"ไปไม่รอด".......ราคาเครื่องบินรบที่แพงหูฉี่ในรัฐบาล"คนดี"

เรื่องการเมือง เชิญที่นี่เลยครับ
Forum rules
- ห้ามใช้คำพูดหยาบคาย
- ห้ามโพสกระทู้หรือข้อความที่ดูหมิ่นเสียดสีสถาบันพระมหากษัตริย์เป็นอันขาด

เชิญทุกท่านเข้าสู่บอร์ดใหม่ได้ที่ http://webboard.serithai.net ดูรายละเอียดเพิ่มเติมที่ viewtopic.php?f=2&t=44976 ครับ

Re: "ไปไม่รอด".......ราคาเครื่องบินรบที่แพงหูฉี่ในรัฐบาล"คนดี"

Postby neonewman » Fri Jul 16, 2010 3:55 pm

แพงไปเหรอ งั้นขอแนะนำรุ่นพวกนี้เลยครับ....
Image
Image
Image
Image
Image

หวังว่าคงจะถูกใจพระเดชพระคุณ พ่อแม่พี่น้องนะครับ :lol: :lol: :lol:
User avatar
neonewman
 
Posts: 4046
Joined: Sat May 01, 2010 8:45 pm

Re: "ไปไม่รอด".......ราคาเครื่องบินรบที่แพงหูฉี่ในรัฐบาล"คนดี"

Postby khundaan » Fri Jul 16, 2010 3:58 pm

DumpDump wrote:คุณ gaan ทำให้ผมนึกถึงอดีตเพื่อนสมาชิกบอร์ดแห่งนี้ท่านนึง ตั้งแต่สมัย mod คนก่อน

เข้ามาแปะแล้วก็จากไป มีลิงค์ไปเวปตัวเองแต่ก็ไม่เคยตอบแม้แต่ในเวปตัวเอง ... เหมือนกันมาก แต่นึกชื่ออดีตเพื่อนสมาชิกท่านนั้นไม่ออก



ตอนนี้กระทู้นาย gaan เยอะมากไม่รู้อยู่ในแก๊งค์นี้อะเป่า 8-)

viewtopic.php?f=12&t=4334
User avatar
khundaan
 
Posts: 840
Joined: Fri May 28, 2010 7:04 pm

Re: "ไปไม่รอด".......ราคาเครื่องบินรบที่แพงหูฉี่ในรัฐบาล"คนดี"

Postby noona » Fri Jul 16, 2010 4:03 pm

จขกท. เป็นแฟนพันทิปนี่เอง ถ้าเผาไทยเป็นรัฐบาล คงซื้อหนึ่ง 1 ลำแถมหนึ่ง 1 กระป๋องซินะ :lol:
User avatar
noona
 
Posts: 6433
Joined: Fri May 21, 2010 2:40 am

Re: "ไปไม่รอด".......ราคาเครื่องบินรบที่แพงหูฉี่ในรัฐบาล"คนดี"

Postby qwerty » Fri Jul 16, 2010 6:46 pm

อันนี้อีกอัน
http://rungsira-milicorp.spaces.live.com/Blog/cns!6E4628D5A51A23F1!193.entry เอาข้อมูลมาแย้งไม่ใช่แถกๆแถๆไป
........
User avatar
qwerty
 
Posts: 147
Joined: Wed Apr 28, 2010 1:43 pm

Re: "ไปไม่รอด".......ราคาเครื่องบินรบที่แพงหูฉี่ในรัฐบาล"คนดี"

Postby Solidus » Fri Jul 16, 2010 7:02 pm

JAS-39 Gripen: (มติชนอีกแล้ว) แก้ไขความเข้าใจผิดพลาดของข่าว Gripen ในมติชนวันนี้

เจาะ"ซื้อ"กริ พเพน เทียบ"ไทย-โรมาเนีย" เงินหลวงสูญ"1.4หมื่นล."?

กอง ทัพอากาศพยายามจัดซื้อเครื่องบินรบเพื่อทดแทนฝูงบิน เอฟ 5 อี/เอฟ มานานหลายปี และมีรัฐบาลหลายประเทศเสนอขาย ไม่ว่าจะเป็นสหรัฐอเมริกา, รัสเซีย ฯลฯ แต่ในที่สุดกองทัพอากาศตัดสินใจเลือกยาส 39 ซี/ดี กริพเพน (JAS-39C/D Grippen) เครื่องบินรบของสวีเดน จากนั้นผลักดันเสนอผ่านรัฐบาลหลายชุดแต่ไม่ประสบผลสำเร็จ จนกระทั่งเกิดเหตุการณ์ปฏิวัติล้มรัฐบาล พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร เมื่อเดือนกันยายน 2549 คณะมนตรีความมั่นแห่งชาติแต่งตั้งรัฐบาล พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ โครงการจัดซื้อเครื่องบินกริพเพน ได้นำกลับมาปัดฝุ่นอีกรอบและรัฐบาลพล.อ.สุรยุทธ์ไฟเขียวซื้อ "กริพเพน"

งบ ประมาณการจัดซื้อฝูงบิน "กริพเพน" 12 ลำ จำนวน 39,000 ล้านบาท แบ่งซื้อเป็น 2 ระลอก ระลอกแรก 6 ลำ รัฐบาล พล.อ.สุรยุทธ์จัดซื้อ และระลอกสองอีก 6 ลำ รัฐบาลนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เพิ่งอนุมัติไปเมื่อวันที่ 26 มกราคม 2553

ความจริงแล้วการจัดซื้อ เครื่องบินกริพเพนดังกล่าว มีหลายฝ่ายตั้งข้อสังเกตตั้งแต่เริ่มแรก เมื่อคณะกรรมการพิจารณาการจัดซื้อเลือก เอฟ/เอ-18 ซีดีของสหรัฐอเมริกาและ "กริพเพน" ไม่ผ่านการคัดเลือก

อย่างไรก็ตาม หลังมีการอนุมัติจัดซื้อ "กริพเพน" เกิดข้อสงสัยอีกหลายประการ โดยล่าสุดเมื่อนำมาเปรียบเทียบกับข้อเสนอของสวีเดนที่มีให้แก่รัฐบาลประเทศ โรมาเนีย เมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา

ทั้งนี้ หนังสือพิมพ์เนชั่นแนล วีคลี่ย์ ของประเทศสวีเดน รายงานเมื่อวันที่ 16 เมษายน 2553 ระบุว่า รัฐบาลเสนอขายเครื่องบินขับไล่กริพเพนจำนวน 24 ลำ ให้กับรัฐบาลโรมาเนีย โดยลดราคาเหลือแค่ 1,000 ล้านยูโร (ประมาณ 40,000 ล้านบาท) ลงมาเท่ากับเครื่องบินเอฟ 16 มือสองของสหรัฐ

การลดราคา "กริพเพน" มีขึ้น หลังจากสภาสูง (Supreme Council)ของโรมาเนีย ตัดสินใจเลือกซื้อเอฟ 16 มือสองในราคา 1,300 ล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 40,000 ล้านบาท)

ข้อ เสนอดังกล่าวของรัฐบาลสวีเดน รวมถึงการจัดฝึก การสนับสนุน การส่งกำลังบำรุง และโครงการที่เรียกว่า 100% Offset Programe ระยะเวลาการชำระหนี้ดอกเบี้ยต่ำเป็นเวลา 15 ปี

รัฐบาลสวีเดนลดราคา ขาย "กริพเพน" ให้โรมาเนีย ทำให้เกิดขึ้นสงสัยอย่างน้อย 4 ประการ

1.อันดับ แรกคือ ราคา ถ้าเปรียบเทียบกันแล้ว ราคาของโครงการที่รัฐบาลไทยจัดหาโดยจัดหาก่อนรัฐบาลโรมาเนียถึง 3 ปี มีราคาแพงกว่าเกือบเท่าตัว

กล่าวคือ รัฐบาลไทยใช้งบประมาณจัดซื้อ "กริพเพน" 12 ลำ ในราคาทั้งสิ้น 34,400 ล้านบาท ได้เครื่องบิน 12 ลำ แต่ทางรัฐบาลโรมาเนียใช้งบประมาณ 40,000 ล้านบาท ได้ถึง 24 ลำ โดยเฉลี่ยราคาแพงกว่าเครื่องละ 1,200 ล้านบาท ราคาต่างกันถึง 14,000 ล้านบาท

2.การจัดหาของกองทัพอากาศโรมาเนีย เป็นการจัดหาแบบรัฐบาลต่อรัฐบาลหรือจีทูจี รัฐบาลสวีเดนเสนอสร้างงานในโรมาเนียถึง 10,000 ตำแหน่ง รวมทั้งการถ่ายทอดเทคโนโลยีต่างๆ ด้วย

ส่วนของกองทัพอากาศไทยเป็นการ จัดหาแบบใช้เงินสด ไม่มีโครงการช่วยเหลือที่เรียกว่า Offset Program อีกทั้งต้องวางเงินล่วงหน้า 15% จ่ายเงินหมดเมื่อได้รับเครื่องบิน

ข้อ สำคัญคือ ยังมีราคาแพงกว่ามาก ทั้งๆ ที่เป็นเครื่องบินรุ่นเดียวกัน

3.การ จัดหาของกองทัพอากาศไทยไม่คัดเลือกโปร่งใส และไม่ผ่านการพิจารณาของรัฐสภา ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 190 ในกรณีจัดหาทำสัญญารัฐต่อรัฐและผูกพันงบประมาณ เป็นเงินจำนวนมาก มีผลกระทบเป็นนัยสำคัญไม่เหมือนกับกองทัพอากาศโรมาเนียที่มีขั้นตอนผ่านสภา และมีการทักท้วง

4.การจัดหา ทำให้งบประมาณจำนวนมากจะต้องหมดไปกับการเตรียมรับและการจัดหา "กริพเพน" ทำให้ปัจจุบันความพร้อมรบของเครื่องบินเอฟ 16 เอ/บี ลดลงไปมาก เหลือเพียงไม่ถึง 50% โดยเฉลี่ย และในอนาคตเมื่อได้รับเครื่องบินกริพเพนมาจะต้องจัดสรรงบประมาณจำนวนมากใน การจัดส่งกำลังบำรุง และจัดหาอาวุธอุปกรณ์ต่างๆ จากประเทศสวีเดนและประเทศในกลุ่มสหภาพยุโรปหรืออียูเป็นจำนวนมาก เนื่องจากอาวุธนำวิถีที่กองทัพอากาศไทยมีอยู่ มีส่วนน้อยเท่านั้นที่สามารถใช้กับกริพเพนได้ และในการจัดหา กริพเพนไม่ได้จัดหาอุปกรณ์ในการใช้อาวุธดังกล่าวมาด้วย เช่น แท่นล็อคเป้าหมาย (Targeting Pod), อาวุธนำวิถีระยะปานกลางอากาศสู่อากาศ, ระเบิด สมาร์ตบอมบ์ แม้แต่ลูกกระสุนปืนจะต้องจัดหาใหม่เป็นจำนวนมากในราคาแพง และจะทำให้งบประมาณประจำปีของกองทัพอากาศที่มีจำกัดอยู่แล้ว ถูกเจียดจ่ายไปใช้ในการดังกล่าว งบประมาณที่ใช้ในการซ่อมบำรุงและคงสภาพเดิมของบริษัทเครื่องอื่นๆ จะน้อยลง ความพร้อมรบของอากาศยานจะน้อยลงเช่นกันขีดความสามารถของกำลังทางอากาศจะ ถูกลดทวนลงอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ เป็นสาเหตุมากจากการที่มีการผลักดันให้จัดหากริพเพนนั่นเอง

5.นอกจาก นี้การใช้มี Erie Eye ในอนาคตจะต้องปรับเปลี่ยนอุปกรณ์สื่อสารภาคพื้นดิน, ภาคอากาศของกริพเพนที่จะมาใช้ร่วม เพราะปัจจุบันอุปกรณ์ส่วนใหญ่ดังกล่าวของกองทัพอากาศไทย เป็นมาตรฐานของกองทัพอากาศสหรัฐ และองค์การสนธิสัญญาแอตแลนติกเหนือ หรือนาโต ที่มีอยู่ในระบบส่งกำลังบำรุงทั่วโลก จะต้องจัดหาใหม่จากประเทศสวีเดน

บริษัท ซาบ (SAAB )ผู้ผลิต "กริพเพน" จะต้องผูกขาดการจัดหายุทโธปกรณ์ส่วนใหญ่ของกองทัพอากาศไทยในอนาคต โดยผ่านบริษัทตัวแทนที่ในประเทศไทย และจะทำให้กองทัพอากาศไทยไม่สามารถใช้งานร่วมกับมิตรประเทศข้างเคียงได้ ยกตัวอย่างเช่น ประเทศสิงคโปร์ และประเทศมาเลเซีย ที่ฝึกร่วมกันเป็นประจำ

