ขอเชิญชวนพี่น้องเสรีไทยทุกท่าน

เรื่องการเมือง เชิญที่นี่เลยครับ
Forum rules
- ห้ามใช้คำพูดหยาบคาย
- ห้ามโพสกระทู้หรือข้อความที่ดูหมิ่นเสียดสีสถาบันพระมหากษัตริย์เป็นอันขาด

เชิญทุกท่านเข้าสู่บอร์ดใหม่ได้ที่ http://webboard.serithai.net ดูรายละเอียดเพิ่มเติมที่ viewtopic.php?f=2&t=44976 ครับ

Re: ขอเชิญชวนพี่น้องเสรีไทยทุกท่าน

Postby หนูอ้อย » Sun Aug 01, 2010 6:07 pm

โพสต์ภาพหน่อยเพื่อความชุ่มชื่นหัวใจ

Image
OUR KING.
สู้ถวายหัว
User avatar
หนูอ้อย
 
Posts: 2095
Joined: Sat Mar 21, 2009 10:40 pm

Re: ขอเชิญชวนพี่น้องเสรีไทยทุกท่าน

Postby นายเวร » Mon Aug 02, 2010 8:33 am

Image
เอ็มโอยู ยุคไหน ใครคนเขียน
เป็นบทเรียน ผ่านมา ของหน้าไหน
มาวันนี้ กลับพลิกลิ้น แล้วดิ้นไป
เป็นเพราะใคร คนทำ หัดจำบ้าง......

โกหกจน เคยตัว มั่วตลอด
มันวายวอด จนได้ เพราะใครสร้าง
เอาความเลว โดยกำพืด ไม่จืดจาง
เป็นข้ออ้าง เฉไฉ จัญไรจริง......

ต้องขัดแย้ง ต่อไป ยังไม่จบ
หากต้องรบ เสียหาย มากมายยิ่ง
มันไม่ฟัง กลลวง คำท้วงติง
ระเบิดจริง รอเวลา อย่างน่ากลัว.....
โดย 3 บลาประชาเทียม 1 บอเสรีไทย

การ์ตูนเซียไทยรัฐ เหมาะสำหรับคนที่
เพิ่งสนใจการเมือง สื่อออกมาให้ดูง่ายๆ
และเหมาะกับคนไม่ชอบอ่าน :lol: :lol:


คุกกักขังได้แค่กายหยาบ ... คุกมิอาจกำหราบใจกล้าแกร่ง

จิตวิญญาณ เสรีชน มิโรยแรง ... จักตอบโต้ ทุกตะแบง แห่งอธรรม


ว.แหวนลงยา
เย้ยฟ้า ท้านรก
User avatar
นายเวร
 
Posts: 3515
Joined: Tue Jun 01, 2010 3:36 am

Re: ขอเชิญชวนพี่น้องเสรีไทยทุกท่าน

Postby หนูอ้อย » Mon Aug 02, 2010 8:48 am

Image

เราทำงานจนเพลีย เจอเซียอ้าง
อ้าปากค้างรอเธอว์ เฮ้อ :!: ไม่ไหว
ไหนข้อมูลจะโต้ต่อ ขอไวไว
ลิงยังอายขายหน้า แทนนายเวร :lol: :lol: :lol:
สู้ถวายหัว
User avatar
หนูอ้อย
 
Posts: 2095
Joined: Sat Mar 21, 2009 10:40 pm

Re: ขอเชิญชวนพี่น้องเสรีไทยทุกท่าน

Postby นายเวร » Mon Aug 02, 2010 9:22 am

จายเย็นๆ เหมือนตอนยึด ทำเนียบ
จะรีบออกไปหนายยย :lol: :lol: :lol:


คุกกักขังได้แค่กายหยาบ ... คุกมิอาจกำหราบใจกล้าแกร่ง

จิตวิญญาณ เสรีชน มิโรยแรง ... จักตอบโต้ ทุกตะแบง แห่งอธรรม


ว.แหวนลงยา
เย้ยฟ้า ท้านรก
User avatar
นายเวร
 
Posts: 3515
Joined: Tue Jun 01, 2010 3:36 am

Re: ขอเชิญชวนพี่น้องเสรีไทยทุกท่าน

Postby หนูอ้อย » Mon Aug 02, 2010 9:57 am

นายเวร wrote:จายเย็นๆ เหมือนตอนยึด ทำเนียบ
จะรีบออกไปหนายยย :lol: :lol: :lol:


ยึดทำเนียบแล้วโดนเอ็มทุกคืน ตายไปคืนละศพเนี่ยสิ
เลยต้องรีบออกไปยึดหนามบินให้ "เนโร" แจกไอติมต่อ
:lol: :lol: :lol:
ว่าแต่หาข้อมูลอะไรทำไมนานจัง เอาเปรียบกันนี่หน่า
สู้ถวายหัว
User avatar
หนูอ้อย
 
Posts: 2095
Joined: Sat Mar 21, 2009 10:40 pm

Re: ขอเชิญชวนพี่น้องเสรีไทยทุกท่าน

Postby Jseventh » Mon Aug 02, 2010 11:09 am

นายเวร wrote:เอ็มโอยู ยุคไหน ใครคนเขียน
เป็นบทเรียน ผ่านมา ของหน้าไหน
มาวันนี้ กลับพลิกลิ้น แล้วดิ้นไป
เป็นเพราะใคร คนทำ หัดจำบ้าง......

โกหกจน เคยตัว มั่วตลอด
มันวายวอด จนได้ เพราะใครสร้าง
เอาความเลว โดยกำพืด ไม่จืดจาง
เป็นข้ออ้าง เฉไฉ ***จริง......

ต้องขัดแย้ง ต่อไป ยังไม่จบ
หากต้องรบ เสียหาย มากมายยิ่ง
มันไม่ฟัง กลลวง คำท้วงติง
ระเบิดจริง รอเวลา อย่างน่ากลัว.....
โดย 3 บลาประชาเทียม 1 บอเสรีไทย


ศิษย์น้องต้องไปถามคนทำ TOR 2546 ว่านึกยังไงใส่ 1:200,000 เข้าไปด้วย
ในเมื่อ MOU 2543 ยังไม่ได้ระบุ และมีประเด็นหลักอยู่ที่เรื่องสนธิสัญญา ไม่ใช่แผนที่
คนทำ TOR 2546 ใจดี ใส่ให้ชัดๆ ไปซะอย่่างนั้น!

Image

Image

ปล. กระทู้ศิษย์น้อง รู้สึกจะเป็นกระทู้รวมมิตรแล้วนะคะ :D
ความก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เป็นเทวาหรือซาตาน มนุษย์เท่านั้นที่เป็นผู้กำหนด
User avatar
Jseventh
 
Posts: 1741
Joined: Wed Nov 19, 2008 11:19 am

Re: ขอเชิญชวนพี่น้องเสรีไทยทุกท่าน

Postby นายเวร » Mon Aug 02, 2010 11:35 am

กระทู้นี้ไม่เป็นไรคับ ขอให้ได้ใส่ร้ายรัฐบวม :lol:
ศิษย์พี่ กับ จารย์อ้อยเอาข้อมูล
เตรียมไว้เรยย :D :lol: :lol:


คุกกักขังได้แค่กายหยาบ ... คุกมิอาจกำหราบใจกล้าแกร่ง

จิตวิญญาณ เสรีชน มิโรยแรง ... จักตอบโต้ ทุกตะแบง แห่งอธรรม


ว.แหวนลงยา
เย้ยฟ้า ท้านรก
User avatar
นายเวร
 
Posts: 3515
Joined: Tue Jun 01, 2010 3:36 am

Re: ขอเชิญชวนพี่น้องเสรีไทยทุกท่าน

Postby นายเวร » Mon Aug 02, 2010 6:10 pm

ผมไม่ค่อยมีอะไรที่จะแย้งมากเท่าไร เพราะส่วนมากจะเห็นด้วย
และอีกอย่างข้อมูลผมไม่แน่นพอในเรื่องพวกนี้…แต่จะเห็นด้วยอย่างมากที่สุดก็คือทุกประเทศ
รบราฆ่าฟันเลือดนองแผ่นดินทั้งนั้นในช่วงเปลี่ยนอำนาจ…น่าจะคุยกันดีๆก็อย่างว่าความขัดแย้ง
มันไปอยู่ระดับพูดคุยกันไม่ได้แล้วคือระดับประณีประนอมไม่ได้..คนที่ตายมีแต่ระดับปลายแถวที่ตาย
..ส่วนคู่ขัดแย้งใหญ่ๆได้รับผลกระทบไม่เท่าไรเอง………..
พอดีไปเจองานเขียนของ ดร.ลิขิต น่าสนใจดีกับประเทศจีน และอีกหลายประเทศที่
จารย์เล่ามา ครอบคลุมดี ช่วงนี้ก็กำลังเขียนแย้งคุณ ก็อบ อยู่ประเด็ดต่อไปอยากจะถกกับจารย์
เรื่องกำนันผู้ใหญ่บ้านบทบาททับซ้อนกับองค์การบริหารส่วนตำบลหรือเปล่า?รอให้เรา
ถกประเด็นเรื่องพวกนี้เสร็จก่อน ค่อยมาว่ากันอีกที ครับจารย์ :D


การสูญเสียอำนาจทางการเมืองและการบริหารของจักรพรรดิจีน
ศ.ดร.ลิขิต ธีรเวคิน, ราชบัณฑิต
ผู้อำนวยการโครงการปริญญาเอก
วิทยาลัยสื่อสารการเมือง
มหาวิทยาลัยเกริก
ประวัติศาสตร์แห่งมนุษยชาติมีบทเรียนมากมายเกี่ยวกับผู้นำทางการเมืองที่ประสบความสำเร็จก้าวสู่ตำแหน่งอำนาจ แต่ไม่นานอำนาจที่ได้มาก็จะเริ่มเสื่อมลงและล่มสลายในที่สุด สาเหตุมาจากตัวแปรใหญ่ๆ สองตัวแปร ตัวแปรแรก คือ ความอ่อนแอหรือความบกพร่องของระบบ ไม่ว่าใครก็ตามที่เข้าสู่ระบบดังกล่าวจะประสบชะตาทางการเมืองเดียวกัน ตัวแปรที่สอง ขึ้นอยู่กับตัวบุคคลผู้ดำรงตำแหน่งอำนาจ และอาจจะกล่าวถึงตัวแปรที่สาม คือการผสมผสานระหว่างตัวแปรที่หนึ่งและที่สองดังกล่าวมาแล้ว

ในแง่ของความบกพร่องหรือความอ่อนแอของระบบ ประวัติศาสตร์จีนโบราณได้กล่าวถึงวัฎจักรแห่งราชวงศ์ซึ่งจะมีกระบวนการดังต่อไปนี้ คือ เมื่อราชวงศ์ที่ครองอำนาจอยู่นั้นเกิดความเสื่อมสลายลง เนื่องจากจักรพรรดิ์ผู้ครองบัลลังก์อ่อนแอไม่สนพระทัยการปกครองบริหารประเทศ มัวสนใจความสุขส่วนพระองค์ในพระราชวังต้องห้าม ปล่อยให้เหล่าขันทีขึ้นมาเถลิงอำนาจ จนนำไปสู่การฉ้อราษฎร์บังหลวงขนาดหนักและมีการใส่ร้ายป้ายสีเพื่อทำลายล้างซึ่งกันและกัน ขันทีเป็นบุคคลซึ่งมีจิตใจไม่ปกติจะเหลิงอำนาจและมีความละโมบอย่างหนัก พร้อมทั้งมีจิตใจเหี้ยมโหดเพราะแรงกดดันจากการที่ถูกกระทำให้ผิดธรรมชาติ หรือกล่าวอีกนัยหนึ่ง ได้ปล่อยให้ขุนนางกังฉินครองแผ่นดิน เก็บภาษีแบบรีดนาทาเร้นประชาชน นำไปสู่การเกิดโจรผู้ร้ายชุกชุมจนไม่สามารถรักษาความสงบเรียบร้อยได้ ขณะเดียวกันก็ไม่มีนโยบายทำนุบำรุงเขื่อนและฝายกั้นน้ำ จนนำไปสู่การล่มสลายของการผลิตทางการเกษตร เมื่อใดก็ตามที่ปรากฏการณ์ดังกล่าวนี้เกิดขึ้นและถูกซ้ำเติมโดยภัย
ธรรมชาติ เช่น อุทกภัย วาตภัย แผ่นดินไหว โรคระบาด ก็จะถูกตีความตามคติของเม่งจื้อว่า “สวรรค์ถอนอาณัติในการปกครองบริหารให้กับองค์จักรพรรดิ์” ก็จะเกิดการลุกฮือขึ้นโดยชาวนานำโดยผู้นำที่มีความคิดและความรู้จนสามารถล้มระบบการปกครองของจักรพรรดิ์องค์เก่าได้ และสถาปนาองค์ใหม่ขึ้นมา ราชวงศ์จิ๋นก็ถูกทำลายล้างในทำนองดังกล่าวจนนำไปสู่การตั้งราชวงศ์ฮั่น ราชวงศ์หยวนก็ประสบชะตากรรมเดียวกันจนนำไปสู่การเกิดราชวงศ์หมิง และจากราชวงศ์หมิงก็เกิดการเสื่อมสลายจนนำไปสู่ราชวงศ์ชิง และผลสุดท้ายราชวงศ์ชิงก็ล่มสลายลงด้วยการปฏิวัติของซุน ยัดเซ็น เมื่อปี ค.ศ.1911

วัฎจักรแห่งการเสื่อมสลายของราชวงศ์จีนจะเริ่มด้วยการที่จักรพรรดิ์องค์ใหม่เมื่อขึ้นครองราชย์ก็จะทำนุบำรุงบ้านเมือง นำคนดีมีความรู้มาปกครองบริหาร ทำนุบำรุงการทำมาหากินของประชาชน ลดหย่อนการเก็บภาษี ฯลฯ จนสืบไปถึงจักรพรรดิ์ที่ 2 ที่ 3 ก็ยังสามารถดำรงการปกครองบริหารอยู่สืบไป จนหลังจากนั้นก็เริ่มเข้าสู่วัฎจักรที่หมกหมุ่นหาความสุขส่วนตัว อยู่ในความครอบงำของขันที พร้อมๆ กับการเผชิญกับศึกภายนอกคือคนขี่ม้าในทุ่งหญ้า รังควานชายแดนให้เกิดความปั่นป่วน ผลสุดท้ายก็จะเข้าสู่วังวนของความเสื่อมสลายดังที่กล่าวมาเบื้องต้น จนนำไปสู่การตั้งราชวงศ์ใหม่และก็จะดำเนินตามครรลองในวัฎจักรดังกล่าวมา

ที่กล่าวมาคือปัญหาความอ่อนแอของระบบซึ่งยากที่จะแก้ไข ทำนองเดียวกับระบบการปกครองในสมัยปัจจุบันในหลายประเทศที่กำลังพัฒนาที่หลีกหนีไม่พ้นจากการใช้เงินซื้อเสียง การฉ้อราษฎร์บังหลวง ใช้อำนาจรัฐในการประกอบธุรกิจ ที่เรียกว่า ธุรกิจการเมือง ขณะเดียวกันก็ได้รับความร่วมมือจากข้าราชการประจำจนนำไปสู่ความเละเทะฟอนเฟะของระบบ และไม่ว่าใครจะมาดำรงตำแหน่งอำนาจก็จะวนเวียนอยู่ในวัฎจักร ไม่สามารถจะฉีกตัวออกไปจากวงล้อมได้ ความอ่อนแอของระบบจึงเป็นมูลเหตุสำคัญของการเปลี่ยนแปลงทางการเมือง และการสูญเสียอำนาจทางการเมือง

ตัวแปรที่สองเป็นตัวแปรที่เกี่ยวกับตัวบุคคลที่เข้าดำรงตำแหน่งอำนาจทางการเมือง ระบบการปกครองบริหารไม่ว่าจะสมัยโบราณ หรือในสมัยปัจจุบัน ในอุดมคติแล้วต้องการให้คนมีความรู้มีความสามารถ มีจริยธรรม มาปกครองบริหาร ขณะเดียวกันก็มีการวางกฎเกณฑ์ไว้ด้วย เช่น หลักทศพิธราชธรรม จักรวรรดิวัตร ราชสังคหวัตถุ เป็นต้น แต่เมื่อระบบบกพร่องก็ยากที่จะกลั่นกรองบุคคลที่พึงประสงค์เข้ามาสู่ระบบอำนาจ ขณะเดียวกันบุคคลที่เข้าสู่ตำแหน่งอำนาจนั้นก็อาจจะถูกทำลายด้วยความหลงใหลในเสน่หาของอำนาจ เพราะการมีอำนาจอาจจะกลายเป็นพลังในทางลบที่ทำให้คนครองอำนาจสูญเสียความเป็นคนดี ดังที่ ลอร์ด แอคตัน ได้กล่าวไว้ว่า “อำนาจมีแนวโน้มที่จะทำให้คนเสียคน และอำนาจเด็ดขาดก็จะทำให้คนเสียคนเด็ดขาดยิ่งขึ้น” (Power tends to corrupt and absolute power corrupts absolutely – Lord Acton)

แต่นอกเหนือจากที่กล่าวมาเบื้องต้น สิ่งซึ่งจะทำให้ความเสื่อมสลายซึ่งอำนาจก็คือผู้นำเกิดสภาวะของการไร้เหตุไร้ผล (irrelational) หรือที่ ม.ร.ว.คึกฤทธิ์ ปราโมช เคยกล่าวว่า “ปัญญาวิปริต” ปัญญาวิปริตจะมีสาเหตุมาจาก 4 ตัวแปรหลัก คือ ความกลัว (fear) ความเขลา (ignorance) ความอหังกา (vanity) ความหยิ่งผยองในอำนาจ (arrogance of power) ตัวอย่างของความกลัว ก็คือการกลัวว่าจะมีคนมาช่วงชิงอำนาจหรือทำร้าย ก็ใช้วิธีการสังหารผู้ใกล้ชิดทั้งหมด ที่เห็นชัดที่สุดคือกรณีของสตาลินได้มีการเข่นฆ่าผู้ร่วมงานกันมาจำนวนมาก หรือกรณีเหมา เจ๋อตุง ก็มีการกำจัดบุคคลที่จะเป็นผู้มาสืบต่อ เริ่มตั้งแต่หลิว เส้าฉี ต่อมาก็คือ หลิน เปียว ประธานาธิบดี แฟรงคลิน รุสเวลท์ เคยกล่าวว่า “ไม่มีอะไรน่ากลัวนอกจากการมีความกลัว” (The only thing we have to fear is fear itself)

ในกรณีของความเขลา ก็คือการขาดความรู้ ขาดข้อมูล คอยฟังแต่คำยุยงของคนที่อยู่รอบข้าง และปฏิบัติตามคำแนะนำที่ไม่สมเหตุสมผล เนื่องจากคนที่ให้คำแนะนำนั้นคำนึงถึงผลประโยชน์ของตนเองเป็นหลัก และในหลายกรณีก็เป็นบุคคลที่มีความเขลา หรือขาดความรู้หรือขาดข้อมูลในตัว จึงนำไปสู่ความเสียหายอย่างใหญ่หลวงได้ ตัวอย่างก็คือ การแนะนำให้กองทัพญี่ปุ่นยกไปตีอ่าวเพิร์ลซึ่งประสบความสำเร็จในเบื้องต้น แต่นายพลญี่ปุ่นบางคนมองเห็นหายนะที่จะตามมา เพราะในการโจมตีครั้งนั้นคือการดึงเอามหาอำนาจหรือยักษ์ใหญ่ ได้แก่ สหรัฐอเมริกา เข้าสู่สงครามโดยอยู่ฝ่ายตรงกันข้าม

ในส่วนของความอหังกา ก็คือความเชื่อมั่นจนเกินเลย หรือการขาดความเชื่อมั่นจึง

พยายามปกปิดด้วยการแสดงออกถึงความเชื่อมั่น กรณีในประวัติศาสตร์ก็คือ โตโยโตมิ ฮิเดโยชิ ยกกองทัพญี่ปุ่นทำสงครามกับราชวงศ์หมิง และยังมีแผนที่จะยกกองทัพไปบุกถึงอินเดีย ผลสุดท้ายก็ประสบความล้มเหลวโดยสิ้นเชิง ความหยิ่งผยองในอำนาจมีอาการคล้ายๆ กับความอหังกา แต่เนื่องจากมีตำแหน่งอำนาจจึงได้แสดงออกซึ่งอำนาจนั้นโดยลืมตัว เช่น กรณีของฮิตเลอร์ท่ต้องการครองยุโรปทั้งหมด โดยลืมไปว่าไม่มีใครอยู่ค้ำฟ้า และอำนาจเป็นของไม่ถาวร พฤติกรรมที่แสดงออกมาจึงถูกกำหนดโดยสภาวะของความเชื่อมั่นที่เกินเลยเนื่องจากความลืมตัว ในกรณีของฮิเดโยชิอาจเป็นการผสมผสานระหว่างความอหังกาและความหยิ่งผยองในอำนาจ เพราะการได้รับชัยชนะกองทัพหมิงในการทำศึกตอนต้นๆ จึงเริ่มคิดการใหญ่โตเกินความสามารถของตนและของประเทศ

การล่มสลายของหน่วยการเมืองและการสูญเสียอำนาจของผู้นำทางการเมืองที่มีในประวัติศาสตร์นั้น จึงมีที่มาจากความอ่อนแอหรือความบกพร่องของระบบ หรือจากตัวผู้นำทางการเมือง ที่สำคัญที่สุดคือ การสูญเสียความชอบธรรม (legitimacy) และธรรมแห่งอำนาจ (moral authority) ของผู้ดำรงตำแหน่งอำนาจ จนประชาชนไม่ให้การสนับสนุนอีกต่อไป เพราะการดำรงตำแหน่งอำนาจอยู่ได้นั้นย่อมขึ้นอยู่กับประชาชนส่วนใหญ่ของหน่วยการเมืองนั้น ประชาชนเปรียบเสมือนน้ำ ผู้กุมอำนาจรัฐเปรียบเสมือนเรือ
“น้ำทำให้เรือลอยได้ น้ำย่อมทำให้เรือจมได้เช่นเดียวกัน”

พันธมารปิดหนามบิน ให้เขาแจกไอติมดื้อๆ :mrgreen: :lol: :lol: :lol:
Last edited by นายเวร on Tue Aug 03, 2010 12:21 am, edited 1 time in total.


