Page 1 of 1

“แม่น้องโบว์” ฟ้องรองโฆษก ตร.กล่าวหาพกระเบิด!

PostPosted: Tue Oct 28, 2008 10:51 pm
by silance mobius
“แม่น้องโบว์” มอบทนายพันธมิตรฯ ยื่นฟ้อง “สุรพล ทวนทอง” รอง โฆษก ตร.หมิ่นผู้ตายกล่าวหาพกระเบิด ศาลนัดไต่สวนมูลฟ้อง 29 ธ.ค.นี้


วันนี้ (28 ต.ค.) เมื่อเวลา 14.00 น.ที่ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก นายสุวัตร อภัยภักดิ์ ทนายความพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย รับมอบอำนาจจาก นางวิชชุดา ระดับปัญญาวุฒิ มารดาของ น.ส.อังคณา ระดับปัญญาวุฒิ หรือน้องโบว์ อายุ 27 ปี นักศึกษาปริญญาโทมหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ (เอแบค) ที่เสียชีวิตจากการสลายการชุมนุมของเจ้าหน้าที่ตำรวจ บริเวณลานพระบรมรูปทรงม้า เมื่อวันที่ 7 ต.ค.51 ที่ผ่านมา ยื่นฟ้อง พล.ต.ต.สุรพล ทวนทอง รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) เป็นจำเลยในความผิดฐานหมิ่นประมาทผู้ตายด้วยการโฆษณา และความผิดฐานเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหน้าที่ หรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต

โจทก์ฟ้องว่า เมื่อวันที่ 8 ต.ค.51 เวลากลางวันและกลางคืนต่อเนื่องกัน จำเลยในฐานะรองโฆษก ตร.ได้บังอาจกระทำความผิดต่อกฎหมาย โดยแถลงข่าวใส่ร้ายป้ายสีผู้ตายว่า “สำหรับการเสียชีวิตของ น.ส.อังคณา ระดับปัญญาวุฒิ ที่เสียชีวิตจากใบชันสูตรพบว่าซี่โครงบริเวณด้านซ้ายหักทุกซี่ น่าจะเกิดจากการหนีบระเบิด หรือมีระเบิดอยู่ในกระเป๋าที่หนีบมา บาดแผลเกินกว่าที่อาวุธของเจ้าหน้าที่มีอยู่” ข้อความดังกล่าวเป็นเท็จทั้งสิ้น ความจริงแล้วผู้ตายมีแผลขนาดใหญ่ เป็นรอยไหม้ มีเขม่า ซึ่ง ผศ.พล.อ.ต.นพ.วิชาญ เปี๋ยวนิ่ม หัวหน้าหน่วยนิติเวช ภาควิชาพยาธิวิทยา ยืนยันว่าลักษณะบาดแผลของผู้ตายเกิดจากเป็นบาดแผลไม่เรียบ เกิดจากความแข็งมีรอยไหม้ เนื่องจากวัตถุมีความร้อน ตับและม้ามแตกจากวัตถุที่มีแรงอัด เกิดจากระเบิดในระยะใกล้ตัว ไม่ติดกับลำตัว เนื่องจากซี่โครงร้อยเป็นแนวยาว จึงเป็นไปไม่ได้ที่ผู้เสียชีวิตจะพกวัตถุระเบิดติดตัว

การกระทำของจำเลยจึงเป็นการกล่าวใส่ร้ายผู้ตายให้บุคคลทั่วไปเข้าใจ ว่า ผู้ตายเป็นผู้หญิงไม่ดี มีนิสัยก้าวร้าว ดุดัน พกพาอาวุธไปในที่สาธารณะ ซึ่งเป็นการกระทำที่ไม่เหมาะสม ครอบครัวบิดา มารดา และครูบาอาจารย์ไม่สั่งสอน และเป็นการมุ่งเจตนาใส่ร้ายให้ผู้ตายเสื่อมเสียชื่อเสียง ถูกดูหมิ่นเกลียดชัง จึงเป็นการกระทำผิดฐานหมิ่นประมาทผู้ตายโดยการโฆษณา

นอกจากนี้ จำเลยในฐานะรองโฆษก ตร.เป็นเจ้าพนักงาน ได้กล่าวข้อความอันเป็นเท็จต่อสื่อมวลชน ซึ่งเป็นการใส่ความผู้ตายต่อบุคคลที่ 3 จึงเข้าข่ายเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหน้าที่ หรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต อีกด้วย

ศาลรับคำฟ้องไว้เป็นคดีหมายเลขดำที่ อ.4167/2551 และนัดไต่สวนมูลฟ้องในวันที่ 29 ธ.ค. นี้ เวลา 09.00 น.
----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

http://www.manager.co.th/Crime/ViewNews ... 0000127966

ดี!!!! ผมว่าฟ้องให้มันล้มละลายไปเลย ทั้งโฆษก ทั้ง ผบ.ตร.

