"ไปไม่รอด".......ราคาเครื่องบินรบที่แพงหูฉี่ในรัฐบาล"คนดี"

เรื่องการเมือง เชิญที่นี่เลยครับ
Forum rules
- ห้ามใช้คำพูดหยาบคาย
- ห้ามโพสกระทู้หรือข้อความที่ดูหมิ่นเสียดสีสถาบันพระมหากษัตริย์เป็นอันขาด

เชิญทุกท่านเข้าสู่บอร์ดใหม่ได้ที่ http://webboard.serithai.net ดูรายละเอียดเพิ่มเติมที่ viewtopic.php?f=2&t=44976 ครับ

Re: "ไปไม่รอด".......ราคาเครื่องบินรบที่แพงหูฉี่ในรัฐบาล"คนดี"

Postby qwerty » Tue Jul 20, 2010 4:35 pm

gripen roadbase ถ้าเป็นเครื่องอย่าง SU-30 หรือ F-16 คงลงจอดบนถนนและโหลดอาวุธแบบนี้ไม่ได้แน่ๆ ต้องสนามบินเท่านั้น

http://www.youtube.com/watch?v=SNlGgQ6VEbY
........
User avatar
qwerty
 
Posts: 147
Joined: Wed Apr 28, 2010 1:43 pm



Re: "ไปไม่รอด".......ราคาเครื่องบินรบที่แพงหูฉี่ในรัฐบาล"คนดี"

Postby themagician » Wed Jul 21, 2010 3:34 pm

ทำไมพวกกระบือแดง ถึงได้เอาแต่ข่าวโง่ๆๆๆๆข้อมูลผิดๆๆๆๆ มาอวดความเป็นกระบือได้ตลอดเวลา พอจับได้ก็จะแถถถถถถถถถไปเรื่องอื่นตลอดว่าทำไมเรื่องนี้ไม่พูด เรื่องนี้ไม่แฉ พวกกระบือแดงทั้งหลายเอาเรื่องเดียวให้มันรอดก่อนเถอะ :lol: :lol: :lol: :lol:
User avatar
themagician
 
Posts: 6
Joined: Mon May 03, 2010 2:04 pm

Re: "ไปไม่รอด".......ราคาเครื่องบินรบที่แพงหูฉี่ในรัฐบาล"คนดี"

Postby noharajoker » Wed Jul 21, 2010 4:56 pm

paradon wrote:



Image

กริเพนมีความเร็วเท่ากับ F16 และช้ากว่า SU30(2.35 มัค) เล็กน้อย แต่ต้องอย่าลืมว่าเครื่องซูเป็นแบบสองเครื่องยนต์ต้องการเชื้อเพลิงและค่าการบำรุงรักษาสูงกว่าหลายเท่า
และการมีค่าดูแลรักษาเครื่องบินต่ำจึงสำคัญ (90,000 บาทอย่าคิดว่าแพง F16 ค่าใช้จ่ายต่อชั่วโมง 130,000 บาทส่วนเครื่องรัสเซียก็เหยียบๆ 3-4 แสนบาท!)

(เรดาห์) ของกริเพนมีระยะไกลกว่าF16 สูสีกับซูแถมยังละเอียดกว่า ใหม่กว่า แถมขนาดที่เล็กของกริเพน(ในที่นี้รวมถึงF16)ยังทำให้ข้าศึกตรวจจับด้วยเรดาห์ได้ยากอีกด้วย

ที่สำคัญมากคือกริเพนมีระบบส่งข้อมูลไฮเทคที่สามารถรับข้อมูลเรดาห์จากสถานีซึ่งอยู่ไกลออกไป 500 กิโลโดยไม่ต้องเปิดเรดาห์ให้ใครเห็น
ซึ่งปัจจุบันมีกริเพนและ F22 เครื่องบินรุ่นก้าวหน้าของสหรัฐที่ไม่มีวันขายให้ใครเท่านั้นที่ใช้ระบบนี้

ซู30 มิก29 และ F16 ไม่มีความสามารถทำได้ กริเพนจึงได้เปรียบมากในการรบเลยระยะสายตาเพราะสามารถเห็นศัตรูได้ตั้งแต่ 120 กิโลเมตร(ด้วยเรดาห์บนเครื่อง) หรือ 450 กิโลเมตร (ด้วยเครื่องบินเตือนภัยทางอากาศ Airbourne Early Warning AWACS ที่สวีเดนแถมให้ฟรีๆ และประเทศแถบนี้นอกจากสิงคโปร์ไม่มีใช้)

ในการซ้อมรบกับประเทศพันธมิตรอย่าง ฟินแลนด์ ไอซ์แลนด์ กริเพนก็สามารถเอาชนะ F18,F16 ได้อย่างสวยงามด้วยเทคนิคที่กล่าวมาข้างต้น

ข้อเสนอที่สะเทือนวงการทหารโลก
- สวีเดนเสนอช่วยเหลือด้านยุทโธปกรณ์ แบบฟรีๆรวมมูลค่า 5.857.74 ล้านบาท ให้จรวดต่อต้านผิวน้ำ RBS จำนวน12นัด รวมมูลค่า 504 ล้านบาท โดยยุทโธปกรณ์ แบบให้เปล่าทั้ง3รายการ
คือ
1.เครื่อง ERIEYE 2 ลำ,เครื่องบิน SAAB 1ลำ รวมเป็น3ลำ และมีชื่อว่า GROUND BASED STATION อีก3สถานนี
2.จรวดต่อต้านผิวน้ำ RBS จำนวน12นัด
3. ช่วยเหลือด้านยุทโธปกรณ์
รวมมูลค่าทั้งสิ้นหลายหมื่นล้านบาท และยังให้ความช่วยเหลือพิเศษอีก3รายการทียังไม่สามารถประเมินราคาได้ อีก3รายการคือ
1.การฝึกนักบินและช่างเทคนิคของการซ่อมบำรุงโดยยินดีให้นักบินและช่างเทคนิคเข้าถึงฐานขอมูลทั้งหมดของเครื่องJAS39 ทั้งหมดโดยสวีเดนไม่เคยเปิดเผยมาก่อน ซึ่งจะช่วยให้ไทยมีความรู้ในการผลิตเครื่องบินในอนาคต
2.ทุนฝึกอบรมสำหรับเครื่อง JAS39 จำนวน 100 คนในระยะเวลาอบรมที่สวีเดน 1ปี
3.ทุนการศึกษาปริญญาโทในสาขาวิทยาศาสตร์และวิศวกรรมศาสตร์ จำนวน200 ทุนในระยะเวลา 5ปี ซึ่งเปิดโอกาสให้นักเรียนนายเรืออากาศไทยที่จบการศึกษาแล้วไปศึกษาที่มหาวิทยาลัย
ของสวีเดนได้ถึง200คน


นี่รัฐเขาเลือกกริพเพ่นก็เพราะเหตุนี้แหล่ะ แล้วยังมี การสนับสนุนทางเศรษฐกิจอีกด้วย [ไม่ชัวร์ แต่รู้สึกว่าจะมาตั้งโรงงานผลิตชิ้นส่วนนี่แหล่ะ ] แถมบริการหลังการขายก็ดีกว่า ไอกันเยอะ

ไอกันมันชอบ กั๊กแทคโนโลยี กลัวว่า ถ้าขายของดี แล้ว อาวุธจะตกไปอยู่ในฝ่ายตรงข้าม แบบที่ เคยขายให้อิหร่าน แล้วก็ไอสิ่งที่มติชน เอามาพูด สงสัย มันเพิ่งรู้รึไง
คนอื่นเขา รู้กันนานหมดแล้ว แถมยังบิดเบือนข้อมูลอีก เปน สื่อที่ เกรียนมากๆ เฮ้อ
• จะมีใครมั้ยซักคนที่ทำเพื่อชาติอย่างจริงจัง จะมีใครซํกคนมั้ยที่หน้าที่ เพื่อผลประโยชน์ของประชาชน จะมีใครซักคนมั้ยที่จะไม่คอรับชั่นเอาแต่แดก
noharajoker
 
Posts: 216
Joined: Sat Apr 10, 2010 9:44 pm



Re: "ไปไม่รอด".......ราคาเครื่องบินรบที่แพงหูฉี่ในรัฐบาล"คนดี"

Postby รักน้องพิณ » Thu Jul 22, 2010 11:34 pm

qwerty wrote:gaan ชอบปี้เค้ามาผมก็ปี้มาให้ gaan อ่าน
http://atcloud.com/stories/72410

ในอนาคต เทคโนโลยีตรวจจับได้ยาก (Stealth) จะเข้ามามีบทบาท ทำไมจึงไม่รอเทคโนโลยีนี้ก่อน?
ตอบ: อย่างที่ได้เรียนไป F-5 ของกองทัพอากาศนั้นจำเป็นต้องปลดประจำการในอีกไม่นาน ในขณะที่เครื่องบินที่มีเทคโนโลยีตรวจจับได้ยากที่เราสามารถจัดหาได้ก็คือ F-35 นั้น จำเป็นต้องรอนานจนถึงปี 2020 - 2030 เนื่องจากโครงการประสบปัญหาล่าช้า และประเทศไทยไม่ได้เข้าร่วมวิจัยและพัฒนา จึงทำให้ไม่ได้รับคิวในการจัดซื้อก่อน ทำให้ช่วงนี้กำลังทางอากาศจะขาดหายไปมาก อีกทั้ง เทคโนโลยียังมีการพัฒนาตลอดเวลา เมื่อถึงวันที่เราสามารถจัดหาเครื่องบินที่มีเทคโนโลยีตรวจจับได้ยากได้ ก็จะมีเทคโนโลยีใหม่เข้ามาอยู่ดี ฉะนั้นถ้ากองทัพอากาศต้องรอเทคโนโลยีในอนาคตทุกครั้ง ก็จะต้องรอต่อไปไม่มีที่สิ้นสุด


อเมริกาจะไม่ขายเทคโนโลยี Stealth ครับ
ถึงแม้จะเข้าร่วมวิจัยและพัฒนากับเค้าๆก็ไม่ขายให้
ก็จะได้ F-35 ที่ไม่มีเทคโนโลยี Stealth
วิญญาณปู่จะร้องไอ้ลูกหลานจัญไร­!!
User avatar
รักน้องพิณ
 
Posts: 2710
Joined: Wed Feb 18, 2009 12:42 pm

Re: "ไปไม่รอด".......ราคาเครื่องบินรบที่แพงหูฉี่ในรัฐบาล"คนดี"

Postby noharajoker » Fri Jul 23, 2010 4:03 am

ผมเปนคนหนึ่งที่ชอบอ่านข่าวสารเกี่ยวกับทางทหาร น่ะครับ แต่พอมาข่าวแบบนี้พูดตรงๆว่าเซง