คุกกักขังได้แค่กายหยาบ ... คุกมิอาจกำหราบใจกล้าแกร่ง

จิตวิญญาณ เสรีชน มิโรยแรง ... จักตอบโต้ ทุกตะแบง แห่งอธรรม


ว.แหวนลงยา
เย้ยฟ้า ท้านรก
User avatar
นายเวร
 
Posts: 3515
Joined: Tue Jun 01, 2010 3:36 am

Re: ขอเชิญชวนพี่น้องเสรีไทยทุกท่าน

Postby คนไกล » Mon Aug 02, 2010 7:06 pm

นายเวร wrote:ผมไม่ค่อยมีอะไรที่จะแย้งมากเท่าไร เพราะส่วนมากจะเห็นด้วย
และอีกอย่างข้อมูลผมไม่แน่นพอในเรื่องพวกนี้…แต่จะเห็นด้วยอย่างมากที่สุดก็คือทุกประเทศ
รบราฆ่าฟันเลือดนองแผ่นดินทั้งนั้นในช่วงเปลี่ยนอำนาจ…น่าจะคุยกันดีๆก็อย่างว่าความขัดแย้ง
มันไปอยู่ระดับพูดคุยกันไม่ได้แล้วคือระดับประณีประนอมไม่ได้..คนที่ตายมีแต่ระดับปลายแถวที่ตาย
..ส่วนคู่ขัดแย้งใหญ่ๆได้รับผลกระทบไม่เท่าไรเอง………..
พอดีไปเจองานเขียนของ ดร.ลิขิต น่าสนใจดีกับประเทศจีน และอีกหลายประเทศที่
จารย์เล่ามา ครอบคลุมดี ช่วงนี้ก็กำลังเขียนแย้งคุณ ก็อบ อยู่ประเด็ดต่อไปอยากจะถกกับจารย์
เรื่องกำนันผู้ใหญ่บ้านบทบาททับซ้อนกับองค์การบริหารส่วนตำบลหรือเปล่า?รอให้เรา
ถกประเด็นเรื่องพวกนี้เสร็จก่อน ค่อยมาว่ากันอีกที ครับจารย์ :D


การสูญเสียอำนาจทางการเมืองและการบริหารของจักรพรรดิจีน
ศ.ดร.ลิขิต ธีรเวคิน, ราชบัณฑิต
ผู้อำนวยการโครงการปริญญาเอก
วิทยาลัยสื่อสารการเมือง
มหาวิทยาลัยเกริก
ประวัติศาสตร์แห่งมนุษยชาติมีบทเรียนมากมายเกี่ยวกับผู้นำทางการเมืองที่ประสบความสำเร็จก้าวสู่ตำแหน่งอำนาจ แต่ไม่นานอำนาจที่ได้มาก็จะเริ่มเสื่อมลงและล่มสลายในที่สุด สาเหตุมาจากตัวแปรใหญ่ๆ สองตัวแปร ตัวแปรแรก คือ ความอ่อนแอหรือความบกพร่องของระบบ ไม่ว่าใครก็ตามที่เข้าสู่ระบบดังกล่าวจะประสบชะตาทางการเมืองเดียวกัน ตัวแปรที่สอง ขึ้นอยู่กับตัวบุคคลผู้ดำรงตำแหน่งอำนาจ และอาจจะกล่าวถึงตัวแปรที่สาม คือการผสมผสานระหว่างตัวแปรที่หนึ่งและที่สองดังกล่าวมาแล้ว

ในแง่ของความบกพร่องหรือความอ่อนแอของระบบ ประวัติศาสตร์จีนโบราณได้กล่าวถึงวัฎจักรแห่งราชวงศ์ซึ่งจะมีกระบวนการดังต่อไปนี้ คือ เมื่อราชวงศ์ที่ครองอำนาจอยู่นั้นเกิดความเสื่อมสลายลง เนื่องจากจักรพรรดิ์ผู้ครองบัลลังก์อ่อนแอไม่สนพระทัยการปกครองบริหารประเทศ มัวสนใจความสุขส่วนพระองค์ในพระราชวังต้องห้าม ปล่อยให้เหล่าขันทีขึ้นมาเถลิงอำนาจ จนนำไปสู่การฉ้อราษฎร์บังหลวงขนาดหนักและมีการใส่ร้ายป้ายสีเพื่อทำลายล้างซึ่งกันและกัน ขันทีเป็นบุคคลซึ่งมีจิตใจไม่ปกติจะเหลิงอำนาจและมีความละโมบอย่างหนัก พร้อมทั้งมีจิตใจ***มโหดเพราะแรงกดดันจากการที่ถูกกระทำให้ผิดธรรมชาติ หรือกล่าวอีกนัยหนึ่ง ได้ปล่อยให้ขุนนางกังฉินครองแผ่นดิน เก็บภาษีแบบรีดนาทาเร้นประชาชน นำไปสู่การเกิดโจรผู้ร้ายชุกชุมจนไม่สามารถรักษาความสงบเรียบร้อยได้ ขณะเดียวกันก็ไม่มีนโยบายทำนุบำรุงเขื่อนและฝายกั้นน้ำ จนนำไปสู่การล่มสลายของการผลิตทางการเกษตร เมื่อใดก็ตามที่ปรากฏการณ์ดังกล่าวนี้เกิดขึ้นและถูกซ้ำเติมโดยภัย
ธรรมชาติ เช่น อุทกภัย วาตภัย แผ่นดินไหว โรคระบาด ก็จะถูกตีความตามคติของเม่งจื้อว่า “สวรรค์ถอนอาณัติในการปกครองบริหารให้กับองค์จักรพรรดิ์” ก็จะเกิดการลุกฮือขึ้นโดยชาวนานำโดยผู้นำที่มีความคิดและความรู้จนสามารถล้มระบบการปกครองของจักรพรรดิ์องค์เก่าได้ และสถาปนาองค์ใหม่ขึ้นมา ราชวงศ์จิ๋นก็ถูกทำลายล้างในทำนองดังกล่าวจนนำไปสู่การตั้งราชวงศ์ฮั่น ราชวงศ์หยวนก็ประสบชะตากรรมเดียวกันจนนำไปสู่การเกิดราชวงศ์หมิง และจากราชวงศ์หมิงก็เกิดการเสื่อมสลายจนนำไปสู่ราชวงศ์ชิง และผลสุดท้ายราชวงศ์ชิงก็ล่มสลายลงด้วยการปฏิวัติของซุน ยัดเซ็น เมื่อปี ค.ศ.1911

วัฎจักรแห่งการเสื่อมสลายของราชวงศ์จีนจะเริ่มด้วยการที่จักรพรรดิ์องค์ใหม่เมื่อขึ้นครองราชย์ก็จะทำนุบำรุงบ้านเมือง นำคนดีมีความรู้มาปกครองบริหาร ทำนุบำรุงการทำมาหากินของประชาชน ลดหย่อนการเก็บภาษี ฯลฯ จนสืบไปถึงจักรพรรดิ์ที่ 2 ที่ 3 ก็ยังสามารถดำรงการปกครองบริหารอยู่สืบไป จนหลังจากนั้นก็เริ่มเข้าสู่วัฎจักรที่หมกหมุ่นหาความสุขส่วนตัว อยู่ในความครอบงำของขันที พร้อมๆ กับการเผชิญกับศึกภายนอกคือคนขี่ม้าในทุ่งหญ้า รังควานชายแดนให้เกิดความปั่นป่วน ผลสุดท้ายก็จะเข้าสู่วังวนของความเสื่อมสลายดังที่กล่าวมาเบื้องต้น จนนำไปสู่การตั้งราชวงศ์ใหม่และก็จะดำเนินตามครรลองในวัฎจักรดังกล่าวมา

ที่กล่าวมาคือปัญหาความอ่อนแอของระบบซึ่งยากที่จะแก้ไข ทำนองเดียวกับระบบการปกครองในสมัยปัจจุบันในหลายประเทศที่กำลังพัฒนาที่หลีกหนีไม่พ้นจากการใช้เงินซื้อเสียง การฉ้อราษฎร์บังหลวง ใช้อำนาจรัฐในการประกอบธุรกิจ ที่เรียกว่า ธุรกิจการเมือง ขณะเดียวกันก็ได้รับความร่วมมือจากข้าราชการประจำจนนำไปสู่ความเละเทะฟอนเฟะของระบบ และไม่ว่าใครจะมาดำรงตำแหน่งอำนาจก็จะวนเวียนอยู่ในวัฎจักร ไม่สามารถจะฉีกตัวออกไปจากวงล้อมได้ ความอ่อนแอของระบบจึงเป็นมูลเหตุสำคัญของการเปลี่ยนแปลงทางการเมือง และการสูญเสียอำนาจทางการเมือง

ตัวแปรที่สองเป็นตัวแปรที่เกี่ยวกับตัวบุคคลที่เข้าดำรงตำแหน่งอำนาจทางการเมือง ระบบการปกครองบริหารไม่ว่าจะสมัยโบราณ หรือในสมัยปัจจุบัน ในอุดมคติแล้วต้องการให้คนมีความรู้มีความสามารถ มีจริยธรรม มาปกครองบริหาร ขณะเดียวกันก็มีการวางกฎเกณฑ์ไว้ด้วย เช่น หลักทศพิธราชธรรม จักรวรรดิวัตร ราชสังคหวัตถุ เป็นต้น แต่เมื่อระบบบกพร่องก็ยากที่จะกลั่นกรองบุคคลที่พึงประสงค์เข้ามาสู่ระบบอำนาจ ขณะเดียวกันบุคคลที่เข้าสู่ตำแหน่งอำนาจนั้นก็อาจจะถูกทำลายด้วยความหลงใหลในเสน่หาของอำนาจ เพราะการมีอำนาจอาจจะกลายเป็นพลังในทางลบที่ทำให้คนครองอำนาจสูญเสียความเป็นคนดี ดังที่ ลอร์ด แอคตัน ได้กล่าวไว้ว่า “อำนาจมีแนวโน้มที่จะทำให้คนเสียคน และอำนาจเด็ดขาดก็จะทำให้คนเสียคนเด็ดขาดยิ่งขึ้น” (Power tends to corrupt and absolute power corrupts absolutely – Lord Acton)

แต่นอกเหนือจากที่กล่าวมาเบื้องต้น สิ่งซึ่งจะทำให้ความเสื่อมสลายซึ่งอำนาจก็คือผู้นำเกิดสภาวะของการไร้เหตุไร้ผล (irrelational) หรือที่ ม.ร.ว.คึกฤทธิ์ ปราโมช เคยกล่าวว่า “ปัญญาวิปริต” ปัญญาวิปริตจะมีสาเหตุมาจาก 4 ตัวแปรหลัก คือ ความกลัว (fear) ความเขลา (ignorance) ความอหังกา (vanity) ความหยิ่งผยองในอำนาจ (arrogance of power) ตัวอย่างของความกลัว ก็คือการกลัวว่าจะมีคนมาช่วงชิงอำนาจหรือทำร้าย ก็ใช้วิธีการสังหารผู้ใกล้ชิดทั้งหมด ที่เห็นชัดที่สุดคือกรณีของสตาลินได้มีการเข่นฆ่าผู้ร่วมงานกันมาจำนวนมาก หรือกรณีเหมา เจ๋อตุง ก็มีการกำจัดบุคคลที่จะเป็นผู้มาสืบต่อ เริ่มตั้งแต่หลิว เส้าฉี ต่อมาก็คือ หลิน เปียว ประธานาธิบดี แฟรงคลิน รุสเวลท์ เคยกล่าวว่า “ไม่มีอะไรน่ากลัวนอกจากการมีความกลัว” (The only thing we have to fear is fear itself)

ในกรณีของความเขลา ก็คือการขาดความรู้ ขาดข้อมูล คอยฟังแต่คำยุยงของคนที่อยู่รอบข้าง และปฏิบัติตามคำแนะนำที่ไม่สมเหตุสมผล เนื่องจากคนที่ให้คำแนะนำนั้นคำนึงถึงผลประโยชน์ของตนเองเป็นหลัก และในหลายกรณีก็เป็นบุคคลที่มีความเขลา หรือขาดความรู้หรือขาดข้อมูลในตัว จึงนำไปสู่ความเสียหายอย่างใหญ่หลวงได้ ตัวอย่างก็คือ การแนะนำให้กองทัพญี่ปุ่นยกไปตีอ่าวเพิร์ลซึ่งประสบความสำเร็จในเบื้องต้น แต่นายพลญี่ปุ่นบางคนมองเห็นหายนะที่จะตามมา เพราะในการโจมตีครั้งนั้นคือการดึงเอามหาอำนาจหรือยักษ์ใหญ่ ได้แก่ สหรัฐอเมริกา เข้าสู่สงครามโดยอยู่ฝ่ายตรงกันข้าม

ในส่วนของความอหังกา ก็คือความเชื่อมั่นจนเกินเลย หรือการขาดความเชื่อมั่นจึง

พยายามปกปิดด้วยการแสดงออกถึงความเชื่อมั่น กรณีในประวัติศาสตร์ก็คือ โตโยโตมิ ฮิเดโยชิ ยกกองทัพญี่ปุ่นทำสงครามกับราชวงศ์หมิง และยังมีแผนที่จะยกกองทัพไปบุกถึงอินเดีย ผลสุดท้ายก็ประสบความล้มเหลวโดยสิ้นเชิง ความหยิ่งผยองในอำนาจมีอาการคล้ายๆ กับความอหังกา แต่เนื่องจากมีตำแหน่งอำนาจจึงได้แสดงออกซึ่งอำนาจนั้นโดยลืมตัว เช่น กรณีของฮิตเลอร์ท่ต้องการครองยุโรปทั้งหมด โดยลืมไปว่าไม่มีใครอยู่ค้ำฟ้า และอำนาจเป็นของไม่ถาวร พฤติกรรมที่แสดงออกมาจึงถูกกำหนดโดยสภาวะของความเชื่อมั่นที่เกินเลยเนื่องจากความลืมตัว ในกรณีของฮิเดโยชิอาจเป็นการผสมผสานระหว่างความอหังกาและความหยิ่งผยองในอำนาจ เพราะการได้รับชัยชนะกองทัพหมิงในการทำศึกตอนต้นๆ จึงเริ่มคิดการใหญ่โตเกินความสามารถของตนและของประเทศ

การล่มสลายของหน่วยการเมืองและการสูญเสียอำนาจของผู้นำทางการเมืองที่มีในประวัติศาสตร์นั้น จึงมีที่มาจากความอ่อนแอหรือความบกพร่องของระบบ หรือจากตัวผู้นำทางการเมือง ที่สำคัญที่สุดคือ การสูญเสียความชอบธรรม (legitimacy) และธรรมแห่งอำนาจ (moral authority) ของผู้ดำรงตำแหน่งอำนาจ จนประชาชนไม่ให้การสนับสนุนอีกต่อไป เพราะการดำรงตำแหน่งอำนาจอยู่ได้นั้นย่อมขึ้นอยู่กับประชาชนส่วนใหญ่ของหน่วยการเมืองนั้น ประชาชนเปรียบเสมือนน้ำ ผู้กุมอำนาจรัฐเปรียบเสมือนเรือ
“น้ำทำให้เรือลอยได้ น้ำย่อมทำให้เรือจมได้เช่นเดียวกัน”

พันรมารปิดหนามบิน ให้เขาแจกไอติมดื้อๆ :mrgreen: :lol: :lol: :lol:

โอ้ววววววววววววววว...พันธมิตรปิดสนามบิน
:lol: :lol: :lol:
“You now see complexity when you once saw simplicity; you see grays rather than black and white. But this is to the good because the world is in fact complicated.” ==>Dean Elena Kagan :Associate Justice of the Supreme Court of the United States
User avatar
คนไกล
 
Posts: 4327
Joined: Fri Oct 09, 2009 3:18 pm

Re: ขอเชิญชวนพี่น้องเสรีไทยทุกท่าน

Postby หนูอ้อย » Mon Aug 02, 2010 9:16 pm

นายเวร wrote:ผมไม่ค่อยมีอะไรที่จะแย้งมากเท่าไร เพราะส่วนมากจะเห็นด้วย
และอีกอย่างข้อมูลผมไม่แน่นพอในเรื่องพวกนี้…แต่จะเห็นด้วยอย่างมากที่สุดก็คือทุกประเทศ
รบราฆ่าฟันเลือดนองแผ่นดินทั้งนั้นในช่วงเปลี่ยนอำนาจ…น่าจะคุยกันดีๆก็อย่างว่าความขัดแย้ง
มันไปอยู่ระดับพูดคุยกันไม่ได้แล้วคือระดับประณีประนอมไม่ได้..คนที่ตายมีแต่
ระดับปลายแถว


จริงหรือเปล่าที่คุยไม่ได้ เคยรู้ใช่ไหมว่าเราคุยกับหลายคนที่นี่ว่า ถ้าตัดพวกสุดโต่งออกไปจะมีคนของทุกกลุ่มที่มีความคิดทับซ้อนกัน
อย่างน้อยหนูอ้อยกับนายเวรตอนนี้ก็เห็นตรงกันว่า "ไม่เอาความรุนแรงในการเปลี่ยนผ่าน" ใช่ไหม :?: (ครั้งนี้เป็นครั้งที่ ๔ ที่เราย้ำกับนายเวร)

ระดับหัวแถวใช่ไหมที่ ไม่ยอมคุย แล้วในที่สุดก็มีแต่ปลายแถวเท่านั้นที่สังเวยชีวิต :!: :!: :!:
สู้ถวายหัว
User avatar
หนูอ้อย
 
Posts: 2095
Joined: Sat Mar 21, 2009 10:40 pm

Re: ขอเชิญชวนพี่น้องเสรีไทยทุกท่าน

Postby หนูอ้อย » Mon Aug 02, 2010 10:03 pm

ความหมายของสงครามชนชั้น

ที่มาของคำนี้ก็คือ ในขณะที่เหมาเจ๋อตุงนำทัพแดงปฏิวัติจีนอยู่นั้น ในปี 2480 ท่านได้เขียนเรื่อง “ว่าด้วยความขัดแย้ง” ในเชิงทฤษฎีไว้ มีข้อความตอนหนึ่งว่าไว้ดังนี้ (ดูใน สรรนิพนธ์เหมาเจ๋อตุง เล่มหนึ่งตอนปลาย สำนักพิมพ์ภาษาต่างประเทศ ปักกิ่ง ค.ศ. 1968, น. 686)

“ในสงครามชนชั้น การปฏิวัติและสงครามปฏิวัติเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่พ้น หากปราศจากสิ่งเหล่านี้แล้ว ก็จะบรรลุการก้าวกระโดดในการพัฒนาของสังคมไม่ได้ ก็จะโค่นชนชั้นปกครองปฏิกิริยาให้ประชาชนได้รับอำนาจรัฐไม่ได้ ชาวพรรคคอมมิวนิสต์จะต้องเปิดโปงการโฆษณาชวนเชื่อของพวกปฏิกิริยาที่ว่า การปฏิวัติสังคมเป็นสิ่งไม่จำเป็น และจะเป็นไปไม่ได้...”

