หลายคนมีความหวังว่า ทักษิณ ชินวัตร ผู้ที่ร่ำรวยอย่างผิดปกติในโลก น่าจะได้กลับบ้านเกิดเมืองนอนอย่างแผ่นดินแม่ ก็คือประเทศจีน เพื่อทำอย่างพณฯท่านซุน แต่ท้ายที่สุด สิ่งที่ไม่น่าเกิดขึ้นก็คือ การปฏิวัติราชวงศ์ การลากวาทกรรมที่หมิ่นเหม่ต่อการสิ้นชาติไทย โดยลืมกำพืดของความเป็นชาติที่ร่วมรวมชาติพันธุ์ทั้ง ล้านนา ล้านช้าง หิริภุญชัย ทราวดี ศรีวิชัย และหัวเมืองประเทศราชต่างๆ เข้าไว้ด้วยกัน สิ่งที่ทักษิณ ชินวัตรไม่สามารถเข้าใจน้ำตาที่ไหลเป็นสายเลือดของประชากรจีน หรือไพร่จีนได้ เพราะในตอนนี้รัฐบาลเดียวของจีน แม้จะสามารถยกเลิกระบบวรรณทางสังคมได้แต่ก็กลับเป็นการสร้างวรรณทางการเมืองระหว่างรัฐกับไพร่ โดยยังคงจำกัดการมีลูก และยังไม่สามารถให้คนที่รักกันรักกันได้อย่างถูกต้อง โดยล่าสุด มีข่าวพบศพเด็กหญิงจำนวนมาก ที่ถูกฝังในพื้นดินของประเทศจีน สิ่งต่างๆ มันสะท้อนถึงความเจริญเพียงด้านวัตถุ แต่ไม่สามารถรวมจีนให้เป็นเนื้อเดียวกันได้อย่างสมบูรณ์
-------------------------------------------------------------------
จีน ตั้งแต่มีราชวงศ์จิน จนถึงราชวงศ์ชิง ซึ่งไม่มีใครตอบได้ว่า ทำไมระบบของชนชาติจึงอยู่เหนือระบบการอยู่ร่วมกันของชนชาติ ซึ่งหากพิจารณาตามประวัติศาสตร์แล้ว การปกครองในอดีตบนพื้นแผ่นดินโลก มีความหลากหลายแตกต่างกันอย่างมากมาย โดยไม่ได้จับกลุ่มระบอบการปกครองให้ตื้นเขินอย่างเช่นในปัจจุบัน ระบอบการปกครองหนึ่งที่ขอยกตัวอย่างก็คือ ระบอบสยาม เป็นระบอบที่ใช้ชื่อเดียวกับชื่อของประเทศ หรือราชอาณาจักรสยาม แบ่งการปกครองเป็นหัวเมืองชั้นใน หัวเมืองชั้นนอก และหัวเมืองประเทศราช และได้ปฏิรูปการเมืองการปกครองครั้งใหญ่ในรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 แห่งราชวงศ์จักรี โดยกำหนดการแบ่งเขตการปกครองตามเส้นแบ่งเขตจากหัวเมืองเป็นรัฐเดียว และแบ่งการปกครองเสียใหม่ให้เป็นรูปแบบของมลฑลเทศาภิบาล ทำให้เกิดระบบการบริหารราชการแบบเท่าเทียม ไม่มีการเพิ่มความสำคัญ หรือลดความสำคัญของแต่ละเมืองลง แม้ในทางปฏิบัติจะยังคงมีกลิ่มไอของความเหลื่อมล่ำต่ำสูงของฐานะเมืองเก่าอยู่บ้างก็ตาม ซึ่งถือได้ว่าในรัชสมัยนั้น เป็นรัชสมัยที่ทำให้ประเทศรอดพ้นจากการรุกรานของชาวต่างชาติ และยังถือเป็นการช่วยให้ชนชาติล้านนา ล้านช้าง หิริภุญญชัย ทราวดี ศรีวิชัย และหัวเมืองประเทศราชน้อยใหญ่รอดพ้นการเป็นทาสให้กับพวกเมืองฝรั่งตาน้ำข้าวได้