เสือกพูดมากดีนัก ทั้งๆที่ยังไม่มีอะไพิสูจน์

Re: “แม่น้องโบว์” ฟ้องรองโฆษก ตร.กล่าวหาพกระเบิด!

PostPosted: Tue Oct 28, 2008 10:55 pm
by Augustine
ฟ้องซะให้เข็ด ปากดีจริงๆ

Re: “แม่น้องโบว์” ฟ้องรองโฆษก ตร.กล่าวหาพกระเบิด!

PostPosted: Tue Oct 28, 2008 10:57 pm
by ridkun
ตำรวจไทยปากมากอยู่แล้วครับ จับผู้ร้ายได้ก็เอามาพิพากษาทันทีผ่านสื่อมวลชน
แต่คราวนี้เล่นถึงขนาดดูหมิ่นคนตาย โดนฟ้องซะดี จะได้เป็นตัวอย่างให้แก่ตำรวจนายอื่นๆ ว่าปากพล่อยแล้วจะเป็นยังไง

Re: “แม่น้องโบว์” ฟ้องรองโฆษก ตร.กล่าวหาพกระเบิด!

PostPosted: Tue Oct 28, 2008 11:02 pm
by นู๋เจ๋ง
ฟ้องรองโฆษกคนเดียวไม่พอหรอกค่ะ คุณแม่
อำนวน ปัญญานิ่มอีกคน ...น่าจะปลดดาวจากบ่าด้วยอีกคนนะคะ

เอาใจช่วยครอบครัวระดับปัญญาวุฒิ ..ค่ะ

Re: “แม่น้องโบว์” ฟ้องรองโฆษก ตร.กล่าวหาพกระเบิด!

PostPosted: Tue Oct 28, 2008 11:56 pm
by อธิฏฐาน
วันนี้ดีใจค่ะ ได้ยินเสียงคุณตี๋ที่แขนขาดแล้ว คุณตี๋บอกว่าพวกตำรวจยิงมา บริเวณที่คุณตี๋และน้องโบว์อยู่ ขณะที่กำลังเดินกลับไปยังทำเนียบ

Re: “แม่น้องโบว์” ฟ้องรองโฆษก ตร.กล่าวหาพกระเบิด!

PostPosted: Tue Oct 28, 2008 11:58 pm
by ramboboy26
เดี๋ยวคอยดู พี่แกจะแถว่าเป็นข้อสันนิษฐานเฉยๆ

ถุย x 3

มันคงยังไม่รู้ ว่าโลกนี้เค้ามีเทคโนโลยีที่เรียกว่ากล้องวีดีโอกันแล้ว

Re: “แม่น้องโบว์” ฟ้องรองโฆษก ตร.กล่าวหาพกระเบิด!

PostPosted: Tue Oct 28, 2008 11:59 pm
by Cherub Rock
เห็นออกมาตรการเยียวยามาแล้ว

ยิงแล้วจ่ายเงิน
คิดเหมือนชูวิทย์เลย ต่อยแล้วเสียค่าปรับ

แต่เลวกว่ามาก :evil:

Re: “แม่น้องโบว์” ฟ้องรองโฆษก ตร.กล่าวหาพกระเบิด!