นี่เป็นเพียงส่วนหนึ่งของการปฏิวัติของประธานเหมา ซึ่งได้พลิกแพลงความคิดเรื่องชนชั้นของ Marx และ Engels มาใช้เป็นเครื่องมือการปฏิวัติในจีน กล่าวคือ ปรัชญาของ Marx และ Engels ที่ว่าในสังคมอุตสาหกรรมที่นายทุน (ซึ่งอยู่ในจำพวกชนชั้นกฎุมพี, bourgeoisie) ขูดรีดกรรมกร (ซึ่งอยู่ในจำพวกชนชั้นกรรมาชีพ, proletariat) อย่างรุนแรงนั้น ทำให้ชน 2 ชั้นนี้ เกิดจิตสำนึกขัดแย้งกันอย่างรุนแรงในเชิงชนชั้น (คือกรรมกรเห็นหน้านายทุนก็เกลียดทั้งๆ ที่ไม่เคยรู้จักกันมาก่อน

ในขณะที่นายทุนก็มองกรรมกรอย่างดูถูก เหมือนๆ กันหมดโดยไม่เลือกหน้า) เมื่อความรู้สึกเป็นปฏิปักษ์ต่อกัน พัฒนาถึงจุดๆ หนึ่ง การปฏิวัติทางชนชั้นก็จะเกิดขึ้น นั่นคือที่มาของการปฏิวัติสังคมนิยม หรือการปฏิวัติคอมมิวนิสต์

เหมามิได้ยึดติดกับปรัชญาดั้งเดิมของ Marx และ Engels ในส่วนที่เกี่ยวกับสำนึกทางชนชั้น (class consciousness) ท่านอาจจะรู้ว่าในจีนนั้น ความสำนึกที่เป็นปฏิปักษ์ต่อกันระหว่างกรรมกรกับนายทุนหรือชาวนากับราชาที่ดินยังไม่ปรากฏ แต่ความแตกต่างกันระหว่างความคิดหรือฐานะของคนต่างอาชีพนั้นมี การกดขี่ ขูดรีด เอารัดเอาเปรียบและความอยุติธรรมนั้นก็มี นั่นแหละเป็นพลังของการปฏิวัติที่เหมาและพรรคคอมมิวนิสต์ของเขาต้องการนำมาใช้ในการปฏิวัติ
สู้ถวายหัว
User avatar
หนูอ้อย
 
Posts: 2095
Joined: Sat Mar 21, 2009 10:40 pm

Re: ขอเชิญชวนพี่น้องเสรีไทยทุกท่าน

Postby หนูอ้อย » Mon Aug 02, 2010 10:12 pm

เป็นไง เซิร์ฟๆเรื่องสงครามชนชั้นไปท่อนแรก.......
มาดูที่มาก่อนว่าเป็นบทความของใคร
เฉลย......เป็นของ ศ.ดร.เขียน ธีระวิทย์ ค่ะ

ศ.ดร.ลิขิต ธีรเวคิน,ราชบัณฑิต ได้พูดถึง ศ.ดร.เขียน ธีระวิทย์ หัวหน้าคณะนักวิชาการจากไทยชุดแรกที่ไปจีนหลังสถาปนาความสัมพันธ์กันในช่วงมีการผ่อนคลายความตึงเครียดของสงครามเย็นระหว่างสหภาพโซเวียต และประเทศจีนดังนี้

ศ.ดร.ลิขิต ธีรเวคิน wrote:ผู้เขียนได้มีโอกาสเดินทางไปประเทศจีนในฐานะคณะนักวิชาการจากประเทศไทยชุดแรกที่ได้รับการเชื้อเชิญหลังจากที่มีการสถาปนาความสัมพันธ์ระหว่างประเทศไทยและสาธารณรัฐประชาชนจีนแล้ว นักวิชาการกลุ่มนี้มี 12 คน นำโดย ศ.ดร.เขียน ธีระวิทย์ พวกเราเดินทางถึงกรุงปักกิ่งในตอนดึกของวันที่ 4 เมษายน ค.ศ.1976 (พ.ศ. 2519) ซึ่งในคืนนั้นเองก่อนที่เราจะไปถึงก็เกิดเหตุการณ์ชุลมุนที่จัตุรัสเทียนอันเหมิน ซึ่งตรงกับวันเฉลิมฉลองเช็งเม้งให้แก่นายกรัฐมนตรีโจว เอินไหล ซึ่งถึงแก่อสัญกรรมไปไม่นาน พวกเราอยู่ ณ กรุงปักกิ่งจึงได้เห็นการเดินขบวนการต่อต้าน ลัทธิแก้ และผู้เดินตามแนวทุนนิยม อันได้แก่กลุ่มของหลิว เส้าฉี และเติ้ง เสี่ยวผิง และในวันที่ 7 เดือนเดียวกัน เติ้ง เสี่ยวผิง ก็ถูกถอดจากทุกตำแหน่งยกเว้นตำแหน่งการเป็นสมาชิกพรรคคอมมิวนิสต์จีน



ศ.ดร.เขียน ธีระวิทย์ ท่านเป็นนักรัฐศาสตร์คนหนึ่งที่สนใจแนวคิดแบบมาร์กซิส ได้วิพากษ์อย่างตรงไปตรงมาเกี่ยวกับการยกประเด็น'ชนชั้น' ของพวกเสื้อแดง ไว้ในบทความชื่อ "สงครามชนชั้นในไทย : ของแท้หรือของเทียม" ดังที่ได้อ่านใน REPLY ที่แล้ว
สู้ถวายหัว
User avatar
หนูอ้อย
 
Posts: 2095
Joined: Sat Mar 21, 2009 10:40 pm

Re: ขอเชิญชวนพี่น้องเสรีไทยทุกท่าน

Postby หนูอ้อย » Mon Aug 02, 2010 10:15 pm

ลงบทความต่อเลยนะคะ........
:) :) :) :) :) :) :)
เหมามิได้ยึดติดกับปรัชญาดั้งเดิมของ Marx และ Engels ในส่วนที่เกี่ยวกับสำนึกทางชนชั้น (class consciousness) ท่านอาจจะรู้ว่าในจีนนั้น ความสำนึกที่เป็นปฏิปักษ์ต่อกันระหว่างกรรมกรกับนายทุนหรือชาวนากับราชาที่ดินยังไม่ปรากฏ แต่ความแตกต่างกันระหว่างความคิดหรือฐานะของคนต่างอาชีพนั้นมี การกดขี่ ขูดรีด เอารัดเอาเปรียบและความอยุติธรรมนั้นก็มี นั่นแหละเป็นพลังของการปฏิวัติที่เหมาและพรรคคอมมิวนิสต์ของเขาต้องการนำมาใช้ในการปฏิวัติ

คนไทยที่ใกล้ชิดกับทักษิณ ชินวัตร และแกนนำม็อบเสื้อแดงหลายคนเป็นผู้นิยมลัทธิเหมา บางคนเคยใช้คำสอนของเหมาเป็นคัมภีร์เพื่อปฏิวัติโค่นล้มรัฐบาลในช่วง 10 ปีหลัง 6 ตุลาฯ แต่ไม่สำเร็จ เข้าใจว่าพวกนี้ได้ช่วยทักษิณและม็อบเสื้อแดงโดยการเอาคำสอนของเหมามาปรับปรุงใช้ให้สอดคล้องกับสถานการณ์ของไทยในยุคปัจจุบัน

คำสอนของประธานเหมามิได้จบแต่เพียงเท่านั้น ท่านยังบอกว่าในสังคมจีนมีความแตกต่าง และมีความขัดแย้ง (ในผลประโยชน์) ดำรงอยู่ในทุกแห่งหน แต่เป็นความขัดแย้งระดับการขัดกัน (contradiction) ซึ่งมีโอกาสพัฒนาเป็นความขัดแย้งที่เป็นปฏิปักษ์ต่อกัน(antagonism)ได้ ถึงจุดนี้เองสงความชนชั้นจะเกิด ผู้นำเพียงแต่ไปจัดการนำให้พัฒนาไปสู่จุดระเบิดตามธรรมชาติ นั่นแหละจะเป็นชัยชนะของพรรคคอมมิวนิสต์ที่ทำแทนชาวนา หรือกรรมกร หรือพันธมิตรระหว่างชาวนากับกรรมกร

สำหรับ Marx และ Engels นั้น ท่านว่าจิตสำนึกทางชนชั้นนั้นเกิดขึ้นตามธรรมชาติ ผู้ถูกกดขี่คือชนชั้นกรรมาชีพซึ่งมีมากกว่า และแรงงานในยุคของพวกเขามีความสำคัญมากกว่าทุน พวกชนชั้นกรรมาชีพต้องชนะ สำหรับจีนนั้น เหมาเจ๋อตุงคิดว่าจิตสำนึกในทางชนชั้นนั้นส่งเสริมให้เกิดขึ้นได้ และเมื่อเกิดขึ้นแล้วก็เป็นประโยชน์ต่อการปฏิวัติ เพื่อใคร? ชาวไร่ชาวนามีมากกว่ากรรมกร และพวกเขาเป็นชนชั้นที่ถูกขูดรีดเช่นกัน จึงต้องเป็นฝ่ายชนะ ได้อำนาจเผด็จการในการพัฒนาประเทศไปตามทิศทางของพวกเขา

ถ้าผู้เผยแพร่แนวความคิดการปฏิวัติชนชั้นในไทยคิดอย่างเหมาก็คงไม่มีใครห้าม แต่ถ้าเหมายังมีชีวิตอยู่ และเห็นประเทศจีนปัจจุบันที่ยังอยู่ภายใต้การนำของพรรคคอมมิวนิสต์ ท่านก็คงต้องร้องไห้--ร้องจนน้ำตาเหือดแห้ง--เมื่อเห็นประเทศของเขาและโซเวียตรัสเซียซึ่งเป็นประเทศต้นแบบของจีนคอมมิวนิสต์ ประเทศคอมมิวนิสต์อื่นๆ ทั่วโลกที่กำลังหันมาเดินทางลัทธิทุนนิยมเหมือนกันหมด นับว่า เหมาเจ๋อตุงเป็นคนมีบุญที่ไม่ต้องมีชีวิตอยู่จนตรอมใจตาย
สู้ถวายหัว
User avatar
หนูอ้อย
 
Posts: 2095
Joined: Sat Mar 21, 2009 10:40 pm

Re: ขอเชิญชวนพี่น้องเสรีไทยทุกท่าน

Postby นายเวร » Mon Aug 02, 2010 10:16 pm

หนูอ้อย wrote:
นายเวร wrote:ผมไม่ค่อยมีอะไรที่จะแย้งมากเท่าไร เพราะส่วนมากจะเห็นด้วย
และอีกอย่างข้อมูลผมไม่แน่นพอในเรื่องพวกนี้…แต่จะเห็นด้วยอย่างมากที่สุดก็คือทุกประเทศ
รบราฆ่าฟันเลือดนองแผ่นดินทั้งนั้นในช่วงเปลี่ยนอำนาจ…น่าจะคุยกันดีๆก็อย่างว่าความขัดแย้ง
มันไปอยู่ระดับพูดคุยกันไม่ได้แล้วคือระดับประณีประนอมไม่ได้..คนที่ตายมีแต่
ระดับปลายแถว


จริงหรือเปล่าที่คุยไม่ได้ เคยรู้ใช่ไหมว่าเราคุยกับหลายคนที่นี่ว่า ถ้าตัดพวกสุดโต่งออกไปจะมีคนของทุกกลุ่มที่มีความคิดทับซ้อนกัน
อย่างน้อยหนูอ้อยกับนายเวรตอนนี้ก็เห็นตรงกันว่า "ไม่เอาความรุนแรงในการเปลี่ยนผ่าน" ใช่ไหม :?: (ครั้งนี้เป็นครั้งที่ ๔ ที่เราย้ำกับนายเวร)

ระดับหัวแถวใช่ไหมที่ ไม่ยอมคุย แล้วในที่สุดก็มีแต่ปลายแถวเท่านั้นที่สังเวยชีวิต :!: :!: :!:


ใช่ครับเราเห็นตรงกันไม่เอาความรุนแรงผมพูดกี่ครั้งไปแล้ว แต่ระดับหัวแถวที่จารย์อ้อยไปคิดแทน
มันคือเครือข่าย (Network)ครับอย่างไปตีความเป็นบุคคล ทุกวันนี้แก้ที่ระบบไม่ใช่หรือที่ปฎิรูปกัน
หรือแก้บุคคลบอกผมหน่อย :?: ดูที่ผมเอามาให้อ่านล่าสุด ยังไม่อ่านหรือ :?:
ความคิดคนเราไม่เหมือนกันนะ บ้างทีอย่าคิดในสิ่งสวยงามเกินไป
ก็ไม่ใช่ปลายแถวที่เป็นประชาชนหรือที่ตาย หรือเห็นมากกว่านั้น
การเมืองมีอะไรที่เราไม่เข้าใจอีกแยะครับ.........
สาเหตุมาจากตัวแปรใหญ่ๆ สองตัวแปร ตัวแปรแรก คือ ความอ่อนแอหรือความบกพร่องของระบบ :!: :!: :!:
Last edited by นายเวร on Mon Aug 02, 2010 10:20 pm, edited 1 time in total.


คุกกักขังได้แค่กายหยาบ ... คุกมิอาจกำหราบใจกล้าแกร่ง

จิตวิญญาณ เสรีชน มิโรยแรง ... จักตอบโต้ ทุกตะแบง แห่งอธรรม


ว.แหวนลงยา
เย้ยฟ้า ท้านรก
User avatar
นายเวร
 
Posts: 3515
Joined: Tue Jun 01, 2010 3:36 am

Re: ขอเชิญชวนพี่น้องเสรีไทยทุกท่าน

Postby หนูอ้อย » Mon Aug 02, 2010 10:18 pm

ชนชั้นในไทยมีจริงหรือ?

ในสังคมไทยในภาคอุตสาหกรรมและบริการ โรงงานอุตสาหกรรมและวิสาหกิจบริการภาคเอกชนบางแห่งมีการจัดการบริหารไม่ดี ในกรณีที่คนงานมีความเข้มแข็งและมีผู้นำที่มีความสามารถในการจัดตั้ง ความรู้สึกที่เป็นปฏิปักษ์ต่อกันระหว่างฝ่ายจัดการและฝ่ายคนงานพอมีปรากฏให้เห็นอยู่บ้าง แต่ไม่แพร่หลายเหมือนในยุโรปในกลางคริสตศตวรรษที่ 19 ตามที่ Marx และ Engles บรรยายไว้ ในภาคการเงิน การกู้ยืมเงินนอกระบบ (ซึ่งคิดดอกเบี้ยสูงเกินกฎหมายกำหนด) ความขัดแย้งกันระหว่างผู้กู้และผู้ให้กู้ถึงกับฆ่าฟันกัน ให้เห็นเป็นข่าวก็มีบ่อยๆ แต่มักจะเป็นเรื่องเฉพาะรายมากกว่าในเชิงชนชั้น

แม้การบุกรุกประเทศไทยโดยบรรษัทยักษ์ใหญ่ข้ามชาติที่ทำลายอาชีพของพวกโชห่วย (ร้านขายของชำ) จะแพร่หลายและรุนแรง แต่ยังไม่มีใครสามารถปลุกระดมความรู้สึกของชาวโชห่วยนับล้านให้มีจิตสำนึกร่วมกันต่อต้านบรรษัทข้ามชาติได้สำเร็จ คนไทยที่มีความรู้สึกเป็นปฏิปักษ์ต่อกันในเชิงชนชั้นนั้นมีน้อยมาก โดยพื้นฐานของวัฒนธรรมไทย คนไทยนิยมที่จะอยู่ร่วมกันแบบระบบอุปถัมภ์มากกว่า วัฒนธรรมอุปถัมภ์เป็นศัตรูสำคัญของการเกิดและพัฒนาของสังคมชนชั้น

อย่างไรก็ตาม ความขัดแย้งทางสังคมในรูปแบบอื่นๆ นั้นมีจริง เช่น ความขัดแย้งระหว่างคนต่างศาสนา ความขัดแย้งระหว่างคนเมืองกับคนชนบท คนรวยกับคนจน คนโกงกับคนซื่อสัตย์ ข้าราชการบางจำพวกกับประชาชนบางจำพวก ผู้มีอำนาจกับผู้ไร้อำนาจ ผู้ได้เปรียบกับผู้เสียเปรียบ ฯลฯ ซึ่งเป็นปัญหาที่มีอยู่ในประเทศอื่นๆ ในทำนองเดียวกัน ไม่ใช่มีรากฐานมาจากชนชั้นทางสังคมตามความหมายของลัทธิมาร์กซ์ดั้งเดิม แต่ความขัดแย้งเหล่านี้เอง เหมาได้เอาไปขยายความใช้สำหรับการปฏิวัติในจีนอย่างได้ผล

การเอาแนวความคิดทางชนชั้นกับความขัดแย้งของคนในสังคมมาผสมกัน ทั้งของจริงและของเทียม เพื่อทำให้เป็นประเด็นการปฏิวัติคอมมิวนิสต์ทั่วโลกนั้น มีผลกระทบที่สำคัญอย่างหนึ่ง คือเชื่อกันว่า ลัทธิคอมมิวนิสต์เป็นอุดมการณ์ของคนยากจน-กรรมกร-ชาวไร่ชาวนาและชาวชนบท เป็นสัญญลักษณ์ของความบริสุทธิ์และเป็นพลังสำคัญที่นักการเมืองและนักปฏิวัตินิยมดึงมาเป็นพวก เป็นมิตร และเป็นเกาะกำบังในทุกขั้นตอนของการทำงานการเมือง

ไทยในยุคประชาธิปไตยพัฒนา ทุนนิยมสามานย์เฟื่องฟูควบคู่ไปกับการเมืองสกปรก สังคมชนบท ชาวไร่ชาวนาและกรรมกรยังมีภาพลักษณ์แห่งความบริสุทธิ์มากกว่า กระแสความเชื่อเช่นนี้บวกกับกระแสความเชื่อของชาวโลก ทำให้นักการเมืองไทยเกือบทุกคนอยากได้ภาพลักษณ์ที่เป็นมิตรกับชาวไร่ชาวนา มีนักการเมืองจำนวนมากร่วมมือกับนายทุนผู้ค้า “แรงงานทาส” ทำการขูดรีดและโกงชาวไร่ชาวนา ในขณะที่หาคะแนนนิยมให้แก่ตัวเองโดยอ้างว่าตนเป็นชาวไร่ชาวนาบ้าง ช่วยเหลือ (ความจริงคือช่วยเถือ) คนจนบ้าง

ฉะนั้น การที่ทักษิณกับพวกประกาศอ้างตัวเองเป็น “ไพร่” เพื่อจะร่วมมือกันชิงอำนาจคืนจาก “รัฐบาลอำมาตย์” โดยพยายามอิงบารมีของคนจน-คนชนบทนั้นเป็นเรื่องที่ไม่น่าประหลาดใจ เขาหลอกใช้คนจนโดยยอมตัวเป็น “ไพร่” ขันอาสาไปรับใช้คนจน ทักษิณและพรรคพวกมีกลยุทธ์ในการเอาชนะศัตรูคล้ายกับ เลนิน สตาลิน และเหมา คือเอาคนยากจนซึ่งเป็นคนกลุ่มใหญ่ที่สุดของประเทศเป็นข้ออ้าง
สู้ถวายหัว
User avatar
หนูอ้อย
 
Posts: 2095
Joined: Sat Mar 21, 2009 10:40 pm

Re: ขอเชิญชวนพี่น้องเสรีไทยทุกท่าน

Postby หนูอ้อย » Mon Aug 02, 2010 10:21 pm

แต่สิ่งที่ทักษิณทำได้ไม่สนิทคือ เขามีทรัพย์สินสะสมมาจากการฉ้อราษฏร์บังหลวง จนเป็นคนรวยระดับแรกๆ ของประเทศ ในขณะที่เลนิน สตาลิน และเหมาไม่มีรอยด่างพร้อยในด้านนี้เลย

คนเสื้อแดงที่ประกาศตัวเป็น “ไพร่” ตามทักษิณเพื่อ “ทำสงคราม” ชิงอำนาจคืนจาก “รัฐบาลอำมาตย์” นำโดยอภิสิทธิ์นั้นไม่ใช่เป็นพวกคนจน-คนชนบท-ชนชั้นล่าง หรือคนไร้อำนาจตามที่ทักษิณและแกนนำม็อบเสื้อแดงประกาศโฆษณาให้คนเชื่อซ้ำซากผ่านสื่อมวลชนที่เป็นเครือข่ายของคนเสื้อแดง เราอาจแยกประเภทของคนเสื้อแดงของทักษิณได้ดังนี้