---------------------------------------------------------------------
หากพิจารณาให้ดีถึงการปฏิวัติรัฐประหารแล้ว การปฏิรูปการเมืองการปกครองก็มีบทบาทสำคัญต่อการช่วยให้ประเทศชาติรอดพ้นจากอำนาจมืดของตะวันตกได้ แต่ใครจะคิดว่าเมื่อเวลาผ่านไป ในปี พ.ศ.2475 ได้มีกลุ่มกบฎที่คิดการใหญ่โดยหวังให้ราชวงศ์จักรีคืนอำนาจให้กับประชาชน โดยอ้างความชอบธรรมทางการเมืองที่แตกต่าง แต่ไม่สามารถอธิบายถึงคุณประโยชน์สุขต่างๆ ที่เกิดขึ้นในแต่รัชสมัยของสยาม ภายใต้การบริหารราชการของราชวงศ์จักรีได้ และต่อมาจากกลุ่มกบฎก็สามารถกลายเป็นกลุ่มปฏิวัติรัชประหารยึดอำนาจการบริหารของพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัวได้เป็นผลสำเร็จ ทั้งๆ ที่การศึกษาและการทดลองใช้ระบอบประชาธิปไตยในระดับประชาชนได้ถูกสืบสานกันเข้า เพื่อให้แต่ละมลฑลและแต่ละเมืองที่มีประชาชนรวมอยู่อย่างแตกต่างและไม่เท่าเทียม ได้คำนึงถึงความเท่าเทียมที่แท้จริง มิใช่การเลือกตั้งที่อ้างกรรมสิทธิ์ในการบริหารประเทศให้แก่กลุ่มใดคณะใด หรือบุคคลใดเท่านั้น
--------------------------------------------------------------------
ความตื้นเขินของการปฏิวัติรัฐประหารในปัจจุบันนั้น เป็นเพียงการยึดอำนาจการบริหารประเทศเพื่อให้ได้มาซึ่งอำนาจในการใช้ทรัพยากรของชาติ การได้มาซึ่งสัมปทานน้อยใหญ่ให้กับกลุ่มการเมืองและพ่อค้า ไม่มีใครสามารถหยุดวิถีคิดของการปฏิวัติแบบนี้ได้ จนมาถึง วันที่ 19 กันยายน พ.ศ.2549 ภายใต้ความแตกร้าวทางการเมืองระหว่างพวกนักการเมืองกับประชาชนที่ต้องการรัฐบาลของประชาชนมิใช่ของกลุ่มหัวคะแนนหรือกลุ่มพ่อค้า ทำให้การปฏิวัติรัฐประหารโดยแกนนำคนสำคัญ อย่าง พลเอกสนธิ แม่ทัพกองทัพบก ในสมัยนั้น แม้ว่าคนต่างความเชื่อจะเชื่อกันว่าเป็นเพียงการขัดกันทางผลประโยชน์ระห่ว่างตัวแม่ทัพกับทักษิณ ชินวัตร แต่ในความจริงได้มีการประกาศสภาวะฉุกเฉินเพื่อสร้างสถานการณ์ให้มีการปฏิวัติตนเองก่อนหน้าแล้ว เป็นไปได้ว่า หากการปฏิวัติยึดอำนาจตนเองเป็นผลสำเร็จ อำนาจเผด็จการรัฐสภาก็จะเกิดขึ้นอย่างเต็มรูปแบบ และก้าวล่วงไปถึงการอ้างความชอบธรรมจากการเลือกตั้งอีกด้วย ในช่วงนั้นประเทศไทยก็ตกอยู่ภายใต้ความบิดเบี้ยวทางสังคมมีทั้งการยกตนข่มท่าน และการสร้างกระแสความแตกแยกไปถึงทึ่ เกิดการแบ่งแดงแบ่งเหลืองเป็นครั้งแรก