21 กค. 2553 15:08 น.
นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงความคืบหน้าการพิจารณาภาพยนตร์โฆษณาชุด ขอโทษประเทศไทย ของคณะกรรมการเซ็นเซอร์ ว่า ขณะนี้คณะกรรมการเซ็นเซอร์ ซึ่งประกอบด้วยตัวแทนจากสถานีโทรทัศน์แต่ละช่อง ตัวแทนสมาคมโฆษณา อยู่ระหว่างการตรวจสอบกันอยู่ รวมถึงเชิญผู้จัดทำมาพูดคุยเพื่อหาทางออกในเรื่องนี้ คาดว่าจะได้ข้อสรุปเร็วๆนี้ และน่าจะมีทางออกที่ดี เพราะผู้จัดทำก็มีเจตนาที่ดี ขณะที่การสั่งแบนก็เป็นภาระหน้าที่ที่คณะกรรมการเซ็นเซอร์ต้องทำ โดยต้องดูว่าอะไรที่สมควรนำเผยแพร่ หรือหากเผยแพร่ไปแล้วจะมีผลกระทบตามมาหรือไม่ ทั้งนี้เมื่อตนเองได้ชมโฆษณาชุดดังกล่าวแล้วส่วนตัวรู้สึกชอบ เพราะเป็นการกระตุ้นความรู้สึกของคน แต่เป็นเรื่องแล้วแต่มุมมองของคน ซึ่งบางคนอาจไม่ชอบ สุดท้ายคณะกรรมการฯที่เป็นผู้มีประสบการณ์ และมีคุณวุฒิ จะเป็นคนบอกได้ดีกว่าเรา
ทั้งนี้ขอยืนยันว่ารัฐบาลไม่เกี่ยวข้องกับการสั่งแบนโฆษณาชุดดังกล่าวนี้ เพราะเป็นเรื่องของคณะกรรมการเซ็นเซอร์ อย่างไรก็ตาม เพื่อให้เป็นไปตามกฎหมายก็น่าที่จะมีการปรับเนื้อหาภาพบางส่วนออกไป เช่น ภาพของพระภิกษุสงฆ์
http://breakingnews.nationchannel.com/r ... sid=459103คณะกรรมการเซ็นเซอร์แจงมีภาพธงชาติไทยฉีกขาด ต้นเหตุแบนโฆษณา “ขอโทษประเทศไทย” เผยผิด พ.ร.บ.คุ้มครองผู้บริโภค
เว็บไซต์มติชนออนไลน์ เปิดเผยรายงานข่าวจากคณะกรรมการเซ็นเซอร์ ว่า ในการพิจารณาสปอตโฆษณาชุด “ขอโทษประเทศไทย” นั้น คณะกรรมการซึ่งประกอบด้วยตัวแทนสถานีโทรทัศน์ช่อง 3,5,7, โมเดิร์นไนน์ทีวี มหาวิทยาลัยหลายแห่งและสมาคมโฆษณามีมติเป็นเอกฉันท์ไม่ให้นำออกเผยแพร่ทาง สถานีโทรทัศน์ เนื่องจากเห็นว่าในโฆษณามีภาพธงชาติไทยฉีกขาด ซึ่งตาม พ.ร.บ.คุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ.2522 มาตรา 22 วงเล็บ 4 ห้ามไม่ให้แพร่ภาพสิ่งที่ทำให้เกิดความแตกแยก เสื่อมเสีย หรือความสามัคคีในหมู่ประชาชน
ข่าวจาก มติชนออนไลน์
http://news.mthai.com/general-news/81947.htmlสั่งทบทวนแบน'ขอโทษประเทศไทย'
"มาร์ค"จี้กรรมการเซ็นเซอร์ทบทวนคำสั่งแบนโฆษณา"ขอโทษประเทศไทย"
นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่คณะกรรมการเซ็นเซอร์ ซึ่งมาจากตัวแทนสถานีโทรทัศน์ช่องต่างๆ มีคำสั่งไม่ให้นำภาพยนตร์โฆษณาชุด “ขอโทษประเทศไทย” ที่จัดทำโดยกลุ่มพลังบวก ออกอากาศทางโทรทัศน์ว่า เคยดูโฆษณาดังกล่าวทางอินเทอร์เน็ตมาระยะหนึ่งแล้ว ซึ่งเข้าใจเจตนาที่ดีของผู้จัดทำว่าต้องการที่จะกระตุ้นเตือนว่าพวกเราทุกคนมีส่วนในการรับผิดชอบได้ต่อสภาพปัญหาที่เกิดขึ้น แล้วก็มาแก้ไขให้ดีขึ้น
