เค้าลางแห่งความเลวร้าย...แม้ว

คลังปัญญา กระทู้ปักหมุดเดิม เรื่องสำคัญจัดเก็บที่นี่

Re: เค้าลางแห่งความเลวร้าย...แม้ว

Postby ipwombat » Thu Jan 14, 2010 3:08 pm

ติดใจแอบอ่านกระทู้นี้อยู่หลายวันจนอดรนทนไม่ไหวต้องสมัครเป็นสมาชิก
ชอบแนวการเขียนของคุณ bird มากครับ เนื้อหาสาระดีไม่มีบิดเบือนเหมือนบางพวก
ว่างๆจะมาคอยดันให้นะครับ
User avatar
ipwombat
 
Posts: 10
Joined: Thu Jan 14, 2010 3:02 pm

Re: เค้าลางแห่งความเลวร้าย...แม้ว

Postby bird » Thu Jan 14, 2010 4:05 pm

ข้อพึงปฎิบัติ

ก่อนเข้าสู่หัวข้อ การล่ารายชื่อเพื่อถวายฎีกา อันไม่สมควรและไม่พึงกระทำของมวลชน
บางกลุ่ม ตามที่ทุกท่านได้รับทราบข่าวจากสื่อมวลชนแขนงต่าง ๆ ในช่วงที่ผ่านมา และ
การเคลื่อนไหวที่กำลังจะเกิดขึ้นในอีกไม่กี่วันข้างหน้านี้ ตามแถลงการณ์ของแกนนำที่
ออกมาประกาศว่า จะเดินทางแจ้งความต่อ รมต ยุติธรรม กรณี ละเลย ไม่ปฏิบัติหน้าที่
ติดตามมาด้วย การเดินทางไปยัง สนง.ราชเลขาธิการฯ เพื่อทวงถามความคืบหน้าของ
ฏีกา

หากการกระทำดังกล่าวเกิดขึ้นจริง คงไม่สามารถสรรหา คำพูด หรือ ข้อความใด ๆ มาใช้
เปรียบเปรยการกระทำนี้ได้ และบุคคลผู้ที่ริเริ่มความคิดนี้ คงหาใช่คนไทยอีกต่อไป อีก
ทั้งกลุ่มมวลชนที่เข้าร่วมกับการกระทำครั้งนี้ อยากขอวิงวอนให้ทุกท่าน ทบทวน ด้วยสติ
ด้วยสำนึกคนไทย อีกสักครั้ง ว่า เป็นการกระทำที่สมควรหรือไม่

ก่อนเข้าเนื้อหา อยากให้ทุกท่านได้ พิจารณา และ วิเคราะห์ กฎระเบียบ ดังนี้

http://www.mediafire.com/?24wodl0g1hz (ไม่แน่ใจว่าจะโหลดได้หรือไม่)
Picture1 [800x600].jpg
(83.58 KiB) Downloaded 248 times
Picture2 [800x600].jpg
(131.38 KiB) Downloaded 248 times
Picture3 [800x600].jpg
(102.12 KiB) Downloaded 248 times
User avatar
bird
 
Posts: 1426
Joined: Wed Apr 01, 2009 1:25 pm

Re: เค้าลางแห่งความเลวร้าย...แม้ว

Postby bird » Thu Jan 14, 2010 4:10 pm

ข้อพึงปฎิบัติ ๒

กฎระเบียบ แผ่นที่ ๔ - ๖
Picture4 [800x600].jpg
(93.5 KiB) Downloaded 244 times
Picture5 [800x600].jpg
(126.2 KiB) Downloaded 244 times
Picture6 [800x600].jpg
(130.75 KiB) Downloaded 244 times
Last edited by bird on Thu Jan 14, 2010 4:14 pm, edited 1 time in total.
User avatar
bird
 
Posts: 1426
Joined: Wed Apr 01, 2009 1:25 pm

Re: เค้าลางแห่งความเลวร้าย...แม้ว

Postby bird » Thu Jan 14, 2010 4:14 pm

ข้อพึงปฎิบัติ ๓

กฎระเบียบ แผ่นที่ ๗ - ๙
Picture7 [800x600].jpg
(117.72 KiB) Downloaded 244 times
Picture8 [800x600].jpg
(111.15 KiB) Downloaded 244 times
Picture9 [800x600].jpg
(106.28 KiB) Downloaded 244 times
User avatar
bird
 
Posts: 1426
Joined: Wed Apr 01, 2009 1:25 pm

Re: เค้าลางแห่งความเลวร้าย...แม้ว

Postby bird » Thu Jan 14, 2010 4:16 pm

ข้อพึงปฎิบัติ ๔

กฎระเบียบ แผ่นที่ ๑๐ (แผ่นสุดท้าย)
Picture10 [800x600].jpg
(116.76 KiB) Downloaded 244 times
User avatar
bird
 
Posts: 1426
Joined: Wed Apr 01, 2009 1:25 pm

Re: เค้าลางแห่งความเลวร้าย...แม้ว

Postby แดง ขาว น้ำเงิน » Thu Jan 14, 2010 4:44 pm

ipwombat wrote:ติดใจแอบอ่านกระทู้นี้อยู่หลายวันจนอดรนทนไม่ไหวต้องสมัครเป็นสมาชิก
ชอบแนวการเขียนของคุณ bird มากครับ เนื้อหาสาระดีไม่มีบิดเบือนเหมือนบางพวก
ว่างๆจะมาคอยดันให้นะครับ


ขอบคุณครับ :mrgreen:

รอพบการรวมเล่มอีกไม่นานนักครับ :mrgreen:
"ผู้ที่ใช้สติปัญญาไม่เป็น คือคนโง่ ผู้ที่ไม่กล้าใช้สติปัญญา คือทาส" เพลโต้
User avatar
แดง ขาว น้ำเงิน
Moderator
 
Posts: 4943
Joined: Thu Feb 12, 2009 4:07 pm
Location: Earth

Re: เค้าลางแห่งความเลวร้าย...แม้ว

Postby dahlia » Thu Jan 14, 2010 8:19 pm

แดง ขาว น้ำเงิน wrote:
ipwombat wrote:ติดใจแอบอ่านกระทู้นี้อยู่หลายวันจนอดรนทนไม่ไหวต้องสมัครเป็นสมาชิก
ชอบแนวการเขียนของคุณ bird มากครับ เนื้อหาสาระดีไม่มีบิดเบือนเหมือนบางพวก
ว่างๆจะมาคอยดันให้นะครับ


ขอบคุณครับ :mrgreen:

รอพบการรวมเล่มอีกไม่นานนักครับ :mrgreen:


ใกล้ได้รวมเล่มแล้ว
ผมเป็นแฟนคลับ แคนไท , ริดกุน , nontee , eAT , Moon , tonythebest , -3- , amplepoor , เด็กปากดี
User avatar
dahlia
 
Posts: 1375
Joined: Mon Oct 12, 2009 2:35 pm

Re: เค้าลางแห่งความเลวร้าย...แม้ว

Postby bird » Thu Jan 14, 2010 9:19 pm

dahlia wrote:
แดง ขาว น้ำเงิน wrote:
ipwombat wrote:ติดใจแอบอ่านกระทู้นี้อยู่หลายวันจนอดรนทนไม่ไหวต้องสมัครเป็นสมาชิก
ชอบแนวการเขียนของคุณ bird มากครับ เนื้อหาสาระดีไม่มีบิดเบือนเหมือนบางพวก
ว่างๆจะมาคอยดันให้นะครับ


ขอบคุณครับ :mrgreen:

รอพบการรวมเล่มอีกไม่นานนักครับ :mrgreen:


ใกล้ได้รวมเล่มแล้ว


ยินดีต้อนรับค่ะ คุณ ipwombat
และขอบคุณที่ติดตามอ่านค่ะ :mrgreen:

ขอบคุณทั้ง ๒ ท่านด้วยน่ะค่ะ ที่ช่วยประชาสัมพันธ์ค่ะ :mrgreen:

วันศุกร์ ขออนุญาติ ประชุม ๑ วันค่ะ
User avatar
bird
 
Posts: 1426
Joined: Wed Apr 01, 2009 1:25 pm


Re: เค้าลางแห่งความเลวร้าย...แม้ว

Postby dtonNA » Thu Jan 14, 2010 10:01 pm

bird wrote:วันศุกร์ ขออนุญาติ ประชุม ๑ วันค่ะ


ได้ครับผมให้ครับ ประชุมเสร็จก็ทานอาหารบำรุงกำลังหน่อยนะครับ

รักษาสุขภาพด้วย :mrgreen:
เราต้องการคนดีมาเป็นผู้ปกครองบ้านเมืองเท่านั้น
User avatar
dtonNA
 
Posts: 1493
Joined: Fri Nov 28, 2008 1:28 am

Re: เค้าลางแห่งความเลวร้าย...แม้ว

Postby jrr. » Fri Jan 15, 2010 12:44 am

.
..............click แล้วไปหยอดตา...............
User avatar
jrr.
 
