

== ข้อความถูกระงับโดยผู้ดูแล == viewtopic.php?f=14&t=14102 -->

แถลงการณ์ชมรมนักธุรกิจเพื่อประชาธิปไตย ฉบับที่ 3/2551
ชมรมนักธุรกิจมีความเชื่อว่า นักธุรกิจและประชาชนส่วนใหญ่สังคมต้องการความสงบ และอยากเห็นเรื่องยุติเสียที โดยให้ความยุติธรรมกับทุกๆฝ่าย เมื่อได้เห็นการที่อดีตนายกฯ พ.ต.ท. ทักษิณ ชินวัตร หลังจากไม่ให้การต่อศาล หนีศาลไปต่างประเทศ ทนายในคดีมีพฤติกรรมพยายามให้สินบน ศาล 2 ล้านบาทจนถูกพิพากษาให้จำคุกแล้ว ไม่เข้ารับฟังคำพิพากษาของศาล หนีโทษไปต่างประเทศ แต่กลับให้พวกพ้อง จัดรายการโทรทัศน์ของรัฐแบบสัญจร แล้วกล่าวกับประชาชนกลุ่มหนึ่ง ว่า "ท่านโดนยัดเยียดคุก 2 ปี เพราะกระบวนการ ยุติความเป็นธรรม" และอีกหลายประเด็นนั้น เป็นการไม่สมควรอย่างยิ่งในหลายๆประการ ดังนี้
1. ท่านควรยึดหลักการประชาธิปไตย ที่สื่อความ 2 ด้าน ทุกครั้งที่มีปัญหาในประเทศที่เขาเป็น "ประชาธิปไตยแท้จริง" เขาจะต้องพร้อมตอบผู้เห็นต่าง และผู้รู้ทัน อย่างเปิดเผยกับประชาชน ไม่ว่าจะเป็นอดีตผู้นำสหรัฐอเมริกา หรืออังกฤษ หรือกระทั่ง อลัน กรีนแสปนอดีตผู้ว่าการธนาคารกลาง หรือประธานเลห์แมน บราเธอรส์ ผู้เป็นศูนย์กลางแห่งความขัดแย้ง จะพร้อมตอบทุกคำถาม แม้เป็นคำถามจากผู้เห็นต่าง ก็เพราะจะทำให้ "พูดเท็จไม่ได้" ด้วยจะถูกจับได้ การที่ท่านไม่เคยตอบกระทู้ในสภา ไม่ตอบการซักถามของศาล แต่ต้องพูดฝ่ายเดียวมาตลอดนั้น ท่านไม่ควรจะอ้างว่า ท่านเป็นตัวแทนระบอบเสรีประชาธิปไตย
2. ท่านควร เริ่มเคารพรัฐธรรมนูญ กฎหมาย และกระบวนการยุติธรรม โดยท่านมีพฤติกรรม ซุกหุ้นอย่างต่อเนื่อง ทั้งลูก คนใกล้ชิด และกองทุนลับ จนบัดนี้ ยังไม่มีคำตอบว่า เมื่อพ่อแม่โอนหุ้นมูลค่า 700 ล้านบาท แล้ว ทำไม 1 วันก่อนหน้านั้น ลูกจึงต้องทำตั๋วสัญญาใช้เงิน 4,500 ล้านบาทให้กับแม่ด้วย อันเป็นช่องทางจ่ายปันผลทั้งหมด กลับไปให้แม่ และเมื่อมีการขายหุ้น ก็มีการโอนไปซื้อสโมสรฟุตบอลโดยท่าน เป็นการผิดรัฐธรรมนูญเรื่องการเปิดเผยทรัพย์สินอย่างซ้ำซาก ภรรยาของท่านถูกตัดสินแล้วว่ามีการซื้อขายหุ้นปลอมในตลาดหลักทรัพย์ โดยใช้เงินของภรรยาท่านจ่ายแทนพี่บุญธรรม และรับเอาเช็คจ่ายคนรับใช้ผู้โอนหุ้นเข้าบัญชีภรรยาเพียงเพื่อหนีภาษี ซื้อที่ดินจากหน่วยงานของรัฐ โดยมีการปรับเงื่อนไขที่เอื้อประโยชน์ เช่นยกเลิกราคากลาง ขึ้นเงินมัดจำ และยกเลิกข้อจำกัดความสูงอาคารหลังภรรยาซื้อไว้ โดยทุกกรณีท่านมิได้ชี้แจงหลักฐานโต้แย้ง แต่กลับจัดหาพี่น้องประชาชนให้รับข้อมูลที่ไม่ครบถ้วน เพียงเพื่อให้ปกป้องตนเอง การที่อดีตผู้นำประเทศ เป็นแบบอย่างของการไม่เคารพกฎหมาย จะทำให้ประเทศไทยมีความน่าเชื่อถือในเรื่อง"นิติรัฐ" ได้อย่างไร ?
