เนื่องจากเรื่องนี้ผมไม่ขี้สงสัยมากเหมือนคุณ savor
กรณีคุณอภิสิทธิ์จึงพออธิบายเป็นเรื่องราวได้ประมาณนี้...
เมื่อคุณอภิสิทธิ์มีอายุครบ 20 ปีบริบูรณ์ และกำลังศึกษา
ในระดับ ป.ตรี อยู่ที่อังกฤษ ทาง กพ. ที่ดูแลคุณอภิสิทธิ์
ในฐานะนักเรียนไทยในอังกฤษ ได้ขอผ่อนผันการเกณฑ์-
ทหารให้คุณอภิสิทธิ์ตลอดหลักสูตร ป.ตรี จนถึงปี 2529

หลังสำเร็จการศึกษาระดับ ป.ตรี ในปี 2529 และทาง
อ็อกซฟอร์ดยินดีรับให้เรียนต่อระดับ ป.โท คุณอภิสิทธิ์
ก็เดินทางกลับประเทศไทย โดยมีพันธะทางทหารต้องไป
แสดงตนขอรับใบ สด.9 ที่ล่าช้าไม่ได้ดำเนินการมานาน
หลายปีแล้ว
เมื่อกลับถึงเมืองไทยกลางปี 29 คุณอภิสิทธิ์ไปแสดงตน
รับใบ สด.9 แล้วเอาใบ สด.9 ไปประกอบในการยื่นขอ
เรียนต่อ ป.โท ในความดูแลของ กพ. อีกครั้ง
ทาง กพ. ตรวจสอบทราบว่า อ็อกฟอร์ด รับคุณอภิสิทธิ์
เข้าเรียนต่อ ป.โท จริง จึงทำเรื่องขอผ่อนผันให้ ตั้งแต่-
ปลายปี 2529 ทำให้คุณอภิสิทธิ์มีรายชื่อได้รับการผ่อนผัน
ช่วงปี 2530-2532...
เมื่อได้รับการผ่อนผันฯ แล้ว คุณอภิสิทธิ์ได้ไปสมัคร
เข้ารับราชการทหาร เป็นอาจารย์ที่ รร.จปร. ตั้งแต่ก่อน
วันที่ 18 มี.ค. 30 โดยมีคุณสมบัติถูกต้องตามกฎหมาย
คือมี สด.9 และเป็นผู้อยู่ระหว่างได้รับการผ่อนผันฯ
เนื่องจากเป็นช่วงเวลาก่อนถึงกำหนดเกณฑ์ทหาร
จุดประสงค์ที่คุณอภิสิทธิ์สมัครเข้ารับราชการทหาร
เป็นอาจารย์ที่ รร.จปร. มี 2 ด้านด้วยกัน คือ
1. ได้รับราชการตามพันธะทางทหารให้ครบตามกำหนด
2. รอแต่งงานกับคุณพิมพ์เพ็ญ ที่จะเรียบจบทันตแพทย์
ในอีกประมาณ 1 ปีข้างหน้า แล้วไปอยู่อังกฤษด้วยกัน
ระหว่างที่คุณอภิสิทธิ์เรียนต่อ ป.โท...
ระหว่างการพิจารณารับสมัครเข้า รร.จปร. ช่วงเดือน
มี.ค. 30 ทาง สบ.ทบ. มีหนังสือขอเอกสารเพิ่มเติม
คือ หนังสือผ่อนผันฯ จากนั้นก็ได้อนุมัติตามลำดับชั้น
จาก สบ.ทบ. ผ่านไปยัง กพ.ทบ. โดยไม่ทวงถามอีก
คุณอภิสิทธิ์ไม่ได้ไปรายงานตัวเข้ารับการตรวจเลือก
เนื่องจากตามกฎหมายผู้ได้รับการผ่อนผันไม่ต้องไป
เข้ารับการตรวจเลือก (พรบ.รับราชการทหาร 2495
มาตรา 27 วงเล็บ 2)*ประกอบกับคุณอภิสิทธิ์ก็ได้สมัครเข้ารับราชการ-
เป็นทหารในสังกัด รร.จปร. แล้ว*แต่เนื่องจากเกิดความผิดพลาดในการประสานงาน
ทำให้เจ้าหน้าที่ฝ่ายทหารนำข้อมูลเก่าที่คุณอภิสิทธิ์
พ้นจากการขอยกเว้นผ่อนผันตั้งแต่ปี 2530 มาใช้
จึงลงบัญชีคุณอภิสิทธิ์ว่าเป็นผู้ขาดการตรวจเลือก
ตั้งแต่ เดือนเม.ย. 30
ต่อมา คุณอภิสิทธิ์ที่สมัครเข้า รร.จปร. ก็ได้รับการ
บรรจุเข้าเป็นอาจารย์ รร.จปร. ผ่านการฝึกทหาร
และในที่สุดได้รับการพระราชทานยศร้อยตรี
หลังจากนั้นคุณอภิสิทธิ์ก็เข้าพิธีสมรสพระราชทาน
กับคุณพิมพ์เพ็ญตามที่ได้วางแผนไว้ และได้ยื่นขอ
ลาออกจากราชการ เนื่องจากได้รับราชการทหาร
เกินกว่าที่กำหนดตามพันธะทางทหารแล้ว...
ระหว่างรอการอนุมัติให้ลาออก คุณอภิสิทธิ์ได้ขอ
ลาราชการโดยได้รับการอนุมัติจากผู้บังคับบัญชา
เพื่อไปเรียนต่อ ป.โท ตามที่ได้วางแผนไว้ และ
ในตอนท้ายได้ "ลาไปปฏิบัติราชการต่างประเทศ"
เพื่อเป็นอาจารย์ที่อ็อกซฟอร์ด อีก 1 ร้อยกว่าวัน
ฝ่ายเสื้อแดงนำไปโจมตีว่าคุณอภิสิทธิ์ไม่สนใจ
รับราชการจึงลาหยุดจำนวนมาก ทั้งที่ความจริง
เป็นการลาหลังจากรับราชการครบตามกำหนด
และหลังจากยื่นขอลาออกจากราชการแล้วความผิดพลาดในการทำบัญชีของเจ้าหน้าที่ทหาร
ยังคงดำเนินต่อไป มีการลงบัญชีว่าคุณอภิสิทธิ์
เป็นผู้ขาดการตรวจเลือก มาจนครบอายุ 29 ปี
ต่อมาในปี 2542 มีความพยายามขุดคุ้ยข้อมูล
จากพรรคฝ่ายค้าน จนค้นพบเอกสารที่ระบุว่า
คุณอภิสิทธิ์ขาดการตรวจเลือก...เป็นที่มาของการโจมตีเรื่อง
"อภิสิทธิ์หนีทหาร"ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมารวมเวลาถึง 10 ปีแล้วครับ