Posts: 887
Joined: Mon Oct 13, 2008 7:41 am

Re: เค้าลางแห่งความเลวร้าย...แม้ว

Postby ipwombat » Fri Jan 15, 2010 1:53 pm

ช่วยดันๆ :D
User avatar
ipwombat
 
Posts: 10
Joined: Thu Jan 14, 2010 3:02 pm

Re: เค้าลางแห่งความเลวร้าย...แม้ว

Postby devotion » Fri Jan 15, 2010 3:46 pm

naichod wrote:อยากจะบอกให้หนูเบิร์ด เช็คสายข่าวและข้อมูล ให้ดีๆเกี่ยวกับ จังหวัดสกลนคร กาฬสินธิ์ และ อุบลราชธานี มีการเตรียมกำลังติดอาวุธ แล้ว และฝึกซ้อมอยู่ด้วย

เรื่องนี้สำคัญมากถึงขนาด ท่านนายกฯต้องไปขอคำปรึกษาจากผู้ใหญ่ทีเดียว

แต่เว็บเรากำลังเพลิดเพลินอยู่กับเรื่องอื่นๆ:|


ดิฉันว่า "เว็บเรากำลังเพลิดเพลินอยู่กับเรื่องอื่นๆ" อาจเป็นแค่ลักษณะปรากฎนะคะ

เพราะเรื่องนี้ก็มีคนสนใจเข้าไปแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันในกระทู้ "ระวัง" มากพอสมควร สำหรับคนอื่นๆก็อาจไม่มีข้อมูลเชิงลึกในเรื่องนี้มากพอและไม่มีข่าวให้ไปก๊อปมาเปิดเป็นกระทู้ใหม่ๆ

รวมทั้งไม่ทราบว่าจะเตรียมตัวอย่างไรเพื่อรับมือ

ในเว็บบอร์ดมีความพยายามเพิ่มขึ้นในการโพสต์ที่เป็นอันตรายต่อความมั่นคง และสมาชิกที่เดิมไม่เคยสังเกต (ดูปกติ) เริ่มแสดงทีท่าออกมาแบบผลุบๆโผล่ๆ

สมาชิกหลายคนก็ยุ่งอยู่กับการเข้าไปแก้ประเด็น ซึ่งดิฉันเห็นว่าเป็นการรับมือเพื่อสู้แบบออนไลน์กับสถานการณ์ที่คุณ naichod กำลังให้ระวัง อยู่เหมือนกัน

และบางคนก็เปิดกระทู้เชิงรุก

ดิฉันอยากทราบว่าประชาชนจะทำอะไรได้นอกจากนี้ เพราะช่องทางและกลไกต่อสู้มันถูกบล๊อกด้วยข้าราชการ

เช่น การแช่แข็งแทบทุกเรื่องที่แจ้งความ แช่แข็งเรื่องการถอดยศ ปล่อยกบฎให้อยู่นอกการควบคุมตัว ฯลฯ รอเวลาให้กบฏลงมือให้สำเร็จ

ไปดูสารรูปข้าราชการสมัยนี้ เหมือนนางเสื้อแดง เด่นชัดขึ้นทุกที แต่งตัวเหมือนอยู่บ้าน แต่นั่งทำงานในห้องแอร์ มีทีวีดู มีของขบเคี้ยว ฯลฯ งานหลักคือเป็นนายประชาชนและปล่อยงบกับแบมือรอรับ kick back
User avatar
devotion
Moderator
 
Posts: 1001
Joined: Tue Apr 28, 2009 7:11 pm

Re: เค้าลางแห่งความเลวร้าย...แม้ว

Postby bird » Fri Jan 15, 2010 9:10 pm

overtherainbow wrote:;) หายไป แค่ดันกระทู้นะจ๊ะ
อ่านอยู่เสมอ

คิดถึงพี่สาวจัง...สบายดีน่ะค่ะ :mrgreen:
ข้อมูลที่พี่แค่ตั้งคำถามไว้ บรรหาร ได้เอกสารมาแล้วค่ะ
แต่ขอเวลา เช็คความเรียบร้อยก่อนน่ะค่ะ
รบกวนรออีกนิดค่ะ :mrgreen:

dtonNA wrote:ได้ครับผมให้ครับ ประชุมเสร็จก็ทานอาหารบำรุงกำลังหน่อยนะครับ
รักษาสุขภาพด้วย :mrgreen:

ขอบคุณที่อนุญาติให้ไปนะเจ้าค่ะ
และขอบคุณที่เป็นห่วงค่ะ โดบวิตามินรวมไปเรียบร้อยแล้วค่ะ :mrgreen:

jrr. wrote:.
..............click แล้วไปหยอดตา...............

มุขไม่ซ้ำเลยน่ะค่ะ :lol: :lol: :lol:

ipwombat wrote:ช่วยดันๆ :D

ขอบคุณเจ้าค่ะ :mrgreen:

การประชุมวันนี้เรียบร้อยดีค่ะ ถึงแม้ว่าจะเชิงวิชาการแต่ก็มีมุขตลก ๆ เป็นระยะ ๆ
ทำให้ไม่ค่อยเครียดเท่าไหร่ แต่..หมดแรงเพราะการจราจรมากกว่า...รถติดมากกกกกก

ข้อมูลการถวายฎีกา เรียบร้อย ครบถ้วนแล้วค่ะ ตั้งแต่พรุ่งนี้จะทยอยนำเสนอให้ได้อ่านกันน่ะค่ะ
:mrgreen:
User avatar
bird
 
Posts: 1426
Joined: Wed Apr 01, 2009 1:25 pm

Re: เค้าลางแห่งความเลวร้าย...แม้ว

Postby naichod » Fri Jan 15, 2010 9:22 pm

ลุงก็ตามอ่านอยู่นะครับ แต่อ่านช้าอะ แก่แล้วอ่านไปก็จิบไปเลยอ่านช้า
Nul plus que nous. À moins que nous sommes à genoux à la sienne.
No one higher than us. Unless we kneel to his own.
User avatar
naichod
 
Posts: 2327
Joined: Mon Mar 30, 2009 7:43 am

Re: เค้าลางแห่งความเลวร้าย...แม้ว

Postby naichod » Fri Jan 15, 2010 9:29 pm

devotion wrote:
naichod wrote:อยากจะบอกให้หนูเบิร์ด เช็คสายข่าวและข้อมูล ให้ดีๆเกี่ยวกับ จังหวัดสกลนคร กาฬสินธิ์ และ อุบลราชธานี มีการเตรียมกำลังติดอาวุธ แล้ว และฝึกซ้อมอยู่ด้วย

เรื่องนี้สำคัญมากถึงขนาด ท่านนายกฯต้องไปขอคำปรึกษาจากผู้ใหญ่ทีเดียว

แต่เว็บเรากำลังเพลิดเพลินอยู่กับเรื่องอื่นๆ:|


ดิฉันว่า "เว็บเรากำลังเพลิดเพลินอยู่กับเรื่องอื่นๆ" อาจเป็นแค่ลักษณะปรากฎนะคะ

เพราะเรื่องนี้ก็มีคนสนใจเข้าไปแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันในกระทู้ "ระวัง" มากพอสมควร สำหรับคนอื่นๆก็อาจไม่มีข้อมูลเชิงลึกในเรื่องนี้มากพอและไม่มีข่าวให้ไปก๊อปมาเปิดเป็นกระทู้ใหม่ๆ

รวมทั้งไม่ทราบว่าจะเตรียมตัวอย่างไรเพื่อรับมือ

ในเว็บบอร์ดมีความพยายามเพิ่มขึ้นในการโพสต์ที่เป็นอันตรายต่อความมั่นคง และสมาชิกที่เดิมไม่เคยสังเกต (ดูปกติ) เริ่มแสดงทีท่าออกมาแบบผลุบๆโผล่ๆ

สมาชิกหลายคนก็ยุ่งอยู่กับการเข้าไปแก้ประเด็น ซึ่งดิฉันเห็นว่าเป็นการรับมือเพื่อสู้แบบออนไลน์กับสถานการณ์ที่คุณ naichod กำลังให้ระวัง อยู่เหมือนกัน

และบางคนก็เปิดกระทู้เชิงรุก

ดิฉันอยากทราบว่าประชาชนจะทำอะไรได้นอกจากนี้ เพราะช่องทางและกลไกต่อสู้มันถูกบล๊อกด้วยข้าราชการ

เช่น การแช่แข็งแทบทุกเรื่องที่แจ้งความ แช่แข็งเรื่องการถอดยศ ปล่อยกบฎให้อยู่นอกการควบคุมตัว ฯลฯ รอเวลาให้กบฏลงมือให้สำเร็จ

ไปดูสารรูปข้าราชการสมัยนี้ เหมือนนางเสื้อแดง เด่นชัดขึ้นทุกที แต่งตัวเหมือนอยู่บ้าน แต่นั่งทำงานในห้องแอร์ มีทีวีดู มีของขบเคี้ยว ฯลฯ งานหลักคือเป็นนายประชาชนและปล่อยงบกับแบมือรอรับ kick back


เรียนคุณ devotion

เรื่องข้าราชการนี่ เกือบจะทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก็ว่าได้ครับ

ครั้นจะอาศัย สส. ต่างๆไปกระทุ้ง ก็ผิดหวังหนักไปอีก

ภาคประชาชนอย่างเรานี่แหละครับ อาจต้องใช้การตามจี้ด้วยการรวมกลุ่มยื่นหนังสืออย่างเป็นทางการเพื่อกระตุ้นให้เกิดการทำงาน และต้องอาศัยสื่อมวลชนเข้าช่วยกระพือข่าวอีกแรง

ภาคประชาชนหากรวมกลุ่มกันได้ เพื่อทำหน้าที่ follow up แบบ knock door กับหน่วยงานที่รับผิดชอบ นั่นก็เป็นรูปธรรมทางหนึ่งที่น่าจะทำได้ และน่าจะหวังผลได้เช่นกัน

