Page 1 of 1

อีีกหนึ่ง ผลงาม ของรมต.ปลัดคิก..ที่ไม่ออกกฏหมายเรตติ้ง.

PostPosted: Mon Oct 27, 2008 6:10 pm
by An.mkII
รายงานด่วน ผู้มีวัฒนธรรม รับ SAW V ไม่ได้ หนังไม่ผ่านเซ็นเซอร์ และต้องเลื่อนฉายไม่มีกำหนด!!!

Posted ตุลาคม 26, 2008 by เครือข่ายคนดูหนัง
Categories: บทความ


หนังเรื่อง SAW เป็นหนังสยองขวัญที่มีการสร้างกันมาแล้วอย่างต่อเนื่องหลายภาค โดยว่ากันว่า่จะมีการสร้างออกมาครบทั้งหมด 6 ภาค

ซึ่งหนังสยองขวัญชุดนี้ เป็นที่นิยมทั่วโลก ส่วนในประเทศไทย หนังเรื่อง SAW ได้เข้าฉายครบทุกภาค และผ่านเซ็นเซอร์มาทุกฉากในทุกภาคเช่นกัน โดยหนังเรื่ิอง SAW V หรือ SAW ภาค 5 มีกำหนดเข้าฉายในบ้านเราต้อนรับวันฮัลโลวีน 30 ตุลาคม 2551 นี้

อย่างไรก็ตาม แฟนๆของหนังเรื่องนี้อาจต้องผิดหวัง เพราะดังที่ทุกท่านได้ทราบกันดี ว่าในปัจจุบันนี้ การตรวจพิจารณาภาพยนตร์ ได้ย้ายไปอยู่ที่ สำนักภาพยนตร์และีวีิดิทัศน์ ในสังกัด สำนักงานคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ กระทรวงวัฒนธรรม ซึ่งตั้งอยู่ในบริเวณของศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย

ซึ่งการดำเนินการนี้ เป็นไปตามพระราชบัญญัติภาพยนตร์และวีดิทัศน์ พ.ศ. 2551 อย่างไรก็ดี แม้้ตาม พรบ ดังกล่าว จะระบุให้ใช้การจัดเรตติ้ง แต่เนื่องจากทางภาครัฐอ้างว่า กฎหมายลูกที่้เกี่ยวข้องกับเรตติ้งยังไม่แล้วเสร็จ และยังไม่ผ่านการพิจารณาจากคณะรัฐมนตรี ขณะนี้ี่จึงยังคงใช้ระบบการเซ็นเซอร์ไปก่อน โดยไม่มีกำหนด

โดยในห้วงสัปดาห์ที่ผ่านมา บริษัท โรส มีเดีย แอนด์ เอ็นเตอร์เทนเมนต์ ผู้จัดจำหน่ายในประเทศไทยของหนังเรื่อง SAW V ได้ทำการส่งหนังเรื่องนี้ไปตรวจพิจารณาที่สำนักภาพยนตร์และวีดิทัศน์ สำนักงานคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ ซึ่งผลปรากฏมาว่า หนังไม่ผ่านเซ็นเซอร์ ทำให้ตัวหนังต้องเลื่อนโปรแกรมฉายไปก่อนอย่างไม่มีกำหนดในขณะนี้เพื่อทำการอุทธรณ์

ซึ่งหนังยังพอมีโอกาสที่จะผ่านเซ็นเซอร์ได้ในชั้นของการอุทธรณ์้ แต่อาจต้องถูกตัดไปหลายฉาก

ซึ่งด้วยเหตุนี้ ทำให้หนังเรื่อง SAW V ต้องเลื่อนโปรแกรมฉายออกไปอย่างไม่มีกำหนด เพราะแม้ว่าในที่สุดหนังอาจจะผ่านการอุทธรณ์ (ซึ่งหากหนังไม่ผ่านการอุทธรณ์ หนังก็จะถูกแบนอย่างถาวร) แต่หากนำหนังออกฉายในห้วงปลา่ยเดือนพฤศจิกายน หรือต้นเดือนธันวาคม ก็อาจต้องชนกับหนังฟอร์มใหญ่อีกหลายเรื่อง