จะทำอะไรสื่อก็โจมตีไปซะหมด เลย เหอะๆ สงสัย สื่อคงจะมีความสุขที่ เหน F-5 เก่าๆ ตกเป็นประจำ
• จะมีใครมั้ยซักคนที่ทำเพื่อชาติอย่างจริงจัง จะมีใครซํกคนมั้ยที่หน้าที่ เพื่อผลประโยชน์ของประชาชน จะมีใครซักคนมั้ยที่จะไม่คอรับชั่นเอาแต่แดก
noharajoker
 
Posts: 216
Joined: Sat Apr 10, 2010 9:44 pm

Re: "ไปไม่รอด".......ราคาเครื่องบินรบที่แพงหูฉี่ในรัฐบาล"คนดี"

Postby Grimmy » Fri Jul 23, 2010 8:40 am

วันที่ 21 กรกฎาคม พ.ศ. 2553 เวลา 09:13:04 น. มติชนออนไลน์
กมธ.ทหารแฉพบพิรุธอื้อซื้อ"กริพเพน" เครื่องเปล่าไร้เขี้ยวเล็บ กองทัพเล็งรถเกราะยูเครนอีก 121 คัน
“กมธ.การทห.” สอบพบพิรุธซื้อ “กริพเพน” ได้แต่เครื่องเปล่าไร้เขี้ยวเล็บ

ผู้สื่อข่าว “มติชน” รายงาน ว่า เมื่อเร็วๆนี้ คณะกรรมาธิการ(กมธ.)การทหาร สภาผู้แทนราษฎร ที่กำลังติดตามโครงการการจัดซื้อเครื่องบินขับไล่ ยาส 39ซี/ดี กริพเพน (JAS 39C/D Gripen) จากประเทศสวีเดน ของกองทัพอากาศ ได้จัดทำเอกสารสรุปผลการพิจารณาสอบในประเด็นต่างๆเกี่ยวกับความไม่โปร่งใสใน การดำเนินงาน ดังนี้ โครงการจัดหาในระยะแรกจำนวน 6 ลำ วงเงิน 1.9 หมื่นล้านบาท ได้ดำเนินการแล้ว โดยเหลือการจัดหาระยะที่ 2 อีกจำนวน 6 ลำ วงเงิน 1.6 หมื่นล้านบาท โดยพบว่าการจัดหาในระยะแรกประกอบด้วย เครื่องบิน Gripen (Model C นั่งได้ 1 ที่นั่ง) จำนวน 2 ลำ ราคาลำละ 1,650 ล้านบาท เครื่องบิน Gripen (Model D นั่งได้ 2 ที่นั่ง) จำนวน 4 ลำ ราคาลำละ 2,015 ล้านบาท

ผู้สื่อข่าวรายงานอีกว่า ทั้งนี้ ประเด็นน่าสนใจคือเป็นเครื่องเปล่า อุปกรณ์สนับสนุนต่างๆไม่รวมอาวุธจรวดและระเบิด นอกจากนี้สิ่งที่ทางสวีเดนให้เพิ่มมาด้วยคือ เครื่องบิน Saab 340 จำนวน 1 ลำ และเครื่องบิน Saab 340 AEW อีกจำนวน 1 ลำ ซึ่งเป็นเครื่องบินที่ใช้งานมานานกว่า 10 ปี ซึ่งปัจจุบันสวีเดนได้ปลดประจำการแล้วเมื่อปี 2554 หากรับมาใช้กองทัพอากาศไทยจะต้องของบประมาณเพิ่มเติมอีกประมาณ 800 ล้านบาท เพื่อปรับปรุงเครื่องบิน Saab 340 AEW ให้เป็น Saab 340 AEW/C เพื่อให้สามารถใช้งานร่วมกับเครื่องบิน Gripen ที่ซื้อมาได้ สำหรับการจัดหาในระยะที่ 2 เพิ่มอีก 6 ลำ วงเงิน 1.6 หมื่นล้านบาทนั้น ได้แก่ เครื่องบิน Gripen (Model C นั่งได้ 1 ที่นั่ง) จำนวน 6 ลำ ราคาลำละ 1,715 ล้านบาท (ราคาเพิ่มขึ้น 5 เปอร์เซ็นต์) ทั้งนี้สำหรับอุปกรณ์สนับสนุนต่างๆ ยังไม่รวมอาวุธจรวดและระเบิดเช่นเดิม

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นอกจากนี้ ประเด็นความผิดปกติของโครงการที่ตรวจพบ ได้แก่ 1.การจัดหาเครื่องบิน Gripen ในระยะที่ 1 จำนวน 6 ลำ แบ่งเป็นแบบโมเดล C คือ 1 ที่นั่ง 2 ลำ และโมเดล D คือ ที่นั่งคู่อีก 4 ลำ โดยโมเดล C ในการประกอบชิ้นส่วนต่างๆของเครื่องบิน เช่น ลำตัวเครื่อง ปีก ฐานล้อ วิทยุติดต่อ เครื่องวัดต่างๆในห้องนักบิน ฯลฯ ทางสวีเดนได้นำชิ้นส่วนอะไหล่ของเครื่องบิน Gripen โมเดล A ซึ่งเป็นรุ่น 1 ที่นั่งเช่นเดียวกับโมเดล C แต่ได้ปลดประจำการไปแล้ว เช่น ลำตัวเครื่อง ปีก ฐานล้อ วิทยุติดต่อ เครื่องวัดต่างๆในห้องนักบิน ฯลฯ และชิ้นส่วนอะไหล่อีกหลายรายการมาประกอบรวมกับอะไหล่ใหม่ให้กับกองทัพอากาศ ไทย

โดยเมื่อทำการตรวจรับและส่งมอบเครื่องบินในประเทศไทยแล้ว จะทำการตรวจสอบชิ้นส่วนอะไหล่ต่างๆของเครื่องบินได้ยาก และจะทำได้ก็ต่อเมื่อเครื่องบินครบอายุการตรวจ(Phase Inspection) ซึ่งจะใช้เวลาประมาณ 2-4 ปี ดังนั้นกว่าจะถึงเวลาดังกล่าวจึงเป็นข้อสังเกตุว่า เครื่องบิน Gripen โมเดล C ที่ทอ.ไทยซื้อมาลำละ 47 ล้านดอลล่าร์สหรัฐ จะมีราคาที่แท้จริงซึ่งใช้ปีกและอะไหล่มือสองดังกล่าวหรือไม่ เพราะราคาที่แท้จริงน่าจะอยู่ที่ 20-25 ล้านดอลล่าร์สหรัฐเท่านั้น (มีเงินส่วนต่างจำนวน 50 ล้านดอลล่าร์สหรัฐ) และหากมีการเซ็นสัญญากับบริษัท Gripen ในการจัดหาระยะที่ 2 สำหรับ โมเดล C อีก 6 ลำ จะทำให้เงินส่วนต่างหายไปอีกประมาณ 210 ล้านดอลล่าร์สหรัฐ หรืออาจมากกว่านั้น


ข่าวนี้มติชนมั่วใช่มั้ยอ่ะครับ?
Grimmy
 
Posts: 607
Joined: Mon Oct 13, 2008 12:30 pm

Re: "ไปไม่รอด".......ราคาเครื่องบินรบที่แพงหูฉี่ในรัฐบาล"คนดี"

Postby qwerty » Fri Jul 23, 2010 10:01 am

จากที่อ่านจาก http://www.gripen.com/en/MediaRelations/News/2008/080211_th_signing.htm ยังไม่เห็นว่ามีตรงไหนที่บอกว่าต้องเพิ่มอีก 800 ล้าน
เพื่อปรับปรุง SAAB-340

แล้วมีคนตอบให้แล้ว http://www.bloggang.com/mainblog.php?id=skyman&month=21-07-2010&group=2&gblog=195
........
User avatar
qwerty
 
Posts: 147
Joined: Wed Apr 28, 2010 1:43 pm

Re: "ไปไม่รอด".......ราคาเครื่องบินรบที่แพงหูฉี่ในรัฐบาล"คนดี"

Postby TaMongKhon » Fri Jul 23, 2010 11:08 am

Grimmy wrote:
วันที่ 21 กรกฎาคม พ.ศ. 2553 เวลา 09:13:04 น. มติชนออนไลน์
กมธ.ทหารแฉพบพิรุธอื้อซื้อ"กริพเพน" เครื่องเปล่าไร้เขี้ยวเล็บ กองทัพเล็งรถเกราะยูเครนอีก 121 คัน
“กมธ.การทห.” สอบพบพิรุธซื้อ “กริพเพน” ได้แต่เครื่องเปล่าไร้เขี้ยวเล็บ

ผู้สื่อข่าว “มติชน” รายงาน ว่า เมื่อเร็วๆนี้ คณะกรรมาธิการ(กมธ.)การทหาร สภาผู้แทนราษฎร ที่กำลังติดตามโครงการการจัดซื้อเครื่องบินขับไล่ ยาส 39ซี/ดี กริพเพน (JAS 39C/D Gripen) จากประเทศสวีเดน ของกองทัพอากาศ ได้จัดทำเอกสารสรุปผลการพิจารณาสอบในประเด็นต่างๆเกี่ยวกับความไม่โปร่งใสใน การดำเนินงาน ดังนี้ โครงการจัดหาในระยะแรกจำนวน 6 ลำ วงเงิน 1.9 หมื่นล้านบาท ได้ดำเนินการแล้ว โดยเหลือการจัดหาระยะที่ 2 อีกจำนวน 6 ลำ วงเงิน 1.6 หมื่นล้านบาท โดยพบว่าการจัดหาในระยะแรกประกอบด้วย เครื่องบิน Gripen (Model C นั่งได้ 1 ที่นั่ง) จำนวน 2 ลำ ราคาลำละ 1,650 ล้านบาท เครื่องบิน Gripen (Model D นั่งได้ 2 ที่นั่ง) จำนวน 4 ลำ ราคาลำละ 2,015 ล้านบาท

