เค้าลางแห่งความเลวร้าย...แม้ว

คลังปัญญา กระทู้ปักหมุดเดิม เรื่องสำคัญจัดเก็บที่นี่

Re: เค้าลางแห่งความเลวร้าย...แม้ว

Postby jrr. » Tue Dec 22, 2009 12:06 am

...............click ก่อนนอน..................
User avatar
jrr.
 
Posts: 887
Joined: Mon Oct 13, 2008 7:41 am

Re: เค้าลางแห่งความเลวร้าย...แม้ว

Postby bird » Tue Dec 22, 2009 2:18 pm

jrr. wrote:...............click ก่อนนอน..................

อืม...นอนเช้าเลย :mrgreen:
ขอบคุณที่แวะมาก่อนนอนค่ะ
User avatar
bird
 
Posts: 1426
Joined: Wed Apr 01, 2009 1:25 pm


Re: เค้าลางแห่งความเลวร้าย...แม้ว

Postby bird » Tue Dec 22, 2009 9:23 pm

overtherainbow wrote:click ก่อนนอนเหมือนกัน นะ
นอนบ่ายยอ่ะ อิอิ


:? :? :?
ข้อมูลรวบรวมเสร็จแล้ว แต่ว่า....
bird ลืมหยิบกลับมา...รออ่านพรุ่งนี้น่ะค่ะ
จะรีบพิมพ์ให้แต่เช้าเลย..ขอโทษจริง ๆ ค่ะ :oops: :oops: :oops:
User avatar
bird
 
Posts: 1426
Joined: Wed Apr 01, 2009 1:25 pm

Re: เค้าลางแห่งความเลวร้าย...แม้ว

Postby overtherainbow » Tue Dec 22, 2009 9:38 pm

ทำใจสบายๆเด้อ อีหนู อ่านอย่างเดียวกินแรงเยอะแล้ว
คนเขียนซิ ลำบากกว่าเยอะ
User avatar
overtherainbow
 
Posts: 3123
Joined: Sat Dec 27, 2008 12:36 pm

Re: เค้าลางแห่งความเลวร้าย...แม้ว

Postby pooyong » Wed Dec 23, 2009 6:34 am

พักผ่อนบ้างนะครับ ใกล้ปีใหม่แล้ว งานคงเยอะ
(เทียบกับตัวเอง) :mrgreen:
การรับใช้แผ่นดิน คือความเบิกบาน
User avatar
pooyong
 
Posts: 1496
Joined: Mon Oct 19, 2009 9:55 am

Re: เค้าลางแห่งความเลวร้าย...แม้ว

Postby แดง ขาว น้ำเงิน » Wed Dec 23, 2009 10:16 am

ดีใจด้วยฮับ เรตติ้งดี โฆณาเข้าแล้ว :mrgreen:
"ผู้ที่ใช้สติปัญญาไม่เป็น คือคนโง่ ผู้ที่ไม่กล้าใช้สติปัญญา คือทาส" เพลโต้
User avatar
แดง ขาว น้ำเงิน
Moderator
 
Posts: 4943
Joined: Thu Feb 12, 2009 4:07 pm
Location: Earth

Re: เค้าลางแห่งความเลวร้าย...แม้ว

Postby bird » Wed Dec 23, 2009 10:28 am

ยุทธวิธี โฟนอิน วิดีโอลิงค์

เป้าหมายหลักของทักกี้และเหล่าแกนนำ นอปอชอ ภายหลังเหตุการณ์ ๑๙ กันยายน ๕๒
คือ การโค่นล้มอำมาตย์ ซึ่งทักกี้และเหล่าสมุนซ้ายขวา กล่าวอ้างอยู่เสมอว่าเป็นผู้มีบารมี
นอกรัฐธรรมนูญ และเป็นกล่มผู้อยู่เบื้องหลังเหตุการณ์ ปล้นอำนาจของเทพเจ้าทักกี้ การ
เคลื่อนไหวในครั้งนี้ ทักกี้ประกาศตัวเป็น "แกนนำตัวจริง เสียงจริง" โดยไม่มีนอมินีใด ๆ

เพราะผลที่ได้รับจากการวางตัวนอมินีทั้ง ๒ ครั้ง ได้รับผลไม่เป็นที่น่าพอใจทักกี้ และเป็น
การเสียเม็ดเงินโดยเปล่าประโยชน์ อีกทั้งการกระทำของนอมินีทั้ง ๒ ยิ่งเป็นการตอกย้ำ
ภาพในด้านลบให้กับตัวทักกี้เอง ซึ่งทักกี้ปฏิเสธอยู่ตลอดเวลาว่า พฤติกรรมของนอมินี
ไม่ได้เกิดจากคำสั่งของตน

การโฟนอิน วีดีโอลิงค์ คือกลยุทธ์ที่ทักกี้หยิบมาใช้ในการเคลื่อนไหวครั้งนี้ โดยอาศัย
แรงสนับสนุนของบรรดา สมาชิกพรรคเพื่อแม้ว ที่สวมหัวโขนเป็นท่านสอสอผู้ทรงเกียรติ
โดยเลือกเฉพาะจังหวัด ภูมิภาค และท้องถิ่นที่ทักกี้ไว้วางใจในความจงรักภักดีเท่าน้น
(แต่ข่าวในทางลับกระซิบมาว่า สาเหตุที่แท้จริงเกิดจากการอมค่าหัวคิวของ ๓ เกลอ)


Image

Image

การโฟนอิน วีดีโอลิงค์ เป็นการวิธีเดียวที่ทักกี้จะสามารถต่อสายตรงถึงกลุ่มมวลชนเป้า
หมาย หรือ กลุ่มมวลชนที่ยังคงให้การสนับสนุน และ หลงผิดคิดว่าทักกี้คือเทพเจ้า ที่
จะสามารถดลบันดาลให้พวกเค้าได้ในทุกสิ่ง ทักกี้โดนกลั่นแกล้ง สารพัดคำกล่าวอ้าง
ที่ทักกี้และเหล่าแกนนำจะบอกเล่า โดยคณะความเท็จวันนี้ ภายใต้แกนนำของสหาย
จักรภพ และ ขบวนการ ๓ เกลอ


Image

กลุ่มมวลชนที่แสดงตนเข้าร่วมการเคลื่อนไหวครั้งนี้อย่างเปิดเผย เช่น
(ที่มา : เนชั่นสุดสัปดาห์, คมชัดลึก)

- กลุ่มรักเชียงใหม่ ๕๑
- กลุ่ม ๒๔ มิถุนาประชาธิปไตยเชียงราย
- กลุ่ม คนโคราชรักษ์ประชาธิปไตย
- กลุ่ม เสรีชน อุบลราชธานี
- กลุ่ม ลำดวนแดงเพื่อประชาธิปไตย
- กลุ่ม เมืองจันท์รักษ์ประชาธิปไตย
- กลุ่ม คนเสื้อแดงรักประชาธิปไตยประตูน้ำพระอินทร์
- ชมรมคนรักอุดร
- ชมรมคนรักประชาธิปไตยพัทยา
- เครือข่ายประชาชนปกป้องประชาธิปไตยแห่งชาติ ๙ จังหวัดภาคเหนือตอนล่าง


Image

ทักกี้เร่งปลุกระดมด้วยการกระหน่ำโฟนอินบ้าง วิดีโอลิงค์บ้าง เพื่อสร้างอารมณ์ร่วมของ
มวลชนให้คล้อยตามเป้าหมายที่วางไว้ จนกระทั้ง ๒๖ มีนาคม ๒๕๕๒ กล่มมวลชนได้
ทยอยรวมตัวกัน ยึดฐานที่มั่นบริเวณหน้าทำเนียบฯ ภายใต้แกนนำคณะความเท็จวันนี้
ทักกี้ยังคงปราศัย กล่าวอ้าง คำเท็จต่างๆ นาๆ ล้วนแล้วแต่เป็นการสร้างภาพว่า ตนเอง
นั้นโดนกลั่นแกล้ง โดนปล้นอำนาจ โดยกล่มผุ้มีบารมีนอกรัฐธรรมนูญ ฯ และคำกล่าว
อ้างอื่น ๆ สุดแล้วจะสรรหา ผ่านวีดีโอลิงค์ทุกคืน รวมประมาณ ๑๖ ครั้ง

Image

Image

การประกาศชุมนุมใหญ่ในวันที่ ๘ เมษายน ๒๕๕๒ เกิดขึ้นภายใต้ข้อเรียกร้องที่กล่าว
อ้างว่า

" เอาประชาธิปไตยกลับคืนมาให้ประชาชน "

โดยตัวทักกี้เองประกาศ จะเป็นผู้นำมวลชน ในวัน เสียงปืนแตก

หากแต่พฤติกรรมกลับตรงข้าม เหล่าบรรดาภรรยา ลูกๆ ญาติสนิท ทยอยเดินทางออก
นอกประเทศ เสมือนสัญญาณว่า ศึกครั้งนี้ ทักกี้ยอมแลกด้วยชีวิต ของเหล่ามวลชนที่
หลงเชื่อในคำพูด คำกล่าวเท็จ ของอดีตนายกผุ้ทรงเกียรติ แต่หามีศักดิ์ศรีไม่

การเคลื่อนไหวของมวลชนทั้งในเมืองหลวง และจากชนบท กลุ่มบางกลุ่มกล่าวอ้างว่า
นี้คือ กระแสของการปฎิวัติประชาชน

เปรียบเทียบพฤติกรรมการโฟนอิน และวีดีโอลิงค์ของทักกี้ เทียบชั้นกับการเคลื่อนไหว
ของ อยาโตลาห์ โคไมนี ในการปฏิวัติอิสลามที่อิหร่าน เมื่อปี ๒๕๒๒

Image

ภาพการชุมนุมใหญ่ในวันที่ ๘ เมษายน ๒๕๕๒ ที่สื่อแขนงต่างๆ รายงานว่ามีจำนวนนับ
แสน โดยกระจายกำลังเป็น ๒ จุด ณ บริเวณหน้าทำเนียบ และ บริเวณบ้านสีเสา พร้อม
ประกาศเงื่อนไขให้ ประธานองคมนตรี องคมนตรี ๒ ท่าน และ นายก ต้องลาออกจาก
ตำแหน่ง ก่อน ๑๖ นาฬิกา หรือ ๔ โมงเย็นของวันที่ ๘ เมษายน ๒๕๕๒


จากจำนวนมวลชนที่เข้าร่วมชุมนุม ด้วยหลากหลายเหตุผล ทำให้ทักกี้และแกนนำเชื่อ
ว่าการเคลื่อนไหวในครั้งนี้ ต้องประสบความสำเร็จ และได้รับชัยชนะสมกับที่ตั้งเป้าไว้
ทักกี้จะกลับมาเรืองอำนาจอีกครั้ง แกนนำจะได้รับผลประโยชน์กันทั่วหน้า

ในขณะที่ทักกี้ยังคงวีดีโอลิงค์ โฟนอิน อ้อนมวลชนให้ทนอีก ๓ วันต้องได้รับชัยชนะ
ได้รับประชาธิปไตยในความหมายแบบแม้วกลับคืนสู่มือประชาชนเป็นแน่แท้...

