เค้าลางแห่งความเลวร้าย...แม้ว

คลังปัญญา กระทู้ปักหมุดเดิม เรื่องสำคัญจัดเก็บที่นี่

Re: เค้าลางแห่งความเลวร้าย...แม้ว

Postby bird » Sat Nov 14, 2009 4:14 pm

ย้อนดู เมกะโปรเจกต์

ภายหลังการเลือกตั้ง มีนาคม ๒๕๔๘ แม้วกลับคืนสู่บัลลังค์แห่งอำนาจอีกครั้ง ด้วยคะ
แนนเสียงถล่มทลาย ภายใต้นโยบาย ๔ ปีซ่อม ๔ ปีสร้าง กับโครงการเมกะโปรเจกต์
การประชุม ครม ในช่วง มิถุนายน ๒๕๔๘ มีมติเห็นชอบอนุม้ติงบสำหรับโครงการขนาด
ใหญ่ของภาครัฐในวงเงินงบประมาณ ๑.๗ ล้านล้านบาท (หนึ่งล้านเจ็ดแสนล้าน
ล้านบาท)
พร้อมเห็นชอบกรอบการลงทุนในปี ๒๕๔๙ เพิ่มเติมจากเดิม
อีก ๖๔,๐๐๐ ล้านบาท รวมเป็นมูลค่างบประมาณปี ๒๕๔๙ ทั้งสิ้น ๑.๑ แสนล้านบาท

สำหรับโครงการเมกะโปรเจกต์ ที่ ครม เห็นชอบในเพดานวงเงินงบประมาณ ๑.๗ ล้าน
ล้านบาท (หนึ่งล้านเจ็ดแสนล้านล้านบาท) แบ่งออกเป็นการลงทุนใน ๗ สาขา

๑) สาขาขนส่งมวลชนขนาดใหญ่ (ระบบรถไฟฟ้า) วงเงิน ๔๒๓,๔๓๐ ล้านบาท
๒) สาขาด้านคมนาคมและการขนส่ง วงเงิน ๓๒๘,๖๑๒ ล้านบาท
๓) สาขาที่อยู่อาศัย วงเงิน ๒๑๓,๗๙๓ ล้านบาท
๔) สาขาทรัพยากรน้ำ วงเงิน ๒๐๐,๐๐๐ ล้านบาท
๕) สาขาการศึกษา วงเงิน ๙๖,๔๓๓ ล้านบาท
๖) สาขาสาธารณสุข วงเงิน ๙๖,๓๘๗ ล้านบาท
๗) สาขาอื่น (พัฒนาระบบพลังงาน การสื่อสาร และอุตสาหกรรม) ๓๔๒,๐๙๕ ล้านบาท


แนวทางการระดมทุน จะผสมผสานระหว่างการใช้งบประมาณ รายได้ของรัฐวิสาหกิจ
เงินกู้ และ การระดมทุนในวิธีอื่น โดยจะจัดสรรดังนี้

จากเงินงบประมาณ ๓๙%
จากเงินรายได้ของรัฐวิสาหกิจ ๑๓%
จากเงินกู้ทั้งในและต่างประเทศ ๔๒%
จากการระดมทุนวิธีอื่น ๖%

ครม.ยังเห็นชอบในการจัดสรรงบประมาณรายจ่ายประจำปี ๒๕๔๙ ในสาขาต่าง ๆ ๗
สาขาที่จะใช้เนื้อเงินงบประมาณปี ๒๕๔๙ ในวงเงิน ๙๔,๖๐๐ ล้านบาท เพราะเป็นตัว
เลขที่เกี่ยวกับโครงการเมกะโปรเจกต์ ที่อยู่ในกระบวนการจัดสรรเงินงบประมาณที่เป็น
ลักษณะของโครงการต่อเนื่องคือเริ่มมาจากวงเงิน ๙,๐๐๐ ล้านบาทปีงบประมาณ ๒๕๔๘
หรือรวมประมาณ ๑๐๓,๐๐๐ ล้านบาท

และขณะเดียวกันครม.ได้เร่งรัดให้ มีการนำเงินเลื่อมจ่ายของปีงบประมาณ ๒๕๔๘ อีก
๖,๐๐๐ ล้านบาทเศษ จะรวมเป็นวงเงินประมาณ ๑๐๙,๐๐๐ ล้านบาท ที่จะใช้ได้ในปีงบ
ประมาณ ๒๕๔๙ ทั้งหมด แม้จะเป็นวงเงินที่สูงแต่ก็มีความเป็นไปได้ของโครงการ และ
อยู่ภายใต้กรอบความยั่งยืนทางการคลัง

ทั้งหมดที่กล่าวมานั้น ผ่านฉลุยในการประชุม ครม เพียงครั้งเดียว และเป็นการประชุม
ครั้งแรกภายหลังการเลือกตั้ง โดยอนุมัติเพดานเงินลงทุนไว้ที่ ๑,๗ ล้านล้านบาท โดย
ปราศจากซึ่งคำครหา คำติ ใด ๆ ทั้งสิ้น เมื่อเทียบกับรัฐบาลในปัจจุบันที่อนุมัติเพดาน
วงเงินงบประมาณที่ ๘ แสนล้าน คนด่ากันทั่วบ้านทั่วเมือง (กระจายเป็นหย่อม ๆ)

ถือเป็นบุญของประเทศ ที่แม้วอยู่ในอำนาจได้เพียงวันที่ ๑๙ กันยายน ๒๕๔๙ เท่านั้น
ไม่เช่นนั้นแล้ว ประเทศคงต้องสูญเสียเงินก้อนมหาศาล ๑.๗ ล้านล้านบาท เพื่อสร้าง
เสริมฐานะให้กับบรรดาญาติพี่น้อง พวกพ้อง และ เหล่าสมุนซ้ายขาว ให้มั่นคงยิ่งขึ้น

ถึงกระนั้น นับจากการประชุม มิถุนายน ๒๕๔๘ จนถึง ๑๙ กันยายน ๒๕๔๙ แล้วไซร้
เงินงบประมาณที่อนุมัติให้เบิกจ่ายไปเป็นเม็ดเงินจำนวนเท่าไหร่ ไม่มีใครสามารถระบุ
ได้แน่นอน รู้แต่เพียงว่า ภายหลังการพ้นจากตำแหน่งของแม้ว ประเทศเราตกอยู่ในภา
วะ ถังแตก

โครงการเมกะโปรเจกต์ ถือเป็นอีกหนึ่งวิธีในการทุจริตเชิงนโยบาย ที่ยากจะหาหลัก
ฐานมาพิสูจน์ได้ เนื่องมาจากคำกล่าวอ้างที่ว่า ครม อนุมัติเห็นชอบแล้ว ก็ถูกต้อง
เพราะ เป็นรัฐบาลเสียงข้างมาก จึงยกมืออนุมัติได้อย่างง่ายดาย ฝ่ายค้านจะหาเหตุ
ผลใดมาอ้าง ต่อให้น่าเชื่อถือเพียงใด ขอเพียงรัฐบาลยกมือก็เป็นอันผ่านฉลุย

แม้การอภิปรายไม่ไว้วางใจ ข้อมูลแม่นยำเพียงใด ก้ไม่สามารถกระทำได้ เพราะโหวต
เมื่อใดก็ผ่านเมื่อนั้น ท่านอดีตผู้นำจึงไม่ค่อยมีสปิริต เข้าร่วมการประชุมสักเท่าไหร่ !
ดังนี้แล้ว พฤติกรรมเช่นนี้ เค้าเรียกว่า "เผด็จการ"
User avatar
bird
 
Posts: 1426
Joined: Wed Apr 01, 2009 1:25 pm


Re: เค้าลางแห่งความเลวร้าย...แม้ว

Postby pooyong » Sun Nov 15, 2009 10:14 am

ทำยังไงเสื้อแดงจะได้อ่าน และคิดตามได้ :? :?
การรับใช้แผ่นดิน คือความเบิกบาน
User avatar
pooyong
 
Posts: 1496
Joined: Mon Oct 19, 2009 9:55 am

Re: เค้าลางแห่งความเลวร้าย...แม้ว

Postby bird » Sun Nov 15, 2009 10:51 am

overtherainbow wrote:encore encore encore


อะ อะ อะ จัดให้ กรุณารอสักประเดี๋ยวเจ้าค่ะ :mrgreen:

pooyong wrote:ทำยังไงเสื้อแดงจะได้อ่าน และคิดตามได้ :? :?


หมดหนทางเหมือนกัน กะว่าจะลองทำเป็น FW Mail ไม่รู้จะได้ผลมั้ย :mrgreen: :mrgreen:
User avatar
bird
 
Posts: 1426
Joined: Wed Apr 01, 2009 1:25 pm

Re: เค้าลางแห่งความเลวร้าย...แม้ว

Postby bird » Sun Nov 15, 2009 1:00 pm

FTA ผลประโยชน์เพื่อใคร ?

ภายหลังการกลับเข้ามาบริหารบ้านเมืองอีกครั้ง ในช่วงมีนาคม ๒๕๔๘ ด้วยคะแนนเสียง
ถล่มทลาย จนสามารถจัดตั้งรัฐบาลพรรคเดียวได้เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์การเมือง
ทักษิณประกาศสานต่อนโยบานเดิม และเพิ่มโครงการใหม่ทันที หลังเข้าแถลงนโยบาย
ต่อรัฐสภา

ดังจะเป็นได้จาก การประชุม ครม นัดแรกในช่วงเดือนมิถุนายน ๒๕๔๘ ซึ่งมี
มติเห็นชอบอนุมัติเพดานเงินลงทุนในโครงการขนาดใหญ่ของภาครัฐ หรือที่เรียกกันว่า
โครงการเมกะโปรเจกต์ ด้วยมูลค่าสูงถึง ๑.๗ ล้านล้านบาท ขอย้ำอีกครั้ง หนึ่งล้านเจ็ด
แสนล้านบาท ผ่านไปอย่างฉลุย ไร้ข้อทวงติงใด ๆ ทั้งสิ้น

และหนึ่งในนโยบายสำคัญที่ต้องดำเนินการต่อ คือ การเจรจาเพื่อจัดทำเขตการค้าเสรี
หรือ FTA (เอฟทีเอ) กับประเทศคู่ค้าสำคัญของไทย ซึ่งในขณะนั้น (มีนาคม ๒๕๔๘)
มี FTA (เอฟทีเอ) ต้องดำเนินการเจรจาต่ออีก ๗ ประเทศ และ ๒ กลุ่มเศรษฐกิจ ดังนี้

ข้อมูล ณ วันที่ ๑๐ กุมภาพันธ์ ๒๕๔๘

๑) ไทย-จีน (ภายใต้กรอบอาเชียน-จีน) จะเริ่มลดภาษีสินค้ากลุ่มที่เหลือ ๑ กค.๔๘
๒) ไทย-อินเดีย เจรจาครั้งที่ ๖ ระหว่าง ๑-๔ กพ.๔๘ ในไทย
๓) ไทย-บาห์เรน เจรจาครั้งที่ ๖ ในเดือนกุมภาพันธ์ ณ ประเทศบาห์เรน
๔) ไทย-เปรู เจรจาครั้งที่ ๖ เดือนมีนาคม
๕) ไทย-ออสเตรเลีย เริ่มลดภาษีกลุ่มใหญ่แล้วตั้งแต่ ๑ มค.๔๘
๖) ไทย-ญี่ปุ่น เจรจาครั้งที่ ๖ ระหว่าง ๒๘ กพ.-๒ มีค.๔๘ ในไทย
๗) ไทย-นิวซีแลนด์ จะมีพิธีลงนามความตกลงปลาย เมษายน ๒๕๔๘
๘) ไทย-สหรัฐ เจรจาครั้งที่ ๓ เดือนเมษายน ๒๕๔๘ ในไทย
๙) ไทย-BIMSTEC เจรจาครั้งที่ ๓ ปลายเดือนกุมภาพันธ์ ณ ประเทศเนปาล
๑๐) ไทย-EFTA เริ่มเจรจาอย่างเป็นทางการครั้งที่ ๑ พฤษภาคม ๒๕๔๘


หากย้อนดูเส้นทางเอฟทีเอของไทย ซึ่งพอจะสรุปคร่าว ๆ ได้ดังนี้ (ข้อมูลปี ๒๕๔๘)

๓๐ พค. ๒๕๔๕ ไทย-ออสเตรเลีย ประกาศเริ่มต้นเจรจากอย่างเป็นทางการ
๒๙ ธค. ๒๕๔๕ บาห์เรน ลงนามทำเอฟทีเอกับไทยเป็นประเทศแรก
๑๘ มิย. ๒๕๔๖ ลงนามเอฟทีอา ไทย-จีน ภายใต้กรอบอาเชียน-จีน
๐๖ ตค. ๒๕๔๖ อินเดีย ขอลงนามทำข้อตกลงกับไทย
๑๗ ตค. ๒๕๔๖ เปรู ขอลงนามทำข้อตกลงกับไทยเช่นกัน
๑๙ ตค. ๒๕๔๖ ผู้นำไทย และ ผู้นำสหรัฐ เริ่มเปิดการเจรจา
๒๐ ตค. ๒๕๔๖ ไทย-นิวซีแลนด์ เห็นชอบให้ศึกษาความเป็นไปได้
๑๒ ธค. ๒๕๔๖ ผู้นำไทย-ผู้นำญี่ปุ่น เปิดเจรจาหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจ หรือ JTEP
_______________เพื่อนำไปสู่การจัดทำเอฟทีเอระหว่างกัน
๐๘ กพ. ๒๕๔๗ ลงนามกับกลุ่มประเทศเอเซียใต้ เปิดการเจรจาทำความตกลงเขต
_______________การค้าเสรีหรือเอฟทีเอ
พฤษภาคม ๒๕๔๘ เปิดเจรจาอย่างเป็นทางการกับกลุ่มสมาคมการค้าเสรียุโรป หรือ
_______________ EFTA

จะสังเกตุได้ว่าเขตการค้าเสรี หรือ เอฟทีเอของไทยได้สร้างกระแสฟีเวอร์สุงสุดใน
ช่วงจัดการประชุมเอเปกที่ไทยเป็นเจ้าภาพ ระหว่างวันที่ ๑๘ - ๒๑ ตุลาคม ๒๕๔๖
และยังคงบูมต่อเนื่อง ในการจัดทำเอฟทีเอ รัฐบาลมีเป้าหมายหลัก เพื่อใช้เป็นเครื่อง
มือในการขยายมูลค่าทางการค้า การลงทุนกับประเทศคู่เจรจา และเพื่อช่วงชิงความ
ได้เปรียบการแข่งขัน โดยมีเป้าหมายว่า ๔ ปีหลังจัดทำเอฟทีอา จะสามารถเพิ่มสัด
ส่วนมูลค่าการค้าไทยกับทั่วโลกจากเดิม ที่ไทยมีสัดส่วนเพียง ๔๐% เป็น ๘๐%