PostPosted: Wed Oct 29, 2008 12:04 am
by winyoochon
แถลงการณ์ของสภาทนายความ
เรื่อง อำนาจพนักงานสอบสวนที่ขัดรัฐธรรมนูญและขัดต่อกติการะหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมือง
------------------------------------
จากกรณีที่พนักงานสอบสวนได้ยื่นคำร้องต่อศาลชั้นต้นในคดีที่กล่าวหาแกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยเป็นกบฏและข้อหาอื่น ๆ เป็นตัวอย่างให้เห็นถึงการใช้อำนาจที่เหลื่อมล้ำและไม่ชอบธรรมกับประชาชนที่สุจริต ซึ่งเรื่องนี้สภาทนายความได้คัดค้านให้ความเห็นแย้งมาโดยตลอดว่ากระบวนการใช้อำนาจสอบสวนตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญาที่พนักงานสอบสวนมักอ้างเสมอว่าจะขออำนาจศาลให้คุมตัวผู้ต้องหา เป็นกรณีที่ไม่ชอบด้วยหลักนิติธรรมและขัดกับหลักกฎหมายโดยชัดแจ้ง สภาทนายความจึงขอแถลงการณ์มาเพื่อให้ผู้ที่เกี่ยวข้องได้โปรดพิจารณาไตร่ตรองและดำเนินการให้มีการบังคับใช้กฎหมายให้สมจริงตามหลักนิติธรรมและมาตรฐานสากลทั่วโลก ดังนี้
1. สภาทนายความขอขอบคุณศาลยุติธรรมและศาลปกครองที่ทำให้การบังคับใช้กฎหมายในการสอบสวนและการตั้งข้อหาในคดีอาญา รวมทั้งการใช้กำลังปราบปรามประชาชนที่ไม่ชอบยุติลงได้ในระดับหนึ่ง และขอขอบคุณและชื่นชมทนายความอาสาทุกท่าน โดยเฉพาะนายนิติธร ล้ำเหลือ ที่เป็นหัวหน้าคณะทำงาน รวมถึงผู้เสียหายและญาติที่ได้ช่วยผลักดันทำให้ข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายในคดีมีความกระจ่างชัดเป็นประโยชน์แก่การพิจารณาคดีของศาล
2. กรณีดังกล่าวตามข้อเท็จจริงที่ปรากฏในการพิจารณาคดีของศาล ทั้งศาลยุติธรรมและศาลปกครองนั้นได้ให้ความรู้ทางกฎหมายแก่ประชาชนว่าบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 66,86,87,90 รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2550 มาตรา 26,28,39 วรรค 2,3 และมาตรา 40 (4) ที่ให้พนักงานสอบสวนมีอำนาจยื่นคำร้องต่อศาลเพื่อขอควบคุมตัวผู้ต้องหาไว้ในระหว่างการสอบสวนที่ยังไม่เสร็จสิ้นนั้น เป็นเรื่องที่ทำให้ผู้ต้องหาหรือผู้ถูกควบคุมตัวเสียเปรียบ เพราะพนักงานสอบสวนมีอำนาจหาพยานหลักฐานมากล่าวอ้างผู้ถูกควบคุมตัวได้แต่เพียงฝ่ายเดียว ในขณะที่ผู้ต้องหาไม่มีโอกาสที่จะออกไปหาหลักฐานหรือรวบรวมหลักฐานเพื่อต่อสู้คดี เป็นการเขียนกฎหมายที่เกิดขึ้นในสมัยยุคทรราชทางการทหารตั้งแต่ปี พ.ศ. 2500 และเป็นกฎหมายที่มีความอยุติธรรมต่อประชาชน จนมีคำกล่าวกันว่า “เกิดเป็นคนไทยมีสิทธิติดคุกฟรี 84 วัน” เพราะหลังจากที่ปล่อยให้พนักงานสอบสวนไม่สามารถจะหาพยานหลักฐานได้แล้ว ก็ต้องยื่นคำร้องขอต่อศาลให้ปล่อยตัวไปโดยที่ไม่ได้ค่าตอบแทนใด ๆ นับว่าเป็นเรื่องที่น่าเศร้าอย่างยิ่งที่มีกฎหมายอย่างนี้อยู่ในประเทศไทย
3. การมีกฎหมายตามข้อ 2 ข้างต้น ทำให้พนักงานสอบสวนลุแก่อำนาจและใช้กฎหมายนี้บีบบังคับผู้ต้องหาในความควบคุมของตนเอง มีการทรมานกลั่นแกล้งและข่มขู่ผู้ต้องหาทุกกระบวนการทุกวิธีการเพื่อให้ผู้ต้องหารับสารภาพเพื่อต่อรองข้อหาใหญ่เป็นข้อหาเล็ก เพื่อต่อรองให้ตัวเองทำสำนวนได้ทันเวลาที่ขอฝากขังไว้และกลัวว่าผู้ต้องหาจะฟ้องกลับ นี่คือสิ่งเลวร้ายที่เกิดขึ้นในกระบวนการยุติธรรมที่สภาทนายความเห็นว่าเป็นเรื่องที่สำคัญอย่างยิ่งและหยิบยกให้มีการแก้ไขและยกเลิกโดยรีบด่วน อย่าปล่อยให้เป็นไฟไหม้ฟางเหมือนเรื่องที่ประเทศไทยไม่เคยดูแลเรื่องสิทธิของเด็ก โดยกว่าจะมีศาลเยาวชนที่คุ้มครองเด็กได้ก็ประมาณ 50 ปี เกือบครึ่งศตวรรษที่เด็กต้องติดคุกเดียวกับผู้ใหญ่ กว่าประชาชนจะมีสิทธิหาหลักฐานมาต่อสู้กับพนักงานสอบสวนเวลาผ่านไปประมาณ 50 ปี ก็ยังไม่สามารถแก้กฎหมายนั้นได้แต่อย่างไร