Image

แต่...เหตุการณ์กลับพลิกผัน วันที่ ๙ เมษายน ๒๕๕๒ กลุ่มมวลชนที่เข้าร่วมการชุมนุม
ลดลงอย่างน่าใจหาย จากจำนวนแสน เหลือเพียงจำนวนหนื่น
ทักกี้และแกนนำจำต้อง
รีบปรับกระบวน โดยยืมยุทธวิธี ดาวกระจาย ของพันธมิตรมีใช้เป็นการชั่วคราว
ทั้งพฤติกรรม ปิดถนน ๔ ด้านที่มุ่งหน้าเข้าสู่ อนูสาวรีย์ชัยฯ ของเหล่าบรรดารถแท็กซี่
ในนาม "วิทยุชุมชนคนแท็กซี่" สร้างความเดือดร้อนให้กับผู้ใช้รถในวงกว้าง ซึ่งแน่นอน
การกระทำครั้งนี้ ได้รับเสียงสาบแช่งจากคนกรุง เป็นจำนวนมาก

และตามมาด้วยความพยายามปิดถนนหลาย ๆ เส้นทางโดยมุ่งเน้นเส้นทางธุรกิจ เช่น
แยกดินแดง แยกพระราม ๙ ฯ มีความพยายามปิดกั้นบริเวณถนนสาทร ซึ่งกลุ่มที่เข้า
ปฎิบัติการปิดถนน ก็แทบจะเอาชีวิตไม่รอด
อันเนื่องจากผู้คนในบริเวณใกล้เคียงร่วม
กันออกมาขับไล่ ทุกท่านคงจำได้ คลิปดังกล่าวส่งต่อ ๆ กันภายในไม่กี่นาที แสดง
ให้เห็นถึง การปฏิเสธ การกระทำที่ไร้สติ เพื่อสร้างกระแส...

Image

http://suprederm.org/wb/index.php?topic=339.0

การเคลื่อนไหว ภายใต้การสั่งการ การปลุกระดม ของทักกี้ ผ่านโฟนอินและวีดีโอลิงค์
โดยมุ่งเน้นวิธีตาต่อตา ฟันต่อฟัน เพื่อเร่งปิดเกมส์ ในขณะที่มวลชนยังคงมีอารมณ์ร่วม
ดังสุภาษิตที่ว่า "ตีเหล็กเมื่อร้อน" สุดท้ายแกนนำก็ไม่อาจควบคุมมวลชน จนเลยเถิด
ไปถึงพฤติกรรมที่น่าประนาณ หลาย ๆ เหตุการณ์

Image

หนึ่งในเหตุการณ์ที่เกิดจากการปลุกระคมของทักกี้ คือ การล้มการประชุมอาเซียนซัม
มิท บวก ๓ บวก ๖ ท่ามกลางการแพร่ภาพของสื่อมวลชนทั้งในและนอกประเทศ ภาย
ใต้การนำของ อดีตนักร้องผุ้มีเสียงเป็นเอกลักษณ์ ฉายานักร้องอมฮอลล์ ซึ่งการกระ
ทำดังกล่าว เป็นการกระทำที่ไร้สติ ปราศจากความสำนึกของผุ้ที่ขึ้นชื่อว่าเป็นคนไทย

Image

Image

การกระทำดังกล่าวเสมือนต้องการสร้างภาพในด้านลบของประเทศ ซึ่งไม่น่าที่จะเกิด
ขั้นด้วยน้ำมือของคนไทยด้วยกัน ที่สำคัญมากกว่านั้น การกระทำดังกล่าวยังเกิดขึ้น
ภายใต้การสั่งการของบุคคลที่ขึ้นชื่อว่าเป็น อดีตนายกของประเทศ


Image

Image

หยุดคิดสักนิด...แล้วถามตัวคนเองว่า

คุณยังเป็นคนไทยอยู่หรือเปล่า...
User avatar
bird
 
Posts: 1426
Joined: Wed Apr 01, 2009 1:25 pm

Re: เค้าลางแห่งความเลวร้าย...แม้ว

Postby bird » Wed Dec 23, 2009 10:37 am

overtherainbow wrote:ทำใจสบายๆเด้อ อีหนู อ่านอย่างเดียวกินแรงเยอะแล้ว
คนเขียนซิ ลำบากกว่าเยอะ


ขอบคุณค่ะ ที่ให้อภัย :mrgreen:

pooyong wrote:พักผ่อนบ้างนะครับ ใกล้ปีใหม่แล้ว งานคงเยอะ
(เทียบกับตัวเอง) :mrgreen:


ขอบคุณที่เป็นห่วงค่ะ :mrgreen:

แดง ขาว น้ำเงิน wrote:ดีใจด้วยฮับ เรตติ้งดี โฆณาเข้าแล้ว :mrgreen:


ว่าจะเก็บค่าโฆษณาอยู่เนี้ย :mrgreen:
User avatar
bird
 
Posts: 1426
Joined: Wed Apr 01, 2009 1:25 pm


Re: เค้าลางแห่งความเลวร้าย...แม้ว

Postby paper punch » Wed Dec 23, 2009 12:53 pm

ตามอ่านอยู่ครับ :D

เห็นหน้าไอ้กี้แล้วอยาก กระโดดซันแบ็ค ฟาดใส่หน้ามันจริงๆ :lol:
เคารพและศรัทธาคุณ ชวน หลีกภัย

ราตรีสวัสดิ์(official version)
http://www.youtube.com/watch?v=JFCooDPQ ... re=related
User avatar
paper punch
 
Posts: 922
Joined: Mon Oct 13, 2008 9:16 am

Re: เค้าลางแห่งความเลวร้าย...แม้ว

Postby แดง ขาว น้ำเงิน » Wed Dec 23, 2009 12:59 pm

paper punch wrote:ตามอ่านอยู่ครับ :D

เห็นหน้าไอ้กี้แล้วอยาก กระโดดซันแบ็ค ฟาดใส่หน้ามันจริงๆ :lol:


หมั่นไส้มันมาตั้งแต่พวกมันยังเรืองอำนาจเดินตามหลังพงศ์เทพ เจอพวกมันที่งานเลี้ยงวันระพี อยากจะเอาแร็กเก็ตภราดรฟาดหน้าดำๆ ของมันจัง :lol: :lol: :lol:
"ผู้ที่ใช้สติปัญญาไม่เป็น คือคนโง่ ผู้ที่ไม่กล้าใช้สติปัญญา คือทาส" เพลโต้
User avatar
แดง ขาว น้ำเงิน
Moderator
 
Posts: 4943
Joined: Thu Feb 12, 2009 4:07 pm
Location: Earth

Re: เค้าลางแห่งความเลวร้าย...แม้ว

Postby bird » Wed Dec 23, 2009 8:45 pm

เชื้อเลวร้ายกระจายสู่ แมนซิ

ข้อมูลที่จะนำเสนอในช่วงนี้ค่อนข้างเครียดและรุนแรง จึงขออนุญาติแทรกเรื่อง
เบาๆ เพื่อประดับความทรงจำสักเล็กน้อย

Image

ภายหลังเหตุการณ์ ๑๙ กันยายน ๒๕๕๒ ทักกี้หมดอำนาจและไม่สามารถ
เดินทางกลับประเทศบ้านเกิดได้ ทักกี้เดินทางเข้าสู่กรุงลอนดอนเพื่ออาศัยร่มเงา
ที่พักพิง และแน่นอนคนอย่างทักกี้ ย่อมไม่ทำอะไรแบบเงียบ ๆ ทักกี้เดินทางสู่
นครลอนดอน พร้อมกับข่าวการซื้อทีมเรือใบสีฟ้า ซึ่งก็ได้ผลสมใจนักการตลาด
อย่างทักกี้

Image

Image

สื่อต่างชาติประโคมกันอย่างเอิกเกริก สมาชิกรวมถึงกองเชียร์ให้การต้อนรับทักกี้
ประหนึ่งว่า ทักกี้คือเทพเจ้า ที่หยิบยื่นความช่วยเหลือมาให้ยามเมื่อทีมต้องการ
สโมสรอยู่ในสภาพขาดทุน และมีแนวโน้มว่าอาจจะต้องปิดสโมสร คนฉลาดอย่าง
ทักกี้ย่อมไม่ปล่อยให้โอกาสสร้างภาพหลุดมือ แน่นอน

Image

ทักกี้ทุ่มเงินประมาณ ๑๐๐ ล้านปอนด์ หรือประมาณ ๗,๐๐๐ ล้านบาท เพื่อซื้อ
ทีมฟุตบอล พร้อมดำรงตำแหน่งใหม่เป็นประธานสโมสรแมนฯซิตี้ ซึ่งในบอร์ดบริหาร
ทีมเรือใบสีฟ้าภายหลังเทคโอเวอร์ ทักกี้ได้เสนอชื่อ ๔ นักธุรกิจดังประกอบด้วย


๑. เสี่ยเพ้ง-พงษ์ศักดิ์
๒. บิ๊กแป๊ะ-ถิรชัย อดีตรองผู้ว่าฯ กทม.
๓. นายไพโรจน์
๔. นายวิกรม อดีตเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงลอนดอน


เข้าไปนั่งเป็นบอร์ดบริหารของทีมเรือใบสีฟ้าด้วย

ทักกี้ยังประกาศความร่ำรวย โดยได้นั่งเฮลิคอปเตอร์ส่วนตัว ซึ่งเพิ่งซื้อมาใหม่
(ก่อนหรือหลังการเทคโอเวอร์ สายลมไม่ได้บอกไว้) บินสำรวจสนามซิตี้ ออฟ
แมนเชสเตอร์ ซึ่งเป็นสังเวียนแข้งของทีมเรือใบสีฟ้าอย่างละเอียดพร้อมทีมงาน
ซึ่งมีนายไพโรจน์ ร่วมเดินทางด้วย

คำถามที่สำคัญ...

ทักกี้นำเงินจากไหนมาซื้อสโมสรเรือใบสีฟ้า.... ไร้คำตอบจากทักกี้
ทักกี้นำเงินจากไหนมาซื้อเฮลิคอปเตอร์ส่วนตัว...ก็ไร้คำตอบจากทักกี้เช่นกัน


ทิ้งคำถามไว้ก่อน...