จากข้อมูลข้างต้น ดูเหมือนว่าทุกอย่างน่าจะเป็นไปตามเป้าหมายที่วางไว้ และน่าจะ
สร้างผลประโยชน์ให้กับประเทศไทยอย่างมหาศาล หากแต่ว่า ตัวอย่างการจัดทำ
เอฟทีเอ ไทย-จีน ภายหลังที่ได้เริ่มลดภาษีสินค้าผัก ผลไม้นำร่อง ปรากฎว่า ไทย
เสียเปรียบจีนค่อนข้างมาก

เนื่องจากจีนไม่ใช่ภาษีสารพัดรูปแบบ ทำให้สินค้าไทยไม่สามารถเข้าถึงตลาดได้อย่าง
สะดวก อันเป็นผลมาจากฝ่ายเจรจาของไทยไม่ได้ศึกษากฎระเบียบการนำเข้าอย่างละ
เอียด ทะลุปรุโปร่ง ทำให้ไทยต้องตามแก้ปัญหาเฉพาะหน้า ดังคำโบราณท่านว่าไว้

"วัวหายล้อมคอก" ซึ่งทำให้ไทยขาดดุลการค้ากับจีนเพิ่มมากขึ้น อีกสาเหตุหนึ่งที่มีส่วน
เพิ่มมูลค่านำเข้าจากจีน คือ สินค้าจีนมีราคาถูกและสามารถนำเข้าได้ง่าย ซึ่งข้อมูลตาม
สถิติในปี ๒๕๔๗ จีนเป็นแหล่งนำเข้าอันดับสองของไทยรองจากอินเดีย


เอฟทีเอฉบับสมบูรณ์ฉบับแรกของไทยที่ทำกับประเทศพัฒนาแล้ว คือ เอฟทีเอไทย-
ออสเตรเลีย มีผลบังคับใช้ตั้งแต่ ๑ มค.๒๕๔๘ และยังเป็นเอฟทีเอที่ได้รับการกล่าว
ขวัญถึงเรื่องผลประโยชน์ทับซ้อนของกลุ่มทุนนักการเมือง ในกรณีของไอพีสตาร์

ทั้งนี้ เพราะกลุ่มสินค้าที่ได้รับประโยชน์ส่วนใหญ่อยู่มือของธุรกิจขนาดใหญ่ไม่กี่กลุ่ม
เช่น กลุ่มสินค้ารถยนต์ ที่ส่วนใหญ่เป็นบริษัทข้ามชาติ กลุ่มอาหารทะเลกระป๋อง อาหาร
แปรรูป กลุ่มสิ่งทอและเสื้อผ้าสำเร็จรูป กลุ่มเครื่องใช้ไฟฟ้า กลุ่มอัญมณีเครื่องประดับ
เป็นต้น

ในขณะที่กลุ่มสินค้าเกษตรหลายรายการ ซึ่งมีผลโดยตรงกับคนส่วนใหญ่ของประเทศ
ไม่สามารถส่งออกได้ในขณะนั้น เนื่องจากมาตรฐานสุขอนามัยและสุขอนามัยพืชของ
ออสเตรเลีย ตั้งไว้สูงมากกว่ามาตรฐานสากล ถึงแม้ว่าตกลงที่จะจัดตั้งกลุ่มผู้เชี่ยวชาญ
เพื่อแก้ไขปัญหาก็ตาม นั่นย่อมหมายความว่าสินค้าเกษตรของไทยโดยส่วนใหญ่จะยัง
ไม่ได้รับประโยชน์จากข้อตกลงเอฟทีเอที่จัดทำขึ้นในช่วงเวลานั้น


ยังมีคำกล่าวอ้างจากนายกสมาคมโคเนื้อในขณะนั้น ว่าเบื้องหลังความสำเร็จของการลง
นามจัดทำเอฟทีเอไทย-ออสเตรเลีย กล่าวในงานสัมมนารายการหนึ่งว่า ทางสมาคมฯ
ได้รับการขอร้องจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการจัดทำเอฟทีเอ ให้ยอมทำตามคำร้อง
ขอของออสเตรเลีย ที่ว่า หากสินค้าเนื้อโคยังมีปัญหา จะไม่ยอมลงนามกับไทย เพราะ
ข้าราชการถูกฝ่ายการเมืองเร่งรัดมา ทำให้ทางสมาคมฯต้องจำยอม เพื่อผลประโยชน์
ของส่วนรวม ซึ่งเอฟทีเอที่ไทย-อินเดีย ก็มีการกล่าวขวัญถึงผลกระโยชน์ทับซ้อนของ
กลุ่มทุนนักการเมืองเช่นเดียวกัน

เหตุการณ์เหล่านี้ ล้วนบ่งชี้อย่างชัดเจนว่า ในการจัดทำเอฟทีเอของไทย มีกมีเรื่องผล
ประโยชน์ทับซ้อนมาเกี่ยวข้อง นักการเมืองที่มุ่งแต่ผลประโยชน์ของพวกพ้องเป็นหลัก
ไม่ยึดผลประโยชน์ของคนส่วนใหญ่เป็นที่ตั้ง ก็ยากที่เอฟทีเอจะบรรลุผลตามเป้าหมาย
ที่วางไว้ และกลุ่มที่ได้รับประโยชน์โดยตรงก็มิใช่กล่มเกษตรกรที่เป็นคนส่วนใหญ่ของ
ประเทศ หากแต่เป็นกล่มบุคคลที่หวังกอบโกยผลประโยชน์เพื่อ ครอบครัว ญาติพี่น้อง
และพรรคพวก ที่แฝงตัวอยู่ในคณะบริหารบ้านเมืองนั่นเอง....
CCF15112552_00001 [640x480].jpg
(59.7 KiB) Downloaded 750 times
CCF15112552_00000 [640x480].jpg
(57.7 KiB) Downloaded 750 times
User avatar
bird
 
Posts: 1426
Joined: Wed Apr 01, 2009 1:25 pm

Re: เค้าลางแห่งความเลวร้าย...แม้ว

Postby paitoon1 » Sun Nov 15, 2009 2:26 pm

:D :D :D :D
User avatar
paitoon1
 
Posts: 4
Joined: Sun Nov 15, 2009 1:34 pm

Re: เค้าลางแห่งความเลวร้าย...แม้ว

Postby bird » Sun Nov 15, 2009 2:35 pm

๓ โค้งอันตราย "ทักษิณ ๒"

อีกหนึ่งบทวิเคราะห์ที่น่าอ่าน ขออนุญาติบทความจาก "ฐานเศรษฐกิจ" ฉบับที่ ๑๙๘๒
ลงวันที่ ๑๒ กพ. ๒๕๔๘ ความว่า

ล้อมกรอบ ชี้ ๓ โค้งอันตราย ๔ ปี "ทักษิณ ๒"

นายไกรศักดิ์ ชุณหะวัณ ประธานคณะกรรมาธิการ การต่างประเทศ วุฒิสภา แสดงทัศนะ
ผ่าน "ฐานเศรษฐกิจ" เกี่ยวกับภาพการเมืองไทยภายใต้การบริหารของรัฐบาลไทยรักไทย
ในอีก ๔ ปีข้างหน้า ท่ามกลางความกังวลของหลายฝ่ายว่า จะกลายเป็นรัฐบาลเสียงข้าง
มากเด็ดขาดที่ไม่ฟังเสียงท้วงติงและลอยตัวเหนือการตรวจสอบ ว่า

ต้องให้เวลารัฐบาลทักษิณทำงานสักระยะก่อน แม้ว่าฝ่ายค้านจะมีเสียงจำกัด แต่ถ้ามีคุณ
ภาพแล้ว เมื่อร้องในสภาไม่ได้ก็ต้องร้องนอกสภา โดยเชื่อว่า สื่อมวลชนจะเป็นเครื่องมือ
ตรวจสอบที่สำคัญของประชาชน พร้อมเสนอช่องทางตรวจสอบรัฐบาลโดยให้นักวิชาการ
หรือสื่อมวลชน ต้องยกระดับการวิพากษ์วิจารณ์ให้สูงขึ้นด้วย

แต่ในอีก ๔ ปีเต็มจากนี้ไป พ.ต.ท.ทักษิณจะเป็นผู้กุมหางเสือนำทางประเทศไทยด้วย
ความฮึกเหิมยิ่งขึ้นในความสำเร็จจากการเลือกตั้ง ว่ามีชาวบ้านสนับสนุนล้นหลาม เดิน
หน้าผลักดันนโยบายที่ยังความความเห็นที่ขัดแย้งรุนแรง โดยอิงฉันทานุมัติจากการ
เลือกตั้ง มี "โค้งอันตราย" ตรงไหนบ้างบนเส้นทาง ๔ ปีรัฐบาลทักษิณ ๒ เรื่องนี้
อ.ไกรศักดิ์ชี้ว่ามี ๓ เรื่องหลักคือ

๑) เปิดFTA เกษตรไทยจุกอก

เวลานี้ไม่สามารถมองแบบชัดเจนได้ทั้งหมด แต่การกลับมาของนายกฯทักษิณ นโยบาย
คงไม่เปลี่ยนมากมายนัก ในเวลาเดียวกันเรื่องเกี่ยวกับเศรษฐกิจต้องดูว่า เศรษฐกิจยุค
ทักษิณ เป็นเศรษฐกิจเปิดมาก เช่น เรื่อง FTA เป็นต้น ทั้งยังเป็นการเปิดเสรีในภาคที่
เปราะบางมากที่สุด คือภาคเกษตร ประเทศอื่นจะเปิดเสรีการค้าในภาคที่แข็งแรง

แต่เราไปเปิดในภาคอ่อนที่อ่อนแอ โดยหวังจะให้ภาคที่แข็งแรง คือส่งออก อุตสาหกรรม
มันคล่องตัวขึ้น ซึ่งเมื่อเปิดเสรีมากขึ้นดันการขยายตัวมากขึ้น รัฐบาลก็ต้องเร่งผลิต เร่งส่ง
ออก ซึ่งรัฐต้องสนับสนุนด้านการเงินต่าง ๆ ผมไม่แน่ใจว่ามันจะรักษาพลวัตรได้ตลอดไป
หรือไม่ เป็นอันตรายข้อแรก

ดูเหมือนว่าคุณทักษิณแทบจะทิ้งภาคเกษตรเลย เพื่อแลกผลประโยชน์ด้านการส่งออก
อย่าลืมว่ากุ้งและไก่ ที่เป็นฐานการส่งออกที่ใหญ่ที่สุดนั้นมีปัญหาไม่จบสิ้นทั้งคู่ การไป
พูดเรื่องจีเอ็มโอเวลานี้ก็จบไปแล้ว เรื่องผลไม้ถูกอียูโจมตีอย่างหักหน่วง มะละกอเกือบ
จะหายจากตลาดไปเลย เหลืออุตสาหกรรมส่งออกที่เน้นเครื่องใช้ไฟฟ้าและรถยนต์ จน
มียอดการส่งออกเพิ่มขึ้นอย่างสม่ำเสมอ แต่การผลิตสินค้าพวกนี้ต้องนำเข้าวัตถุดิบหรือ
เครื่องจักรกลเข้ามาด้วยอย่างมหาศาล จนเวลานี้เกิดภาวะขาดดุลการค้าขึ้นมาแล้ว

เรื่อง FTA จะแก้ไขได้ถ้าคุณทักษิณยอมกลืนน้ำลายตัวเอง ถ้าไม่ทำอย่างนี้ไปไม่รอด
เพราะต้องแก้กฎหมาย ซึ่งทางสหรัฐฯแจ้งมาแล้วว่าต้องแก้ไขกฎหมายแรงงาน กฎหมาย
ทรัพย์สินทางปัญญาให้เขา ต้องใช้หลักเกณฑ์เดียวกับของสหรัฐฯ ที่คุณทักษิณบอกว่า
ไม่ต้องผ่านรัฐสภาเพราะไม่มีการแก้ไขกฎหมาย สหรัฐฯก็ยืนยันมาแล้วว่าเราต้องแก้กฎ
หมายก่อน ต้องเข้าสภาก่อน ไม่อย่างนั้นก็จะไม่ลงนามกับเรา ซึ่งจะว่าไปก็อาจเป็นผลดี
กับเราก็เป็นได้

ต่อไปเรื่องการลงทุนโดยเฉพาะภาคบริการ ได้เปิดประตูให้ต่างชาติเขมือบแบงก์ เพราะ
๔๐% อยู่ในเมือต่างชาติ หมดแล้ว ยาต้องแพงขึ้น ภาคเกษตรต้องเผชิญหน้ากับการทะ
ลักทลาย เนื่องจากสหรัฐฯเข้ามา ที่เราคุมโควต้าออสเตรเลีย แต่เมื่อมาเปิดกับสหรัฐฯ
ก็ให้สหรัฐฯอีก สรุปว่ามีโควต้า แต่ก็เพิ่มจำนวนรวมมากขึ้นอยู่ดี

ในยุค ๔ ปีของรัฐบาลทักษิณ ๑ ยังเป็นช่วงเศรษฐกิจโลกขยายตัว แต่เวลานี้เศรษฐกิจ
โลกเข้าสู่วงจรขาลง ปัญหาราคาน้ำมันแพงที่สูงเป็นประวัติการณ์และยาวนานอย่างไม่
เคยปรากฎมาก่อนในรอบเกือบยี่สิบปี ค่าเงินสหรัฐฯก็กลับมาอ่อนค่าลงอีก นั่นหมาย
ความว่าการนำเข้าวัตถุดิบหรือเครื่องจักรกลเพื่อเร่งการผลิตเพื่อส่งออกของเรา จะยิ่ง
ทำให้ต้องสูญเสียเงินตราต่างประเทศมากขึ้น การขาดดุลการค้าเพิ่มมากขึ้น ภาคเกษตร
ของเราจะยิ่งรับภาระหนักมากขึ้น

๒) ติดกับนโยบาย"เสพติดเงิน"

ต่อเนื่องกับสถานการณ์โลก ภายในประเทศเองก็มีภาวะติดกับนโยบายของตัวเอง เป็น
โค้งอันตรายที่ ๒ เมื่อรัฐบาลผลักดันนโยบายประชานิยมที่ต้องใช้จ่ายเงินกันอย่างเดียว
โดยที่แทบจะไม่มีรายได้เข้ามา ซึ่งปรากฎหนักในภาคการเกษตร ที่รัฐบาลให้นโยบาย
ใช้เงินกระตุ้นเฉพาะหน้า แทนที่จะผลักดันให้เกษตรกรพ้นจากอิทธิพลของรรษัทข้าม
ชาติยักษ์ใหญ่ และหันไปสู่การผลิตที่มีคุณภาพและยั่งยืน