โดยคณะกรรมการเซ็นเซอร์ุชุดปัจจุบันนั้นมีทั้งหมด 7 คน ประกอบไปด้วย

นายปรีชา กันธียะั เลขาฯ กวช.
นายสงขลา วิชัยขัทคะ รองเลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา
นายอำนาจ บัวศิริ ผู้อำนวยการสำนักเลขาธิการมหาเถรสมาคม สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ
นายชัยวัฒน์ ทวีวงศ์แสงทอง ผู้ทรงคุณวุฒิด้านภาพยนตร์ ในฐานะเลขาธิการสมาคมสมาพันธ์ภาพยนตร์แห่งชาติ
นายสมบัติ ภู่กาญจน์ ผู้ทรงคุณวุฒิด้านโทรทัศน์
พล.อ.ธันวาคม ทิพยจันทร์ ผู้ทรงคุณวุฒิด้านศิลปวัฒนธรรม ในฐานะที่ปรึกษาสมาคมนักข่าวบันเทิงแห่งประเทศไทย
และ นางนพพร มุกดามณี รองเลขาฯ กวช.

ซึ่งในการเซ็นเซอร์ภา่พยนตร์หนึ่งเรื่อง คณะกรรมการอาจมาครบทั้ง 7 คน หรือมาประมาณ 3-4 คนก็ได้

ซึ่งมีกระแสข่้าวรายงานมาถึงมาตรฐานในการทำงานของคณะกรรมการเซ็นเซอร์ ที่ใช้อคติส่วนตัวในการทำงานมากเกินไป โดยมีรายงานว่า คณะกรรมการเซ็นเซอร์บางท่านมีมุมมองว่า ไม่อยากให้หนังที่ไม่มีสาระ หรือไม่มีประโยชน์อะไรเลย (ตามความคิดเห็นของคณะกรรมการท่านนั้น) ผ่านเซ็นเซอร์

โดยที่ผ่านมา หนังฝรั่งเ้ศสเรื่อง Frontier(s) ไม่ผ่านเซ็นเซอร์ ด้วยเหตุผลจากคณะกรรมการที่ว่า หนังฆ่ากันโดยไม่มีเหตุผล และหนังไม่มีสาระอะไร

จริงๆแล้ว หลักการของการเซ็นเซอร์ไม่ว่าจะในประเทศใดก็ตาม คือการควบคุมหนัง ไม่ให้มีีเนื้อหาที่ขัดต่อกฎหมาย ศัีลธรรม หรือขัดต่อความมั่นคงของประเทศนั้นๆ แต่ไม่เกี่ยวข้องกับเนื้อหาสาระ เพราะหนังทุกเรื่อง ก็มีสาระในตัวของมันเอง สุดแท้แต่มุมมองของแต่ละคนว่าจะมองอย่างไร เพราะประชากรของประเทศๆ หนึ่ง มีจำนวนเป็นหลักสิบล้านคนก็ย่อมต้องมีความคิดที่แตกต่างกัน

ซึ่งที่ผ่านมา มีหนังหลายเรื่อง ที่มักถูกคณะกรรมการให้ความเห็นว่าเป็นหนังไม่มีสาระ ไม่ควรผ่านเซ็นเซอร์ โดยมีกรณีของหนังต่างประเทศเรื่องหนึ่ง ที่คณะกรรมการท่านดังกล่าว ได้พยายามโน้มน้าวคณะกรรมการท่านอื่นๆ ว่า “เป็นการดีแล้วหรือ ที่จะให้หนังแบบนี้ผ่านเซ็นเซอร์ เพราะหนังไม่มีเนื้อหาสาระอะไรเลย ไม่มีประโยชน์อะไรแก่สังคม” แต่ในที่ี่่่สุด หนังก็ผ่ีานเซ็นเซอร์ออกมา

ส่วนในกรณีของ SAW V ผลการอุทธรณ์จะออกมาเป็นอย่างไร ไม่มีใครทราบได้ โดยความคืบหน้า ทางเครือข่ายฯ จะติดตามและนำเอามาเสนอต่อไป

http://thaiaudience.wordpress.com/

///



สงสัยวันๆไม่ทำอะไรเลยมั่ง แต่คงจะมัวมกหมุ่นเเต่เื่รื่ืองปลัดขิก..