3. ท่านไม่สมควรที่จะกล่าวหาว่า "ต้นตอวิกฤตชาติ" เกิดจากรัฐประหาร 19 กันยายน เพราะท่านเองเป็นผู้ที่ได้รับอำนาจจากระบอบประชาธิปไตย กลับได้ฉีกรัฐธรรมนูญปี 2540 ด้วยพฤติกรรมของท่านเอง ท่านละเลยเรื่องการเปิดเผยข้อมูลทรัพย์สินตามรัฐธรรมนูญ มีการทำรายการที่มีความขัดแย้งของประโยชน์ของรัฐกับส่วนตัวมากมาย ทั้งการลดส่วนแบ่งรายได้ของภาครัฐในมือถือระบบพรีเพดเพื่อความได้เปรียบของกิจการของท่าน การให้ภาครัฐเท่านั้นที่รับภาระภาษีสรรพสามิตทั้งๆที่ได้ส่วนแบ่งรายได้ส่วนน้อย ซื้อที่ดินจากหน่วยงานภาครัฐ ฯลฯ กดดันและแทรกแซงองค์กรอิสระและหน่วยงานภาครัฐเพื่อตนเอง ทั้ง ปปง. ปปช. อสส. ดีเอสไอ กลต. ฯลฯ จึงเป็นเหตุให้การรัฐประหารชั่วคราวเป็นที่ยอมรับจากประชาชนอย่างกว้างขวาง
ทางด้านเศรษฐกิจเอง วิกฤตเศรษฐกิจในโลกเองก็เกิดจาการกู้เกินตัว ใช้จ่ายเกินตัว ซึ่งชมรมนักธุรกิจเห็นว่า หากดูจากพฤติกรรมการบริหารงานประเทศโดยการสร้างหนี้ และซ่อนหนี้ทั้งระดับภาครัฐ และหนี้ประชาชน เพื่อมุ่งกระตุ้นการบริโภคจนมักจะเกินตัวตลอดมา ในวิกฤตการเงินโลกเช่นนี้ ประเทศไทยอาจต้องเผชิญวิกฤตเศรษฐกิจอีกรอบหนึ่ง เหมือนสมัยที่ท่านเป็นรองนายกฯในรัฐบาลก่อนวิกฤตต้มยำกุ้ง 2540 ที่ผ่านมา
โชคดีที่ประเทศไทยมีรัฐบาลเศรษฐกิจพอเพียงเข้ามาบริหารบ้านเมือง ได้ล้างหนี้กองทุนน้ำมัน ได้ลดหนี้ตั๋วเงินคลังจาก 2.5 แสนล้านบาท เหลือเพียง 1.7 แสนล้านบาท ฯลฯ ท่านจึงไม่ควรสร้างภาพว่า "เป็นการยึดอำนาจเพื่อเอา นายกฯ ที่บ้างานออกไป แล้วเอาคนแก่ที่ควรจะเลี้ยงหลานอยู่ที่บ้านมาเป็นแทน" เป็นต้นตอวิกฤต ด้วยสถานการณ์วิกฤตการเงินโลกในครั้งนี้ ได้ช่วยให้คนไทยเข้าใจแล้วว่า "เศรษฐกิจพอเพียง" ได้สร้างภูมิคุ้มกันความเสี่ยงให้ประเทศรอดจากวิกฤตการณ์ในครั้งนี้ได้เป็นอย่างดี และกำลังเป็นแบบอย่างสำหรับประเทศอื่นๆที่กำลังเผชิญวิกฤตการณ์ในขณะนี้อีกด้วย
ชมรมนักธุรกิจฯขอเรียกร้อง สังคมไทยได้เสียหายเพราะปัญหาของท่านคนเดียวมามากและมานานแล้ว ในเมื่อท่านไม่เคารพประชาธิปไตย ไม่เคารพรัฐธรรมนูญ ไม่เคารพกฎหมาย ไม่เคารพศาล โดยท่านไม่ได้ใช้ "ความจริง" โต้แย้ง ท่านก็ไม่สมควรปลุกปั่นสร้างพวกพ้องบนข้อมูลที่ไม่ครบถ้วนเพื่อสร้างปัญหาอีกต่อไป และไม่สมควรส่งสาส์นใส่ร้ายประเทศไทยซึ่งเป็นแผ่นดินแม่ของคนไทยเราทุกคนออกไปทั่วโลกอีกด้วย