เป็นความจริงในด้านการเงิน รัฐสนับสนุนด้านการส่งออกจริง ในภาคบริการ เช่น โรงแรม
สปา สาธารณสุขเอกชน โครงการใหญ่ ๆ อย่างรถไฟลอยฟ้า รถไฟใต้ดิน ได้การสนับ
สนุนจากรัฐอย่างชัดเจน แต่ภาคเกษตรไม่ใช่ ยังติดปัญหา ได้เงินสนับสนุนน้อยมาก เรา
ไม่สามารถปรับปรุงระบบราชการได้สักที

เรื่องการอุดหนุนสินค้าเกษตรบางตัว อย่างเช่นลำไย เขาอาจสนับสนุนด้านขนส่ง แต่พอ
ถึงปลายทางของหาย ผลไม่มีคนรับผิดชอบ แต่เราไปเน้นการตรวจสอบจนผักผลไม้เรา
หายไปจากตลาดเพราะตรวจถี่ยิบ แทนที่จะให้การตรวจสอบไปอยู่ที่ประเทศอื่น เรามา
ตรวจของเราเอง เพิ่มค่าใช้จ่ายของเราเอง ทางจีนก็ยังไม่ยอมยกเลิกมาตรการกีดกันที่
ไม่ใช่ภาษี ( Non Tariff barrier ) คือ มีทั้งภาษีมูลค่าเพิ่ม การตรวจอีกรอบ และการ
กีดกันอื่น ๆ ที่ยังไม่หายไปจากการประท้วงของผู้ส่งออก

ในระยะยาวมีหลายเรื่อง ไม่ใช่เรื่องเงินอย่างเดียว ตั้งแต่ ส.ป.ก.มีปัญหาในยุคประชา
ธิปัตย์ไม่มีใครแตะเลย ที่ดินเป็นเรื่องใหญ่ที่สุดในภาคเหนือ ทุกจังหวัดไม่มีที่ไหนที่ไม่
มีการเช่าที่ดิน ที่ทำกินขาดแคลนที่สุด มีแต่การแปลงสินทรัพย์เป็นทุน จะไปแปลงอย่าง
ไรในเมื่อไม่มีที่ดินแล้ว ก็แปลงให้เฉพาะคนมีเงินแล้ว

เวลานี้รัฐบาลจะติดกับนโยบายของตนเอง เพราะการจ่ายอย่างเดียว โดยไม่มีรายได้เข้า
มาเลย โดยเฉพาะในภาคเกษตร แทนที่จะมองในระยะยาวเรื่องการปฏิรูปที่ดิน การดิ้น
เพื่อให้หลุดจากการครอบงำของบริษัทข้ามชาติยักษ์ใหญ่ อย่างมอนซานโต เพื่อเป็น
เกษตรคุณภาพ นายกฯแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าเรื่องเงินมากไปหน่อย

อย่างไรก็ตามมี ๓-๔ โครงการที่ใช้เงินเรื่อยๆ แต่ไม่สามารถหารายได้เข้ามา คือ
โครงการ OTOP โครงการ SMEs , กองทุนหมู่บ้าน SML และแปลงสินทรัพย์เป็นทุน
โครงการเหล่านี้ต้องใช้เงินหลายหมื่นล้านบาท ความจริงเราก็โทษคุณทักษิณโดยตรง
ก็ไม่ได้ เพราะเราไม่มีกำลังเพียงพอ ที่จะมาคิดจริง ๆ

ต้องปฏิเสธบรรษัทข้ามชาติยักษ์ใหญ่ ที่การผลิตเขาทำลายสิ่งแวดล้อมมาก การแก้ปัญ
หาแบบเอาปูนฉาบเอาสีทากันไปเรื่อย ๆ ก็ต้องตามแก้ปัญหา มันพลาดแต่แรกแล้ว คุณ
ทักษิณอาจจะต้องคิดให้ลึกมากกว่านี้ ว่าจะมีลู่ทางยกระดับชาวบ้านขึ้นมาอย่างไร แต่แก
เอาปูนฉาบเอาสีทาจนเปราะทั้งตัว

แล้วตลาดแข่งขันสูงมาก มันดีสำหรับการบริโภค แต่มันเป็นแค่ส่วนยอดของคนจนเท่า
นั้น ที่การบริโภคสูงขึ้น แต่ที่อันตรายที่สุด เป็นไปได้อย่างไร อยู่มา ๔ ปี หนี้ของชาวบ้าน
เพิ่มขึ้นตั้ง ๖๐% ไม่เคยปรากฎมาก่อน สมัยนายกฯทักษิณเติบโตเร็วที่สุด
แต่รายได้ส่วน
ใหญ่ก็เพิ่ม แต่เพิ่มไม่สม่ำเสมอ หมายความว่ารายได้ภาคอุตสาหกรรมและการเกษตร
เพิ่มขึ้นช้ามาก

เรื่องชลประทานทางท่อ ๒ แสนล้านจะเป็นการวางโครงสร้างขั้นพื้นฐาน ครั้งใหญ่หรือ
เปล่า ผมไม่เคยเชื่อว่าการวางโครงสร้างขั้นพื้นฐาน ได้ผลจุดหนึ่งแต่จะริดรอนทรัพยา
กรอีกแห่งหนึ่งไป ต้องระวังถ้ามองไม่ละเอียด สนใจแต่เรื่องท่อใหญ่ๆ ปูน เหล็ก โครง
สร้าง อันตราย

โดยเฉพาะภาคเหนืออันตรายมาก รัฐบาลนี้เป็นรัฐบาลที่เกือบจะบีบบังคับให้หน่วยงาน
ราชการรัฐวิสาหกิจหาโครงการใหญ่ ๆ มาตลอด ไม่ว่ามันจะบ้าระห่ำอย่างไรก็ตาม ใน
บางเรื่อง เช่น การไฟฟ้าจะสร้างเขื่อนที่สาละวิน ทั้ง ๆ ที่เรายังไม่รู้ว่ารัฐบาลพม่ามีใคร
เป็นนายกฯกันแน่ และถ้าสร้างอำเภอปาย(จ.แม่ฮ่องสอน)ต้องจมน้ำไปครึ่งอำเภอ

๓) คนไทยไม่ยี่หระประโยชน์ทับซ้อน

โค้งอันตรายที่ ๓ ก็คือเรื่องของผลประโยชน์ทับซ้อน หรือการกำหนดนโยบายเพื่อเอื้อ
ประโยชน์คนใกล้ชิดวงในรัฐบาล ซึ่งในเรื่องนี้คนชั้นกลางก้าวหน้าเริ่มอึดอัดและปลุก
กระแสขึ้นมา แต่ผลการเลือกตั้งครั้งนี้ก็เห็นชัดแล้วว่า คนไทยส่วนใหญ่ไม่เห็นว่าเรื่องนี้
เป็นปัญหา จึงได้เลือกไทยรักไทยมาขนาดนี้

เนื่องจากระดับรายได้ของคนส่วนใหญ่ยังต่ำมาก แต่มันจะเริ่มส่งผลให้เราเห็นในระยะ
ต่อไป เพราะการสะสมทุนจะไปกระจุกอยู่ในคนไม่กี่ครอบครัวไม่กี่ตระกูลในคณะรัฐ-
มนตรี โดยแสดงออกมาในรูปของความมั่งคั่งของ Corporate Earning
มีการใช้เส้น
สายทางการเมืองเพื่อเอื้อธุรกิจกันอย่างหนาแน่น หากคนเกิดความรู้สึกเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ
ว่าไม่ได้รับความเป็นธรรม ก็น่าเป็นห่วง

ช่องทางที่จะตรวจสอบรัฐบาล ในสถานการณ์ที่ฝ่ายค้านอ่อนแอ ฝ่ายค้านจะมีจำนวน
มากหรือน้อยไม่สำคัญ ถ้าน้อยคนเขาอาจจะประสานกันอย่างดีขึ้น เพราะเวลานี้พรรค
ชาติไทย หรือมหาชนต้องเป็นฝ่ายค้านแน่ ๆ ไม่มีทางถูกดูดเป็นรัฐบาล ผมมองว่ารัฐ
ธรรมนูญ เปิดช่องให้เป็นเผด็จการรัฐสภา โดยอ้างความแข็งแรงของระบอบประชาธิป
ไตย
เมื่อฟ้องรัฐสภาไม่ได้ก็ต้องฟ้องสื่อมวลชน เชื่อว่าต่อไปสื่อมวลชนจะเป็นเครื่อง
มือของประชาชนในการตรวจสอบรัฐบาล

ขณะเดียวกันคำถามคือ สื่อมวลชนต้องปรับตัวเองด้วย ต้องให้เวลากับคุณทักษิณ
ว่าจะปรับปรุงเปลี่ยนแปลงอะไรบ้าง ที่ว่าจะเปิดโอกาสให้ประชาชน และนักวิชาการ
มีส่วนร่วมมากขึ้น จะเป็นอย่างไร มาถึงขั้นนี้เราต้องพยายามทำให้พ.ต.ท.ทักษิณฟัง
เราให้มาก
เราต้องมีอะไรให้เขาด้วย ต้องมองการพัฒนาที่ยั่งยืนจริงๆ ไม่ใช่วิจารณ์กัน
โดยไม่มีเนื้อหารองรับ ต้องยกระดับการวิพากษ์วิจารณ์ขึ้น

เป็นอีกหนึ่งบทวิเคราะห์ ที่รัฐบาลในขณะนั้นควรจะฟัง แต่โดยวิสัยของผู้นำที่ต้องอยู่
ในภาวะคลั่งอำนาจ ประเภทวันแมนโชว์ แล้ว บทความนี้ก็ไร้ซึ่งความหมาย หาอยู่ใน
โสตประสาทของอดีตผู้นำ รากหญ้าในสายตาของท่านผู้นำ จึงยังตกอยู่ในภาวะของ
ความยากจน แบกรับภาระหนี้ที่เพิ่มสูงขึ้น อันเป็นผลมาจากนโยบายขายฝัน แล้วใคร
จะเป็นผู้รับผิดชอบ......
User avatar
bird
 
Posts: 1426
Joined: Wed Apr 01, 2009 1:25 pm

Re: เค้าลางแห่งความเลวร้าย...แม้ว

Postby แดง ขาว น้ำเงิน » Sun Nov 15, 2009 6:33 pm

แหมเสียดายที่เอาไปโพสต์ดันถูกลบ เหลืออยู่บอร์ดเดียว คนวิว 600 กว่าแระ สำหรับบอร์ดเล็กๆ ;)
"ผู้ที่ใช้สติปัญญาไม่เป็น คือคนโง่ ผู้ที่ไม่กล้าใช้สติปัญญา คือทาส" เพลโต้
User avatar
แดง ขาว น้ำเงิน
Moderator
 
Posts: 4943
Joined: Thu Feb 12, 2009 4:07 pm
Location: Earth

Re: เค้าลางแห่งความเลวร้าย...แม้ว

Postby bird » Sun Nov 15, 2009 8:57 pm

แดง ขาว น้ำเงิน wrote:แหมเสียดายที่เอาไปโพสต์ดันถูกลบ เหลืออยู่บอร์ดเดียว คนวิว 600 กว่าแระ สำหรับบอร์ดเล็กๆ ;)


ว่าแต่โพสต์เว็บไรค่ะ ถึงถูกลบ แล้วเค้าลบทำไมค่ะ

อยากรู้นะ ช่วยบอกหน่อย pm ก็ได้ค่ะ จะได้แก้ไข :mrgreen: :mrgreen:
User avatar
bird
 
Posts: 1426
Joined: Wed Apr 01, 2009 1:25 pm


Re: เค้าลางแห่งความเลวร้าย...แม้ว

Postby แดง ขาว น้ำเงิน » Mon Nov 16, 2009 11:36 am

bird wrote:
แดง ขาว น้ำเงิน wrote:แหมเสียดายที่เอาไปโพสต์ดันถูกลบ เหลืออยู่บอร์ดเดียว คนวิว 600 กว่าแระ สำหรับบอร์ดเล็กๆ ;)


ว่าแต่โพสต์เว็บไรค่ะ ถึงถูกลบ แล้วเค้าลบทำไมค่ะ

อยากรู้นะ ช่วยบอกหน่อย pm ก็ได้ค่ะ จะได้แก้ไข :mrgreen: :mrgreen:


WM ใจฝ่อครับ :lol: :lol: :lol: :lol:

อีกบอร์ดที่ขอนแก่นก็ที่ WM ถูกข่มขู่ไงครับ เลยลบไปทั้งบอร์ดเลย :evil:
"ผู้ที่ใช้สติปัญญาไม่เป็น คือคนโง่ ผู้ที่ไม่กล้าใช้สติปัญญา คือทาส" เพลโต้
User avatar
แดง ขาว น้ำเงิน
Moderator
 
Posts: 4943
Joined: Thu Feb 12, 2009 4:07 pm
Location: Earth

Re: เค้าลางแห่งความเลวร้าย...แม้ว

Postby overtherainbow » Mon Nov 16, 2009 1:32 pm

แดง ขาว น้ำเงิน wrote:
bird wrote:
แดง ขาว น้ำเงิน wrote:แหมเสียดายที่เอาไปโพสต์ดันถูกลบ เหลืออยู่บอร์ดเดียว คนวิว 600 กว่าแระ สำหรับบอร์ดเล็กๆ ;)


ว่าแต่โพสต์เว็บไรค่ะ ถึงถูกลบ แล้วเค้าลบทำไมค่ะ

อยากรู้นะ ช่วยบอกหน่อย pm ก็ได้ค่ะ จะได้แก้ไข :mrgreen: :mrgreen:


WM ใจฝ่อครับ :lol: :lol: :lol: :lol:

อีกบอร์ดที่ขอนแก่นก็ที่ WM ถูกข่มขู่ไงครับ เลยลบไปทั้งบอร์ดเลย :evil:

ทำเป็นฟอร์เวิรฺิ์์์ืืืดเมลไง้
User avatar
overtherainbow
 
Posts: 3123
Joined: Sat Dec 27, 2008 12:36 pm

Re: เค้าลางแห่งความเลวร้าย...แม้ว

Postby bird » Mon Nov 16, 2009 2:28 pm

overtherainbow wrote:
แดง ขาว น้ำเงิน wrote:
bird wrote:
แดง ขาว น้ำเงิน wrote:แหมเสียดายที่เอาไปโพสต์ดันถูกลบ เหลืออยู่บอร์ดเดียว คนวิว 600 กว่าแระ สำหรับบอร์ดเล็กๆ ;)


ว่าแต่โพสต์เว็บไรค่ะ ถึงถูกลบ แล้วเค้าลบทำไมค่ะ

อยากรู้นะ ช่วยบอกหน่อย pm ก็ได้ค่ะ จะได้แก้ไข :mrgreen: :mrgreen:


WM ใจฝ่อครับ :lol: :lol: :lol: :lol:

อีกบอร์ดที่ขอนแก่นก็ที่ WM ถูกข่มขู่ไงครับ เลยลบไปทั้งบอร์ดเลย :evil:

ทำเป็นฟอร์เวิรฺิ์์์ืืืดเมลไง้


รายงานตัวค่ะ..