แม้กระทั่งคนที่ไม่ได้มีส่วนสร้างปัญหาแต่ก็ต้องฉุกคิดเหมือนกัน เพราะต้องยอมรับว่าปัญหาของสังคมและของประเทศในปัจจุบันก็มีที่มาจากเกือบทุกวงการ ซึ่งต้องทำหน้าที่ของตัวเอง อย่างไรก็ตามไม่ทราบเหตุผลของผู้ที่สั่งห้ามไม่ให้โฆษณาชุดนี้ถูกนำมาออกอากาศ เพราะปัจจุบันกลไกตรงนี้จะเป็นกลไกของทางสถานีที่ไปทำ ทั้งนี้ ได้สอบถามนายองอาจ คล้ามไพบูลย์ รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 18 ก.ค.ที่ผ่านมา ซึ่งนายองอาจบอกว่า ยังไม่ได้รับทราบเหตุผลว่าที่คณะกรรมการตัดสินใจอย่างนั้นเป็นเพราะอะไร
เมื่อถามว่า อยากให้คณะกรรมการทบทวนเรื่องนี้หรือไม่ นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า คิดว่าขณะนี้สังคมก็พูดชัด ซึ่งคณะกรรมการดังกล่าวคงต้องออกมาชี้แจงความคิดของตัวเองก่อน รวมถึงน่าจะลองไปรับฟังและทบทวนดู
เมื่อถามว่า มีการอ้างว่าเนื้อหาของโฆษณานี้มีความเข้มข้นเรื่องของการเมืองมากเกินไป นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า ตอนที่ตนดูไม่ได้รู้สึกอย่างนั้นเลย
กก.แจงเหตุแบนเพราะเกรงแตกแยก
นายเสน่ห์ ห้องสุวรรณ์ ผู้จัดการฝ่ายเซ็นเซอร์โฆษณาสถานีโทรทัศน์สีกองทัพบกช่อง 7 หนึ่งในคณะกรรมการตรวจพิจารณาภาพยนตร์โฆษณาทางวิทยุและโทรทัศน์ที่ประกอบด้วยคณะกรรมการทั้ง 4 ช่อง คือ 3, 5, 7, 9 รวมไปถึงตัวแทนจากสมาคมโฆษณา และตัวแทนจากมหาวิทยาลัยที่จะเวียนกันมา ได้แก่ มหาวิทยาลัยกรุงเทพ มหาวิทยาลัยรังสิต มหาวิทยาลัยศรีปทุม และจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า โฆษณาที่ชื่อ "ขอโทษประเทศไทย" ทางคณะกรรมการได้พิจารณากันแล้ว มีมติเป็นเอกฉันท์ว่าไม่ให้ออกอากาศ เพระว่าภาพที่ปรากฏในโฆษณา อาจจะก่อให้เกิดความแตกแยกได้
"แทนที่จะสื่อสิ่งดีๆ ออกมา คนอาจดูแล้วไปคิดด้านความแตกแยกอีก และเห็นว่าเหตุการณ์ต่างๆ ได้ผ่านล่วงเลยมาแล้ว ประเทศชาติได้เกิดสิ่งดีๆ ที่เกิดขึ้นมามากมาย ไม่อยากรื้อฟื้น มาช่วยกันสร้างสิ่งดีๆ หากจะให้โฆษณาตัวนี้ออกอากาศ จำเป็นต้องตัดภาพบางส่วนที่ขัดต่อกฎหมายออกไป จึงจะให้ออกอากาศได้ สื่อสิ่งพิมพ์ได้เอาเรื่องนี้มาเปิดเผย ทางคณะกรรมการก็อยากให้สื่อช่วยกันสร้างความสามัคคี สร้างความเข้าใจให้คนในชาติ อย่าก่อให้เกิดความขัดแย้งเลย" นายเสน่ห์กล่าว
คนทำโฆษณาเผยโดนตัดภาพ 80%
นายภาณุ อิงคะวัต ประธานกลุ่มพลังบวก ซึ่งเป็นผู้จัดทำโฆษณาชุดดังกล่าว ออกมาแจงถึงความคืบหน้าเกี่ยวกับกรณีดังกล่าวว่า ฝ่ายเซ็นเซอร์โฆษณาสถานีโทรทัศน์แนะนำให้ตัดภาพโฆษณาออกเกือบทุกจุด รวมๆ แล้วก็ 80% จากภาพทั้งหมด ซึ่งตัดภาพออก 80% ทำให้แทบไม่เหลืออะไรเลย แต่ตอนนี้ตนพยายามปรับการนำเสนอ คาดว่าจะนำเสนอคณะกรรมการฝ่ายเซ็นเซอร์อีกครั้งประมาณสัปดาห์หน้า
"ถ้าไม่ผ่านอีก เราคงจะเริ่มที่แคมเปญอื่น ซึ่งตอนนี้ก็กำลังทำกันอยู่ แล้วอย่างที่บอกว่านี่เป็นภาพยนตร์โฆษณาชิ้นแรกของเรา ซึ่งทางกลุ่มของเรายังมีแคมเปญอื่นๆ รวมถึงโฆษณาชิ้นใหม่ๆ ประมาณปลายเดือนนี้ เราจะมีการปล่อยพริ้น แอด บิลบอร์ด ทางสื่อสิ่งพิมพ์ และยังมองถึง พริ้น แอด บิลบอร์ด ทางสื่อโทรทัศน์ด้วย