พล.อ.อ. อิทธพร ศุภวงศ์

ผู้บัญชาการทหารอากาศ

"... การจัดหาเครื่องบินกริพเพนเฟสสองอีก 6 ลำนั้นคณะรัฐมนตรี (ครม.) อนุมัติในหลักการจัดซื้อไปแล้ว เมื่อวันที่ 26 มกราคม 2553 ให้กองทัพอากาศจัดซื้อกริพเพนอีกจำนวน 6 ลำ โดยใช้เงินงบประมาณ 16,266 ล้านบาท ครม.อนุมัติหลักการแล้วขณะนี้ขั้นตอนอยู่ระหว่างการพิจารณาของคณะกรรมการธิ การงบประมาณของรัฐสภา เพื่ออนุมัติกรอบวงเงินที่กองทัพอากาศเสนอ โดยเป็นการจัดสรรเกลี่ยนวงเงินงบประมาณรายจ่ายในส่วนของกองทัพอากาศเอง รวมทั้งสิ้น 5 ปีตั้งแต่งบประมาณรายจ่ายปี 2554-2558 หากรัฐสภาอนุมัติต้องเสนอเข้า ครม.เพื่ออนุมัติงบประมาณจัดซื้ออีกครั้งตามระเบียบ

กองทัพอากาศมี ความต้องการมีเครื่องบินกริพเพนให้ครบ 1 ฝูงบิน เดิมในการจัดซื้อเครื่องบินรบเราจะจัดซื้อจำนวน 18 ลำ แต่ครั้งนี้เนื่องจากเงินงบประมาณน้อย กองทัพอากาศเข้าใจดี ปรับลดลงมาเหลือเพียง 12 ลำ

แต่งบประมาณปี 2551 ไม่เพียงพอ จึงจัดทำเป็น 2 งวด งวดละ 6 เครื่อง ตอนนี้ล่าช้ากว่ากำหนดเดิมไปแล้ว 2 ปี จะมีเครื่องบิน

กริพเพนครบฝูงบิน เราต้องการกำลังรบอย่างน้อย 12 ลำ เพราะในหลักสากลของการจัดกำลังต้องมีเครื่องบินพร้อมทำการขั้นต่ำ 70 เปอร์เซ็นต์ คือ อย่างน้อยต้องมี 8 ลำ และอีก 4 ลำ มีไว้ฝึกและซ่อมบำรุง

อย่า ลืมว่าเราต้องมีเครื่องบินรบที่มีศักยภาพทัดเทียมประเทศเพื่อนบ้าน เพราะมีทรัพยากรทางทะเลและผืนดินที่ต้องดูแล โดยเฉพาะในพื้นที่ทางใต้นี้มีเพียงฝูงบินเดียวนี้ที่ทำหน้าที่รักษาอธิปไตย

ดัง นั้น การมีฝูงบินนี้จึงถือว่ามีความจำเป็น และเราต้องการสร้างให้กองทัพอากาศของไทยให้เป็นกองทัพอากาศที่ดีที่สุดใน ภูมิภาคนี้ ถือเป็นความฝันที่ต้องทำให้เกิดขึ้นจริงให้ได้

โดยภาพรวม ของกองทัพอากาศต้องการมีกำลังรบทั้งสิ้น 5 ฝูงบิน ปัจจุบันมีฝูงบิน 19 ฝูง แต่ตั้งเป้าไว้ 21 ฝูง เป็นฝูงบินรบ 5 ฝูง คือ เครื่องบินเอฟ 16 จำนวน 3 ฝูงบิน เครื่องบินเอฟ 5 จำนวน 2 ฝูงบินที่ จ.สุราษฎ์ธานี และ จ.อุบลราชธานี

ฝูง บินเอฟ 5 ที่กองบิน 7 จ.สุราษฎ์ธานีนี้ กำลังจะปลดประจำการ เพราะมีอายุการใช้งานมานานเกินที่จะปรับปรุงหรืออัพเกรดแล้ว เพราะฝูงบินเอฟ 5 ที่ จ.อุบลราชธานี คงมีอายุการทำงานไม่แตกต่างกันมากนักไม่นานคงต้องปลดประจำการ

หากถาม ว่ากองทัพอากาศมีความต้องการเพิ่มอีกฝูงบินหรือไม่ เรามีความต้องการ แต่เเข้าใจตามสภาพเศรษฐกิจที่เป็นอยู่ด้วย..."


พลิกปูมจัด ซื้อ"กริพเพน"รัฐบาล"สุรยุทธ์"อนุมัติ

กอง ทัพอากาศไทยเริ่มโครงการจัดหาเครื่องบินขับไล่ทดแทนเครื่องบินขับไล่แบบที่ 18 หรือ เอฟ-5B/E มาตั้งแต่ปี พ.ศ.2546 โดยมีเครื่องบินที่เข้าร่วมแข่งขันคือ Su-30MKIT จากรัสเซีย, F-16C/D Block 50/21 จากสหรัฐ และ JAS 39C/D Gripen จากสวีเดน

ต่อมาในวันที่ 8 มกราคม 2551 คณะรัฐมนตรีในรัฐบาล พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ มีมติให้กองทัพอากาศจัดซื้อเครื่องบิน JAS 39C/D Gripen หรือเรียกสั้นว่ากริพเพน ทดแทนเครื่องบินขับไล่แบบ 18 ก/ข ฝูงบิน 701 กองบิน 7 จังหวัดสุราษฎร์ธานี ซึ่งได้ทยอยปลดประจำการและครบกำหนดจะปลดประจำการทั้งหมดในปี 2554 โดยมีมติให้กองทัพอากาศก่อหนี้ผูกพันข้ามปีงบประมาณระหว่างปี 2551-2555 จัดซื้อเครื่องบินกริพเพน ระยะที่ 1 จำนวน 6 เครื่อง พร้อมอะไหล่ อุปกรณ์ การฝึกอบรม การปรับปรุงอาคารสถานที่ และการบริหารโครงการ วงเงิน 19,000 ล้านบาท ด้วยวิธีการจัดซื้อแบบรัฐบาล

รัฐบาล โดยใช้งบประมาณของกองทัพอากาศที่ได้รับการจัดสรรประจำปีตามปกติ และมอบอำนาจให้ผู้บัญชาการทหารอากาศ เป็นผู้แทนรัฐบาลแห่งราชอาณาจักรไทยลงนามในข้อตกลงการซื้อขายตลอดจนให้กอง ทัพอากาศรับข้อเสนอพิเศษจากรัฐบาลสวีเดนตามที่กำหนดไว้ในร่างข้อตกลงการซื้อ ขาย ทั้งนี้ พล.อ.อ.ชลิต พุกผาสุข ผู้บัญชาการทหารอากาศ และพล.อ.อ.อิทธพร ศุภวงศ์ เสนาธิการทหารอากาศ เป็นผู้เข้าชี้แจงคณะรัฐมนตรี ที่ทำเนียบรัฐบาล

ตาม ที่คณะรัฐมนตรีได้มีมติให้ความเห็นชอบเมื่อวันที่ 16 ตุลาคม 2550 ที่ผ่านมา ให้กองทัพอากาศดำเนินโครงการจัดหาเครื่องบินขับไล่อเนกประสงค์ทดแทนเครื่อง บินขับไล่แบบ 18 ก/ข (F-5 B/E) ตามที่ทราบแล้วนั้น

กองทัพอากาศได้ แต่งตั้งคณะกรรมการการจัดซื้อขึ้นโดยมี พล.อ.อ.ไพศาล สีตะบุตร รองผู้บัญชาการทหารอากาศ เป็นประธาน เพื่อจัดทำร่างสัญญาเจรจาต่อรองการจัดซื้อเครื่องบินกริพเพนกับผู้แทนรัฐบาล สวีเดน โดยฝ่ายสวีเดนได้แต่งตั้งคณะทำงานจากหน่วยงาน FMV หรือ Swedish Defense Material Administration (FMV เป็นหน่วยงานขึ้นตรงของกระทรวงกลาโหมสวีเดน มีหน้าที่ในการจัดเตรียมยุทธภัณฑ์ให้กับกองทัพสวีเดน รวมทั้งการส่งออกยุทธภัณฑ์แก่มิตรประเทศ) เป็นผู้แทนรัฐบาลสวีเดนได้ดำเนินการเจรจา และจัดทำร่างข้อตกลงการซื้อขายเรียบร้อยแล้ว สำหรับเอกสารข้อตกลงการซื้อขาย ครอบคลุมข้อสัญญาและเงื่อนไขเกี่ยวกับกำหนดการส่งมอบเครื่องบิน, การฝึกอบรมนักบินและเจ้าหน้าที่, การส่งกำลังบำรุง และงวดการชำระเงิน ทั้งนี้ กองทัพอากาศได้รับความร่วมมือจากสำนักงานอัยการสูงสุด และกรมสนธิสัญญาและกฎหมาย กระทรวงการต่างประเทศ ร่วมเป็นที่ปรึกษา ให้ข้อเสนอแนะแก่คณะกรรมการจัดซื้อ เพื่อให้การดำเนินการถูกต้องตามระเบียบ รัดกุม และ เกิดประโยชน์สูงสุดต่อประเทศชาติ

สำหรับร่างข้อตกลง การ ซื้อขาย แบ่งเป็น 2 ส่วน

- ส่วนที่ 1 ข้อเสนอหลัก และการปรับปรุงอาคารสถานที่และการบริหารโครงการ

ประกอบด้วยเครื่องบิ นกริพเพนจำนวน 6 เครื่อง เป็นเครื่องบินที่นั่งเดี่ยวจำนวน 2 เครื่อง และที่นั่งคู่จำนวน 4 เครื่อง พร้อมอุปกรณ์และระบบสนับสนุน การส่งกำลังบำรุง การฝึกอบรม การบริหารโครงการในส่วนที่สวีเดนรับผิดชอบ อุปกรณ์อื่นและการบริการ รวมเป็นเงิน 18,284 ล้านบาท

ด้านการปรับ ปรุงอาคารสถานที่ และการบริหารโครงการประกอบด้วย การปรับปรุงอาคารสถานที่และระบบโครงสร้างพื้นฐาน ณ กองบิน 7 จ.สุราษฎร์ธานี การเดินทางไปฝึกอบรมตามโครงการ และการบริหารโครงการ ในส่วนที่กองทัพอากาศรับผิดชอบ รวมเป็นเงิน 716 ล้านบาท รวมงบประมาณการจัดซื้อเป็นเงินทั้งสิ้น 19,000 ล้านบาท ตามกรอบวงเงินงบประมาณที่คณะรัฐมนตรีมีมติเมื่อวันที่ 16 ตุลาคม 2550

- ส่วนที่ 2 เป็นข้อเสนอพิเศษจากรัฐบาลสวีเดน โดยกองทัพอากาศจะได้รับมอบเครื่องบิน Saab 340 สำหรับการฝึกจำนวน 1 เครื่อง และเครื่องบิน Saab 340 ติดตั้งเรดาร์แจ้งเตือนในอากาศแบบ Erieye จำนวน 1 เครื่อง

พร้อมกันนี้จะได้รับการตอบแทนในลักษณะความร่วมมือทวิภาคี ประกอบด้วย

- การถ่ายทอดเทคโนโลยีสำหรับเจ้าหน้าที่กองทัพอากาศและกองทัพไทยในสาขาต่างๆ ที่ฝ่ายไทยต้องการ

- ทุนการศึกษาในระดับปริญญาโทจำนวน 92 ทุน ในมหาวิทยาลัยชั้นนำของสวีเดน ได้แก่ Royal Institute of Technology Stockholm, Chalmers Technical University in Gothenburg และ Linkping University ระหว่างปี 2552-2554 และ

- ความร่วมมือทางอุตสาหกรรม ในด้านวิชาการ การลงทุน การผลิตสินค้า และการบริการ ที่จะกำหนดรายละเอียดหลังจากลงนาม ในข้อตกลงการซื้อขายต่อไป

แผน การดำเนินงานโครงการที่สำคัญ ได้แก่

- การผลิตและส่งมอบเครื่องบินขับไล่กริพเพนใช้ระยะเวลา 36 เดือน หลังจากลงนามในหนังสือข้อตกลงการซื้อขาย

- การฝึกอบรม การส่งมอบอะไหล่และอุปกรณ์ รวมทั้งการเตรียมรับนั้นต้องดำเนินการให้แล้วเสร็จก่อน การส่งมอบเครื่องบิน โดยการถ่ายทอดเทคโนโลยีและการฝึกอบรมในประเทศสวีเดนเริ่มดำเนินการในปี 2551 และการส่งมอบอะไหล่และอุปกรณ์เริ่มดำเนินการในปี 2553

- การส่งมอบเครื่องบิน ซาบ 340 ทั้ง 2 เครื่อง ดำเนินการได้ในปลายปี 2553

- การส่งมอบเครื่องบินกริพเพน ทั้ง 6 เครื่อง จะดำเนินการได้ภายในต้นปี 2554 โดยจะส่งมอบเครื่องบิน 3 เครื่องแรกในเดือนมกราคม 2554 และอีก 3 เครื่องในเดือนมีนาคม 2554 เพื่อฝึกเพิ่มเติมให้หน่วยบิน มีความพร้อมปฏิบัติการได้ภายในเดือนกันยายน 2554 สอดคล้องกับแผนการปลดประจำการของเครื่องบินขับไล่แบบ F-5 ที่สุราษฎร์ธานี

http://www.matichon.co.th/news_detail.p ... 8&grpid=01



มติชนอีกแล้วครับ สวัสดีครับมติชน จำได้ว่าเมื่อสองสามปีก่อนมติชนก็ขุดประเด็นแบบนี้ขึ้นมาเล่น แต่เล่นพลาด มั่วกระจายยยยยย ครั้งนี้เหมือนจะพัฒนาขึ้น แต่ก็ยังมั่วเหมือนเดิม ครั้งนี้เหมือนจะมั่วกว่าเก่าอีก