ผู้สื่อข่าวรายงานอีกว่า ทั้งนี้ ประเด็นน่าสนใจคือเป็นเครื่องเปล่า อุปกรณ์สนับสนุนต่างๆไม่รวมอาวุธจรวดและระเบิด นอกจากนี้สิ่งที่ทางสวีเดนให้เพิ่มมาด้วยคือ เครื่องบิน Saab 340 จำนวน 1 ลำ และเครื่องบิน Saab 340 AEW อีกจำนวน 1 ลำ ซึ่งเป็นเครื่องบินที่ใช้งานมานานกว่า 10 ปี ซึ่งปัจจุบันสวีเดนได้ปลดประจำการแล้วเมื่อปี 2554 หากรับมาใช้กองทัพอากาศไทยจะต้องของบประมาณเพิ่มเติมอีกประมาณ 800 ล้านบาท เพื่อปรับปรุงเครื่องบิน Saab 340 AEW ให้เป็น Saab 340 AEW/C เพื่อให้สามารถใช้งานร่วมกับเครื่องบิน Gripen ที่ซื้อมาได้ สำหรับการจัดหาในระยะที่ 2 เพิ่มอีก 6 ลำ วงเงิน 1.6 หมื่นล้านบาทนั้น ได้แก่ เครื่องบิน Gripen (Model C นั่งได้ 1 ที่นั่ง) จำนวน 6 ลำ ราคาลำละ 1,715 ล้านบาท (ราคาเพิ่มขึ้น 5 เปอร์เซ็นต์) ทั้งนี้สำหรับอุปกรณ์สนับสนุนต่างๆ ยังไม่รวมอาวุธจรวดและระเบิดเช่นเดิม

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นอกจากนี้ ประเด็นความผิดปกติของโครงการที่ตรวจพบ ได้แก่ 1.การจัดหาเครื่องบิน Gripen ในระยะที่ 1 จำนวน 6 ลำ แบ่งเป็นแบบโมเดล C คือ 1 ที่นั่ง 2 ลำ และโมเดล D คือ ที่นั่งคู่อีก 4 ลำ โดยโมเดล C ในการประกอบชิ้นส่วนต่างๆของเครื่องบิน เช่น ลำตัวเครื่อง ปีก ฐานล้อ วิทยุติดต่อ เครื่องวัดต่างๆในห้องนักบิน ฯลฯ ทางสวีเดนได้นำชิ้นส่วนอะไหล่ของเครื่องบิน Gripen โมเดล A ซึ่งเป็นรุ่น 1 ที่นั่งเช่นเดียวกับโมเดล C แต่ได้ปลดประจำการไปแล้ว เช่น ลำตัวเครื่อง ปีก ฐานล้อ วิทยุติดต่อ เครื่องวัดต่างๆในห้องนักบิน ฯลฯ และชิ้นส่วนอะไหล่อีกหลายรายการมาประกอบรวมกับอะไหล่ใหม่ให้กับกองทัพอากาศ ไทย

โดยเมื่อทำการตรวจรับและส่งมอบเครื่องบินในประเทศไทยแล้ว จะทำการตรวจสอบชิ้นส่วนอะไหล่ต่างๆของเครื่องบินได้ยาก และจะทำได้ก็ต่อเมื่อเครื่องบินครบอายุการตรวจ(Phase Inspection) ซึ่งจะใช้เวลาประมาณ 2-4 ปี ดังนั้นกว่าจะถึงเวลาดังกล่าวจึงเป็นข้อสังเกตุว่า เครื่องบิน Gripen โมเดล C ที่ทอ.ไทยซื้อมาลำละ 47 ล้านดอลล่าร์สหรัฐ จะมีราคาที่แท้จริงซึ่งใช้ปีกและอะไหล่มือสองดังกล่าวหรือไม่ เพราะราคาที่แท้จริงน่าจะอยู่ที่ 20-25 ล้านดอลล่าร์สหรัฐเท่านั้น (มีเงินส่วนต่างจำนวน 50 ล้านดอลล่าร์สหรัฐ) และหากมีการเซ็นสัญญากับบริษัท Gripen ในการจัดหาระยะที่ 2 สำหรับ โมเดล C อีก 6 ลำ จะทำให้เงินส่วนต่างหายไปอีกประมาณ 210 ล้านดอลล่าร์สหรัฐ หรืออาจมากกว่านั้น


ข่าวนี้มติชนมั่วใช่มั้ยอ่ะครับ?


“This deal is extremely important for us in our work with potential Gripen customers. This is a new region of the world where Gripen will be in operation. We are now definitely world leading in the export of the new generation’s fighter aircraft and this confirms Gripen’s future export potential”, says Johan Lehander, Managing Director, Gripen International.

http://www.gripen.com/en/MediaRelations ... 125_th.htm

มติดวยครับ..เขาให้ความเชื่อมั่นแบบนี้แล้วจะมาคิดยำเอาเครื่องมือสองมาให้เราอีกหรอครับแค่คิดก็โง่แล้ว :mrgreen: :mrgreen:



qwerty wrote:จากที่อ่านจาก http://www.gripen.com/en/MediaRelations/News/2008/080211_th_signing.htm ยังไม่เห็นว่ามีตรงไหนที่บอกว่าต้องเพิ่มอีก 800 ล้าน
เพื่อปรับปรุง SAAB-340

แล้วมีคนตอบให้แล้ว http://www.bloggang.com/mainblog.php?id=skyman&month=21-07-2010&group=2&gblog=195


ขอบคุณครับที่นำข้อมูลมาเผยแพร่ให้ทราบโดยทั่วกัน :D :D
TaMongKhon
 
Posts: 926
Joined: Mon Nov 10, 2008 9:06 pm


Re: "ไปไม่รอด".......ราคาเครื่องบินรบที่แพงหูฉี่ในรัฐบาล"คนดี"

Postby นักเรียนตลอดชีพ » Fri Jul 23, 2010 1:30 pm

เรื่องข้อมูลความคุ้มค่า ประสิทธิภาพของเครื่องบิน เห็นเพื่อนๆ หลายท่าน นำมาลงไว้เยอะแล้ว คงไม่เพิ่มเติ่ม มากครับ ... แต่เห็นมีเพื่อนเอาเรื่อง "ซ็อสโค็ดของเครื่อง" มาลง อยากเพิ่มเติมตรงนี้หน่อยครับ ...

ซ็อสโค้ดใช้ในการเพิ่มศักยภาพของเครื่องบิน ให้สามารถทำการรบ และ เพิ่ม เปอร์เซนต์การเอาตัวรอดได้ดีขึ้น ดังนั้นซ็อสโค้ด จึงเป็นสิ่งที่สำคัญมาก ... คุณรู้ไหม F16 ที่เราซื้อจาก อเมริกา เขาไม่เคยให้มากับเราเลย ฉะนั้น เวลา ที่เราอยาก ติดตั้งอุปกรณ์(อาวุธ หรือ ระบบช่วยรบต่างๆ)เราต้องไปขอบริษัทแม่เขา โดยบริษัทแม่ จะของไปที่รบ.ให้อนุมัติก่อน แล้วเราจึงนำเครื่องไปให้เขาจัดการกับซ็อสโค้ด แล้วเราถึงกลับมาติดตั้ง สิ่งที่เราต้องการได้ ถ้าไม่อนุญาติ ก็จบไม่ต้องพูดถึงอีก ......

ตลกไหมครับ ซื้อ เครื่องบิน จ่ายเงินเขาไปแล้ว แต่ถ้าจะแต่งเพิ่ม ต้องกลับไปขออนุญาติ คนขายก่อน (ตกลงมันเครื่องขงใคร วะ :roll: )

เป็นผลให้ เหมือนเราถูก อเมริกา กดหัวอยู่(เหมือนตร.ไทยเลย เป็นตร. แต่ก็เป็นผู้มีอิทธิพลในคนเดียวกัน :lol: )...
User avatar
นักเรียนตลอดชีพ
 
Posts: 1995
Joined: Tue Feb 03, 2009 8:27 pm

Re: "ไปไม่รอด".......ราคาเครื่องบินรบที่แพงหูฉี่ในรัฐบาล"คนดี"

Postby นักเรียนตลอดชีพ » Fri Jul 23, 2010 1:34 pm

อีกประเด็น ที่ผมอยากนำเสนอ คือ...


1.เชื่อว่า มีคำถาม จาก บาบูน ทำไมเราต้องซื้อเครื่องบิน ในราคา แพงแสนแพง เช่นนี้ด้วย ...โลกเดี๋ยวนี้ เขาไม่ใช้กำลังกันแล้ว เสียดายเงิน ฯลฯ ...

คำตอบ คือ เอาไว้ปกป้อง ทรัพยากร และ ผลประโยชน์ของชาติ โดยไม่ต้องรบไงครับ .......กับเพื่อนบ้าน การพูดการจา เจรจาความเมืองอะไร ก็ไม่ต้องกลัวเกรงอกเกรงใจนัก ยกตัวอย่างกรณีที่เห็นเด่นชัดครับ ......

แหล่งน้ำมันในพื้นที่ทับซ้อน ไง...

ทุกวันนี้ แม้แต่ ชาติ ทั้ง6 ที่กพช.ให้สัมปทานไป ยังไม่มี ชาติไหนกล้า เข้ามา ขุดเจาะสำรวจเลย .... คุณ(บาบูนตูดแดง)คิดหรือว่า ถ้าเราไม่มีเรือรบ มูลค่า หมื่นล้าน เครื่องบิน พันล้าน ....ประเทศอื่น เขาจะต้องเกรงใจ เราไปทำไม ... จ่ายเงินไป แสนล้าน กับการปกป้องทรัพยากร มูลค่า ล้านล้าน คุ้มไหม ...


2.บาบูน ก็คงไม่ยอม แล้ว ถามต่อว่า .... ณ สภาพเศรษฐกิจปัจจุบัน มีความจำเป็น อย่ายิ่ง แค่ไหน ที่ต้องซื้อ หรือ ซื้อแพงขนาดนี้ รอไปก่อนไม่ได้รึ ....

คำตอบ เรือรบ และ เครื่องบินรบ อาวุธต่างๆ ไม่ใช่ว่าซื้อมาแล้ว เราจะใช้ได้ อย่างมีประสิทธิภาพเต็มที่เลยครับ ...... ในทางการทหาร มีอยู่คำหนึ่ง เป็น ท็อป ซีเครต ของแต่ละประเทศ ที่จะไม่เปิดเผยให้ประเทศอื่นรู้ คือ "ความพร้อมรบ" .... การเตรียมนักบิน เครื่องบินให้อยู่ในสภาพพร้อม ที่จะสามารถทำการรบได้อย่างมีประสิทธิภาพ ใช้เวลา ไม่ต่ำกว่า 2ปี นะครับ ....