ชมรมนักธุรกิจฯประกาศจุดยืนต่อต้านการแก้ไขรัฐธรรมนูญ โดยเฉพาะการจัดตั้ง สสร. 3 ซึ่งมีเป้าหมายจะแก้กฎให้ปกป้องการทำความผิด และจะรณรงค์ในหมู่นักธุรกิจและประชาชนทั่วไปให้ร่วมต่อต้านการแก้รัฐธรรมนูญเพื่อความประสงค์ดังกล่าวทุกรูปแบบ
ชมรมนักธุรกิจฯขอเรียกร้องให้นักธุรกิจและประชาชนได้แสดงพลัง ส่ง email ต่อ ส่งแฟกซ์ต่อ เพื่อแสดงจุดยืนว่า เราต้องการ ประชาธิปไตยที่แท้จริง ต้องการระบบนิติรัฐ และต้องการความสงบ ประเทศต้องเสียหายทั้งด้านเศรษฐกิจ คุณธรรม และความรักสามัคคีไปเท่าไรแล้ว เพียงเพราะคนๆเดียวต้องการใช้ปกป้องความผิดของตนเอง จึงขอให้ท่าน
"หยุดทำร้ายประเทศชาติเสียที"

Server Error wrote:วรรคนี้คงแทงใจหลายคน
“คน ที่ติดท่าทีของพันธมิตร ผมได้ถามย้อนกลับไปว่า
ถ้าไม่มีพันธมิตร เอาไหม ทุกคนก็บอกว่าไม่เอา
เวลานี้ถ้าไม่ช่วยกัน บ้านเมืองจะตกอยู่ในอันตราย”
ส่วนการออกมาเคลื่อนไหวสานเสวนาเพื่อสันติ ยุติความรุนแรง นั้น
เกษม บอกว่า กลุ่มพันธมิตร ชุมนุมยืนหยัดต่อสู้กับความไม่ถูกต้องมาเป็นเวลายาวนาน
วันดีคืนดีก็มีคนออกมาบอกว่า ให้เจ๊ากันไป
ขอให้ถอยกันคนละก้าวเพื่อสันติ ตั้งต้นกันใหม่
เป็นวิธีคิดแบบปลุกพลังเงียบขึ้นมาหารสอง ทำให้สังคมสับสน
มองผิวเผินเป็นความคิดแบบหวังดี แต่คิดตื้น ไม่ได้กำจัดความชั่วไปจากแผ่นดิน
“ผมรับวิธีคิดอย่างนี้ไม่ได้ มันหยุดความรุนแรง ทำให้เกิดสันติไม่ได้อย่างที่กล่าวอ้าง
ผมว่าถึงเวลาที่จำเป็นต้องเลือกข้าง และสร้างเน็ตเวิร์ก รวมกลุ่มกันขึ้นมา”
พวกสานเสวนา(ไอ้พวกชอบตีกิน) เลิกคิดตื้นๆได้แล้ว
ถึงเวลาเลือกข้างแล้ว
พวกปากกล้าขาสั่นขี้บ่นทั้งหลาย
ออกมายืนอยู่ข้างพันธมิตรได้แล้ว
ไม่ใช่มัวแต่บอกว่ามีพันธมิตรดีกว่าไม่มี
ขอคารวะท่านเกษม จาติกวณิช "ซุปเปอร์เค"
vorapoap wrote:ขอทราบว่า คุณเกษม มีอิทธิพลอย่างไรต่อสังคมบ้างครับ
ยอมรับตามตรงคำว่า ซุปเปอร์เค ผมเคยได้ยินแต่จากการ์ตูนญี่ปุ่น พึ่งมาได้ยินและรู้จักคุณเกษมก็จากเวทีพันธมิตรเมื่อวานครับ
pigdevil wrote:เป็นอะไรกับ กรณ์ ของประชาธิปัตย์เหรอครับ
ไม่น่าตื่นเต้น หรือแปลกใจตรงไหนเลยนี่
pigdevil wrote:เป็นอะไรกับ กรณ์ ของประชาธิปัตย์เหรอครับ
ไม่น่าตื่นเต้น หรือแปลกใจตรงไหนเลยนี่
ปุถุชน wrote:pigdevil wrote:เป็นอะไรกับ กรณ์ ของประชาธิปัตย์เหรอครับ
ไม่น่าตื่นเต้น หรือแปลกใจตรงไหนเลยนี่
1. คุณเกษม จาติกวณิชเป็นญาติผู้ใหญ่คนหนึ่งของคุณกรณ์ จาติกวณิช....