ข่าวโรมาเนียนี่ออกมานานมาก แล้วครับ ออกมาในสื่อต่างชาตินานแล้ว ไม่เห็นมีใครเขาสงสัยอะไรกันเลยจนมาถึงตอนนี้ ไม่รู้เหมือนกันว่าถ้า จะสงสัยล่ะก็ทำไมเพิ่งมาสงสัยตอนนี้ครับ

ขอ อนุญาติแก้เป็นข้อ ๆ ครับ

"ความจริงแล้วการจัด ซื้อ เครื่องบินกริพเพนดังกล่าว มีหลายฝ่ายตั้งข้อสังเกตตั้งแต่เริ่มแรก เมื่อคณะกรรมการพิจารณาการจัดซื้อเลือก เอฟ/เอ-18 ซีดีของสหรัฐอเมริกาและ "กริพเพน" ไม่ผ่านการคัดเลือก"

- ความเป็นจริงแล้วไม่มี F/A-18C/D เข้ามาร่วมแข่งขันครับ ว่าเข้าที่ จริงแล้ว F/A-18C/D เลิกผลิตไปนานแล้ว ข้อมูลตรงนี้ถือว่าผิดพลาด อย่างไรก็ตามตัวเลือกของกองทัพอากาศไทยใน ตอนนั้นคือ Su-30MKIT, F-16C/D และ Gripen 39C/D แม้ ภายหลังดูเหมือนมี F/A-18E/F (คนละรุ่นกัน) เข้ามาเสนอแต่ก็ช้าไป

"ทั้ง นี้ หนังสือพิมพ์เนชั่นแนล วีคลี่ย์ ของประเทศสวีเดน รายงานเมื่อวันที่ 16 เมษายน 2553 ระบุว่า รัฐบาลเสนอขายเครื่องบินขับไล่กริพเพนจำนวน 24 ลำ ให้กับรัฐบาลโรมาเนีย โดยลดราคาเหลือแค่ 1,000 ล้านยูโร (ประมาณ 40,000 ล้านบาท) ลงมาเท่ากับเครื่องบินเอฟ 16 มือสองของสหรัฐ

การลดราคา "กริพเพน" มีขึ้น หลังจากสภาสูง (Supreme Council)ของโรมาเนีย ตัดสินใจเลือกซื้อเอฟ 16 มือสองในราคา 1,300 ล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 40,000 ล้านบาท)

ข้อ เสนอดังกล่าวของรัฐบาลสวีเดน รวมถึงการจัดฝึก การสนับสนุน การส่งกำลังบำรุง และโครงการที่เรียกว่า 100% Offset Programe ระยะเวลาการชำระหนี้ดอกเบี้ยต่ำเป็นเวลา 15 ปี "

- ถ้ามติชนทำการบ้านมากกว่านี้หน่อยสักนิด จะพอเข้าใจ ว่าโครงการการจัดหาเครื่องบินขับไล่มาตราฐานนาโต้ทดแทนเครื่องบินขับไล่ MiG-21 Lancer นั้นมีมานานแล้ว ตัวเลือกที่แข่งขันคือ F-16C/D มือสองจากสหรัฐ, Gripen 39C/D มือหนึ่งจากสวีเดน, และ Eurofighter Typhoon มือสอง+มือหนึ่งจากกลุ่มประเทศยุโรป ต่อมา เมื่อต้นปีนี้โรมาเนียประกาศเลือก F-16C/D มือสอง ทั้ง Typhoon และ Gripen จึงพยายามลดราคาลงมาสู้ โดยสิ่งที่เขาทำก็คือตัด option บางอย่างทิ้งไปซึ่งจะกล่าวต่อไป

"รัฐบาลสวีเดนลด ราคา ขาย "กริพเพน" ให้โรมาเนีย ทำให้เกิดขึ้นสงสัยอย่างน้อย 4 ประการ

1.อันดับ แรกคือ ราคา ถ้าเปรียบเทียบกันแล้ว ราคาของโครงการที่รัฐบาลไทยจัดหาโดยจัดหาก่อนรัฐบาลโรมาเนียถึง 3 ปี มีราคาแพงกว่าเกือบเท่าตัว

กล่าวคือ รัฐบาลไทยใช้งบประมาณจัดซื้อ "กริพเพน" 12 ลำ ในราคาทั้งสิ้น 34,400 ล้านบาท ได้เครื่องบิน 12 ลำ แต่ทางรัฐบาลโรมาเนียใช้งบประมาณ 40,000 ล้านบาท ได้ถึง 24 ลำ โดยเฉลี่ยราคาแพงกว่าเครื่องละ 1,200 ล้านบาท ราคาต่างกันถึง 14,000 ล้านบาท"

- กรณีแบบนี้มันกลับมาอีกแล้ว ครับ ถ้าเรารู้จักหาข้อมูลสักนิดจะพบว่า การจับราคาตั้งแล้วหารด้วยจำนวนเครื่องคือวิธีการที่ผิด! เพราะไม่ อย่างงั้นออสเตรเลียก็ทุจริตในการซื้อ F/A-18F แพงกว่าสหรัฐ หรือสิงคโปร์ก็ทุจริตในการซื้อ F15SG แพงกว่าสหรัฐ!?!

พูด มาหลายครั้งแล้วว่า การดูการจัดหาใด ๆ ก็ตาม ต้องดูว่าเงินที่จ่ายไป ได้อะไรบ้าง จะไม่พูดถึงเครื่องบิน แต่จะเทียบง่าย ๆ ว่า คุณซื้อ Nissan March รุ่นต่ำสุดกับรุ่นสูงสุด ราคาต่างกันเกือบสองแสนบาท แบบนี้แปลว่าคนที่จ่ายเงิน 5 แสนบาทซื้อแพงกว่าปกติหรือเปล่า? ไม่ เลยครับ เพราะคนที่จ่าย 5 แสนบาทได้เบรก ABS, เกียร์อัตโนมัติ, ถุงลมสองทิศทาง, กุญแจรีโมต ฯลฯ ซึ่งรุ่น 3 แสนบาทนั้น 'ไม่มี' พูดแค่นี้น่าจะพอเข้าใจนะครับ

ข้อเสนอของ Saab ต่อโรมาเนีย เป็นเพียงเครื่องบินเปล่าครับ?!? Gripen 48 ลำ+การสนับสนุน+การฝึก+Offset เพราะ Saab ต้องการดั๊มราคาลงมาสู้ ทางเลือกก็คือต้องตัด Option ต่าง ๆ ออกไป ส่วนของกองทัพอากาศไทย ได้ Gripen 12 ลำ+การสนับสนุน+การฝึก+Offset+จรวด RBS-15F 12 นัด+Technology Transfer+ทุนการศึกษา+Saab 340 1 ลำ+ Saab 340 AEW 2 ลำ+ Datalink+ Ground Base Station มันเยอะ กว่าตั้งเยอะ

"2.การจัดหาของกอง ทัพอากาศโรมาเนีย เป็นการจัดหาแบบรัฐบาลต่อรัฐบาลหรือจีทูจี รัฐบาลสวีเดนเสนอสร้างงานในโรมาเนียถึง 10,000 ตำแหน่ง รวมทั้งการถ่ายทอดเทคโนโลยีต่างๆ ด้วย

ส่วนของกองทัพอากาศไทยเป็นการ จัดหาแบบใช้เงินสด ไม่มีโครงการช่วยเหลือที่เรียกว่า Offset Program อีกทั้งต้องวางเงินล่วงหน้า 15% จ่ายเงินหมดเมื่อได้รับเครื่องบิน

ข้อ สำคัญคือ ยังมีราคาแพงกว่ามาก ทั้งๆ ที่เป็นเครื่องบินรุ่นเดียวกัน"

- ไม่เข้าใจว่าคำพูดนี้หลุดออกมาได้อย่างไร แปลว่าขาดความรอบคอบมากทีเดียวหรือไม่ก็เขียนภาษาไทยไม่ถูกครับด้วยความ เคารพ โรมาเนียจัดหาแบบรัฐบาลต่อรัฐบาล แต่ไม่ได้ใช้เงินสดซื้อหรือครับ? ไทยซื้อด้วยเงินสด แต่ไม่ได้จัดหาแบบรัฐบาลต่อรัฐบาลหรือครับ? ความจริงมันเหมือนกัน อย่างสิ้นเชิง ทั้งไทยและโรมาเนียจัดหาแบบรัฐบาลต่อ รัฐบาลและจ่ายด้วยเงินสดเหมือนกัน แต่ถ้าคุณเลือกพูดข้างเดียวมันก็จะออกมาแบบนี้

อีกทั้งทราบได้อย่างไรว่าไทยไม่มี Industrial Offset Program ครับ? แปลว่าผู้เขียนข่าวไม่ได้ศึกษาข้อมูลมาเพราะข้อมูลเรื่อง Industrial Offset Program ของไทยมีเยอะแยะมากมาย ง่าย ๆ คือยกหูไปถามกองทัพอากาศครับ หรือไม่ที่ง่ายกว่านั้นก็คือ ลองไล่ไปอ่านด้านล่างของบทความที่คุณเขียนเอง เพราะมันก็พูดอยู่ชัดเจนอยู่แล้วว่ากองทัพอากาศไทยได้รับความร่วมมือทาง อุตสาหกรรมหรือ Industrial Offset Program หัวข่าวกับท้ายข่าวขัดกัน เองอีกแล้ว หรือถ้ามติชนแปลคำนี้ไม่ออก การเปิด Dict ก็ไม่เสียหายนะครับ

"3.การจัดหาของกองทัพอากาศไทยไม่คัด เลือกโปร่งใส และไม่ผ่านการพิจารณาของรัฐสภา ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 190 ในกรณีจัดหาทำสัญญารัฐต่อรัฐและผูกพันงบประมาณ เป็นเงินจำนวนมาก มีผลกระทบเป็นนัยสำคัญไม่เหมือนกับกองทัพอากาศโรมาเนียที่มีขั้นตอนผ่านสภา และมีการทักท้วง "

- คนละประเทศกัน คนละระบบ กฏหมายคนละตัว จะเปรียบเทียบกันได้อย่างไรครับ?

"4.การ จัดหาทำให้งบประมาณจำนวนมากจะต้องหมดไปกับการเตรียมรับและการจัดหา "กริพเพน" ทำให้ปัจจุบันความพร้อมรบของเครื่องบินเอฟ 16 เอ/บี ลดลงไปมาก เหลือเพียงไม่ถึง 50% โดยเฉลี่ย และในอนาคตเมื่อได้รับเครื่องบินกริพเพนมาจะต้องจัดสรรงบประมาณจำนวนมากใน การจัดส่งกำลังบำรุง และจัดหาอาวุธอุปกรณ์ต่างๆ จากประเทศสวีเดนและประเทศในกลุ่มสหภาพยุโรปหรืออียูเป็นจำนวนมาก เนื่องจากอาวุธนำวิถีที่กองทัพอากาศไทยมีอยู่ มีส่วนน้อยเท่านั้นที่สามารถใช้กับกริพเพนได้ และในการจัดหา กริพเพนไม่ได้จัดหาอุปกรณ์ในการใช้อาวุธดังกล่าวมาด้วย เช่น แท่นล็อคเป้าหมาย (Targeting Pod), อาวุธนำวิถีระยะปานกลางอากาศสู่อากาศ, ระเบิด สมาร์ตบอมบ์ แม้แต่ลูกกระสุนปืนจะต้องจัดหาใหม่เป็นจำนวนมากในราคาแพง และจะทำให้งบประมาณประจำปีของกองทัพอากาศที่มีจำกัดอยู่แล้ว ถูกเจียดจ่ายไปใช้ในการดังกล่าว งบประมาณที่ใช้ในการซ่อมบำรุงและคงสภาพเดิมของบริษัทเครื่องอื่นๆ จะน้อยลง ความพร้อมรบของอากาศยานจะน้อยลงเช่นกันขีดความสามารถของกำลังทางอากาศจะ ถูกลดทวนลงอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ เป็นสาเหตุมากจากการที่มีการผลักดันให้จัดหากริพเพนนั่นเอง"

- ไม่ทราบว่ามติชนเอาตัวเลขความพร้อมรบของ F-16A/B มาจากไหนครับ? ปัญหาก็คือถ้าจัดหา F-16C/D ก็ต้องใช้เงินเท่านี้ จัดหา Su-30MKIT ก็ต้องใช้เงินเท่านี้ ที่สำคัญ ไม่มีหลักฐานเชื่อมโยงเรื่องนี้เลย

อาวุธ ก็เช่นกัน แปลว่ามติชนไม่รู้เรื่องอาวุธจริง ๆ ความจริงก็คือ ถ้าจะไม่จัดหาอาวุธอะไรเลยล่ะก็ มีแค่กระสุนปืนกลเท่านั้นที่ไทยต้องจัดหาใหม่ นอกนั้นทั้ง AMRAAM, Sidewinder, Mk.82, GBU-10/12, Maverick ฯลฯ สามารถติดตั้งกับ Gripen C/D ได้เนื่องจาก Gripen C/D เป็นมาตราฐาน NATO เหมือนกับ F-16 ส่วน Trageting Pod กำลังอยู่ในระหว่างการจัดหา