ตกผลึกกันทางบอร์ดแล้วก็วางแผนปฏิบัติกันให้เป็นรูปธรรมในการติดตามเรื่องต่างๆจี้ให้ราชการทำ ผมว่าเราน่าจะทำได้นะครับ จากแนวร่วมที่มี
Nul plus que nous. À moins que nous sommes à genoux à la sienne.
No one higher than us. Unless we kneel to his own.
User avatar
naichod
 
Posts: 2327
Joined: Mon Mar 30, 2009 7:43 am

Re: เค้าลางแห่งความเลวร้าย...แม้ว

Postby bird » Fri Jan 15, 2010 9:39 pm

naichod wrote:แวะมาบอกคุณหนูเบิร์ดว่า เนื่องจาก แดงครั้งนี้เอาจริงมากกว่าก่อน เพราะเป็นการดิ้นของนายใหญ่ก่อนศาลตัดสิน ถึงขนาดส่งสายไปคุยลับๆแบบเงียบสนิทกับพวกทำสงครามมวลชนสายกำลังที่ยังเหลืออยู่

ลุงชดอาจตั้งกระทู้ ยุทธการเผาเมือง ในอีกเร็ววัน นี้

อยากจะบอกให้หนูเบิร์ด เช็คสายข่าวและข้อมูล ให้ดีๆเกี่ยวกับ จังหวัดสกลนคร กาฬสินธิ์ และ อุบลราชธานี มีการเตรียมกำลังติดอาวุธ แล้ว และฝึกซ้อมอยู่ด้วย

เรื่องนี้สำคัญมากถึงขนาด ท่านนายกฯต้องไปขอคำปรึกษาจากผู้ใหญ่ทีเดียว

แต่เว็บเรากำลังเพลิดเพลินอยู่กับเรื่องอื่นๆ :|

devotion wrote:ดิฉันว่า "เว็บเรากำลังเพลิดเพลินอยู่กับเรื่องอื่นๆ" อาจเป็นแค่ลักษณะปรากฎนะคะ

เพราะเรื่องนี้ก็มีคนสนใจเข้าไปแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันในกระทู้ "ระวัง" มากพอสมควร สำหรับคนอื่นๆก็อาจไม่มีข้อมูลเชิงลึกในเรื่องนี้มากพอและไม่มีข่าวให้ไปก๊อปมาเปิดเป็นกระทู้ใหม่ๆ

รวมทั้งไม่ทราบว่าจะเตรียมตัวอย่างไรเพื่อรับมือ

ในเว็บบอร์ดมีความพยายามเพิ่มขึ้นในการโพสต์ที่เป็นอันตรายต่อความมั่นคง และสมาชิกที่เดิมไม่เคยสังเกต (ดูปกติ) เริ่มแสดงทีท่าออกมาแบบผลุบๆโผล่ๆ

สมาชิกหลายคนก็ยุ่งอยู่กับการเข้าไปแก้ประเด็น ซึ่งดิฉันเห็นว่าเป็นการรับมือเพื่อสู้แบบออนไลน์กับสถานการณ์ที่คุณ naichod กำลังให้ระวัง อยู่เหมือนกัน

และบางคนก็เปิดกระทู้เชิงรุก

ดิฉันอยากทราบว่าประชาชนจะทำอะไรได้นอกจากนี้ เพราะช่องทางและกลไกต่อสู้มันถูกบล๊อกด้วยข้าราชการ

เช่น การแช่แข็งแทบทุกเรื่องที่แจ้งความ แช่แข็งเรื่องการถอดยศ ปล่อยกบฎให้อยู่นอกการควบคุมตัว ฯลฯ รอเวลาให้กบฏลงมือให้สำเร็จ

ไปดูสารรูปข้าราชการสมัยนี้ เหมือนนางเสื้อแดง เด่นชัดขึ้นทุกที แต่งตัวเหมือนอยู่บ้าน แต่นั่งทำงานในห้องแอร์ มีทีวีดู มีของขบเคี้ยว ฯลฯ งานหลักคือเป็นนายประชาชนและปล่อยงบกับแบมือรอรับ kick back


ขอบพระคุณทั้ง ๒ ท่านที่กรุณาแวะมา พร้อมกับคำแนะนำดี ด้วยน่ะค่ะ :mrgreen:

การระวังและเฝ้าติดตามการเคลื่อนไหวเป็นเรื่องที่พึงกระทำ เพราะการทำศึกจะชนะต้อง รู้เขาอยู่ตลอดเวลา
แต่ต้องไม่ลืมว่า เขาก็เฝ้าระวังและติดตามการเคลื่อนไหวของเราอยู่เช่นกัน เขาจึงรู้เราเช่นเดียวกัน

สมรภูมิครั้งนี้ แพ้-ชนะ ไม่ใช่เรื่องที่น่ายินดี

สำหรับเบิร์ด ผู้ใหญ่ที่เคารพกำชับเสมอว่า

" รู้เขาเป็นสิ่งที่ต้องกระทำ แต่ที่สำคัญกว่า คือ ต้องไม่ให้เขารู้เรา "

เบิร์ดยังย้ำประโยคเดิมที่ว่า

อย่าเป็นหมาก บนกระดาน ที่เราไม่ได้เป็นผู้เริ่ม เพราะ

คนไกลบ้าน จะเล่มเฉพาะเกมส์ ที่เค้าเป็นผู้เริ่มเท่านั้น
และ เกมส์นั้น เค้าต้องมั่นใจว่า เค้าต้องเป็นฝ่ายชนะ
เกมส์ครั้งนี้ เป็นเกมส์ที่เดิมพันด้วยชีวิต และ เค้าต้องชนะสถานเดียว

หากเราไม่เดินตามเกมส์ที่เค้าวางไว้... เค้าจะไม่มีวันไดัเริ่มเกมส์
User avatar
bird
 
Posts: 1426
Joined: Wed Apr 01, 2009 1:25 pm

Re: เค้าลางแห่งความเลวร้าย...แม้ว

Postby naichod » Fri Jan 15, 2010 9:48 pm

น่าน มันต้องแบบนั้น หนูเบิร์ด

เอาสมรภูมิของเราให้เขาบุกมา แต่อย่าไปบุกหน้าค่ายเขา




ซุนหวู่กล่าวไว้
Nul plus que nous. À moins que nous sommes à genoux à la sienne.
No one higher than us. Unless we kneel to his own.
User avatar
naichod
 
Posts: 2327
Joined: Mon Mar 30, 2009 7:43 am


Re: เค้าลางแห่งความเลวร้าย...แม้ว

Postby bird » Sun Jan 17, 2010 10:07 am

ว่าด้วย การถวายฎีกา

กระแสข่าวดังในช่วงประมาณกลางปี ๒๕๕๒ เป็นข่าวที่สื่อมวลชนทุก ๆ แขนงให้ความ
สนใจ มีการเสนอข่าวกันเกือบทุกวัน เป็นกระแสข่าวที่ประชาชนส่วนใหญ่ของประเทศ
ให้ความสนใจเป็นพิเศษ รวมไปถึงบรรดานักวิชาการหลายท่านหลายสถาบน และเหล่า
นักวิชาเกินทั้งหลายในสัมภาษณ์ในแง่มุมที่ต่างกัน มีการจัดเสวนาทางวิชาการอยู่หลาย
ครั้งไม่ว่าจะเป็นฝ่ายที่ดำเนินการ หรือ ฝ่ายที่คัดค้าน คงหนีไม่พ้น กระแสข่าวโครงการ
ล่ารายชื่อมวลชนเพื่อร่วมกันยื่นถวายฎีกาของมวลชนกลุ่มหนึ่ง

Image

Image

คำถามที่เกิดขึ้นในช่วงเวลานั้น คือ

การยื่นถวายฎีกาของมวลชนกลุ่มนี้กระทำได้หรือไม่

นานาสารพันคำตอบ ซึ่งขึ้นอยู่กับว่าฝ่ายใด ผู้ใดเป็นผู้ตอบคำถามนี้ เช่น

หัวหน้าภาควิชาความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ คณะรัฐศาสตร จุฬาฯ กล่าวว่า
" ขณะนี้มีการทำเรื่องการถวายฎีการ้องทุกข์มาร่วมกับการขออภัยโทษ และยังโยงเข้า
มาเกี่ยวข้องกับกรณีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองที่คดีได้รับการตัดสินแล้ว โดยส่วนตัว
มองว่าไม่สามารถกระทำได้ ไม่ว่าจะมีรายชื่อกี่ล้านชื่อก็ตามและยังเป็นการกระทำที่ไม่
สมควรอีกด้วย ในเบื้องต้นหากไม่แน่ใจว่ากระทำได้หรือไม่ ควรยื่นเรื่องให้ศาลรัฐธรรม
นูญวินิจฉัย "


คำตอบของนายบญจง สมาชิกภูมิใจไทย
"พรรคจะทำทุกวิธีการที่ไม่ขัดกฎหมาย เพื่อคัดค้านการถวายฎีกาที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย
เพื่อเป็นการปกป้องสถาบันพระมหากษัตริย์ และจะให้สมาชิกของพรรครณรงค์ให้ข้อมูล
ความรู้แก่ประชาชนทั่วประเทศว่า การถวายฎีกา เพื่อขอพระราชทานอภัยโทษให้แก่....
เป็นการกระทำที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย ส่งผลกระทบและกดดันต่อสถาบัน อย่างมิบังควร
ซึ่งประชาชนคนไทย ในฐานะพสกนิกรผู้จงรักภักดี ไม่พึงกระทำ"