(1) ชนชั้นนำที่รับหรือเคยได้รับการอุปถัมภ์ของทักษิณ ได้แก่ นายพลผู้กว้างขวางที่รับจ้างทำงานเฉพาะกิจ นายทหารการเมืองนอกราชการที่สมหวังในการเลื่อนยศ-ตำแหน่งในสมัยที่ทักษิณกุมอำนาจรัฐ หรือผิดหวังที่ไม่ได้รับการเลื่อนยศ-ตำแหน่งในสมัยที่พรรคประชาธิปไตยเป็นแกนนำในการจัดตั้งรัฐบาล

นักการเมืองที่เคยเกาะกินชาติกับระบบทักษิณและหวังว่า จะได้โอกาสเช่นนั้นอีก ส.ส. และส.ว.ที่กินหรือเคยกินเงินเดือนนอกระบบจากทักษิณ นักธุรกิจที่เคยเกาะกินกับระบบทักษิณ และหวังว่า จะมีโอกาสเช่นนั้นอีกถ้าทักษิณกลับมามีอำนาจ ผู้ที่เคยรับเงินอุปถัมภ์จากทักษิณในรูปแบบต่างๆ เช่นเงินหาเสียงเลือกตั้ง เงินเดือนประจำนอกระบบ เงินร่วมงานกุศล (ท่านผู้หญิงวิระยา เชาวกุล ไฮโซคนเสื้อแดงชื่อดัง เคยให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนว่า เคยขอเงินทักษิณเป็นพันล้านในงานกุศล ท่านให้ทุกครั้ง)

(2) คนรักทักษิณด้วยแรงศรัทธา พวกนี้ส่วนใหญ่ได้ประโยชน์จากนโยบายประชานิยมของทักษิณ นโยบาย 30 บาทรักษาทุกโรคนั้นคนรวย-คนจน พ่อค้าประชาชนได้เหมือนกัน บ้างก็เป็นหัวคะแนนให้ ส.ส.พรรคของทักษิณในยามเลือกตั้ง พวกนี้เป็นประชากรที่ชอบเคลื่อนไหว เวลามีการชุมนุมทางการเมือง พวกเขาจะพากันไปร่วมไม่ว่าจะได้รับเงินค่าจ้างหรือไม่

(3) พวกส่งเสริมประชาธิปไตยขาเดียว อยากเป็นปัญญาชนหัวก้าวหน้า ยึดถือการเลือกตั้งเป็นใหญ่ ยึดประชาธิปไตยตะวันตกเป็นมาตรฐาน ต่อต้านการทำรัฐประหาร แต่ไม่พูดถึงคนชั่วที่สร้างเงื่อนไขให้ทหารยึดอำนาจ พวกนี้ต้องการตัดสิทธิและหน้าที่ในฐานะเป็นพลเมืองขององคมนตรีและผู้นำเหล่าทัพที่จะช่วยชาติในฐานะส่วนตัวเพื่อส่งเสริมคนดีมีความสามารถมาเป็นผู้นำของประเทศ พวกนี้เป็น “กองหนุน” หรือ “แนวหลัง” ในการสนับสนุน “กองทัพ” คนเสื้อแดงในด้านความคิด ข้อมูล และการประชาสัมพันธ์

(4)ผู้ที่รับจ้างไปร่วมชุมนุมกับคนเสื้อแดงเป็นรายวันหรือรายงวด (1 หรือ 2, หรือ 3 สัปดาห์ แล้วแต่จะตกลงกัน) คนที่มีรถยนต์หรือรถกระบะก็จะได้ทั้งค่าเช่ารถและค่าแรงงาน ราคาค่าจ้างจากแต่ละแห่งอาจจะแตกต่างกันตามความสามารถในการหาเงินของ “ขุนพล” ที่คนวงในของทักษิณจัดส่งมาตามสาย พวกได้ค่าจ้างดีหมายความว่าเป็น “ม็อบมีเส้น” เข้าถึงองค์อุปถัมภ์ในลักษณะมี “เส้นใหญ่” นอกจากนั้นแต่ละงานราคาก็ต่างกัน เช่นงานชุมนุมที่กรุงเทพฯ ตั้งแต่วันที่ 12 มีนาคม จนถึงปัจจุบัน (20 เมษายน 2553) นั้น

สำหรับแท็กซี่ได้ค่าจ้างวันละ 2,000 บาทก็มี 3,000 บาท ก็มี จักรยานยนต์ได้วันละ 500 บาท เป็นมาตราฐาน คนขับจักรยานยนต์ได้ค่าแรงอีกวันละ 500-1,000 บาท แต่บางรายได้มากกว่า

สำหรับงานปะทะขั้นแตกหักราคาก็ปรับสูงขึ้น คนว่างงานที่อยู่ตามแฟลตในกรุงเทพฯ คนขายของริมถนน คนรับซ่อมเสื้อผ้า แม้กระทั่งคนขายของชำที่มีรายได้น้อย ส่วนหนึ่งก็ชอบรับจ้างไปร่วมชุมนุมกับคนเสื้อแดง รายได้ดีกว่างานที่ทำอยู่ หรือดีกว่าอยู่เฉยๆ
สู้ถวายหัว
User avatar
หนูอ้อย
 
Posts: 2095
Joined: Sat Mar 21, 2009 10:40 pm

Re: ขอเชิญชวนพี่น้องเสรีไทยทุกท่าน

Postby หนูอ้อย » Mon Aug 02, 2010 10:23 pm

ถามว่าคนทั้ง 4 จำพวกนี้เกี่ยวกับชนชั้นอย่างไร พวกเขาไม่สังกัดชนชั้นใดชนชั้นหนึ่งตามหลักสังคมวิทยาแน่ ถ้าจะบังคับให้เป็นก็ต้องจัดให้เป็นชนชั้นใหม่ เป็น “ไพร่” พันธุ์ใหม่ของทักษิณ ตามความหมายเดิมที่เป็นข้าทาสบริวารของผู้มั่งคั่ง หรือผู้อุปถัมภ์ และอาจจะได้รับอุปถัมภ์ต่อไปอีก ถ้าหากทักษิณหรือพรรคของทักษิณได้กลับคืนสู่อำนาจอีกครั้งหนึ่ง บุคคลที่ได้รับผลประโยชน์จากทักษิณจำพวกนี้มีจำนวนมาก รับใช้ทักษิณโดยไม่สนใจดอกว่าทักษิณจะเป็นคนซื่อสัตย์หรือไม่อย่างไร เช่นเดียวกับท่านผู้หญิงวิระยาที่รับเงินทำบุญกุศลจากทักษิณ ไม่สนใจดอกว่าเงินพันล้านเหล่านั้นได้มาโดยวิธีสะอาดหรือสกปรก
สู้ถวายหัว
User avatar
หนูอ้อย
 
Posts: 2095
Joined: Sat Mar 21, 2009 10:40 pm

Re: ขอเชิญชวนพี่น้องเสรีไทยทุกท่าน

Postby หนูอ้อย » Mon Aug 02, 2010 10:27 pm

ไพร่พันธุ์ใหม่ในไทยมีอำนาจมากที่สุดในโลก ภายใต้การอุปถัมภ์ของทักษิณ ซึ่งหนีคุกไปตั้งศูนย์บัญชาการปฏิบัติการป่วนประเทศไทยในต่างแดน โดยโฟนอินบ้าง วีดิโอลิงค์บ้าง เข้ามาสั่งงานให้แกนนำม็อบเสื้อแดงและกล่าวคำปราศัยผ่านจอทีวีของคนเสื้อแดง ให้จัดการโค่นล้มรัฐบาลอำมาตย์ให้สำเร็จโดยเร็ว

ไพร่พันธุ์ทักษิณใช้สิทธิ์ชุมนุมทางการเมืองเกินขอบเขตของกฎหมายและรัฐธรรมนูญ ใช้อำนาจบาตรใหญ่ชุมนุมปิดถนน จัดเวทีให้แกนนำคนเสื้อแดงพูดจาด่า-ใส่ร้ายป้ายสีคนที่พวกเขาถือว่าเป็นศัตรู

ตั้งสถานีโทรทัศ PTV วิทยุชุมชน ปลุกปั้นให้คนเสื้อแดงทำผิดกฎหมายชัดๆ เพื่อยั่วยุให้ตำรวจ-ทหารใช้กำลังปะทะ สั่งการให้ไล่ล่า “อำมาตย์” ตำรวจ-ทหารไม่กล้าบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจังเพราะกลัวจะเกิดการนองเลือด แต่ยอมให้ม็อบเสื้อแดงมาแย่งอาวุธไป ภาพอย่างนี้หาดูได้ยากในโลกนี้ ไพร่กับอำมาตย์ใครใหญ่กว่ากันแน่?

อำมาตย์คือใคร? บนหน้าปกเอกสาร Voice of Taksin ของผู้นำไพร่พันธุ์ใหม่ฉบับหนึ่ง มีรูปไพ่ 3 ใบ ใบหนึ่งเป็นตัวแจก รูปอภิสิทธิ์ (นายกรัฐมนตรี) ใบที่สองเป็นรูปตัวควีน พลเอกเปรม (ประธานองคมนตรี) และอีกใบหนึ่งเป็นเครื่องหมายคำถามแทนรูป (?)

Image

ผู้ที่มีความรู้เกี่ยวกับขบวนการเสื้อแดงเห็นแล้วก็จะรู้ทันทีว่าพวกเขาต้องการให้หมายถึงใคร แถมยังแนะว่าระบอบอำมาตยาธิปไตยกำลังจะสิ้นสุด ใช้คำว่า “อาทิตย์อัสดง” เพราะพวกเขากำลังไล่ล่าอำมาตย์
Last edited by หนูอ้อย on Sat Aug 14, 2010 6:42 pm, edited 1 time in total.
สู้ถวายหัว
User avatar
หนูอ้อย
 
Posts: 2095
Joined: Sat Mar 21, 2009 10:40 pm

Re: ขอเชิญชวนพี่น้องเสรีไทยทุกท่าน

Postby หนูอ้อย » Mon Aug 02, 2010 10:28 pm

ทหารเป็นพวกไพร่หรืออำมาตย์? “กองหนุน” ของคนเสื้อแดงสอนให้คนชิงชังทหารเพราะทหารได้ทำรัฐประหารโค่นล้มรัฐบาลทักษิณ ฉีกรัฐธรรมนูญปี 2540 แต่พวกเขาไม่เคยถามตัวเองว่าก่อนมีรัฐประหาร รัฐบาลทักษิณที่ได้รับเลือกตั้งมาได้ใช้อำนาจเผด็จการในรัฐสภา ฉีกรัฐธรรมนูญไปก่อนแล้วหรือยัง เขาว่าทหารรับใช้อำมาตย์ นายทหารเป็นส่วนหนึ่งของอำมาตย์ ทหารภายใต้การนำของพลเอกอนุพงษ์ เผ่าจินดา (ผบ.ทบ.) ไม่ยอมปราบม็อบเสื้อเหลือง ในสมัยรัฐบาลสมัคร และรัฐบาลสมชาย (29 มกราคม – 2 ธันวาคม 2551) แต่ทำไมจึงยอมสลายม็อบเสื้อแดงสมัยรัฐบาลอภิสิทธิ์ (ในวันสงกรานต์ 2552)

พวกเขาสรุปการวิเคราะห์ระบบความมั่นคงของไทยในเชิงชนชั้นว่า ทหารไม่ยอมรับใช้รัฐบาลที่นำโดย “ไพร่” แต่รับใช้อำมาตย์อภิสิทธิ์

เราต้องเข้าใจว่าวงการทหารมีการเปลี่ยนยศ-ตำแหน่ง-ฐานะง่าย จิตสำนึกในการแบ่งแยกเป็นชนชั้นในสถาบันทหารคงไม่เกิด การรับใช้รัฐบาลเป็นหน้าที่ การปกป้องสถาบันกษัตริย์ก็เป็นหน้าที่ตามกฎหมาย ถ้านายทหารคนใดเสี่ยงชีวิตทำรัฐประหาร โค่นล้มรัฐบาลที่ชอบหรือมิชอบด้วยกฎหมายก็ตาม ก็คงจะไม่เกี่ยวกับเรื่องชนชั้น แต่เป็นเรื่องที่เกี่ยวกับเงื่อนไขหรือสถานการณ์ทางการเมืองในแต่ละช่วงเวลามากกว่า ปัญญาชนคนเสื้อแดงจะตัดสินการทำหน้าที่ของทหารโดยไม่ดูข้อเท็จจริงเป็นกรณีๆ ไป คงจะไม่ถูก เป็นต้นว่า ทำไมทหารไม่ช่วยรัฐบาลสมัคร-รัฐบาลสมชายปราบม็อบเสื้อเหลือง

ข้อเท็จจริงในขณะนั้นมีอยู่ว่า

(1) รัฐบาลในขณะนั้นเชื่อใจตำรวจมากกว่าทหาร ไม่กล้าเสี่ยงที่จะใช้ทหารปราบหรือสลายม็อบเสื้อเหลือง

(2) รัฐบาลในขณะนั้นเลือกใช้คนเสื้อแดงเป็นหน่วยจรยุทธทำการข่มขู่คนเสื้อเหลืองเป็นการแสดงพลัง

(3) รัฐบาลในขณะนั้นเป็นรัฐบาลที่มิชอบด้วยกฎหมาย ซึ่งกระบวนการยุติธรรมได้กำลังดำเนินการอยู่ทั้งในเรื่องการยุบพรรค ที่เป็นแกนนำของรัฐบาลและตัวนายกรัฐมนตรี ซึ่งในที่สุดศาลรัฐธรรมนูญก็ได้วินิจฉัยชี้ขาดให้ยุบพรรคไทยรักไทย พรรคพลังประชาชน และให้นายสมัครและนายสมชายพ้นจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรีตามวาระต่างกัน

ทหารที่ไม่ยอมรับใช้รัฐบาลที่ชอบด้วยกฎหมายนั้นต้องเสี่ยงภัยเอาเอง เพราะอาจต้องโทษขัดขืนคำสั่งผู้บังคับบัญชาได้ อาจถูกปลดหรือถูกย้ายได้ ยิ่งกว่านั้น ถ้าผู้คุมกองทัพจะออกมาให้ความเห็นให้รัฐบาล(ที่ชอบด้วยกฎหมายหรือมิชอบด้วยกฎหมาย) ยุบสภาฯ หรือให้นายกรัฐมนตรีลาออกดีกว่า จะให้ทหารออกมาปราบปรามประชาชนก็ย่อมทำได้ (โดยเสี่ยงภัยเอาเอง) ไม่เกี่ยวกับเรื่องสถานภาพทางชนชั้นของทหารแต่อย่างใด
สู้ถวายหัว
User avatar
หนูอ้อย
 
Posts: 2095
Joined: Sat Mar 21, 2009 10:40 pm

Re: ขอเชิญชวนพี่น้องเสรีไทยทุกท่าน

Postby หนูอ้อย » Mon Aug 02, 2010 10:31 pm

เราจะเห็นว่าภายหลังการปะทะกันระหว่างทหารกับม็อบเสื้อแดงที่ใกล้สี่แยกคอกวัว จนมีคนบาดเจ็บล้มตายเป็นจำนวนมากเมื่อคืนวันที่ 10 เมษายน แล้ว พลเอกอนุพงษ์ เผ่าจินดา ก็ได้ออกมาให้สัมภาษณ์ในทำนองเดียวกัน ซึ่งมีนัยสำคัญว่า ทหารเลิกรับใช้การเมือง กลับเข้ากรมกอง ทั้งๆ ที่ความจริงแล้วความขัดแย้งระหว่างรัฐบาลกับม็อบเสื้อแดงนั้นได้เปลี่ยนสภาพจากการเมืองเป็นเรื่องความมั่นคงไปแล้ว

ตำรวจ อัยการ ศาล ( ศาลยุติธรรม, ศาลปกครอง, ศาลรัฐธรรมนูญ) และองค์กรอิสระ (ปปช., กกต.) เป็นชนชั้นอำมาตย์หรือไม่? พวกเขารับใช้ใคร?

บุคลากรในสถาบันดังกล่าว เปลี่ยนตัวไปตามกาลเวลาหรือวาระ คุณวุฒิ วัยวุฒิ ควบคู่กันไปกับระยะเวลาในการรับราชการ สำหรับองค์กรอิสระ ก็มีวาระแน่นอนในการดำรงตำแหน่ง ไม่มีหลักวิชาใดๆ ที่สามารถชี้แนะได้ว่า บุคลากรคนใดหรือสถาบันใดสังกัดชนชั้นใด การที่มีคนเสื้อแดงออกมากล่าวหาองค์กรต่างๆ ที่มีอำนาจหน้าที่ในการธำรงไว้ซึ่งความยุติธรรมว่าเป็นพวกอำมาตย์ หรือรับใช้อำมาตย์มากกว่าคนยากจน โดยใช้ศัพท์ต่างๆ (สองมาตรฐาน, เสนาภิวัตน์, ตุลาการภิวัตน์ ฯลฯ) ซึ่งมีนัยในเชิงกล่าวหาว่าองค์กรดังกล่าวมีอคติในเชิงชนชั้นนั้นคงไม่ถูกต้องตามความเป็นจริง

ความจริงประเทศไทยมีปัญหามากกว่า “สองมาตรฐาน” ถ้าเรามีเพียงสองมาตรฐานจริง ก็น่าจะมีเฉพาะความถูกและความผิด คนทำถูกเท่านั้นที่จะมีโอกาสอยู่ดีมีสุข แต่คนทำผิดก็ควรจะต้องรับโทษ รับกรรมและรับทุกข์ ปัญหาการทำงานของสถาบันและองค์กรดังกล่าวมีมากกว่า “สองมาตรฐาน” แต่ทั้งหมดไม่ใช่มีพื้นฐานมาจากเรื่องชนชั้นทางสังคม อาจจะเป็นปัญหา “โครงสร้างทางสังคม” ก็ได้ (คำนี้กว้างดี)

ฝ่ายหัวเสฯ ของคนเสื้อแดงชอบพูดว่า สถาบันหรือองค์กรดังกล่าวมีอคติต่อต้านทักษิณ พวกเขาคงคิดถึงคดีที่ทักษิณถูกปปช. กล่าวหาว่าซุกหุ้น (พ.ศ. 2544) คดีทักษิณถูกศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง พิพากษาให้ทักษิณต้องโทษจำคุก 2 ปี ศาลฎีกาฯ พิพากษาให้ยึดทรัพย์ทักษิณ 46,373 ล้านบาท โทษฐานร่ำรวยผิดปรกติจากการซื้อขายหุ้นชินคอร์ป (26 กุมภาพันธ์ 2553)

คดีศาลรัฐธรรมนูญได้วินิจฉัยให้ยุบพรรคไทยรักไทย (30 พฤษภาคม 2550) ยุบพรรคพลังประชาชน (2 ธันวาคม 2551) เฉพาะที่ทักษิณถูกฟ้องดำเนินคดีซึ่งยังค้างอยู่ก็มีไม่ต่ำกว่า 10 คดี

ส่วนคดีที่คนเสื้อเหลืองถูกฟ้อง (มากกว่า 200 คดี) นั้น ไม่มีอะไรคืบหน้า หรือคืบหน้าน้อยมาก คนเสื้อแดงสรุปว่าสถาบันและองค์กรดังกล่าวมีอคติต่อต้านทักษิณ ขวัญใจของคนจน โดยไม่แยกแยะว่าผลประโยชน์ของทักษิณกับของคนจนแตกต่างกันอย่างไร

เหตุที่ทำให้คนเสื้อแดงรู้สึกเช่นนั้นเพราะพวกเขาลืมคิดไปว่า ทักษิณและคนเสื้อแดงได้ทำผิดกฎหมายมากผิดปรกติ เรื่องที่ยังไม่มีการดำเนินคดีก็มีอีกมาก เช่นคดีซุกหุ้น (1) ปี 2544 มีกรณีแจ้งความหรือให้การเท็จต่อเจ้าพนักงานตามประมวลกฎหมายอาญาก็ยังไม่มีตำรวจหรืออัยการที่ไหนได้ริเริ่มดำเนินคดี ที่มีข่าวอื้อฉาวว่ามีตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ 1-2 คนรับสินบนในคดีนั้น ผู้ให้สินบนหรือผู้รับสินบนก็ยังไม่ถูกดำเนินคดี

