลัชชี อลัชชีหมายถึงพวกที่ไม่เชื่อตามการสังคายนาของพรรคเพื่อไทย ฆ่าตัดตอนก็มีทั้งยัดยา ปล้ำจับสึก ยิงทิ้ง....จนกว่าจะหมดพวกนอกรีตเพื่อไทย
พุทธศาสนาต้องเป็นของประชาชน ประชาชนจงเจริญ
ปล. ประชาชนหมายถึงเสียงส่วนใหญ่เท่านั้น โปรดจำไว้ด้วย
ผมอ่านแล้ว รู้สึกไม่สบายใจนิดหน่อย ขออนุญาตเรียนตามความเห็นผมว่า 1.การแต่งตั้งสมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปรินายก องค์ประมุขแห่งคณะสงฆ์ไทย นั้น อิสริยศของตำแหน่งสมเด็จพระสังฆราช เทียงเท่า พระราชา ก็ว่าได้เลยครับ
ตามพระราชประเพณีแต่เดิมนั้น พระเจ้าแผ่นดินทรงเป็นผู้แต่งตั้งสมเด็จพระสังฆราชมาตลอดทุกยุคทุกสมัย เมื่อสมเด็จพระสังฆราชทรงประชวร บางครั้งพระเจ้าแผ่นดินก็จะเสด็จฯมาทรงเยี่ยมไข้และทรงให้กำลังพระทัย และเมื่อสมเด็จพระสังฆราชสิ้นพระชนม์ พระเจ้าแผ่นดินก็จะทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งสมเด็จพระสังฆราชพระองค์ใหม่ตามพระราชอัธยาศัย ดังนั้น อำนาจในการแต่งตั้งสมเด็จพระสังฆราชจึงเป็นของพระมหากษัตริย์โดยสมบูรณ์
พระมหากษัตริย์ คือประมุขฝ่ายอาณาจักร สมเด็จพระสังฆราช คือประมุขฝ่ายศาสนาจักร การมอบพระราชอำนาจในการแต่งตั้งสมเด็จพระสังฆราช แก่พระมหากษัตริย์จึงมิใช่เป็นการรบกวนเบื้องพระยุคลบาท แต่เป็นการสร้างหลักประกันที่จะสามารถแต่งตั้งพระเถระผู้เหมาะสม มาดำรงตำแหน่งดังกล่าว หากว่าอำนาจการแต่งตั้งตกไปอยู่ในมือรัฐบาลหรือบุคคลใดบุคคลหนึ่ง โอกาสที่จะได้พระสังฆราชที่เอนเอียงเข้าข้างฝ่ายรัฐบาลมีสูง และถ้าเป็นเช่นนั้น ในอนาคตเราอาจได้เห็นพระสังฆราชมีพระวินิจฉัย เอื้อต่อผลประโยชน์ หรือสนองนโยบาย ( ผิด ๆ ) ของผู้ดำรงตำแหน่งรัฐบาล เหตุการณ์ดังกล่าวมิใช่เป็นไปไม่ได้ ในอดีต กรณีพระพิมลธรรม (อาจ อาสโภ) ถูกรัฐบาลจอมพลสฤษกลั่นแกล้งจับท่านสึกแล้วจับท่านขังคุก ด้วยข้อหาคอมมิวนิสต์ ณ ปัจจุบัน ขนาดองค์กรอิสระทั้งหลายที่บัญญัติโดยรัฐธรรมนูญยังถูกรัฐบาลแทรกแซง แล้วสถาบันศาสนาที่มีผลประโยชน์มหาศาล มีพลังโน้มน้าวคนเกือบทั้งชาติให้คล้อยตามได้ จะมีสภาพอย่างไร
พระราชบัญญัติคณะสงฆ์ พ.ศ.๒๕๓๕ มาตรา ๗ พระมหากษัตริย์ทรงสถาปนาสมเด็จพระสังฆราชองค์หนึ่ง ผมว่าเรื่องแต่งตั้ง สถาปนาสมเด็จพระสังฆราช
ผู้ที่เหมาะสมที่สุด นั่นคือ " ในหลวง " เพียงแค่นั้น ส่วนพระองค์ท่านจะทรงมีพระราชวินิจฉัย แต่งตั้งผู้ใดเป็นสมเด็จพระสังฆราชนั้นคงไม่ใช่ปัญหาอีกต่อไป2.เรื่องการแต่งตั้ง สมณศักดิ์ นั้นเท่าที่ผมทราบ พระราชบัญญัติคณะสงฆ์ พ.ศ. 2505 มาตรา 5 ตรี
พระมหากษัตริย์ทรงไว้ซึ่งพระราชอำนาจในการแต่งตั้งสถาปนาและถอดถอนสมณศักดิ์ของพระภิกษุในคณะสงฆ์ ส่วนในเรื่องของตำแหน่งนั้น ไล่มาตั้งแต่
- กรรมการมหาเถรสมาคม ( ตำแหน่งโปรดเกล้าฯ )
- เจ้าคณะหน ( โดยมีพระบัญชาจากสมเด็จพระสังฆราช )
- เจ้าคณะภาค ( โดยมีพระบัญชาจากสมเด็จพระสังฆราช )
- เจ้าคณะจังหวัด ( โดยมีพระบัญชาจากสมเด็จพระสังฆราช )
- เจ้าคณะอำเภอ ( คำสั่งแต่งตั้ง โดยเจ้าคณะภาค )
- เจ้าคณะตำบล ( คำสั่งแต่งตั้ง โดยเจ้าคณะจังหวัด )
- เจ้าอาวาส ( คำสั่งแต่งตั้ง โดย เจ้าคณะจังหวัด ) สำหรับตำแหน่งเจ้าอาวาสนั้น เป็นเหมือนวิญญาณของวัด ทุกวัดจะปราศจากเจ้าอาวาสมิได้
ในมาตรา 36 แห่งพระราชบัญญัติคณะสงฆ์ บัญญัติว่า "วัดหนึ่งให้มีเจ้าอาวาสรูปหนึ่งและถ้าเป็นการสมควรจะให้มีรองเจ้าอาวาสหรือผู้ช่วยเจ้าอาวาสด้วยก็ได้" การที่จะได้เจ้าอาวาสมานั้นทาง ทายกทายิกาจะมาประชุมกันเพื่อเลือกสรรคพระภิกษุรูปใดรูปหนึ่งเป็นเจ้าอาวาส ตรงนี้ประชาชนมีส่วนร่วมอยู่แล้วครับ เมื่อเลือกได้แล้วก็เป็นขั้นตอนของการแต่งตั้งของคณะสงฆ์ต่อไป 3.ผมไม่เห็นด้วยเรื่องให้ฝ่ายการเมืองเข้ามาก้าวก่ายกิจการของพระศาสนา เพราเป็นเรื่องละเอียดอ่อนครับ ต้องพิจารณาความเหมาะสมให้มาก
กติกา.1.ท่านสมารถถามผมในเรื่องที่ท่านอยากรู้ในกระทู้ผมได้ 2.เมื่อผมหาคำตอบมาได้แล้วท่านต้องตอบในสิ่งที่ผมอยากรู้ 3.ถ้ายังหาคำตอบไม่ได้งดมาสะเหร่อในทุกกระทู้ของผม