สงสัยคงต้อง ลงรายละเอียดให้ลึกกว่านี้อีกใช่มั้ยค่ะ

เบิร์ด ตั้งใจว่าถ้าครบ ๑๐๐ เมื่อไหร่ จะจัดพิมพ์เป็นเล่ม

แล้วแจกฟรี พร้อมจัดส่งถึงบ้านค่ะ :mrgreen: :mrgreen:
User avatar
bird
 
Posts: 1426
Joined: Wed Apr 01, 2009 1:25 pm

Re: เค้าลางแห่งความเลวร้าย...แม้ว

Postby bird » Mon Nov 16, 2009 3:36 pm

อวสาน แบรนด์ทักษิณ

ขออนุญาตินำเสนออีกหนึ่งบทความ จาก Positioning Magazine (ตุลาคม ๒๕๔๙)
บทความ จาก Good Product สู่อวสาน “แบรนด์ทักษิณ” โดย วัฒนะชัย ยะนินทร
ความว่า

แม้ครั้งหนึ่งในยุคพรรคไทยรักไทยฟีเวอร์ “ทักษิณ ชินวัตร” เปรียบเหมือนสินค้าชั้นดี
มีคุณภาพ หรือนักการตลาดเรียกว่า Good Product แต่เมื่อวันเวลาเปลี่ยนผ่าน หาก
เจ้าของสินค้าไม่สามารถรักษาความแบรนด์ชั้นดีให้ดำรงอยู่ได้ ด้วยปัญหาทั้งจากความ
ไม่ซื่อตรงต่อผู้ผลิต ความไม่โปร่งใสในกระบวนการผลิต หรือปัญหาความบกพร่องของ
คนในบริษัทผู้ผลิตเองก็ตาม ล้วนเป็นที่มาถึงความล่มสลายของแบรนด์ทักษิณ ชินวัตร
และพรรคไทยรักไทย กลายเป็น Bad Product ที่ต่อให้เซียนนักการตลาดกี่ร้อยกี่พัน
คนก็คงช่วยไม่ได้

ผลผลิตประชานิยม สร้าง Good Product

Product = ขายสินค้าชั้นดี

ภาพลักษณ์ของ “ทักษิณ ชินวัตร” ตั้งแต่การเข้ามารับตำแหน่งนายกรัฐมนตรีสมัย
แรก เมื่อปี ๒๕๔๔ ต้องยอมรับอย่างหนึ่งว่า ขณะนั้น “ตัวตนของทักษิณ” เป็นที่
ยอมรับกันอย่างกกว้างขวางในสังคมไทยช่วงเวลานั้น

ดร.เสรี วงมณฑา นักวิชาการด้านการตลาด เปรียบทักษิณในช่วงยุครัฐบาลทักษิณ ๑
ว่า เป็นเหมือน Good Product หรือสินค้าชั้นดี ชั้นเยี่ยม จากภาพความเป็นนักธุรกิจที่
ประสบความสำเร็จ เคยสอบได้ที่หนึ่งของโรงเรียนนายร้อยตำรวจ อดีตนักเรียนทุน
รัฐบาล จบระดับด็อกเตอร์ ร่ำรวยมีเงินนับหมื่นล้าน ทักษิณจึงถือเป็นสินค้าที่มีคุณภาพ
และเข้ามาในยุคตลาดเมืองไทย สังคมไทยมีความต้องการสินค้าประเภทนี้อย่างมาก

มากไปกว่านั้น ในยุครัฐบาลทักษิณ๑ ภาพจิ๊กซอว์ที่เป็นจุดส่งเสริม คือ การดึงคนที่
ภาพลักษณ์ดีๆ อย่างเช่น ดร.สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ มาร่วมงาน ทำให้ภาพลักษณ์ของ
แบรนด์ของทักษิณได้รับความน่าเชื่อถือดียิ่ง เป็นสินค้าเสริมชั้นยอดที่ทำให้ภาพ
ลักษณ์น่าเชื่อถือมากขึ้น


ไม่เพียงแค่สินค้าที่มาจากคน การผลิตสินค้าใหม่ๆ ในรูปแบบของการคลอด นโยบาย
ประชานิยมต่างๆ เช่น โครงการ ๓๐ บาทรักษาทุกโรค, กองทุนหมู่บ้าน กลายเป็นจุด
เด่นของรัฐบาลยุคทักษิณ ซึ่งนักวิชาการหลายคนเรียกว่า เป็นนโยบายเชิงมาร์เก็ตติ้ง
ชั้นยอดของพรรคไทยรักไทย ที่ศึกษาจากตลาดเป็นอย่างดีว่าประชาชนต้องการอะไร
แล้วผลิตขึ้นมาตามต้องการ

การผลิตโครงการประชานิยมใหม่ๆ ยังกลายเป็นจุดขายสำคัญ ซึ่งถือเป็นส่วนหนึ่งของ
ผลแห่งชัยชนะอย่างถล่มทลาย ในการคว้าที่นั่ง ส.ส. มาได้ถึง ๓๗๗ ที่นั่งในการเลือก
ตั้งในวันที่ ๖ ก.พ. ๔๘ เดินหน้าสู่รัฐบาลทักษิณ ๒ อย่างต่อเนื่อง เช่น โครงการแจก
โคล้านครอบครัว โครงการรับซื้อหนี้เกษตรกรจากธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์
(ธ.ก.ส.) เพื่อแก้ปัญหาหนี้สินของเกษตรกร เป็นต้น

ในขณะนั้นวิธีขายสินค้า หรือการทำตลาดของรัฐบาลทักษิณ นับเป็นมีความโดดเด่น
ที่พรรคการเมืองอื่นๆไม่เคยทำมาก่อน การทำการตลาดกลายเป็นอาวุธสำคัญในการ
สร้างผลคะแนนนิยมทางการเมืองอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะการใช้รูปแบบเจาะตลาด
แบบ นีช มาร์เก็ตติ้ง สนองตามความต้องการของกลุ่มคนต่างๆ เช่น ลดค่าทางด่วน
ดอนเมืองโทลล์เวย์ให้กับคนกรุงเทพฯ เหลือ ๒๐ ตลอดสาย ในช่วงปลายปี ๒๕๔๗
(จากเดิมต้องเก็บ ๕๓ บาท) การพักหนี้เกษตรกร สำหรับชาวบ้านในเขตชนบท ฯลฯ

จะเห็นชัดว่า การสร้างและขายสินค้าของระบอบทักษิณ เป็นมาร์เก็ตติ้งเชิงรุก ที่ยัง
ไม่เคยมีพรรคการเมืองใด กระทำมาก่อน เป็นการสร้างแบรนด์ทักษิณและพรรค
ไทยรักไทยอย่างได้ผล

Price = กลยุทธ์ราคาถูก

การใช้กลยุทธ์ราคาถูก ผ่านวิธีลดภาระให้กับประชาชน เช่น การลดภาษี นับเป็นอีก
หนึ่งกลยุทธ์สำคัญในการใช้หลักมาร์เก็ตติ้ง เป็นจุดขยายตลาดความนิยมของวิธีการ
บริหารของระบบทักษิณ

อย่างกรณีของลดภาษีการโอนบ้านในช่วงมาตรการฟื้นตลาดอสังหาริมทรัพย์ ทำให้ผู้
ซื้อบ้านมีภาระที่น้องลง หรือการลดภาษีดอกเบี้ยเงินฝากประจำ ๑ ปี ให้กับผู้เกษียณ
อายุราชการ เป็นต้น เป็นภาพที่สะท้อนถึงใช้กลยุทธ์ราคาถูกมาเครื่องมือในการทำ
ตลาด

“รัฐบาลทักษิณพยายามทำให้สินค้าที่เกี่ยวเนื่องกับการใช้ชีวิตของคนไทย
เป็นสินค้าราคาถูก แต่เป็นสินค้ามีคุณภาพ ทำให้ Product และ Price
เกี่ยวเนื่องกันไป”
ดร.เสรี วงมณฑา อธิบาย

Place = ร้านความสะดวกซื้อ ๒๔ ชม.

ความโดดเด่นของรัฐบาลทักษิณ หากมองในรูปของความสะดวกในการเข้าถึง นับเป็น
พรรคการเมืองที่สาขากระจายอยู่ในต่างจังหวัดมากที่สุดทั่วประเทศไทย มีสมาชิกเป็น
จำนวนมาก ทำให้ประชาชนเข้าถึงได้ง่าย

ดร.เสรี เปรียบสาขาของพรรคไทยรักไทย ว่า ไม่ต่างอะไรจาก 7-eleven ที่กระจาย
อยู่ทุกชุมชน ตั้งกระจายอยู่ทั้งในกรุงเทพฯและต่างจังหวัด บางจังหวัดแถบจะเป็นพื้นที่
สาขาของไทยรักไทยอย่างเดียว ไม่มีส.ส.พรรคอื่นเลย ดังนั้นจุดเด่นของพรรคไทยรัก
ไทยจึงเป็นพรรคที่มีสถานที่ในการเข้าถึงได้ง่าย โดดเด่นกว่าพรรคอื่นๆ

ขณะเดียวกัน การทำ “ครม.สัญจร” ถือเป็นการบริการเคลื่อนที่ คล้ายกับการโปรโมต
สินค้าการตลาดอย่างหนึ่ง ที่มีรถโมบายเคลื่อนที่ไปตามจุดต่างๆ ทั่วประเทศ

การเดินทางไปประชุมนอกสถานที่ของ ครม.สัญจร จึงกลายเป็นจุดที่ประชาชนสามารถ
เข้าถึงตัวแทนของรัฐบาลในการเรียกร้องเรื่องปัญหาความทุกข์ยากได้ เป็นกลยุทธ์ที่
พรรคไทยรักไทย เชื่อมั่นสามารถสร้างคะแนนเสียงทั้งจากการขายสินค้าผ่านการประ
ชาสัมพันธ์ผลงานผ่านทีวีถ่ายทอดสด และเข้าถึงพื้นที่ได้โดยตรง

Promotion- IMC เต็มรูปแบบ

การใช้วิธี Promotion หรือการประชาสัมพันธ์ และการลดแลกแจกแถมดังกล่าวนับเป็น
ความโดดเด่นที่สุดในการใช้เป็นหลักการบริหารงานของระบบทักษิณ

หลักวิธีประชาสัมพันธ์ ระบบทักษิณได้ใช้วิธีการประชาสัมพันธ์โดยตรง ผ่านตัวพรรค
ไทยรักไทยโดยตรง และการประชาสัมพันธ์โดยอ้อม ผ่านกระทรวงต่างๆ ซึ่งคนในพรรค
ไทยรักไทยต่างเป็นเจ้ากระทรวง ล้วนเป็นกลยุทธ์ที่ดำเนินมาอย่างต่อเนื่องตั้งทักษิณ ๑
มาถึงทักษิณ ๒

ที่สำคัญรัฐบาลทักษิณเป็นรัฐบาลที่ใช้ IMC (Integrated Marketing Communication)
เต็มรูปแบบอย่างยิ่ง ทำทั้งการโฆษณาประชาสัมพันธ์ผ่านสื่อป้าย บิลบอร์ด ฟรีทีวีทุก
ช่อง เว็บไซต์พรรคไทยรักไทย และเว็บกระทรวงต่างๆ และที่เข้าถึงครัวเรือนทุกบ้าน
คือ การจัดรายงาน “นายกฯทักษิณพบประชาชน” ทางวิทยุ ทุกๆ วันเสาร์

นอกจากนี้การจัดอีเวนต์แบบ Below the line ด้วยการจัดอีเวนต์ต่างๆ ทั่วประเทศ เช่น
การจัดมหกรรมกินไก่ ในช่วงไข้หวัดนก เพื่อลดภาพปัญหาการแก้ปัญหาไข้หวัดนก
ระบาด งานจากรากหญ้าสู่รากแก้ว ที่จัดขึ้นปลายปี ๒๕๔๗ เพื่อหวังโชว์ผลงานก่อน
การเลือกตั้งเมื่อวันที่ ๖ ก.พ. ๔๘

รวมทั้งการพรีเซนต์ผลงานผ่านการสัมภาษณ์ตัวรัฐมนตรีในกระทรวงต่างๆ ที่มีเทคินิค
ต่างๆ กันไป ในการยกผลงานรัฐบาลทักษิณออกมาโชว์ผ่านบทความ ผ่านสื่อทุกแขนง

จุดล่มสลายทักษิณ

People= ทำลายทักษิณ

People ตัวนี้ถือเป็นตัวค่อยๆ ทำลายภาพลักษณ์ของคำว่า Good Product อย่างรุนแรง
โดยเฉพาะในยุครัฐบาลทักษิณ ๒ ปัญหาเรื่องคน ถือว่าเด่นชัด และกัดกร่อนแบรนด์
ทักษิณและพรรคไทยรักไทยอย่างยิ่ง

“เหมือนบริษัทธุรกิจทักษิณ ถ้าเกิดเรื่องบุคลากรในบริษัทไม่ดี เช่น ฝ่ายจัดส่ง
สินค้าไม่ดี ขี้โกง ยามรักษาความปลอดภัยนิสัยไม่ดี วันหนึ่งบริษัทนี้ก็มีปัญหา
และถ้ารุนแรงก็ต้องปิดบริษัทไปในที่สุด”
ดร.เสรียกตัวอย่าง

ปัญหาของทักษิณ ชินวัตร คือ เขาถูกรายล้อมด้วยบริวารหรือคนไม่ดีมากเกินไป และ
เมื่อคนเหล่านี้ไปกระทำการต่างๆ ที่สังคมหรือคนทั่วไปรับไม่ได้ เช่น คดโกง ใช้อำนาจ
ในทางที่ผิด ยุยงส่งเสริมในทางที่ผิด ทำให้ภาพลักษณ์ของทักษิณ ค่อยๆ เลวร้ายลง
ที่น่าสนใจ คนกลุ่มนี้ก็เป็นคนกลุ่มที่ทักษิณเชื่อ และให้ทำงานอยู่กับตัวทักษิณอย่าง
ใกล้ชิด

Power = บารมีผิดพลาด

หมายถึงการสร้างบารมี จุดนี้เป็นอีกหนึ่งตัวที่มีผลต่อการทำลายภาพลักษณ์ของทักษิณ
อย่างใหญ่หลวง นั่นอาจเพราะทักษิณมีความเชื่อมั่นในตัวเองมากเกินไปว่า เขาเป็น
Good Product ยิ่งนานวันเหมือนตัวทักษิณจะแสดงออกถึงความหยิ่งยโสว่า เขาเป็น
แบรนด์ที่ติดตลาดแล้ว เหนือกว่าแบรนด์อื่นๆ ทำให้เป็นจุดที่เขาเหมือน