คดีทักษิณร่ำรวยผิดปรกติในขณะดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีนั้น นอกเหนือจากหุ้นบริษัทชินคอร์ปแล้ว ยังมีส่วนที่ร่ำรวยผิดปรกติอีกไม่ต่ำกว่า 7 หมื่นล้านบาท (เอาจำนวนทรัพย์สินที่มีอยู่จริงทั้งที่เปิดเผยและซุกไว้ในประเทศและต่างประเทศ ในวันที่พ้นจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี วันที่ 19 กันยายน 2549 เป็นตัวตั้งลบด้วยจำนวนทรัพย์สินที่แจ้งไว้ต่อ ปปช.เมื่อเข้ารับตำแหน่งนายกรัฐมนตรีสมัยแรก คือวันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2544) ก็ยังไม่มีใครดำเนินคดี คดีที่ทนายความของทักษิณให้สินบนเจ้าหน้าที่ศาลฎีกาฯ 3 ล้านบาท ก็เงียบหายไป

การให้ประกันตัว ทักษิณ และอนุมัติให้เดินทางออกนอกประเทศ ก็ไม่มีใครเอาเรื่องว่าอัยการทำสำนวนคัดค้านการประกันตัวอ่อน หรือศาลบกพร่องปล่อยให้ทักษิณประกันตัว-ออกนอกประเทศและหนีคุกไปทำร้ายประเทศไทยจากต่างประเทศ

เกี่ยวกับการดำเนินคดีกับแกนนำคนเสื้อแดง ตั้งแต่วันสงกรานต์ ปี 2552 นั้น ในจอทีวีมีใครบ้างที่มองไม่เห็นว่าผู้ร้ายที่ไล่ล่านายกรัฐมนตรี และเลขาธิการนายกรัฐมนตรีนั้นเป็นใคร พวกเขาได้ร่วมมือกันรุมทุบรถยนต์ทำลายทรัพย์สมบัติของหลวงอย่างอุกอาจเหมือนบ้านเมืองไม่มีขื่อแป มีการจับหรือไม่จับตัวคนร้ายที่เห็นตัวกันชัดๆ มาลงโทษกันแล้วกี่คน เฉพาะที่จับได้ไม่กี่คนศาลก็ให้ประกันตัวออกไปทำร้ายประเทศไทยอย่างต่อเนื่องอีก

การกระทำอย่างนี้เป็นพฤติกรรมของคนในระบอบ “บาทาธิปไตย” ไม่ใช่ “ประชาธิปไตย” ตามที่พวกเขาเรียกร้องแน่นอน ตำรวจ อัยการทำอะไรกันอยู่ หรือเป็นความบกพร่องซ้ำซากของศาลที่ให้ประกันตัวคนร้ายออกไปทำร้ายประเทศไทยให้บอบช้ำยิ่งๆ ขึ้น

ที่กล่าวมานี้ ยังต้องการชี้ให้เห็นด้วยว่า สถาบันและองค์กรเหล่านี้ ซึ่งมีอำนาจหน้าที่ต่างกันนั้นมิได้ทำตามอำนาจหน้าที่ของตนอย่างสมบูรณ์ เกี่ยวกับการดำเนินคดี คนเสื้อเหลืองด้วย (ที่ฟ้องร้องแล้วแต่คืบหน้าช้ามากกว่า 200 คดี) การที่คนเสื้อแดงยกเอาเรื่องนี้มาโจมตีรัฐบาลก็คงไม่ยุติธรรมนัก ประการแรกตำรวจในกรุงเทพฯที่มีอยู่ถูกระดมมาดูแลปัญหาที่พวกคนเสื้อแดงสร้างขึ้นทั้งวันทั้งคืน ประการที่สอง รัฐบาลอภิสิทธิ์-สมชาย-สมัคร ทำงานเหมือนกันคือไม่ยอมเร่งคดีที่ฝ่ายตนหรือพรรคพวกของตนตกเป็นผู้ต้องหา แต่ก็คงจะมียางอายเหลืออยู่บ้างที่ไม่กล้าไปเร่งคดีที่ผู้ต้องหาเป็นฝ่ายตรงกันข้าม หรือไม่ก็เพราะกลัวจะถูกกล่าวหาว่าแทรกแซงกระบวนการยุติธรรม

ถ้าข้อสังเกตที่กล่าวมาแล้วไม่ผิด การวิเคราะห์องค์กรหรือสถาบันดังกล่าวในเชิงชนชั้นจึงเป็นเรื่องอารมณ์มากกว่าเหตุผล การกล่าวหาว่าพวกเขาเป็นอำมาตย์หรือรับใช้อำมาตย์ก็ไร้เหตุผล แต่เงินอาจจะ “จ้างผีโม่แป้งได้” คนร่ำรวยมีเงินมากก็ดี คนมีเส้นสายต่อถึงผู้มีอำนาจหน้าที่ในกระบวนการยุติธรรมก็ดี อาจทำให้ผู้มีอำนาจหน้าที่ทำหรือไม่กระทำตามหน้าที่ สิ่งเหล่านี้ไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะเรื่องการเมืองหรือการชุมนุมทางการเมืองในไทยในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมานี้เท่านั้น คดีบุคคลสำคัญที่ถูกเตะถ่วงให้ล่าช้าเนิ่นนานไปจนหมดอายุความไปก็มีมาก จนผู้ต้องหาหรือจำเลยตายไปก่อนต้องโทษจำคุกก็มีไม่น้อย

เจ้าพนักงานที่ประพฤติมิชอบเช่นนี้ อาจจะทำหรือละเว้นการกระทำเพราะรับสินบนหรือมีเส้นสายหรือเหตุผลอื่นๆ จะต้องดูเป็นกรณีๆ ไป แต่คงไม่ใช่เพราะพวกเขามีจุดยืนอยู่ข้างฝ่าย “อำมาตย์” หรือฝ่าย “ไพร่พันธุ์ทักษิณ” ตามที่มีการกล่าวหากันมาก ระบบความยุติธรรมของไทยด้อยพัฒนาจริงๆ ไม่เกี่ยวกับชนชั้นหรือ “สองมาตรฐาน” แต่ประการใด
สู้ถวายหัว
User avatar
หนูอ้อย
 
Posts: 2095
Joined: Sat Mar 21, 2009 10:40 pm

Re: ขอเชิญชวนพี่น้องเสรีไทยทุกท่าน

Postby หนูอ้อย » Mon Aug 02, 2010 10:33 pm

สงครามชนชั้นในไทย?

เมื่อ Marx และ Engels พูดถึงสงครามชนชั้นของสังคมอุตสาหกรรมในยุโรป ว่ามันเป็นการพัฒนาของสังคมที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ แต่พวกเขาไม่ได้บอกว่าปล่อยให้มันพัฒนาไปตามธรรมชาติของระบบทุนนิยม กลับแนะว่าเราเร่งระยะให้เร็วขึ้นได้ ด้วยเหตุนี้ ท่านปลุกปั่นให้ “ผู้ใช้แรงงานทั่วโลก จงสามัคคีกัน ท่านไม่มีอะไรที่จะสูญเสีย นอกจากโซ่ตรวน” (ดู Communist Manifesto, ใน Essential Works of Marxism, New York: Bantam Books, 1961, p.44)

หมายความว่า ถ้าเงื่อนไขของสังคมยังไม่สุกงอม ท่านจะใช้วิธีอะไรก็ตามที่สร้างเงื่อนไขต่างๆเพื่อให้สุกงอมแล้ว คอมมิวนิสต์ก็ได้โอกาสออกมานำขบวนการปฏิวัติทำให้เป็นสังคมคอมมิวนิสต์ตามเป้าหมาย เลนินและสตาลินใช้กลยุทธ์นี้ทำรัสเซียให้เป็นคอมมิวนิสต์ เหมาเจ๋อตุงปฏิวัติในจีนได้สำเร็จก็ต้องอาศัยการเร่งรัดความขัดแย้งภายในและสงครามกับญี่ปุ่นเป็นปัจจัยช่วย และใช้กลยุทธ์ที่เหมาะสมเพื่อให้เป็นประโยชน์ต่อการปฏิวัติคอมมิวนิสต์ ปัจจัยเรื่องชนชั้นที่แท้จริงมีส่วนส่งเสริมความสำเร็จน้อยมาก ทั้งในรัสเซีย จีนและประเทศคอมมิวนิสต์อื่นๆ

ในประเทศไทย ตั้งแต่ทักษิณถูกทำรัฐประหารโค่นล้มอำนาจไปเมื่อวันที่ 19 กันยายน 2549 ทักษิณและพรรคพวก ต้องการต่อสู้เพื่อทวงอำนาจคืน จึงต้องใช้กลยุทธ์ทุกวิถีทางเพื่อบรรลุเป้าหมาย ผู้ร่วมงานใกล้ชิดของเขาหลายคนเคยเข้าไปร่วมงานกับพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทย พวกเขาคงจะได้ศึกษากลยุทธ์การปฏิวัติคอมมิวนิสต์จีนและเอามาเป็นแนวทางการปฏิวัติในไทย เงื่อนไขอย่างหนึ่งที่พรรคคอมมิวนิสต์จีนทำอย่างได้ผลคือ จุดประเด็นเอาใจคนจนมาเป็นพรรคพวก แพร่กระจายความรู้สึกต่อต้านชนชั้นกลางและชนชั้นสูง
สู้ถวายหัว
User avatar
หนูอ้อย
 
Posts: 2095
Joined: Sat Mar 21, 2009 10:40 pm

Re: ขอเชิญชวนพี่น้องเสรีไทยทุกท่าน

Postby หนูอ้อย » Mon Aug 02, 2010 10:40 pm

ทักษิณและคณะเป็นคนที่รู้ปัญหาของสังคมไทย โครงสร้างอำนาจทางการเมืองและพลังอำนาจมืดและสว่างต่างๆ ของสังคมดี พวกเขาเป็นคนฉลาดรู้จักใช้เล่ห์เหลี่ยมเอาชนะศัตรูหรือคู่แข่ง ทักษิณได้สะสมเงินทุนในการทำการต่อสู้กับศัตรูไว้เป็นจำนวนมากด้วยวิธีการทั้งสุจริตและทุจริต ยุทธศาสตร์ที่ทักษิณและพรรคพวกของเขาใช้เพื่อเอาชนะศัตรูในคราวนี้มีทั้งที่เกี่ยวกับชนชั้นและปัจจัยเสริมอื่นๆ ในที่นี้ จะกล่าวเฉพาะส่วนที่เกี่ยวพันกับสงครามชนชั้น ซึ่งทักษิณและพรรคพวกนำมาใช้รณรงค์โค่นล้มรัฐบาลอภิสิทธิ์ ดังนี้

(1) ใช้คนเสื้อแดงเป็นหัวหอกในการทำลายเสถียรภาพของรัฐบาล ระดมคนให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ เพื่อแสดงต่อชาวโลกว่า ทักษิณยังมีคนนิยมและมีฐานอำนาจอยู่ในประเทศ พวกเขาได้อาศัยความอ่อนแอของเจ้าพนักงานผู้บังคับใช้กฎหมายของสังคมไทย ปรับปรุงวิธีการชุมนุมประท้วงรัฐบาลของคนเสื้อเหลือง ระดมม็อบเสื้อแดงป่วนกรุงเทพฯ เป็นครั้งคราว หน้าฉากทำการชุมนุมโดยสันติตามรัฐธรรมนูญ หลังจากมีกองกำลังติดอาวุธ และวางระเบิดข่มขู่รัฐบาลและประชาชนเกือบทุกวันตลอดระยะเวลาการชุมนุมตั้งแต่วันที่ 12 มีนาคม จนถึงวันที่เขียนนี้ (20 เมษายน)

ข้อเท็จจริงมีอยู่ว่า ม็อบเสื้อแดงที่ชุมนุมกันอย่างต่อเนื่องนั้น ไม่ใช่เป็นการชุมนุมโดยชอบด้วยกฎหมายตามหลักสากล เพราะส่วนใหญ่เป็นม็อบรับจ้าง ครั้งที่มีการชุมนุมกันมากถึง 100,000 คน ประมาณว่ามีค่าใช้จ่ายโดยเฉลี่ยวันละ 200 ล้านบาท 100 ล้านบาท สำหรับเป็นค่าจ้างคนชุมนุม อีก 100 ล้านบาท สำหรับค่าจ้างรถยนต์ รถกระบะ รถจักรยานยนต์ อุปกรณ์การชุมนุมและการบริหารการจัดการ รวมถึงการทำประชาสัมพันธ์ด้วย

ทั้งนี้ไม่รวมรายจ่ายของสถานีโทรทัศน์ PTV สถานีวิทยุชุมชนทั่วประเทศอีกมากมาย ทักษิณมีเงินเหลือจากการเป็นนายกรัฐมนตรีแล้วร่ำรวยผิดปรกตินอกจากที่ได้จาก บริษัทชินคอร์ป ที่ถูกยึดไปแล้ว เฉพาะส่วนที่ยังไม่มีใครฟ้องอีกประมาณ 70,000 ล้านบาท หมายความว่าทักษิณสามารถจ้างคนทำร้ายประเทศไทยได้ประมาณ 350 วัน ไม่มีใครอื่นแล้วในโลกนี้ที่โกงประเทศของตนได้มากเท่าทักษิณ และไม่มีใครอื่นแล้วในโลกนี้ที่ได้ทำร้ายประเทศของตนได้เจ็บปวดเท่ากับทักษิณ

(2) ทักษิณและพรรคพวกรู้จักใช้สื่อมวลชนและเทคโนโลยีสมัยใหม่ส่งเสริมขบวนการของตนเขามีประสบการณ์ในการใช้ ITV ส่งเสริมพวกเขาให้ขึ้นไปกุมอำนาจรัฐและรู้ดีว่า สื่อมวลชนจำพวกโทรทัศน์และวิทยุสำคัญเพียงใด จึงลงทุนจัดตั้ง PTV และเคเบิลทีวี ขึ้นและจัดตั้งสถานีวิทยุชุมชนขึ้นทั่วประเทศมากมาย เพื่อเป็นปากเสียงของขบวนการคนเสื้อแดง นอกจากนั้นพวกเขามีเทคนิคในการแย่งพื้นที่ ในสื่อมวลชนไทย เพราะโดยหลักการสื่อมวลชนในระบอบประชาธิปไตย ต้องเสนอข่าวเป็นกลาง

แต่หนังสือพิมพ์ วิทยุและโทรทัศน์จำนวนมากมักเข้าใจผิดๆ คิดว่าถ้ามีคนสองฝ่ายโต้เถียงกัน ต้องแพร่ข่าวของทั้งสองฝ่ายอย่างเท่าเทียมกัน ฝ่ายตัวโกงใช้ผรุสวาจา หรือใส่ร้ายป้ายสี หรือโกหกพกลม ก็ต้องแพร่ให้ทั้งหมด ฝ่ายสื่อของรัฐซึ่งมีระเบียบวินัยในการเสนอข่าวเข้มงวดกว่า ก็จะได้พื้นที่น้อยกว่า สงครามแย่งชิงพื้นที่ในสื่อระหว่างรัฐบาลกับคนเสื้อแดง ฝ่ายเสื้อแดงเป็นฝ่ายรุกมากกว่า จึงได้พื้นที่มากกว่า ฝ่ายเสื้อแดงยังมีความสามารถในการแพร่ข่าวที่บิดเบือนให้ตื่นเต้นได้มากกว่าด้วย

(3) ทักษิณและแกนนำคนเสื้อแดงเป็นคนพันธุ์เดียวกับ Hitler กับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงโฆษณาการของเขา Joseph Goebbels ในขณะที่ Hitler กุมกลไกของรัฐได้ เขามีคนเลือดร้อนพูดจาโผงผาง โกหกสมจริง กริยา-ฝีปาก ชวนฟัง-ชวนชม-ชวนเชื่อ อย่างจอมยุทธทางฝีปากคือนาย Goebbels. แม้ทักษิณสูญเสียอำนาจรัฐไปแล้ว แต่ก็ยังสามารถใช้เงินไม่อั้นสร้างเวทีม็อบเสื้อแดงขึ้นมา และใช้เวทีนี้ ถ่ายทอดพฤติกรรมและวาทกรรมของทักษิณ (โดยโฟน-อิน วีดีโอลิงค์) และแกนนำคนเสื้อแดง

พวกนี้ มีพรสวรรค์พิเศษในการพูดเท็จให้สมจริง มีศิลปะในการใส่ร้ายป้ายสีคนที่เป็นศัตรู มีความสามารถพิเศษในการปั้นเรื่องสร้างเครดิตให้ฝ่ายตนและทำลายความน่าเชื่อถือของศัตรู มีพรสวรรค์ในการปลุกเร้าใจฝูงชนให้หึกเหิม ก้าวร้าว บ้าบิ่นและรุนแรง ผ่านเครือข่ายสื่อมวลชนคนเสื้อแดงและดึงดูดสื่อมวลชนในระบบเสรีของรัฐบาลเอาไปถ่ายทอดต่อได้อย่างมีประสิทธิภาพ พวกเขาใช้จิตวิทยามวลชนทำสงครามจิตวิทยากับประชาชนและรัฐบาลไทย โดยพูดจาบจ้วงใส่ร้ายป้ายสี “อำมาตย์” ซ้ำซาก จนในที่สุดชาวบ้านและชาวแฟลตที่รับจ้างมานั่งหน้าเวทีก็ค่อยๆถูกล้างสมองคล้อยตามไปด้วย

(4) ทักษิณและคนเสื้อแดงมีความสามารถสร้างภาพลักษณ์ให้ทักษิณว่าเป็นคนเก่ง ทำเศรษฐกิจไทยให้ดีขึ้น ทำให้คนระดับรากหญ้าลืมตาอ้าปากได้ ด้านนี้เขาใช้สื่อมวลชนแพร่ข่าวความเก่งของทักษิณตั้งแต่เขายังอยู่ในอำนาจ ไม่มีใครกล้าพูดตรงๆว่าที่เขาเก่งจริงคือเก่งในการโกง แต่คนเก่งจริงๆทำแล้วจะต้องมีแผ่นดินอยู่ คนเก่งเพื่อทำประโยชน์ให้แก่ประชาชนจริงเมื่อพูดแล้วจะต้องทำได้ตามพูด

ตอนยังไม่ได้เป็นรัฐบาลบอกว่าจะแก้ปัญหาจราจรติดขัดในกรุงเทพฯ ให้ได้ภายใน 6 เดือน แต่ได้เป็นนายกรัฐมนตรีอย่างมีอำนาจเบ็ดเสร็จถึง 5 ปี 7 เดือน ( 17 กุมภาพันธ์ 2544 - 19 กันยายน 2549 ) ภาวะรถติดในกรุงเทพฯหนักยิ่งกว่าเดิม โครงการ “30 บาท รักษาได้ทุกโรค” ถึงคนไทยในระดับรากหญ้าจริง แต่นั่นเป็นการเอาเงินภาษีของราษฎรไปซื้อเสียงจากคนรวยและคนจน แล้วทักษิณรวยจากโครงการนี้เป็นเงินเท่าไรไม่มีใครบอกบนเวทีคนเสื้อแดง ทักษิณซื้อหุ้นโรงพยาบาลเอกชนมารองรับเงินเข้ากระเป๋าส่วนตัวเท่าไรก็ไม่มีใครบอก

(5) ทักษิณและแกนนำคนเสื้อแดงใช้วิธีการโฆษณาชวนเชื่อให้คนไทยเห็นใจเขาในเรื่องต่างๆที่ไม่ได้รับความเป็นธรรม องค์กรอิสระ และกลไกในกระบวนการยุติธรรมดำเนินคดีต่อเขาอย่างไม่เป็นธรรม อะไรที่เขาถูกวินิจฉัยหรือพิพากษาว่ามีความผิดล้วนแต่ไม่ยุติธรรม เขาและพรรคการเมืองของเขาถูกรังแกข่มเหง เขาเป็นไพร่พวกเดียวกับคนจน ฯลฯ เขาไม่ยอมรับใช้ “อำมาตย์” แต่ยินดีจะรับใช้ “ไพร่” เขาต้องการปลุกระดมคนไทยผู้อ่อนแอจำนวนมากที่เคยไม่ได้รับความเป็นธรรมจากอำนาจรัฐสร้างกระแสให้พวกนี้เคียดแค้นรัฐบาลปัจจุบันโดยมีอารมณ์ร่วมกับคนเสื้อแดง