จนกฏมงกฏหมายก็ไม่ออก..มันเเล้ว....


แบบนี้เอาหัวไปชนปลัดขิิกให้ตายเถอะ... อยู่ไปก็รังเเต่จะทำลายวัฒธรรม-ศิลปะไปซะหมดประเทศ...

เพราะไอ้กฏหมายที่ควรจะออกก็ไม่ออก... แต่ดันออกความคิดบ้าๆมาแทน...


ก็เลยทำให้ศิลปะในวงการหนังประเทศนี้ห้่วยเเตกเข้าทุกวี่ทุกวัน..ที่อะไรๆคุณท่านก็ห้ามฉาย รึฉายได้แต่ต้องตัดต้องเซ็น...


คนดูอย่างผมก็เลยเบื่อมันเต็มทนเเละเต็มที ที่จะเสพงานศิลทั้งที แต่ดันมีการตัด มีลงหมอก..


ดังนั้นขืนยังเป็นแบบนี้ี้ต่อไป วงการหนังในประเทศไทยก็คงจะเจริญฮวบๆเป็นแน่เเท้

ส่วนไอ้ที่จะเจริญงอกงามก็คงเต่จะมีวิชาคุณไสย แบบเเขมร์ล่ะมั่ง...เพราะท่ารมต.นั้นไซร้สนใจในตัวควายธนูเเละปลัดขิก..

Re: อีีกหนึ่ง ผลงาม ของรมต.ปลัดคิก..ที่ไม่ออกกฏหมายเรตติ้ง.

PostPosted: Mon Oct 27, 2008 7:02 pm
by Solidus
An.mkII wrote:
ซึ่งมีกระแสข่้าวรายงานมาถึงมาตรฐานในการทำงานของคณะกรรมการเซ็นเซอร์ ที่ใช้อคติส่วนตัวในการทำงานมากเกินไป โดยมีรายงานว่า คณะกรรมการเซ็นเซอร์บางท่านมีมุมมองว่า ไม่อยากให้หนังที่ไม่มีสาระ หรือไม่มีประโยชน์อะไรเลย (ตามความคิดเห็นของคณะกรรมการท่านนั้น) ผ่านเซ็นเซอร์

โดยที่ผ่านมา หนังฝรั่งเ้ศสเรื่อง Frontier(s) ไม่ผ่านเซ็นเซอร์ ด้วยเหตุผลจากคณะกรรมการที่ว่า หนังฆ่ากันโดยไม่มีเหตุผล และหนังไม่มีสาระอะไร

จริงๆแล้ว หลักการของการเซ็นเซอร์ไม่ว่าจะในประเทศใดก็ตาม คือการควบคุมหนัง ไม่ให้มีีเนื้อหาที่ขัดต่อกฎหมาย ศัีลธรรม หรือขัดต่อความมั่นคงของประเทศนั้นๆ แต่ไม่เกี่ยวข้องกับเนื้อหาสาระ เพราะหนังทุกเรื่อง ก็มีสาระในตัวของมันเอง สุดแท้แต่มุมมองของแต่ละคนว่าจะมองอย่างไร เพราะประชากรของประเทศๆ หนึ่ง มีจำนวนเป็นหลักสิบล้านคนก็ย่อมต้องมีความคิดที่แตกต่างกัน