“ติดกับดักแห่งความหยิ่งทะนง” และสะดุดตัวเองตายไปในที่สุด

ดังนั้นปรากฏการณ์ในการใช้ Power อย่างผิดพลาด เช่น การให้ส่งเสริมญาติพี่น้อง
พวกพ้อง เข้ามามีอนาจในตำแหน่งต่างๆ ทางการเมืองและราชการ ทำให้ประชาชน
ทั่วไปเริ่มรู้สึกว่า “แบรนด์นี้เริ่มไม่ดี” เกิดความสงสัยในแบรนด์

Personality= บุคลิกภาพบกพร่อง

จากยุคแรกของตัวทักษิณ ที่พยายามขายภาพความเป็น Good Product แต่วันเวลา
ผ่านไป เมื่อเขาอยู่ในภาวะหลงตัวเอง ปัญหาจากบุคลิกภาพที่เขาแสดงออกด้วยการ
หยิ่งทะนง ปากเร็ว ใจเร็ว ชอบดูถูกคนอื่น พูดจายกตนข่มท่าน


เท่านั้นยังไม่พอ บุคลากรรอบข้างทักษิณล้วนแสดงออกถึงความอหังการ โหดร้าย
ปากเสีย ก้าวร้าว ทั้งหมดเป็นการทำลายบุคลิกภาพของแบรนด์ทักษิณและพรรค
ไทยรักไทยดูเพี้ยน บิดเบี้ยว


เหมือนสินค้าตัวหนึ่งที่มีจุดขายหลายๆ ประเด็น แต่มีข้อเสียในประเด็นหลักๆ ย่อมทำให้
สินค้านั้นค่อยๆ เสื่อมความน่าเชื่อถือลงในที่สุด

Positioning ผิดเพี้ยน

การวาง Positioning ของ “ทักษิณ ชินวัตร” อย่างคอนเซ็ปต์ที่วางไว้ว่า

“ตาดูดาวเท้าติดดิน” หมายถึง เขาวางไว้ว่า จะพยายามดูแลกลุ่มคนระดับรากหญ้า
คนจนในสังคมเป็นจุดหลัก แต่การดำเนินการไประยะหนึ่ง พบว่า Positioning ที่วางไว้
ผิดเพี้ยนไปอย่างต่อเนื่อง ทักษิณกลายเป็นภาพของ “กลุ่มทุนนิยมแบบสุดกู่” มีวาระ
ซ่อนเร้นในภาพลักษณ์ของทักษิณตลอดมา ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของผลประโยชน์ทับซ้อน


อย่างเช่น ทักษิณรณรงค์ส่งเสริมโครงการ ๓๐ บาททุกโรค แต่ตัวตนทักษิณก็กว้านซื้อ
โรงพยาบาล หรือทุนในยุคโลกาภิวัตน์ ทักษิณก็พยายามขายธุรกิจสัมปทานให้ต่างชาติ
รวมทั้งปัญหาการเปิดการค้าเสรี หรือ FTA

ล้วนเป็นการใช้คนระดับรากหญ้าเป็นเครื่องมือในการทำตลาดทุนนิยม
ซึ่งครอบงำทำลายความเป็นชุมชนและระบบเศรษฐกิจพอเพียงอย่างย่อยยับ


ภาพสะท้อนที่ออกมา จึงสวนทางกับ Positioning ที่วางไว้

กลับกลายเป็นการใช้รากหญ้าเป็นเครื่องมือ เพื่อผลประโยชน์แก่ตนและครอบครัว

ในที่สุดเมื่อปัญหาหลายๆ ด้านที่เกิดกับแบรนด์ทักษิณมีภาพลบมากขึ้นเรื่อยๆ ความเป็น
Good Product จึงค่อยๆ ลบเลือน และขาดความน่าเชื่อถือในแบรนด์ลง

ในทางทฤษฎีบอกว่า เมื่อสินค้า ก ดีกว่าสินค้า ข อย่างมากมาย ในเวลานั้น คนจะเลือก
ใช้สินค้า ก โดยไม่คำนึงถึงจริยธรรม เหมือนดังเช่นช่วงทักษิณ ๑ จะเห็นชัดว่า คนไม่
สนใจแม้ทักษิณจะมีการข่าวถึงการซุกหุ้นก็ตาม

แต่เมื่อสินค้า ก เริ่มมีปัญหาเรื่องคุณภาพ ปัญหาจริยธรรมจะผุดขึ้นมาโดยธรรมชาติ
เหมือนดังเช่น แบรนด์ทักษิณ ๒ และพรรคไทยรักไทย เมื่อเริ่มมีปัญหา คนจะเริ่มรู้สึก
ถึงรายละเอียดถึงภาพลบที่เกิดขึ้นเรื่อยๆ และจะเข้าไปตรวจสอบ เช่น เงินคงคลังของ
ชาติกำลังจะหมดเพราะโครงการลด แลก แจก แถม หรือปัญหาหนี้สินของประชาชน
เพิ่มขึ้นจากโครงการกองทุนหมู่บ้าน เป็นต้น และในที่สุดความเชื่อมั่นจะลดน้อยลง
และถึงจุดที่ผู้บริโภคไม่ยอมรับ

“เหมือนยุคนี้ รัฐบาลทักษิณพยายามเอาขนมมาล่อ แต่คนส่วนใหญ่ไม่ยอมกินของ
โจรแล้ว”


...ถึงวันนี้ แบรนด์ทักษิณและพรรคไทยรักไทย กลายเป็นสินค้าที่ไม่มีคุณภาพ หรือ
แปรเปลี่ยนเป็น Bad Product ดังนั้น ต่อให้เซียนการตลาดนับร้อยคนพันคน
ก็คงช่วยไม่ได้แล้ว "

สุดแล้วแต่ทุกท่านจะวิเคราะห์ ตามดุลยพินิจ ตามมุมมองของทุกท่าน.....
User avatar
bird
 
Posts: 1426
Joined: Wed Apr 01, 2009 1:25 pm


Re: เค้าลางแห่งความเลวร้าย...แม้ว

Postby ฉิกตี๋ » Mon Nov 16, 2009 8:19 pm

*******************************************************

..สวัสดีครับ คุณน้องเบิร์ด ทีนี้มามองในแง่มุมที่ต่างไปบ้าง

...โครงการทั้งหลายและนโบายหลายอย่าง รวมถึงประชานิยม เป็นโครงการที่ดี มีการใช้งบประมาณอย่างมีประสิทธิภาพ และเป็นความคิดสร้างสรรค์

...ซึงผลของมัน มาถึงปัจจุบัน ภาคธุรกิจและอุตสาหกรรม การค้าทั้งหลาย เราแข็งแกร่งในปัจจุบันได้ เพราะนโยบายเหล่านี้ในอดีตนั่นเอง


..โครงการประชานิยม เป็นก้าวแรกในการนำพา รัฐสู่รัฐสวัสดิการ เป็นการทำให้ชาวบ้านเข้มแข็ง

...ผลเสียมันเกิดจากความโลภและผลประโยชน์ตัวบุคคล ล้วน ๆ อันนี้ไม่ต้องเถียงกัน ประจักษ์ชัด

*********************************************************************************************************************************

..ผมเสียดายนะ โดย Mechanic ของ รฐน. ปี40 สร้างอำนาจนายกได้เข้มแข็ง ซึ่งสามารถบริหารจัดการประเทศได้ อย่างมีประสิทธิภาพ

..Checking & Balance ดีกว่า ปี 50 เอง ซึ่ง

..ปี 50 สร้างอำนาจตุลาการกินแดนอำนาจอื่นเกินไป

...อย่าคิดว่า อำนาจตุลาการปราศจากรัก โลภ โกรธกลัว มันไม่จริงหรอก

..Fake และ ผิดธรรมชาติมนุษย์ สมดุลแห่งสามอำนาจเสียหาย(ผมไม่พูดยั้ง ๆ ไว้นะว่าอำนาจศาล มาจากไหน ดู รฐน. ครับ)

...รฐน. เรา แก้ เพื่อหนีปัญหาหนึ่งไปสู่ปัญหาหนึ่ง จริง ๆ

..เศร้านะ..




............................................................................................................

**คิดภาพน้องเบิร์ดเขียนบทความ ประมาณนี้ มั๊ง :lol: :lol: :lol: :lol: :lol: :lol: เชือด เชือด เชือด :lol: :lol:
Attachments
15401_007.jpg
(29.64 KiB) Downloaded 713 times
“วิธีที่ดีที่สุดในการทำนายอนาคต คือ สร้างอนาคตขึ้นมาเอง”
User avatar
ฉิกตี๋
 
Posts: 712
Joined: Wed Dec 03, 2008 6:52 pm

Re: เค้าลางแห่งความเลวร้าย...แม้ว

Postby bird » Mon Nov 16, 2009 8:23 pm

overtherainbow wrote:พวกเราน่ะรู้แล้ววว
แต่พวกนั้น เมื่อไหร่จะรู้ล่ะเบิร์ด


คงยากค่ะ เพราะเค้าไม่เปิดใจยอมรับอะไรทั้งสิ้น

เค้าเชื่อว่า ความคิดของพวกเค้าถูกต้อง นายใหญ่

เค้าถูกกลั่นแกล้ง ยากที่จะเปลี่ยนความคิดค่ะ

เท่าที่อ่านตามเว็บ เค้าไม่มองอะไรมากไปกว่า นายใหญ่ เค้าถูกเสมอ
User avatar
bird
 
Posts: 1426
Joined: Wed Apr 01, 2009 1:25 pm

Re: เค้าลางแห่งความเลวร้าย...แม้ว

Postby ฉิกตี๋ » Mon Nov 16, 2009 8:27 pm

******************************************************************

**โทษทีครับ อีกนิดส์หนึ่ง

..อยากถามว่า น้องเบิร์ด์ เจ๊ Overtherainbow(อย่าไปชุมนุมกะเขานะครับ เพราะลงท้ายด้วย Bow) :lol: :lol: :lol: :lol: และเพื่อน ๆ ทุกท่าน

..ได้อ่านและหรือกล้าอ่าน The King Never Smile กันหรือไม่ครับ

..อ้อ ไม่ต้องตอบกันก็ได้ครับ....... :D :D :D :D :D

.....................................................................................


*******************************************************************************
“วิธีที่ดีที่สุดในการทำนายอนาคต คือ สร้างอนาคตขึ้นมาเอง”
User avatar
ฉิกตี๋
 
Posts: 712
Joined: Wed Dec 03, 2008 6:52 pm

Re: เค้าลางแห่งความเลวร้าย...แม้ว

Postby bird » Mon Nov 16, 2009 8:36 pm

ฉิกตี๋ wrote:*******************************************************

..สวัสดีครับ คุณน้องเบิร์ด ทีนี้มามองในแง่มุมที่ต่างไปบ้าง

...โครงการทั้งหลายและนโบายหลายอย่าง รวมถึงประชานิยม เป็นโครงการที่ดี มีการใช้งบประมาณอย่างมีประสิทธิภาพ และเป็นความคิดสร้างสรรค์

...ซึงผลของมัน มาถึงปัจจุบัน ภาคธุรกิจและอุตสาหกรรม การค้าทั้งหลาย เราแข็งแกร่งในปัจจุบันได้ เพราะนโยบายเหล่านี้ในอดีตนั่นเอง


..โครงการประชานิยม เป็นก้าวแรกในการนำพา รัฐสู่รัฐสวัสดิการ เป็นการทำให้ชาวบ้านเข้มแข็ง

...ผลเสียมันเกิดจากความโลภและผลประโยชน์ตัวบุคคล ล้วน ๆ อันนี้ไม่ต้องเถียงกัน ประจักษ์ชัด

*********************************************************************************************************************************

..ผมเสียดายนะ โดย Mechanic ของ รฐน. ปี40 สร้างอำนาจนายกได้เข้มแข็ง ซึ่งสามารถบริหารจัดการประเทศได้ อย่างมีประสิทธิภาพ

..Checking & Balance ดีกว่า ปี 50 เอง ซึ่ง

..ปี 50 สร้างอำนาจตุลาการกินแดนอำนาจอื่นเกินไป

...อย่าคิดว่า อำนาจตุลาการปราศจากรัก โลภ โกรธกลัว มันไม่จริงหรอก

..Fake และ ผิดธรรมชาติมนุษย์ สมดุลแห่งสามอำนาจเสียหาย(ผมไม่พูดยั้ง ๆ ไว้นะว่าอำนาจศาล มาจากไหน ดู รฐน. ครับ)

...รฐน. เรา แก้ เพื่อหนีปัญหาหนึ่งไปสู่ปัญหาหนึ่ง จริง ๆ

..เศร้านะ..




............................................................................................................

**คิดภาพน้องเบิร์ดเขียนบทความ ประมาณนี้ มั๊ง :lol: :lol: :lol: :lol: :lol: :lol: เชือด เชือด เชือด :lol: :lol:


น่ากลัวเกินไปแล้วค่ะท่านพี่ น้องออกจะน่ารัก.... :mrgreen: :mrgreen:

นั้นแน่...ไม่กล้าให้เบิร์ดตอบ...กลัวคำตอบหล่ะซี.... :lol: :lol: :lol:

อ่านค่ะ ท่านพี่... แต่ยังอ่านไม่จบ

อ่านได้ทีละนิด :roll:
User avatar
bird
 
Posts: 1426
Joined: Wed Apr 01, 2009 1:25 pm

Re: เค้าลางแห่งความเลวร้าย...แม้ว

Postby bird » Tue Nov 17, 2009 3:28 pm

เข้าข่ายปลุกระดม หรือไม่ ?

ก่อนเหตุการณ์ บุกโรงแรมรอยัลคลิฟบีช รีสอร์ท พัทยา สถานที่จัดการประชุมระดับชาติ
ตามมาด้วยเหตุการณ์บุกกระทรวงมหาดไทย และ จบลงด้วยเหตุการณ์สงกรานต์เลือด
อันเป็นเหตุการณ์ที่อาจจะพัฒนาขึ้นเป็นสงครามกลางเมือง ที่ทำให้คนไทยหันมาจับอาวุธ
ประหัตประหารกันเอง เลือดเนื้อคนไทยจะไหลนองแผ่นดินไทยด้วยคนไทยกันเองนั่น
บุคคลที่อยู่นอกประเทศ วีดีโอลิงค์เข้ามาเป็นระยะๆ ซึ่งพอจะสรุปไว้ให้อ่านกัน ดังนี้.