2. คุณเกษม มี'ต้นทางสังคมสูง'กว่านายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ นายสมัคร สุนทรเวช และ นายทักษิณ ชินวัตร...
3. เมื่อคุณเกษมมี'ต้นทุนทางสังคม'สูงกว่าคนที่เอ่ยชื่อมาแล้ว ย่อมมี'ต้นทุนทางสังคมสูง'กว่าบรรดา'ผีโขนด 111 ตน' 'เห็บหมา' และ 'บัตรเติมเงิน' ทั้งหลาย.....!!!
เข้าใจหรือยัง.....ฮ่า ฮ่า ฮ่า ฮ่า
pigdevil wrote:จะแยกสามข้อทำไมครับ มันไม่ได้แตกต่างกันเลย
มันก็บอกให้รู้เป็นนัยๆอยู่แล้วหละ ว่าถ้าเอ๋ยชื่อนี้แล้ว จะอยู่ข้างไหน
ต้นทุนทางสังคม...ต้นทุนทางสังคม...ต้นทุนทางสังคม...
คำนี้ มันบ่งบอกอะไรครับ ความเป็นคนดี ความเป็นคนเก่ง เหรอครับ
Ixora wrote:pigdevil wrote:จะแยกสามข้อทำไมครับ มันไม่ได้แตกต่างกันเลย
มันก็บอกให้รู้เป็นนัยๆอยู่แล้วหละ ว่าถ้าเอ๋ยชื่อนี้แล้ว จะอยู่ข้างไหน
ต้นทุนทางสังคม...ต้นทุนทางสังคม...ต้นทุนทางสังคม...
คำนี้ มันบ่งบอกอะไรครับ ความเป็นคนดี ความเป็นคนเก่ง เหรอครับ
อ้าว ไม่รู้จักความหมายของ ต้นทุนทางสังคม เหรอครับ
ลองมองรอบตัวสิครับ ว่าใครที่ทำความดีสม่ำเสมอ เป็นที่ยอมรับ
มีแต่เสียงชื่นชม และความยกย่อง ทั้งต่อหน้าและลับหลัง
และไม่ต้องเสียเวลา เสียเงิน มานั่งตอแหลคุณความดีของตัวเอง
แต่คนในสังคมกลับยอมรับ เมื่อพูดก็มีคนรอรับฟังอย่างยินดี
pigdevil wrote:
คุณแน่ใจเหรอ ว่าคนที่บอกว่าต้นทุนทางสังคมสูง จะเป็นคนอย่างที่คุณว่า
ถ้าใครมาบอกคุณว่าคนนั้นคนนี้ต้นทุนทางสังคมสูง คุณจะเชื่อเลยอย่างนั้นเหรอ
Ixora wrote:pigdevil wrote:
คุณแน่ใจเหรอ ว่าคนที่บอกว่าต้นทุนทางสังคมสูง จะเป็นคนอย่างที่คุณว่า
ถ้าใครมาบอกคุณว่าคนนั้นคนนี้ต้นทุนทางสังคมสูง คุณจะเชื่อเลยอย่างนั้นเหรอ
คนเราผ่านชีวิตมาไม่เหมือนกันครับ
ผมให้คุณมองรอบตัวคุณเอง ว่ามีใครอย่างที่ผมพูดถึงไหม
เหมือนที่ผมมองรอบตัวผม และผมได้รับสิ่งนั้นด้วยตัวผมเอง
ไม่ได้เชื่อตามกระแสครับ คนเราทำอะไรไว้ก็ได้อย่างนั้นครับ
pigdevil wrote:Ixora wrote:pigdevil wrote:
คุณแน่ใจเหรอ ว่าคนที่บอกว่าต้นทุนทางสังคมสูง จะเป็นคนอย่างที่คุณว่า
ถ้าใครมาบอกคุณว่าคนนั้นคนนี้ต้นทุนทางสังคมสูง คุณจะเชื่อเลยอย่างนั้นเหรอ