Image

ทักกี้ประกาศนโยบายในการเข้ามาบริหารทีมแมนซิไว้อย่างเลิศหรูตามสไตล์

ต้องการพาทีมเรือใบสีฟ้าก้าวขึ้นเป็นยอดทีมชั้นนำระดับหัวแถวของพรีเมียร์ลีก
อังกฤษ เฉกเช่นเดียวกับแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด ลิเวอร์พูล เชลซี และอาร์เซนอล
พร้อมประกาศตั้งเป้าที่จะดึงนักเตะไทยไปโชว์ฝีเท้าในพรีเมียร์ลีกอังกฤษ


Image

แต่ข่าวแว่ว ๆ มาว่า สุดท้ายนักเตะชาวไทยที่ไปร่วมทีมกลับไม่ได้รับเงินเดือน
อันนี้ก็ไม่กล้ายืนยันว่าจริงเท็จประการใด เพราะเป็นเรื่องระหว่างนักเตะกับทักกี้

กระแสข่าวการลงทุนของทักกี้ในครั้งนี้ บิ๊กแป๊ะกล่าวทิ้งท้ายไว้ว่า

" ....คุณทักษิณเขาลงทุนครั้งนี้เกือบหมื่นล้าน ย่อมต้องหวังผลทางธุรกิจมากกว่า
ที่จะมีนัยอย่างอื่น ความจริงถ้าจะมองว่านี่คือของเล่นใหม่ของอดีตนายกที่จะทำให้
เขาไม่กลับมาสนใจการเมืองอีก ก็มองได้
"

คำถามที่ว่า ทักกี้จะไม่กลับมาสนใจการเมืองอีก ณ วันนี้คงได้รับคำตอบที่ชัดเจน

Image

Image

"แม้ว" ยื้อต่อไม่ไหวขายแล้วสโมสรเรือใบสีฟ้าให้กลุ่มทุนจากอาบูดาบี

หัวข้อข่าวที่สื่อหลายแขนงนำเสนอ ภายหลังทักกี้ประกาศขายทีมฟุตบอลให้กับ
กลุ่มทุนจากอาบูดาบี สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ เข้าเทกโอเวอร์ด้วยมูลค่า 150 ล้าน
ปอนด์ หรือกว่า ๙,๐๐๐ ล้านบาท ภายใต้คำกล่าวอ้างของทักกี้ที่ว่า ต้องการยก
ระดับสโมสรไปสู่หนึ่งในสี่ทีมหัวแถว และขยายตลาดไปสู่ตะวันออกกลาง

สื่ออังกฤษแฉ"ทักษิณ"ผลาญเงินเรือใบสีฟ้ากว่าหมื่นล้าน

หนังสือพิมพ์ "เดอะการ์เดี้ยน" เปิดเผยข้อมูลของทีมแมนเชสเตอร์ซิตี้ โดยระบุว่า

ช่วงที่ ทักกี้อดีตประธานสโมสรเข้ามาครอบครองสโมสรเมื่อเดือนมิถุนายน พ.ศ.
๒๕๕๐ จนถึงวันที่ ๓๑ พฤษภาคม ๒๕๕๑ นั้น สโมสรสูญเงินไปถึง ๓๓ ล้าน
ปอนด์ (หรือประมาณ ๑,๗๑๖ ล้านบาท) ยอดกู้เงินจากธนาคารเพิ่มสูงขึ้นจาก
๔๙ ล้านปอนด์ (หรือประมาณ ๒,๕๔๘ ล้านบาท) เป็น ๖๔ ล้านปอนด์ (หรือ
ประมาณ ๓,๓๒๘ ล้านบาท) ด้วย

Image

เบ็ดเสร็จแล้วทักกี้ก่อหนี้ให้กับสโมสรเพิ่มขึ้นจาก ๑๓๔ ล้านปอนด์ (หรือ ๖,๙๖๘
ล้านบาท) เป็น ๒๐๙ ล้านปอนด์ (๑๐,๘๖๘ ล้านบาท) และยังใช้เงินในการซื้อ
นักเตะเข้ามาเสริมทีมช่วงปิดฤดูกาลอีก ๔๙.๕ ล้านปอนด์ (ประมาณ ๒,๕๗๔
ล้านบาท)


และยังมีการตั้งข้อสังเกตภายในสโมสรว่า ทักกี้อาศัยทีมแมนฯซิตี้ เพื่อการกู้ชื่อ
เสียงที่มักจะออกมาด้านลบของตนเองในประเทศไทย โดยเลี้ยงดูปูเสื่อผู้บริหาร
ระดับสูงของประเทศไทยในหลายแมตช์ที่ทีมมีโปรแกรมแข่ง
อีกทั้งยังนำทีมมา
ทัวร์แข่งที่เมืองไทย

Image

ประเด็นสำคัญ คือ มีการนำเงินสโมสรจำนวน ๔๗,๙๑๒ ปอนด์
คิดเป็นเงินไทยประมาณ ๒.๕๐ ล้านบาท มาจ่ายเป็นค่าโฆษณา
ให้กับบริษัทประชาสัมพันธ์ของนายพานทองแท้ บุตรชายด้วย


เค้าลางแห่งความเลวร้าย...มิได้เกิดขึ้นเฉพาะในประเทศเราเท่านั้น หากแต่เกิดขึ้น
ในทุก ๆ ที่ ที่แม้วก้าวย่างไป...จริงเท็จประการใด คงปล่อยให้ทุกท่านวิเคราะห์
ตามมุมมองและวิสัยทัศน์ของแต่ละท่าน....

Image


หมายเหตุ : กรุณาใช้ความอดทนกับภาพที่นำเสนอข้างต้น จักเป็นพระคุณยิ่ง
Last edited by bird on Thu Dec 24, 2009 5:51 pm, edited 2 times in total.
User avatar
bird
 
Posts: 1426
Joined: Wed Apr 01, 2009 1:25 pm

Re: เค้าลางแห่งความเลวร้าย...แม้ว

Postby jrr. » Thu Dec 24, 2009 12:04 am

.............คลอนก่อน nick............
User avatar
jrr.
 
Posts: 887
Joined: Mon Oct 13, 2008 7:41 am

Re: เค้าลางแห่งความเลวร้าย...แม้ว

Postby bird » Thu Dec 24, 2009 5:55 pm

paper punch wrote:ตามอ่านอยู่ครับ :D

เห็นหน้าไอ้กี้แล้วอยาก กระโดดซันแบ็ค ฟาดใส่หน้ามันจริงๆ :lol:


แดง ขาว น้ำเงิน wrote:หมั่นไส้มันมาตั้งแต่พวกมันยังเรืองอำนาจเดินตามหลังพงศ์เทพ เจอพวกมันที่งานเลี้ยงวันระพี อยากจะเอาแร็กเก็ตภราดรฟาดหน้าดำๆ ของมันจัง :lol: :lol: :lol:


jrr. wrote:...............click ก่อนนอน..................


ขอบคุณทั้ง ๓ ท่านค่ะ...

- อยาก กระโดดซันแบ็ค ฟาดใส่หน้ามันจริงๆ
- อยากจะเอาแร็กเก็ตภราดรฟาดหน้าดำๆ ของมันจัง

มีโอกาสเมื่อไหร่ ฝากด้วยสัก ตุ๊บ ๒ ตุ๊บ น่ะค่ะ.... :mrgreen:
User avatar
bird
 
Posts: 1426
Joined: Wed Apr 01, 2009 1:25 pm


Re: เค้าลางแห่งความเลวร้าย...แม้ว

Postby bird » Thu Dec 24, 2009 8:25 pm

overtherainbow wrote:ภาพในข่าวน่ะพอทน
แต่ภาพจงใจแบบปกหนังสือ
เห็นแล้ว อยากฆ่าคน


:mrgreen:
User avatar
bird
 
Posts: 1426
Joined: Wed Apr 01, 2009 1:25 pm

Re: เค้าลางแห่งความเลวร้าย...แม้ว

Postby pooyong » Fri Dec 25, 2009 6:08 am

10_1261641982.gif
(6.73 KiB) Downloaded 307 times

เมอรี่ คริสต์มาส ครับ
การรับใช้แผ่นดิน คือความเบิกบาน
User avatar
pooyong
 
Posts: 1496
Joined: Mon Oct 19, 2009 9:55 am

Re: เค้าลางแห่งความเลวร้าย...แม้ว

Postby bird » Fri Dec 25, 2009 9:38 am

มอบความสุขให้ทุก ๆ ท่านค่ะ :mrgreen:

ขออวยพรให้ทุกท่านมีความสุข เงินทองไหลมาเทมา
คิดสิ่งใดสมความปราถนาทุกประการ... :mrgreen:
Attachments
[320x200].jpg
(26.84 KiB) Downloaded 304 times
User avatar
bird
 
Posts: 1426
Joined: Wed Apr 01, 2009 1:25 pm

Re: เค้าลางแห่งความเลวร้าย...แม้ว

Postby bird » Fri Dec 25, 2009 4:14 pm

แหล่งกระจายข้อมูลและสถานการณ์เท็จ

เคยนึกสงสัยว่า แม้วและแกนนำใช้วิธีอะไรในการชักจูงจิตใจและความรู้สึกนึกคิดของ
มวลชน ให้คล้อยตามความคิดของแม้วและแกนนำ นอกจากวิดีโอลิงค์ โฟนอิน การจัด
การรายการนายกคุยกับประชาชนในช่วงที่ยังอยู่ในอำนาจ หรือการหว่านเม็ดเงินขณะ
เดินสายทัวร์นกขมิ้น รวมเป็นถึงอาจสามารถโมเดล

การที่พูด ปราศัย หรือกระทำการใด ๆ แล้วสามารถชักจูงมวลชน จัดตั้งมวลชนได้ไม่ว่า
จะจำนวนมากหรือน้อย ผู้ที่ลงมือกระทำคงต้องเป็นผู้มีจิตวิทยาสูงมาก หรือผู้นั้นย่อมรู้ว่า
มวลชน ผู้รับฟังอยากฟังอะไร แล้วพูดในสิ่งที่มวลชนอยากฟัง แม้วและแกนนำใช้วิธีใด
ในการสะกดจิตให้มวลชน ยอมทำทุกอย่างเพื่อคน ๆ หนึ่งอย่างถวายชีวิต

หากจะบอกว่า การหว่านเงินลงไปในพื้นที่และกลุ่มเป้าหมาย ก็น่าจะใช้ แต่คงไม่ทั้งหมด
เพราะคนเมือง ที่พอจะมีความรู้บ้าง การใช้เม็ดเงินคงต้องใช้จำนวนมหาศาล และอาจจะ
ได้ไม่คุ้มเสีย เพราะคนเมืองมีความรู้สึกที่แตกต่างจากคนในชนบท และการทำเช่นนั้น
กับคนเมืองโอกาสที่จะประสบผลด้านลบเป็นไปได้ค่อนข้างสูง เนื่องจากระบบเทคโนโลยี
ที่ทันสมัย มือถือที่อาจจะให้เป็นเครื่องมือในการบันทึกภาพ บันทึกเสียง...