ซึ่งที่ผ่านมา มีหนังหลายเรื่อง ที่มักถูกคณะกรรมการให้ความเห็นว่าเป็นหนังไม่มีสาระ ไม่ควรผ่านเซ็นเซอร์ โดยมีกรณีของหนังต่างประเทศเรื่องหนึ่ง ที่คณะกรรมการท่านดังกล่าว ได้พยายามโน้มน้าวคณะกรรมการท่านอื่นๆ ว่า “เป็นการดีแล้วหรือ ที่จะให้หนังแบบนี้ผ่านเซ็นเซอร์ เพราะหนังไม่มีเนื้อหาสาระอะไรเลย ไม่มีประโยชน์อะไรแก่สังคม” แต่ในที่ี่่่สุด หนังก็ผ่ีานเซ็นเซอร์ออกมา
ถ้าใช้เหตุผลว่าหนังไม่มีเนื้อหาสาระอะไรเลย ไม่มีประโยชน์อะไรแก่สังคมแบบนี้ก็น่าจะเซ็นเซอร์พวกละครทีวีด้วยนะนั่น หลายเรื่องก็เห็นว่าไม่มีเนื้อหาสาระอะไรเลย ไม่มีประโยชน์อะไรแก่สังคม

Re: อีีกหนึ่ง ผลงาม ของรมต.ปลัดคิก..ที่ไม่ออกกฏหมายเรตติ้ง.

PostPosted: Mon Oct 27, 2008 7:24 pm
by Server Error
Solidus wrote:
An.mkII wrote:
ซึ่งมีกระแสข่้าวรายงานมาถึงมาตรฐานในการทำงานของคณะกรรมการเซ็นเซอร์ ที่ใช้อคติส่วนตัวในการทำงานมากเกินไป โดยมีรายงานว่า คณะกรรมการเซ็นเซอร์บางท่านมีมุมมองว่า ไม่อยากให้หนังที่ไม่มีสาระ หรือไม่มีประโยชน์อะไรเลย (ตามความคิดเห็นของคณะกรรมการท่านนั้น) ผ่านเซ็นเซอร์

โดยที่ผ่านมา หนังฝรั่งเ้ศสเรื่อง Frontier(s) ไม่ผ่านเซ็นเซอร์ ด้วยเหตุผลจากคณะกรรมการที่ว่า หนังฆ่ากันโดยไม่มีเหตุผล และหนังไม่มีสาระอะไร

จริงๆแล้ว หลักการของการเซ็นเซอร์ไม่ว่าจะในประเทศใดก็ตาม คือการควบคุมหนัง ไม่ให้มีีเนื้อหาที่ขัดต่อกฎหมาย ศัีลธรรม หรือขัดต่อความมั่นคงของประเทศนั้นๆ แต่ไม่เกี่ยวข้องกับเนื้อหาสาระ เพราะหนังทุกเรื่อง ก็มีสาระในตัวของมันเอง สุดแท้แต่มุมมองของแต่ละคนว่าจะมองอย่างไร เพราะประชากรของประเทศๆ หนึ่ง มีจำนวนเป็นหลักสิบล้านคนก็ย่อมต้องมีความคิดที่แตกต่างกัน

ซึ่งที่ผ่านมา มีหนังหลายเรื่อง ที่มักถูกคณะกรรมการให้ความเห็นว่าเป็นหนังไม่มีสาระ ไม่ควรผ่านเซ็นเซอร์ โดยมีกรณีของหนังต่างประเทศเรื่องหนึ่ง ที่คณะกรรมการท่านดังกล่าว ได้พยายามโน้มน้าวคณะกรรมการท่านอื่นๆ ว่า “เป็นการดีแล้วหรือ ที่จะให้หนังแบบนี้ผ่านเซ็นเซอร์ เพราะหนังไม่มีเนื้อหาสาระอะไรเลย ไม่มีประโยชน์อะไรแก่สังคม” แต่ในที่ี่่่สุด หนังก็ผ่ีานเซ็นเซอร์ออกมา
ถ้าใช้เหตุผลว่าหนังไม่มีเนื้อหาสาระอะไรเลย ไม่มีประโยชน์อะไรแก่สังคมแบบนี้ก็น่าจะเซ็นเซอร์พวกละครทีวีด้วยนะนั่น หลายเรื่องก็เห็นว่าไม่มีเนื้อหาสาระอะไรเลย ไม่มีประโยชน์อะไรแก่สังคม


ถ้าเป็นดั่งนี้ คงไม่มีละครทีวีให้ดูแน่ อิ อิ :lol: :lol:

Re: อีีกหนึ่ง ผลงาม ของรมต.ปลัดคิก..ที่ไม่ออกกฏหมายเรตติ้ง.