๘ เมษายน ๒๕๕๒

" เรามากันเยอะเหลือเกิน ผมชื่นใจมาก ๆ ผมได้กลับบ้าน ไม่ได้กลับบ้าน ไม่ใช่เรื่อง
สำคัญ แต่เรื่องสำคัญ คือ พี่น้องได้ประชาธิปไตยเต็มใบ พี่น้องครับ เราจะไม่กลับบ้าน
มือเปล่า เราจะกลับบ้านพร้อมประชาธิปไตยเต็มมือเรา เราขอสัมผัสประชาธิปไตยของ
แท้ ไม่ใช่ประชาธิปไตยหลอก ๆ "

๙ เมษายน ๒๕๕๒

" วันนี้เราจะสู้แบบสันติ อาจจะยกไปขัดขวางตรงนั้นตรงนี้บ้าง แต่ไม่บุกยึด หากจะผิด
ก็ผิดกฏหมายจราจร พี่น้องตำรวจอย่าใช้แก๊สน้ำตา อย่าใช้อาวุธกับพี่น้องผู้บริสุทธิ์
แม้ว่าวันนี้เรา "ไม่มีเส้น" เรากำลังนำไปสู่ระบบที่ยุติธรรมที่แท้จริง อย่าเอียง ความเอียง
มันผิด อนาคตที่สดใสของประเทศไทยและลูกหลานเรา สามารถคว้าได้ มันอยู่แค่เอื้อม
แล้ว เราต้องอดทนสู้ต่อไป อย่ายอมแพ้ "

" เราต้องไม่ถอย ถ้าครั้งนี้ใช้กำลังปราบปรามทั้ง ๆ ที่มาสันติ เราจะลุกขึ้นทั้งประเทศ
แล้วจะเดินกันทุกสาย ทั้งอีแต๋น เก๋ง บรรทุก เข้ากรุงเทพฯ ให้หมด ผมจะอยู่ตรงนั้นด้วย
ปล้นอำนาจไปจากประชาชนตั้งแต่ ๑๙ กันยายน (๔๙) แล้ว แล้วยังไม่พอ ประชาชน
เขายันกลับมาอีกที ก็ยังปล้นเขาอีก ไม่มากไปหน่อยเหรอต๋อย "

๑๐ เมษายน ๒๕๕๒

" พี่น้องครับ ผมแพ้ไม่ได้ เพราะถ้าแพ้ คือ ประชาชนแพ้ อนาคตลูกหลานแพ้ ประเทศ
แพ้ มันไม่ใช่เพื่อผม บังเอิญว่า ผมเป็นคนซึ่งนำการต่อสู้ ผมบอกแล้วไงว่า ผมมาจาก
ประชาชนที่มีเสียงมากมาย แต่ถูกโค่นล้มปฎิวัติ และการวางแผนของอำมาตย์ ผมยอม
ตอนนี้ก็แสดงว่า ประชาชนไม่มีทางสู้แล้ว "

๑๑ เมษายน ๒๕๕๒

" ผมต้องการประชาธิปไตยเพื่อประชาชนจริง เราฝันอยากเห็นว่า คนมีรายได้น้อย ได้
รับการดูแล เราอยากเห็นการเมืองพัฒนา อยากเห็นลูกหลานมีอนาคต อดทนอีกไม่กี่
วัน ได้เห็นแน่ ถ้าพี่น้องทั่วประเทศแสดงปฏิกิริยาเช่นนี้ ประเทศไทยเปลี่ยนแปลงอย่าง
แน่นอน "

๑๒ เมษายน ๒๕๕๒

" อยากให้ประชาชนร่วมกันสู้ ขอบคุณประชาชนต่างจังหวัด ผมได้พูดกับพี่น้องอุดรฯ
และโคราช และพูดกับพี่น้องที่นี่ อยากไปกราบขอบคุณด้วยตัวเอง ก็เป็นโอกาสดี
ขอบคุณอีกครั้ง อยากเห็นพี่น้องภาคใต้มาช่วยกันบ้าง เพราะจริง ๆ แล้วประชาธิปไตย
เป็นของคนไทยทุกคน ได้ประโยชน์ทุกที ประชาชนที่กรุงเทพฯ ไม่ต้องตกใจเรื่อง
พ.ร.ก. ฉุกเฉิน ในขณะนั้นผมเป็นคนออกเองเพื่อภาคใต้ การจับกุมจะต้องมีการขอ
อนุญาติศาล ขอบคุณอีกครั้งครับ พวกเราต้องเข้มแข็งกันไว้นะครับ "

ถ้อยแถลงดังกล่าวข้างต้น ล้วนเป็นคำพูดของอดีตผู้นำคณะบริหารบ้านเมืองในระยะ
เวลา ๕ ปีเศษ เป็นคำกล่าวผ่านวีดีโอลิงค์ ในห้วงเวลาที่ประเทศกำลังเดินหน้าเข้าสู่
ภาวะวิกฤต สุ่มเสี่ยงต่อการเกิดสงครามระหว่างประชาชน โดยกลุ่มหนึ่งให้การสนับ
สนุนท่านอดีตผู้นำ ผู้เป็นดั่งเทพเจ้าในสายตาของเหล่าผู้ภักดี กับอีกกลุ่มที่หวังเพียง
ต้องการปกป้องรักษาบ้านเรือนที่อยู่อาศัยของตนเอง

ในขณะที่ผู้กล่าวถ้อยแถลง ใช้ชีวติอยู่อย่างสุขสบายในต่างแดน เดินช๊อปปิ้งอย่าง
ใจเย็น ทานอาหารดี ๆ หรูหรา นอนในห้องที่เย็นสบาย ที่นอนนุ่ม ๆ อาบน้ำจากฝักบัว
นอนแช่ในอ่างอย่างไม่ต้องกังวลใด ๆ


ในส่วนผู้ที่สนับสนุนเค้า ต้องนั่งชุมนุมอยู่บนพื้นถนนที่ร้อนฉ่าท่ามกลางแสงแดด และ
ไอระอุจากผิวคอนกรีต ทานอาหารกล่องแบบตามมีตามเกิด คอแห้งผาก อาบเหงื่อต่าง
น้ำ นอนบนพื้นดินที่ขรุขระ...ต้องคอยระแวงระวังอันตรายที่อาจจะเกิดขึ้นได้ทุกเมื่อ

กับบทสัมภาษณ์ที่อดีตท่านผู้นำให้ไว้กับสื่อต่างประเทศ บีบีซี ของอังกฤษ

" ถ้าผมจะกลับประเทศ ก็ต้องเพื่อประโยชน์ของประเทศ...ผมมีความสุขดีอยู่
ข้างนอก ผมไม่สนในว่าจะได้กลับหรือไม่
....."

อยากจะบอกชาวรากหญ้า ที่ครั้งหนึ่ง คุณคือ รากแก้วของประเทศ ทุกวันนี้ คุณก็ยัง
คงเป็น รากแก้ว ของประเทศอยู่.. เค้าคนนั้น หามีความจริงใจให้กับพวกคุณไม่...
เค้าหวังเพียงใช้พวกคุณเป็นเครื่องมือ...

คำพูดเช่นนี้ คุณอาจจะไม่เชื่อถือ หวังแค่ว่าพวกคุณจะยอมละทิฐิ แล้วมองย้อนกลับ
ไป วิเคราะห์ พิจารณา ทุก ๆ การกระทำ และทุก ๆ คำพูดที่เค้าประพฤติ ที่เค้าพูด
แล้วตัดสินสิ่งเหล่านั้นด้วยตัวท่านเอง....

ได้โปรด หยุด แล้ว คิดสักนิด.....เพื่อประเทศของพวกเรา


Hun_Sen_-_Thaksin_golf_01_(Reuters) [320x200].jpg
(24.93 KiB) Downloaded 700 times
118bd56e9e90b61 [320x200].jpg
(32.2 KiB) Downloaded 700 times
User avatar
bird
 
Posts: 1426
Joined: Wed Apr 01, 2009 1:25 pm


Re: เค้าลางแห่งความเลวร้าย...แม้ว

Postby Duke-th1 » Wed Nov 18, 2009 6:14 pm

แปะไว้ว่าอ่านถึงตรงนี้เมื่อวันที่ ๑๘ พฤศจิกายน ๒๕๕๒ :geek:
User avatar
Duke-th1
 
Posts: 10
Joined: Mon Nov 09, 2009 10:37 pm

Re: เค้าลางแห่งความเลวร้าย...แม้ว

Postby bird » Wed Nov 18, 2009 8:42 pm

overtherainbow wrote::o


มิต้องทำตาโต เลยค่ะพี่...

ชี้แจงค่ะ

bird ขอให้ยกเลิกการปักหมุดเองค่ะ...

แบบว่า..มีกระทู้ใหม่ๆ ที่มีเนื้อหาดี ข้อมูลแน่น วิเคราะห์เยื่ยม ที่ควรปักหมุดค่ะ
ที่สำคัญ...กระทู้นั้นๆ ล้วนเป็นเรื่องที่กำลังเกิดขึ้น และน่าจะได้รับการเผยแพร่
ข้อมูลให้ขยายกว้างมากขึ้น..

ในทางตรงกันข้าม กระทู้นี่เป็นการรวบรวมผลงาน พฤติกรรม และการกระทำ
ของแม้วและมวลชนที่ให้การสนับสนุนอดีตนายก เครือข่ายและผู้ที่เกี่ยวข้อง
ซึ่งเป็นข้อมูลสำหรับใช้เป็นกรณีศึกษามากกว่า...

ก็เลยขออนุญาติ ปลดกระทู้นี่ลงเองค่ะ..ไม่ว่ากันนะค่ะ ยังไงก็จะยัง up ข้อมูล
ต่อไปเรื่อย ๆ ค่ะ จนกว่าจะไม่มีข้อมูลให้นำเสนอค่ะ ขอบคุณทุกกำลังใจค่ะ :mrgreen:
User avatar
bird
 
Posts: 1426
Joined: Wed Apr 01, 2009 1:25 pm


Re: เค้าลางแห่งความเลวร้าย...แม้ว

Postby bird » Wed Nov 18, 2009 10:47 pm

การประชุมพังพินาศ

จากเหตุการณ์บุกเข้าสถานที่จัดการประชุมระดับโลก การประชุมอาเซียน +3 และ +6
ครั้งที่ 14 ที่ศูนย์ประชุม โรงแรมรอยัลคลิฟ บีช รีสอร์ท พัทยา จ.ชลบุรี ที่ประเทศเรา
เป็นชาวภาพ ได้แพร่ภาพรายงานสดไปทั่วโลก สร้างภาพเสียหายให้กับประเทศอย่าง
ไม่สามารถประเมินค่าได้

หากแต่บรรดาผู้กระทำการดังกล่าว กับภาคภูมิใจกับสิ่งที่ได้กระทำลงไป เสมือนหนึ่ง
ว่าเป็นชัยชนะอันยิ่งใหญ่ เพียงแต่ว่า ชัยชนะในครั้งนี้ เป็นชัยชนะที่ได้มา โดยแลกกับ
ความเชื่อมั่นของประเทศชาติ บ้านเกินเมืองนอนของผู้กระทำการทั้งหลายทั้งมวล ซึ่ง
แกนนำคนสำคัญในเหตุการณ์ครั้งนี้ เป็นอดีตศิลปินฉายานักร้องอมฮอลล์

อริสมันต์ พงศ์เรืองรอง มีชื่อเล่นว่า กีร์ เกิดเมื่อวันที่ 8 มกราคม พ.ศ. 2507 ที่อ.บ้าน
โป่ง จ.ราชบุรี ในครอบครัวศิลปิน โดยมีพ่อและแม่เป็นพระเอกและนางเอกลิเกมาก่อน
จบการศึกษาประถมจากโรงเรียนสารสิทธิ์พิทยาลัย จบการศึกษามัธยมศึกษาโรงเรียน
วัดบวรนิเวศ ปริญญาตรีคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีปทุม และปริญญาโทรัฐศาสตร์
จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

เดินทางเข้ากรุงเทพฯ ครั้งแรกได้ขายกางเกงยีนส์อยู่หน้ามหาวิทยาลัยรามคำแหง เริ่ม
มีชื่อเสียงมาจากออกอัลบั้มชุดแรกกับ อาร์.เอส. โปรโมชั่น ด้วยการชักชวนของอิทธิ
พลางกูร ในชุด "ความหมายของผู้ชายคนหนึ่ง" ในเดือนมิถุนายน พ.ศ. 2531 โด่งดัง
จากเพลง ไม่เจียม, เธอลำเอียง

เพราะมีรูปแบบการร้องที่ไม่เหมือนใคร และไม่มีใครเหมือนด้วยเสียงที่กลั้วอยู่ในลำคอ
เหมือนออกเสียงไม่ชัด แต่เป็นเอกลักษณ์ส่วนตัว ซึ่งถูกเรียกว่าอมลูกอมฮอลล์ในขณะ
ร้องเพลง จนได้รับฉายาว่า นักร้องเสียงอมฮอลล์ ประกอบกับเนื้อหาของเพลงที่ใช้ภาษา
ที่แปลกออกไปจากเพลงทั่วไป แต่มีความหมายเฉพาะตัวและสร้างความรู้สึกโรแมนติก
ได้อย่างประหลาด ซึ่งเจ้าตัวจะเป็นผู้เขียนเนื้อเพลงเอง

จากนั้นได้ออกอัลบั้มตามมาอีกหลายชุด เช่น "เจตนายังเหมือนเดิม", "ฝันมีชีวิต",
"เวทีนี้ไม่มีพี่เลี้ยง" เป็นต้น ประสบความสำเร็จทุกชุดและมีหลายบทเพลงที่เป็นที่รู้จัก
ของแฟนเพลงตราบจนปัจจุบัน เช่น ยอมยกธง, ทัดทาน, ใจไม่ด้านพอ เป็นต้น ซึ่งทุก
ชุดมีอิทธิ พลางกูร เป็นโปรดิวเซอร์ และเนื้อเพลงทั้งหมดอริสมันต์จะเป็นผู้เขียนเอง

กลางปี พ.ศ. 2536 ได้แสดงละครโทรทัศน์ทางช่อง 9 ในสังกัดอาร์.เอส. โปรโมชั่น
ออกอากาศในวันเสาร์ช่วงบ่าย โดยเล่นเป็นตัวเอกในเรื่อง ซึ่งเป็นละครเรื่องแรกและ
เรื่องเดียวของอริสมันต์ตราบจนทุกวันนี้

ในเหตุการณ์พฤษภาทมิฬ พ.ศ. 2535 เป็นหนึ่งในผู้ที่เข้าร่วมชุมนุมในเหตุการณ์ ถึงขั้น
ที่ขึ้นไปปราศรัยและร้องเพลงสนับสนุนผู้ชุมนุม ซึ่งได้รับคำวิพากษ์วิจารณ์ทางสังคมว่า
ทำไปเพราะอยากดัง หรือเพื่อโปรโมตอัลบั้ม หลังจากนั้นเพียงหนึ่งเดือน อัลบั้มชุดที่ 4
"สงสัยใจสะเทิ้น" ก็ออกมา เจ้าตัวปฏิเสธว่าไม่ใช่และยืนยันว่าชอบการเมืองมานานแล้ว