ดังนั้น การที่แม้วและแกนนำสามารถสะกดจิตคนเมืองที่พอจะมีความรู้บ้าง คงต้องใช้วิธี
กระจายข่าว ส่งข้อมูลถึงมือ ในลักษณะข่าวลือ และแน่นอนการกระจายข่าวที่เร็วและได้
จำนวนมากพร้อม ๆ กัน คงต้องพึ่งอินเตอร์เน็ท

ในปัจจุบันคนเมืองน้อยคนนักที่ไม่รู้จักอินเทอร์เนท เรา ๆ ท่าน ๆ ชีวิตส่วนหนึ่งนั่งอยู่หน้า
จอสีเหลี่ยม เข้าสู่เครือข่ายใยแมงมุม และรับรู้ข่าวสาร สถานการณ์จากเว็บไซด์ต่าง ๆ
แม้วและแกนนำก็คงเช่นกัน การเสพข้อมูล ข่าว และสถานการณ์ต่าง ๆ ของคนเมืองจึง
กลายเป็นเป้าหมายที่แม้วและแกนนำต้องสร้างแนวร่วม นอกเหนือจากคนชนบทที่ห่าง
ไกลระบบไอที

บทความที่จะนำเสนอต่อไปนี้ ก็เป็นอีกบทความหนึ่งที่แพร่กระจายไปตามสายเครือข่าย
สู่มวลชนผู้เสพข้อมูลข่าวสาร

นักรบไซเบอร์ (Cyber Warrior) อินเตอร์เน็ต รัฐประหาร
และประเทศไทย


บทความโดย...ลูกชาวนาไทย

คงต้องยอมรับกันอย่างเต็มภาคภูมิว่า การต่อสู้กับเผด็จการ คมช. ในปี 2550 ที่ผ่านมา
นั้น นักรบไซเบอร์ และอินเตอร์เน็ต คือ ส่วนที่สำคัญอย่างยิ่งในการเอาชนะเผด็จการ
ทหารยุคศตวรรษที่ 21 นี้

หากไม่มีอินเตอร์เน็ต และเว็บบอร์ดต่าง ๆ เราคงพ่ายแพ้แก่เผด็จการ คมช. และบรรดา
ลูกๆ ของ "มารเฒ่าหัวขาว" ไปแล้ว

ผมยังจำได้เมื่อสักสองปีมาแล้ว ตอนนั้นผมยังอยู่ที่ประเทศอังกฤษ ประเทศไทยยังไม่มี
รัฐประหาร ประชาธิปไตยไทยกำลังไปได้สวย เพิ่งพ้นเลือกตั้งปี 2548 เพื่อนร่วมหอพัก
ของผมคือ "นักศึกษาชาวอิหร่าน" ผมเคยคุยกับเขา โดยเปรยๆ ว่าอเมริกันคงไม่โจมตี
อิหร่าน

เพราะคนอิหร่านจะต่อสู้ คำตอบของนักศึกษาอิหร่านคือ "อยากให้อเมริกันบุกอิหร่าน
เพื่อขับไล่รัฐบาลเผด็จการออกไป" เพราะคนอิหร่านไม่มีทางสู้กับเผด็จการเบ็ดเสร็จแบบ
นั้นได้ เขาบอกว่าคนอิหร่านกว่า 90% ไม่ชอบรัฐบาล แต่พวกเขาไม่มีเสรีภาพในการแสดง
ออก

พวกเขาโดนกดขี่ เสรีภาพในการพูดคุยทางการเมืองก็ไม่มี เพราะการพูดต่อต้านรัฐบาล
แม้กับเพื่อนฝูงก็เป็นอันตราย เพราะอาจมีสายลับของรัฐบาลรายงานให้หน่วยงานลับทราบ

ผลการพูดคุย ผมรู้สึกแปลกใจมาก เพราะมันตรงข้ามกับที่ผมรับรู้แทบทั้งหมด เขาสิ้นหวัง
จนอยากให้อเมริกาโจมตีประเทศตัวเอง เพื่อขับไล่รัฐบาลเผด็จการออกไป

ตอนนั้นผมเล่าให้เขาฟังถึง "เสรีภาพของคนไทยอย่างภาคภูมิใจ" เพราะเรามีรัฐบาลที่มา
จากเลือกตั้งหลายสมัยแล้ว ประชาชนมีเสรีภาพในการแสดงออกทางการเมืองอย่างเต็มที่
รัฐธรรมนูญปี 2540 ก็เป็นรัฐธรรมนูญของประชาชน

ผมยังเปิดเว็บ "ราชดำเนิน" ให้เขาดู ถึงเสรีภาพในการแสดงความเห็นของคนไทย ผ่าน
เว็บบอร์ดที่แม้แต่รัฐบาลก็ไม่สามารถควบคุมได้ ผมแปลความเห็นต่างๆ ให้เขาฟัง เขารู้
สึกอิจฉาประเทศไทยมาก ที่มีเสรีภาพอย่างนั้น

ตอนนี้หากผมเจอเขา ผมคงต้องเอาหน้ามุดดินหนี อับอายขายหน้าจริงๆ

แต่อย่างไรก็ตาม คนไทยบางส่วนได้แสดง

"ธาตุแท้ของนักสู้เพื่อเสรีภาพ นักสู้เพื่อประชาธิปไตย" ขึ้น

โดยการต่อสู้ผ่านอินเตอร์เน็ต ผ่านเว็บบอร์ดต่างๆ ผ่านความเห็น บทความต่างๆ คลิป
วิดิโอ สถานีวิทยุอินเตอร์เน็ต สถานีโทรทัศน์อินเตอร์เน็ต รวมทั้งเกิด "นักรบไซเบอร์
หรือ Cyber Warrior ขึ้นจำนวนมากที่เชื่อมโยงกันเป็นเครือข่าย ผลิตซ้ำ ข่าวสารต่างๆ
ต่อสู้กับสื่อหลักที่ไป สยบแทบเท้าของเผด็จการจนหมดสิ้น เหลือแต่โลกอินเตอร์เน็ต
หรือโลกไซเบอร์เท่านั้น ที่พวกเผด็จการเอาชนะ และครอบงำไม่ได้

เรารอดจากเผด็จการจนถึงวันนี้ ด้วย "อินเตอร์เน็ต" อย่างแท้จริง หากไม่มีอินเตอร์เน็ต
เราก็จะกลายเป็นรัฐเผด็จการแบบอิหร่าน หรือปากีสถาน ที่ประชาชนทุกคนต้องตกอยู่
ภายใต้อำนาจของเผด็จการ จนสิ้นหวัง ถึงกับมีคนคิดภาวนาให้ ต่างชาติเข้ามาช่วยขับ
ไล่เผด็จการออกไปแบบนักศึกษาอิหร่านคนนั้น

น่าสารพวกเขายิ่งนัก

ผมว่า สิ่งที่พรรคพลังประชาชนจะต้องทำอย่างเร่งด่วนในการ วางมาตรการต่อต้านเผด็จ
การ และ การครอบงำของสื่อ คือ "การสร้างโครงข่ายอินเตอร์เน็ตความเร็วสูง" เข้าสู่ครัว
เรือนอย่างรวดเร็ว

อาจต้องนำเอาเทคโนโลยี Broadband over power lines (BPL) ที่ใช้เครือข่ายของ
สายไฟฟ้าของ กฟผ. เข้ามาเสริมเครือข่ายเส้นใยนำแสง เพื่อให้การขยายเครือข่ายเป็น
ไปอย่างรวดเร็ว รวมทั้งจะต้องลดภาษีอุปกรณ์อินเตอร์เน็ต อุปกรณ์คอมพิวเตอร์ เพื่อให้
มีราคาถูกลง จนประชาชนทุกชนชั้นสามารถเข้าถึงได้อย่างทั่วถึง (ตอนนี้ผมเห็นมีเครื่อง
Laptop เล็กๆ ราคา 11,500 บาท ที่ดีกว่า Notebook เครื่องแรกของผม ออกวางตลาด
แล้ว การทำให้คอมพิวเตอร์ราคาหมื่นเศษๆ หรือ ต่ำกว่าจึงเป็นเรื่องที่ทำได้อย่างแน่นอน)

พรรคพลังประชาชน และ ท่านนายฯทักษิณ รอดจากสงครามทางการเมืองครั้งนี้มาได้
โดยการเป็นหนี้บุญคุณของ "อินเตอร์เน็ต" อย่างใหญ่หลวง จนไม่อาจปฏิเสธได้ หาก
ไม่มีอินเตอร์เน็ต พรรคพลังประชาชน จะไม่มีวันนี้อย่างแน่นอน เพราะจะถูกปิดกั้นการ
ต่อสู้แทบทั้งหมด

ดังนั้นการขยายเครือข่ายอินเตอร์เน็ตถึงครัวเรือนทั่วประเทศจึงเป็น "ความจำเป็นอย่าง
เร่งด่วนของชาติ" แม้จะใช้งบประมาณเป็นแสนล้าน แบบเดียวกับการสร้างรถไฟฟ้าก็
ต้องทำ และมีความจำเป็นเร่งด่วนกว่ารถไฟฟ้ามาก ยิ่งเครือข่ายอินเตอร์เน็ตเข้าถึงทุก
ครัวเรือนเท่าไหร่ ภูมิคุ้มกันเผด็จการก็จะมีสูงขึ้นมากเท่านั้น

ผมไม่เป็นห่วงเรื่อง "เนื้อหา หรือ Content" ที่จะต่อสู้กับเผด็จการ เพราะ อุดมการณ์
ประชาธิปไตย ย่อมได้เปรียบเผด็จการอยู่แล้ว ไม่ว่าโต้เถียงกันในเว็บบอร์ดใด ก็ชนะ
วันยังค่ำ จะเกิดนักรบไซเบอร์ ที่ต่อสู้กับเผด็จการอย่างมากมาย

และที่สำคัญอย่าลืม

"เช็คบิลกับ ข้าราชการกระทรวงไอซีที" ที่ทำตัวเป็น "ผู้รับใช้เผด็จการ" ที่พยายามปิด
เว็บไซต์ต่างๆ อย่างเว็บ Hi-Thaksin โดนรังแกจนต้องมีโปรแกรมทะลวงเว็บออกมาแจก
ต้องเช็คบิลกับ คนไอซีทีที่เป็นทาสเผด็จการเหล่านี้ ไม่ให้เป็นเยี่ยงอย่างอีกต่อไป


การปิดเว็บไซต์ คือ อาชญากรรมเช่นเดียวกับ "การปิดหนังสือพิมพ์" หรือโทรทัศน์
ผู้ปิดเว็บไซต์ คืออาญากรสงคราม เราจะต้องไม่ยอมให้ทำได้โดยง่าย ที่ผ่านมากระ
ทรวงไอซีที ก็ไม่ได้มีอำนาจทางกฎหมายอะไรที่จะทำ แต่อาศัยจิตใจที่ฝักใฝ่เผด็จการ
ก่ออาชญากรรมร้ายแรง โดยการปิดเว็บไซต์


กระทรวงไอซีที ควรเป็นกระทรวงที่ก้าวหน้า มีหน้าที่พัฒนาเทคโนโลยี ส่งเสริมอินเตอร์
เน็ต ไม่ควรมีหน้าที่ ปิดเว็บไซต์