ที่ผ่านมาเราอยากบอกว่า ไม่ได้ให้ข่าวกับสื่อเพียงฝ่ายเดียว เพราะทุกครั้งที่เราไปออกรายการโทรทัศน์ จะมีฝ่ายเซ็นเซอร์ออกมาชี้แจงพร้อมกับเราตลอด และเราก็พูดชัดเจนทุกครั้งว่าเราอยากให้คนไทยยอมรับความจริง มองเห็นภาพจริงๆ ของสังคมที่เป็นอยู่ว่า ปัญหาสังคมไม่ได้เกิดจากกลุ่มคนเท่านั้น แต่ยังรวมถึงทัศนคติของบุคคล ของสังคมเข้าไปด้วย" นายภาณุกล่าว
ขณะที่แหล่งข่าวจากคณะกรรมการตรวจพิจารณาโฆษณาทางสถานีโทรทัศน์ กล่าวว่า ภาพที่คณะกรรมการไม่เห็นด้วยให้นำเสนออย่างยิ่ง คือภาพธงชาติไทยที่ขาดวิ่น ถือเป็นภาพที่ไม่เหมาะสม และอาจนำไปสู่ความคิดเห็นที่แตกแยกของสังคมมากขึ้นกว่าเดิม และเห็นตรงกันว่า หนังโฆษณาชุดนี้มีเจตนาที่ดีต่อสังคม แต่ต้องการให้มีการปรับเนื้อหาและคำพูดบางช่วงใหม่ ซึ่งไม่ใช่การแบน แต่ต้องการให้ปรับเท่านั้น
"เครือข่ายพลังบวก" ยอมแก้โฆษณา
นายชัยประนิน วิสุทธิผล รองประธานเครือข่ายพลังบวก ซึ่งเป็นการรวมตัวของคนในวงการโฆษณา โซเชียล เน็ตเวิร์ก พีอาร์และอีเวนท์ เปิดเผยว่า ภายใต้การรณรงค์ของเครือข่ายพลังบวก จะมีภาพยนตร์โฆษณาซีรีส์ 3 ชุด ชุดแรกคือ "ขอโทษประเทศไทย" มีวัตถุประสงค์ต้องการสร้างความสนใจในหนังโฆษณาให้เกิดขึ้นในวงกว้าง ภาพและคำพูดในหนังชุดนี้ จึงสื่อความหมายตรงไปตรงมา แต่หลังจากมีการพูดคุยกับคณะกรรมการเซ็นเซอร์แล้ว จะมีการปรับแก้เนื้อหาและคำพูดใหม่ให้มีความเหมาะสมมากขึ้น
"เราต้องการความร่วมมือจากสื่อมวลชนในการเผยแพร่หนังโฆษณาชุดนี้ เพื่อให้คนไทยทั่วประเทศได้เห็นหนังโฆษณาชุดนี้ และเกิดเป็นพลังบวก ในการร่วมพัฒนาประเทศ จึงจำเป็นต้องปรับแก้เนื้อหาให้สามารถแพร่ภาพทางทีวีได้" นายชัยประนินกล่าว
ในซีรีส์โฆษณาชุดที่ 2 จะเป็นเนื้อหาเรื่องบทบาทประชาชนที่ดีของสังคม และชุดที่ 3 เรื่องการทำหน้าที่ที่ดีของคนไทย ที่ร่วมกันพัฒนาประเทศและแสดงออกอย่างสร้างสรรค์ เชื่อว่ามีเนื้อหาที่เหมาะสมและไม่มีภาพความรุนแรงเหมือนชุดแรก คาดว่าจะผ่านการพิจารณาของคณะกรรมการ โดยซีรีส์โฆษณาทั้งสามชุดจะออกมาเผยแพร่ได้ในเร็วๆ นี้
นายวิทวัส ชัยปาณี นายกสมาคมโฆษณาธุรกิจแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า หนังโฆษณาชุด "ขอโทษประเทศไทย" ของเครือข่ายพลังบวก พบว่าหลายจุดมีเนื้อหาเข้าข่ายรุนแรง ขณะที่บางกลุ่มเห็นว่า เป็นเรื่องที่เหมาะสม และสังคมต้องรับรู้ความจริงที่เกิดขึ้น ทำให้เกิดความคิดทั้งที่เห็นด้วยและไม่เห็นด้วยให้แพร่ภาพทางทีวี กระแสที่เกิดขึ้นทำให้เกิดความสนใจในโลกออนไลน์ มีคนเข้าไปดูภาพยนตร์เรื่องนี้มากในยูทูบและเว็บไซต์ต่างๆ แม้ยังไม่ได้แพร่ภาพทางทีวีขณะนี้ แต่ก็เป็นที่รู้จักในโลกออนไลน์อย่างกว้างขวาง
http://www.suthichaiyoon.com/detail/4363