ในการเลือกตั้งทั่วไปเมื่อวันที่ 2 กรกฎาคม พ.ศ. 2538 ลงเลือกตั้งเป็นครั้งแรกโดยสัง
กัดพรรคพลังธรรม ในพื้นที่กรุงเทพ ฯ เขตบางกอกน้อย แต่ไม่ได้รับการเลือกตั้ง แต่
ประสบความสำเร็จในการเลือกตั้งครั้งต่อมาในวันที่ 17 พฤศจิกายน พ.ศ. 2539 โดย
สังกัดอยู่ในพรรคเดิมและพื้นที่เดิม

ปี พ.ศ. 2541 สมาชิกพรรคพลังธรรมหลายคนได้ย้ายไปสังกัดพรรคไทยรักไทย ก็
เป็นคนหนึ่งในจำนวนสมาชิกที่ย้ายไปด้วย และในการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร
ในประเทศไทย พ.ศ. 2548 ก็ได้เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรพรรคไทยรักไทยใน
แบบบัญชีรายชื่อลำดับที่ 56 ของพรรค และมีบทบาทเป็นเลขานุการ รมต พัฒนาสังคม
และความมั่นคงของมนุษย์


ในวิกฤตการณ์การเมืองในประเทศไทย พ.ศ. 2548-2549 อริสมันต์ได้แต่งและร้อง
เพลงพิเศษที่มีชื่อว่า คนของแผ่นดิน ที่มีเนื้อหาสนับสนุน ทักษิณ

คืนวันที่ 9 มิถุนายน พ.ศ. 2550 อริสมันต์ได้ร่วมกับกลุ่มผู้สนับสนุนทักษิณ กลุ่มพีทีวี
และ อดีต ส.ส.ไทยรักไทย ที่รวมตัวยกันในนาม แนวร่วมประชาธิปไตยขับไล่เผด็จการ
ที่ท้องสนามหลวง เคลื่อนย้ายขบวนฝ่าแนวป้องกันของตำรวจไปยังหน้ากองบัญชาการ
กองทัพบก ถนนราชดำเนิน เมื่อเวลาประมาณ 22.00 น ในคืนวันที่ 18 มิถุนายน ก็ได้
ขึ้นรถปราศรัยโดยด่าว่าทหาร และตำรวจที่รักษาความสงบอยู่ด้วย

ในการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในประเทศไทย พ.ศ. 2550 ลงสมัคร ส.ส.
กรุงเทพฯ เขต 12 (บางพลัด บางกอกน้อย ตลิ่งชัน ทวีวัฒนา) สังกัดพรรคพลังประชาชน
แต่ไม่ได้รับเลือก และได้เข้าร่วมกับแนวร่วมประชาธิปไตยขับไล่เผด็จการแห่งชาติ โดย
ได้ปราศรัยวิพากษ์วิจารณ์เกี่ยวกับรัฐบาลอภิสิทธิ์และประธานองคมนตรี


ในเหตุการณ์ก่อความไม่สงบของกลุ่ม นปช. เมษายน พ.ศ. 2552 อริสมันต์เป็นแกนนำ
ผู้ชุมนุมที่เมืองพัทยา จังหวัดชลบุรี โดยนำผู้ชุมนุมทั้งจากจังหวัดใกล้เคียงและที่สมทบ
จากกรุงเทพฯ เพื่อปิดล้อมการประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียนกับคู่เจรจา วันที่ 10 เมษายน
2552 เข้าปิดล้อมหน้าโรงแรมรอยัล คลิฟ บีช รีสอร์ท พัทยา เพื่อเข้ายื่นหนังสือกับตัว
แทนอาเซียน

ในวันที่ 11 เมษายน 2552 ได้กลับมาชุมนุมหน้าโรงแรมอีกครั้ง เพื่อกดดันรัฐบาลให้รับ
ผิดชอบต่อเหตุการณ์ปะทะกับกลุ่มคนสวมเสื้อสีน้ำเงินในช่วงเช้า และนำกำลังหลายร้อย
คน บุกเข้าในสถานที่ประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียน ทำให้ความปลอดภัยของผู้นำมิตรประ
เทศมีความเสี่ยงสูงมาก

จนกระทั่งประเทศไทยในฐานะเจ้าภาพจัดการประชุมจำเป็นต้องขอเลื่อนการประชุมออก
ไปกลางคันโดยไม่มีกำหนด ส่งผลให้ผู้นำประเทศต่างๆต้องอพยพออกจากสถานที่ประชุม
และบินกลับประเทศตนเองโดยปลอดภัยทุกท่าน หลังจากนั้นอริสมันต์ได้ถูกตำรวจจับกุม
ตัวที่บ้านพักในเขตตลิ่งชันขณะพยายามปีนหน้าต่างหลบหนี และถูกควบคุมด้วยเฮลิคอป
เตอร์ไปยังจังหวัดราชบุรี แต่ต่อมาศาลอนุมัติให้ประกันตัวไปด้วยวงเงิน 5 แสนบาท


ลำดับเหตุการณ์ บุกโรงแรมรอยัล คลิฟ บีช รีสอร์ท

00.10 น. กลุ่มรถแท็กซี่ กว่า 500 คัน ที่เดินทางมาจาก กทม. พร้อมด้วยรถบัสกว่า 20
คัน และ จยย.จำนวนมากถึงตัวเมืองพัทยาซึ่งเป็นสถานที่จัดประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียน
เพื่อร่วมชุมนุมกับกลุ่มคนเสื้อแดง ที่เดินทางมาก่อนหน้านี้

07.56 น. กลุ่มรถแท็กซี่หลายสิบคัน ใช้รถปิดถนนบริเวณแยกเขาพระตำหนัก ทางขึ้น
โรงแรมรอยัล คลิป บีช รีสอร์ท พัทยา สถานที่จัดการประชุมอาเซียน ก่อนเคลื่อนตัวไป
ชุมนุมต่อต้านนายกรัฐมนตรี ทว่าห่างออกไปอีก 200 เมตร มีกลุ่มเสื้อสีน้ำเงิน ที่เรียกตัว
เองว่า "กลุ่มผู้รักสันติ"จำนวนหลายร้อยคนปิดทางขึ้นโรงแรมเช่นกัน ด้านเจ้าหน้าที่ตำรวจ
-ทหาร หลายกองร้อยตรึงกำลังเข้ม

08.30 น. นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี หารือทวิภาคีร่วมกับ นายกรัฐมนตรี
แห่งมาเลเซีย ที่ห้องแกรนด์บอลลูม โรงแรมรอยัล คลิฟ บีช พัทยา โดยมีการดูแลรักษา
ความปลอดภัยอย่างเข้มงวด

09.00 น. กลุ่มเสื้อแดงประจันหน้ากับ กลุ่มเสื้อน้ำเงิน บริเวณทางเข้า ร.ร.รอยัล คลิฟ
บีช รีสอร์ท พัทยา ซึ่งทั้งสองฝ่าย ต่างถือท่อนไม้เป็นอาวุธ

09.52 น. กลุ่มเสื้อแดง เปิดฉากปะทะกลุ่มเสื้อน้ำเงิน กลางแยกพระตำหนัก เมืองพัทยา
มีเสียงปืน ระเบิดปิงปองดังลั่น เป็นเหตุให้มีผู้บาดเจ็บหลายราย

10.15 น. นายกรัฐมนตรีเรียกประชุมด่วนฝ่ายความมั่นคง ที่โรงแรมรอยัล คลิฟ บีช
รีสอร์ท พัทยา เพื่อประเมินสถานการณ์การชุมนุมของกลุ่มเสื้อแดง โดยสั่งการให้เจ้า
หน้าที่คอยระงับเหตุอย่างเร่งด่วน

10.31 น. กลุ่มเสื้อแดงและเสื้อน้ำเงิน เจรจาและตกลงกัน โดยมีการแลกเสื้อและทั้ง
2 ฝ่าย ยอมนั่งบนถนน แกนนำทั้ง 2 ฝ่ายจับมือกันเพื่อลดอุณหภูมิความตึงเครียด

10.45 น. โฆษกรัฐบาล แถลงเลื่อนประชุมสุดยอดอาเซียนกับผู้นำจีน หลังม็อบเสื้อแดง
ป่วนหนักขัดขวางการเดินทาง

11.02 น. นายจตุพร พรหมพันธุ์ แกนนำเสื้อแดง ประกาศที่ทำเนียบรัฐบาล ปลุกระดม
ม็อบ บุกการประชุมอาเซียน อ้าง"เนวิน ชิดชอบ"อยู่เบื้องหลังกลุ่มคนเสื้อน้ำเงิน พร้อม
ให้แต่ละจังหวัดเข้ายึดศาลากลาง


11.49 น.แกนนำคนเสื้อแดงกล่าวหา รัฐบาลอยู่เบื้องหลังกลุ่มคนเสื้อน้ำเงินปะทะกลุ่ม
ป่วนประชุมอาเซียน ลั่นขอระดมคนปิดล้อมศาลากลางทุกจังหวัด ตอบโต้

11.52 น.กลุ่มเสื้อแดงแถลงเรียกร้อง ให้ยุติการประชุมอาเซียน และนายกรัฐมนตรีต้อง
ลาออก เพื่อรับผิดชอบ กรณีถูกกลุ่มเสื้อน้ำเงินทำร้าย

12:30 น.กลุ่มเสื้อแดงระดมพลอีกครั้ง บริเวณทางขึ้นโรงแรมรอยัล คลิฟ บีช รีสอร์ท
พัทยา พร้อมกระจายกำลังล้อมปิดเส้นทางขึ้นโรงแรมทุกเส้นทาง และแบ่งกำลังบางส่วน
ไปต้านกลุ่มเสื้อน้ำเงินที่ปักหลักเชิงเขา ใกล้บริเวณแหลมบาลีฮาย

12.50น.กลุ่มเสื้อแดงป่วนหนัก ยกพลปีนกำแพง เข้าสู่สถานที่ประชุมอาเซียน โดยเจ้า
หน้าที่ทหารและตำรวจ ไม่สามารถสกัดกั้นได้

12:52 น. นายอริสมันต์ พงษ์เรืองรอง แกนนำเสื้อแดงที่พัทยา โชว์สื่อ อ้างคุยโทรศัพท์
กับ ผู้บัญชาการทหารบก โดยยื่นเงื่อนเวลา ภายใน 2 ชั่วโมง หากนายกรัฐมนตรีไม่ลาออก
กลุ่ม เสื้อแดงจะไม่รับผิดชอบความปลอดภัยนายกรัฐมนตรี และย้ำว่า การประชุมสุดยอด
อาเซียนในครั้งนี้ไม่สามารถเกิดขึ้นได้อย่างแน่นอน


12.55 น. ผู้บัญชาการทหารบกปฏิเสธไม่ได้เจรจากับนายอริสมันต์ ตามที่เจ้าตัวโชว์สื่อ
เสมือนกำลังเจรจากันอยู่

13.15 น. กลุ่มเสื้อแดงคลั่ง ทุบกระจกโรงแรมรอยัล คลิฟ บีช รีสอร์ท พัทยา สถานที่
จัดการประชุมอาเซียน เสียหาย ก่อนบุกเข้ายึดและจัดโต๊ะแถลงข่าว เบ็ดเสร็จ


13.20 น.นายอริสมันต์ พงศ์เรืองเรือง แถลงข่าวเรียกร้องให้นายกรัฐมนตรี จับผู้ที่ทำร้าย
กลุ่มคนเสื้อแดงเมื่อช่วงเช้าให้ได้ภายใน 1 ชั่วโมง ไม่เช่นนั้น เสื้อแดงจะตอบโต้อย่างรุน
แรงทันที และไม่รับผิดชอบความปลอดภัยผู้ที่อยู่ในอาคารศูนย์ประชุม


13.26 น.รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ดร.ปณิธาน วัฒนายากร แถลงเลื่อนการประชุม
อาเซียน ออกไปไม่มีกำหนด ขณะที่นายกรัฐมนตรี เตรียมแถลงมาตการจัดการกลุ่ม
เสื้อแดง

13.47 น. นายกรัฐมนตรี ประกาศใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ในพื้นที่ เมืองพัทยา และ จ.ชลบุรี
เป็นพื้นที่อันตรายขั้นร้ายแรง โดยมอบหมายให้ นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกฯ
ด้านความมั่นคงเป็นผู้กำกับดูแลสถานการณ์

13.57 น. นายจตุพร พรหมพันธุ์ แกนนำเสื้อแดง ประกาศ ม็อบเสื้อแดงไม่กลัว การประ
กาศใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ของรัฐบาลลั่น เช็กบิลภายในวันนี้

14.19 น.สำนักข่าวต่างประเทศตีข่าว รัฐบาลไทยสั่งยกเลิกการประชุมอาเซียน หลังม็อบ
เสื้อแดงบุกยึดสถานที่ประชุม

14.20 น. นายกรัฐมนตรี ขึ้นเฮลิคอปเตอร์ บินตรงจากเมืองพัทยา กลับ กรุงเทพมหานคร
หลังม็อบเสื้อแดง คลั่ง บุกทำลายสถานที่ประชุมอาเซียน ขณะที่ผู้นำประเทศต่างๆทยอย
เดินทางกลับประเทศ

14.30 น. กลุ่มเสื้อแดง ออกจากโรงแรมรอยัล คลิฟ บีช รีสอร์ท พัทยา ประกาศชัยชนะ
ไปตามถนนสายต่างๆทั่วเขตเมือง ที่ทำให้รัฐบาลไม่สามารถจัดการประชุมอาเซียนได้

46161p0101120452p3.jpg
(203.14 KiB) Downloaded 669 times

100_4.jpg
(46.06 KiB) Downloaded 669 times
User avatar
bird
 
Posts: 1426
Joined: Wed Apr 01, 2009 1:25 pm

Re: เค้าลางแห่งความเลวร้าย...แม้ว

Postby overtherainbow » Thu Nov 19, 2009 12:38 pm

ดูซิว่า
วันนั้นยังแบบนี้
แล้ววันแบบนี้ 29-3 จะเป็นแบบไหน
นี่ขนาดมีวอนนิ่งแล้วนะเนี่ย
User avatar
overtherainbow
 
Posts: 3123
Joined: Sat Dec 27, 2008 12:36 pm

Re: เค้าลางแห่งความเลวร้าย...แม้ว

Postby bird » Fri Nov 20, 2009 8:32 am

paitoon1 wrote::D :D :D :D


Duke-th1 wrote:แปะไว้ว่าอ่านถึงตรงนี้เมื่อวันที่ ๑๘ พฤศจิกายน ๒๕๕๒ :geek:


ขอบคุณค่ะที่แวะมาอ่านค่ะ... :mrgreen:

overtherainbow wrote:ดูซิว่า
วันนั้นยังแบบนี้
แล้ววันแบบนี้ 29-3 จะเป็นแบบไหน
นี่ขนาดมีวอนนิ่งแล้วนะเนี่ย


อย่าตกใจค่ะพี่.. มีสติค่ะ มีสติ... :mrgreen:
User avatar
bird
 
Posts: 1426
Joined: Wed Apr 01, 2009 1:25 pm

Re: เค้าลางแห่งความเลวร้าย...แม้ว

Postby bird » Fri Nov 20, 2009 3:17 pm

ข้อมูลเท็จ บิดเบือนความจริง

ยุทธวิธีหนึ่งที่ คนไกลบ้าน นำมาใช้ในการปลุกระดมมวลชน โดยมีบรรดา
แกนนำ ทำหน้าที่สื่อกลาง หรือ โหมไฟ กระพือข่าว เติมเชื้อ เสริมกระแส
หรือจะเรียกพฤติกรรมเช่นนี้ว่าอะไรก็แล้วแต่ดุลยพินิจของทุกท่าน ทั้งนี้
เพื่อเป็นการเร่งรัดผลของการปลุกระดมให้ออกมาในรูปแบบที่ คนไกลบ้าน
ต้องการ นั้นคือ ต้องการให้มวลชนบางกลุ่มลุกขึ้นมาเรียกร้องประชาธิปไตย
ในรูปแบบที่ คนไกลบ้านและแกนนำต้องการ

ยุทธวิธีดังกล่าวคือ การสร้างข่าว ข่าวลือ ข้อมูลเท็จ บิดเบือนข้อเท็จจริง ให้
สอดคล้องกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจริง ยุทธวิธีที่คนไกลบ้านใช้อยู่เป็นประจำ
ใช้บ่อย คือ การสร้างข่าวในลักษณะที่ คนไกลบ้าน เป็นผู้ถูกกระทำ โดยมี
แกนนำ ลิ่วล้อ คอยเสริมกระแส กระจายข่าวให้มวลชนกลุ่มที่ให้การสนับ
สนุนคนไกลบ้าน หรือ มวลชนที่ร่วมชุมนุม โดยการตอกย้ำบ่อย ๆ พูดถึง
เรื่อย ๆ เรื่องเท็จก็จะกระจายไป จากปากต่อปาก ถึงหมู่บ้าน ถึงชุมชน
สุดท้าย เรื่องเท็จจะกลายเป็นเรื่องจริงไปในที่สุด

ดังตัวอย่างที่เกิดขึ้นและเป็นที่ฮือฮา ขึ้นหน้า ๑ ของสื่อเกือบทุกแขนงในชั่ว
ระยะเวลาหนึ่ง เช่น กรณีคาร์บอมบ์ เมื่อครั้ง คนไกลบ้านยังอยู่ในอำนาจ
กรณีให้สัมภาษณ์ไทม์ออนไลน์ ก่อนเดินทางเข้าประเทศบ้านใกล้เรือนเคียง
และล้าสุด กรณีคนไทยคนหนึ่งที่ถูกจับ ก่อนการเดินทางกลับฐานที่หมั่นของ
คนไกลบ้าน ที่เป็นข่าวใหญ่ไปทั่วโลก บทสรุปของเหตุการณ์นี้จะจบลงอย่างไร
ก็สุดแล้วแต่ ท่านจะคาดเดา...

ขบวนการบิดเบือนข้อเท็จจริง เป็นอีกหนึ่งวิธีที่คนไกลบ้านนิยม โดยการสร้าง
ข้อมูลเท็จให้สอดคล้องกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจริง อันเป็นผลมาจากการปลุก
ระดมมวลชนของคนไกลบ้านและแกนนำ การสร้างข้อมูลเท็จทำให้ผู้รับข้อมูล
จากสื่อทุกแขนงที่รายงานสดจากสถานที่จริง เกิดความสับสนกับเหตุการณ์
ที่เกิดขึ้น ดังตัวอย่างบทความ..

“ อยากให้ชาว...อ่านกระทู้นี้ เพื่อชี้แจงต่อๆ กันไปเยอะๆ “

๑) เรื่องที่พัทยา การที่เสื้อแดงถูกฝ่ายเสื้อน้ำเงินโจมตี และมีการใช้อาวุธปืนยิงใส่
คุณอริสมันต์ต้องการทราบคำตอบจากนายกรัฐมนตรีว่า ท่านเป็นคนจัดม๊อบเสื้อ
น้ำเงินขึ้นมาหรือไม่ เมื่อท่านปฏิเสธ ไม่ยอมมาชี้แจง คุณอริสมันต์จึงต้องบุกเข้า
ไปในโรงแรมเพื่อถามความจริง


Image
Image
Image
Image

หากผู้รับข้อมูลได้รับฟังข้อมูลตามคำกล่าวอ้างข้างต้น ผู้รับข้อมูลอาจคาดเดาว่า
การกระทำของแกนนำและกลุ่มมวลชนที่บุกเข้าไปในโรงแรมย่อมเป็นการกระทำ
ที่สมเหตุสมผล แต่ในยุคที่ระบบการสื่อสารทันสมัย การรับชมภาพจากสื่อทุกแขนง
ที่เข้ารายงานสด ณ สถานที่เกิดเหตุ ย่อมหักล้างคำกล่าวอ้างข้างต้นได้เป็นอย่างดี
เป็นข้อยืนยันว่า คำกล่าวอ้างข้างต้นเป็นเพียงข้อมูลอันเป็นเท็จ ที่ใช้เพื่อกลบเกลื่อน
ความผิดอันเป็นการกระทำที่เกิดจากการปลุกระดมของคนไกลบ้าน

๒) เรื่องการบุกกระทรวงมหาดไทย การที่คุณอริสมันต์ถูกจับนั่งเฮลิคอปเตอร์ไป
คุมขังที่อื่นที่ไม่ใช่ กทม. คนเสื้อแดงมีความกังวลในความปลอดภัย จึงอยากใช้สิทธิ
ขอเข้าไปถามท่านนายกรัฐมนตรี ว่า ท่านนำอริสมันต์ไปที่ไหน แต่ท่านนายกฯ ไม่ยอม
พบหน้า ไม่ยอมพูดด้วย และขับรถออกไปโดยไม่สนใจ พวกเราจึงพยายามหยุดรถ
เพื่อจะขอคุยกับท่านนายกฯ เมื่อเสียงปืนดังขึ้นและท่านนายกฯ ขับออกไป มีพวกเรา
ถูกยิง พวกเราไม่พอใจที่เอากระสุนปืนมายิงเรา


Image
Image
Image
Image
Image

๓) เรื่องคุณนิพนธ์ คุณนิพนธ์นั่งอยู่ในรถและขับพุ่งเข้าหาพวกเราด้วยความเร็ว
พวกเราต่างหลบหลีก เป็นรถของคุณนิพนธ์ที่สียหลักวิ่งชนรั้วคว่ำเอง เราเป็นคนพา
คุณนิพนธ์ออกไปส่งโรงพยาบาล เราไม่ได้ทำร้ายเขา


Image
Image
Image
Image
Image
Image

๔) เรื่องการนำรถแก๊สมาวางกั้น และเปิดวาล์ว รถแก๊สมันไม่ระเบิดง่ายๆ เราวาง
คนเฝ้าไว้ เรานำรถแก๊สมาวางและเปิดวาล์วให้เห็น เพื่อป้องกันไม่ให้ทหารใช้กำลัง
บุกเข้ามา ไม่ให้มีคนตายไปมากกว่านั้น ในตอนนั้นทหารมีปืนเอ็ม ๑๖ ในมือ ปืนบาง
กระบอกมีกระสนุจริง บางกระบอกมีกระสุนซ้อม คาดเดาได้ว่า ถ้าพวกเราหือ กระสุน
จริงมาแน่ ซึ่งตรงนี้เป็นการละเมิดหลักสากล โดยการนำกระสุนจริงมาเข้าร่วมในการ
สลายผู้ชุมนุม หลักสากลท่านให้ใช้แต่กระสุนยางและแก๊สน้ำตา


Image
Image
Image
Image
Image

หากในวันนั้นเกิดข้อผิดพลาดขึ้น รถแก๊สเกิดระเบิดขึ้น ใครจะรับผิดชอบ

Image
Image
Image

๕) ทหารถูกยิง เพราะทหารมีปืนเอ็ม ๑๖ ในมือ ผู้ชุมนุมบางคนเห็นทหารมีปืน จึง
อาจนำปืนที่ซุกซ่อนไว้มาใช้ แกนนำไม่เคยสนับสนุนให้ใช้ปืนยิงทหาร


Image

๖) เรื่องเผารถเมล์ เป็นการเผาเพื่อป้องกันการโจมตีของทหาร เพื่อไม่ให้ผู้ชุมนุม
ต้องถูกยิง รถเมล์ทุกคันอยู่ในสภาพขวางถนน เพื่อป้องกันการบุกเข้ามายิงกระหน่ำ


Image
Image
Image
Image

๗) เรื่องคนเสียชีวิตที่นางเลิ้ง ผู้ยิงเป็นใครพวกเราก็ยังไม่ทราบ แต่เป็นเรื่องที่ผู้ยิง
คนตายต้องรับผิดชอบแต่ผู้เดียว
จะให้คนเสื้อแดงที่ไม่รู้เรื่องมาร่วมฆ่าด้วย เป็นการ
กระทำที่ไม่เป็นไปตามกรอบกฎหมาย


Image
Image
Image
Image

๘) ไม่ปรากฎหลักฐานว่าพวกเราจะไปทำลายมัสยิด พวกเราไม่เคยเห็นภาพที่มัสยิด
ถูกทำลาย คนไหนทำลายยัสยิดคนนั้นก็ต้องรับโทษ จะให้คนเสื้อแดงที่ไม่รู้เรื่องมาเป็น
ผู้รับผิดชอบเป็นเรื่องผิดศีลธรรม


Image
Image

๙) เรื่องผู้เสียชีวิตมีหรือไม่ เรื่องนี้พวกเราจะต้องขอทำการตรวจสอบกับทางรัฐบาล
อย่างเปิดเผย ถ้าพวกเราตรวจสอบแล้ว ไม่มีก็คือไม่มีเป็นอันจบ มีแต่ผุ้บาดเจ็บ

๑๐) อยากให้ชาวเสื้อแดง นำเรื่องทั้งหมด ๙ ข้อนี้ไปช่วยกันชี้แจงให้หลายๆ ท่านได้
เข้าใจด้วย


ตั้งกระทู้เมื่อ ๑๕ เมษายน ๒๕๕๒ เวลา ๒๓.๔๐ น. โดย โตมร

คงนำเสนอเพียงเท่านี้ อันเนื่องจาก ข้อมูลและภาพเหตุการณ์จริง ทุกท่านคงรับทราบ
ด้วยตัวท่านเอง เมื่อครั้งที่เกิดเหตุการณ์ขึ้น ระหว่างวันที่ ๑๐-๑๓ เมษายน ๒๕๕๒ ซึ่ง
ช่วงเวลาดังกล่าว น่าที่จะเป็นช่วงเวลาแห่งความสุข และชุ่มฉ่ำเป็นด้วยน้ำสงกรานต์
อันเป็นประเพณีอันดีงามของไทย ที่สืบทอดกันมานานนับร้อยปี

แต่ในปี ๒๕๕๒ กลายเป็นประวัติศาสตร์ให้จารึกว่า สงกรานต์ในปีนี้เป็นสงกรานต์เลือด
หรือ สงกรานต์วิปโยคของไทย อันเป็นผลมาจากการกระทำของคนไกลบ้าน ที่กระหน่ำ
โฟนอิน ปลุกระดม และยั่วยุให้ผู้ร่วมชุมนุม ผู้ร่วมอุดมการณ์ ลุกฮือขึ้นมาเพื่อเรียกร้อง
ประชาธิปไตย อันเป็นคำกล่าวอ้างทื่แฝงความจริงว่า

แท้จริงแล้ว คนไกลบ้าน ต้องการสร้างความวุ่นวาย ความแตกแยก และสงครามกลาง
เมือง สงครามระหว่างประชาชนกับประชาชน ต้องการให้คนไทยหยิบอาวุธเข้าทำร้าย
กัน ฝ่ายหนึ่งเป็นฝ่ายสนับสนุนคนไกลบ้าน อีกฝ่ายเป็นชาวชุมชน ที่ลุกขึ้นมาเพื่อปก
ป้องบ้านเรือน ที่อยู่อาศัย และชุมชนของตนเอง..

ทุกอย่างเกิดขึ้น เพราะความต้องการของคนไกลบ้าน ที่อยากอยู่เหนือกฎหมาย
ดังคำที่คนไกลบ้านใช้จาบจ้วงผู้ใหญ่ของบ้านเมือง หามองดูตัวเองไม่ ว่าแท้จริงแล้ว

คนไกลบ้าน นั่นแหละ ที่ทำตัวเป็นผู้มีบารมีอยู่เหนือกฏหมาย
User avatar
bird
 
Posts: 1426
Joined: Wed Apr 01, 2009 1:25 pm

Re: เค้าลางแห่งความเลวร้าย...แม้ว

Postby แดง ขาว น้ำเงิน » Fri Nov 20, 2009 8:52 pm

ยิ่งอ่านยิ่งเข้มข้น ;)
"ผู้ที่ใช้สติปัญญาไม่เป็น คือคนโง่ ผู้ที่ไม่กล้าใช้สติปัญญา คือทาส" เพลโต้
User avatar
แดง ขาว น้ำเงิน
Moderator
 
Posts: 4943
Joined: Thu Feb 12, 2009 4:07 pm
Location: Earth

Re: เค้าลางแห่งความเลวร้าย...แม้ว

Postby bird » Fri Nov 20, 2009 9:30 pm

แดง ขาว น้ำเงิน wrote:ยิ่งอ่านยิ่งเข้มข้น ;)


ก็เดินตามเส้นทางของ คนไกลบ้าน ไง...

เปิดตัวด้วยภาพลักษณ์ที่ดี นักธุรกิจผู้ประสบความสำเร็จ

แต่สุดท้าย คือ ซาตาน ในคราบ มนุษย์...

หรือ คนโฉด ในคราบ ผู้ดี...

อีกนัยหนึ่ง.. จอมเผด็จการ ในคราบของ นักประชาธิปไตย... :twisted:

( โหดไปมั่ยเนี้ย :mrgreen: )
User avatar
bird
 
Posts: 1426
Joined: Wed Apr 01, 2009 1:25 pm

PreviousNext

Return to ห้องสมุด