“คำนูณ” ชี้เลื่อนพระวิหารแค่ซื้อเวลา ย้ำต้องเลิก MOU ระวังเขมรแค้นหนุนแดงป่วน!!
โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 30 กรกฎาคม 2553 12:17 น.
“ส.ว.คำนูณ” ชี้มรดกโลกเลื่อนพิจารณาพระวิหารไป 1 ปีแค่ซื้อเวลา รอดูรัฐทำยังไงต่อ เชื่อเจรจาเขมรไม่มีทางได้ผล แนะเลิกเอ็มโอยู 43 ชี้เป็นมรดกแห่งความขัดแย้งไม่สิ้นสุด ยันผลักดันชาวกัมพูชาพ้นเขตทับซ้อนแค่รักษาอธิปไตย ระวัง “ฮุนเซน” แค้นให้ที่พักพิงหนุนแดงป่วนชาติเพิ่ม ซ้ำสร้างวิกฤตชายแดน หวั่นปีหน้าได้รัฐบาลแดง อาจทำเหมือนสมัย “นพเหล่” เตือนสติรัฐทำอะไรไปต้องรับผิดชอบในอนาคต
วันนี้ (30 ก.ค.) ที่บ้านพระอาทิตย์ นายคำนูณ สิทธิสมาน ส.ว.สรรหา ให้สัมภาษณ์กับเอเอสทีวีผู้จัดการออนไลน์ ถึงกรณีที่ประชุมคณะกรรมการมรดกโลกมีมติให้เลื่อนการพิจารณาแผนบริหารจัดการพื้นที่ปราสาทพระวิหารตามที่ประเทศกัมพูชาเสนอออกไปเป็นการประชุมครั้งหน้าที่ประเทศบาห์เรน ในปี 2554 ว่า ตนเห็นว่าจะเป็นการซื้อเวลาไปอีก เหมือนกับที่รัฐบาลชุดนี้ซื้อเวลาในเรื่องการตั้งคณะกรรมการปฏิรูป สมัชชาปฏิรูป ซึ่งใช้เวลาถึง 2-3 ปี การที่คณะกรรมการมรดกโลกเลื่อนการพิจารณาออกไป 1ปี ก็เป็นการซื้อเวลา แต่ปัญหาพื้นฐานยังคงดำรงอยู่ คือ ดินแดนของไทยได้ถูกรุกรานจริง ส่วนการเจรจาระหว่างไทยกับกัมพูชาในกรณีดังกล่าวนั้นก็ไม่มีทางที่จะได้ผล ซึ่งทั้งหมดนี้เป็นเรื่องที่ต้องตั้งคำถามต่อไปอีกว่ารัฐบาลจะดำเนินการต่อสถานการณ์ที่เกิดขึ้นจริงอย่างไร
นายคำนูณเสนอว่า ในช่วงเวลาหนึ่งปีต่อจากนี้ รัฐบาลควรที่จะยกเลิกบันทึกความเข้าใจการสำรวจและการปักปันเขตแดนทางบกปี 2543 หรือเอ็มโอยู ซึ่งก็เป็นเรื่องที่เห็นต่างจากรัฐบาล ที่มองว่าเอ็มโอยู 2543 เป็นเรื่องดี เพราะทำให้กัมพูชายอมรับว่าชายแดนมีปัญหาถึงต้องเจรจากัน เราก็บอกว่าที่กัมพูชายอมรับว่าเอ็มโอยู 2543 ข้อ 1 ค.ไปยอมรับแผนที่ระวางดงรักเอาไว้ เจรจากันอย่างไรกัมพูชาก็ไม่เสียประโยชน์ รัฐบาลก็บอกว่าถึงกัมพูชาไม่เสียประโยชน์ เราก็ไม่เสียประโยชน์ เพราะว่าถ้าตกลงกันไม่ได้ก็คาไว้อย่างนี้
“ถ้าจะตกลงอย่างไรก็ต้องผ่านสภาอยู่แล้ว การคาไว้อย่างนี้ อย่างน้อยก็ดีที่เป็นกันชนที่ยึดเรื่องไว้ไม่ให้ก้าวไปสู่การใช้กำลังต่อกัน อันนี้ที่รัฐบาลมอง ก็มองว่าถ้าอย่างนั้นมันก็เป็นการส่งทอดมรดกแห่งความขัดแย้งต่อไปในอนาคตไม่สิ้นสุด เรามองว่าถ้าจำเป็นที่จะต้องใช้กำลังผลักดันการรุกล้ำอธิปไตยออกไป ก็จำเป็นที่จะต้องใช้ และการใช้กำลังผลักดันนั้นก็ไม่ได้แปลว่าจะต้องเป็นสงคราม จะต้องเป็นการรบ แต่เป็นการรักษาสิทธิของเรา อันนี้ก็เป็นจุดต่างระหว่างเรากับรัฐบาลในเรื่องการประเมินเอ็มโอยู 2543” นายคำนูณกล่าว