(6) คนเสื้อแดงจัดการชุมนุมใหญ่ครั้งล่าสุดนี้ เรียกร้องให้นายกรัฐมนตรียุบสภาผู้แทนราษฎร เลือกตั้งใหม่ คืนอำนาจให้ประชาชน พวกเขาพยายามชี้แนะต่อประชาชนว่า ประชาชนเป็นใหญ่ในแผ่นดิน ถ้ารัฐบาลไม่ยอมทำตามข้อเรียกร้อง แสดงว่ารัฐบาลนี้ไม่เชื่อใจคนไทย ซึ่งส่วนใหญ่เป็นคนยากจน พวกเขาเชื่อว่าพรรคเพื่อไทยของทักษิณจะต้องชนะการเลือกตั้ง เพราะมีเงินซื้อเสียงและแจกหัวคะแนนมากกว่าพรรคอื่นๆรวมกันหลายสิบเท่า

แต่แกนนำม็อบเสื้อแดงปกปิดเจตนาที่แท้จริงว่า ถ้าพรรคเพื่อไทยได้เป็นรัฐบาลแล้วจะหาทางแก้รัฐธรรมนูญทำให้ทักษิณและพรรคพวกพ้นโทษและกลับมาเป็นใหญ่ในแผ่นดินมากกว่าจะช่วยคนยากจน จึงไม่สามารถอธิบายให้คนเข้าใจได้ว่า ยุบสภาฯ - เลือกตั้งใหม่เกี่ยวกับชีวิตความเป็นอยู่ของคนไทยโดยเฉพาะอย่างยิ่งคนยากจนอย่างไร และที่สำคัญเมื่อกติกาการยุบสภามีกำหนดไว้แล้วในรัฐธรรมนูญ ม็อบเสื้อแดงซึ่งมีไม่ถึง หนึ่งเปอร์เซ็นต์ของประชากรผู้มีสิทธิ์ออกเสียงเลือกตั้ง สามารถเปลี่ยนกติกาที่กำหนดไว้แล้วในรัฐธรรมนูญหรือ

(7) คนเสื้อแดงเรียนกลวิธีการปฏิวัติจากจีนคอมมิวนิสต์ซึ่งได้ผลดี นั่นคือจุดประเด็นเอาใจคนจนมาเป็นพรรคพวก เผยแพร่กระแสความรู้สึกต่อต้านชนชั้นสูงและชนชั้นกลางเช่น บอกว่า หมาของคนรวยในเมืองอยู่ดีกินดีกว่าคนในชนบท

ความจริงข้อนี้ จะพูดกันในประเทศไทยก็ไม่ผิดความจริง แต่พวกคนเสื้อแดงจะทันสมัยกว่าพวกนิยมเหมาในจีนเสียอีก กล่าวคือเมื่อพวกเขาปลุกระดมคนชนบทให้เอารถอีแต๋น-รถแทรกเตอร์ เข้ากรุงเทพฯ ร่วมการชุนนุมต่อต้านรัฐบาล แต่ถูกทางการห้ามตามพ.ร.บ.การจราจร คนเสื้อแดงเอาเรื่องนี้ไปยุแหย่ให้คนชนบทเกลียดชังรัฐบาลอำมาตย์ที่ดูถูกคนจนในชนบท

เรื่องนี้ฟังดูผิวเผินแล้วดูเหมือนจะน่าเชื่อ คนทั่วไปลืมคิดไปว่าคนชนบทที่มีรถอีแต๋นก็ดี รถแทรกเตอร์ก็ดี ปรกติไม่ใช่คนยากจน แต่เป็นคนรวยชนบทที่เป็นหัวคะแนนให้นักการเมืองได้เป็นอย่างดี

เรื่องการหาคะแนนนิยมโดยวิธีการยุแยกให้แตกร้าวกันนี้ ในประเทศไทยทำกันได้ ปัจจุบันคนนิยมใช้เสรีภาพโดยขาดความรับผิดชอบกันมากขึ้น ถ้าจะผิดกฎหมายบ้างก็รู้กันทั่วไปว่า ตำรวจไม่เอาเรื่องแต่ในประเทศที่เจริญแล้ว การแพร่ข่าวปลุกปั่นให้คนเกลียดชังกัน หรือการยุยงให้คนในสังคมมีความขัดแย้งกันหรือแตกแยกกัน จะถูกลงโทษอย่างหนัก

(8) สื่อมวลชนของคนเสื้อแดงและสื่อมวลชนที่อยากได้ภาพพจน์ที่วางตัวเป็นกลางในความขัดแย้ง พยายามสร้างภาพว่าตนเห็นใจคนจนและคนเสื้อแดง (โดยถือว่าเป็นพวกเดียวกัน) โฆษณาว่าคนเสื้อแดงเป็น “ชนชั้นล่าง” เป็นคนยากจน ถูกคนกรุงเทพฯชนชั้นกลาง และชนชั้นสูงดูถูก บางรายสรุปโดยขยายความเอาว่า คนชั้นล่างมีจิตสำนึกเกลียดชังคนกรุงเทพฯ ชนชั้นกลางและชนชั้นสูงมากขึ้น ดูเหมือนจะวิเคราะห์ตามแนวความคิดของลัทธิมารกซ์-เหมาว่าสำนึกทางชนชั้นได้เกิดขึ้นแล้วในสังคมไทย

ความจริงมีอยู่ว่าเราไม่รู้ว่าคนจนหรือคนรวยที่มีจุดยืนเข้าข้างคนจนที่มีสำนึกเกลียดชังคนรวยมีอยู่กี่เปอร์เซ็นต์ แต่ก็เป็นไปได้อย่างมากว่าเมื่อมีคนออกมาชูประเด็นมากๆ รวมทั้งนักสังคมวิทยาที่เห็นใจคนจนก็ออกมาพูดในเชิงสนับสนุนด้วยแล้ว ความสำนึกทางชนชั้นในหมู่คนจนก็จะเพิ่มมากขึ้น ไม่มีใครออกมาเตือนภัยให้คนจนจริงๆทราบว่า การเอาตัวเข้าไปเติมพลังให้ขบวนการปฏิวัติของทักษิณแล้วผลลัพธ์จะเป็นอย่างไร

(9) เพื่อให้เป็นรูปธรรมชัดเจนยิ่งขึ้น คนเสื้อแดงแบ่งชนชั้นในไทยเป็น “ไพร่” และ “อำมาตย์” ทักษิณประกาศตัวผ่านวีดีโอลิ๊งค์มาบอกม็อบเสื้อแดงว่า เขาเป็น “ไพร่” เห็นภาพจากจอโทรทัศน์แล้วชวนให้คิดถึง “Hi...Hitler” ฮิตเลอร์คนมีบารมีเหนือคนในยุคนั้น สามารถนำคนเยอรมันให้เชียร์เขาอย่างคลั่งไคล้จนนำประเทศไปสู่ความหายนะ

ทักษิณประกาศว่า คนเสื้อแดงเป็นชนชั้นไพร่ ตัวเขาเองก็เป็นไพร่ ม็อบเสื้อแดงพากันดีใจ ชูป้ายแดงรูป “เรารักทักษิณ” โบกย้ายไปมาก็มี ตบป้ายรูปฝ่าเท้าตะโกนส่งเสียงเชียร์ชัยโยโห่หิ้วก็มาก พวกนายว่าขี้ข้าพลอย ส.ส.พรรคเพื่ออไทย นายทหารยศ พลเอก พลโท ฯลฯ ที่เกษียณอายุราชการแล้วและเป็นสมาชิกพรรคเพื่อไทยแล้ว พากันสมัครเป็น “ไพร่” กันเป็นทิวแถว แต่ความจริงใช้ชีวิตฟุ้งเฟ้อเหมือนเป็น “อำมาตย์”

มีที่ไหนในโลกนี้ที่ไพร่ เป็นนายกรัฐมนตรี เลี่ยงกฎหมายเอาหุ้นไปซุกไว้กับคนใช้ คนขับรถ คนสวนจนเกิดเป็นคดี อื้อฉาวในการเมืองไทย ยังมีหุ้นและทรัพย์สินอีกมากมายที่ไปซุกไว้ในต่างประเทศโดยไม่แจ้งทรัพย์สินตามกฎหมาย เมื่อต้องพ้นจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรีต้องหนีคุกออกไปอยู่ต่างประเทศแล้ว ยังมีเครื่องบินส่วนตัวใช้ ยังมีเหมืองทองแดงอยู่ในแอฟริกาใต้ และยังมีเงินหลายหมื่นล้านบาทสนับสนุนม็อบเสื้อแดงให้ทำประเทศไทยให้ปั่นป่วนดังที่เป็นอยู่ทุกวันนี้

(10) ทักษิณโฆษณาหาเสียงกับคนไทยว่าเขาไม่ยอมรับใช้ “อำมาตย์” จึงถูกยึดอำนาจ เขาต้องการรับใช้ไพร่ จึงไม่ได้รับความเป็นธรรม ปัญหาของคนเสื้อแดง คือ พวกเขาไม่มีโอกาสที่จะรู้ว่าที่ทักษิณถูกยึดอำนาจนั้นเพราะ เขาได้ใช้เงินซื้อเสียงในการเลือกตั้ง ซื้อตัวส.ส. ซื้อพรรคการเมืองหลายพรรค ใช้อำนาจเผด็จการแทรกแซงกระบวนการ ยุติธรรม องค์กรอิสระ และฉ้อราษฎร์บังหลวงอย่างโจ่งแจ้ง ซึ่งเท่ากับเป็นการฉีกรัฐธรรมนูญไปโดยพฤตินัย ก่อนถูกยึดอำนาจเสียอีก

(11) ม็อบเสื้อแดงย้ายเวทีชุมนุมใหญ่จากถนนราชดำเนินมาชุมนุมปิดธุรกิจย่านราชประสงค์ และประกาศขู่ว่าจะปิดธุรกิจถนนสีลมด้วย แต่ที่ทำจริงๆนั้นคือปิดราชประสงค์ (ตั้งแต่วันที่ 3 เมษายน เป็นต้นมา) ดูอย่างผิวเผินอาจถือว่าเป็นการทำสงครามระหว่างชนชั้น สองแห่งนี้เป็นย่านคนรวยแทนชาวกรุง ใช้เป็นประเด็นปลุกกระแสสำนึก “ม็อบเสื้อแดง” ได้ดี ใช้ความรวย-ความจนเป็นปฎิปักษ์ต่อกัน ใช้อารมย์ทางชนชั้นกลบเกลื่อนจิตสำนึกของคนไทยให้ละเลยความเห็นอกเห็นใจของประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนทั้งๆที่มิได้เป็นคู่ขัดแย้ง

อย่างไรก็ตาม เหตุผลส่วนลึกที่พวกเขาปิดราชประสงค์ อาจจะเป็นเพราะเจ้าของกิจการใหญ่ๆ บริเวณราชประสงค์เผอิญเป็นผู้ที่สนับสนุนทางด้านการเงินของพรรคประชาธิปัตย์และพลเอกเปรมมากกว่าเหตุผลอื่นและการที่ม็อบเสื้อแดงอยากจะไปปิดถนนสีลมด้วยนั้น ก็เพราะนั่นเป็นแหล่งธุรกิจคนรวยเช่นกัน ที่สำคัญคือบริเวณที่ตั้งของสำนักงานใหญ่ธนาคารกรุงเทพ จำกัด อันมีพลเอกเปรม เป็นที่ปรึกษาอยู่ นี่คือการต่อสู้ระหว่างชนชั้นแบบไทยๆที่แท้จริง ศัลยา ประชาชาติ วิเคราะห์ไว้ในมติชนสุดสัปดาห์ (9-15 เมษายน 2553, น.12) อย่างน่าฟังว่า “วันนี้ถ้าหากเซ็นทรัลเวิลด์ ยังเป็นสมบัติของนาย วิรุฬ เตชะไพบูลย์ ส.ส.พรรคเพื่อไทย อดีต รมช.พาณิชย์ คนใกล้ชิดพลเอกชวลิต ยงใจยุทธ พรรคเพื่อไทย อาจไม่เห็นการบุกยึด “ราชประสงค์”เกิดขึ้น”

(12) กล่าวโดยสรุป “สังคมชนชั้น” ในไทยขนานเทียมได้เกิดขึ้นแล้ว “ไพร่พันธุ์ทักษิณ”เป็นไพร่เทียม “รัฐบาลอำมาตย์”ที่คนเสื้อแดงเรียกรัฐบาลอภิสิทธิ์ ก็เป็นเพียงชื่อที่คู่ปฏิปักษ์ป้ายสีตั้งขึ้น เพื่อเป็นเป้าในการต่อสู้เท่านั้น

ไพร่เทียมพันธุ์ทักษิณมิได้เกิดจากชนชั้นทางสังคม หรือความเหลื่อมล้ำต่ำสูงในด้านฐานะหรือแม้กระทั่งความรู้สึกร่วมในด้านอุดมการณ์ แต่คนเสื้อแดงที่รวมกลุ่มกันได้จำนวนนับหมื่นนับแสนนั้น ถ้าไม่มีผู้อุปถัมภ์ที่ใช้อำนาจเงิน (ที่โกงมาจากคนไทย) เลี้ยงไพร่พลไว้จำนวนมากนอกระบบตั้งแต่สมัยเป็นนายกรัฐมนตรี แล้วแจก-จ่ายกันมาช่วยทวงอำนาจคืน ดังที่เห็นกันอยู่ ม็อบเสื้อแดง ก็คงไม่เกิดหรือถ้าจะเกิดก็ไม่โตได้ดังที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน
สู้ถวายหัว
User avatar
หนูอ้อย
 
Posts: 2095
Joined: Sat Mar 21, 2009 10:40 pm

Re: ขอเชิญชวนพี่น้องเสรีไทยทุกท่าน

Postby หนูอ้อย » Mon Aug 02, 2010 10:44 pm

ทักษิณมีบทบาทสำคัญในการสร้างเงื่อนไขความขัดแย้งกันของคนไทยในชนบท ใช้นโยบายประชานิยมเข้าไปกระตุ้นให้คนเกิดกิเลศในการเสพวัตถุ พร้อมกับให้สัญญาหรือหลอกล่อประชาชนว่าจะให้อะไรต่างๆมากมาย ทำให้คนชนบทเกิดความคาดหวังและตื่นตัวในการเรียกร้องผลประโยชน์ให้แก่ตนเองมากขึ้น ความไม่พอใจขยายตัวเพิ่มขึ้นเมื่อความคาดหวังไม่เกิดขึ้นให้เห็นทันตา ภายหลังอำนาจรัฐได้เปลี่ยนขั้ว เปิดโอกาสให้ทักษิณผู้สูญเสียอำนาจสร้างเวทีคนเสื้อแดงและเครือข่ายการประชาสัมพันธ์ขยายความขัดแย้งให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ รวมทั้งเอาเรื่องชนชั้นทางสังคมมาส่งเสริมความขัดแย้งให้รุนแรงมากขึ้น สงครามชนชั้นขนานเทียมจึงเกิดขึ้นดังที่เราเห็นกันอยู่ทุกวันนี้

คนเสื้อแดงภายใต้การนำของทักษิณได้ประสบความสำเร็จแล้วในการสร้างปัจจัยสำคัญในการปฏิวัติ 3 ประการ ตามทฤษฎีของเหมา นั่นคือ พรรคการเมือง (ไทยรักไทย-พลังประชาชน-เพื่อไทย) มวลชน (คนเสื้อแดงจากหลายชนชั้น) และกองกำลังติดอาวุธ (ที่อารักขาแกนนำเสื้อแดงและวางระเบิดข่มขวัญฝ่ายรัฐบาลอยู่เกือบทุกวัน)

ความจริงสิ่งที่ทักษิณประกาศว่าจะปลดแอกไพร่ให้เป็นอิสระจากระบอบอำมาตยาธิปไตยนั้น ไม่มีอะไรมากไปกว่าการเปลี่ยนความจงรักภักดีจาก “อำมาตย์” (ที่ทนการโกงกินชาติของทักษิณไม่ไหว) มาเป็นจักรพรรดิราชวงศ์ใหม่

นั่นคือที่มาของคำขวัญที่ว่า “อำมาตยาธิปไตยจงพินาศ” และ“ประชานิยมทักษิณจงเจริญ” ที่ม็อบเสื้อแดงชูป้ายให้สื่อมวลชนถ่ายไปเผยแพร่อย่างกระตือรือร้นหน้าเวทีชุมนุมม็อบเสื้อแดง
สู้ถวายหัว
User avatar
หนูอ้อย
 
Posts: 2095
Joined: Sat Mar 21, 2009 10:40 pm

Re: ขอเชิญชวนพี่น้องเสรีไทยทุกท่าน

Postby หนูอ้อย » Mon Aug 02, 2010 10:47 pm

ปัญหาและลู่ทางของคนยากจนในสังคมไทย

คนไทยที่พูดถึงชนชั้นและการต่อสู้ระหว่างชนชั้นในสังคมไทยนั้น ได้รับอิทธิพลมาจากลัทธิมารกซ์-เลนิน-เหมา รัสเซียและจีนได้เอาปัญหาเรื่องชนชั้นในประเทศของพวกเขามาชู เป็นประเด็นหนึ่งในหลายๆประเด็นสำหรับใช้โค่นล้มอำนาจเก่าที่มีอยู่จนประสบผลสำเร็จ เมื่อยึดอำนาจได้แล้ว ผู้นำการปฏิวัติในประเทศคอมมิวนิสต์เหล่านั้น ได้สิทธิปกครองประเทศอย่างเผด็จการโดยชนชั้นกรรมาชีพ แต่ภายหลังที่พวกเขาได้อำนาจแล้ว ไม่นานพวกเขาก็เลิกพูดถึงเรื่องชนชั้นในสังคมอีกต่อไป

การที่มีแกนนำคนเสื้อแดง สื่อมวลชน และปัญญาชนเอาเรื่องความยากจนของคนไทยในชนบทมาพูดนั้นเป็นเรื่องดี เพราะนี่เป็นปัญหาสำคัญของชาติที่รัฐบาลทุกยุคทุกสมัยชอบพูดแต่ไม่มีใครทำจริง ด้วยเหตุนี้นโยบาย ประชานิยมของรัฐบาลทักษิณ (เช่น 30 บาทรักษาได้ทุกโรค) แม้จะมีส่วนที่ “ช่วยเถือ” แฝงอยู่ด้วย ชาวบ้านก็มองไม่เห็น ถ้าจะมองทักษิณในแง่ดี เราต้องให้ความชอบเขาในฐานะทำให้พวกคนจนตื่นตัวและเกิดจิตสำนึกในการเรียกร้อง (แม้จะเป็นการเรียกร้องให้รัฐช่วยเหลือในลักษณะพึ่งพาก็ตาม)

คนจน-คนชนบทโดยทั่วไปเป็นคนดี – บริสุทธิ์และมีเกียรติ (คนที่ไม่เห็นแก่อามิสสินจ้างไปรับใช้นักการเมืองที่สกปรกจะมีเกียรติยิ่งขึ้น) และได้ถูกรังแก - ขูดรีดตลอดมาตามครรลองของระบบทุนนิยมสามานย์ สังคมต้องยอมรับความจริงตามที่ ดร.อัมมาร์ สยามวาลา ได้ตั้งข้อสังเกตไว้อย่างถูกต้องว่า คนรวยได้สร้างปัญหาให้ชาติแก้มากกว่าคนจน อาจจะไม่ผิดที่จะเพิ่มเติมเข้าไปอีกนิดว่า คนเมืองได้ดึงดูดเอาทรัพยากรธรรมชาติมาสะสมไว้ในเมืองอย่างคลั่งไคล้ ถึงเวลานานแล้วที่ทรัพยากรของชาติ ควรจะถูกถ่ายเทจากเมืองกลับไปสู่ชนบท

แต่เราต้องเข้าใจว่าวิธีการจัดสรรทรัพยากรของชาติไปสู่ชนบทให้เป็นธรรมและยั่งยืนนั่นไม่ใช่นโยบายประชานิยมสามานย์โดยเอาเงินของรัฐไปแจกเป็นการให้ทานหรือซื้อเสียงเป็นหลัก แต่ต้องสร้างคุณภาพของคนชนบทในด้านภูมิปัญญาในการประกอบอาชีพ การจัดการ การตลาดและการมีส่วนร่วมในการตัดสินปัญหาสังคมระดับท้องถิ่นและระดับชาติ

คนไทยทุกหมู่เหล่ารวมทั้งคนเสื้อแดงควรเข้าใจว่าทักษิณและแกนนำม็อบเสื้อแดงนั้นมิได้เป็นคนยากจนทั้งในรูปธรรมและนามธรรมแต่ประการใด การที่เรียกร้องให้ยุบสภาฯ นั้นเป็นผลประโยชน์ของทักษิณและพรรคพวก แต่ไม่ใช่ผลประโยชน์ของคนยากจนที่แท้จริงแต่ประการใด