คุณหมอ สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี เลขาธิการพรรคพลังประชาชน คงทราบและเข้าใจเรื่องนี้
อย่างลึกซึ้ง จะต้องถือว่า "แผนงานสร้างเครือข่ายอินเตอร์เน็ตเข้าสู่ครัวเรือน" คือแผน
งานเร่งด่วน เป็นความเป็นความตายของ ระบอบประชาธิปไตยเลยทีเดียว

หากไม่มีอินเตอร์เน็ต วันนี้พวกเราคงไม่มีทางสู้กับ มารเฒ่าหัวขาว และลูกๆ ได้อย่าง
แน่นอน
---------------------------

ปล. วันนี้ ผมได้อ่านและฟัง บทสัมภาษณ์ของคุณหมอสุรพงษ์ โดย Thaifreenews
แล้ว นี่คืออานุภาพของอินเตอร์เน็ต ที่เป็นช่องทางสยบข่าวลือ และการเต้าข่าว ของ
พวกสื่อหลักได้

จาก กลุ่มสื่อประชาชน thaifreenews

แสดงเมื่อ 1/17/2008 06:59:00 หลังเที่ยง

---------------------------
อินเตอร์เนทถูกใช้เป็นเครื่องมือในการเผยแพร่ข้อมูลข่าวสาร และรายงานสถานการณ์
ต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น โดยผู้เสพข้อมูลแทบจะไม่สามารถหาข้อพิสูจน์ได้ว่า ข้อมูลข่าวสาร
และสถานการณ์นั้น ๆ เป็นจริงเท็จประการใด ซึ่งรวมไปถึงศูนย์จัดเก็บข้อมูลสาธารณะ
ที่เปิดโอกาสให้ ผู้เข้าชมแก้ไขข้อมูลต่าง ๆ ได้ ความน่าเชื่อถือของข้อมูลข่าวสารและ
สถานการณ์นั้นๆ ขึ้นอยู่กับกลุ่มผู้เสพข้อมูล ที่เลือกจะเชื่อหรือไม่เชื่อประการใด

เว็บไซด์บางแห่งถูกสร้างขึ้นเพื่อกระจายข้อมูลข่าวสารและสถานการณ์อันเป็นเท็จ โดย
เจตนา หากผู้เสพเลือกที่จะเข้าไปเสพอยู่เป็นประจำ ความรู้สึกนึกคิด ความคิดเห็น ย่อม
มีโอกาสที่จะคล้อยตามในอัตราที่สูง

เช่นเดียวกับการปล่อยข่าวลือ ส่งต่อกันไปเรื่อย ๆ ตอกย้ำกันอยู่ประจำ จากสถานการณ์
เท็จ ข้อมูลอันเป็นเท็จ ก็จะกลายเป็นข้อมูลจริง และสถานการณ์จริงในสักวัน

เนื้อหาและความหมายที่ปรากฎอยู่ในบทความ มีจุดประสงค์ประการใด สุดแล้วแต่ว่า
ทุกท่านจะวิเคราะห์ไปในแนวทางใด คงไม่สามารถเสนอความคิดเห็นเพื่อโน้มน้าวให้
ท่านคิดเห็นคล้อยตามได้..
User avatar
bird
 
Posts: 1426
Joined: Wed Apr 01, 2009 1:25 pm

Re: เค้าลางแห่งความเลวร้าย...แม้ว

Postby bird » Sat Dec 26, 2009 11:36 pm

จุดเริ่มต้นโฟนอินปลุกระดม

ลองย้อนดูการโฟนอินและวิดิโอลิงค์ตั้งแต่ช่วง ๒๖ มีนาคม ๒๕๕๒ จนกระทั่ง
ส่งผลบานปลายจนยากแก่การควบคุม มวลชนบางกลุ่มทำลายทรัพย์สินสาธารณะ
ไม่ว่าจะเป็นการเผารถเมล์ การปิดถนน การนำรถแก็สเปิดวาวล์จอดในบริเวณ
ที่พักอาศัยย่านดินแดง ซึ่งสิ่งที่ร้ายแรงคือการปะทะกันระหว่างคนไทยด้วยกัน
กลุ่มหนึ่งเป็นมวลชนที่สวมใส่เสื้อแดง กับ กลุ่มหนึ่งที่ออกมาเพื่อปกป้องบ้านเรือน
ของตัวเอง...

อะไรคือชนวนของเหตุการณ์ในครั้งนี้...

Image

การโฟนอินของอดีตนายกในค่ำคืนวันที่ ๒๘ มีนาคม ๒๕๕๒ โดยมีใจความ
บางส่วน

"รัฐบาลชุดนี้ ลงทุนซื้อ ส.ส. โดยเฉพาะเขียวไข่กา ถ้าสงสัยให้ถามลุงชัย
แล้วอย่าบอกว่าเขียวไข่กาเป็นมะม่วง จะว่าเป็นฝีมะม่วงถึงใกล้เคียงหน่อย"

อดีตนายกฯ กล่าว

จะว่าไปตอนที่ทักกี้ขึ้นสู่อำนาจในครั้งแรก ก็มีพฤติกรรมกว้านซื้อพรรคการ
เมืองและ สส เหมือนกัน ใช่หรือไม่ ? หรือว่า ไม่ใช่

"ก่อนเราจะแก้ปัญหาเศรษฐกิจได้ เงื่อนไขสำคัญคือ ความมั่นคงทางการเมือง
ถ้าการเมืองยังเป็นแบบนี้ ที่มีความพยายามทำให้เป็นอมาตยาธิปไตย ก็ไปไม่
ได้รอด เพราะเสียงส่วนใหญ่ต้องการประชาธิปไตย แต่อามาตยาธิปไตยกุม
อำนาจ เท่ากับฝืนความรู้สึกประชาชน"


แล้วช่วงที่ทักกี้มีอำนาจ รวบอำนาจไว้ที่ทักกี้คนเดียว เรียกว่า เผด็จการ
หรือ ธนาธิปไตยดีหล่ะ...ท่าน

"เป็นห่วง พอเห็นรัฐบาลนี้จะแก้กฎหมาย 2 ฉบับ ฉบับแรกจะขยายเพดานเงินกู้
เป็น 60%ของจีพีดี แล้วอภิสิทธิ์และรัฐบาลกลับบอกว่า ประเทศที่เจริญแล้ว กู้
เงินเกิน60% เขาทำได้ เพราะฐานภาษีประมาณ 35% ของจีพีดี แต่ของเรา 15%
หมายความว่า ถ้าขยายเพดานเงินกู้ เพราะรัฐบาลนี้นักกู้อยู่แล้ว หาเงินไม่เป็น
แต่กู้เก่ง เตรียมไว้เลย ภาษีต้องขึ้น ถ้าไม่ขึ้น ก็ไม่มีกำลังใช้หนี้"


"กฎหมายตัวที่2 กำหนดว่า ต้องขาดดุลงบประมาณไม่เกิน 4.5% แต่ปีนี้ 2552
ตั้งงบขาดดุลเกือบ6% ถือว่าผิดกฎหมาย เป็นการแก้ปัญหาปลายเหตุและไม่ดัก
ปัญหาล่วงหน้า"

อืม..แต่ที่ทักกี้แก้กฎหมายเพื่อเอื้อประโยชน์ให้กลุ่มบริษัทของครอบครัวในขณะ
ที่อยู่ในอำนาจ เรียกว่าอะไรดี..ทุจริตเชิงนโยบาย หรือ กฎหมายเอื้อประโยชน์
บุคคลในครอบครัว..

"ต้องเอางบประมาณลงทุนเพื่อจ้างงาน สร้างรายได้ให้ประชาชน แต่เอาเงินมา
แจกแบบประชานิยมนั้น ใช้ไม่ได้แล้ว เพราะยุคสมัยไม่เหมือนกัน แม้อยากได้
คะแนนเสียง ก็ได้ชั่วคราว อีกไม่กี่วันคนก็ลืมแล้ว เนื่องจากไม่สามารถมีเงิน
แจกได้ต่อเนื่อง
"

ก็คงจะใช่ เพราะทักกี้นำเงินภาษีของประชาชนไปหว่านหาเสียงจนหมดคลังแล้ว

อดีตนายกฯ กล่าวว่า ตอนเป็นนายกฯ ได้วางเมกะโปรเจ็คต์ไว้แล้ว และได้ข่าว
ว่ารัฐบาลนายอภิสิทธิ์ลอกเลียนอยู่ แต่เชื่อว่าไม่ได้ทำ เพราะต้องคืนอำนาจให้
รัฐบาลที่มาจากประชาธิปไตยสานต่อ


เมกะโปรเจ็ก อภิมหาโครงการ แหล่งเงินทุนของทักกี้ใช่หรือไม่

"พี่น้องครับ ลุกขึ้นมาทั้งประเทศไทย มาร่วมกับเสื้อแดง เอาประชาธิปไตย
คืนมา ไม่ต้องมากรุงเทพฯก็ได้ ชุมนุมกันทั้งประเทศอย่างสันติ เพื่อบอกให้รู้ว่า
เราหวงแหนประชาธิปไตย เอาคืนมาให้เราซะ แล้วความเป็นอยู่พี่น้องจะดีขึ้น
"

นี่คือการปลุกระดม..หรือ เป็นเพียงคำปราศัยทักทายกันตามมารยาท

และว่า บรรดานักการเมืองมาร่วมกับตน อย่าเหนียม ออกมานำพี่น้องประชน
เราไม่ทำร้ายใคร เราไม่ทำให้บ้านเมืองเสียหาย เราต้องการประชาธิปไตยแท้
จริง ไม่ใช่หลอกหลวง เราต้องการประชาธิปไตยเพื่อประชาชน

"ไม่ต้องห่วงผม ผมห่วงพี่น้องครับ พี่น้องที่มีกำลังมาช่วยเหลือพวกเสื้อแดง
ข้าวหม้อแกงหม้อให้พวกเราอยู่และสู้กัน เราต้องการประชาธิปไตยเพื่อประเทศ
ไทย เพื่อคนไทย เพื่อลูกหลานของเรา เราต้องการมีสถาบันพระมหากษัตริย์
ที่อยู่กับประชาธิปไตย โดยไม่มีพวกเกะกะวุ่นว่ายกับการเมือง กับการเมือง
"

ไม่ต้องห่วงผมและครอบครัว เพราะ ผมวางแผนให้ทุกคนเดินทางออกนอกประเทศ
ไว้เรียบร้อยแล้ว..ใช่หรือไม่

นี่เป็นการโฟนอินอีกครั้งของอดีตนายก บางช่วงบางตอนที่กล่าวข้างต้น คงพอจะ
คาดเดาได้ว่าผู้ที่กล่าวคำพูดเหล่านั้นออกมาต้องการเห็นผลที่ได้เป็นอย่างไร ซึ่ง
ทุกอย่างคงประจักษ์แก่สายตาของท่านแล้วในช่วงเมษายนที่ผ่านมา การโฟนอิน
ยังมีเข้ามาอย่างต่อเนื่อง..และยิ่งทวีความรุนแรงในคำพูดมากขึ้นในทุกครั้ง
โดยมีเป้าหมายเพียงเพื่อ...ตอกย้ำว่าตนเองไม่มีความผิด..