PostPosted: Mon Oct 27, 2008 10:58 pm
by silance mobius
Server Error wrote:
Solidus wrote:
An.mkII wrote:
ซึ่งมีกระแสข่้าวรายงานมาถึงมาตรฐานในการทำงานของคณะกรรมการเซ็นเซอร์ ที่ใช้อคติส่วนตัวในการทำงานมากเกินไป โดยมีรายงานว่า คณะกรรมการเซ็นเซอร์บางท่านมีมุมมองว่า ไม่อยากให้หนังที่ไม่มีสาระ หรือไม่มีประโยชน์อะไรเลย (ตามความคิดเห็นของคณะกรรมการท่านนั้น) ผ่านเซ็นเซอร์

โดยที่ผ่านมา หนังฝรั่งเ้ศสเรื่อง Frontier(s) ไม่ผ่านเซ็นเซอร์ ด้วยเหตุผลจากคณะกรรมการที่ว่า หนังฆ่ากันโดยไม่มีเหตุผล และหนังไม่มีสาระอะไร

จริงๆแล้ว หลักการของการเซ็นเซอร์ไม่ว่าจะในประเทศใดก็ตาม คือการควบคุมหนัง ไม่ให้มีีเนื้อหาที่ขัดต่อกฎหมาย ศัีลธรรม หรือขัดต่อความมั่นคงของประเทศนั้นๆ แต่ไม่เกี่ยวข้องกับเนื้อหาสาระ เพราะหนังทุกเรื่อง ก็มีสาระในตัวของมันเอง สุดแท้แต่มุมมองของแต่ละคนว่าจะมองอย่างไร เพราะประชากรของประเทศๆ หนึ่ง มีจำนวนเป็นหลักสิบล้านคนก็ย่อมต้องมีความคิดที่แตกต่างกัน

ซึ่งที่ผ่านมา มีหนังหลายเรื่อง ที่มักถูกคณะกรรมการให้ความเห็นว่าเป็นหนังไม่มีสาระ ไม่ควรผ่านเซ็นเซอร์ โดยมีกรณีของหนังต่างประเทศเรื่องหนึ่ง ที่คณะกรรมการท่านดังกล่าว ได้พยายามโน้มน้าวคณะกรรมการท่านอื่นๆ ว่า “เป็นการดีแล้วหรือ ที่จะให้หนังแบบนี้ผ่านเซ็นเซอร์ เพราะหนังไม่มีเนื้อหาสาระอะไรเลย ไม่มีประโยชน์อะไรแก่สังคม” แต่ในที่ี่่่สุด หนังก็ผ่ีานเซ็นเซอร์ออกมา
ถ้าใช้เหตุผลว่าหนังไม่มีเนื้อหาสาระอะไรเลย ไม่มีประโยชน์อะไรแก่สังคมแบบนี้ก็น่าจะเซ็นเซอร์พวกละครทีวีด้วยนะนั่น หลายเรื่องก็เห็นว่าไม่มีเนื้อหาสาระอะไรเลย ไม่มีประโยชน์อะไรแก่สังคม


ถ้าเป็นดั่งนี้ คงไม่มีละครทีวีให้ดูแน่ อิ อิ :lol: :lol:


หนัีงตลกของไทยหลายเรื่องก็เข้าข่ายไม่ผ่านนะนั่นน่ะ

Re: อีีกหนึ่ง ผลงาม ของรมต.ปลัดคิก..ที่ไม่ออกกฏหมายเรตติ้ง.