ส่วนประโยคสุดท้ายพูดวนไปวนมาแบบเหตุผล วิบัติ

"5.นอกจาก นี้การใช้มี Erie Eye ในอนาคตจะต้องปรับเปลี่ยนอุปกรณ์สื่อสารภาคพื้นดิน, ภาคอากาศของกริพเพนที่จะมาใช้ร่วม เพราะปัจจุบันอุปกรณ์ส่วนใหญ่ดังกล่าวของกองทัพอากาศไทย เป็นมาตรฐานของกองทัพอากาศสหรัฐ และองค์การสนธิสัญญาแอตแลนติกเหนือ หรือนาโต ที่มีอยู่ในระบบส่งกำลังบำรุงทั่วโลก จะต้องจัดหาใหม่จากประเทศสวีเดน

บริษัท ซาบ (SAAB )ผู้ผลิต "กริพเพน" จะต้องผูกขาดการจัดหายุทโธปกรณ์ส่วนใหญ่ของกองทัพอากาศไทยในอนาคต โดยผ่านบริษัทตัวแทนที่ในประเทศไทย และจะทำให้กองทัพอากาศไทยไม่สามารถใช้งานร่วมกับมิตรประเทศข้างเคียงได้ ยกตัวอย่างเช่น ประเทศสิงคโปร์ และประเทศมาเลเซีย ที่ฝึกร่วมกันเป็นประจำ"

- ไหนบอกว่ามีข้อสงสัย 4 ข้อแต่ข้อ 5 โผล่มาจากไหนก็ไม่ทราบครับ แปลว่ามติชนไม่เข้าใจระบบการทำงาของมันจริง ๆ เลยครับ ความ จริงน่ะ F-16 ไทยกับ MiG-29 ของมาเลเซียมันต่างกันยิ่งกว่าต่างอีกครับ ด้านนึงเป็นเครื่องสหรัฐ อีกด้านนึงเป็นเครื่องรัสเซีย แต่ทำไมมันยังฝึกร่วมกันได้ทุกสองปี??? แล้ว Gripen เป็นเครื่องมาตราฐาน NATO เหมือนกับสหรัฐ ทำไมจะฝึกไม่ได้ล่ะครับ? ประเทศอื่นเขาก็ใช้ Gripen ฝึกกับเครื่องประเทศอื่นกันอยู่ตั้งมาก ไม่เห็นใครจะมีปัญหาเลยครับ

เรื่องอุปกรณ์สื่อสาร ต่อให้คุณซื้อ F-16 คุณก็ต้องจัดหาใหม่ครับ เพราะเราไม่มี Link16 อยู่แล้ว
http://www.bloggang.com/mainblog.php?id ... &gblog=192

ไม่อยากพูดมากกว่านี้ว่าทำไมข่าวนี้ มันถึงผุดขึ้นมาเพราะเดียวมันจะกลายเป็นการเมืองไป เอาแค่นี้แล้วกัน ครับผม เพราะพูดรอบนี้ก็เป็นรอบที่เท่าไหร่แล้วก็ไม่รู้ โดยเฉพาะพูดกับมติชนครับ ขอเชิญท่านผู้อ่าน อ่านข้อมูลทั้งสองด้านและพิจารณาตามเหตุผลของแต่ละท่านครับ

อ่าน เพิ่มเติม

"JAS-39 Gripen: กรณีศึกษาราคา Gripen ทั่วโลก"

http://www.bloggang.com/mainblog.php?id ... 3&gblog=63

"JAS-39 Gripen: วิเคราะห์โครงการตอบแทนทางอุตสาหกรรมที่ไทยจะได้รับหลังการจัดหากริพเพน"

http://www.bloggang.com/mainblog.php?id ... 2&gblog=50

"JAS-39 Gripen: ประโยชน์ทางเศรษฐกิจและเทคโนโลยีที่ไทยจะได้รับจากการจัดหากริพเพน"

http://www.bloggang.com/mainblog.php?id ... &gblog=158

"JAS-39 Gripen: ขอโต้เถียงข้อมูลในหนังสือพิมพ์ ภาค 1"

http://www.bloggang.com/mainblog.php?id ... 1&gblog=62

"JAS-39 Gripen: ขอโต้เถียงข้อมูลในหนังสือพิมพ์ ภาค 2 เรื่องราคา Gripen"

http://www.bloggang.com/mainblog.php?id ... 1&gblog=65

"JAS-39 Gripen: คำชี้แจงของกองทัพอากาศต่อกรณีราคาเครื่องบินรบ"

http://www.bloggang.com/mainblog.php?id ... 3&gblog=66
User avatar
Solidus
 
Posts: 8593
Joined: Mon Oct 13, 2008 1:47 pm

Re: "ไปไม่รอด".......ราคาเครื่องบินรบที่แพงหูฉี่ในรัฐบาล"คนดี"

Postby TaMongKhon » Fri Jul 16, 2010 7:25 pm


http://rungsira-milicorp.spaces.live.com/Blog/cns!6E4628D5A51A23F1!193.entry


Jas 39 Gripen
บินขึ้นได้จากถนนหลวง ขนาดกว้างเพียง 9เมตร ยาว 800เมตร
เช่น ถนนวิภาวดีรังสิต หรือบนทางด่วนบางช่วง ก็สามารถใช้เป็นรันเวย์ชั่วคราวได้กรณีฉุกเฉิน และบน
ทาง หลวงทั่วประเทศ ขนาด 4 ช่องทางสั้นและแคบในเมืองไทยได้ทุกที่ เป็นข้อได้เปรียบทางยุทธวิธี
กรณีที่เกิดสงครามเต็มรูปแบบหากมีการบอมส์ สนามบินหลักทั้งหมดจนชำรุดเสียหาย ใช้การไม่ได้
นโยบายทางการทหารและ ยุทธศาสตร์ในการป้องกันประเทศ ของ สวีเดนเหมือนไทยคือ ทางรับไม่ใช่
ทาง รุก สมมติว่าหากเกิดสงครามแล้ว สนามบินใหญ่ๆอย่างดอนเมือง ตาคลี อู่ตะเภา กำแพงแสน อุบล
อุดร เชียงใหม่ สุราษฏร์ธานี ถูกทำลาย เราก็ยังให้กริฟเฟน ขึ้นต่อสู้จากถนนหลวงได้ เมื่ออยู่บนพื้นแล้ว
สามารถ ทำการติดอาวุธพร้อมเติมเชื้อเพลิงได้ด้วยเจ้าหน้าที่เพียง 5 นายและรถบรรทุก เชื้อเพลิง และ
อาวุธ อย่างละคัน โดยไม่ต้องใช้ รถยกอาวุธ หรืออุปกรณ์พิเศษเสริม ด้วยมีการติดตั้ง พร้อมแล้ว ในตัว
เครื่องบินเอง กระบวนการติดตั้งอาวุธและเติมน้ำมันเชื้อเพลิงใช้เวลาทั้งสิ้น11นาทีก่อน ขึ้นบินทำการรบ
ครั้งต่อไป

ด้วยคุณสมบัติพิเศษดังกล่าว จึงทำให้สามารถแยกย้ายอำพรางหลบซ่อนกำลังรบไว้ ณ.จุดยุทธศาสตร์
สำคัญโดย ไม่เป็นที่สังเกตุ และตกเป็นเป้าทำลายล้างโดยง่าย








Jas 39 Gripen จึงเป็นเครื่องบินที่เหมาะสมกับภูมิประเทศเล็กๆ ของไทย
TaMongKhon
 
Posts: 926
Joined: Mon Nov 10, 2008 9:06 pm

Re: "ไปไม่รอด".......ราคาเครื่องบินรบที่แพงหูฉี่ในรัฐบาล"คนดี"

Postby Solidus » Fri Jul 16, 2010 7:37 pm

TaMongKhon wrote:
Jas 39 Gripen จึงเป็นเครื่องบินที่เหมาะสมกับภูมิประเทศเล็กๆ ของไทย
ภารกิจหลักใช้แทน F-5 ประจำพื้นที่ภาคใต้ แค่นี้ก็พอครับ ไม่ได้มีภารกิจใช้งานทั่วประเทศ หรือบินข้ามทะเลแบบมาเลเซียซะหน่อย :lol: :lol: :lol:

Image

ถ้าบินแล้วไม่กลับก็

Image
User avatar
Solidus
 
Posts: 8593
Joined: Mon Oct 13, 2008 1:47 pm

Re: "ไปไม่รอด".......ราคาเครื่องบินรบที่แพงหูฉี่ในรัฐบาล"คนดี"

Postby Superb_Mob » Fri Jul 16, 2010 9:13 pm

แหม.........เดี๋ยวนี้รู้สึกเข้าอกเข้าใจทหารกล้ากันดีจังเลยนะครับ :lol: :lol: :lol: ผิดกับเมืองก่อนที่ด่าเช็ดเลย :mrgreen: แต่ละท่านข้อมูลนี้แน่นปึก ว่าแต่จะไม่พูดถึง GT-200 และบอลลูนเหาะกันบ้างเหรอครับ :mrgreen: :mrgreen:
ผมไม่ได้ชอบทักษิณ และเคยแต่เลือก ปชป มาโดยตลอด ปัจจุบันนี้ถ้าจะให้เลือก ก็ขอเลือกพรรคที่คิดว่าทำประโยชน์ให้ชาติได้มากกว่า และเล่นตามกติกาประชาธิปไตยครับ การเมืองภาคประชาชนเป็นสิ่งที่ดี แต่ระวังจะเป็นเหยื่อ แล้วซ้ำเติมประเทศชาติซะเอง
User avatar
Superb_Mob
 
Posts: 1080
Joined: Wed Dec 03, 2008 10:03 pm

Re: "ไปไม่รอด".......ราคาเครื่องบินรบที่แพงหูฉี่ในรัฐบาล"คนดี"

Postby baezae » Fri Jul 16, 2010 9:24 pm

เปิดมาเลยทั้ง GT 200 ทั้งเรือเหาะ เอาข้อมูลมาใส่กันได้เลย รับรองมีคนตอบแน่นอน

แต่ระวังเข้าตัวด้วยนะ เพราะขนาด สส.เผาไทยที่เป็นตัวแทนเหล่ากระบือ ยังไม่กล้าเล่นเรื่องนี้กันเลย เพราะกลัวเข้าตัว

อย่าเอาแต่ปากดี แต่ไม่มีข้อมูล
ถ้าคุณเป็นเสื้อเหลือง ผมคุยกับคุณได้ และหัวเราะให้กันได้
ถ้าคุณเป็นเสื้อแดง ผมก็คุยกับคุณได้ และหัวเราะใ้ห้กันได้
แต่ถ้าคุณเป็นควายล้มเจ้าไม่ว่าจะสีไหน ผมจะด่าอย่างเดียว
User avatar
baezae
 
Posts: 1144
Joined: Thu Feb 18, 2010 10:43 am

Re: "ไปไม่รอด".......ราคาเครื่องบินรบที่แพงหูฉี่ในรัฐบาล"คนดี"

Postby Solidus » Fri Jul 16, 2010 10:11 pm

Superb_Mob wrote:แหม.........เดี๋ยวนี้รู้สึกเข้าอกเข้าใจทหารกล้ากันดีจังเลยนะครับ :lol: :lol: :lol: ผิดกับเมืองก่อนที่ด่าเช็ดเลย :mrgreen: แต่ละท่านข้อมูลนี้แน่นปึก ว่าแต่จะไม่พูดถึง GT-200 และบอลลูนเหาะกันบ้างเหรอครับ :mrgreen: :mrgreen:
เขาพูดเรื่องเครื่องบินอยู่ไม่ใช่หรือครับ แล้วคุณคงมีความสุขถึงจุดสุดยอดกับการได้ยินข่าวนักบิน F5 ที่เครื่องตกเพราะใช้งานมานานสินะครับ

เกิดเหตุ เครื่องบินเอฟ 5 บี สังกัดกองบิน 7 จ.สุราษฏร์ธานี ตกเมื่อเวลา 9.00 น.ที่ผ่านมา หลังนำเครื่องขึ้นจากสนามบินในกองบิน 7 เพียง 5 นาทีเท่านั้น เป็นเหตุให้ครูฝึกและนักบินเสียชีวิตทันที เบื้องต้นสันนิษฐานว่า เกิดจากเครื่องยนต์ขัดข้อง

เมื่อเวลา 09.45 น. วันนี้ (21เม.ย.) นาวาอากาศโทสภาพร มณีฉาย ผู้อำนวยการสถานีวิทยุกระจายเสียงทหารอากาศ 07 กองบิน 7 จังหวัดสุราษฎร์ธานี ได้รับแจ้ง เกิดเหตุเครื่องบินฝึกบินของฝูงบิน 701 กองบิน 7 รุ่น เอฟ 5 บี ขนาด 2 ที่นั่ง ตกบริเวณทางทิศใต้ของสนามบินกองบิน 7 บ้านบางงอน เขตรอยต่ออำเภอพุนพิน-อำเภอกาญจนดิษฐ์