ทักษิณเป็นนายกรัฐมนตรีของไทยที่มีอำนาจมากที่สุดในประวัติศาสตร์ชาติไทยนานถึง 5 ปี 7 เดือน และเป็นเจ้าของพรรคไทยรักไทย-พลังประชาชน-เพื่อไทย มาจนถึงบัดนี้ สิ่งที่เขาทำแก่ชาติบ้านเมืองชัดเจนที่สุดคือ ความแตกแยกภายในประเทศตั้งแต่ครอบครัวจนถึงระดับชาติดังที่เราเห็นกันอยู่ทุกวันนี้ ถ้าเขากลับมามีอำนาจอีกครั้ง อย่าคิดดีกว่าว่าอะไรจะเกิดแก่ประเทศไทยและตัวท่านเอง

การเอาคนชนบท-คนจนที่บริสุทธิ์มาผสมพันธุ์กับคนเสื้อแดงของทักษิณที่มีประวัติในการฉ้อราษฎร์บังหลวงที่ยิ่งใหญ่ของโลกนั้น ทำให้ภาพลักษณ์ชนบทของไทยเสื่อมเสีย คนชนบทถูกชักจูงมาผิดทางแล้ว นายไพร่ได้เอาชื่อเสียงในทางที่ดีของคนจนไปใช้ในทางที่ผิด คนจนอาจจะช่วยให้เขายึดอำนาจรัฐคืนจาก “รัฐบาลอำมาตย์” ได้ก็จริง แต่พอพวกเขาได้อำนาจแล้วถึงตอนนั้นระบบเผด็จการจะกลับคืนมา ไม่มีนายไพร่ที่อยู่ในอำนาจจะยินยอมให้ไพร่ออกมาเรียกร้องสิทธิความเท่าเทียมกันได้ต่อไปอีก

คนเสื้อแดงที่เป็นคนจนและผู้ที่มีความคับแค้นใจ เพราะผู้มีอำนาจรังแกข่มเหงนั้น มีทางเดินที่ดีกว่า เชื่อว่าปัญหาของพวกเขาคนไทยไม่ต่ำกว่าครึ่งหนึ่งเข้าใจและเห็นใจเพราะเกือบทุกคนได้รู้-ได้เห็นหรือได้ประสบมาด้วยตนเองแล้ว จึงพร้อมที่จะออกมาแสดงพลังร่วมแก้ไขปัญหาของพวกเขา
สู้ถวายหัว
User avatar
หนูอ้อย
 
Posts: 2095
Joined: Sat Mar 21, 2009 10:40 pm

Re: ขอเชิญชวนพี่น้องเสรีไทยทุกท่าน

Postby หนูอ้อย » Mon Aug 02, 2010 10:51 pm

ตั้งแต่มีการเปลี่ยนแปลงการปกครองปี 2475 เป็นต้นมา เรามีรัฐธรรมนูญ รัฐบาลและรัฐสภาในรูปแบบต่างๆมาแล้วมากมาย ชีวิตความยากจนของชาวไร่ชาวนาในชนบท ความอยุติธรรมที่พวกเขาและญาติมิตรได้รับ ได้สะสมกันมานานและยั่งยืนดักดาน และพวกเขาได้เสียภาษี(ทางตรง-ทางอ้อม) ไปเป็นค่าใช้จ่ายของรัฐสภามาแล้วมากมาย

แต่รัฐสภาได้ทำอะไรให้พวกเขาบ้าง ส.ส.ส่วนมากเสแสร้งทำเป็นคนดี แต่ส.ส.ของไทยที่มีคุณภาพดีตามมาตรฐานสากลมีไม่เกิน 25% ส่วนที่เหลือชอบ “โดดร่ม” ไม่เข้าร่วมประชุม และทำตัวเหมือนฝูงแกะ ถึงเวลาลงมติ ผู้นำฝูงแกะประจำพรรคก็ไปต้อนกันมาจากห้องอาหาร ห้องกาแฟ โรงแรม(ม่านรูด) ฯลฯ

การประชุมสภาฯ “ล่ม” บ่อยๆ ท่านเคยสังเกตเห็นภาพจากจอโทรทัศน์หรือไม่ว่าการประชุมรัฐสภาของจีนนั้นสมาชิกนั่งประชุมกันพร้อมเพรียงเพียงใด หาที่นั่งว่างไม่ค่อยได้ ของอังกฤษนั้น สมาชิกนั่งประชุมกันในห้องแออัดยัดเยียด แต่พวกเขาก็อภิปรายถกเถียงกันอย่างมีสาระไม่ใช่เสียเวลาด่าทอ – เสียดสี – ประท้วง กันจนไม่มีเวลาใช้เหตุผลโต้แย้งกัน ไม่เคยได้ข่าวว่าพวกเขาร้องเรียกหาห้องประชุมใหม่ที่สมศักดิ์ศรีมากกว่า หรือตึกรัฐสภาใหม่ที่ใหญ่กว่ารัฐสภาของไทยขณะนี้นั้นมีห้องประชุมใหญ่โตโอ่โถงกว่าของอังกฤษมาก แต่เวลาประชุมมีส.ส.นั่งอยู่โหรงเหรง

ทักษิณเป็นนายกรัฐมนตรี ที่มีอำนาจเบ็ดเสร็จ 5 ปี 7 เดือน รัฐบาลสมัคร สุนทรเวช และรัฐบาลสมชาย วงศ์สวัสดิ์ บริหารประเทศภายใต้กำกับของทักษิณ อีก 11 เดือน ไม่ได้ออกกฎหมายสำคัญอะไร และกฎหมายว่าด้วยการชุมนุมทางการเมืองของประชาชนก็ไม่มี รัฐบาลและรัฐสภาบกพร่องในหน้าที่มิได้ออกกฎหมายรองรับตามกรอบที่รัฐธรรมนูญกำหนดไว้ คือจะต้องออกกฎหมายกำหนดกฎเกณฑ์การมีส่วนร่วมของคนในชุมชนเกี่ยวกับการส่งเสริมบำรุงรักษา และคุ้มครองสิ่งแวดล้อม ตามหลักการการพัฒนาที่ยั่งยืน ตลอดจนควบคุมและกำจัดภาวะมลพิษที่มีผลต่อสุขภาพ อนามัย สวัสดิภาพ และคุณภาพชีวิตของประชาชนตามรัฐธรรมนูญปี 2540 มาตรา 79 หรือรัฐธรรมนูญ 2550 มาตรา 85(5) จึงมีผลทำให้ นิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด ซึ่งมีศักยภาพในการรับคนงานจากผู้ยากจนเป็นจำนวนมากต้องหยุดชะงัก

เพราะศาลปกครองมีวินิจฉัย (29 กันยายน 2552) ให้ระงับโครงการลงทุนในพื้นที่มาบตาพุดและบริเวณโดยรอบเพื่อบรรเทาความทุกข์ให้แก่ประชาชนในพื้นที่ ความเสียหายเช่นนี้ มีมูลค่าหลายพันล้านบาทไม่เห็นมีสมาชิกรัฐสภาหรือนายกรัฐมนตรีคนใดออกมาแสดงความเสียใจและรับผิดชอบ ขณะนี้เรามา “ทำสงคราม” กันเรื่องจะยุบหรือไม่ยุบสภาฯ อันไร้ประโยชน์นี้คุ้มแล้วหรือ?

สงครามระหว่าง “ไพร่” ทักษิณกับ “รัฐบาลอำมาตย์” อภิสิทธิ์ คงจะไม่ใช่“สงครามชนชั้น” ดังที่ทักษิณกับสหายเสื้อแดงของเขาพยายามจะหลอกคนจนให้ไปช่วยพวกเขา สงครามนี้คงจะไม่ยุติกันที่ยุบหรือไม่ยุบสภาฯ คงจะยืดเยื้อต่อไปจนกระทั่งทักษิณตายและขุมทรัพย์ของเขาพังทลาย

แต่รัฐบาลไทยจะต้องอยู่คู่กับคนไทยไม่ว่าจะมีนายกรัฐมนตรีที่มีชื่อ อภิสิทธิ์ หรือใครก็ตาม เราในฐานะที่เป็นคนไทย มีสิทธิและหน้าที่ที่จะช่วยกันสร้างระบบการเมืองที่เป็นประชาธิปไตยที่แท้จริง ไม่ใช่ธนาธิปไตยหรือบาทาธิปไตย และร่วมกันลดความชั่วร้ายที่แฝงมากับระบบเศรษฐกิจทุนนิยมสามานย์ให้น้อยลง

ภาระร่วมของเรานั้นไม่ต้องรอให้ใครแพ้ใครชนะ คนยากจนซึ่งเป็นคนส่วนใหญ่ของประเทศจงมาช่วยกันสร้างบรรยากาศการเมืองใหม่ เป็นการปลอบขวัญกันและกัน ในทางสร้างสรรค์ คนที่อยู่ในชนบทน่า จะลองปรึกษากับผู้นำชุมชนดูว่าเพื่อประโยชน์ของชุมชน ท่านมี “วาระแห่งชุมชน” อะไรบ้างที่อยากจะทำภายในช่วงระยะเวลา 1 ปี – 3 ปี – 5 ปี โดยจัดอันดับความสำคัญให้แจ้งชัด ในแต่ละกิจกรรมท่านต้องการความช่วยเหลืออะไรจากรัฐบาลอย่างไร

ในระดับชาติ (ไม่ว่าเป็นรัฐบาล “ไพร่” หรือ “อำมาตย์”) อย่าไปสนใจเรื่อง ยุบหรือไม่ยุบสภา แต่หันมาสนใจเรื่องใกล้ตัว เช่นผลักดันรัฐบาลให้หามาตรการป้องกันปราบปรามข้าราชการฉ้อราษฎร์บังหลวง รักแก ข่มเหงประชาชน กำจัดนักเลงที่ใช้อิทธิพลรังแกคนสุจริต ช่วยกันดูแล การบังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัดและเที่ยงธรรม ให้รัฐบาลปรับระบบเงินเดือนข้าราชการ เพิ่มให้เฉพาะข้าราชการชั้นล่าง ให้รัฐบาล-รัฐสภาออกกฎหมายเก็บภาษีมรดก เก็บภาษีแบบก้าวหน้าสำหรับที่ดินที่มิได้ใช้ประโยชน์ ฯลฯ

ประเด็นเหล่านี้เป็นเรื่องความเป็นธรรมในทางสังคมและเป็นประโยชน์ต่อระบบเศรษฐกิจของชนชั้นล่าง เราต้องสร้างพลังกดดันจากเบื้องล่าง รัฐบาลจึงยอมแก้ไข อย่าไปหวังว่ารัฐสภาในระบบทุนนิยมสามานย์จะริเริ่มทำเรื่องทำนองนี้ พวกเขามีผลประโยชน์ร่วมกับชนชั้นปกครองอื่นๆ เรื่องทำนองนี้ ต้องมีแกนนำจากท้องถิ่นประสานงานกับผู้นำที่มีคุณธรรมทางสังคมระดับชาติ ร่วมกันเปลี่ยนประเทศของเราให้มีพลังอำนาจในระดับรากหญ้ามากกว่าให้รัฐบาลเบื้องบนมาบงการ

ถึงจุดนั้น อำนาจของท่านจึงจะได้รับการเคารพจากนักการเมืองและชนชั้นสูง และถึงจุดนั้นเท่านั้น จึงจะไม่มีใครกล้ามาดูถูกท่านได้อีกว่าเสียงของท่านซื้อขายได้

ลงลิงก์ไว้ให้แล้ว ตามนี้นะคะ..................

[url]http://www.bangkokbiznews.com/home/detail/politics/analysis/20100426/112035/สงครามชนชั้นในไทย-:-ของแท้หรือของเทียม.html[/url]
สู้ถวายหัว
User avatar
หนูอ้อย
 
Posts: 2095
Joined: Sat Mar 21, 2009 10:40 pm

Re: ขอเชิญชวนพี่น้องเสรีไทยทุกท่าน

Postby นายเวร » Mon Aug 02, 2010 11:22 pm

Gop wrote:
นายเวร wrote:ขอทำความเข้าใจ การปกครองผมเข้าใจถูกเปล่าครับ โดยขอยกเป็นขั้น ๆ และให้เทียบขั้นกันนะครับ
หากหลงผิด การกระทำและการต่อต้านก็จะผิดตาม โดยขั้นต่างๆมีดังนี้
1. เผด็จการอำมาตย์ ระบบเศรษฐกิจจะเป็นแบบผูกขาด
2. ประชาธิปไตย ระบบเศรษฐกิจ ทุนเสรีนิยม
3. ประชาธิปไตยก้าวหน้า (สังคมนิยมอ่อนๆ) ระบบเศรษฐกิจ จะเป็น รัฐสวัสดิการ
4. สังคมนิยม
5.คอมมิวนิสต์


ผมคิดว่านี่คือสิ่งที่คุณคิดเอาเองล้วนๆใช่มั้ยครับ? มีคนเคยอ้างตำราเอาไว้แล้วด้วย ว่าความจริงจากประวัติศาสตร์ มีการพัฒนาจากชนเผ่า มาเป็นรัฐทาสเมื่อมีการปกครองคนที่มากขึ้น หลังจากนั้นจึงพัฒนามาเป็นระบบศักดินาเพื่อลดแรงกดดันทางชนชั้นลง
*****************************************************************************************************************************************
เรื่องเริ่มต้นมาจากชนเผ่าตั้งแต่สมัยใช้กระบองตีหัวกันผมอ่านมาแล้วครับ ,,..ผมเรียกกดขี่ทางชนชั้น ไม่ใช่กดดัน ผมว่าเป็นเพิ่มการเอาเปรียบมากกว่าที่มีระบบศักดิ์นาสมัยก่อนชนเผ่าเรร่อนต่างคนต่างอยู่ตามประสา การปกครองก็ปกครองกันง่ายๆในชนเผ่า พอมีคนคิดจะกดขี่คนด้วยกัน ก็ไปกวาดต้อนคนมาเป็นทาศ ชนกลุ่มน้อยก็แพ้ชนใหญ่ผู้ปกครองก็เริ่มต้นจากหัวหน้าเผ่านี้แหละครับ ……สมัยรัฐทาสเริ่มเห็นคนด้วยกันไม่เป็นคน เห็นเป็นสิ่งมีชีวิตเหมือนวัว ควาย ซื้อขายกันโดยบังคับใช้กำลังอย่างป่าเถื่อน เป็นมาทุกยุคทุกสมัยครับการกดขี่….ผมว่าเพิ่มการกดขี่มากกว่านะ
การเปลี่ยนอำนาจหรือสังคมใหม่ในแต่ละยุคจะมีการขัดขว้างตลอด ดูตัวอย่างง่ายๆในแต่ละยุคนะครับ…
ขีดจำกัดของชนชั้นเดิมจะขัดขวางพัฒนาการสังคมใหม่
นายทาส ไม่เห็นด้วยกับระบบกระจายที่ดิน กระจายการดูแล ไม่ยอมรับว่า ไพร่เป็นมนุษย์ที่มีศักยภาพ สามารถเสริมกำลังการผลิตและการทหารให้ผู้เป็นนายได้
ศักดินา ไม่เห็นด้วยกับการค้าขาย การใช้ทุน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต ไม่ยอมรับมูลค่าเพิ่มของธุรกิจบริการ
ชนชั้นนายทุน ไม่เห็นด้วยกับศักยภาพของ open source ไม่เน้นพัฒนาทุนทางปัญญาของลูกจ้าง
มันตามยุคตามสมัยที่เจริญครับ ตอนนั้นคนยังน้อยการปกครองแบบระบบศักดินานั้นดีที่สุดในตอนนั้น การตัดสินใจอะไรต่างๆ การบริหารรัฐเพียงไม่กี่คนก็ได้ขอให้มีขุนศึกในมือ……ต่อมาคนเริ่มเยอะขึ้นอะไรก็ซับซ้อนตามมา ไม่ว่า เศษรกิจ สังคม การเมืองการปกครอง พอคนมากขึ้นเรื่อยๆ เกิดการขยายตัวไปทุกๆด้านตามมา ….จะมาใช้วิธีคิดและการตัดสินใจเพียงไม่กี่คนอัตรายต่อรัฐมาก…เพราะการตัดสินใจผิดหน่อยเดียวไม่รอบคอบความเสียหายใหญ่หลวงจะตามมาแน่นอน เคยได้ยินมีคนพูด สมัยก่อนเปลี่ยนแปลงว่า บริหารเหมือนเล่นตุ๊กตา ประเทศอาจถึงล่มจมได้…พอสังคมมันใหญ่ขึ้น เขาจึงคิดค้นระบบสภา ให้รวมหัวหลายๆหัวพากันคิด และตัดสินใจแต่ละครั้ง การผิดผลาดจะน้อยลง

*******************************************************************************************************************************************

แต่หลังจากนั้นยังไม่มีใครตัดสินได้ ทุกวันนี้กระแสทุนนิยมเสรียังนำอยู่ และก็ไม่มีใครรู้ว่าในอนาคตจะเป็นอย่างไร ผมคิดว่าประวัติศาสตร์ได้ตัดสินแล้วครับ ว่าแนวทางสังคมนิยม หรือ คอมมิวนิสต์ นั้นใช้กับเราในตอนนี้ไม่ได้

*******************************************************************************************************************************************
ผมเคยบอกไว้แล้วเหมือนคุณนั้นแหละ มันเป็นระบบที่คนคิดค้นไว้ ด้วยสายตาอันยาวไกลไม่รู้จะเป็นจริงหรือไม่ในอนาคต… แต่ที่ผมอ่านมาและคิดเอง แนวโน้มอาจจะเป็นอย่างที่ผมเขียนไปแน่นอน******************************************************************************************************************************************** เพราะแนวคิดนั้นขัดแย้งกับลักษณะพื้นฐานของมนุษย์ คือมีความอยากกันอยู่ทุกคน มากบ้างน้อยบ้างแล้วแต่บุคคล รัฐไม่มีทางรู้ได้ว่าความต้องการที่แท้จริงของประชาชนคืออะไร ถ้าไม่ปล่อยให้เกิดการแข่งขันอย่างเสรี และใช้กลไกตลาดสะท้อนความต้องการที่แท้จริงออกมา แนวทางทุนนิยมทุกวันนี้คือรัฐเป็นผู้สร้างกติกาที่ยอมรับได้ ไม่ให้มีใครได้เปรียบเสียเปรียบจนเกินไป สนับสนุนการแข่งขัน ให้เกิดความหลากหลายมากที่สุด และผลประโยชน์จะตกอยู่กับผู้บริโภค ผมคิดว่าเรื่องนี้คุณก็เห็นได้ง่ายๆ อย่างมือถือเมื่อก่อนมี AIS เจ้าเดียว ราคาแพงมากทั้งเครื่อง ทั้งค่าบริการ แล้วทุกวันนี้เป็นไงครับ? ขนาดมีแค่สามค่าย ราคายังเหลือแค่นี้
********************************************************************************************************************************************
ได้เปรียบเสียเปรียบแนวทางทุนนิยม ประเด็นนี้ไม่ค่อยมีความรู้เท่าไร เลยไม่อยากแถ มันเจ็บสีข้าง ขอผ่าน :| -
พอจะรู้บ้างในเรื่องนี้ที่เขาเรียกกันว่า การเท่าเทียมกัน ในความหมายผมคือการเท่าเทียมกันในความเป็นมนุษย์หรือเรียกอีกอย่างคือ สรีภาพ เสมอภาค ภราดรภาพ… มนุษย์มีความหิวเหมือนกัน มีความหนาวร้อนเหมือนกัน เจ็บไข้ได้ป่วยเหมือนกันทุกคน…สิ่งนี้แหละที่รัฐใดๆควรที่จะทำให้มีเท่าเทียมกัน…หิวก็มีกิน..หนาวก็มีห่ม…เจ็บไข้ก็มีโอกาศรักษาเข้าถึงแหล่งรักษาพยาบาล…ก็คือปัจจัย4ดีๆนี้เอง การเท่าเทียมกัน ไม่ใช่พากันเข้าใจในสื่อล้างสมองว่า เขาอยากเท่าเทียมในเรื่อง คุณรวยเขาก็อยากรวยตามคุณ คุณมีทรัพย์สินเงินทองมหาศาลที่หามาได้โดยน้ำพักน้ำแรงไม่มีใครคิดจะไปปล้นไปจี้แบ่งคุณเหรกอย่างที่สื่อโหมเขามาลักของในห้างก็ทำโดยปัจเจก เท่านั้นอย่างไปตีรวมอย่างที่สื่อโหมกระหน่ำยัดเข้าหัว ส่วนมากที่มาขอแค่เฉลี่ยในสิ่งมนุษย์จำเป็นต้องมีเท่านั้นเอง………
บทความนี้น่าจะได้อะไรดีๆบ้างในการเฉลี่ยสุข…………
The Quality of Life of a South East Asian : A Chronica of Hope from Womb to Tomb.
ศ. ดร. ป๋วย อึ๊งภากรณ์ -บางกอกโพสต์ ฉบับ 18 ต.ค. 2516