ในขณะที่ เครื่อง F5 ที่จะปลดประจำการ จากกองบิน7 หมดอายุการใช้งานไปแล้ว อีกทั้ง ยังตกยุคไปนานแล้ว บินขึ้นก็ถูกสอยร่วงหมด ... ช่วงเวลา รอยต่อระหว่างเครื่องใหม่ กับเครื่องเก่านี้ คงไม่สามารถยืดออกไปได้ เป็นปีๆ ....... เพราะ หากเกิดการต่อสู้ ขึ้นมาจริงๆ แล้ว ผลของสงคราม สามารถ จบลงได้ ในเวลา แค่ไม่กี่วัน (สมัยสงครามโลกครั้งที่2 เยอรมัน ยึดโปแลนด์ ได้ทั้งประเทศ ในเวลา 7วัน , ในตะวันออกกลาง สงคราม6วัน อิสราเอล เอาชนะ ชาติอาหรับ 6ชาติ ในเวลาเท่านั้น จนบัดนี้ ปาเลสไตน์ ฉนวนกาซา อิศราเอลไม่ไม่ยอมคืนให้ปาเลสไตน์เลย) ....


เห็นอย่างนี้แล้ว คุณว่า แจ๊ส39 แพงไปไหม และควรซื้อได้หรือยัง ... หรือ ลองเอา งบประมาณการทหารที่เราใช้ ไปเปรียบเทียบกับเพื่อนบ้านดูนะครับ แล้วคุณจะรู้ งบประมาณทางทหารของเรา( งบทหาร:GDP ) เราอาจน้อยจนไม่น่าเชื่อเลยด้วยซ้ำ...


"แม้หวังตั้งสงบ จงเตรียมรบให้พร้อมสรรพ"
User avatar
นักเรียนตลอดชีพ
 
Posts: 1995
Joined: Tue Feb 03, 2009 8:27 pm

Re: "ไปไม่รอด".......ราคาเครื่องบินรบที่แพงหูฉี่ในรัฐบาล"คนดี"

Postby qwerty » Fri Jul 23, 2010 1:43 pm

ทุกอย่างมันมีที่มาที่ไปถ้าศึกษาข้อมูลให้ลึกก็จะเข้าใจอะไรมากกว่านี้ ผมมีข้อมูลมาให้อ่านจากบทความของ
คุณสรศักดิ์ สุบงกช (เขียนบทความให้มติชนสุดสัปดาห์...... :o :o :o ) เอามาแค่ link copy มาไม่ได้

JAS39 ความจำเป็นและเหตุผล(1)
http://tacticalthinker.blogspot.com/2009/03/jas39-1.html

JAS39 ความจำเป็นและเหตุผล(2)
http://tacticalthinker.blogspot.com/2009/03/jas39-2.html

JAS39 ความจำเป็นและเหตุผล(3)
http://tacticalthinker.blogspot.com/200 ... s39-3.html
........
User avatar
qwerty
 
Posts: 147
Joined: Wed Apr 28, 2010 1:43 pm

Re: "ไปไม่รอด".......ราคาเครื่องบินรบที่แพงหูฉี่ในรัฐบาล"คนดี"

Postby themagician » Fri Jul 23, 2010 2:25 pm

บาบูนตูดแดง พูดซะเห็นภาพเลยครับ :lol: :lol: :lol:
User avatar
themagician
 
Posts: 6
Joined: Mon May 03, 2010 2:04 pm

Re: "ไปไม่รอด".......ราคาเครื่องบินรบที่แพงหูฉี่ในรัฐบาล"คนดี"

Postby นักเรียนตลอดชีพ » Fri Jul 23, 2010 2:52 pm

themagician wrote:บาบูนตูดแดง พูดซะเห็นภาพเลยครับ :lol: :lol: :lol:


พี่ตู้ เปรียบเทียบไว้ดี ครับ ...
เอกลักษณ์ ของบาบูน(ตูดแดงๆ) ช่างเข้ากันกับ หน้าคนไทยบางกลุ่ม ....

:lol:
User avatar
นักเรียนตลอดชีพ
 
Posts: 1995
Joined: Tue Feb 03, 2009 8:27 pm

Re: "ไปไม่รอด".......ราคาเครื่องบินรบที่แพงหูฉี่ในรัฐบาล"คนดี"

Postby gaan » Fri Jul 23, 2010 3:24 pm

themagician wrote:ทำไมพวกกระบือแดง ถึงได้เอาแต่ข่าวโง่ๆๆๆๆข้อมูลผิดๆๆๆๆ มาอวดความเป็นกระบือได้ตลอดเวลา พอจับได้ก็จะแถถถถถถถถถไปเรื่องอื่นตลอดว่าทำไมเรื่องนี้ไม่พูด เรื่องนี้ไม่แฉ พวกกระบือแดงทั้งหลายเอาเรื่องเดียวให้มันรอดก่อนเถอะ :lol: :lol: :lol: :lol:


ผมไม่เห็นคุณอธิบายให้กระจ่างสักเรื่องที่ชัดเจน เอาแต่ด่าว่าคนอื่น เปรียบตัวเองเป็นควายตลอด

เป็นผู้มีวุฒิภาวะทางอารมณ์ก็จะดี รักนะจุบๆ :lol: :lol:
User avatar
gaan
 
Posts: 221
Joined: Thu Jul 01, 2010 3:24 pm

Re: "ไปไม่รอด".......ราคาเครื่องบินรบที่แพงหูฉี่ในรัฐบาล"คนดี"

Postby paradon » Fri Jul 23, 2010 3:30 pm

Image


Image


Image


ระบบเชื่อมโยงข้อมูลทางยุทธวิธี ระหว่างเครื่องบิน Gripen 39 C/D ในหมู่บิน (Tactical Information Data Link System : TIDLS) และระหว่างเครื่องบิน Gripen 39 C/D กับหน่วยบัญชาการและควบคุม (Ground-to-Air Data Link System : GADLS)

http://gripen.rtaf.mi.th/
" Corruption is the cause of poverty "
User avatar
paradon
 
Posts: 1347
Joined: Mon Mar 23, 2009 4:09 pm

Re: "ไปไม่รอด".......ราคาเครื่องบินรบที่แพงหูฉี่ในรัฐบาล"คนดี"

Postby gaan » Fri Jul 23, 2010 6:14 pm

วันที่ 21 กรกฎาคม พ.ศ. 2553 เวลา 21:49:27 น. มติชนออนไลน์


กมธ.ทหารฯแฉตัวแทนขาย"กริพเพ่น" เจ้าเดียวกับขายเครื่องจีที200 กห.ยันกองทัพไม่มีสิทธิพิเศษซื้ออาวุธ

กมธ.ทหารฯแฉตัวแทนขาย"กริพเพน"ให้ ทอ.เจ้าเดียวกับขายเครื่องจีที 200 ปลัดกลาโหมยันกองทัพไม่ได้รับสิทธิพิเศษจาก รบ.ในการซื้ออาวุธ ทุกอย่างว่าไปตามระบบ ต้องเข้า ครม.เหมือนส่วนราชการอื่นๆ รับขณะนี้ ทบ.กำลังเคลียร์ข้อขัดข้องการจัดหายานเกราะยูเครนกับ สตง.อยู่ อ้างมีการตรวจสอบทุกขั้นตอนแล้วไม่น่ามีการทุจริต

พล.อ.อภิชาต เพ็ญกิตติ ปลัดกระทรวงกลาโหม ให้สัมภาษณ์เมื่อวันที่ 21 กรกฎาคม กรณีกองทัพบกเตรียมผลักดันการจัดซื้อยานเกราะล้อยางจากประเทศยูเครน 2 ล็อตๆแรก จำนวน 96 คัน วงเงินงบประมาณ 4 พันล้านบาทเตรียมเสนอคณะรัฐมนตรี(ครม.)เห็นชอบเร็วๆนี้ และระยะที่สองอีก 121 คัน งบประมาณ 5 พันล้านบาทเตรียมเสนอขอความเห็นชอบในเดือนกันยายนนี้ว่า เป็นระบบเหมือนกับส่วนราชการอื่นๆ กองทัพไม่ได้รับแรงเกื้อหนุนจากรัฐบาลในการจัดซื้ออาวุธยุทโธปกรณ์ต่างๆอย่างเป็นพิเศษแต่อย่างใด ทุกโครงการต้องเข้าครม. และในครม.ก็มีการซักถามกันมาก ทุกอย่างเป็นไปตามขั้นตอนทุกอย่าง เป็นไปตามระเบียบวาระ


"ตอนนี้กองทัพบกกำลังดูแลอยู่และกำลังชี้แจ้งสตง.(สำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน)ในเรื่องปัญหาข้อขัดข้อง ส่วนล็อตที่2 ทราบว่า ขณะนี้อยู่ในขั้นตอนการดำเนินการและอยู่ในระหว่างการเตรียมขออนุมัติหลักการจาก ครม. ซึ่งเชื่อว่า โครงการดังกล่าวไม่น่าจะมีการทุจริต เพราะมีการตรวจสอบทุกขั้นตอน ไม่ใช่เรื่องง่าย"ปลัดกระทรวงกลาโหมกล่าว


ผู้สื่อข่าวถาม การจัดซื้อมีการเปลี่ยนเครื่องยนต์และเกียร์จากสเปคเดิม โดยเครื่องยนต์เปลี่ยนมาใช้ยี่ห้อเบนซ์แทนดอยซ์จะถือว่า ผิดระเบียบการจัดซื้อที่ต้องมีการประมูลใหม่หรือไม่ พล.อ.อภิชาต กล่าวว่า ไม่จำเป็นต้องเปิดประมูลใหม่ แต่ในสาระสำคัญต้องนำเข้าเสนอครม. อีกครั้ง ซึ่งกองทัพบกกำลังดำเนินการในขั้นตอนนี้อยู่ และกำลังพิจารณาว่าขีดความสามารถของเครื่องยนต์ที่จะเปลี่ยนดีกว่าเครื่องที่เคยเสนอไปตั้งแต่แรกหรือไม่ หากดีกว่าหรือเท่าเทียมก็จะมีการเสนอครม.ให้เห็นชอบ ซึ่งไม่ถือว่า เป็นการผิดสัญญา แต่ต้องแก้ไขสัญญาให้สอดคล้อง และขออนุมัติจากครม.