ขณะที่กำลังนำนักบินพร้อมครูฝึกออกปฏิบัติภารกิจฝึกบิน หลังจากที่นำเครื่องขึ้นบินได้เพียง 5 นาที เป็นเหตุให้ครูฝึกและนักบินเสียชีวิตทันที ทราบชื่อคือนาวาอากาศโทสมชาย ประไทย อายุ 39 ปี ครูฝึก และนักบินที่ 2 เรืออากาศโทอรุณ แหล่งหล้า

ขณะนี้เจ้าหน้าที่กำลังเข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุ เพื่อหาสาเหตุที่ชัดเจน เบื้องต้นสันนิษฐานว่า เกิดจากเครื่องยนต์ขัดข้อง เนื่องจากเพิ่งนำเครื่องขึ้นบินเพียง 5 นาทีเท่านั้น.
User avatar
Solidus
 
Posts: 8593
Joined: Mon Oct 13, 2008 1:47 pm

Re: "ไปไม่รอด".......ราคาเครื่องบินรบที่แพงหูฉี่ในรัฐบาล"คนดี"

Postby halfmoon » Fri Jul 16, 2010 10:27 pm

สมัยก่อนกองบินอุดรธานี ใช้ F-5E บินโฉบลาวเกือบทุกวัน เปลี่ยนสีสลับไปเรื่อย ลาวนับจำนวนตามสี นึกว่าที่อุดรมีเครื่องบินขับไล่ไม่น้อยกว่า 200 ลำ นั่นก็เป็นกลวิธีของกองทัพตามยุคสมัยตามเศรษฐกิจ ปัจจุบันเราก็พอหาเงินได้บ้างแล้ว และข่าวสารมันปกปิดกันไม่ได้ มัวแต่จะมาพ่นสีใหม่บินสลับวัน มันคงไม่ได้ ลาวไม่กลัวแล้ว เดียวนี้ลาวใช้ 3G 4G แล้ว ดังนั้นก็ต้องซื้อซะ หากซื้อถูก ลาวก็บอกซื้อของกระจอก ไม่กลัว ซื้อแพงหน่อยก็กลัวมากหน่อย อีกอย่างก็ถือว่าข่มไอ้ฮูนเซนมันก็แล้วกัน ให้มันรู้ไป ไม่ใช่ทักษิณก็ซื้อได้เฟ้ย :lol:
  • อธิปัตย์ 5 : อิสรภาพ เสรีภาพ ภราดรภาพ มิตรภาพ สันติภาพ : คือแก่นแท้แห่งอำนาจประชาธิปไตย : ท่านมีหรือยัง ถ้าไม่ จงสร้างเอง
User avatar
halfmoon
 
Posts: 10731
Joined: Wed Nov 19, 2008 11:34 pm

Re: "ไปไม่รอด".......ราคาเครื่องบินรบที่แพงหูฉี่ในรัฐบาล"คนดี"

Postby Solidus » Fri Jul 16, 2010 10:35 pm

halfmoon wrote:สมัยก่อนกองบินอุดรธานี ใช้ F-5E บินโฉบลาวเกือบทุกวัน เปลี่ยนสีสลับไปเรื่อย ลาวนับจำนวนตามสี นึกว่าที่อุดรมีเครื่องบินขับไล่ไม่น้อยกว่า 200 ลำ นั่นก็เป็นกลวิธีของกองทัพตามยุคสมัยตามเศรษฐกิจ ปัจจุบันเราก็พอหาเงินได้บ้างแล้ว และข่าวสารมันปกปิดกันไม่ได้ มัวแต่จะมาพ่นสีใหม่บินสลับวัน มันคงไม่ได้ ลาวไม่กลัวแล้ว เดียวนี้ลาวใช้ 3G 4G แล้ว ดังนั้นก็ต้องซื้อซะ หากซื้อถูก ลาวก็บอกซื้อของกระจอก ไม่กลัว ซื้อแพงหน่อยก็กลัวมากหน่อย อีกอย่างก็ถือว่าข่มไอ้ฮูนเซนมันก็แล้วกัน ให้มันรู้ไป ไม่ใช่ทักษิณก็ซื้อได้เฟ้ย :lol:
ขืนเอา F-5E บินโฉบตอนนี้คงไม่ต้องทำอะไรมาก เดี๋ยวมันก็ตกเอง นอกจากข้าศึกจะดีใจ พวกกบฎหางแดงก็คงดีใจด้วย :lol: :lol: :lol:
User avatar
Solidus
 
Posts: 8593
Joined: Mon Oct 13, 2008 1:47 pm

Re: "ไปไม่รอด".......ราคาเครื่องบินรบที่แพงหูฉี่ในรัฐบาล"คนดี"

Postby baezae » Fri Jul 16, 2010 10:43 pm

คนศึกษาเรื่องอาวุธ ใครรู้ดีลนี้ก็ว่าโคตรคุ้ม แถมเหมาะสมด้วย เพราะแถว ๆ บ้านเราเค้าเป็นลูกค้าเครื่องตระกูล SU เป็นส่วนใหญ่ การที่เราได้กริพเพนมา ก็เหมือนได้พังพอนมากันท่างูเห่านั่นแหละ

แต่ไม่แปลกใจ ทุกวันนี้เสื้อแดงมันยังบอกนายกหนีทหารอยู่เลย
ถ้าคุณเป็นเสื้อเหลือง ผมคุยกับคุณได้ และหัวเราะให้กันได้
ถ้าคุณเป็นเสื้อแดง ผมก็คุยกับคุณได้ และหัวเราะใ้ห้กันได้
แต่ถ้าคุณเป็นควายล้มเจ้าไม่ว่าจะสีไหน ผมจะด่าอย่างเดียว
User avatar
baezae
 
Posts: 1144
Joined: Thu Feb 18, 2010 10:43 am

Re: "ไปไม่รอด".......ราคาเครื่องบินรบที่แพงหูฉี่ในรัฐบาล"คนดี"

Postby phenix » Fri Jul 16, 2010 11:10 pm

ให้ จขกท.อ่านข้อมูลหลายๆด้านเพื่อประเทืองปัญญา

http://www.bloggang.com/mainblog.php?id ... &gblog=193

มติโจรไม่ทำการบ้าน เอาข้อมูลเค้ามา แต่จงใจที่จะบิดเบือน
User avatar
phenix
 
Posts: 11
Joined: Thu May 20, 2010 3:27 pm

Re: "ไปไม่รอด".......ราคาเครื่องบินรบที่แพงหูฉี่ในรัฐบาล"คนดี"

Postby zereza » Sat Jul 17, 2010 12:55 am

phenix wrote:ให้ จขกท.อ่านข้อมูลหลายๆด้านเพื่อประเทืองปัญญา

http://www.bloggang.com/mainblog.php?id ... &gblog=193

มติโจรไม่ทำการบ้าน เอาข้อมูลเค้ามา แต่จงใจที่จะบิดเบือน


สายไปแล้วครับ เกิน 3 บรรทัด จขกท ไม่กลับมาอ่านแน่นอนครับ ตอนนี้คงกำลังไปหาตัดอะไรจะมาแปะอยู่ :lol: :lol: :lol:
"ถ้าคุณตั้งคำถามของปัญหาที่เกิดขึ้นผิด ก็อย่าหวังว่าจะได้ทางออกของปัญหาที่ถูกต้อง"
"อิทัปปัจจยตา และ ปฏิจจสมุปปบาท สองหลักใหญ่ที่เป็นหัวใจแห่งพุทธะ หากคนไทยเรียนรู้และปฏิบัติตามได้เกินครึ่ง ชาติไทยจะห่างไกลความวิบัติทั้งปวง"
User avatar
zereza
 
Posts: 1312
Joined: Mon Apr 26, 2010 6:03 pm

Re: "ไปไม่รอด".......ราคาเครื่องบินรบที่แพงหูฉี่ในรัฐบาล"คนดี"

Postby ล้างโคตรทักษิณ » Sat Jul 17, 2010 6:59 am

Superb_Mob wrote:แหม.........เดี๋ยวนี้รู้สึกเข้าอกเข้าใจทหารกล้ากันดีจังเลยนะครับ :lol: :lol: :lol: ผิดกับเมืองก่อนที่ด่าเช็ดเลย


นี่ไงล่ะ หลักฐานที่ว่า เวลาขี้ข้าแม้วแถไม่ออกชอบลากออกทะเลกัน

ปล. ทหาร 1 คนมีค่ามากกวา กบฎแดงปิดถนน 1,000 ตัวด้วยซ้ำ เพราะ กบฎแดงนอกจากไม่สร้างสรรค์ประโยชน์อะไรยังทำลายชาติอีก
เสียใจ เกลียดแด.กสิ้น เอ๊ย ทักษิณ มากกว่า รัฐประหาร มีอะไรมั้ย?

รักประชาธิปไตย น้อยกว่า การล้างตระกูลชิงหมาเกิด เอ๊ย ชินวัตร จะทำไม

ล้างโคตรทักษิณ ก่อนค่อย มาเรียกร้องประชาธิปไตยอย่างบริสุทธิ
User avatar
ล้างโคตรทักษิณ
Moderator
 
Posts: 2027
Joined: Mon Oct 13, 2008 5:20 pm

Re: "ไปไม่รอด".......ราคาเครื่องบินรบที่แพงหูฉี่ในรัฐบาล"คนดี"

Postby นกกระสากวนน้ำ » Sat Jul 17, 2010 7:32 am

ล้างโคตรทักษิณ wrote:
Superb_Mob wrote:แหม.........เดี๋ยวนี้รู้สึกเข้าอกเข้าใจทหารกล้ากันดีจังเลยนะครับ :lol: :lol: :lol: ผิดกับเมืองก่อนที่ด่าเช็ดเลย


นี่ไงล่ะ หลักฐานที่ว่า เวลาขี้ข้าแม้วแถไม่ออกชอบลากออกทะเลกัน

ปล. ทหาร 1 คนมีค่ามากกวา กบฎแดงปิดถนน 1,000 ตัวด้วยซ้ำ เพราะ กบฎแดงนอกจากไม่สร้างสรรค์ประโยชน์อะไรยังทำลายชาติอีก



เทียบแบบนั้นได้ไง
ศพเสื้อแดง1ศพ
เบิกจากแม้ว
ได้หลายล้าน
แถมมีงานแห่
ได้เป็นสัปดาห์


คุณต้องคิดในแง่
ผลตอบแทนทางธุรกิจสิ
:lol: :lol: :lol: :lol:
นกกระสากวนน้ำ
 
Posts: 865
Joined: Wed Sep 30, 2009 11:53 pm

Re: "ไปไม่รอด".......ราคาเครื่องบินรบที่แพงหูฉี่ในรัฐบาล"คนดี"

Postby paradon » Sat Jul 17, 2010 7:53 am

Superb_Mob wrote:แหม.........เดี๋ยวนี้รู้สึกเข้าอกเข้าใจทหารกล้ากันดีจังเลยนะครับ :lol: :lol: :lol: ผิดกับเมืองก่อนที่ด่าเช็ดเลย :mrgreen: แต่ละท่านข้อมูลนี้แน่นปึก ว่าแต่จะไม่พูดถึง GT-200 และบอลลูนเหาะกันบ้างเหรอครับ :mrgreen: :mrgreen:


ไม่อยากต่อความยาว GT-200 เขาก็พูดกันไปแต่ปีมะโว้ สักแต่ว่าอยากแถ เข้ามาแปะกระทู้แล้วก็หาย... :oops:
" Corruption is the cause of poverty "
User avatar
paradon
 
Posts: 1347
Joined: Mon Mar 23, 2009 4:09 pm

Re: "ไปไม่รอด".......ราคาเครื่องบินรบที่แพงหูฉี่ในรัฐบาล"คนดี"

Postby Superb_Mob » Sat Jul 17, 2010 3:50 pm

halfmoon wrote:สมัยก่อนกองบินอุดรธานี ใช้ F-5E บินโฉบลาวเกือบทุกวัน เปลี่ยนสีสลับไปเรื่อย ลาวนับจำนวนตามสี นึกว่าที่อุดรมีเครื่องบินขับไล่ไม่น้อยกว่า 200 ลำ นั่นก็เป็นกลวิธีของกองทัพตามยุคสมัยตามเศรษฐกิจ ปัจจุบันเราก็พอหาเงินได้บ้างแล้ว และข่าวสารมันปกปิดกันไม่ได้ มัวแต่จะมาพ่นสีใหม่บินสลับวัน มันคงไม่ได้ ลาวไม่กลัวแล้ว เดียวนี้ลาวใช้ 3G 4G แล้ว ดังนั้นก็ต้องซื้อซะ หากซื้อถูก ลาวก็บอกซื้อของกระจอก ไม่กลัว ซื้อแพงหน่อยก็กลัวมากหน่อย อีกอย่างก็ถือว่าข่มไอ้ฮูนเซนมันก็แล้วกัน ให้มันรู้ไป ไม่ใช่ทักษิณก็ซื้อได้เฟ้ย :lol:


ก็ถือว่าเป็นโชคดีของประเทศแล้วนิครับ ที่ได้มาร์ค ราบ 11 เป็นนายก ประเทศไม่ได้ต้องไปถึงไหนหรอก แค่โฉบเฉี่ยวอยู่แถวๆ ลาว เขมร พม่า ก็พอ อย่าทะลึ่งไปถึงเวียตนามเลยนะ อายเค้า :oops: :oops: :oops: :oops:
ผมไม่ได้ชอบทักษิณ และเคยแต่เลือก ปชป มาโดยตลอด ปัจจุบันนี้ถ้าจะให้เลือก ก็ขอเลือกพรรคที่คิดว่าทำประโยชน์ให้ชาติได้มากกว่า และเล่นตามกติกาประชาธิปไตยครับ การเมืองภาคประชาชนเป็นสิ่งที่ดี แต่ระวังจะเป็นเหยื่อ แล้วซ้ำเติมประเทศชาติซะเอง
User avatar
Superb_Mob
 
Posts: 1080
Joined: Wed Dec 03, 2008 10:03 pm

Re: "ไปไม่รอด".......ราคาเครื่องบินรบที่แพงหูฉี่ในรัฐบาล"คนดี"

Postby TaMongKhon » Sat Jul 17, 2010 4:04 pm

Superb_Mob wrote:แหม.........เดี๋ยวนี้รู้สึกเข้าอกเข้าใจทหารกล้ากันดีจังเลยนะครับ :lol: :lol: :lol: ผิดกับเมืองก่อนที่ด่าเช็ดเลย :mrgreen: แต่ละท่านข้อมูลนี้แน่นปึก ว่าแต่จะไม่พูดถึง GT-200 และบอลลูนเหาะกันบ้างเหรอครับ :mrgreen: :mrgreen:



เข้ามาก็ดีแหละ (( นอกเรื่องไปนิด )) ผมสงสัยมานานแล้วว่า ชื่อที่คุณ Superb_Mob ที่ใช้มันย่อมาจากอะไร
แต่เท่าที่ผมนึกไปนึกมาก็ คิดสงสัยอยู่ว่า ชื่อเต็มๆ ใช่แบบนี้หรือเปล่า Super ... b_(Buffalo) ...Mob :mrgreen: :mrgreen:

เรื่อง GT-200 รู้สึกว่าในบอร์ดนี้เขาออกมาด่ากันก่อนเสื้อแดงจะ เริ่มรวมกลุ่มตั้งคอกที่ผ่านฟ้าอีก รองไปหาๆ ดูได้ :lol: :lol: :lol: :lol: :lol:
TaMongKhon
 
Posts: 926
Joined: Mon Nov 10, 2008 9:06 pm

Re: "ไปไม่รอด".......ราคาเครื่องบินรบที่แพงหูฉี่ในรัฐบาล"คนดี"

Postby gaan » Sat Jul 17, 2010 7:40 pm

qwerty wrote:gaan ชอบปี้เค้ามาผมก็ปี้มาให้ gaan อ่าน
http://atcloud.com/stories/72410

คำถาม ไขทุกข้อสงสัย...ทำไมต้อง JAS-39 Gripen

บทความ เนื้อเรื่อง หรือ คำอธิบาย โดยละเอียด
Gripen เหมาะสมที่สุดใช่ไหม?
ตอบ: คงบอกไม่ได้ว่าเหมาะสมที่สุด เพราะผู้เขียนก็ไม่ได้ไปบินมากับมือ แตกต่างจากกองทัพอากาศที่ไปบินมาแล้วทั้งสามแบบ แต่เท่าที่กล่าวได้คือเห็นด้วย เพราะ Gripen ก็เป็นเครื่องบินที่ดีที่สุดเท่าที่เราจะซื้อได้แล้วในสถานภาพเศรษฐกิจของ เราขณะนี้ เพราะเครื่องบินที่ดีกว่านี้ก็มี แต่เราไม่มีความสามารถที่จะจัดหามาใช้งานเนื่องจากราคาสูง

Su-30MKIT บินได้ไกล บรรทุกอาวุธได้มาก ความคล่องตัวยอดเยี่ยม ราคาไม่สูงมาก ทำไมไม่ซื้อ?
ตอบ: บางที่การจัดซื้ออาวุธก็ดูแต่ของที่ดีที่สุดหรือไม่อย่างเดียวไม่ได้ จำเป็นต้องดูว่าเข้ากับเราและเหมาะสมกับเราหรือไม่ กองทัพอากาศไทยเป็นกองทัพอากาศที่ใช้อาวุธมาตราฐานนาโต้ ทำให้การใช้ Su-30 นั้นไม่เข้ากับระบบของเราที่ใช้อาวุธมาตราฐานนาโต้ เราจำเป็นต้องจัดหาอาวุธ และจัดตั้งสายการส่งกำลังบำรุงใหม่ จัดซื้ออุปกรณ์สนับสนุนภาคพื้นดินใหม่ อีกทั้ง Su-30 ยังต้องเสียค่าใช้จ่ายในการบำรุงรักษาเป็นจำนวนมาก คือมากกว่า 2 เท่าของ F-16 และมากกว่า Gripen 4 เท่า ทั้งยังต้องเข้าคิวรอการผลิตนาน เพราะตอนนี้รัสเซียต้องผลิตเครื่องบินให้แอลจีเรีย อินโดนิเซีย อินเดีย ฯลฯ รวมมากกว่า 100 ลำ

ทำไมจึงไม่ ซื้อ F-16?
ตอบ: แม้ว่ากองทัพอากาศไทยจะมี F-16 เป็นจำนวนถึง 59 ลำ และใช้งานได้อย่างคุ้นเคย โดยกองทัพอากาศปฏิบัติงานกับ F-16 มามากกว่า 20 ปี แต่ F-16 ของกองทัพอากาศก็ไม่เคยประสบอุบัติเหตุตกเลย ซึ่งมีน้อยกองทัพที่จะสามารถทำได้ แต่เมื่อเทียบข้อเสนอในครั้งนี้แล้วนั้น Gripen มีข้อเสนอที่ดีกว่า
ในจำนวนเงิน 34,000 ล้านบาทนั้น ถ้าเราจัดซื้อ F-16 เราจะจัดหา F-16C/D Block 50/52+ ได้จำนวน 12 ลำ พร้อมอาวุธ การสนับสนุน อะไหล่ และการฝึก แต่ถ้าเราจัดซื้อ Gripen เราจะได้รับ Gripen จำนวน 12 ลำ เครื่องบินความคุมและแจ้งเตือนล่วงหน้า (AEW&C) แบบ S-100B Argus จำนวน 2 ลำ เครื่องบินลำเลียง Saab 340 จำนวน 1 ลำ อาวุธปล่อยต่อต้านเรือรบ RBS-15 สถานีเรด้าร์ภาคพื้นดิน 3 สถานี กองทัพอากาศจะได้รับการถ่ายทอดเทคโนโลยีพร้อมการเข้าถึง Source Code ของโปรแกรมในเครื่อง และทุนการศึกษาสำหรับนักเรียนนายเรืออากาศไทย
นอก จากค่าใช้จ่ายในการปฏิบัติการของ Gripen ที่ต่ำกว่า F-16 ราวครึ่งหนึ่งแล้ว เรายังสามารถได้รับ Gripen ทันเวลาที่ F-5B/E จะปลดประจำการในปี 2554 ในขณะที่ F-16 ยังมีคิวการผลิตก่อนหน้าเราอีกเป็นจำนวนมาก

การถ่ายทอดเทคโนโลยีสำคัญอย่างไร?
ตอบ: ถ้าเราได้รับเทคโนโลยี เราก็จะสามารถเรียนรู้ที่จะเป็นได้มากกว่าผู้ใช้ธรรมดา นั้นคือสามารถเข้าใจระบบการทำงานในเครื่องบินได้ ทั้งนี้ สหรัฐไม่มีนโยบายในการถ่ายทอดเทคโนโลยีให้กับไทย และแม้แต่พันธมิตรที่ใกล้ชิดที่สุดของสหรัฐก็จะไม่ได้รับการถ่ายทอด เทคโนโลยีให้ทั้งหมด ดังเช่นในกรณีการจัดซื้อเฮลิคอปเตอร์โจมตีของตุรกี ที่เบื้องต้นตุรกีเลือกเฮลิคอปเตอร์ของสหรัฐ แต่สหรัฐไม่สามารถถ่ายทอดเทคโนโลยีให้ตามข้อกำหนดของตุรกีได้ ทำให้โครงการต้องล้มเลิกไป และเมื่อเริ่มโครงการใหม่ ตุรกีก็เลือกที่จะไปจัดหาเฮลิคอปเตอร์ของยุโรป ทำให้โครงการต้องใช้เวลานานกว่า 12 ปี จึงจะได้แบบของเฮลิคอปเตอร์ที่จะเข้าประจำการ

การได้ รับ Source code สำคัญเพียงไรและจำเป็นแค่ไหน?
ตอบ: การเข้าถึง Source Code หรือรหัสในการพัฒนาโปรแกรมนั้น จะทำให้กองทัพอากาศสามารถปรับแต่งแก้ไขเครื่องบินให้เหมาะสมกับความต้องการ ในอนาคตของกองทัพอากาศได้ ทั้งนี้ ยังเอื้ออำนวยให้กับการวิจัยและพัฒนาอาวุธใหม่ ๆ ของกองทัพอากาศที่จะนำมาติดตั้งกับ Gripen ได้ เนื่องจากอาวุธต่าง ๆ นั้นจำเป็นต้องมีการสื่อสารกับเครื่องบิน ซึ่งถ้าเราไม่สามารถปรับแก้โปรแกรมได้ การติดตั้งก็จะมีอุปสรรค
กรณี ศึกษาของเรื่องนี้คือ กองทัพอากาศได้พัฒนาระบบปีก Long Shot ซึ่งสามารถติดตั้งกับระเบิด GBU-10 ที่กองทัพอากาศมีใช้งานอยู่ได้ ระบบปีกนี้จะทำให้ระเบิดร่อนไปได้ไกลขึ้น ทำให้เครื่องบินไม่ต้องเข้าไปใกล้เป้าหมายมากนัก จึงไม่ต้องเสี่ยงกับการถูกต่อต้านโดยระบบอาวุธต่อสู้อากาศยาน แต่กองทัพอากาศก็ไม่สามารถใช้งานระบบนี้ได้เนื่องจากกองทัพอากาศไม่สามาถแก้ ไข้โปรแกรมของ F-16 ซึ่งจะต้องติดตั้งระบบการเล็งและการปล่อยอาวุธชนิดนี้

ทำไม ในปี 2549 จึงต้องยกเลิกการจัดหา Su-30MKIT?
ตอบ: การจัดซื้อในช่วงนั้นมีข้อเป็นห่วงถึงความไม่โปร่งใสที่อาจจะเกิดขึ้นใน กระบวนการจัดซื้อ ประกอบกับการเจรจาการค้าแบบ Barter Trade ประสบปัญหาและไม่เป็นไปตามความคาดหวัง เนื่องจากสัญญามีมูลค่าสูง และทางผู้ผลิตแต่ละรายก็ไม่เต็มใจนักที่จะแลกเปลี่ยนสินค้าเกษตรเต็มจำนวน ประกอบกับข้อกำหนดและปัญหามากมาย ทั้งนี้ แม้แต่มาเลเซียซึ่งเป็นผู้ผลิตน้ำมันปาล์มรายใหญ่ของโลก ยังสามารถเจรจา Barter Trade ในการจัดซื้อ Su-30MKM กับรัสเซียได้เพียง 1 ใน 3 ของมูลค่าทั้งหมดเท่านั้น

กองทัพอากาศจัดหา เครื่องบินจากสวีเดน จะทำให้สหรัฐคว่ำบาตรการค้าอาวุธกับไทย?
ตอบ: Gripen เป็นเครื่องบินที่สามารถใช้อาวุธได้หลากหลาย ทั้งของสหรัฐ ยุโรป สวีเดน หรืออิสราเอล ซึ่งอันที่จริงประเด็นนี้ไม่น่าจะก้าวไปถึงขั้นการคว่ำบาตรการค้าอาวุธ เนื่องจากสวีเดนก็เป็นมิตรประเทศที่สหรัฐนำเข้าและส่งออกอาวุธให้เสมอ และยังมีความสัมพันธ์ทางการเมืองที่ดีต่อกัน แต่ทั้งนี้ ถ้ารัฐบาลสหรัฐจะทำการคว่ำบาตรจริง ก็เชื่อว่าทางบริษัทผู้ผลิตอาวุธจะต้องทำการกดดันให้รัฐบาลสหรัฐอนุญาตให้ตน ขายอาวุธให้กับไทย เนื่องจากไทยไม่ใช่ศัตรูของสหรัฐ ทั้งยังเป็นพันธมิตรสำคัญนอกนาโต้อีกด้วย และมูลค่าในการขายอาวุธแต่ละครั้งก็สูง ซึ่งถ้าสหรัฐไม่ขายก็จะทำให้ตนเองเสียโอกาสและเสียตลาด และจะยิ่งเป็นการผลักให้ไทยลดการจัดหาอาวุธจากสหรัฐไปหาผู้ผลิตรายอื่นเช่น ยุโรป หรืออิสราเอลมากขึ้น
ในกรณีนี้เคยเกิดขึ้นเมื่อรัฐบาลไทยต้องการ จัดหา F-16A/B ฝูงแรก ซึ่งสหรัฐไม่ยอมขายให้ อันเนื่องมาจากมีประสบการณ์ในการขายอาวุธที่ทันสมัยให้กับอิหร่าน แต่เมื่ออิหร่านเกิดการเปลี่ยนแปลงทางการเมือง ทำให้อาวุธเหล่านั้นตกอยู่ในมือสหภาพโซเวียต สหรัฐจึงเสนอให้ไทยจัดซื้อ F-16/79 ซึ่งเป็น F-16 รุ่นที่ถูกลดประสิทธิภาพลง แต่ทางบริษัทผู้ผลิต F-16 ทำการกดดันรัฐบาลสหรัฐอย่างหนัก และไทยก็เรียกร้องให้สหรัฐขาย F-16A/B ให้ จนในที่สุดสหรัฐจึงต้องยอมขาย F-16A/B ให้แทน F-16/79 ที่มีประสิทธิภาพต่ำกว่า