ข้อมูลที่แฝงอยู่ในคำพูด คำปราศรัยกลายเป็นส่วนหนึ่งให้มวลชนบางกลุ่มนำ
มาบอกกล่าวต่อ ๆ กันทางเว็บไซด์ เพื่อกระจายข้อมูลให้กว้างมากขึ้น พึ่งจะ
เห็นได้จากการโต้ตอบกระทู้กันทางเว็บบอร์ดต่างๆ หรือการโต้แย้งข้อมูลของ
บางกลุ่มที่ไม่นิยมใช้อินเทอร์เนท หรือไม่สันทัดกับระบบไอที

ที่มักจะโต้ตอบด้วยประโยคที่มีลักษณะคล้ายคลึงกัน อ้างแหล่งข่าวให้เครือข่าย
เดียวกัน นั่นคงเป็นเพราะ

พวกเค้าเชื่อในคำพูดของอดีตนายก มากกว่าที่จะมองข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น

Image
User avatar
bird
 
Posts: 1426
Joined: Wed Apr 01, 2009 1:25 pm

Re: เค้าลางแห่งความเลวร้าย...แม้ว

Postby jrr. » Sat Dec 26, 2009 11:55 pm

............click แล้วไปนอน............
User avatar
jrr.
 
Posts: 887
Joined: Mon Oct 13, 2008 7:41 am

Re: เค้าลางแห่งความเลวร้าย...แม้ว

Postby bird » Sun Dec 27, 2009 2:17 pm

นำมาซึ่งหายนแห่งแผ่นดิน

หากพิจารณาย้อนดูเหตุการณ์หลาย ๆ เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในช่วงเวลาเกือบ ๘ ปีที่ผ่านมา
อดรู้สึกไม่ได้ว่า คนท้องถิ่นหรือคนชนบท ส่วนใหญ่มีรากฐานด้านจิตใจอ่อนแอลงไปมาก
แทนที่จะซื่อสัตย์ต่อตนเอง และแผ่นดินที่เปรียบเสมือนแม่บังเกิดเกล้า กลับนำชีวิตฝาก
ไว้กับเงินตรา และวัตถุนิยม ปล่อยให้อิทธิพลของโลกภายนอกเข้าครอบงำ เชื่อในคำพูด
ที่ขายฝันอย่างไม่รุ้จักจบสิ้น

หากแต่ อินทธิพลที่เข้าครอบงำคนท้องถิ่นนั้น ถ่ายทอดผ่านจากคนเมืองลงไปยังชนบท
ชีวิตคนเมืองถูกดึงดูดให้ตกเป็นทาสอิทธิพลเงินและวัตถุมากยิ่งขึ้น ผลกระทบที่ตามมา
ทำให้ความซื่อสัตย์ต่อตนเอง ซึ่งควรเป็นคุณสมบัติของชีวิตแต่ละคน ลดต่ำลงจนสุญสิ้น
ไปในที่สุด

ยิ่งเป็นบุคคนที่อยู่ในอำนาจเบ็ดเสร็จ สามารถแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นในสังคม เพื่อการรักษา
ความสงบสุขของสังคม กลับคิดแก้ปัญหาโดยปลุกระดมให้คนในชาติลุกขึ้นมาต่อสู้กัน
จะด้วยสติปัญญาที่มืดบอด หรือความเห็นแก่ตัวของบุคคลนั้นก็ดี ย่อมเป็นอันตรายต่อ
สังคม


ประชาธิปไตยทำให้มีอิสระ แต่ความอิสระที่กล่าวถึงนั้น เป็นอิสระเฉพาะด้านนอกเพียง
ด้านเดียวเท่านั้น ในขณะที่ ความอิสระอีกด้านหนึ่งที่ฝังอยุ่ในรากฐานของจิตใจแต่ละคน
อันเป็นสิ่งกำหนดความคิดและพฤติกรรมของบุคคลนั้น ๆ หากพิจารณาอย่างถ้วนถี่แล้ว
จะเห็นได้ว่า นับวันยิ่งขาดอิสรภาพ มีข้อจำกัดที่สูงมากยิ่งขึ้น อันอาจจะส่งผลทำให้สัง
คมแตกแยก
ดังที่ปรารกฎอยู่ในปัจจุบัน

การทุจริต คอร์รัปชั่น หรือ ฉ้อราษฎร์บังหลวง อันเป็นผลสืบเนื่องจากรากฐานจิตใจที่
อ่อนแอมากขึ้น การตกเป็นทาสของวัตถุนิยม เงินตรา และอิทธิพลจากโลกภายนอก
ที่ทำให้จิตใจคนคับแคบลง ข้อจำกัดสูงขึ้น หรือ ตกอยุ่ภายใต้อิทธิพลของวัตถุนิยม
จึงมีให้เห็นในหลายรูปแบบ และ แนบเนียนมากยิ่งขึ้น

แต่..ครั้นมีคนจับได้ ไล่ทัน ก็อาศัยว่าตนนั้นมีอำนาจ คิดว่าไม่มีใครสามารถทำอะไร
ตนและพวกพ้องได้ ก็ตะแบงไปเรื่อย ๆ ผู้มีอำนาจมักจะกลบเกลื่อนเรื่องของตัวเอง
มองข้ามตัวเองไปหาเรื่องกับบุคคลอื่น อีกทั้งยังแสดงละคร ทำท่าทางเอาจริงเอาจัง
สร้างสถานการณ์เท็จ เพื่อหลอกล่อให้คนมองไปยังจุดอื่น อันถือเป็น กลยุทธ์ที่ใช้
หลอกผู้อื่นเพื่อให้ ตัวเองพ้นผิด


ในปัจจุบันคนส่วนใหญ่ มักจะมีความเห็นแก่ตัวแฝงอยุ่ในจิตใจ ซึ่งอาจจะส่งผลให้
สติปัญญาถดถอย (ขออภัย หากแต่เป็นแด่ผลการวิเคราะห์เท่านั้น) หรือเหตุเพราะ
คนไทยลืมง่าย (หรือในความคิดของคนบางกลุ่มอาจจะกล่าวได้ว่า หลอกง่าย) คน
ส่วนใหญ่จึงมักไม่ค่อยค้นหาความจริงจากเหตุการณ์ต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น จากเงื่อนปม
ต่าง ๆ ให้กระจ่างถึงที่สุด

คนกระทำผิด คนโกง คนทุจริต หรือ คนที่ไม่ชอบมาพากล ที่แทรกซึมอยู่ในสังคม
ต่างก็มีหนทางเอาตัวรอดไปได้อย่างไม่สำนึกต่อการกระทำผิดนั้น ๆ อีกทั้งยังหน้า
ด้านยืนแสดงบทบาทบทเวทีสังคมโลกต่อไป อย่างไม่มียางอาย


การถูกศาลพิพากษาว่าผิด และยอมรับความผิด หรือ เลือกที่จะต่อสู้เพื่อ
พิสูจน์นั้นยังน่าชื่นชม และไม่ร้ายแรงเท่ากับ การถูกสังคมประณามว่า
เป็นคนไม่ดี.


ผู้ที่จิตสำนักรู้ผิดชอบชั่วดีเท่านั้น จึงจะสามารถเข้าใจและรับรู้ความรู้สึกนี้ได้

สถานการณ์หรือเหตุการณ์ร้ายแรงอาจจะเกิดขึ้นจากน้ำผึ้งหยดเดียว อันมีความ
หมายว่า เรื่องใหญ่ที่สุด ย่อมมีเหตุมาจากเรื่องเล็ก ๆ ก่อนเสมอ แต่บุคคลบาง
คน บางกลุ่มมักดูถูกของเล็กๆ นั่นสื่อความหมายว่า บุคคลที่คิดเช่นนี้มักเป็นคน
ที่อยากยิ่งใหญ่เหนือคนอื่น แต่มักดูถูกเรื่องเล็กๆ น้อยๆ อย่างเช่น โจรกระจอก

บุคคลที่อยู่ในอำนาจ ที่หลงลืมตัว มองข้ามสิ่งเล็กๆ น้อยๆ ที่อยุ่ใกล้ตัวที่สุด โดย
ไปมุ่งเน้นอยุ่กับสิ่งที่ยังมาไม่ถึง ไม่ว่าคิดจะกระทำโครงการอะไร มักจะกล่าวว่า
จะให้ไปสู่ระดับโลก ไม่ว่าจะเป็นรัฐบาลไฮเทค บัตรสมาร์ทการ์ด หรือ องค์กร
เพื่อแก้ปัญหาและพัฒนาสังคม ก็ต้องพ่วงท้ายว่า แห่งชาติ หรือ ระดับโลก ติด
ตามมาด้วยทุกครั้ง

พฤติกรรมดังกล่าว ของคนลืมตัว หลงอยุ่กับอำนาจ เสมือนกับการสารภาพความ
รู้สึกจริง ๆ ที่เกิดขึ้นอยู่ภายในจิตใจของบุคคลนั้น ให้ได้รับรู้ว่า
เป็นคนโลภมาก

หากย้อนกลับไปช่วงหลังสงครามโลกครั้งที่ ๒ ชาวต่างชาติหรือที่เรียกกันติดปาก
ว่า ฝรั่ง ได้เดินทางเข้าพบผู้บริหารประเทศเราในช่วงนั้น โดยแจ้งว่าจะให้ประเทศ
เราเป็นแหล่งผลิตข้าวเลี้ยงชาวโลก แน่นอนย่อมสร้างความดีอกดีใจให้กับทุกคน
ในประเทศเรายิ่งนัก เปิดประตูต้อนรับด้วยความเต็มอกเต็มใจ

เปิดโอกาสให้ต่างชาติร่วมทำงานอย่างไม่มีข้อสงสัยใด ๆ จนกระทั่งรับรุ้เรื่องราว
เกี่ยวกับพันธ์ข้าวของประเทศเราอย่างลึกซึ้ง และผลที่ได้ตามมาคือ การนำพันธ์
ข้าวและผลงานวิจัยต่าง ๆ ของเรากลับสู่ประเทศเขาอย่างสบาย ๆ

และอีกครั้งกับเหตุการณ์ที่คล้ายคลึงกัน เมือกลุ่มประเทศอิทธิพลต่างชาติ ประ
กาศยกย่องว่า ประเทศเราเป็นประเทศพัฒนาแล้ว กลุ่มผุ้บริหารประเทศในขณะ
นั้น หลงดีใจ คิดโครงการอภิมหาโครงการสารพัด เพื่อมุ่งสู่ระดับโลก สุดท้ายไป
ไม่ถึงฝั่งฝัน ได้แต่โยนความผิดให้กับบุคคลอื่น

ผู้ที่หลงเชื่อ กับ ข้อมูลหรื่อคำพูดที่ไม่ได้เกิดจากความบริสุทธิ์ใจ
ย่อมตกเป็นเหยื่อเสมอ


สังคมเราที่กำลังแตกแยก บาดแผลที่กำลังบาดลึกลงไปทุกวี่ทุกวัน วิกฤติสังคม
ที่กำลังก่อตัว ขยายกว้างมากขึ้น เสมือนลูกโป่งที่ถูกอัดแน่นด้วยแก็สรอวันแตก
เหตุการณ์ครั้งนี้จะจบลงอย่างไร คงไม่มีผุ้ใดคาดเดาได้ ฝากไว้เพียงว่า

ก่อนกระทำการใด ๆ หยุดคิดสักนิดว่า สิ่งนั้นคือสิ่งที่สมควรกระทำแล้วหรือ
ในฐานะที่คนไทยคนหนึ่งพึงกระทำ เพื่อชาติบ้านเมือง
...
User avatar
bird
 
Posts: 1426
Joined: Wed Apr 01, 2009 1:25 pm


Re: เค้าลางแห่งความเลวร้าย...แม้ว

Postby bird » Sun Dec 27, 2009 2:34 pm

ชี้แจง....