ส่วนการจัดซื้อล็อตแรกยังมีปัญหาแต่ยังมีการดำเนินการจัดซื้อล็อตสองถือว่า ผิดปกติหรือไม่นั้น พล.อ.อภิชาต กล่าวว่า เป็นความต่อเนื่องของงบประมาณ ซึ่งความจำเป็นต้องมีล็อตแรก 96 คันนั้น เป็นเพียงแค่ 1 กองพัน แต่ความต้องการของกองทัพบกคือ 1 กรม คือ ต้องมี 3 กองพัน ดังนั้นต้องมีการจัดหาเพิ่ม ทั้งนี้จำเป็นต้องมีความต่อเนื่องในระบบ เพราะหากจัดซื้อของจากประเทศนี้แล้ว แม้จะมีปัญหาในงบประมาณ แต่หากจัดซื้อจากประเทศอื่นจะมีปัญหาเรื่องการซ่อมบำรุง ซึ่งถือเป็นระบบในการจัดซื้อ ยกตัวอบ่างเช่น เครื่องบินกริพเพนที่ซื้อเฟสแรก 6 ลำ เพราะมีงบประมาณเพียงแค่นั้นจึงจำเป็นต้องซื้อเฟส 2และ3 เพื่อให้เต็มศักยภาพ


ปลัดกระทรวงกลาโหม กล่าวตอบคำถามการจัดซื้อแบบรัฐต่อรัฐเปลี่ยนเป็นการจัดซื้อแบบพิเศษที่กองทัพบกกำหนดความต้องการเพื่อให้บริษัทที่มีคุณสมบัติเข้ามาเสนอตัว ถือเป็นล็อคสเปคให้บริษัทจากยูเครนหรือไม่ว่า ขณะนี้อยุ่ในขั้นตอนการพิจารณา การอนุมัติหลักการในการจัดซื้อ ซึ่งการเสนอคงยังระบุไม่ได้ว่า ในล็อตสองจะเป็นแบบรัฐต่อรัฐหรือการจัดซื้อแบบพิเศษระหว่างหน่วยงานกับบริษัท "ที่มีการมองว่า จะเป็นการล็อคสเปคหรือไม่ เป็นเงื่อนไขที่กองทัพบกต้องชี้แจง"พล.อ.อภิชาตกล่าว


สำหรับคำถาม เหมาะสมหรือไม่ที่กองทัพจัดซื้ออาวุธในช่วงที่งบประมาณของชาติมีน้อย พล.อ.อภิชาต กล่าวว่า "ต้องดูให้ครบถ้วนหลายด้าน เราเห็นความจำเป็นและความขัดข้องงบประมาณของประเทศอยู่ แต่ประเทศรอบบ้านจัดซื้ออาวุธยุทโธปกรณ์ไว้ค่อนข้างมาก บางประเทศอาจไม่จัดซื้อเอง แต่ได้รับการสนับสนุนจากมิตรประเทศที่มีความสัมพันธ์กันอยู่ จึงจำเป็นทีเราต้องทำให้เกิดความสมดุลทางอำนาจให้ได้ จำเป็นต้องดูประเทศรอบบ้าน เราต้องพยายามหาซื้อยุทโธปกรณ์ให้เกิดความสมดุลให้ได้ คือ สิ่งที่กระทรวกลาโหมต้องทำและดูแล"




ขณะที่ การจัดซื้อเครื่องบินขับไล่ ยาส 39 ซี/ดี กริพเพน (JAS 39C/D Gripen) จากประเทศสวีเดน ของกองทัพอากาศ (ทอ.) นั้น คณะกรรมาธิการ (กมธ.) การทหาร สภาผู้แทนราษฎร ที่มี พ.ต.ท.สมชาย เพศประเสริฐ ส.ส.นครราชสีมา พรรคเพื่อไทย (พท.) เป็นประธาน ที่กำลังติดตามเรื่องนี้อยู่นั้น ได้จัดทำเอกสารสรุปผลการตรวจสอบในประเด็นต่างๆ ที่น่าสนใจ นอกจากพบประเด็นการนำอะไหล่เก่า อาทิ ปีกเครื่อง คันเร่ง วิทยุติดต่อ ฯลฯ ของเครื่องกริพเพน โมเดล A เป็นเครื่องบินขับไล่กริพเพนรุ่นแรก ทางการสวีเดนปลดประจำการไปแล้ว มาประกอบเป็นกริพเพน โมเดล C และ D ขายให้กับไทยแล้ว


กมธ.การทหารฯยังพบผลการตรวจสอบต้นทุนการปฏิบัติการและบำรุงรักษา หรือ OM Cost (Operating and Maintainance Cost) ของเครื่องบินกริพเพนเกี่ยวกับการให้ความสนับสนุนด้านอะไหล่ต่างๆ ในระยะแรกหลังซื้อ หากเปรียบเทียบกับการซื้อเครื่องบิน เอฟ 16 จะได้รับค่าการดูแลในเรื่องอะไหล่ที่ยาวนานกว่า โดยข้อมูล OM Cost ของกริพเพน ทางสวีเดนให้ไทยเพียง 2 ปีแรกเท่านั้นในเรื่องการให้การสนับสนุนด้านอะไหล่ต่างๆ จากสวีเดนตามที่ระบุไว้ในสัญญา แต่หลังจาก 2 ปีผ่านไป สวีเดนจะไม่ช่วยเหลือในด้านอะไหล่การซ่อมบำรุงรักษาอีก ส่งผลให้ OM Cost อาจสูงถึง 4-5 แสนบาทต่อ 1 ชั่วโมงบิน หากเทียบกับการซื้อเครื่องบินเอฟ 16 จะมีค่า OM Cost เพียง 323,000 บาทต่อ 1 ชั่วโมงบิน ขณะที่กริพเพนใช้ 344,000 บาทต่อ 1 ชั่วโมงบิน แพงกว่ากัน 20,000 บาทต่อ 1 ชั่วโมงบิน ส่งผลให้ ทอ.ไทยต้องใช้งบประมาณสนับสนุนเพิ่มเติม


นอกจากนี้ ผลสรุปการศึกษาพบประเด็นที่สำคัญ คือ บริษัทซึ่งเป็นตัวแทนจัดหาจากบริษัทกริพเพนเป็นผู้ผลิตจากสวีเดน คือ บริษัท Aviasatcom ซึ่งเป็นบริษัทเดียวที่ได้ประมูลโครงการใหญ่ๆ ใน ทอ.ไทย เช่น โครงการจัดหาเครื่องบินกริพเพน 1 ฝูงบิน (12 ลำ) วงเงิน 35,266 ล้านบาท โครงการ Tactical Data Link วงเงินกว่า 1,000 ล้านบาท โครงการจัดหาจรวดสู่อากาศ IRIS-T ในราคานัดละประมาณ 55 ล้านบาท รวมถึงเครื่องบิน UAV จากประเทศสิงคโปร์ โดยเฉพาะรับงานการจ้างซ่อมคืนสภาพเครื่องบินใน ทอ. รวมถึงเครื่องกริพเพนที่กำลังจัดหาอยู่ในปัจจุบันด้วย นอกจากนี้ยังพบว่าบริษัทดังกล่าวยังเป็นตัวแทนนำเข้าเครื่องตรวจสารระเบิด GT-200 ที่ตกเป็นข่าวในเรื่องประสิทธิภาพการใช้งานให้กับหน่วยราชการไทยอีกด้วย ทั้งนี้เครื่อง GT-200 นำมาใช้ครั้งแรกโดยประจำการในกองทัพอากาศ


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายสเวน เบิร์กมาน นายโจอาชิม ดีย์เวอร์มาร์ก นายเฟรดริก ลอริน ผู้สื่อข่าวและผู้ผลิตรายการโทรทัศน์ จัดทำวิจัยเชิงสืบสวนสอบสวนชื่อ "กริพเพน : เดอะ ซีเครต ดีล" โดยได้รับความร่วมมือจากสถานีโทรทัศน์เอสวีที แห่งสวีเดน (Sveriges Television-SVT) หนังสือพิมพ์การ์เดียนของอังกฤษ และนายโลเวลล์ เบิร์กมาน แห่งมหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย เบิร์กเลย์ สหรัฐอเมริกา เปิดโปงการให้เงินสินบนในการซื้อขายเครื่องบินกริพเพน จำนวน 24 ลำ มูลค่า 3,000 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือราว 96,000 ล้านบาท เมื่อปี 2544 ระหว่างที่นายมิโลส เซมาน เป็นนายกรัฐมนตรี ต่อมางานวิจัยดังกล่าวนำมาเผยแพร่ผ่าน "เอสวีที" ได้รับรางวัลสูงสุดของวิชาชีพหนังสือพิมพ์แห่งสวีเดน


ผลของการรายงานข่าวดังกล่าว ทำให้รัฐบาลหลายประเทศร่วมกันสอบสวนข้อสงสัยการให้สินบนในการซื้อขายเครื่องบินกริพเพน ล่าสุดเมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา สำนักงานอัยการแห่งสาธารณรัฐเช็ก นำคดี "กริพเพน" ที่ตำรวจสั่งยกเลิกไปแล้วเมื่อปี 2552 โดยอ้างหลักฐานมีไม่พอกลับมาสอบสวนอีกครั้งหนึ่ง
User avatar
gaan
 
Posts: 221
Joined: Thu Jul 01, 2010 3:24 pm

Re: "ไปไม่รอด".......ราคาเครื่องบินรบที่แพงหูฉี่ในรัฐบาล"คนดี"

Postby qwerty » Fri Jul 23, 2010 7:01 pm

ผมเข้าไปดูในเว็บของ SAAB เขามีสำนักงานที่กรุงเทพฯ มี sale เป็นตัวเป็นตนแล้วเขาจะขายผ่าน Aviasatcom ทำไม.... :?:
http://www.saabgroup.com/en/About-Saab/Global-contacts/
มีข้อมูลอะไรยืนยันไหมว่าขายผ่าน aviasatcom แล้วเครื่อง JAS39 เราซื้อแบบ G2G (รัฐบาลกับรัฐบาล)มันก็ไม่เกี่ยวอะไรกับ aviasatcom อยู่แล้ว
พยายามจะลากมาให้เกี่ยวกันใช่ไหม

Bangkok, Saab International Thailand
Thailand
P.O Box Klongtoey 17th floor, Unit 1705, One Pacific Place, 140 Sukhumvit Road 10110 Bangkok, Thailand
Phone: +66 2 653 2650
Fax: +66 2 653 2653
E-mail
Sales
Peter Temander
Phone: +66 2 653 26 50-2
Mobile phone: +66 1 822 1340
........
User avatar
qwerty
 
Posts: 147
Joined: Wed Apr 28, 2010 1:43 pm

Re: "ไปไม่รอด".......ราคาเครื่องบินรบที่แพงหูฉี่ในรัฐบาล"คนดี"

Postby tonemai500 » Fri Jul 23, 2010 7:41 pm

qwerty wrote:gaan ชอบปี้เค้ามาผมก็ปี้มาให้ gaan อ่าน
http://atcloud.com/stories/72410