PostPosted: Tue Oct 28, 2008 12:13 am
by Solidus
หนัง ละครเขาดูเพื่อความบันเทิง ถ้าอยากได้สาระคงต้องไปดูพวกสารคดีกระมัง

Re: อีีกหนึ่ง ผลงาม ของรมต.ปลัดคิก..ที่ไม่ออกกฏหมายเรตติ้ง.

PostPosted: Tue Oct 28, 2008 8:51 am
by see-u
* ความน่าเบื่อก็คือ ... เรื่องของ วิสัยทัศน์ ของพวก กรรมการเซ็นเซอร์

พวกนี้เหมือน กบในกะลา ... รับอะไรที่แปลกใหม่ ไม่ได้เลย

เรื่อง Art ก็ไม่รู้เรื่อง ... แถมยังชอบ แส่ มาวุ่นวายกะคนทำหนัง หรือ บทหนัง ของเขาอีก

กลุ่มคณะกรรมการที่คอยเซ็นเซอร์ ... มี มาตราฐานแบบไทย ๆ คือ

หนังต้องมีเนื้อหาประมาณละครหลังข่าวช่อง 7 นั่นแหละ .... ถึงจะผ่าน

ส่วน รมต. อะไรนั่นปล่อยให้มันนั่งเกา ปลัดขิก หรือ กอดควายธนู ไปเหอะ มันคลั่งไคล้ของมันแบบนั้น !!!

Re: อีีกหนึ่ง ผลงาม ของรมต.ปลัดคิก..ที่ไม่ออกกฏหมายเรตติ้ง.

PostPosted: Tue Oct 28, 2008 10:32 am
by spp
เสียดายแย่ ถ้า เซ็นเซอร์ SAw
มันจะไปสนุกอะไร
เพราะหนังมันเป็นแนวนี้อยู่แล้ว
ใครไม่ชอบเค้าคงไม่ดูภาคต่อหรอก
ขัดใจคอ ซาดิส หมด ..ฮิฮิฮิ

Re: อีีกหนึ่ง ผลงาม ของรมต.ปลัดคิก..ที่ไม่ออกกฏหมายเรตติ้ง.

PostPosted: Tue Oct 28, 2008 10:59 am
by O2Mini
มีใครอยากไปกระทรวงวัฒนธรรมกับผมบ้างครับ

Re: อีีกหนึ่ง ผลงาม ของรมต.ปลัดคิก..ที่ไม่ออกกฏหมายเรตติ้ง.

PostPosted: Tue Oct 28, 2008 1:35 pm
by Solidus
spp wrote:เสียดายแย่ ถ้า เซ็นเซอร์ SAw
มันจะไปสนุกอะไร
เพราะหนังมันเป็นแนวนี้อยู่แล้ว
ใครไม่ชอบเค้าคงไม่ดูภาคต่อหรอก
ขัดใจคอ ซาดิส หมด ..ฮิฮิฮิ
เห็นด้วยครับ ถ้ามันไม่มีสาระและปรโยชน์ต่อคนกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งมันคงไม่ออกมาถึง 5 ภาคหรอก :lol: :lol:

Re: อีีกหนึ่ง ผลงาม ของรมต.ปลัดคิก..ที่ไม่ออกกฏหมายเรตติ้ง.

PostPosted: Tue Oct 28, 2008 1:50 pm
by s.sensei
ภาคก่อนที่เป็นหนังแผ่นก็ทำเบลอจนเซ็ง

อ่านข่าวนี้แล้วพาลไปนึกถึงหนังของ เจ้ย อภิชาติพงศ์ ที่โดนห้ามฉาย ด้วยความห่วย หัวโบราณ มือถือสากของผู้มีอำนาจ

มีฉาก พระถ่ายรูป เณรจับกีตาร์ หมอใส่เสื้อกาวน์จูบกับแฟน โดนแบนห้ามฉาย - อยากฉายก็ต้องตัดฉากทั้งหมดที่ว่าออก

คุณๆว่า มันบ้าไหมครับ

Re: อีีกหนึ่ง ผลงาม ของรมต.ปลัดคิก..ที่ไม่ออกกฏหมายเรตติ้ง.

