น่าจะให้ pojjaman ไปอยู่ทีม โฆษก ขยันกว่า พวก สส. อีก
1. ตามที่ pojjaman กล่าว ต้นทุนจะอยู่ที่ดอกเบี้ย หรือ เงินปันผล ที่ต้องจ่ายคืน คนซื้อพันธบัตร ถ้าดอกเบี้ย 1 % ก็ เท่ากับ 4,000 ล้านบาทต่อปี (จาก 400,000 ล้านบาท) ถ้าดอกเบี้ยสูง กว่า ธนาคารพาณิชย์ สมมุติ ว่า อยู่ ที่ 5% ของ 400,000 ล้านบาท ก็จะมีต้นทุนอยู่ที่ 20,000 ล้านบาท ต่อปี
ถ้ากู้ คบ 800,000 ล้าน ที่ อัตราดอกเบี้ย 1% รัฐบาล ต้องหาเงินมาชำระ 8,000 ล้านบาท ต่อปี ถ้า 5% ก็ ต้องจ่าย 40,000 ล้านบาทต่อปี
ยังไม่รวม ค่าบริการ ไอ้ 0.เท่าไหร่ เปอร์เซนต์ แล้ว ก็ ค่า ทำโฆษณา อีก
ถ้าครบกำหนด ไม่มีตังจ่ายคืน ก็ ขาย พันธบัตรใหม่ role over the debt ให้เหมือน กับ ตอน ก่อนเกิด วิกฤต ปี 40
2. เสี่ย กรณ์ ออกมาให้สัมภาษณ์ ใน ข่าวตัดแปะ ของ คุณ KAMO นั้น เสี่ยกรณ์ ก็ ชัดเจนอยู่ในตัวอยู่แล้วว่า เป็นการพิจารณารายละเอียดโครงการแล้วเบื้องต้น ยังไม่มีอะไร ยืนยัน ซักอย่าง อ้อ ลืมไป ที่ชัดเจน คือ รถเมล์ 4,000 คัน ไม่ว่า จะเช่า หรือ ซื้อ ยังไงมันเอาแน่นอน
กู้ไม่ว่า แต่อย่าโกง เป็น ทัศนคติ ที่ต้องมีการ ปรับปรุงต่อไป เช่น กู้แล้วต้องไม่โกง และ ต้องให้มีศักยภาพสูงสุด
3. ไอ้ที่บอกว่า กู้มาแล้ว GDP จะโตเท่านี้ เท่านั้น มันไม่ได้ตอบว่า จะเอาเงินที่ไหนมาใช้หนี้ สมัยก่อนด่า คนอื่นว่า ที่เปอร์เซนต์ ของหนี้ สาธารณะ ลดลง เพราะ GDP มันขยายตัว ดังนั้น สัดส่วนหนี้ ต่อ GDP มันเลยลดลง - เสี่ยกรณ์ นี่แหละ ที่ไปนั่งเถียง เจ๊มิ่ง ออกทีวี สมัย เลือกตั้ง พรรคพลังประชาชน
ผมเดาว่า ถ้า ดอกเบี้ย พันธบัตรอยู่ที่ 5% แล้ว ถึงเวลา ก็ แค่ ออก พันธบัตร ชุดใหม่ แล้ว พยายามทำให้ GDP มันโต เพื่อลด สัดส่วนหนี้ ต่อ GDP แค่นั้น
4. แล้วถ้าเศรษฐกิจ โลกมันยังไม่ฟื้น เศรษฐกิจไทย ไม่โต เท่ากับที่เสี่ยกรณ์ คาดการณ์ ผมก็ไม่เห็นว่ามันจะมีแผน อะไร