พยายามรวบรวมสมาธิ เพื่อนำเสนอข้อมูลช่วงเมษาที่ผ่านมาอยู่หลายครั้งหลายหน
แต่ไม่ประสบความสำเร็จสักครั้ง

จะด้วยเหตุข้อมูลจำนวนมาก (ประมาณ ๑ พันแผ่นไม่รวมภาพประกอบ) หรือ
จะด้วยอคิตที่เกิดขึ้นในใจ ด้วยความรู้สึกต่อต้าน การปลุกระดมอย่างไร้สามัญสำนึก
ของบุคคลที่มีการศึกษาระดับด็อกเตอร์ รวมไปถึงเหล่าบรรดาแกนนำ ที่ล้วนเป็น
บุคคลระดับชนชั้นแนวหน้า

หากแต่คำพูด และ พฤติกรรม ที่แสดงออกมายิ่งกว่าพวกที่อยู่ในป่าดิบแถบประเทศ
ที่ยังไม่พัฒนา ยิ่งกว่าพวกหลังเขา

จากพฤติกรรมและคำพูดที่สุดจะหาคำใดมาเปรียบเปรยให้เหมาะสมกับการกระทำ
ที่แสดงออกมาของแต่ละบุคคล

เกรงว่า ประโยคใด ประโยคหนึ่ง หรือ การนำเสนอข้อมูล จะออกมาในลักษณะที่
ไม่ค่อยจะเป็นกลาง เพื่อให้ทุกท่านได้วิเคราะห์ตามมุมมอง

การนำเสนอข้อมูลเหตุการณ์ช่วงดังกล่าว อาจจะช้าไปบ้าง หรืออาจจะสับสนบ้าง
แต่จะพยายามเท่าที่อารมณ์และความรู้สึกจะอำนวย

กราบขออภัยไว้ ณ ที่นี้

ด้วยความเคารพทุกท่าน
User avatar
bird
 
Posts: 1426
Joined: Wed Apr 01, 2009 1:25 pm

Re: เค้าลางแห่งความเลวร้าย...แม้ว

Postby bird » Sun Dec 27, 2009 2:37 pm

overtherainbow wrote:จิตตกไปแล้ว นี้ดดหน่อย ก็มาทักทายกัน


ไม่ต้องกังวลค่ะ...

อย่ายอมเป็นหมากบนกระดาน...

อย่ายอมเป็นเบี้ยในเกมส์...

คนคิดคต ทรยศ ชาติบ้านเมือง ย่อมวิบัติในที่สุด...
User avatar
bird
 
Posts: 1426
Joined: Wed Apr 01, 2009 1:25 pm

Re: เค้าลางแห่งความเลวร้าย...แม้ว

Postby bird » Sun Dec 27, 2009 3:16 pm

ความเป็นจริงที่เกิดขึ้น

หยิบมาฝากสำหรับบางท่าน ที่ยังหลงละเมอกับโครงการขายฝันของแม้ว เมื่อครั้งในอดีต

ใครเป็นหนี้เป็นทุกข์อย่างยิ่ง

ใครไม่มีหนี้เป็นลาภอันประเสริฐ

ทั้งสองข้อความเบื้องต้นคงเป็นเรื่องโบราณมากแล้ว ยุคสมัยปัจจุบันข้อความได้เปลี่ยน
แปลงไปแล้ว

ใครเป็นหนี้มีเครดิตอย่างยิ่ง จนเกษตรกรแทบทุกรายในหมู่บ้านทั่วประเทศพากันมีหนี้สิน
เกือบทุกครัวเรือน นานๆ จะพบคนที่ไม่มีหนี้สักหนึ่งคน เช่น กรณีนายเหมือน เกษตรกร
อำเภอหนองสองห้อง จังหวัดขอนแก่น นายเหมือนไม่มีพ่อแม่ ไม่มีญาติพี่น้อง ไม่มีลูก
ไม่มีเมีย อยู่ตัวคนเดียวมีที่ดิน ๘ ไร่ ทำเกษตรผสมผสาน ปลูกผัก เลี้ยงปลา ทำไร่ทำนา
และหารับจ้าง มีงานทำทุกวัน มีรายได้ มีอาหารการกิน ไม่ต้องเดือดร้อนไปกู้ยืมเงินใคร
เกษตรกรแบบนี้หายากและน่าส่งเสริมให้มีมากๆ

การก่อภาวะหนี้สินของเกษตรกรมีควบคู่มากลับการพัฒนาของรัฐ โดยเฉพาะเมื่อรัฐบาล
ก่อตั้งธนาคารเพื่อการเกษตร และสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เกษตรกรจำนวนมากก็
เริ่มกู้ยืมเงินหมุนเวียนทุกปี ปีละประมาณ 30,000-50,000 บาท พอครบปีก็กู้ยืมเงินนาย
ทุนนอกระบบดอกเบี้ยร้อยละ ๖ ต่อเดือน ไปใช้คืน ธ.ก.ส.แล้วกู้ ธ.ก.ส.มาใช้คืนนาย
ทุน จน ธ.ก.ส.ได้สมญานามชื่อเล่นว่า "ธรณีกรรแสง" หรือ "ทำกูแสบ"

ขณะที่เกษตรกรก็มีแหล่งเงินกู้จากสหกรณ์การเกษตร สหกรณ์เครดิตยูเนียน กลุ่มออม
ทรัพย์ มาใช้เพื่อการผลิต จนกลายเป็นหนี้หมุนเวียน อมตะนิรันดร เปลี่ยนเงินจากมือซ้าย
ไปมือขวา ไม่ทันได้นำมาใช้ในการผลิตเพื่อเพิ่มรายได้อย่างจริงจัง แต่ละครัวเรือนก็มีหนี้
สินเกือบแสนบาท

รัฐบาลพรรคไทยรักไทยโดย พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร จึงได้ริเริ่มนโยบายพักชำระหนี้และ
กองทุนล้านบาท เพื่อมุ่งหวังให้เกษตรกรมีเงินมาลงทุนทำการผลิต เพิ่มรายได้และมีความ
สามารถในการใช้หนี้ได้ แต่การณ์กลับไม่ง่ายอย่างที่คิด เพราะรัฐบาลลืมคิดไปเรื่องการ
เตรียมความคิด ความพร้อมและการเพิ่มทักษะอาชีพอย่างเป็นระบบ

เกษตรกรพากันดีใจที่ได้พักชำระหนี้และได้บริหารเงินกองทุนด้วยกันเอง ไม่เคยมีรัฐบาล
ใดใจดีเท่านี้ ตัวเงินนะไม่มีอยู่แล้ว

การพักชำระหนี้จึงเป็นการบรรเทาไปกู้ยืมเงินนอกระบบและเสียดอกเบี้ยจำนวนมากได้
ถึง ๓ ปี เมื่อครบกำหนดเวลารัฐบาลจึงได้เรียนรู้ว่าเกษตรกรไม่มีอาชีพ ไม่มีรายได้ และ
ไม่มีตัวเงินมาใช้คืนได้


รัฐบาลจึงแก้เกมโดยจัดตั้งกองทุนฟื้นฟูเกษตรกรขึ้น เพื่อโอนหนี้มาเข้ากองทุนเพื่อกัน
นายทุนนอกระบบ ออกจากวงจรของเกษตรกร และประกาศปลดหนี้ให้กับเกษตรกร


แต่ปีแล้วปีเล่ากองทุนฟื้นฟูก็ทะเลาะกันเอง จนฟ้องร้องขึ้นโรงขึ้นศาล ในหมู่กรรมการ
ที่มาจากหลายสาย ทั้งสายเกษตรกร และสายการเมือง ขณะที่รัฐบาลนายกฯทักษิณ
ก็ไม่ตัดสินใจดำเนินการอะไรจริงจัง


เกษตรกรไม่ได้จับเงินเห็นแต่ตัวเลข ๑,๘๐๐ ล้านบาท จึงพากันมาม็อบเรียกร้องรัฐบาล
ทุกปีเพื่อให้รัฐบาลโอนหนี้ต่างๆ มาเข้ากองทุน แล้วจัดการปลดหนี้ให้พร้อมกับการกู้ยืม
ไปใหม่เพื่อลงทุนประกอบอาชีพ


สำหรับกองทุนล้านบาท เกษตรกรก็ได้กู้ยืมกันคนละ ๕,๐๐๐-๒๐,๐๐๐ บาท มีการซื้อ
ขายวัวควายกันคึกคักมากขึ้น และดูเหมือนจำนวนจะเพิ่มขึ้นในหมู่บ้านคนที่เลี้ยงวัวควาย
อยู่แล้ว ส่วนเกษตรกรยากจนจริงๆ ไม่ได้กู้ยืมเงินกองทุนล้านบาท ไปซื้อวัวควายมาเลี้ยง
เพราะไม่คุ้มกับแรงงานการใช้จ่ายรายวัน และการใช้คืนเงินต้น และดอกเบี้ยภายใน ๑ ปี
ส่วนเกษตรกรอื่นๆ จำนวนมากพากันซื้อมือถือ มอเตอร์ไซค์ ซ่อมแซมบ้าน และนำไปใช้
จ่ายในชีวิตประจำวัน

หลายปีผ่านไปรัฐบาลดีใจตัวเลขหมุนเวียนใช้คืนมีถึง ๙๘ เปอร์เซ็นต์ จึงใช้เป็นตัวชี้วัด
เชิงปริมาณ ดูจากการนำเงินไปลงทุนสร้างงาน สร้างรายได้ ถึงผลสำเร็จ