คำถาม ไขทุกข้อสงสัย...ทำไมต้อง JAS-39 Gripen

บทความ เนื้อเรื่อง หรือ คำอธิบาย โดยละเอียด
Gripen เหมาะสมที่สุดใช่ไหม?
ตอบ: คงบอกไม่ได้ว่าเหมาะสมที่สุด เพราะผู้เขียนก็ไม่ได้ไปบินมากับมือ แตกต่างจากกองทัพอากาศที่ไปบินมาแล้วทั้งสามแบบ แต่เท่าที่กล่าวได้คือเห็นด้วย เพราะ Gripen ก็เป็นเครื่องบินที่ดีที่สุดเท่าที่เราจะซื้อได้แล้วในสถานภาพเศรษฐกิจของ เราขณะนี้ เพราะเครื่องบินที่ดีกว่านี้ก็มี แต่เราไม่มีความสามารถที่จะจัดหามาใช้งานเนื่องจากราคาสูง

Su-30MKIT บินได้ไกล บรรทุกอาวุธได้มาก ความคล่องตัวยอดเยี่ยม ราคาไม่สูงมาก ทำไมไม่ซื้อ?
ตอบ: บางที่การจัดซื้ออาวุธก็ดูแต่ของที่ดีที่สุดหรือไม่อย่างเดียวไม่ได้ จำเป็นต้องดูว่าเข้ากับเราและเหมาะสมกับเราหรือไม่ กองทัพอากาศไทยเป็นกองทัพอากาศที่ใช้อาวุธมาตราฐานนาโต้ ทำให้การใช้ Su-30 นั้นไม่เข้ากับระบบของเราที่ใช้อาวุธมาตราฐานนาโต้ เราจำเป็นต้องจัดหาอาวุธ และจัดตั้งสายการส่งกำลังบำรุงใหม่ จัดซื้ออุปกรณ์สนับสนุนภาคพื้นดินใหม่ อีกทั้ง Su-30 ยังต้องเสียค่าใช้จ่ายในการบำรุงรักษาเป็นจำนวนมาก คือมากกว่า 2 เท่าของ F-16 และมากกว่า Gripen 4 เท่า ทั้งยังต้องเข้าคิวรอการผลิตนาน เพราะตอนนี้รัสเซียต้องผลิตเครื่องบินให้แอลจีเรีย อินโดนิเซีย อินเดีย ฯลฯ รวมมากกว่า 100 ลำ

ทำไมจึงไม่ ซื้อ F-16?
ตอบ: แม้ว่ากองทัพอากาศไทยจะมี F-16 เป็นจำนวนถึง 59 ลำ และใช้งานได้อย่างคุ้นเคย โดยกองทัพอากาศปฏิบัติงานกับ F-16 มามากกว่า 20 ปี แต่ F-16 ของกองทัพอากาศก็ไม่เคยประสบอุบัติเหตุตกเลย ซึ่งมีน้อยกองทัพที่จะสามารถทำได้ แต่เมื่อเทียบข้อเสนอในครั้งนี้แล้วนั้น Gripen มีข้อเสนอที่ดีกว่า
ในจำนวนเงิน 34,000 ล้านบาทนั้น ถ้าเราจัดซื้อ F-16 เราจะจัดหา F-16C/D Block 50/52+ ได้จำนวน 12 ลำ พร้อมอาวุธ การสนับสนุน อะไหล่ และการฝึก แต่ถ้าเราจัดซื้อ Gripen เราจะได้รับ Gripen จำนวน 12 ลำ เครื่องบินความคุมและแจ้งเตือนล่วงหน้า (AEW&C) แบบ S-100B Argus จำนวน 2 ลำ เครื่องบินลำเลียง Saab 340 จำนวน 1 ลำ อาวุธปล่อยต่อต้านเรือรบ RBS-15 สถานีเรด้าร์ภาคพื้นดิน 3 สถานี กองทัพอากาศจะได้รับการถ่ายทอดเทคโนโลยีพร้อมการเข้าถึง Source Code ของโปรแกรมในเครื่อง และทุนการศึกษาสำหรับนักเรียนนายเรืออากาศไทย
นอก จากค่าใช้จ่ายในการปฏิบัติการของ Gripen ที่ต่ำกว่า F-16 ราวครึ่งหนึ่งแล้ว เรายังสามารถได้รับ Gripen ทันเวลาที่ F-5B/E จะปลดประจำการในปี 2554 ในขณะที่ F-16 ยังมีคิวการผลิตก่อนหน้าเราอีกเป็นจำนวนมาก

การถ่ายทอดเทคโนโลยีสำคัญอย่างไร?
ตอบ: ถ้าเราได้รับเทคโนโลยี เราก็จะสามารถเรียนรู้ที่จะเป็นได้มากกว่าผู้ใช้ธรรมดา นั้นคือสามารถเข้าใจระบบการทำงานในเครื่องบินได้ ทั้งนี้ สหรัฐไม่มีนโยบายในการถ่ายทอดเทคโนโลยีให้กับไทย และแม้แต่พันธมิตรที่ใกล้ชิดที่สุดของสหรัฐก็จะไม่ได้รับการถ่ายทอด เทคโนโลยีให้ทั้งหมด ดังเช่นในกรณีการจัดซื้อเฮลิคอปเตอร์โจมตีของตุรกี ที่เบื้องต้นตุรกีเลือกเฮลิคอปเตอร์ของสหรัฐ แต่สหรัฐไม่สามารถถ่ายทอดเทคโนโลยีให้ตามข้อกำหนดของตุรกีได้ ทำให้โครงการต้องล้มเลิกไป และเมื่อเริ่มโครงการใหม่ ตุรกีก็เลือกที่จะไปจัดหาเฮลิคอปเตอร์ของยุโรป ทำให้โครงการต้องใช้เวลานานกว่า 12 ปี จึงจะได้แบบของเฮลิคอปเตอร์ที่จะเข้าประจำการ

การได้ รับ Source code สำคัญเพียงไรและจำเป็นแค่ไหน?
ตอบ: การเข้าถึง Source Code หรือรหัสในการพัฒนาโปรแกรมนั้น จะทำให้กองทัพอากาศสามารถปรับแต่งแก้ไขเครื่องบินให้เหมาะสมกับความต้องการ ในอนาคตของกองทัพอากาศได้ ทั้งนี้ ยังเอื้ออำนวยให้กับการวิจัยและพัฒนาอาวุธใหม่ ๆ ของกองทัพอากาศที่จะนำมาติดตั้งกับ Gripen ได้ เนื่องจากอาวุธต่าง ๆ นั้นจำเป็นต้องมีการสื่อสารกับเครื่องบิน ซึ่งถ้าเราไม่สามารถปรับแก้โปรแกรมได้ การติดตั้งก็จะมีอุปสรรค
กรณี ศึกษาของเรื่องนี้คือ กองทัพอากาศได้พัฒนาระบบปีก Long Shot ซึ่งสามารถติดตั้งกับระเบิด GBU-10 ที่กองทัพอากาศมีใช้งานอยู่ได้ ระบบปีกนี้จะทำให้ระเบิดร่อนไปได้ไกลขึ้น ทำให้เครื่องบินไม่ต้องเข้าไปใกล้เป้าหมายมากนัก จึงไม่ต้องเสี่ยงกับการถูกต่อต้านโดยระบบอาวุธต่อสู้อากาศยาน แต่กองทัพอากาศก็ไม่สามารถใช้งานระบบนี้ได้เนื่องจากกองทัพอากาศไม่สามาถแก้ ไข้โปรแกรมของ F-16 ซึ่งจะต้องติดตั้งระบบการเล็งและการปล่อยอาวุธชนิดนี้

ทำไม ในปี 2549 จึงต้องยกเลิกการจัดหา Su-30MKIT?
ตอบ: การจัดซื้อในช่วงนั้นมีข้อเป็นห่วงถึงความไม่โปร่งใสที่อาจจะเกิดขึ้นใน กระบวนการจัดซื้อ ประกอบกับการเจรจาการค้าแบบ Barter Trade ประสบปัญหาและไม่เป็นไปตามความคาดหวัง เนื่องจากสัญญามีมูลค่าสูง และทางผู้ผลิตแต่ละรายก็ไม่เต็มใจนักที่จะแลกเปลี่ยนสินค้าเกษตรเต็มจำนวน ประกอบกับข้อกำหนดและปัญหามากมาย ทั้งนี้ แม้แต่มาเลเซียซึ่งเป็นผู้ผลิตน้ำมันปาล์มรายใหญ่ของโลก ยังสามารถเจรจา Barter Trade ในการจัดซื้อ Su-30MKM กับรัสเซียได้เพียง 1 ใน 3 ของมูลค่าทั้งหมดเท่านั้น

กองทัพอากาศจัดหา เครื่องบินจากสวีเดน จะทำให้สหรัฐคว่ำบาตรการค้าอาวุธกับไทย?
ตอบ: Gripen เป็นเครื่องบินที่สามารถใช้อาวุธได้หลากหลาย ทั้งของสหรัฐ ยุโรป สวีเดน หรืออิสราเอล ซึ่งอันที่จริงประเด็นนี้ไม่น่าจะก้าวไปถึงขั้นการคว่ำบาตรการค้าอาวุธ เนื่องจากสวีเดนก็เป็นมิตรประเทศที่สหรัฐนำเข้าและส่งออกอาวุธให้เสมอ และยังมีความสัมพันธ์ทางการเมืองที่ดีต่อกัน แต่ทั้งนี้ ถ้ารัฐบาลสหรัฐจะทำการคว่ำบาตรจริง ก็เชื่อว่าทางบริษัทผู้ผลิตอาวุธจะต้องทำการกดดันให้รัฐบาลสหรัฐอนุญาตให้ตน ขายอาวุธให้กับไทย เนื่องจากไทยไม่ใช่ศัตรูของสหรัฐ ทั้งยังเป็นพันธมิตรสำคัญนอกนาโต้อีกด้วย และมูลค่าในการขายอาวุธแต่ละครั้งก็สูง ซึ่งถ้าสหรัฐไม่ขายก็จะทำให้ตนเองเสียโอกาสและเสียตลาด และจะยิ่งเป็นการผลักให้ไทยลดการจัดหาอาวุธจากสหรัฐไปหาผู้ผลิตรายอื่นเช่น ยุโรป หรืออิสราเอลมากขึ้น
ในกรณีนี้เคยเกิดขึ้นเมื่อรัฐบาลไทยต้องการ จัดหา F-16A/B ฝูงแรก ซึ่งสหรัฐไม่ยอมขายให้ อันเนื่องมาจากมีประสบการณ์ในการขายอาวุธที่ทันสมัยให้กับอิหร่าน แต่เมื่ออิหร่านเกิดการเปลี่ยนแปลงทางการเมือง ทำให้อาวุธเหล่านั้นตกอยู่ในมือสหภาพโซเวียต สหรัฐจึงเสนอให้ไทยจัดซื้อ F-16/79 ซึ่งเป็น F-16 รุ่นที่ถูกลดประสิทธิภาพลง แต่ทางบริษัทผู้ผลิต F-16 ทำการกดดันรัฐบาลสหรัฐอย่างหนัก และไทยก็เรียกร้องให้สหรัฐขาย F-16A/B ให้ จนในที่สุดสหรัฐจึงต้องยอมขาย F-16A/B ให้แทน F-16/79 ที่มีประสิทธิภาพต่ำกว่า