Gripen มีจำนวนการประจำการเพียงราว 150 ลำ ในขณะที่ F-16 และเครื่องบินตระกูล Su-30 มีประจำการทั้งโลกมากกว่าพันลำ จะทำให้มีปัญหาด้านอะไหล่หรือไม่?
ตอบ: ปัญหาอาจจะเกิดขึ้นได้ แต่ในอดีตสวีเดนก็เคยผลิตและจำหน่ายเครื่องบิน J-35 Darken ซึ่งมีผู้ใช้อยู่หลายประเทศ และก็ได้รับการสนับสนุนอะไหล่มากกว่า 30 ปี ในปัจจุบัน Gripen มีผู้ใช้คือสวีเดน เช็ค ฮังการี แอฟริกาใต้ และไทยเป็นประเทศต่อไป ซึ่งยังมีประเทศที่ให้ความสนใจ Gripen มากอีกหลายประเทศเช่นโครเอเชีย โรมาเนีย สโลเวเนีย สวิสเซอร์แลนด์ (Gripen เป็นตัวเต็ง) มีความต้องการรวมกันเกือบ 80 ลำ ทำให้ยังมีความหวังว่าในอนาคตจะมีประเทศที่จะจัดหา Gripen ไปใช้งานเพิ่มเติม อีกทั้งทางสวีเดนยังลงทุนพัฒนา Gripen รุ่นใหม่ ๆ อย่างต่อเนื่อง ทั้งการพัฒนา Gripen ในมาตราฐาน NG หรือการพัฒนา Gripen-N และ Gripen-DK สำหรับนอร์เวย์และเดนมาร์คตามลำดับ ซึ่งยังทำให้ Gripen มีอนาคตในตลาดโลกอยู่

การจัดซื้อโปร่งใสหรือไม่?
ตอบ: โดยหลักการแล้วการจัดซื้อระบบ G2G ก็ไม่น่าจะมีค่าคอมมิชชั่นที่ผิดกฏหมาย และประเทศสวีเดนเองก็ได้ชื่อว่าเป็นประเทศที่มีอัตราการคอร์รัปชั่นต่ำมาก ทำให้เจ้าหน้าที่ของสวีเดนไม่สามารถติดสินบนเจ้าหน้าที่ไทย ซึ่งอาจจะทำให้รัฐบาลสวีเดนมีความผิดและต้องรับผิดชอบทางการเมืองได้ นอกจากนั้นจากการศึกษาราคาของ Gripen ในอดีตเปรียบเทียบกับราคาที่เราซื้อแล้ว พบว่าไม่มีความแตกต่างกันอย่างมีนัยยะสำคัญ แต่ทั้งนี้ เราก็ควรจะต้องช่วยกันตรวจสอบถ้าพบความผิดปกติต่าง ๆ ที่อาจจะเกิดขึ้นได้

จำนวน ที่จัดหา 12 ลำเพียงพอหรือไม่?
ตอบ: อันที่จริงจำนวนเพียง 12 ลำนั้นไม่เพียงพอ เพราะอัตราฝูงบินของกองทัพอากาศนั้น กำหนดให้มีเครื่องบิน 16 - 18 ลำต่อ 1 ฝูงบิน แต่ทั้งนี้ เนื่องจากสภาพเศรษฐกิจ จึงจำเป็นต้องจัดหามาในเบื้องต้นก่อนจำนวน 12 ลำ

แทน ที่จะจัดหาเครื่องบินมาทดแทน ทำไมจึงไม่ยุบฝูงบินลงไป?
ตอบ: อัตราฝูงบิน ณ ปัจจุบันนี้ เป็นอัตราความต้องการที่ต่ำที่สุดที่กองทัพอากาศจะสามารถดำรงขีดความสามารถ ในการป้องกันประเทศได้ ถ้าฝูงบินถูกลดลงต่ำไปกว่านี้ จะทำให้เกิดปัญหาในการปฏิบัติการ ทั้งนี้ กองทัพอากาศก็เคยลดอัตราของฝูงบินลงมาแล้วครั้งหนึ่งจำนวนกว่า 12 ฝูงบินเหลือ 24 ฝุงบินในปัจจุบัน และมีฝูงบินขับไล่เพียง 5 ฝูง ฝูงบินโจมตี 3 ฝูงเท่านั้น


ในอนาคต เทคโนโลยีตรวจจับได้ยาก (Stealth) จะเข้ามามีบทบาท ทำไมจึงไม่รอเทคโนโลยีนี้ก่อน?
ตอบ: อย่างที่ได้เรียนไป F-5 ของกองทัพอากาศนั้นจำเป็นต้องปลดประจำการในอีกไม่นาน ในขณะที่เครื่องบินที่มีเทคโนโลยีตรวจจับได้ยากที่เราสามารถจัดหาได้ก็คือ F-35 นั้น จำเป็นต้องรอนานจนถึงปี 2020 - 2030 เนื่องจากโครงการประสบปัญหาล่าช้า และประเทศไทยไม่ได้เข้าร่วมวิจัยและพัฒนา จึงทำให้ไม่ได้รับคิวในการจัดซื้อก่อน ทำให้ช่วงนี้กำลังทางอากาศจะขาดหายไปมาก อีกทั้ง เทคโนโลยียังมีการพัฒนาตลอดเวลา เมื่อถึงวันที่เราสามารถจัดหาเครื่องบินที่มีเทคโนโลยีตรวจจับได้ยากได้ ก็จะมีเทคโนโลยีใหม่เข้ามาอยู่ดี ฉะนั้นถ้ากองทัพอากาศต้องรอเทคโนโลยีในอนาคตทุกครั้ง ก็จะต้องรอต่อไปไม่มีที่สิ้นสุด

เราจะมั่นใจได้อย่าง ไรว่า Gripen จะสามารถต่อสู้กับเครื่องบินของข้าศึกได้?
ตอบ: แม้ว่า Gripen จะไม่ใช่เครื่องบินที่ดีที่สุด แต่ก็ถือว่าเป็นเครื่องบินที่ทันสมัยและใช้เทคโนโลยีล่าสุดของการบินทางทหาร เช่นกัน ทั้งนี้ ในการรบจริงนั้น ปัจจัยในการชนะหรือแพ้ไม่ได้ขึ้นอยู่กับเทคโนโลยีที่เหนือกว่าเพียงอย่าง เดียว หากแต่อยู่ที่การฝึก ความคุ้นเคย ยุทธวิธี และความชำนาญในตัวเครื่องบินของนักบินเอง ซึ่งกองทัพอากาศไทยมีการฝึกกับกองทัพชั้นนำของโลกเสมอ ๆ เช่นกองทัพอากาศสหรัฐ กองทัพเรือสหรัฐ นาวิกโยธินสหรัฐ กองทัพอากาศออสเตรเลีย กองทัพอากาศอังกฤษ กองทัพอากาศฝรั่งเศส กองทัพอากาศสิงคโปร์ ฯลฯ ในการฝึกต่าง ๆ เช่น Cope Tiger, Cobra Gold, Picth Black ฯลฯ ซึ่งเชื่อว่าจะสามารถสร้างความชำนาญให้กับนักบินไทยได้ไม่ยากนัก








ขอบคุณครับ ที่นำข้อเท็จจริงบางเรื่องราวมาให้อ่าน

ผมชอบแบบนี้แหละครับ ขอชื่นชม
User avatar
gaan
 
Posts: 221
Joined: Thu Jul 01, 2010 3:24 pm

Re: "ไปไม่รอด".......ราคาเครื่องบินรบที่แพงหูฉี่ในรัฐบาล"คนดี"

Postby mee-sua-man » Sun Jul 18, 2010 2:04 pm

ซุัปเปอร์"หมอบ" ต้องบอก พันธมิตรปิดสนามบิน, มาร์คหนีทหาร, รัฐบาลหุ่นเชิดเผาราชประสงค์
User avatar
mee-sua-man
 
Posts: 523
Joined: Mon Oct 27, 2008 10:08 pm


Re: "ไปไม่รอด".......ราคาเครื่องบินรบที่แพงหูฉี่ในรัฐบาล"คนดี"

Postby suratation » Mon Jul 19, 2010 9:05 pm

อย่าไปยุ่งกับพวกเสื้อแดงเลยครับ เค้าเป็นดาราใหญ่จากหนังฮอลลีวู้ดนะ เรื่องโตเกียวดริฟท์ไง แถได้ทุกสถานที่ ขึ้นเขาลงเข้าสบาย ไปเถียงเค้ามากเดี๋ยวเค้าก็บอกพันธมิตรปิดสนามบินหรอก 555
User avatar
suratation
 
Posts: 156
Joined: Tue May 18, 2010 1:14 pm

Re: "ไปไม่รอด".......ราคาเครื่องบินรบที่แพงหูฉี่ในรัฐบาล"คนดี"

Postby ต่อมเดือดแตก » Mon Jul 19, 2010 9:20 pm

โธ่ ไอ้คุณgaan

ไอ้ลูกกระจ๊อก ไอ้ถูกหลอกใช้ ไอ้ไร้ความคิด ไอ้ชิตโฮลลี่

ไอ้ขี้คาปาก ไอ้ดากแมงวันตอม ไอ้จอมตัดแปะ ไอ้แคะขี้มูกแห้ง

ไอ้แดงไร้เหตุผล ไอ้คนไร้สมอง ไอ้ฉลองตอนเห็นศพ ไอ้จบไม่ลงหนีตั้งกระทู้ใหม่

ไอ้ของใหญ่เท่าจิ้งจก ไอ้เห็นคางคกเป็นพ่อ ไอ้หม้อข้าวไม่ทันดำ ไอ้ระยัมยันเงา

ไอ้มัวเมาไม่สิ้นสุด ไอ้ถ้าหยุดอาจจะบ้า ไอ้คิดว่าทักษินประเสริฐ ไอ้เกิดหนักแผ่นดิน

ไอ้ได้ยินไม่เคยครบ ไอ้กลัวความสงบคืนประเทศ ไอ้ทุเรศในสรรดาร ไอ้gaanหน้าจิ๊มิ



เอ๊อ อ อ อ อ อ อ โอ๊ว ว ว เย่ :lol: :lol: :mrgreen: :mrgreen:
"ท๊ากสิน....ออกไป"
User avatar
ต่อมเดือดแตก
 
Posts: 757
Joined: Thu Mar 25, 2010 1:55 am

Re: "ไปไม่รอด".......ราคาเครื่องบินรบที่แพงหูฉี่ในรัฐบาล"คนดี"

Postby มะนาวหวาน » Mon Jul 19, 2010 10:00 pm

ต่อมเดือดแตก wrote:โธ่ ไอ้คุณgaan

ไอ้ลูกกระจ๊อก ไอ้ถูกหลอกใช้ ไอ้ไร้ความคิด ไอ้ชิตโฮลลี่

ไอ้ขี้คาปาก ไอ้ดากแมงวันตอม ไอ้จอมตัดแปะ ไอ้แคะขี้มูกแห้ง

ไอ้แดงไร้เหตุผล ไอ้คนไร้สมอง ไอ้ฉลองตอนเห็นศพ ไอ้จบไม่ลงหนีตั้งกระทู้ใหม่

ไอ้ของใหญ่เท่าจิ้งจก ไอ้เห็นคางคกเป็นพ่อ ไอ้หม้อข้าวไม่ทันดำ ไอ้ระยัมยันเงา

ไอ้มัวเมาไม่สิ้นสุด ไอ้ถ้าหยุดอาจจะบ้า ไอ้คิดว่าทักษินประเสริฐ ไอ้เกิดหนักแผ่นดิน

ไอ้ได้ยินไม่เคยครบ ไอ้กลัวความสงบคืนประเทศ ไอ้ทุเรศในสรรดาร ไอ้gaanหน้าจิ๊มิ



เอ๊อ อ อ อ อ อ อ โอ๊ว ว ว เย่ :lol: :lol: :mrgreen: :mrgreen:



Image
People have to really suffer before they can Risk doing what they Love.....^_^
User avatar
มะนาวหวาน
 
Posts: 964
Joined: Sun May 16, 2010 12:53 am

Re: "ไปไม่รอด".......ราคาเครื่องบินรบที่แพงหูฉี่ในรัฐบาล"คนดี"

Postby paradon » Mon Jul 19, 2010 10:25 pm

Image

แบบนี้ต้องซื้อ F-35 สักฝูง

ราคาแค่ลำละ 382,000,000,000 เหรียญสหรัฐ / 1 ลำ เงินไทยประมาณลำละ 12,224,000,000,000 ล้านบาทเอง :lol:
" Corruption is the cause of poverty "
User avatar
paradon
 
Posts: 1347
Joined: Mon Mar 23, 2009 4:09 pm

Re: "ไปไม่รอด".......ราคาเครื่องบินรบที่แพงหูฉี่ในรัฐบาล"คนดี"

Postby paradon » Mon Jul 19, 2010 10:46 pm





Image

กริเพนมีความเร็วเท่ากับ F16 และช้ากว่า SU30(2.35 มัค) เล็กน้อย แต่ต้องอย่าลืมว่าเครื่องซูเป็นแบบสองเครื่องยนต์ต้องการเชื้อเพลิงและค่าการบำรุงรักษาสูงกว่าหลายเท่า
และการมีค่าดูแลรักษาเครื่องบินต่ำจึงสำคัญ (90,000 บาทอย่าคิดว่าแพง F16 ค่าใช้จ่ายต่อชั่วโมง 130,000 บาทส่วนเครื่องรัสเซียก็เหยียบๆ 3-4 แสนบาท!)