คนเราผ่านชีวิตมาไม่เหมือนกันครับ
ผมให้คุณมองรอบตัวคุณเอง ว่ามีใครอย่างที่ผมพูดถึงไหม
เหมือนที่ผมมองรอบตัวผม และผมได้รับสิ่งนั้นด้วยตัวผมเอง
ไม่ได้เชื่อตามกระแสครับ คนเราทำอะไรไว้ก็ได้อย่างนั้นครับ
แน่นอนครับ เราผ่านชีวิตมาไม่เหมือนกัน
ซึ่งผมเองก็ไม่เคยมองเห็นคนแบบนั้น
ผมเชื่อว่า ใครก็ตามที่ปรารถนาดีต่อชาติบ้านเมือง
จะต้องแสดงออกถึงความต้องการที่ปรารถนาสันติสุข
มากกว่าจะมาบอกให้เลือกข้าง ทำไมหละครับ
ถ้าคิดว่าตัวเองต้นทุนทางสังคมสูง ใครๆก็ต้องรับฟัง
แล้วทำไมไม่ใช้สิ่งนี้ มาทำให้บ้านเมืองสงบสุขครับ
ลองเอ่ยปากพูดสิว่า ให้สีแดงหยุด และให้สีเหลืองหยุด
นั่นต่างหากครับ ผมถึงบอกว่า เห็นชื่อเสียงเรียงนามแล้ว
ผมไม่แปลกใจ ที่เลือกจะพูดอย่างนั้น
pigdevil wrote:ถ้ายังบอกว่าต้องเลือกข้าง โดยเลือกพันธมิตร
แล้วผมถามว่าเค้าทำอะไรอยู่ ส่งผลดีต่อสังคม ต่อประเทศชาติตรงไหน
เปิดตาข้างที่เคยหรี่ แล้วมองผลกระทบที่เกิดขึ้นจากการกระทำที่ไร้จุดหมายแน่นอนของเขา
มีตรงไหนที่มันเหมาะสม ที่มันสมควรว่าผมจะต้องเลือกข้างนั้น
สู้ผมเลือกข้างที่สามารถทำให้ประเทศชาติเดินไปได้ดีกว่า
ดอกฟ้ากับหมาวัด wrote:pigdevil wrote:ถ้ายังบอกว่าต้องเลือกข้าง โดยเลือกพันธมิตร
แล้วผมถามว่าเค้าทำอะไรอยู่ ส่งผลดีต่อสังคม ต่อประเทศชาติตรงไหน
เปิดตาข้างที่เคยหรี่ แล้วมองผลกระทบที่เกิดขึ้นจากการกระทำที่ไร้จุดหมายแน่นอนของเขา
มีตรงไหนที่มันเหมาะสม ที่มันสมควรว่าผมจะต้องเลือกข้างนั้น
สู้ผมเลือกข้างที่สามารถทำให้ประเทศชาติเดินไปได้ดีกว่า
นี่คือตัวอย่างของการเลือกที่จะไม่รับรู้
และอยากจะเดินหลับตาข้างเดียวอีกต่อไป
ประเทศชาติจะเดินต่อไปด้วย...ธรรมมาภิบาลของนักปกครอง
ที่ประกอบด้วย...คุณธรรม จริยธรรม ศีลธรรม ที่โปร่งใส
และจับต้องเป็นรูปธรรมให้ประชาชนไม่เคลือบแคลงและสงสัย
แต่สิ่งที่ผ่านมา..ใครยอมรับได้...ก็เรียกว่า................................................?
pigdevil wrote:แล้วผมถามว่า ดร.สุเมธ ตันติเวชกุล เลขามูลนิธิชัยพัฒนา มีต้นทุนทางสังคมสูงมั้ยครับ
แล้วสิ่งที่ท่านเสนอ ทำไมไม่เห็นด้วยกันหละครับ หรือเป็นเพราะว่าท่านไม่ได้บอกให้เลือกพันธมิตร