บางส่วนจากคำให้สัมภาษณ์ของหัวหน้าคณะรัฐบาลเมื่อ ๒ สิงหาคม ๒๕๕๒
"เรื่องล่ารายชื่อถวายฎีกา คลาดเคลื่อนมาก ทำนองว่า ช่วยกันเซ็นชื่อ แล้วจะขออภัย-
โทษ กฎหมายมีอยู่ คือ คดีตัดสินแล้วคนๆ นั้นรับโทษ แล้วจึงพึ่งพระบารมี ให้พระองค์
มีพระมหากรุณาธิคุณ เหมือนคนทำผิด แล้วจะต้องถูกลงโทษเดือดร้อน แล้วจึงขอ ซึ่ง
ปกติคนขอคือเจ้าตัว ครอบครัว ที่เดือดร้อน แต่ขณะนี้ครอบครัวไม่ขอ อยู่ดี ๆ บอกให้
คนที่ชอบรักตัวเองขอ"


Image

คำกล่าวของนายวีระ ในวันในสัมภาษณ์สื่อมวลชน โดยสรุปว่า
"การกระทำของมวลชนเสื้อแดง ในการเข้าชื่อกันเพื่อถวายฎีกาต่อองค์พระประมุขนั้น
เหมือนกันในสมัยพ่อขุนรามคำแหงมหาราช ที่แขวนกระดิ่งระฆัง หากไพร่ฟ้าหน้าปกก็
มาตี มาเคาะระฆังหรือกระดิ่งที่ตั้งไว้"

(ที่มา เครือข่ายจาติรนต์ : การถวายฎีกาของคนเสื้อแดง ๒๙ กค. ๒๕๕๒)

กับอีกหนึ่งประโยคจากนายวีระ
"กรณี ๒๙ ปลัดกระทรวงออกแถลงการณ์ คัดค้านการถวายฎีกานั้น ขอถามว่า เมื่อประ
ชาราษฎร์มีความทุกข์เดือดร้อนเขาห้ามร้องทุกข์กันแล้วหรือ ? ทำไม ๒๙ ปลัดถึงออก
มาขัดขวางการร้องทุกข์ แปลว่า มีความทุกข์ร้อนกับใครไม่ได้แล้วหรือ คิดว่ากุล่ม ๒๙
ปลัดคงถูกบีบจากรัฐบาล ซึ่ง รมต มหาดไทยยังไม่หยุด ยังสกัดขัดขวางการถวายฎีกา
ร้องทุกข์ ไม่อยากท้าทายหรือไปเดิมพันกับท่าน เพราะไม่คุ้ม แต่ขอบอกว่านายชวรัตน์
ไม่รู้เรื่องกฎหมาย เอาอำนาจที่ไหนมาสั่งให้คนอื่นยื่นฎีกาไม่ได้"


คำตอบจากพระมหาโชว์ ตัวแทนกลุ่มพระสงฆ์สังฆสามัคคี
"ทางกลุ่มร่วมกันลงนาม ๒,๐๐๐ รูป โดยดูข้อกฎหมายแล้วว่าเป็นสิทธิที่ถวายฎีการ้อง
ทุกข์ได้ โดยจะร่วมกลุ่ม นปช ที่สนามหลวงในการถวายฎีกาครั้งนี้ด้วย....ยืนยันว่าไม่
เกี่ยวกับการเมือง แต่มาทำหน้าที่ของพระสงฆ์ที่พึงกระทำได้"


"เรื่องนี้ไม่กระทบต่อพระธรรมวินัย จึงไม่ต้องขอมติหรือขออนุญาตมหาเถรสมาคม เมื่อ
คณะสงฆ์มาร่วมถวายฎีกาด้วย อย่างน้อยส่วนหนึ่งก็ ฉุกสติ ทุกฝ่าย เพราะเมื่อพระสงฆ์
เข้ามาก็จะเห็นผ้าสีเหลืองก็จะได้สติระดับหนึ่ง หากต่างคนต่างมีทิฐิ โลภทะยาน อยาก
ถวายถึง ๑๐ ล้านชื่อก็แก้ปัญหาไม่ได้ แต่หากพระมาแล้วยังเหยียบพระอีกจะลำบาก"


Image

ส่วนคำตอบจาก นพ เหวง แกนนำมวลชนทักกี้
"เมื่อประชาชนเดือดเนื้อร้อนใจ ไม่สามารถแก้ไขปัญหาอะไรได้ ก็สามารถยื่นฎีกาถึง
ในหลวง ซึ่งก็เป็นธรรมเนียมปฏิบัติที่ทำกันมานานแล้วตั้งแต่สมัยอยุธยา"


นพ.วัลลภ จากไทยนี้รักสงบ แถลงว่า
"ไทยนี้รักสงบ เป็นกลุ่มประชาชนที่รวมตัวสร้างความปรองดองสามัคคี โดยกลุ่มไม่เห็น
ด้วยกับกรณี ที่ประชุมอธิการบดีมหาวิทยาลัยออกแถลงการณ์ คัดค้านการยื่นฎีกาของ
ประชาชน และที่อ้างว่ามาจากทุกสถาบันนั้น เป็นการแอบอ้างหรือไม่ เพราะมีอธิการบดี
ไม่ถึง ๑๐ คน อย่างไรก็ตาม การถวายฎีกาเป็นสิทธิของประชาชน และเป็นพระราชอำ-
นาจตามรัฐธรรมนูญ ต่อเนื่องมาแต่ปี ๒๔๗๕ รัฐธรรมนูญปัจจุบัน มาตรา ๑๙๑ ระบุไว้
ชัดเจนว่า การพระราชทานอภัยโทษเป็นพระราชอำนาจ ดังนั้น ที่กลุ่มบุคคลคัดค้านการ
ยื่นฎีกาดังกล่าวถือเป็นการละเมิดพระราชอำนาจหรือไม่"


Image

ปิดท้ายด้วยคำตอบจากนายจุพร หนึ่งในแกนนำคนสำคัญ กล่าวถึงกรณีที่นายกฯสั่งให้
ตรวจสอบรายชื่อประชาชนที่ร่วมถวายฎีกา ว่า

"อยากถามว่านายกฯ มีหน้าที่อะไรในการตรวจสอบเรื่องดังกล่าว เพราะในประวัติศาสตร์
เมื่อประชาชนยื่นถวายฎีกา ไม่เคยมีรัฐบาลไหนเข้ามาก้าวก่ายการใช้สิทธิของประชาชน
แต่ขณะนี้ผู้เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ ๑๙ กันยา ๔๙ เปิดตัวออกมาหมดแล้ว เพื่อขัดขวาง
การดำเนินการของกลุ่มคนเสื้อแดง แต่ไม่สามารถหยุดยั้งประชาชนได้ เพียง ๑ เดือนมี
ประชาชนมาร่วมลงรายชื่อกว่า ๖ ล้านคน หากใช้เวลาอีก ๒-๓ เดือน คาดว่าจะได้ราย
ชื่อไม่ต่ำกว่า ๑๐ ล้านคน "


แต่ละคำตอบ แต่ละมุมมอง ล้วนแล้วแต่มีเหตุผลสนับสนุนที่ฟังได้บ้าง ฟังไม่ได้บ้าง ก็
สุดแล้วแต่ว่าคำตอบนั้น ๆ ใครเป็นเจ้าของและมีมุมมองอย่างไร

การถวายฎีกา เป็นประเพณีที่สืบทอดกันมาตั้งแต่สมัยสุโขทัย เพื่อขอให้
พระมหากษัตริย์ทรงบำบัดทุกข์ให้ประชาชน ถือเป็นรัฐธรรมนูญจารีตประเพณี ในปัจจุ
บันหน่วยงานที่ดูแลรับผิดชอบ คือ สำนักราชเลขาธิการ

สมัยสุโขทัย มีลักษณะการปกครองแบบพ่อปกครองลูก และราษฎรยังมีจำนวนไม่มาก
พระมหากษัตริย์จะทรงมีความใกล้ชิดกับราษฎรมาก ราษฎรที่ได้รับความเดือดร้อนจะ
ถวายฎีกาหรือร้องทุกข์ ด้วยการสั่นกระดิ่งที่แขวนไว้หน้าประตูวัง พระมหากษัตริย์ก็จะ
ทรงออกมาชำระความให้

สมัยกรุงศรีอยุธยา พระมหากษัตริย์ทรงอยู่ในฐานะสมมติเทพ และทรงไว้ซึ่งพระราชอำ
นาจสูงสุดในทางตุลาการ ทรงเป็นผู้พิพากษาสูงสุด มีพระราชอำนาจในการวินิจฉัยคดีที่
ผู้พิพากษาโดยทั่วไปไม่สามารถตัดสินได้ หรือในกรณีที่ราษฎรไม่ได้รับความเป็นธรรม
ในคำตัดสิน การถวายฎีกานั้น อาจถวายได้โดยตรงต่อองค์พระมหากษัตริย์ หรือนำไป
ให้กรมกองต่างๆ พิจารณาคัดเลือกฎีกาอีกชั้นหนึ่ง โดยหากผู้ร้องถวายฎีกาเป็นฝ่ายพล
เรือน ผู้มีหน้าที่คัดเลือกฎีกา คือ สมุหนายก หากผู้ร้องถวายฎีกาเป็นฝ่ายทหาร ผู้มีหน้า
ที่คัดเลือกฎีกา ก็จะเป็นสมุหกลาโหม