นายคำนูณกล่าวต่อว่า อีกประการหนึ่งที่น่าจะเป็นผลทางการเมืองทั้งระหว่างประเทศและการเมืองในประเทศก็คือ การที่เรายับยั้งกัมพูชาไว้ได้ 1 ปี ตนเห็นว่าทางกัมพูชาก็คงต้องมองเห็นว่ารัฐบาลอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นั้นเป็นอุปสรรคต่อแผนการของเขา เพราะฉะนั้น การที่เขาจะปฏิบัติการในทางลับ สนับสนุนขบวนการทางการเมืองในประเทศที่เป็นปฏิปักษ์ต่อรัฐบาลอภิสิทธิ์ก็คงจะมีสูงขึ้น
“เขาก็คงจะต้องให้ที่พักพิงและเป็นแหล่งสนับสนุนการต่อต้านรัฐบาลชุดนี้มากขึ้น ในขณะที่เหตุวิกฤตทางชายแดนก็อาจจะมีสูงขึ้น ซึ่งก็จะกลับมากดดันให้รัฐบาลอภิสิทธิ์ ภายใน 1 ปีก่อนจะถึงการประชุมครั้งหน้านั้นจะตัดสินใจอย่างไร จะมีนโยบายต่อสภาพปัญหาที่เกิดขึ้นจริงอย่างไร แต่ว่ารัฐบาลอาจจะไม่ได้คิด เพราะว่าอีกหนึ่งปีข้างหน้าก็มีเรื่องราวมากมาย รัฐบาลเองก็ไม่รู้จะอยู่ถึงวันนั้นหรือเปล่า ก็คงคิดถึงการเลือกตั้งก่อน คือซื้อเวลาไว้ก่อนแล้วค่อยไปว่ากันที่หลัง ซึ่งเราไม่เห็นด้วยเท่านั้นเอง” นายคำนูณกล่าว
ส่วนหากผ่านการเลือกตั้งไปแล้ว รัฐบาลชุดใหม่ที่เข้ามาบริหารประเทศกลับไม่ใช่รัฐบาลชุดเดิมนั้น ส.ว.สรรหากล่าวว่า ถ้าเป็นรัฐบาลที่เป็นทายาท พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ผู้ต้องหาก่อการร้าย ก็คงจะมีนโยบายอีกทางหนึ่ง เป็นนโยบายเหมือนกับนายนพดล ปัทมะ อดีต รมว.ต่างประเทศ เป็นนโยบายคล้ายๆ กับแนวทางที่กระทรวงการต่างประเทศยึดถือ และเขาก็คงจะไม่ได้มองเอ็มโอยู 2543 เหมือนกับที่นายอภิสิทธิ์มอง เพราะฉะนั้น เราถึงบอกว่าไม่อยากให้รัฐบาลชุดนี้ซื้อเวลาไปเรื่อยๆ ในทางหลักก็คือ ตอนนี้รัฐบาลต้องยกเลิกเอ็มโอยู 2543 ก่อน ซึ่งเขาไม่ยกเลิก เพราะฉะนั้น เหมือนกับว่าถามความเห็นพวกเราไปมันก็ไม่มีประโยชน์ เพราะมันเป็นเรื่องที่มองตรงกันข้ามกับรัฐบาล ทั้งนี้ หากรัฐบาลตัดสินใจอะไรไปก็ต้องพร้อมที่จะรับผิดชอบกับการตัดสินใจเช่นนั้นในอนาคต
http://www.manager.co.th/Politics/ViewNews.aspx?NewsID=9530000105097
วันนี้พรรคประชาธปัตย์ กําลังอยู่ในวังวนความชั่วร้าย!!??ของประเทศไม่ต่างอะไรกับยุคทักษิณ พรรคร่วมแบ่งกีนโกงทั้งๆที่ประชาธิปัตย์จัดการไม่ได้!!?? ผมไวกม่ได้เกลียดประชาธิปัตย์แต่ขอร้องใประชาธิปัตย์ ปรับปรุงตัวเสียไม่งั้นอาจจะเกิดการเสื่อมศัทรธาระยะยาว