แต่หารู้ไม่ว่านายทุนนอกระบบเริ่มกลับมาให้กู้อีกแล้ว รัฐบาลไม่ยอมใช้ตัวชี้วัดคุณภาพ
ของผลงานกองทุนล้านบาท โดยดูจากการสร้างงานสร้างรายได้ เกษตรกรจึงเข้าสู่วงจร
การหมุนหนี้รับมาจ่ายไปไม่มีเงินติดตัว ไม่มีเงินลงทุน ต้องอาศัยลูกหลานออกไปรับจ้าง
และส่งเงินกลับมาให้ใช้จ่าย


ขณะที่ลูกผู้หญิงเริ่มหาทางออก ด้วยการเป็นเมียฝรั่ง โชคดีก็สามารถปลดหนี้ได้หมด
มีมือถือ ๓ เครื่องไว้ในบ้าน พ่อเครื่อง แม่เครื่อง ลูกเครื่อง มีการปลูกบ้านใหม่สวยงาม
ราคาเป็นล้านบาท มีรถเก๋งขี่ ได้นั่งเครื่องบินเที่ยวรอบเมืองไทย และมีโอกาสในชีวิตได้
ไปเมืองนอก

ตกลงดูท่าฝรั่งจะช่วยรัฐบาลแม้วปลดหนี้ได้จริงๆ จึงเริ่มกลายเป็นแฟชั่นเด็กผู้หญิงใฝ่ฝัน
อยากมีสามีฝรั่งมากกว่าสามีไทยแล้ว

ทั้งหนี้สินจาก ธ.ก.ส. สหกรณ์การเกษตร สหกรณ์เครดิตยูเนียน กลุ่มออมทรัพย์ โครง
การพักชำระหนี้ กองทุนล้านบาท และนายทุนนอกระบบ ไม่ได้ทำให้เกษตรกรกลัว หรือ
เป็นทุกข์ เพราะเรามีรัฐบาลนายกฯทักษิณใจดีจะปลดหนี้ให้ในเร็ววันนี้ โดยให้ความสนใจ
กับความจริงเรื่องหนี้สินน้อย


ธรรมชาติของการเป็นหนี้สินเกิดจากภาวะมีเงินไม่เพียงพอต่อค่าใช้จ่ายที่จำเป็น ไหนจะ
ค่าปุ๋ยเคมีเอยไหนจะค่าเทอมลูกเอย (ที่ถูกหลอกว่าให้เรียนฟรี แต่เสียค่าพัฒนาคุณภาพ
การศึกษามากกว่าค่าเทอมอีก) ไหนจะค่ารักษาพยาบาล จากภาวะความเจ็บป่วย ที่จำเป็น
เร่งด่วนต้องเข้าโรงพยาบาลเอกชน ไหนจะค่ากินอยู่ของลูกเต้าแต่ละคน ไหนจะค่าน้ำมัน
แพง ไหนจะต้องซื้อของกินของใช้ที่แพงขึ้นทุกวัน เงินในกระเป๋าจึงมีไม่เพียงพอต้องพึ่ง
พาคนอื่น

การพัฒนาของรัฐเป็นการส่งเสริมการมีหนี้ได้ดี รัฐบาลหยอดเงินลงไปในโครงการต่างๆ
โดยใช้ทฤษฎีเงินต่อเงิน แต่แทนที่มันจะถูกหมุนเวียนสู่เกษตรกรให้ลืมตาอ้าปากได้


กลับหมุนไปสู่คนรวยให้รวยยิ่งขึ้น

การใช้จ่ายเกินจำเป็นกับสินค้าฟุ่มเฟือยระบาดไปทั่ว ธุรกิจแวดล้อมนักการเมืองพากัน
ขายดิบขายดี

การจัดสรรงบประมาณแผ่นดิน ถูกรวบไว้ที่งบกลางราว ๒๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ที่ให้อำนาจ
นายกรัฐมนตรีคนเดียว มากเกินเท่างบประมาณทั้งหมด ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น

(อบต. เทศบาล อบจ. เมืองพัทยา และกรุงเทพมหานคร)

เกษตรกรเริ่มพากันพูดถึง

"เงินทักษิณ" ไม่ต้องกลัว ไม่ต้องใช้คืน ไม่ต้องหนี เพียงอดทน
รอคอยเวลา เดี๋ยวนายกฯทักษิณปลดหนี้ให้เอง


ทีพวกนักธุรกิจ พวกคนในเมืองที่ใช้บัตรเครดิตฟุ่มเฟือย นายกฯทักษิณยังปลดหนี้ให้เลย

จริงๆ แล้ว ภาวะหนี้สินของเกษตรกรน่าจะมีอยู่ 4 ประเภท คือ

หนี้สินอันเกิดภาวะความจำเป็นในชีวิต อันนี้น่าเห็นใจเกษตรกร และควรหาทางผ่อนผัน
ให้ใช้หนี้คืนในระยะยาวและดอกเบี้ยต่ำ

หนี้สินอันเกิดจากฝนตกน้ำท่วมภัยแล้งไข้หวัดนก อันเป็นสภาวะธรรมชาติที่ทำให้เกษตรกร
ล้มละลายได้ ผลผลิตและรายได้ที่คิดว่าจะปลดหนี้ด้วยตนเองได้กลายเป็นปัญญา อันนี้
ก็เป็นหนี้ที่รัฐบาลน่าจะปลดให้ได้

หนี้สินอันเกิดจากความผิดพลาดในนโยบาย/โครงการของรัฐ เช่น วัวพลาสติค มะม่วง
หิมพานต์(อันธพาล) การแจกวัว และน้ำเชื้อวัวที่ไม่มีคุณภาพ การขุดสระที่ไม่มีน้ำ หรือ
สระลม ฯลฯ หนี้สินประเภทนี้กลายเป็นหนี้ผูกพัน และเพิ่มอัตราดอกเบี้ยมากขึ้นๆ ทุกปี
อันนี้ก็สมควรน่าจะปลดหนี้ไถ่บาปรัฐบาลและยกประโยชน์ให้กับเกษตรกร


หนี้สินประเภทสุดท้าย คือ หนี้สินอันเกิดจากการใช้จ่ายเกินตัวในสิ่งฟุ่มเฟือยอันเป็นผล
มาจากอิทธิพลของสื่อ และค่านิยมทางสังคม ผลักดันให้เกษตรกรกู้หนี้มาก

อันนี้เกษตรกรต้องรับผิดชอบเองในการต่อสู้กับกระแสยั่วยวนการใช้เงิน

รัฐบาลนายกฯทักษิณต้องมีข้อมูลแยกแยะหนี้ของเกษตรกร ไม่เช่นนั้นก็ปะปนกันไปหมด
การใช้วิธีแก้ปัญหาแบบรวมๆ เหมือนกันทั้งหมด ทำให้ขาดวินัยและความรับผิดชอบกันทั้ง
แผ่นดิน การใช้วิธีเงินต่อเงินโดยไม่ลงทุนเตรียมความพร้อม ทำให้ถูกเข้าใจเป็นเงินทักษิณ
จะไม่สามารถแก้ไขปัญหาหนี้สินได้อย่างยั่งยืน

การโฆษณหาเสียงและสร้างภาพพจน์เรื่องการปลดหนี้แล้วมากำหนดเงื่อนไขต่างๆ ให้
เกษตรกรทะเลาะกันเอง ก็เป็นความไม่เป็นธรรมต่อเกษตรกร เพราะจะมีเพียงเกษตรกร
จำนวนน้อยเท่านั้นที่สามารถได้รับประโยชน์จากนโยบายของรัฐ


ปลดหนี้ เงินฟรีเงินทักษิณ ใครๆ ก็ชอบ แต่ทำเสร็จแล้วเกษตรกรได้อะไร?
User avatar
bird
 
Posts: 1426
Joined: Wed Apr 01, 2009 1:25 pm


Re: เค้าลางแห่งความเลวร้าย...แม้ว

Postby dejavu » Mon Dec 28, 2009 3:34 am

bird wrote:
บทเริ่มต้น

ขออนุญาตินำข้อความ ของ นาย ป.4 (หลังเขา) ในหนังสือ " ตื่นเถิด..ชาวไทย"
มาเผยแพร่ ดังนี้

" ประชาธิปไตยมิใช่อยู่ที่ปลายลิ้น มิใช่อยู่ที่ลายลักษณ์อักษร อันสละสลวย
สวยหรูอยู่ในตำรับตำรา แต่มันฝังอยู่ในส่วนลึกของจิตวิญญาณ ตรงขั้วจิตใจ
ผู้เป็นมนุษย์ทุกชนชั้น "

ชนชั้นรากหญ้า ชนชั้นกลาง ไม่ว่าจะทำมาหากินด้วยอาชีพใดก็แล้วแต่
ทุก ๆ คน ทำเพื่อหาเลี้ยงครอบครัว เพื่อความอยุ่รอดของชีวิตไปวัน ๆ
แต่ไม่เคยมีความคิดที่จะทำลาย ทำร้ายประเทศชาติ ทุกชีวิตตั้งหน้าตั้งตา
ทำมาหากินอย่างเต็มที่ เต็มกำลังความสามารถ

ผิดกับ กลุ่มคนที่มีดีกรีการศึกษาสูง สวมใส่เสื้อผ้าเนื้อดีราคาแพง มียศ
มีเงินมีทอง มีอาหารดี ๆ เครื่องดื่มหรูๆ ราคาขวดหละหลายพัน หลายแสน
กลุ่มคนที่อุปโหลกว่าตนเป็นพวก ปัญญาชนผู้ทรงเกียรติ..
ใช้ช่องว่างของกฏหมาย ตักตวงหาผลประโยชน์ให้ตนเองและพวกพ้อง
ต่างหากที่เป็นผู้ทำลาย ทำร้ายประเทศ

ปากก็พร่ำแต่คำว่ารักชาติ ศาสน์ กษัตริย์ แต่พฤติกรรมที่แสดงออกมา
มันกลับตรงกันข้าม แก่งแย่งชิงดีชิงเด่น เพื่อผลประโยชน์ส่วนตัวและ
พวกพ้องเท่านั้น นี่หละคือตัวตนที่แท้จริงของท่านผู้ทรงเกียตริ

*


ว่าไปไอ้ตอมมันอ่านไม่จบจนบรรทัดสุดท้ายนี้จริงๆด้วย

:mrgreen: :mrgreen: :mrgreen:
User avatar
dejavu
 
Posts: 285
Joined: Fri Aug 28, 2009 3:05 am

Re: เค้าลางแห่งความเลวร้าย...แม้ว

Postby overtherainbow » Mon Dec 28, 2009 10:09 am

นั่นน่ะซี
เห็นชอบอ้างกันนักว่ารากหญ้าตื่นแล้ว ตอนนั้นรากหญ้าก็ทำมาหากินเป็นปกติวิสัย
แต่พอตื่นแล้วของรากหญ้า
กลายมาเป็นไม่ทำอะไร ได้แต่คอยฟังใบบอกและรวมพลัง
งานการไม่คิดทำกันแล้วหรือไง
User avatar
overtherainbow
 
Posts: 3123
Joined: Sat Dec 27, 2008 12:36 pm

PreviousNext

Return to ห้องสมุด