สมัยรัตนโกสินทร์ ช่วงรัชกาลที่ ๓ ราษฎรอาจถวายฎีกาตามทางเสด็จพระราชดำเนิน
หรืออาจใช้วิธีตีกลองวินิจฉัยเภรีร้องฎีกาก็ได้ ซึ่งการตีกลองร้องฎีกานี้ ทำได้ทุกวัน ซึ่ง
กลองนี้จะดูแลรักษาไว้ที่กรมวัง เวลามีใครมาร้องทุกข์ด้วยวิธีนี้ ก็จะมีเจ้าหน้าที่กรมวัง
มาไขกุญแจให้ มีตำรวจมารับเอาตัวและเรื่องราวที่ร้องฎีกา มานำความขึ้นกราบบังคม
ทูล พระองค์จะทรงมีพระบรมราชโองการแต่งตั้งบุคคลขึ้นมาทำหน้าที่ชำระคดีความ
ดังกล่าว โดยพระองค์จะทรงไล่เลียงไต่ถามการชำระความนั้นอย่างใกล้ชิด

ช่วงรัชกาลที่ ๔ พระองค์ทรงเสด็จรับฎีกาด้วยพระองค์เองเดือนละ ๔ ครั้ง ในวันโกน
โดยเมื่อเสด็จออกจะให้มีการตีกลองวินิจฉัยเภรีเป็นสัญญาณให้ราษฎรเข้าถวายฎีกา
ได้ รัชกาลที่ ๔ ทรงปรับเปลี่ยนวิธีในการถวายฎีกาของราษฎร เนื่องมาจากราษฎรที่
ถูกผู้มีอำนาจในบ้านเมืองข่มเหงรังแก เวลาที่จะตีกลองร้องฎีกา ก็มักจะถูกกีดกันไม่
ไขกุญแจให้ พระองค์ยังคงมีพระเมตตาไปถึงนักโทษที่ถูกขังอยู่ในเรือนจำ หากต้อง
การถวายฎีกา ก็สามารถทำได้โดยฝากฎีกาให้ญาติพี่น้องหรือเจ้านายถวายแทนได้

ต่อมาสมัยรัชกาลที่ 5 มีการตั้งกรมตรวจฎีกาขึ้น ซึ่งก็คือ ศาลฎีกาในปัจจุบัน ทำหน้าที่
ตรวจฎีกา และทำความเห็นถวายพระมหากษัตริย์เพื่อทรงมีพระบรมราชวินิจฉัย จะเห็น
ว่า บทบาทของกรมตรวจฎีกาในสมัยนั้น ยังไม่ได้ทำหน้าที่ตัดสินคดีอย่างศาลฎีกาใน
ปัจจุบัน และขึ้นตรงต่อพระมหากษัตริย์


ภายหลังการเปลี่ยนแปลงการปกครอง ๒๔๗๕ รัฐธรรมนูญได้กำหนดให้อำนาจอธิปไตย
อันได้แก่ อำนาจบริหาร อำนาจนิติบัญญัติ อำนาจตุลาการ เป็นของปวงชนขาวไทย พระ
มหากษัตริย์ทรงใช้อำนาจนั้นทางรัฐสภา คณะรัฐมนตรี และศาล

ในการพิจารณาคดีต่าง ๆ เป็นอำนาจตุลาการ จะมีศาลคอยทำหน้าที่ชำระความ ให้เป็นไป
ตามรัฐธรรมนูญและกฎหมาย การถวายฎีกาที่เกี่ยวข้องกับคำวินิจฉัยพิพากษาของศาลจึง
ไม่ค่อยปรากฎให้เห็นในปัจจุบัน การถวายฎีกาส่วนใหญ่จึงมักจะเป็นฎีกาขอพระราชทาน
พระบรมราชานุเคราะห์หรือร้องทุกข์ในเรื่องราวต่าง ๆ ถือเป็นจุดเปลี่ยนของการถวายฎีกา

ฎีกาในความหมายที่เป็นหนังสือที่ยื่นเรื่องราวต่อพระมหากษัตริย์ แบ่งเป็น ๒ ลักษณะ
๑) ฎีกาขอพระราชทานพระบรมราชานุเคราะห์หรือร้องทุกข์
๒) ฎีกาขอพระราชทานอภัยโทษ


ฎีการ้องทุกข์นั้น ทุกท่านคงพอจะรับทราบตามสื่อมวลชนอยุ่บ้าง จึงขอยกตัวอย่างพอ
สังเขป

การถวายฎีกาของนายพรพิภัทร ขอสุข นักเรียนชั้น ม.๖ อายุ ๑๙ ปี เมื่อวันที่ ๒๔ ธค.
๒๕๕๑ โดยมีเนื้อหาฎีกาเป็นการขอรับพระราชทานความช่วยเหลือทางด้านการศึกษา
และที่อยู่อาศัย อันเนื่องมาจากความยากจน ซึ่งองค์ในหลวงทรงพระราชทานความช่วย
เหลือให้ทั้งด้านที่อยู่อาศัย โดยมีการสร้างบ้านเทิดไท้องค์ราชาในงบประมาณ ๑ แสน
บาทให้ และพระราชทานทุนการศึกษาให้นายพรพิภัทร และน้องอีก ๒ คน

ส่วนฎีกาขอพระราชทานอภัยโทษ จะใช้หลักเกณฑ์ตามรัฐธรรมนูญฯ
พ.ศ. ๒๕๕๐ มาตรา ๑๙๑ " พระมหากษัตริย์ทรงไว้ซึ่งพระราชอำนาจในการพระราชทาน
อภัยโทษ " และประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ภาค ๗ อภัยโทษ เปลี่ยนโทษ
หนักเป็นโทษเบาและลดโทษ (มาตรา ๒๕๙-๒๖๗)

Image

มาตรา ๒๕๙
ผู้ต้องคำพิพากษาให้รับโทษอย่างใดๆ หรือผู้ที่มีประโยชน์เกี่ยวข้อง เมื่อคดีถึงที่สุดแล้ว
ถ้าจะทูลเกล้า ฯ ถวายเรื่องราวต่อพระมหากษัตริย์ ขอรับพระราชทานอภัยโทษ จะยื่น
ต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมก็ได้

มาตรา ๒๖๐
ผู้ถวายเรื่องราวซึ่งต้องจำคุกอยู่ในเรือนจำ จะยื่นเรื่องราวต่อพัศดีหรือผู้บัญชาการเรือน
จำก็ได้ เมื่อได้รับเรื่องราวนั้นแล้ว ให้พัศดีหรือผู้บัญชาการเรือนจำออกใบรับให้แก่ผู้ยื่น
เรื่องราว แล้วให้รีบส่งเรื่องราวนั้นไปยังรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม

มาตรา ๒๖๑
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมมีหน้าที่ถวายเรื่องราวต่อพระมหากษัตริย์ พร้อมทั้ง
ถวายความเห็นว่าควรพระราชทานอภัยโทษหรือไม่

ในกรณีที่ไม่มีผู้ใดถวายเรื่องราว ถ้ารัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมเห็นเป็นการสมควร
จะถวายคำแนะนำต่อพระมหากษัตริย์ขอให้พระราชทานอภัยโทษแก่ผู้ต้องคำพิพากษา
นั้นก็ได้

มาตรา ๒๖๑ ทวิ
ในกรณีที่คณะรัฐมนตรีเห็นเป็นการสมวรจะถวายคำแนะนำต่อพระมหากษัตริย์ขอให้พระ
ราชทานอภัยโทษแก่ผู้ต้องโทษก็ได้

การพระราชทานอภัยโทษตามวรรคหนึ่ง ให้ตราเป็นพระราชกฤษฎีกา

มาตรา ๒๖๒
ภายใต้บังคับแห่งมาตรา ๒๔๗ และ ๒๔๘ เมื่อคดีถึงที่สุด ผู้ใดต้องคำพิพากษาให้ประ
หารชีวิต ให้เจ้าหน้าที่นำตัวผู้นั้นไปประหารชีวิตเมื่อพ้นกำหนดหกสิบวันนับแต่วันฟังคำ
พิพากษา เว้นแต่ในกรณีที่มีการถวายเรื่องราวหรือคำแนะนำขอให้พระราชทานอภัยโทษ
ตามมาตรา ๒๖๑ ก็ให้ทุเลาการประหารชีวิตไว้จนกว่าจะพ้นกำหนดหกสิบวันนับแต่วันที่
รฐัมนตรวี ่าการกระทรวงยุติธรรมถวายเรื่องราวหรือคำแนะนำขึ้นไปนั้น แต่ถ้าทรงยก
เรื่องราวนั้นเสีย ก็ให้จัดการประหารชีวิตก่อนกำหนดนี้ได้

เรื่องราวหรือคำแนะนำขอพระราชทานอภัยโทษแก่ผู้ต้องคำพิพากษาให้ประหารชีวิต
ให้ถวายได้แต่ครั้งเดียวเท่านั้น

มาตรา ๒๖๓
เหตุที่มีเรื่องราวขอพระราชทานอภัยโทษในโทษอย่างอื่นนอกจากโทษประหารชีวิต
ไม่เป็นผลให้ทุเลาการลงโทษนั้น

