อ่านบทวิเคราะห์ย้อนหลัง
1.บทวิเคราะห์คนเสื้อแดง(1)ที่มาและความนิยมเหลี่ยม
http://forum.serithai.net/viewtopic.php?f=2&t=149002.บทวิเคราะหืคนเสื้อแดง(2)ความเกลียชัง บ้าคลั่ง และรุนแรง
viewtopic.php?f=2&t=15066
3.บทวิเคราะห์คนเสื้อแดง(3)กลุ่มพลังที่เป็นแค่ถั่วงอกทางการเมือง
viewtopic.php?f=2&t=15105
4.บทวิเคราะห์พิเศษ/แผนฆ่ามวลชนตนเองรีเทิร์น
viewtopic.php?f=2&t=15170
5.วิเคราะห์คนเสื้อแดง(4)ไร้เดียงสา ล้าหลัง คลั่งทุน
posting.php?mode=reply&f=2&t=15280บทวิเคราะห์นี้เป็นการตอบคำถามคุณ see-u จากบทวิเคราะห์คนเสื้อแดง(4)ไร้เดียงสา ล้าหลัง คลั่งทุน แต่เนื่องจากเป็นคำถามใหญ่ และต้องตอบยาวผมจึงขอยกมาเป็นบทวิเคราะห์อีกชิ้นหนึ่ง เพื่อสะดวกแก่การอ่าน
ตอบคุณ see-u
อะไรคือแรงโน้มถ่วงให้คนเสื้อแดงมารวมกัน
ก่อนอื่น.... การที่ทักษิณได้กลายเป็นสะดือของหลุ่มดำแห่งนี้นั้นก็เพราะเขามีพลังสูงสุด มีอำนาจเงินสูงสุดซึ่งนำมาสู่อำนาจอื่นๆ ภาพจึงกลายเป็นว่าบรรดาเสื้อแดงต่างสู้เพื่อแม้ว ซึ่งแท้จริงเขาก็สู้เพื่อตัวเอง เพียงแต่ใช้ทักษิณเป็นสูนย์กลาง
ทีนี้สำหรับแรงโน้มถ่วงหลักใหญ่ที่สุดนั่นก็คือสถาบันกษัตริย์ แต่เป็นไปในด้านตรงกันข้าม คือการที่ต่างก็พบว่าสถาบันกษัตริย์เป็นอุปสรรคของตน ดังนี้
1.พวกสายทุนนิยมสามานย์สุดขั้ว จะพบโดยอัติโนมัติว่าการขยายตัวและดำรงอยู่ของตนนั้น จะไม่สะดวกราบรื่น หากสถาบันกษัตริย์ไทยยังคงเป็นเช่นที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน กล่าวอีกแบบได้ว่า เขามองว่าสถาบันกษัตริย์เป็นอุปสรรคของพวกเขานั่นเอง ดังนั้นสถาบันฯจะต้องถูกทำให้เปลี่ยนแปลงไปตั้งแต่ระดับสูงสุดคือหมดไป หรืออย่างน้อยต้องเล็งลง(ในขนาด-ในอำนาจ-ในบารมี)
เมื่อผมมีเวลาวิเคราะห์เรื่องการกำเนิดและพัฒนาการของทุนนิยม ก็จะทำให้ทุกท่านเข้าใจเรื่องนี้อย่างแจ่มแจ้ง แต่ในขั้นนี้ขอยกตัวอย่างง่ายๆว่า ระบบทุนนิยมก็เหมือนเครื่องจักรที่ต้องกินน้ำมัน แต่ตอนนี้นำ้มันบ่อเดิมที่ประเทศเราอนุมัติให้ระบบทุนใช้มันหมดลงแล้ว มันจึงมองหาบ่อน้ำมันใหม่ด้วยสายตาหิวกระหาย ครั้นแล้วมันพบว่า มีทรัพยการของชาติอีกมากมาย(ที่ผมสมมติเป็นบ่อน้ำมัน)ที่มันจะเอามาสังเวยตัวเองได้ ทรัพยากรนั้นบ้างก็ถูกปกป้องอยู่โดยกฎหมายรัฐวิสาหกิจ บ้างก็ถูกปกป้องอยู่ในกฎหมายอุทยาน บ้างก็อยู่ในระบบราชการ ทุนสามานย์มันมองออกว่าถ้าแกะเอาทรัพยากรเหล่านี้ออกมาได้ ระบบของมันก็จะเดินเครื่องไปได้อีกไกล