Gripen มีจำนวนการประจำการเพียงราว 150 ลำ ในขณะที่ F-16 และเครื่องบินตระกูล Su-30 มีประจำการทั้งโลกมากกว่าพันลำ จะทำให้มีปัญหาด้านอะไหล่หรือไม่?
ตอบ: ปัญหาอาจจะเกิดขึ้นได้ แต่ในอดีตสวีเดนก็เคยผลิตและจำหน่ายเครื่องบิน J-35 Darken ซึ่งมีผู้ใช้อยู่หลายประเทศ และก็ได้รับการสนับสนุนอะไหล่มากกว่า 30 ปี ในปัจจุบัน Gripen มีผู้ใช้คือสวีเดน เช็ค ฮังการี แอฟริกาใต้ และไทยเป็นประเทศต่อไป ซึ่งยังมีประเทศที่ให้ความสนใจ Gripen มากอีกหลายประเทศเช่นโครเอเชีย โรมาเนีย สโลเวเนีย สวิสเซอร์แลนด์ (Gripen เป็นตัวเต็ง) มีความต้องการรวมกันเกือบ 80 ลำ ทำให้ยังมีความหวังว่าในอนาคตจะมีประเทศที่จะจัดหา Gripen ไปใช้งานเพิ่มเติม อีกทั้งทางสวีเดนยังลงทุนพัฒนา Gripen รุ่นใหม่ ๆ อย่างต่อเนื่อง ทั้งการพัฒนา Gripen ในมาตราฐาน NG หรือการพัฒนา Gripen-N และ Gripen-DK สำหรับนอร์เวย์และเดนมาร์คตามลำดับ ซึ่งยังทำให้ Gripen มีอนาคตในตลาดโลกอยู่

การจัดซื้อโปร่งใสหรือไม่?
ตอบ: โดยหลักการแล้วการจัดซื้อระบบ G2G ก็ไม่น่าจะมีค่าคอมมิชชั่นที่ผิดกฏหมาย และประเทศสวีเดนเองก็ได้ชื่อว่าเป็นประเทศที่มีอัตราการคอร์รัปชั่นต่ำมาก ทำให้เจ้าหน้าที่ของสวีเดนไม่สามารถติดสินบนเจ้าหน้าที่ไทย ซึ่งอาจจะทำให้รัฐบาลสวีเดนมีความผิดและต้องรับผิดชอบทางการเมืองได้ นอกจากนั้นจากการศึกษาราคาของ Gripen ในอดีตเปรียบเทียบกับราคาที่เราซื้อแล้ว พบว่าไม่มีความแตกต่างกันอย่างมีนัยยะสำคัญ แต่ทั้งนี้ เราก็ควรจะต้องช่วยกันตรวจสอบถ้าพบความผิดปกติต่าง ๆ ที่อาจจะเกิดขึ้นได้

จำนวน ที่จัดหา 12 ลำเพียงพอหรือไม่?
ตอบ: อันที่จริงจำนวนเพียง 12 ลำนั้นไม่เพียงพอ เพราะอัตราฝูงบินของกองทัพอากาศนั้น กำหนดให้มีเครื่องบิน 16 - 18 ลำต่อ 1 ฝูงบิน แต่ทั้งนี้ เนื่องจากสภาพเศรษฐกิจ จึงจำเป็นต้องจัดหามาในเบื้องต้นก่อนจำนวน 12 ลำ

แทน ที่จะจัดหาเครื่องบินมาทดแทน ทำไมจึงไม่ยุบฝูงบินลงไป?
ตอบ: อัตราฝูงบิน ณ ปัจจุบันนี้ เป็นอัตราความต้องการที่ต่ำที่สุดที่กองทัพอากาศจะสามารถดำรงขีดความสามารถ ในการป้องกันประเทศได้ ถ้าฝูงบินถูกลดลงต่ำไปกว่านี้ จะทำให้เกิดปัญหาในการปฏิบัติการ ทั้งนี้ กองทัพอากาศก็เคยลดอัตราของฝูงบินลงมาแล้วครั้งหนึ่งจำนวนกว่า 12 ฝูงบินเหลือ 24 ฝุงบินในปัจจุบัน และมีฝูงบินขับไล่เพียง 5 ฝูง ฝูงบินโจมตี 3 ฝูงเท่านั้น


ในอนาคต เทคโนโลยีตรวจจับได้ยาก (Stealth) จะเข้ามามีบทบาท ทำไมจึงไม่รอเทคโนโลยีนี้ก่อน?
ตอบ: อย่างที่ได้เรียนไป F-5 ของกองทัพอากาศนั้นจำเป็นต้องปลดประจำการในอีกไม่นาน ในขณะที่เครื่องบินที่มีเทคโนโลยีตรวจจับได้ยากที่เราสามารถจัดหาได้ก็คือ F-35 นั้น จำเป็นต้องรอนานจนถึงปี 2020 - 2030 เนื่องจากโครงการประสบปัญหาล่าช้า และประเทศไทยไม่ได้เข้าร่วมวิจัยและพัฒนา จึงทำให้ไม่ได้รับคิวในการจัดซื้อก่อน ทำให้ช่วงนี้กำลังทางอากาศจะขาดหายไปมาก อีกทั้ง เทคโนโลยียังมีการพัฒนาตลอดเวลา เมื่อถึงวันที่เราสามารถจัดหาเครื่องบินที่มีเทคโนโลยีตรวจจับได้ยากได้ ก็จะมีเทคโนโลยีใหม่เข้ามาอยู่ดี ฉะนั้นถ้ากองทัพอากาศต้องรอเทคโนโลยีในอนาคตทุกครั้ง ก็จะต้องรอต่อไปไม่มีที่สิ้นสุด

เราจะมั่นใจได้อย่าง ไรว่า Gripen จะสามารถต่อสู้กับเครื่องบินของข้าศึกได้?
ตอบ: แม้ว่า Gripen จะไม่ใช่เครื่องบินที่ดีที่สุด แต่ก็ถือว่าเป็นเครื่องบินที่ทันสมัยและใช้เทคโนโลยีล่าสุดของการบินทางทหาร เช่นกัน ทั้งนี้ ในการรบจริงนั้น ปัจจัยในการชนะหรือแพ้ไม่ได้ขึ้นอยู่กับเทคโนโลยีที่เหนือกว่าเพียงอย่าง เดียว หากแต่อยู่ที่การฝึก ความคุ้นเคย ยุทธวิธี และความชำนาญในตัวเครื่องบินของนักบินเอง ซึ่งกองทัพอากาศไทยมีการฝึกกับกองทัพชั้นนำของโลกเสมอ ๆ เช่นกองทัพอากาศสหรัฐ กองทัพเรือสหรัฐ นาวิกโยธินสหรัฐ กองทัพอากาศออสเตรเลีย กองทัพอากาศอังกฤษ กองทัพอากาศฝรั่งเศส กองทัพอากาศสิงคโปร์ ฯลฯ ในการฝึกต่าง ๆ เช่น Cope Tiger, Cobra Gold, Picth Black ฯลฯ ซึ่งเชื่อว่าจะสามารถสร้างความชำนาญให้กับนักบินไทยได้ไม่ยากนัก


คุณ gaan ฝากมาบอกว่า อ่านแล้วไม่เข้าใจ มันไม่สนับสนุนความคิดของคนเสื้อแดง เหตุผลแบบนี้ผมไม่เข้าใจ ต้องบอกว่าทักษิณเป็นคนดีอย่างไม่มีเหตุผล ผมจึงจะเข้าใจ ศาลสองมาตรฐานเพราะติดสินให้ทักษิณผิด หลักฐานเหตุผลไม่ต้องคำนึง ทักษิณไม่ผิดยังไงก็ไม่ผิด ไม่ต้องพิจารณาใดๆทั้งสิน ทักษินไม่ผิดได้ยินไหม ทักษิณไม่ผิดยังไงก็ไม่ผิด หลักฐานไม่ต้องมาอ้างหรอก ยังไงทักษิณก็ไม่ผิด
User avatar
tonemai500
 
Posts: 69
Joined: Mon May 03, 2010 7:35 pm

Re: "ไปไม่รอด".......ราคาเครื่องบินรบที่แพงหูฉี่ในรัฐบาล"คนดี"

Postby TaMongKhon » Fri Jul 23, 2010 9:08 pm

tonemai500 wrote:คุณ gaan ฝากมาบอกว่า อ่านแล้วไม่เข้าใจ มันไม่สนับสนุนความคิดของคนเสื้อแดง เหตุผลแบบนี้ผมไม่เข้าใจ ต้องบอกว่าทักษิณเป็นคนดีอย่างไม่มีเหตุผล ผมจึงจะเข้าใจ ศาลสองมาตรฐานเพราะติดสินให้ทักษิณผิด หลักฐานเหตุผลไม่ต้องคำนึง ทักษิณไม่ผิดยังไงก็ไม่ผิด ไม่ต้องพิจารณาใดๆทั้งสิน ทักษินไม่ผิดได้ยินไหม ทักษิณไม่ผิดยังไงก็ไม่ผิด หลักฐานไม่ต้องมาอ้างหรอก ยังไงทักษิณก็ไม่ผิด


:lol: :lol: :lol: :lol: :lol: :lol: :lol: :lol: :lol: :lol: :lol: :lol: :lol: ...ok ผิด.... :mrgreen:
TaMongKhon
 
Posts: 926
Joined: Mon Nov 10, 2008 9:06 pm

Re: "ไปไม่รอด".......ราคาเครื่องบินรบที่แพงหูฉี่ในรัฐบาล"คนดี"

Postby qwerty » Sat Jul 24, 2010 8:12 am

นั่นซินะผมลืมไปทักษิณไม่ผิดไม่ต้องการเหตุผล ศาลสองมาตรฐาน อำมาตย์ พันธมิตรปิดสนามบิน
........
User avatar
qwerty
 
Posts: 147
Joined: Wed Apr 28, 2010 1:43 pm

Re: "ไปไม่รอด".......ราคาเครื่องบินรบที่แพงหูฉี่ในรัฐบาล"คนดี"