PostPosted: Tue Oct 28, 2008 1:54 pm
by s.sensei
หนังต้องมีสาระประโยชน์เท่านั้นเหรอ ?

เราดูเพื่อความบันเิทิง-เพื่อศิลปะนะครับ ถ้าอยากได้สาระประโยชน์ผมนอนอยู่บ้านดู discovery channel หรือ history หรือ อะไรทำนองนี้อยู่บ้านก็ได้ครับ ไม่ต้องออกไปโรงหนัง

Re: อีีกหนึ่ง ผลงาม ของรมต.ปลัดคิก..ที่ไม่ออกกฏหมายเรตติ้ง.

PostPosted: Tue Oct 28, 2008 2:11 pm
by eAT
ศิลปของหนังมันคืออีหยัง อธิบายหน่อย ป๋มไม่เข้าใจ
อะไรคือ ศิลป อะไรไม่ใช่ ศิลป และที่รู้มาว่า การเซ็นเซอร์
เขาไม่สนใจว่าศิลปหรือไม่ใช่ศิลปนี่ มันเกี่ยวอะไร

เมื่อก่อนก็ด่า "เซ็นเซอร์" อยู่เหมือนกัน แต่หลังจากข่าว
กราบไหว้ "หนอนเจลคูลเลอร์" กะ
ดื่ม "น้ำส้วมศักสิทธิ์"
ป๋มเลยเปลี่ยนใจ อยู่ฝั่งเดียวกับ "เซ็นเซอร์" แล้วฮับ
เพราะเห็นว่า ประชาชนคนไทย มันเง่าเหลือที่จะกล่าว
อะไรดูกล้ำกึ่ง ตัดมันทิ้ง เบลอมันหมด ดีที่สุดแล้ว

*************
ส่วนตัว ที่แบน SAW ไม่ใช่เพียงเพราะมันไม่สาระประโยชน์หรอก
แต่เพราะมันมีการฆ่ากัน ชวนแหวะ และแถมยังไม่มีสาระอะไรให้
จับต้องด้วย จึงไม่มีเหตุผลที่จะอนุญาต ถ้าหากมันมีสาระ มีการแทรก
คติเตือนใจ ฯลฯ ก็อาจจะยอมผ่านให้ อะไรทำนองนี้มากกว่า

Re: อีีกหนึ่ง ผลงาม ของรมต.ปลัดคิก..ที่ไม่ออกกฏหมายเรตติ้ง.

PostPosted: Tue Oct 28, 2008 2:34 pm
by Solidus
หนังชวนแหวะจะว่าไปมันก็มีสาระเหมือนกัน ปลงอสุภะไง :lol: :lol: ดูแล้วอย่าไปยึดติดรูป
http://www.powow.com/whatami/death/death13.html

Re: อีีกหนึ่ง ผลงาม ของรมต.ปลัดคิก..ที่ไม่ออกกฏหมายเรตติ้ง.

PostPosted: Tue Oct 28, 2008 2:47 pm
by s.sensei
ใครเคยดู hostel บ้าง มีมา 2 ภาค แล้ว ผมว่า สุดเลวร้ายเลย ดูแล้วอึดอัดใจกว่าดู SAW อีก ผมว่า :D

Re: อีีกหนึ่ง ผลงาม ของรมต.ปลัดคิก..ที่ไม่ออกกฏหมายเรตติ้ง.

PostPosted: Tue Oct 28, 2008 2:49 pm
by An.mkII
อ้าว เปลี่ยนข้างแล้วหรือครับ...555


แต่สำหรับผมก็คิดว่า....การเซ็็้นเซอร์ทำได้ในบางกรณี.. แต่บางกรณีมันก็เกินไป...