เราต้องเข้าใจก่อนด้วยว่าสำหรับพวกทุนสามานย์นั้นมันจะถือว่าทุนนิยมคือทุกอย่างของชีวิตและสังคม ไม่มีอะไรจะยิ่งใหญ่ไปกว่านี้ สรรพสิ่งทั้งหลายมีอยู่ก็เพื่อสังเวยทุน เพราะฉะนั้นใครขัดขวางการนำทรัพยากรไปสังเวยทุนถือว่าผุ้นั้นพวกนั้นขัดขวางการพัฒนาชาติ
เมื่อพวกนี้มองมามองไปจึงพบว่าผู้ขัดขวางที่ทรงพลังมากที่สุดก็คือสถาบันฯนั่นเอง เพราะสถาบันมองว่าระบบทุนแม้จะสำคัญก็เป็นแค่ส่วนหนึ่งของสังคม ไม่ใช่ทั้งหมดของสังคม จึงไม่มีสิทธิเอาทุกอย่างไปจากสังคม ไม่มีสิทธิกินข้าวทุกจานของสังคม เมื่อมองแย้งกันจึงต้องสู้กัน....ดังนี้
2.พวกสายซ้ายไดโนเสา สำหรับพวกนี้ซึ่งหยุดพัฒนาการทางปัญญาไว้ทีทฤษฎีมาร์กซิสนั้น ตามทฤษฎีของเขาการขับเคลื่อนสังคมไทยไปจากจุดที่เป็นอยู่ มีแต่ต้องล้มสถาบันฯ พวกเขาไม่ได้คิดด้วยสมองของตนเองหรอกเรื่องล้มสถาบันฯ แต่ทฤษฎีมันบอกไว้อย่างนั้น พวกเขาก็ต้องเดินไปอย่างนั้นตามประสาคนเมาตำราหมดอายุ ถ้าสถาบันยังคงอยู่แนวสังคม แนวรัฐสวัสดิการ อะไรที่พวกเขาคิดฝันก็จะเป็นจริงไม่ได้ สำหรับพวกนี้จึงต้องการเห็นสถาบันหมดไปเป็นหลัก ซึ่งจะต่างกับพวกทุนสามานย์ที่ยืดหยุ่นกว่าคือถ้าไม่หมดไปก็ต้องเล็กลงจนอยู่ใต้อำนาจทุน
3.พวกสายลัทธิเลือกตั้งและเสียงข้างมาก ซึ่งพวกนี้คิดเอาเองว่าแค่นั้นแหละคือทั้งหมดของประชาธิปไตย และการที่ลัทธิเลือกตั้งและเสียงข้างมากไม่เคยหยั่งรากลงได้โดยถาวรในสังคมไทยนั้นพวกนี้มองว่าสาเหตุหลักมาจากการรัฐประหารยึดอำนาจของทหาร และมองว่าทุกการรัฐประหารมีสถาบันอยู่ข้างหลัง พวกนี้จึงเห็นสถาบันเป็นอุปสรรคของประชาธิปไตยตามความหมายของพวกตน พวกนี้จะมีแนวคิดต่อสถาบันเหมือนพวกทุนสามานย์คือหมดไปก็ได้หรือเล็กลงจนอยู่ใต้อำนาจของลัทธิเลือกตั้งก็ได้ เช่นกัน
ดังนี้....พวกเขาจึงมารวมกันโดยมีความชิงชังรังเกียจต่อสถาบันเป็นแรงจูงใจ ส่วนสำหรับมวลชนนั้นแน่นอนเขาก็ใชจิตวิทยามวลชนดึงมา พวกสายทุนสามานย์ก็จะล่อด้วยความรวย มวลชนพื้นฐานซึ่งส่วนมากจนก็ย่อมจะงับเหยื่ออย่างไรสติ พวกซ้ายไดโนเสาและลัทธิเลือกตั้งก็จะยั่วด้วยคำสวยๆพวก สิทธิ เสรีภาพ เท่าเทียม ยุติธรรม ซึ่งก็ล้วนแต่โดนใจมวลชน เพราะพวกเขาล้วนมีปมด้อยเรื่องพวกนั้นกันจริง มวลชนแดงเลยพากันแห่แหนมา และพร้อมที่จะถูกล้างสมองปลูกความคิดความรู้สึกให้ชิงชังรังเกียจสถาบันฯได้ไม่ยาก
เหล่านี้แหละคือแรงโน้มถ่วงพวกเขามารวมกัน และชิงชังสถาบันฯดังที่เห็นกันอยู่