เปิดภาพหลักฐาน "ไอ้โม่งแดง" ยิงเอ็ม 79 ใส่กลุ่มทหารจะจะ
ในคืนวันสลายการชุมนุม โดยมีผ้าแดงผูกที่ต้นแขนเป็นสัญญลักษณ์
วันนี้ (13 เม.ย.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เหตุการณ์กองกำลังทหารไร้อาวุธ ที่เข้าสลายการชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อแดง บริเวณสี่แยกคอกวัว แต่กำลังทหารไม่สามารถเข้าผลักดันได้ เพราะถูกถล่มด้วยอาวุธสงครามนานาชนิด ต้องต้องถอยร่น และส่งผลให้มีทหารได้รับบาดเจ็บหลายร้อยคน เสียชีวิตถึง 4 คน เมื่อคืนวันที่ 10 เม.ย.ที่ผ่านมา
ทั้งนี้ ภาพดังกล่าว เป็นชายฉกรรจ์ สวมหมวกไหมพรมคลุมศีรษะ สวมกางเกงทหารลายพราง สวมเสื้อกั๊กคล้ายเสื้อกันกระสุน และที่แขนขวาผูกผ้าแดงเป็นสัญญลักษณ์ ยืนกำบังตัวอยู่หลังรถตู้โตโยต้าสีขาว มือถืออาวุธปืนสำหรับยิงระเบิดเอ็ม 79 ยืนอยู่ฝั่งเดียวกับกลุ่มคนเสื้อแดง โดยภาพดังกล่าวมีทั้งกำลังยิง และบรรจุกระสุน เพื่อยิงใหม่อีกครั้ง
วันเดียวกัน เมื่อเวลา 15.00น. ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล(บช.น.) พล.ต.ต.อำนวย นิ่มมะโน รอง ผบช.น. กล่าวถึงความคืบหน้าในการสืบสวนสอบสวนคดีเหตุปะทะระหว่างเจ้าหน้าที่ทหารและ กลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาต(นปช.) เมื่อคืนวันที่ 10 เม.ย. ที่ผ่านมาว่า จากเหตุดังกล่าวซึ่งมียอดผู้เสียชีวิตทั้งสิ้น 21 คน เป็นเจ้าหน้าที่ทหาร 4 คน และประชาชน 17 คน ส่วนผลการตรวจพิสูจน์หาสาเหตุการเสียชีวิตทางนิติเวช โรงพยาบาลตำรวจได้แถลงไปแล้ว แต่ที่ยังเป็นปริศนาในคดีคือในส่วนของอาวุธ ซึ่งส่วนหนึ่งเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน ได้ตรวจสอบพบว่าอาวุธที่ใช้สังหารนั้นมี 2 ชนิด คืออาวุธปืนความเร็วสูง น่าจะเป็นอาวุธสงครามประเภทปืนกลเบา และเครื่องยิงระเบิด ซึ่งน่าจะเป็นชนิดเอ็ม 79
พล.ต.ต.อำนวย กล่าวถึงปัญหาของการสืบสวนสอบสวนทางตำรวจว่า ได้ดำเนินการไปในระดับหนึ่งแล้ว แต่ยังต้องการความร่วมมือจากผู้เห็นเหตุการณ์โดยตรง ซึ่งถือเป็นประจักษ์พยานในการสอบสวน หรือผู้ที่ได้รับคำบอกเล่าเหตุการณ์ ซึ่งถือเป็นพยานบอกเล่า ขอเชิญบุคคลเหล่านี้มาพบตนที่ บช.น.หรือติดต่อมายังนายตำรวจอื่นๆ ที่สะดวกเพื่อให้ปากคำในเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นรวมทั้งผู้ที่มีคลิปวิดีโอมือ ถือ ภาพเคลื่อนไหว ภาพนิ่ง ที่สามารถบันทึกขณะเกิดเหตุสำคัญ เช่นขณะที่คนร้ายใช้อาวุธยิงเข้าไปยังกลุ่มทหาร หรือผู้ชุมนุม ทางตำรวจก็ต้องการและพร้อมจะรับฟังข้อมูลจากทุกฝ่าย เพื่อใช้ในการสืบสวนและนำไปประกอบสำนวนการสอบสวนเพื่อสาวไปถึงคนร้าย หรือไอ้โม่งที่ก่อเหตุว่าเป็นใคร และนำไปสู่การดำเนินการตามกระบวนการยุติธรรมด้วยความโปร่งใส โดยตำรวจพร้อมที่รักษาข้อมูล และพยานที่มาให้ข้อมูลเป็นความลับ
พล.ต.ต.อำนวย กล่าวอีกว่า ส่วนการตั้งคณะกรรมการสืบสวนสอบสวนในเรื่องนี้ทางสำนักงานตำรวจแห่ง ชาติ(ตร.) และ บช.น. ก็ได้ดำเนินการควบคู่กันไป โดยทาง บช.น.มีการตั้งพนักงานสอบสวน เพื่อรองรับคดีที่เกิดขึ้นจากการชุมนุมอยู่แล้ว โดย บก.น.1 มี 15 นาย และ บก.น.2-9 บก.ละ 10 นาย รวมกว่า 100 นาย ทาง ตร. ก็มีทั้งในส่วนของ บช.ก. บก.ป. บางคดีก็แยกกันทำ เช่น คดีบุกรุกรัฐสภา บช.ก.ดำเนินการ คดีผิด พรก.ฉุกเฉิน กองปราบฯ ดำเนินการ ส่วนคดี วันที่ 10 เม.ย. บช.น.ดำเนินการโดยมี พล.ต.ท.ไถง ปราศจากศัตรู ผบช.ก. เป็นหัวหน้าพนักงานสอบสวน
สำหรับหลักฐานในคดีนี้ที่ปรากฎตามสื่อต่างๆ พล.ต.ต.อำนวย กล่าวว่า ทาง บช.น. มีเจ้าหน้าที่เทคโนโลยีฯ และหน่วยเฝ้าฟังสามารถบันทึกภาพที่ปรากฎตามสื่อไว้เป็นหลักฐานอยู่แล้วส่วน หนึ่ง และประสานขอไปตามสื่อต่างๆ รวมทั้งเว็บไซด์ที่มีการโพสคลิปวิดีโอ ภาพถ่ายอีกส่วนหนึ่ง ส่วนการสอบปากคำพยานนั้นขณะนี้ยังไม่ได้รับความร่วมมือเท่าที่ควร เนื่องจากญาติต่างโศกเศร้ากับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น รวมทั้งผู้ที่บาดเจ็บยังพักรักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาลยังไม่สามารถให้ปากคำได้ คงต้องรอไปสักระยะก่อน แต่ก็ได้จัดเตรียมแบ่งหน้าที่ในการสอบปากคำไว้แล้ว
http://www.oknation.net/blog/prompzy/2010/04/13/entry-4