อย่างไอ้หนังอะไร ที่ว่ามีพระดีดกีต้าร์ หรือ โชว์เจ้าโลก ของใคร ที่ได้รางวัลกะบักกะบวยอะไรของมันด้วยนั้นแหละ

ที่เป็นหนังพวก ที่ต้องใช้การปืนกะไดขึ้นไปดูแบบนั้นน่ะ ผมว่าเซ็นๆเเบนๆไปเถอะพอดีหัวสูงไม่พอ..ไม่อยากจะดู

ประกอบกะว่าเห็นมีฉากโชว์เจ้าโลกเเข็งตัวรึไงด้วยนี้แหละ แค่นี้ก็ชวนเเหวะเเล้ว..แต่ดันมีบางคนอยากจะดู...


ส่วนไอ้เรื่อง SAW นี้ภาคเเรกๆผมก็ไม่เคยดูหรอก...ขนาดออกมาตั้งสองภาคแล้วผมก็เพิ่งจะได้ดู

แต่พอดีว่างๆไม่มีไรดูเห็นพี่มันซื้อมาดู ก็เลยคิดว่าเอาว่ะ ดูมันฆ่าเวลาไปงั้นๆ...

แต่ดูมาดูไป.. อืม... พล็อตมันใช้ได้...และก็ไม่ใช่ใช้ได้ที่ตรงแหวะ...


แต่มันใช่ได้ตรงเเนวคิดจิตวิทยาของเนื้อเรื่อง การหักมุมวางเเผน...


เพราะอีภาคล่าสุดใช่ไหม.. ที่มีฉากเปิดสมอง SAW น่ะผมยังปิดตาดูเลย..เพราะมันเเหวะเกินเเกง..ทนดูไม่ไหว

แต่ไอ้ถึงขั้นที่จะเเบนรึจะตัดนี้มันเกินไป...แบบกรรีนี้ แต่ที่ว่าจะหมอกลงนิดหน่อยผมก็พอรับได้..เอาพอสมเหตุสมผล..


ส่วนแล้วจะถามว่าดูไปเพราะอะไร...

ก็อย่างที่ว่าไปดูเพราะพล็อตในการเดินเรื่องหักมุมนั้นแหละปัจจัยสำคัญ


ส่วนเรื่องเเหวะเรื่องสยองเวลามีคนโดนฆ่าเอาเเค่ซะใจเล็กๆ เเต่บางที่มันก็เเหวะเกินที่ผมจะรับได้เหมือนกัน..


และในกรณีนี้ เขาก็มีอะไรๆออกมาแล้วเเต่ไอ้รมต.ปลัดขิกดันไม่สนใจชงเรื่องให้ครม.

แบบนี้มันก็ยิ่งน่าโมโหไปกันใหญ่..


เพราะผมก็คิดว่าการห้ามไม่ให้ดู มันไม่ใช้ทางออก แต่เราควรจะให้ดู แบบถูกที่ถูกทางซะมากกว่า..

เพราะเดี่ยวนี้โลกมันไปไหมต่อไหน... เเล้ว

ดังนั้นผมจึงเห็นด้วยกะการจัดเรต.แต่ไอ้รมต.ปลัดขิกมันดันไม่ทำเรื่องนี้น่ะสิ..


ส่วนไอ้หนอนคูลฟีเวอร์อะไรนั้นมันก็สะท้อนอะไรได้ดี ได้พอๆกะไอ้ ประเด็นลิงบาบูน ของคุณ ตู้นั้นแหละ...

Re: อีีกหนึ่ง ผลงาม ของรมต.ปลัดคิก..ที่ไม่ออกกฏหมายเรตติ้ง.

PostPosted: Tue Oct 28, 2008 3:30 pm
by nopantaman
คณะกรรมการเซ็น..เซ่อ.. ของไทยก็ตัดสินแย่ๆมานานแล้วนี่ครับ ไม่รู้เมื่อไหร่จะพัฒนาซักที

แต่เอ มันเกี่ยวกับ รมต. ปลัดขิกตรงไหนครับเนี่ย