ทั้งๆ ที่แดงเกิดหลังเหลือง เหมือนกับว่าได้เตรียมการเป็นขั้นเป็นตอนเพื่อให้เกิดการจราจลใหญ่ และเป็นผลให้เกิดการยึดอำนาจตนเอง เพื่อกำจัดกลุ่มการเมืองสองกลุ่มใหญ่ไปพร้อมๆ กันได้แก่ กลุ่มคอมมิวนิสต์ที่อิงแอบทุน กับกลุ่มคนที่เรียกตนเองว่าพันธมิตร ซึ่งเหตุการนี้เกิดก่อนที่จะมีการปฏิวัติ 19 กันยายน 2549 และยังเป็นสาเหตุหลักที่ผู้ยึดอำนาจได้ให้เหตุผลไว้ เพื่อให้ประชาชนได้เข้าใจ และรักษาความสงบภายในประเทศไว้ได้ร่วมปีเศษ
------------------------------------------------------------------
การปฏิวัติรัฐประหารที่เกิดในช่วง 19 กันยายน 2549 เป็นสิ่งที่แปลกที่สุด เมื่อประชาชนส่วนใหญ่ให้การสดุดี และเตรียมพร้อมที่จะเดินไปข้างหน้าต่อไป โดยมีความหวังให้มีการสังคยานารัฐธรรมนูญเสียใหม่ โดยหวังว่ารัฐธรรมนูญฉบับใหม่นี้ จะให้ความสำคัญแก่ประชาชน มิใช่ให้ความสำคัญต่อพรรคการเมืองหรือรัฐบาล สิ่งที่เกิดขึ้นถือเป็นอีกหน้าหนึ่งของประวัติศาสตร์ของชาติ แม้จะได้มีการเปลี่ยนแปลงชื่อจากสยามเป็นไทย ผมก็เชื่อว่า สยามของเรายังคงอยู่ ไทยก็คงอยู่ด้วย
----------------------------------------------------------------
ประชาธิปไตยภายใต้รัฐธรรมนูญ 2550 ที่กำจัดสิทธิทางการเมืองในการบริหารราชการของราชวงศ์จักรี แต่ยังคงการให้คำปรึกษา แนะนำ ชี้แนะ ต่อรัฐบาล และยังทรงมีอำนาจในการช่วยเหลืออาณาประชาราษฎร์ สิ่งต่างๆ เหล่านี้เป็นสิ่งที่ดีที่สังคมไทยได้รับ เป็นประชาธิปไตยที่สะท้อนความต้องการที่แท้จริงของประชาชนไปยังราชสำนัก และเกิดการผสานงานกันระหว่าง "หลวง รัฐ ราษฎร์" ซึ่งเป็นหัวใจหลักของชาติสยามในยุคปัจจุบัน
---------------------------------------------------------------
และนี้คือประชาธิปไตยในแผ่นดินสยาม ที่ต่างจากจีนที่พณฯท่านซุนได้เป็นปฐมบุรุษสถาปนาประชาธิปไตยสำหรับประเทศจีนบนคราบเลือดคราบน้ำตา มิใช่การสร้างให้คุณภาพชีวิตของคนในชาติดีขึ้น ทั้งๆ ที่อุดมการณ์ของท่านนั้นยิ่งใหญ่ แต่สุดท้ายก็เป็นเพียงตำนานที่ทำให้เราเห็นถึงการจราจลที่ไม่สามารถสร้างหลักประกันให้กับทุกชีวิตเพื่ออยู่ร่วมกันบนความแตกต่างเพื่อสร้างความเท่าเทียมได้เลย
----------------------------------------------------------------
"คุณจะสร้างคุณภาพชีวิตให้คนเท่าเทียมกันบนความแตกต่าง หรือจะสร้างเพียงวีรกรรมอันโชกเลือดบนท้องถนนเท่านั้น"