มาตรา ๒๖๔
เรื่องราวขอพระราชทานอภัยโทษอย่างอื่นซึ่งมิใช่โทษประหารชีวิตถ้าถูกยกหนหนึ่งแล้ว
จะยื่นใหม่อีกไม่ได้จนกว่าจะพ้นสองปี นับแต่วันถูกยกครั้งก่อน

มาตรา ๒๖๕
ในกรณีที่มีการอภัยโทษเด็ดขาดโดยไม่มีเงื่อนไข ห้ามมิให้บังคับโทษนั้น ถ้าบังคับโทษ
ไปบ้างแล้วให้หยุดทันที ถ้าเป็นโทษปรับที่ชำระแล้ว ให้คืนค่าปรับให้ไปทั้งหมด

ถ้าการอภัยโทษเป็นแต่เพียงเปลี่ยนโทษหนักเป็นเบาหรือลดโทษ โทษที่เหลืออยู่ก็ให้
บังคับไปได้

แต่การได้รับพระราชทานอภัยโทษ ไม่เป็นเหตุให้ผู้รับพ้นความรับผิดในการต้องคืนหรือ
ใช้ราคาทรัพย์สินหรือค่าทดแทนตามคำพิพากษา

มาตรา ๒๖๖
เมื่อผู้ได้รับพระราชทานอภัยโทษเนื่องจากการกระทำความผิดอย่างหนึ่งถูกฟ้องว่ากระ
ทำความผิดอีกอย่างหนึ่ง อภัยโทษนั้นย่อมไม่ตัดอำนาจศาลที่จะเพิ่มโทษ หรือไม่รอ
การลงอาญาตามกฎหมายลักษณะอาญาว่าด้วยกระทำผิดหลายครั้งไม่เข็ดหลาบ หรือ
ว่าด้วยรอการลงอาญา

มาตรา ๒๖๗
บทบัญญัติในหมวดนี้ ให้นำมาบังคับโดยอนุโลมแก่เรื่องราวขอพระราชทานเปลี่ยนโทษ
หนักเป็นเบาหรือลดโทษ

เนื่องจากเนื้อหาในส่วนของหลักเกณฑ์การยื่นขอพระราชทานอภัยโทษนั้นมีค่อนข้าง
มาก จึงขออนุญาติยกไปหัวข้อถัดไป เพื่อสะดวกแก่การพิจารณาวิเคราะห์

Image

กลับมาที่โครงการล่ารายชื่อเพื่อถวายฎีกาให้กับอดีตนายกแม้ว ถือเป็นการถวายฎีกา
ที่แปลก คือ เป็นการถวายฎีกาพอพระราชทานอภัยโทษแทนผู้ต้องโทษ ซึ่งการถวาย
ฎีกาแทนนั้นไม่เคยปรากฎในประวัติศาสตร์ไทย


การถวายฎีกานั้นจะต้องกระทำด้วยตนเอง เพื่อแสดงถึงการเคารพเทิดทูนที่มีต่อองค์
พระมหากษัตริย์ และยังแสดงถึงความทุกข์ร้อนที่เกิดขึ้น คงเป็นเป็นการยากที่คนอื่น
จะเดิอดร้อนก่อนตนเอง หรือเดือดร้อนแทนตนเอง


ดังนั้นการถวายฎีกาของมวลชนทักกี้ในครั้งนี้ จะเป็นการใช้สิทธิอย่างถูกต้องตามธรรม
เนียมที่เคยมีมาแต่ก่อน และเป็นการกระทำในฐานะที่กล่าวอ้างว่าเป็นประชาชนคนไทย
คนหนึ่ง คงทิ้งประเด็นปัญหาไว้ให้ท่านได้พิจารณา วิเคราะห์ตามวิสัยทัศน์ ตามมุมมอง
ของแต่ละท่าน ขอทิ้งท้ายแต่เพียงว่า

Image

การถวายฎีกา เป็นเรื่องที่ทำแทนกันไม่ได้ ยกเว้นผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้อง อาทิ พ่อแม่ บุตร
คู่สมรส เป็นต้น อาจทำได้เพียงการนำไปยื่นถวายแทนเท่านั้น

ข้อสังเกตุอีกประเด็น การถวายฏีกาครั้งนี้บุคคลให้ตระกูลที่เกี่ยวข้องทั้ง ๒ ตระกูลไม่มี
รายชื่อปรากฎแนบท้ายคำฎีกาแม้แต่คนเดียว ไม่ว่าจะเป็นคุณหญิง บุตร-ธิดา น้องชาย
พี่ชาย น้องสาว หรือแม้แต่น้องเขย
Last edited by bird on Sun Jan 17, 2010 11:56 am, edited 4 times in total.
User avatar
bird
 
Posts: 1426
Joined: Wed Apr 01, 2009 1:25 pm

Re: เค้าลางแห่งความเลวร้าย...แม้ว

Postby bird » Sun Jan 17, 2010 10:49 am

naichod wrote:น่าน มันต้องแบบนั้น หนูเบิร์ด

เอาสมรภูมิของเราให้เขาบุกมา แต่อย่าไปบุกหน้าค่ายเขา

ซุนหวู่กล่าวไว้


overtherainbow wrote::mrgreen: ยิ้มให้กับ อีหนูสู้ไม่ถอย


เบิร์ดถือว่าเป็นการชมน่ะค่ะ...ขอบคุณค่ะ 8-) :mrgreen:
User avatar
bird
 
Posts: 1426
Joined: Wed Apr 01, 2009 1:25 pm

Re: เค้าลางแห่งความเลวร้าย...แม้ว

Postby อธิฏฐาน » Sun Jan 17, 2010 11:16 am

ขอบคุณคุณเบิร์ดค่ะ :mrgreen:
User avatar
อธิฏฐาน
 
Posts: 3001
Joined: Mon Oct 13, 2008 1:18 pm

Re: เค้าลางแห่งความเลวร้าย...แม้ว

Postby bird » Sun Jan 17, 2010 11:58 am

ขั้นตอนและหลักเกณฑ์การขอพระราชทานอภัยโทษ

ขออนุญาตินำข้อมูลมาแบ่งปัน

http://www.konthairakkan.com/2009-08-24 ... 11-13.html

ขั้นตอนการถวายฏีกา

การถวายฎีกาเป็นประเพณีสืบทอดมาแต่สมัยสุโขทัย เพื่อขอให้พระมหากษัตริย์ทรง
บำบัดทุกข์ให้ประชาชน ถือเป็นรัฐธรรมนูญจารีตประเพณี สำนักราชเลขาธิการมีภารกิจ
หลักเกี่ยวกับงานหนังสือที่หน่วยงานราชการ เอกชน และบุคคลทั่วไปส่งเข้ามาเพื่อขอ
ให้นำความขึ้นกราบบังคมทูลพระกรุณาขอพระราชทานพระบรมราชานุญาติ พระบรม-
ราชวินิจฉัย และพระมหากรุณาธิคุณ รวมทั้งรับพระราชทานพระราชดำริ พระราชดำรัส
เชิญไปยังหน่วยงานและบุคคลที่เกี่ยวข้อง

หลักเกณฑ์การขอพระราชทานอภัยโทษ

กรณีเป็นผู้ต้องขัง จะต้องเป็นนักโทษคดีเด็ดขาดแล้ว ผู้ยื่นเรื่องทูลเกล้าฯ คือผู้ต้องโทษ
หรือผู้ที่มีประโยชน์เกี่ยวข้อง เช่น บิดา มารดา บุตร ธิดา ญาติผู้เกี่ยวข้องใกล้ชิดและรัฐ
มนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ยื่นเรื่องผ่านเรือนจำ/ทัณฑสถาน ส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง
เช่น สำนักราชเลขาธิการ กระทรวงยุติธรรม กระทรวงมหาดไทย กระทรวงต่างประเทศ
หรือกรมราชทัณฑ์

การขอพระราชทานอภัยโทษ จะใช้หลักเกณฑ์ตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย
พ.ศ. ๒๕๕๐ มาตรา ๑๙๑ ซึ่งบัญญัติว่า “พระมหากษัตริย์ทรงไว้ซึ่งพระราชอำนาจใน
การพระราชทานอภัยโทษ” และประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ภาค ๗ อภัย
โทษ เปลี่ยนโทษหนักเป็นโทษเบาและลดโทษ มาตรา ๒๕๙ – ๒๖๗

สาระสำคัญคือ มาตรา ๒๕๙ กำหนดให้ผู้ต้องคำพิพากษาที่คดีถึงที่สุดหรือผู้มีประโยชน์
เกี่ยวข้อง เป็นผู้ยื่นเรื่องราวทูลเกล้าฯ ถวายขอพระราชทานอภัยโทษ ในกรณีที่ไม่มีผู้ใด
ถวาย หากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมเห็นสมควรจะถวายคำแนะนำขอพระราชทาน
อภัยโทษให้ก็ได้ตาม

มาตรา ๒๖๑ เมื่อความทราบฝ่าละอองธุลีพระบาทแล้วจะทรงมีพระบรมราชวินิจฉัยว่าสม
ควรพระราชทานอภัยโทษหรือไม่ หากเห็นสมควรก็จะพระราชทานอภัยโทษให้ทั้งหมด
โดยให้ปล่อยตัวหรืออภัยโทษให้บางส่วน อาทิ การลดโทษ การพระราชทานอภัยโทษ
จะมีพระบรมราชโองการพระราชทานอภัยโทษลงมาเป็นการเฉพาะ นายกรัฐมนตรีจะ
เป็นผู้รับสนองพระบรมราชโองการ