4. ความรู้ทางกฎหมายที่เป็นประโยชน์ต่อประชาชนอีกเรื่องหนึ่งคือการควบคุมตัวผู้ต้องหาของพนักงานสอบสวนในประเทศไทยก็ขัดกับหลักปฏิบัติสากลที่จะต้องควบคุมตัวผู้ต้องหาไว้เฉพาะในที่ที่เป็นสถานที่ที่ควบคุมตัวผู้ต้องหาเท่านั้น ไม่อาจจะไปควบคุมตัวในเรือนจำซึ่งเป็นสถานที่คุมขังนักโทษที่มีคำพิพากษาถึงที่สุดแล้วได้โดยอ้างว่ามีการแยกแดนขังระหว่างผู้ต้องหา แต่ในทางปฏิบัติผู้ต้องหากับนักโทษก็อยู่ในเรือนจำเดียวกัน เป็นการปฏิบัติที่ไม่สอดคล้องกับมาตรฐานสากลและปฏิญญาสากลว่าด้วยสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ เรามักจะอ้างอยู่เสมอว่าไม่มีงบประมาณ แต่ 70 กว่าปีนับตั้งแต่ประเทศไทยใช้ระบอบประชาธิปไตย สิ่งเหล่านี้ก็ยังมีให้เห็นและสร้างความไม่เป็นธรรมให้กับประชาชนตลอดมา
5. สภาทนายความขอเสนอให้ทนายความผู้ประกอบวิชาชีพทนายความทุกท่านเมื่อมีโอกาสยื่นคำร้องต่อศาลให้เสนอประเด็นข้อกฎหมายข้างต้นต่อศาลรัฐธรรมนูญเพื่อวินิจฉัยสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมืองของประชาชนให้ต่อสู้ด้วยความเป็นธรรมไม่ใช่ถูกควบคุมตัว แล้วให้โอกาสแต่เพียงฝ่ายเดียวหาหลักฐานมากล่าวหาใส่ตน และใคร่ขอให้ศาลทุกศาลที่ได้รับคำร้องได้ส่งประเด็นนี้ไปยังศาลรัฐธรรมนูญโดยด่วนเพื่อขอให้พิจารณา สภาทนายความเชื่อว่าหากได้มีการพิจารณาข้อกฎหมายตามหลักนิติธรรมและหลักกฎหมายที่ถือปฏิบัติเป็นหลักสากล โดยเฉพาะกติการะหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมืองที่ประเทศไทยเป็นสมาชิกก็จะนำมาซึ่งความยุติธรรมและการให้โอกาสประชาชนสู้อย่างเต็มที่ตั้งแต่ต้น ไม่ใช่การผูกขาดที่เป็นผลทำให้เกิดการควบคุมตัวโดยไม่ชอบด้วยกฎหมายมากมาย รวมทั้งการปั้นและการจ้างพยานเท็จของพนักงานในชั้นสอบสวนที่ยังมีอยู่อย่างเป็นประจำในปัจจุบัน
6. สภาทนายความอยากเห็นความกล้าหาญขององค์กรกระบวนการยุติธรรมที่จะคืนสิทธิเสรีภาพในการต่อสู้คดีอย่างเป็นธรรม พนักงานสอบสวนมีโอกาสสืบสวนผ่านเจ้าหน้าที่ตำรวจโดยข้อเท็จจริงอยู่แล้ว แต่การที่มีบทบัญญัติให้พนักงานสอบสวนมีโอกาสควบคุมตัวทำให้ขี้เกียจทำงานและเกิดความมักง่ายในการสรุปสำนวน ทำให้เกิดโอกาสที่จะใช้อำนาจโดยมิชอบ ดังนั้นจึงขอให้หน่วยงานของกระบวนการยุติธรรมทุกหน่วยงานร่วมกันรับผิดชอบให้มีการดำเนินการแก้ไขกฎหมาย สภาทนายความพร้อมที่จะเป็นผู้ให้ข้อมูลและแก้กฎหมายเพื่อประชาชนตลอดเวลา ขอให้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและสมาชิกวุฒิสภารวมทั้งสมาชิกพรรคการเมืองร่วมกันพิจารณาแก้ไขความไม่เป็นธรรม ความอยุติธรรมให้กับประชาชน เพื่อเป็นของขวัญให้กับประชาชนให้ทันภายในปี 2552 โดยพร้อมเพรียงกัน
7. กรณีที่ประชาชนถูกรัฐบาลนายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ พร้อมทั้งเจ้าหน้าที่ตำรวจและผู้ที่เกี่ยวข้องทำร้ายถึงแก่ชีวิตและบาดเจ็บสาหัสหลายร้อยรายนั้น สภาทนายความขอแจ้งว่าสภาทนายความได้จัดคณะทำงานเตรียมพร้อมที่จะให้ความช่วยเหลือทางกฎหมายในทุกเรื่อง ไม่ว่าจะเป็นคดีแพ่งคดีอาญาให้กับผู้ที่ต้องประสบเคราะห์กรรมเพราะการกระทำของเจ้าหน้าที่ตำรวจและรัฐบาลที่ไม่ชอบธรรมในครั้งนี้ ขอให้บรรดาญาติและผู้ที่ได้รับความเสียหายติดต่อขอรับความช่วยเหลือได้ที่ สำนักงานคณะกรรมการช่วยเหลือประชาชนทางกฎหมาย สภาทนายความ เลขที่ 7/89 อาคาร 10 ถนนราชดำเนินกลาง แขวงบวรนิเวศ เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร 10200 โทรศัพท์ 0-2629-1430 ต่อ 112, 113 โทรสาร 0-2281-7611 อีเมล์ <[email protected]> ได้ตลอดเวลา หากมีข้อขัดข้องอย่างใดให้ติดต่อนายกสภาทนายความทราบได้ ที่หมายเลข 02-282-7722 สภาทนายความพร้อมที่จะให้ความช่วยเหลือเพื่อสร้างความเป็นธรรมให้กับผู้ที่ต้องมาประสบเคราะห์กรรมในครั้งนี้จากเงื้อมมือของรัฐบาล
จึงขอแถลงการณ์มาเพื่อขอได้โปรดดำเนินการให้ประชาชนได้รับความเป็นธรรมในกระบวนการยุติธรรมอย่างเสมอต้นเสมอปลาย