Postby numkorat » Sat Jul 24, 2010 8:34 am

คงจำกันได้สมัย พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร นั่งเก้าอี้นายกรัฐมนตรีของประเทศไทย จะใช้เครื่องบินรุ่น A319 CJ ที่ชื่อว่า "ไทยคู่ฟ้า" เป็นพาหนะคู่กาย ไม่ว่าจะเดินทางไปราชการต่างประเทศหรือต่างจังหวัด

จนมีคนเปรียบเปรยว่า "ไทยคู่ฟ้า" เหมือน "แอร์ฟอร์ซวัน" ของประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา

เครื่องบิน "ไทยคู่ฟ้า" ลำนี้ ใช้ตราสัญลักษณ์ของสำนักนายกรัฐมนตรีติดไว้ที่ตัวเครื่องบิน และประจำการอยู่ในฝูงบิน 602 กองบิน 6 กองทัพอากาศ

แต่หลังปฏิบัติการยึดอำนาจรัฐบาลทักษิณเมื่อวันที่ 19 กันยายนที่ผ่าน คณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติ (คมช.) ได้ปรับเปลี่ยนภารกิจเครื่องบิน "ไทยคู่ฟ้า" ถูกลดบทบาทเป็นเพียงเครื่องบินลำเลียงทั่วไป

มีภารกิจบินรับส่งบุคคลสำคัญ (วีไอพี) ไม่เฉพาะนายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรีเหมือนที่ผ่านมา

นอกจากนี้ ยังให้มีการเปลี่ยนชื่อจาก "ไทยคู่ฟ้า" มาเป็นเครื่องบินลำเลียงแบบที่ 15 (แอร์บัส 319) และชื่อย่อ บ.ล.15 เหมือนเครื่องบินทั่วไปของกองทัพอากาศ และนำตราสัญลักษณ์ของสำนักนายกรัฐมนตรีที่ติดอยู่ที่ตัวเครื่องออกไป เพื่อให้สอดคล้องกับภารกิจของเครื่องบินลำอื่นๆ ที่สังกัดของกองทัพอากาศ โดยให้ประจำการที่ฝูงบิน 602 เช่นเดิม ซึ่งเป็นฝูงบินสำหรับเก็บรักษาเครื่องบินที่ใช้ในภารกิจรับส่งบุคคลสำคัญ

ภายในห้องผู้โดยสารเครื่องบินลำนี้ออกแบบอย่างหรูหรา โดยมีการปรับขนาดจากเครื่องบิน 151 ที่นั่ง ให้เหลือเพียง 36 ที่นั่ง เพื่อความสะดวกสบาย

แบ่งเป็นส่วนของห้องพักนายกรัฐมนตรี ที่มีห้องอาบน้ำแบบฝักบัว มีที่นั่งยาวขนาดโซฟาตัวเขื่อง 3 ที่นั่ง สามารถปรับเป็นเตียงนอนได้ พร้อมที่นั่งแบบวีไอพี 2 ที่นั่งในฝั่งตรงข้าม จากนั้นเป็นห้องประชุมขนาด 6 ที่นั่ง แบ่งเป็นฝั่งขวา 4 ที่นั่ง ฝั่งซ้าย 2 ที่นั่ง มีโต๊ะอยู่ตรงกลาง

ถัดไปจะเป็นห้องพักนายทหารติดตามระดับนายพล และมีส่วนสำหรับผู้ติดตามซึ่งเป็นที่นั่งแบบชั้นธุรกิจ 12 ที่นั่ง และแบบประหยัดอีก 12 ที่นั่ง ภายในเครื่องบินลำนี้ถูกตกแต่งอย่างหรูหรา สไตล์สีเอิร์ธโทน (สีธรรมชาติ เช่น สีขาว สีเนื้อ) มีระบบการสื่อสารที่ทันสมัย สามารถติดต่อได้กับทุกน่านฟ้า และมีเครื่องวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ โดยการสื่อสารภายในจะเชื่อมต่อกับระบบดาวเทียมทำให้ใช้โทรศัพท์มือถือได้ตลอดเวลา

ทั้งนี้ เครื่องบิน "ไทยคู่ฟ้า" ถือกำเนิดจากมติ ครม.วันที่ 22 กรกฎาคม 2546 ให้ทำการจัดซื้อเครื่องบินแอร์บัส 319 ด้วยการแลกเปลี่ยนเฮลิคอปเตอร์ซุปเปอร์พูม่า MK2 จำนวน 2 ลำ มูลค่า 21 ล้านเหรียญสหรัฐ เพื่อแลกกับเครื่องบินลำดังกล่าวในราคา 51 ล้านเหรียญสหรัฐ ซึ่งส่วนต่าง 30 ล้านเหรียญสหรัฐ คณะรัฐมนตรีมีมติให้เป็นงบฯผูกพันปี 2546 จำนวน 109 ล้านบาท และปี 2547 จำนวน 1.117 พันล้านบาท

สำหรับสมรรถนะของเครื่องบินแอร์บัส 319 จากค่ายผู้ผลิตฝรั่งเศสนี้ ใช้เครื่องยนต์ International Aero Engines IAEV2527M-A5CFM International CFM56 turnofans ให้แรงขับ 118 kN (26,500 lb) จำนวน 2 เครื่อง ความเร็วเดินทางสูงสุด Mach 0.82 เพดานบินสูงสุด 41,000 ฟิต อัตราไต่ 23 นาที สู่ระดับความสูง 37,000 ฟิต น้ำหนักวิ่งขึ้นสูงสุด 75,500 กิโลกรัม น้ำหนักตัวเปล่า 58,515 กิโลกรัม ขนาดปีกกลาง 33.91 เมตร ลำตัวยาว 33.80 เมตร ความสูง 11.80 เมตร พื้นที่ปีก 122.4 ตารางเมตร เป็นเครื่องบินที่มีการติดตั้งถังน้ำมันเพิ่มเติมบริเวณกลางลำ เพื่อให้บินไกลขึ้นกว่าเดิม

(มติชน 21 ต.ค.49)
http://www.matichon.co.th/matichon/mati ... 2006/10/21

จาก : คนเก็บข่าว - 21/10/2006 14:36

Image
Image
ฝากดูลำนี้ด้วยมูลค่า 2200 ล้านบาท เอางบที่ไหนซื้อมาประดับบารมี "หิ่งห้อยน้อย สู้แสงไฟ"
แดง+เหลือง+เขียว+น้ำเงิน= สี-มัค-คา(สามัคคี)]
User avatar
numkorat
 
Posts: 745
Joined: Mon Nov 30, 2009 6:45 pm

Re: "ไปไม่รอด".......ราคาเครื่องบินรบที่แพงหูฉี่ในรัฐบาล"คนดี"

Postby TaMongKhon » Sat Jul 24, 2010 6:07 pm

คุณ numkorat อย่าเอามาปนสิ ...นี้เครื่องบิน JAS-39 Gripen นะครับ :D

เดียวมีคนเขามาอ่านแล้วเข้าใจผิด

ตัวอย่างกระทู้ "รถหุ้มเกราะไม่มีเครื่องก็ซื้อ" จับยำเครื่องใส่กันได้อีกนะ :lol: :lol: :lol: :lol: :lol:

http://forum.serithai.net/viewtopic.php?f=2&t=26730

TaMongKhon wrote:
JKBT wrote:ไม่ต้องห่วงครับ กองทัพคำนวนไว้แล้ว เอาเครื่องกริพเพนที่มีอ๊อฟพงษ์พัฒน์ เอ๊ยอ๊อปชั่นมากมายมาใส่แทน ทีนี้รถหุ้มเกราะของกองทัพไทยก็สามารถบินได้ อริราชศรัตรูก็จะกลัวกันขาสั่น :mrgreen: :mrgreen:



:lol: :lol: :lol: :lol: :lol: :lol: :lol: :lol:

ใส่ด้วยกันได้ด้วย ชอบๆ นำเสนอดี

:lol: :lol: :lol: :lol: :lol: :lol: :lol: :lol:
TaMongKhon
 
Posts: 926
Joined: Mon Nov 10, 2008 9:06 pm

Re: "ไปไม่รอด".......ราคาเครื่องบินรบที่แพงหูฉี่ในรัฐบาล"คนดี"

Postby buddy_th » Sun Jul 25, 2010 6:58 pm

Grimmy wrote:
วันที่ 21 กรกฎาคม พ.ศ. 2553 เวลา 09:13:04 น. มติชนออนไลน์
กมธ.ทหารแฉพบพิรุธอื้อซื้อ"กริพเพน" เครื่องเปล่าไร้เขี้ยวเล็บ กองทัพเล็งรถเกราะยูเครนอีก 121 คัน
“กมธ.การทห.” สอบพบพิรุธซื้อ “กริพเพน” ได้แต่เครื่องเปล่าไร้เขี้ยวเล็บ

ผู้สื่อข่าว “มติชน” รายงาน ว่า เมื่อเร็วๆนี้ คณะกรรมาธิการ(กมธ.)การทหาร สภาผู้แทนราษฎร ที่กำลังติดตามโครงการการจัดซื้อเครื่องบินขับไล่ ยาส 39ซี/ดี กริพเพน (JAS 39C/D Gripen) จากประเทศสวีเดน ของกองทัพอากาศ ได้จัดทำเอกสารสรุปผลการพิจารณาสอบในประเด็นต่างๆเกี่ยวกับความไม่โปร่งใสใน การดำเนินงาน ดังนี้ โครงการจัดหาในระยะแรกจำนวน 6 ลำ วงเงิน 1.9 หมื่นล้านบาท ได้ดำเนินการแล้ว โดยเหลือการจัดหาระยะที่ 2 อีกจำนวน 6 ลำ วงเงิน 1.6 หมื่นล้านบาท โดยพบว่าการจัดหาในระยะแรกประกอบด้วย เครื่องบิน Gripen (Model C นั่งได้ 1 ที่นั่ง) จำนวน 2 ลำ ราคาลำละ 1,650 ล้านบาท เครื่องบิน Gripen (Model D นั่งได้ 2 ที่นั่ง) จำนวน 4 ลำ ราคาลำละ 2,015 ล้านบาท


ไหงก่อนหน้านี้ มติชนบอกว่าลำตั้ง 2800 ล้าน

"โรมาเนียชำระหนี้ 15 ปี ด้วยดอกเบี้ยต่ำ ของไทยชำระเงินสด" เขียนแค่เนี้ย พูดไม่หมดนิ

ของไทยหนะ แบ่งชำระ10 ปี แบบปลอดดอกเบี้ย และจ่ายเป็นเงินบาทไม่ต้องกังวลเรื่องอัตราแลกเปลี่ยน
User avatar
buddy_th
 
Posts: 1
Joined: Thu May 20, 2010 8:19 pm

Previous

Return to สภากาแฟ



cron