แต่หากไม่พระราชทานอภัยโทษ ก็จะมีหนังสือสำคัญแจ้งผลฎีกาอ้างพระราชกระแสว่า
ความทราบฝ่าละอองธุลีพระบาทแล้วมีพระราชกระแสให้ยกฎีกา นายกรัฐมนตรีจะเป็น
ผู้ลงนามแจ้งพระราชกระแส ซึ่งหากเรื่องราวการขอพระราชทานอภัยโทษไม่ใช่โทษ
ประหารชีวิต หากมีพระราชกระแสยกฎีกาแล้ว จะยื่นใหม่อีกไม่ได้จนกว่าจะพ้น ๒ ปีนับ
แต่วันที่ถูกยกครั้งก่อนจึงจะยื่นทูลเกล้าฯ ถวายฎีกาได้

แนวทางปฏิบัติ

ผู้ต้องโทษหรือผู้มีประโยชน์เกี่ยวข้องใช้สิทธิ์ยื่นเรื่องทูลเกล้าฯ ถวายฎีกาขอพระราชทาน
อภัยโทษผ่านเรือนจำ/ทัณฑสถาน หรือส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง ซึ่งทางเรือนจำ/ทัณฑ-
สถาน จะดำเนินการสอบสวนข้อเท็จจริงเกี่ยวกับนักโทษเด็ดขาดตามแบบสอบสวนเรื่อง
ราวขอพระราชทานอภัยโทษ

กรณี เคยดำรงยศทางทหารหรือตำรวจจะต้องดำเนินการขอผลการถอดยศไปยังต้นสัง
กัด (ยกเว้นกรณีพลทหาร หรือพลตำรวจ) และตรวจสอบข้อเท็จจริงเพื่อทราบข้อมูลและ
รายละเอียดของสาเหตุการกระทำผิดที่แท้จริง กรณี นักโทษต่างชาติจะต้อให้สถานทูต
ประเทศที่นักโทษถือสัญชาติออกหนังสือรับรองการส่งตัวกลับประเทศ หากได้รับพระ
ราชทานอภัยโทษปล่อยตัว

การพระราชทานอภัยโทษเป็นการทั่วไป หมายถึง การพระราชทานอภัยโทษแก่นักโทษ
เด็ดขาดทุกคน แต่ทั้งนี้ อาจจะมีข้อยกเว้นความผิดในบางลักษณะที่เห็นว่าเป็นภัยต่อสัง
คมอย่างร้ายแรง การพระราชทานอภัยโทษประเภทนี้จะดำเนินการโดยตราเป็นพระราช
กฤษฎีกาพระราชทานอภัยโทษตามการถวายคำแนะนำของคณะรัฐมนตรี และการที่คณะ
รัฐมนตรี จะกราบบังคมทูลฯ ขอพระราชทานอภัยโทษเป็นการทั่วไปจะต้องเป็นกรณีที่มี
เหตุอันสมควร เช่น เกี่ยวกับพระราชประเพณีที่สำคัญ หรือมีวาระสำคัญต่อเหตุการณ์บ้าน
เมือง หรือเหตุผลในทางราชทัณฑ์

หลักเกณฑ์ที่นักโทษจะได้รับพระราชทานอภัยโทษ จะกำหนดรายละเอียดไว้ในพระราช
กฤษฎีกาพระราชทานอภัยโทษที่ตราขึ้นในแต่ละครั้ง

มีหลักเกณฑ์ใหญ่ๆ ๔ ประการ ได้แก่

๑) เกณฑ์ได้รับพระราชทานอภัยโทษปล่อยตัวไป
๒) เกณฑ์ได้รับพระราชทานอภัยโทษลดโทษ โดยไม่มีเงื่อนไข
๓) เกณฑ์ได้รับพระราชทานอภัยโทษ โดยมีเงื่อนไข
๔) เกณฑ์ไม่ได้รับพระราชทานอภัยโทษ

วิธีการและขั้นตอนการขอพระราชทานอภัยโทษเป็นการทั่วไป

1. รัฐบาลมีนโยบายจะให้มีการพระราชทานอภัยโทษแก่นักโทษเป็นการทั่วไป เนื่องใน
โอกาสสำคัญของบ้านเมืองหรือโอกาสสำคัญที่เกี่ยวข้องกับองค์พระมหากษัตริย์

2. มีการแต่งตั้งคณะกรรมการมาชุดหนึ่ง ประกอบด้วยหน่วยงานฝ่ายปกครอง ป้องกัน
ปราบปราม และหน่วยงานกระบวนการยุติธรรม ร่วมเป็นกรรมการยกร่างพระราชกฤษ
ฎีกาพระราชทานอภัยโทษ

3. กระทรวงมหาดไทยเสนอร่างพระราชกฤษฎีกาดังกล่าว ขอความเห็นชอบจากคณะรัฐ
มนตรี เมื่อได้รับความเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรีแล้ว จะส่งร่างพระราชกฤษฎีกาให้คณะ
กรรมการกฤษฎีกาตรวจสอบในรายละเอียดอีกครั้งหนึ่ง ก่อนที่นายกรัฐมนตรีจะนำความ
ขึ้นกราบบังคมทูลฯ เพื่อทรงลงพระปรมาภิไธย ในพระราชกฤษฎีกาพระราชทานอภัยโทษ
ประกาศใช้บังคับต่อไป

4. กรมราชทัณฑ์ จะมีหนังสือสั่งการและระเบียบที่เกี่ยวข้องกับการพระราชทานอภัยโทษ
ให้เรือนจำและทัณฑสถานต่างๆ ทราบและเตรียมการปฏิบัติให้เป็นไปตามพระราชกฤษฎีกา
พระราชทานอภัยโทษ

5. ประสานงานกับส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง คือ กระทรวงยุติธรรม และสำนักงานอัยการ
สูงสุด เพื่อแต่งตั้งผู้พิพากษาและอัยการ ร่วมเป็นคณะกรรมการตรวจสอบผู้ได้รับพระราช
ทานอภัยโทษประจำเรือนจำ/ทัณฑสถานต่างๆ ประสานกับกระทรวงกลาโหม เพื่อการ
พระราชทานอภัยโทษนักโทษทหาร กระทรวงแรงงานฯ กรมประชาสงเคราะห์ เพื่อให้การ
สงเคราะห์ผู้พ้นโทษ และการจัดหาแหล่งงาน สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เพื่อหามาตรการ
รองรับปัญหาอาชญากรรม ผู้ว่าราชการจังหวัด และกรุงเทพมหานคร เพื่อรองรับผู้พ้นโทษ
ที่จะเข้าไปอยู่ในพื้นที่

6. เมื่อเรือนจำและทัณฑสถานต่างๆ ดำเนินการให้เป็นไปตามพระราชกฤษฎีกาพระราช
ทานอภัยโทษเรียบร้อยแล้ว จะส่งบัญชีรายชื่อผู้ได้รับพระราชทานอภัยโทษพร้อมรายละ
เอียด (บัญชีรายชื่อ อ.1-5) มายังกรมราชทัณฑ์ เพื่อตรวจสอบความถูกต้อง เมื่อกรมราช
ทัณฑ์ตรวจสอบแล้ว ก็จะรวบรวมสถิติผู้ได้รับพระราชทานอภัยโทษ เพื่อนำความขึ้นกราบ
บังคมทูลพระกรุณาทราบฝ่าละอองธุลีพระบาทต่อไป

7. ในกรณีเกิดปัญหาเกี่ยวกับการนำบทบัญญัติในพระราชกฤษฎีกาพระราชทานอภัยโทษ
มาใช้บังคับของคณะกรรมการผู้มีหน้าที่ตรวจสอบผู้ได้รับพระราชทานอภัยโทษ กรมราช
ทัณฑ์ กระทรวงมหาดไทย จะนำเสนอให้คณะกรรมการซึ่งประกอบด้วยนายกรัฐมนตรี
เป็นประธาน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม และ
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมเป็นกรรมการ พิจารณาเพื่อวินิจฉัยชี้ขาดเป็นบรรทัดฐาน
ต่อไป

การพระราชทานอภัยโทษเฉพาะราย ผู้ต้องโทษ (โทษประหารชีวิต จำคุก กักขัง ปรับ
ริบทรัพย์สิน) ที่คดีถึงที่สุดแล้ว และผู้ที่มีประโยชน์เกี่ยวข้องสามารถยื่นเรื่องราวทูลเกล้า
ถวายฎีกาขอพระราชทานอภัยโทษผ่านเรือนจำ/ทัณฑสถาน หรือกระทรวงยุติธรรม หรือ
สำนักราชเลขาธิการ หรือกระทรวงการต่างประเทศ หรือสถานทูต

หลังจากรับเรื่องแล้ว กรมราชทัณฑ์จะส่งไปสอบสวนเรื่องราวยังเรือนจำ/ทัณฑสถานที่
ควบคุมผู้ต้องโทษ จากนั้นจะเสนอความเห็นให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมลงนาม
เพื่อนำความขึ้นกราบบังคมทูล ฯ ผ่านสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี และสำนักราชเลขา
ธิการ เมื่อทรงมีพระรบรมราชวินิจฉัยเช่นไร ก็จะส่งผลฎีกาดังกล่าวให้กรมราชทัณฑ์ทราบ
และดำเนินการพร้อมทั้งแจ้งผลให้ผู้ยื่นเรื่องราวทูลเกล้า ฯ ทราบ