(เรดาห์) ของกริเพนมีระยะไกลกว่าF16 สูสีกับซูแถมยังละเอียดกว่า ใหม่กว่า แถมขนาดที่เล็กของกริเพน(ในที่นี้รวมถึงF16)ยังทำให้ข้าศึกตรวจจับด้วยเรดาห์ได้ยากอีกด้วย

ที่สำคัญมากคือกริเพนมีระบบส่งข้อมูลไฮเทคที่สามารถรับข้อมูลเรดาห์จากสถานีซึ่งอยู่ไกลออกไป 500 กิโลโดยไม่ต้องเปิดเรดาห์ให้ใครเห็น
ซึ่งปัจจุบันมีกริเพนและ F22 เครื่องบินรุ่นก้าวหน้าของสหรัฐที่ไม่มีวันขายให้ใครเท่านั้นที่ใช้ระบบนี้

ซู30 มิก29 และ F16 ไม่มีความสามารถทำได้ กริเพนจึงได้เปรียบมากในการรบเลยระยะสายตาเพราะสามารถเห็นศัตรูได้ตั้งแต่ 120 กิโลเมตร(ด้วยเรดาห์บนเครื่อง) หรือ 450 กิโลเมตร (ด้วยเครื่องบินเตือนภัยทางอากาศ Airbourne Early Warning AWACS ที่สวีเดนแถมให้ฟรีๆ และประเทศแถบนี้นอกจากสิงคโปร์ไม่มีใช้)

ในการซ้อมรบกับประเทศพันธมิตรอย่าง ฟินแลนด์ ไอซ์แลนด์ กริเพนก็สามารถเอาชนะ F18,F16 ได้อย่างสวยงามด้วยเทคนิคที่กล่าวมาข้างต้น

ข้อเสนอที่สะเทือนวงการทหารโลก
- สวีเดนเสนอช่วยเหลือด้านยุทโธปกรณ์ แบบฟรีๆรวมมูลค่า 5.857.74 ล้านบาท ให้จรวดต่อต้านผิวน้ำ RBS จำนวน12นัด รวมมูลค่า 504 ล้านบาท โดยยุทโธปกรณ์ แบบให้เปล่าทั้ง3รายการ
คือ
1.เครื่อง ERIEYE 2 ลำ,เครื่องบิน SAAB 1ลำ รวมเป็น3ลำ และมีชื่อว่า GROUND BASED STATION อีก3สถานนี
2.จรวดต่อต้านผิวน้ำ RBS จำนวน12นัด
3. ช่วยเหลือด้านยุทโธปกรณ์
รวมมูลค่าทั้งสิ้นหลายหมื่นล้านบาท และยังให้ความช่วยเหลือพิเศษอีก3รายการทียังไม่สามารถประเมินราคาได้ อีก3รายการคือ
1.การฝึกนักบินและช่างเทคนิคของการซ่อมบำรุงโดยยินดีให้นักบินและช่างเทคนิคเข้าถึงฐานขอมูลทั้งหมดของเครื่องJAS39 ทั้งหมดโดยสวีเดนไม่เคยเปิดเผยมาก่อน ซึ่งจะช่วยให้ไทยมีความรู้ในการผลิตเครื่องบินในอนาคต
2.ทุนฝึกอบรมสำหรับเครื่อง JAS39 จำนวน 100 คนในระยะเวลาอบรมที่สวีเดน 1ปี
3.ทุนการศึกษาปริญญาโทในสาขาวิทยาศาสตร์และวิศวกรรมศาสตร์ จำนวน200 ทุนในระยะเวลา 5ปี ซึ่งเปิดโอกาสให้นักเรียนนายเรืออากาศไทยที่จบการศึกษาแล้วไปศึกษาที่มหาวิทยาลัย
ของสวีเดนได้ถึง200คน
Last edited by paradon on Mon Jul 19, 2010 11:54 pm, edited 3 times in total.
" Corruption is the cause of poverty "
User avatar
paradon
 
Posts: 1347
Joined: Mon Mar 23, 2009 4:09 pm

Re: "ไปไม่รอด".......ราคาเครื่องบินรบที่แพงหูฉี่ในรัฐบาล"คนดี"

Postby TaMongKhon » Mon Jul 19, 2010 11:06 pm

มะนาวหวาน wrote:
ต่อมเดือดแตก wrote:โธ่ ไอ้คุณgaan

ไอ้ลูกกระจ๊อก ไอ้ถูกหลอกใช้ ไอ้ไร้ความคิด ไอ้ชิตโฮลลี่

ไอ้ขี้คาปาก ไอ้ดากแมงวันตอม ไอ้จอมตัดแปะ ไอ้แคะขี้มูกแห้ง

ไอ้แดงไร้เหตุผล ไอ้คนไร้สมอง ไอ้ฉลองตอนเห็นศพ ไอ้จบไม่ลงหนีตั้งกระทู้ใหม่

ไอ้ของใหญ่เท่าจิ้งจก ไอ้เห็นคางคกเป็นพ่อ ไอ้หม้อข้าวไม่ทันดำ ไอ้ระยัมยันเงา

ไอ้มัวเมาไม่สิ้นสุด ไอ้ถ้าหยุดอาจจะบ้า ไอ้คิดว่าทักษินประเสริฐ ไอ้เกิดหนักแผ่นดิน

ไอ้ได้ยินไม่เคยครบ ไอ้กลัวความสงบคืนประเทศ ไอ้ทุเรศในสรรดาร ไอ้gaanหน้าจิ๊มิ



เอ๊อ อ อ อ อ อ อ โอ๊ว ว ว เย่ :lol: :lol: :mrgreen: :mrgreen:



Image



Image
TaMongKhon
 
Posts: 926
Joined: Mon Nov 10, 2008 9:06 pm

Re: "ไปไม่รอด".......ราคาเครื่องบินรบที่แพงหูฉี่ในรัฐบาล"คนดี"

Postby TaMongKhon » Tue Jul 20, 2010 11:48 am

รัฐบาลสวีเดนชี้แจง "มติชน" ยืนยันขายเครื่องบินขับไล่กริพเพนให้ไทยในราคาไม่สูงกว่าลูกค้ารายอื่น

วันที่ 18 กรกฎาคม พ.ศ. 2553 เวลา 23:59:09 น. มติชนออนไลน์

รัฐบาลสวีเดนชี้แจง "มติชน" ยืนยันขายเครื่องบินขับไล่กริพเพนให้ไทยในราคาไม่สูงกว่าลูกค้ารายอื่น ชี้อย่านำราคาเสนอให้โรมาเนียมาเทียบ โยนคำถามซาบ 340 อีรี่อาย มือสองให้กองทัพอากาศไทยอ

ตัวแทนรัฐบาลสวีเดนทำหนังสือจากกรุงสตอกโฮล์มชี้แจงมายังหนังสือพิมพ์มติ ชนยืนยันว่า โครงการจัดซื้อเครื่องบินขับไล่ยาส 39 ซี/ดี กริพเพน ( JAS 39C/D Gripen) ของบริษัท ซาบ แห่งประเทศสวีเดน มูลค่า 34,000ล้านบาท รัฐบาล พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ อนุมัติซื้อล็อตแรกจำนวน 6 ลำ และรัฐบาลนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เห็นชอบให้ซื้ออีก 6 ลำ นั้น รัฐบาลสวีเดนขายให้แก่รัฐบาลไทยในราคาที่ไม่ได้แพงกว่าขายให้กับประเทศอื่นๆ

ก่อนหน้านี้มีข่าวระบุรัฐบาลสวีเดนเสนอขายเครื่องบินขับไล่ยาส 39C/D กริพเพนให้รัฐบาลโรมาเนียจำนวน 24 ลำในราคา 1 พันล้านยูโรหรือราว 40,000 ล้านบาทพร้อมออปชั่นความช่วยเหลือทางเศรษฐกิจ เมื่อนำมาเปรียบเทียบแล้วรัฐบาลสวีเดนขายกริพเพนให้รัฐบาลไทยโดยมีออปชั่น หลักๆ ได้แก่เครื่องบินซาบ 340 ติดตั้งระบบควบคุมเตือนภัยล่วงหน้ากลางอากาศ ( Erieye Airborne Early Warning: AEW) เครื่องบินสำหรับขนส่งลำเลียงเจ้าหน้าที่รุ่น ซาบ 340 อีกลำ ทุนการศึกษาระดับปริญญาโท 92 ทุน ระบบดาต้าลิงก์ โดยราคาแพงกว่าที่เสนอขายให้โรมาเนียเฉลี่ยตกลำละ 1,200 ล้านบาท

ต่อมาผู้สื่อข่าวมติชนทำจดหมายอิเล็กทรอนิกส์สอบถามไปยังสถานเอกอัคร ราชทูตสวีเดน ประจำประเทศไทย สำนักงานบริหารยุทโธปกรณ์แห่งสวีเดน หรือเอฟเอ็มวี (Forsvarets materielverk) มีสำนักงานใหญ่อยู่ที่กรุงสตอกโฮล์ม ประเทศสวีเดน เพื่อขอข้อมูลและสอบถามข้อเท็จจริงโครงการจัดซื้อเครื่องบินกริพเพน จำนวน 12 ลำของรัฐบาลไทย โดยเฉพาะรายละเอียดข้อตกลงการซื้อขายระหว่างรัฐบาลไทยและสวีเดน รวมทั้งกรณีที่มีกระแสข่าวระบุเครื่องบินซาบ 340 ติดตั้ง Erieye AEW รัฐบาลสวีเดนมอบให้ไทยได้ผ่านการใช้งานในกองทัพสวีเดนมาแล้วราวสิบปี

เมื่อวันที่ 18 กรกฎาคม นายอูลฟ์ ลินด์สตรอม (Ulf Lindstrom) รักษาการหัวหน้าแผนข้อมูลข่าวสาร แห่งเอฟเอ็มวี ตอบจดหมายอิเล็กทรอนิกส์ ว่า การนำราคาเครื่องบินขับไล่ �ริพเพน�ที่รัฐบาลสวีเดนเสนอขายให้กับรัฐบาลโรมาเนียมาเปรียบเทียบกับข้อ ตกลงระหว่างไทยกับสวีเดนเป็นสิ่งที่เป็นไปไม่ได้เนื่องจากข้อเสนอของแต่ละ ฉบับนั้นมีเนื้อหาสาระเฉพาะเจาะจง

"ผมอยากจะย้ำว่าประเทศไทยไม่ได้จ่ายเงินเพื่อจัดซื้อเครื่องบิน มากกว่าลูกค้าของเราในประเทศอื่นๆ"นายลินด์สตรอมระบุในจดหมายถึง "มติชน"

นายลินด์สตรอมยังแจ้งอีกว่า สำหรับคำร้องขอรายละเอียดข้อตกลงการซื้อขายเครื่องบินกริพเพนระหว่างไทยและ สวีเดนรวมถึงคำถามเรื่องเครื่องบินซาบ 340 Erieye AEW ที่ผ่านการใช้งานมาแล้วทางสวีเดนจะแจ้งไปยังกองทัพอากาศไทย ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับกองทัพอากาศไทยจะตอบคำถามดังกล่าวหรือไม่

(ต้นฉบับข้อความอีเมล์)
I�e recived your questions which you have sent to FMV, below received
You have our answer:
- It is not possible to compare the offer regarding Gripen aircraft Sweden has made in Romania with
the agreement Sweden and Thailand has. Each contract is unique in it� content. But I would like
to underline that Thailand is not paying more in their contract than any of our other customers.
Regarding your questions about details in the agreement and the question about the Saab 340 AEW
I have to refer you to the RTAF since it� up to them to answer questions about the content
of the agreement.
Best regards
Ulf Lindstrom

____________________________________
Ulf Lindstr?m
Acting Head of Information department
FMV -F?rsvarets materielverk
Swedish Defence Materiel Administration
S-115 88 Stockholm-Sweden
Phone: + 46 8 782 63 96
Mobile: + 46 8 70 982 63 96
Fax: + 46 8 782 63 95
E-mail: [email protected]
http://www.fmv.se
Last edited by TaMongKhon on Fri Jul 23, 2010 9:54 am, edited 1 time in total.
TaMongKhon
 
Posts: 926
Joined: Mon Nov 10, 2008 9:06 pm

PreviousNext

Return to สภากาแฟ