http://www.lawyerscouncil.or.th/Project ... load_id=39

Re: “แม่น้องโบว์” ฟ้องรองโฆษก ตร.กล่าวหาพกระเบิด!

PostPosted: Wed Oct 29, 2008 12:28 am
by Solidus
กะแล้ว ปากเสียแบบนั้นสมควรโดน น่าจะฟ้องแพ่งแถมไปอีก :lol:

Re: “แม่น้องโบว์” ฟ้องรองโฆษก ตร.กล่าวหาพกระเบิด!

PostPosted: Wed Oct 29, 2008 2:00 am
by Red Baron



ช่วงสามปีที่ผ่านมาสภาทนายความทำงานเข้าตาประชาชนจริงๆครับ ตบมือให้



Re: “แม่น้องโบว์” ฟ้องรองโฆษก ตร.กล่าวหาพกระเบิด!

PostPosted: Wed Oct 29, 2008 7:30 am
by นู๋เจ๋ง
ที่รัฐรีบอนุมัติเงิน 50 กว่าล้านมาถือไว้
เพราะคิดว่าจะใช้เงินพวกนี้ ปิดปากผู้เสียหาย
รับเงินกันไปแล้วไม่เอาความ
เหมือนที่ตำรวจเคยๆทำมาตลอด (หรือเปล่าน๊อ??)