การพระราชทานอภัยโทษนักโทษเด็ดขาดต้องคำพิพากษาให้ประหารชีวิต

สำหรับนักโทษเด็ดขาดต้องคำพิพากษาให้ประหารชีวิต ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณา
ความอาญา มาตรา 262 ให้ทูลเกล้าฯ ของพระราชทานอภัยโทษภายใน 60 วัน นับแต่
วันฟังคำพิพากษาโดยจะทุเลาการประหารชีวิตไว้จนกว่าจะดำเนินเรื่องฎีกาแล้วเสร็จ

หากนักโทษไม่ประสงค์จะทูลเกล้าฯ ขอพระราชทานอภัยโทษ ให้เรือนจำ/ทัณฑสถาน
ดำเนินการรวบรวมเอกสารเกี่ยวกับการสอบสวนขอพระราชทานอภัยโทษส่งกรมราชทัณ
ฑ์ภายในกำหนดข้างต้น เพื่อนำเสนอต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย พิจารณาว่า
จะถวายคำแนะนำขอพระราชทานอภัยโทษหรือไม่

เอกสารประกอบฎีกาทูลเกล้าฯ ขอพระราชทานอภัยโทษ

นอกเหนือจากที่กำหนดไว้ตามหนังสือเวียนกรมฯ ที่ มท 0905/ว 169 ลงวันที่ 28 สิงหา
คม 2522 แล้วเรือนจำ/ทัณฑสถาน จะต้องส่งเอกสารตามหนังสือกรมราชทัณฑ์ ที่ มท
0911/21551-6 ลงวันที่ 6 พฤศจิกายน 2538 ไปกรมฯ ด้วย และสำหรับนักโทษประหาร
ชีวิตทุกรายต้องส่งผลการตรวจสุขภาพจิตนักโทษประหารชีวิตของจิตแพทย์

และหากกรมฯ เห็นสมควรทราบข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการดำรงชีวิต หรือสภาพครอบ
ครัวหรือความประพฤติโดยทั่วๆ ไป ของนักโทษประหารชีวิตก็จะให้นักสังคมสงเคราะห์
ของกรมฯ ไปสัมภาษณ์ผู้ต้องโทษ เพื่อนำผลการสัมภาษณ์มาประกอบการพิจารณาอีก
ทางหนึ่งด้วย

การดำเนินการเกี่ยวกับเอกสารในการขอพระราชทานอภัยโทษ

1. แบบสอบสวนเรื่องราวขอพระราชทานอภัยโทษจะต้องมีรายละเอียดถูกต้องครบถ้วน
2. หมายจำคุกเมื่อคดีถึงที่สุด จะต้องครบถ้วนทุกคดี หากต้องโทษหลายคดี รวมทั้งหมาย
ลดโทษหากได้รับการพระราชทานอภัยลดโทษ และจะต้องมีรายละเอียดที่สำคัญครบถ้วน
ดังนี้
2.1 วันที่คดีถึงที่สุด
2.2 วันเริ่มต้นนับโทษจำคุก
2.3 หมายเลขคดีดำและหมายเลขคดีแดง ต้องตรงกับสำเนาคำพิพากษาศาลชั้นต้น
2.4 สำเนาคำพิพากษาครบถ้วนทุกชั้นศาล และทุกคดีที่มีการพิจารณาคดี และจะต้องมี
การรับรองสำเนาถูกต้องจากเจ้าหน้าที่ของศาล มีข้อความชัดเจน รวมทั้งรายละเอียดเกี่ยว
กับวันที่ศาลอ่านคำพิพากษา โดยผู้ฎีกาจะเป็นผู้เขียนคำร้องขอคัดสำเนาคำพิพากษาของ
ศาล

3. รายการประวัติของกองทะเบียนประวัติอาชญากร สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ซึ่งจะระบุ
รายละเอียดเกี่ยวกับการกระทำผิด โดยจะต้องดำเนินการประสานงานกับสำนักงานตำรวจ
แห่งชาติ

4. ทะเบียนประวัติรายตัว (รท.101) จะต้องมีรายละเอียดครบถ้วนที่สำคัญ คือ
4.1 การเลื่อนชั้นและลดชั้น
4.2 การฝึกวิชาชีพ
4.3 ความประพฤติ อุปนิสัย การศึกษา ในระหว่างต้องโทษ หากถูกลงโทษทางวินัยให้ส่ง
สำเนาคำสั่งลงโทษด้วย
4.4 รูปถ่าย
4.5 เอกสารประกอบอื่นๆ (ถ้ามี)

5. หนังสือรับรองความประพฤติจากผู้นำชุมชนหรือเจ้าหน้าที่
6. เอกสารแสดงการประกอบคุณงามความดีตามที่อ้าง ฯลฯ

เรือนจำหรือทัณฑสถาน รวบรวมเอกสารดังกล่าวครบถ้วนแล้ว ให้จัดทำเป็น 3 ชุด แล้ว
จะจัดส่งไปกรมราชทัณฑ์ เพื่อพิจารณาดำเนินการ จำนวน 2 ชุด เก็บไว้ที่เรือนจำ จำนวน
1 ชุด กรมราชทัณฑ์จะประมวลเรื่องราว โดยใช้ข้อมูลรายละเอียดจากเอกสารดังกล่าว
ข้างต้นแล้วเสนอความเห็นต่อกระทรวงมหาดไทยในการพิจารณานำเรียนนายกรัฐมนตรี
เพื่อนำความขึ้นกราบบังคมทูลฯ ต่อไป ซึ่งความสมบูรณ์ของเรื่องเอกสารมีความสำคัญ
ต่อการพิจารณาเป็นอย่างยิ่ง

http://www.konthairakkan.com/2009-08-24 ... 11-13.html

แบ่งปันความรู้ เพื่อใช้ประกอบการพิจารณาวิเคราะห์
User avatar
bird
 
Posts: 1426
Joined: Wed Apr 01, 2009 1:25 pm

Re: เค้าลางแห่งความเลวร้าย...แม้ว

Postby bird » Mon Jan 18, 2010 11:25 am

ช๊อตเด็ด ทรักกี้วอยซ์

ในวาระที่ทรักกี้ เปิดตัวทวิตใหม่ ก็ถือโอกาสตามบันทึกรวบรวมช็อตประโยคเด็ด
เพื่อใช้ประกอบการพิจารณาและวิเคราะห์ พฤติกรรม การกระทำของแม้ว ที่อาจจะ
สุ่มเสี่ยงต่อภาวะความตึงเครียดที่กำลังก่อตัวขึ้นภายในบ้านเมืองอย่างเงียบ ๆ

ในกรณีที่มีทวิตช็อตเด็ดเกิดขึ้น ไม่ว่า ณ ช่วงเวลาใด จะนำมารวบรวมไว้ในหัวข้อนี้
ในลักษณะของการ edit เพื่อความสะดวกหากต้องการค้นหาข้อมูล

๑๘ มกราคม ๒๕๕๓

- ผมกำลังจะเดินทางไปซาอุแล้วครับ ออกเดินทางจากดูไบไปเปลี่ยนเครื่องที่พนมเปญแล้วค่อยเข้าซาอุครับ

- รัฐบาลล้มหวยเพราะอะไรรู้ไหมครับ เพราะเป็นโครงการที่ผมคิดขึ้นมานั่นเอง พวกมันยอมไม่ได้ อิจฉาผม เพราะเมื่อคิดถึงหวยบนดิน ทุกคนย่อมคิดถึงผม

- ตำรวจน้ำดีถูกกลั่นแกล้ง ทั้งๆที่ทำตามหน้าที่เพื่อความสงบเรียบร้อยของบ้านเมือง เมื่อไม่มีความยุติธรรมในสังคมไทย แล้วเราจะสงบสุขได้อย่างไรครับ

- รอสัญญาณให้ดีครับ เราสู้เพื่อความยุติธรรมในสังคมไทย เราจะสู้จนถึงที่สุด ถ้าผมจะเป็นอะไรไปก็ไม่เป็นไรครับ แต่เราจะยอมแพ้ความอยุติธรรมไม่ได้
User avatar
bird
 
Posts: 1426
Joined: Wed Apr 01, 2009 1:25 pm

Re: เค้าลางแห่งความเลวร้าย...แม้ว

Postby jrr. » Mon Jan 18, 2010 6:03 pm

.................click เฉยๆ ( หมดมุข )................
User avatar
jrr.
 
Posts: 887
Joined: Mon Oct 13, 2008 7:41 am



Re: เค้าลางแห่งความเลวร้าย...แม้ว

Postby naichod » Wed Jan 20, 2010 12:35 pm

เพื่อให้เกิดความสะดวกและสวยงาม ต่อ สมาคม ดันแต่ดี แห่งเสรีไทย ผมจึงนำไฟล์การดันมาฝากเพื่อความเจริญตา และในครั้งต่อไป อาจพิมพ์สองจุด แล้ว attach ไฟล์นี้ เท่านั้น ขอให้เซฟไว้ในนาม push up.gif นะครับ

..
PUSH UP.gif
(4.09 KiB) Downloaded 301 times
Nul plus que nous. À moins que nous sommes à genoux à la sienne.
No one higher than us. Unless we kneel to his own.
User avatar
naichod
 
Posts: 2327
Joined: Mon Mar 30, 2009 7:43 am



PreviousNext

Return to ห้องสมุด