เมื่อผมอยู่ในครรภ์ของแม่ ผมต้องการให้แม่ได้รับประทานอาหารที่เป็นคุณประโยชน์
และได้รับความเอาใจใส่ และบริการอันดีในเรื่องสวัสดิภาพของแม่และเด็ก
ผมไม่ต้องการมีพี่น้องมากอย่างที่พ่อแม่ผมมีอยู่ และแม่จะต้องไม่มีลูกถี่นัก

พ่อกับแม่จะแต่งงานกันถูกฎหมาย หรือธรรมเนียมประเพณีหรือไม่ ไม่สำคัญ
แต่สำคัญที่ พ่อกับแม่ต้องอยู่ด้วยกันอย่างสงบสุข ทำความอบอุ่นให้ผมและพี่น้อง

ในระหว่าง 2-3 ขวบแรกของผม ซึ่งร่างกายและสมองผมกำลังเติบโตในระยะที่สำคัญ
ผมต้องการให้แม่ผมกับตัวผม ได้รับประทานอาหารที่เป็นคุณประโยชน์

ผมต้องการไปโรงเรียน พี่สาวหรือน้องสาวผมก็ต้องการไปโรงเรียน จะได้มีความรู้หากินได้
และจะได้ รู้คุณธรรมแห่งชีวิต ถ้าผมสติปัญญาเรียนชั้นสูง ๆ ขึ้นไป ก็ให้มีโอกาสเรียนได้
ไม่ว่าพ่อแม่ผมจะรวย หรือจน จะอยู่ในเมืองหรือชนบทแร้นแค้น

เมื่อออกจากโรงเรียนแล้ว ผมต้องการงานอาชีพที่มีความหมาย
ทำให้ได้รับความพอใจว่า ตนได้ทำงานเป็นประโยชน์แก่สังคม

บ้านเมืองที่ผมอาศัยอยู่จะต้องมีขื่อ มีแป ไม่มีการข่มขู่ กดขี่ หรือประทุษร้ายกัน
ประเทศของผมควรจะมีความสัมพันธ์อันชอบธรรม และเป็นประโยชน์กับโลกภายนอก
ผมจะได้มีโอกาสเรียนรู้ถึงความคิด และวิชาของมนุษย์ทั้งโลก
และประเทศของผมจะได้มีโอกาส รับเงินทุนจากต่างประเทศ มาใช้เป็นประโยชน์แก่ส่วนรวม

ผมต้องการให้ชาติของผมได้ขายผลิตผลแก่ต่างประเทศ ด้วยราคาอันเป็นธรรม
ในฐานะที่ผมเป็นชาวไร่ชาวนา ผมก็อยากมีที่ดินของผมพอสมควรสำหรับทำมาหากิน
มีช่องทางได้กู้้ยืมเงินมาขยายงาน มีโอกาสรู้วิธีการทำกินแบบใหม่ ๆ มีตลาดดี
และขายสินค้าได้ราคายุติธรรม

ในฐานะที่ผมเป็นกรรมกร ผมก็ควรจะมีหุ้นมีส่วนในโรงงาน บริษัท ห้างร้านที่ผมทำอยู่
ในฐานะที่ผมเป็นมนุษย์ ผมก็ต้องการอ่านหนังสือพิมพ์ และหนังสืออื่น ๆ ที่ไม่แพงนัก
จะฟังวิทยุ ดูโทรทัศน์ ก็ได้โดยไม่ต้องทนรบกวนจากการโฆษณามากนัก

ผมต้องการสุขภาพอนามัยอันดี และรัฐบาลจะต้องให้บริการป้องกันโรคแก่ผมฟรี
กับบริการการแพทย์ รักษาพยาบาลอย่างถูกอย่างดี เจ็บป่วยเมื่อใดหาหมอพยาบาลได้สะดวก

ผมจำเป็นต้องมีเวลาว่างสำหรับเพลิดเพลินกับครอบครัว มีสวนสาธารณะที่เขียวชะอุ่ม
สามารถมีบทบาท และชมศิลปะ วรรณคดี นาฏศิลป์ ดนตรี วัฒนธรรมต่าง ๆ
เที่ยวงานวันงานลอยกระทง งานนักขัตฤกษ์ งานกุศลอะไรก็ได้พอสมควร
ผมต้องการอากาศบริสุทธิ์สำหรับหายใจ น้ำดื่มบริสุทธิ์สำหรับดื่ม

เรื่องอะไรที่ผมทำเองไม่ได้ หรือได้แต่ไม่ดี ผมก็จะขอความร่วมมือกับเพื่อนฝูงในรูปสหกรณ์
หรือ สโมสร หรือสหภาพ จะได้ช่วยซึ่งกันและกัน

เรื่องที่ผมจะเรียกร้องข้างต้นนี้ ผมไม่เรียกร้องเปล่า
ผมยินดีเสียภาษีอากรให้ส่วนรวมตามอัตภาพ

ผมต้องการโอกาสที่มีส่วนในสังคมรอบตัวผม
ต้องการมีส่วนในการวินิจฉัยโชคชะตาทางการเมือง เศรษฐกิจ และสังคมของชาติ

เมียผมก็ต้องการโอกาสต่าง ๆ เช่นเดียวกับผม
และเราสองคนควรจะได้รับความรู้และวิธีการวางแผนครอบครัว

เมื่อแก่ ผมและเมียก็ควรได้ประโยชน์ตอบแทนจากการประกันสังคม
ซึ่งผมได้จ่ายบำรุงตลอดมา

เมื่อจะตาย ก็ขออย่าให้ตายอย่างโง่ ๆ อย่างบ้า ๆ คือตายในสงครามที่คนอื่นก่อให้เกิดขึ้น
ตายในสงครามกลางเมือง ตายเพราะอุบัติเหตุรถยนต์ ตายเพราะน้ำหรืออากาศเป็นพิษ
หรือตายเพราะการเมืองเป็นพิษ

เมื่อตายแล้ว ยังมีทรัพย์สมบัติเหลืออยู่ เก็บไว้ให้เมียผมพอใจในชีวิตของเธอ
ถ้าลูกยังเล็กอยู่ก็เก็บไว้ เลี้ยงให้โต แต่ลูกที่โตแล้วไม่ให้
นอกนั้นรัฐบาลควรเก็บไปหมด จะได้ใช้เป็นประโยชน์ในการบำรุงชีวิตของคนอื่น ๆ บ้าง

ตายแล้ว เผาผมเถิด อย่าฝัง คนอื่นจะได้มีที่ดินอาศัยและทำกิน
และอย่าทำพิธีรีตอง ในงานศพให้วุ่นวายไป

นี่แหละคือความหมายของชีวิต
นี่แหละคือการพัฒนาที่จะควรให้เกิดขึ้นเพื่อประโยชน์ของทุกคน

สุดท้ายนี้ ขอขอบพระคุณท่านทั้งหลายที่อุตส่าห์อ่านมาจนจบ ขอความสุขสวัสดีและสันติสุข
จงเป็นของท่านทั้งหลาย และพระท่านกล่าวไว้ดังนี้เกี่ยวกับความสวัสดี.

"...เราตถาคตไม่เห็นความสวัสดีอื่นใดของ ทั้งหลาย นอกจากปัญญา
เรื่องตรัสรู้ ความเพียร ความสำเร็จอินทรีย์ และความเสียสละ ".
“ศ. ดร. ป๋วย อึ๊งภากรณ์ : 18 ต.ค. 2516”

////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////

อาจารย์ป๋วยได้เขียนความหวังไว้หลายข้อเมื่อ30ปีก่อนโน้น ผมนับถือ ว่าสายตาแกยาวไกลจริงๆ วันนี้เรามาช่วยกันตรวจสอบดูว่า สังคมไทยวันนี้ คนไทยวันนี้ทำได้แค่ไหน อย่างไร ถ้าทำไม่ได้เป็นเพราะอะไร แล้วเราจะช่วยกันอย่างไรดี
๑ เมื่อผมอยู่ในครรภ์มารดา ผมต้องการให้แม่ได้รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ และได้รับการเอาใจใส่และบริการอันดี ในเรื่องสวัสดิภาพของแม่และเด็ก
๒ ผมต้องการไปโรงเรียน...จะได้มีความรู้หากินได้ และจะได้รู้คุณธรรมแห่งชีวิต ถ้าผมมีสติปัญญาเรียนสูงๆขึ้นไป ก็ให้มีโอกาสเรียนได้ ไม่ว่าพ่อแม่ผมจะรวยหรือจน จะอยู่ในเมืองหรือชนบทแร้นแค้น
๓ บ้านเมืองที่ผมอาศัยอยู่ จะต้องมีขื่อมีแป ไม่มีการคุกคามข่มขู่ กดขี่ หรือประทุษร้ายกันภายนอก ผมจะได้มีโอกาสเรียนรู้ถึงความคิดและวิชาของโลกมนุษย์ทั้งโลก...
๔ ในฐานะที่เป็นชาวนาชาวไร่ ผมก็อยากมีที่ดินของผมพอสมควรสำหรับทำมาหากิน...
๕ ในฐานะที่ผมเป็นกรรมกร ผมก็ควรจะมีหุ้นส่วนในโรงงาน บริษัทห้างร้านที่ผมทำอยู่
๖ ในฐานะที่ผมเป็นมนุษย์ ผมต้องการอ่านหนังสือพิมพ์ และหนังสืออื่นๆที่ไม่แพงนัก จะฟังวิทยุ ดูโทรทัศน์ก็ได้ โดยไม่ถูกรบกวนจากโฆษณามากนัก
๗ ผมต้องการอากาศบริสุทธิ์หายใจ น้ำบริสุทธิ์สำหรับดื่ม
๘ เรื่องที่ผมเรียกร้องนี้ ผมยินดีเสียภาษีอากรให้ส่วนรวมตามอัตภาพ
๙ ผมต้องการโอกาสที่มีส่วนในสังคมรอบตัว ผมต้องการมีส่วนในการวินิจฉัยโชคชะตาทางการเมือง เศรษฐกิจ และสังคมของชาติ
๑๐ เมื่อจะตาย ก็ขออย่าให้ตายอย่างโง่ๆ อย่างบ้าๆ คือตายในสงครามที่คนอื่นก่อให้เกิดขึ้น ตายในสงครามการเมือง ตายเพราะอุบัติเหตุรถยนต์ ตายเพราะน้ำหรืออากาศเป็นพิษ หรือตายเพราะการเมืองเป็นพิษ
๑๑ เมื่อตายแล้ว ยังมีทรัพย์สมบัติเหลืออยู่เก็บไว้ให้เมียผมพอใจในชีวิตของเธอ ถ้าลูกยังเล็กอยู่ก็เก็บไว้เลี้ยงให้โต แต่ลูกที่โตแล้วไม่ให้ นอกนั้นรัฐบาลควรเก็บไปหมด จะได้ใช้ประโยชน์ในการบำรุงชีวิตของคนอื่นๆบ้าง...ฯลฯ

********************************************************************************************************************************************

ผมนึกไม่ออกว่า ถ้าระบบทุนนิยมเสรีพัฒนาเต็มที่แล้วมันจะก้าวไปขั้นที่ สี่ ห้า (ขั้นที่สามยังพอนึกออกในบางประเทศที่ประชากรน้อย)อย่างที่คุณเขียนมาได้อย่างไร ผมไม่เชื่อว่าในที่สุดแล้ว รัฐจะรู้ว่าประชาชนต้องการอะไรโดยไม่มีการแข่งขันอย่างเสรี ก็ด้วยเหตุผลเดิมแหละครับ ความต้องการของมนุษย์นั้นไม่มีที่สิ้นสุด มีแต่พวกพ่อค้าที่แข่งกันขายของกับประชาชนเท่านั้นแหละครับ ที่จะรู้ว่าความต้องการที่แท้จริงของสังคมคืออะไร ลองมองดูเทคไนโลยีต่างๆรอบตัวคุณสิครับ ว่ามีสิ่งไหนบ้างที่ไม่ได้เกิดมาจากการแข่งขัน

นายเวร wrote:การ ที่คุณตำหนิทักษิณ ว่าเป็นนายทุนหน้าเลือดเอาเปรียบสังคม คือเอาแต่ความเลวร้ายมาฉาย
ทั้งที่ความดีเขาก็มากมาย


ผมไม่แน่ใจว่าคุณรู้หรือเปล่าว่าทักษิณมันทำอะไรไว้บ้าง ผมเห็นด้วยกับคุณ Zereza ว่า ทักษิณนั่นแหละครับ ที่กำลังทำให้ประเทศไทยกลายเป็นระบบเศรษฐกิจแบบผูกขาด ตามข้อแรกของคุณ สถานะตอนเริ่มต้นของมัน อาจอยู่ที่ข้อสอง แต่ความพยายามของมัน มันอยากให้กลายเป็นข้อแรก มันถึงอยู่ไม่ได้ไงครับ หมอนี่เอาเปรียบพ่อค้าคนอื่นไปทั่วด้วยตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ทั้งแก้สัญญา หาช่องทางทำกิน ออกกฏหมายเอื้อตัวเอง
*****************************************************************************************************************************************
ตรงนี้ขอแย้งโดยการแถนะครับ ทักจี้มันอาจจะแก้ระบบที่ผูกขาดของทุนเก่า มันก็ต้องมีบ้างแหละครับทำเพื่อประโยชน์ตัวเองและพวกพ้อง คนเราต้องเห็นแกตัวธรรมดา คุณยังแอบจอดรถในที่ห้ามจอด อย่าบอกนะไม่เคยฝ่าไฟแดง แหะๆ ไฟจราจรนะ อย่าคิดลึกเหมือนนายเวร :lol: มันก็โกงทั้งนั้น ส่วนฝ่ายคุณโกงอย่างบ้าคลั้งที่สุดไม่ใช่เหรอที่ได้ข่าวมา…********************************************************************************************************************************************ทางการเมืองก็ทำลายระบบตรวจสอบ มันซื้อทั้ง สว. สส. ป.ป.ช. กกต. สื่อมวลชน(ไอทีวี มติชน) ผมไม่กล้าคิดว่าถ้ามันยังอยู่มันจะซื้ออะไรอีก ไอ้นโยบายที่ดีของมันทำดีก็ดีไป แต่สิ่งเลวๆที่มันทำนั้นเป็นสิ่งที่ยอมรับไม่ได้ เพราะมันจะทำให้ระบบของสังคมโดยรวมพังไปด้วย( สิ่งสำคัญที่สุดคือกลไกการตรวจสอบกำลังจะพัง ) *********************************************************************************************************************************************นั้นแระครับ อำมาตย์และทุนนิยมสามานต์จงพินาศอย่างเพื่อนเสื้อแดงของผมท่านหนึ่งที่ทำเป็นสายเซนต์ มันเป็นแนวคิดต้อง ผ่านอำมาตย์แล้วล้มทุนนิยมสามานต์ต่อไปเพื่อก้าวสู่สังคมที่วางไว้ ตอนนี้อยู่ไหนหมดไม่เห็นมาช่วยกันเลย :lol: :lol: ว่าจะพากันมายึดเสรีไทยซะหน่อย ทำเป็นบอร์ดแดงให้หมด :lol: :lol: ********************************************************************************************************************************************
นายเวร wrote:ตอนนี้ เรายังอยู่ ในขั้นที่ 1.คาบเกี่ยวขั่นที่2 ที่เป็นเผด็จการ แต่การบริหารที่ทักษิณ ที่ก้าวข้ามไปถึง
ระดับ3. การให้สวัสดิการแก่ประชาชน จนถึงขั้น รัฐสวัสดิการ


คุณช่วยชี้ให้เห็นหน่อยได้มั้ยครับ ว่าตอนนี้อำมาตย์คนไหนกำลังใช้อำนาจเผด็จการ หรือผูกขาดอะไรอยู่? ที่ผมเห็นคือพวกพ่อค้าอีกกลุ่มที่กำลังแย่งโครงการกันอยู๋ครับ ผมมองไปรอบๆกรุงเทพฯ เห็นโครงการก่อสร้างเต็มไปหมด บริษัทก่อสร้างก็แทบไม่ซ้ำหน้าเลย(ยกเว้นพวกทางด่วน ซึ่งเป็นมาทุกยุค) ข้าวของที่ซื้อก็มีให้เลือกมากมาย หลายยี่ห้อขึ้นทุกวัน โทรศัพท์ก็ยังมีสามค่าย ไม่แน่อาจจะมีค่ายที่สี่มาประมูล 3G ด้วยซ้ำ อะไรหรือครับที่ว่าผูกขาด??
********************************************************************************************************************************************อำมาตย์ที่ผมพูดถึงขอทำความเข้าใจนะครับมันคือระบบ “ระบบอำมาตย์” ไม่ใช่ตัวบุคคล อันนี้งานวิชาการครับ
มันเป็นเครือข่ายเชื่อมโยงกัน ถ้าคุณรู้ทักษิณและเครือข่ายของทักษิณผูกขาดธุรกิจอะไร ของกลุ่มทุนใหม่ก้าวหน้า
ส่วนทุนเก่ามีไม่กี่ตระกูลเหรกในเมืองไทย คุณน่าทราบข้อมูลอยู่แล้ว… :idea: …


*******************************************************************************************************************************************

นายเวร wrote:แต่การบริหารที่ทักษิณ ที่ก้าวข้ามไปถึง
ระดับ3. การให้สวัสดิการแก่ประชาชน จนถึงขั้น รัฐสวัสดิการ


รัฐสวัสดิการที่ว่า คงหมายถึงโครงการสามสิบบาทใช่มั้ยครับ? ถ้ามีโครงการอื่นอีกก็ช่วยบอกด้วย คุณรู้มั้ยครับ เรื่องโครงการประกันสุขภาพนั้น มันอยู๋ในรัฐธรรมนูญครับ ไม่ว่ารัฐบาลไหนมาก็ต้องทำ แต่ไม่เป็นไรผมถือว่าให้เครดิตทักษิณ ถือว่าทำให้เป็นจริงได้คนแรก แต่ตอนนี้มันก็เป็นแบบรักษาฟรีแล้วนี่ครับ
อ้าว…ตอนนี้ฟรีเหย๋อ ผมนึกว่ายกเลิกไปแล้ว เห็นบอกว่า 30 บาทตายทุกโรค แล้วฟรีมันจะรอดมั๊ยเนี้ยย :lol: :lol:
สวัสดิการที่ว่าก็ยังมีอยู่ แล้วตอนนี้ก็ยังมี พ.ร.บ. เยียวยาผู้ได้รับความเดือดร้อนจากความผิดพลาดในการรักษา ผมคิดว่าเป็นสิ่งดี และเป็นการพัฒนาไปอีกขั้น คุณไม่ช่วยเชียร์ซักหน่อยหรือ ?? อย่างนี้ผมถือว่ารัฐบาลนี้อยู๋ในขั้นที่สามได้มั้ยครับ ?? 8-)
********************************************************************************************************************************************ฮาครับฮา :lol: :lol: …ขั่นที่สาม…คิดได้ไง…ผมว่ามันจะย้อนไป0ไม่ว่า มีที่ใหนประชาธิปไตยโดยแต่งตั้ง…30/70 ต่อไปไม่รู้จะมีเลือกตั้งหรือเปล่า…รอฟังเสียงระเบิดถี่แน่ๆ ดักคอไว้ก่อนตอนใกล้เลือกตั้ง…แล้วมันหายไปใหน เอ็ม150 เนี้ย ทำไมมันหาย? ทำไมระเบิดมาแทน
ทำไมมาใช้ระเบิด? มันไม่มีอะไรชับซ้อนเลย….อคติบังตาแท้ๆ…..ล่าสุดเขาเขียนออกมาแล้วระเบิดที่สีลม….ว่างจะเอามาให้อ่าน
คนส่วนใหญ่ไม่ได้คิดเลือก…พรรคประชาธิปด เป็นมาหลายยุคแล้วไอ้ประเภทงูเห่างูหอนเนี้ย…แต่ก่อนรัฐบาลหอย…เดี๋ยวนี้ก็รัฐบาลในค่ายทหาร
ทหารทำไมรักแต่พรรคนี้จัง ตอนตากใบท่านทักจี้ก็ไม่น่าจะสั่งโหดขนาดนั้น…
ไปเสียชีวิตที่ใหนทั้งหมด :?: ชันสุตรโดยหมอผีฟูฟู หมดราคาสำหรับผมจริงๆท่านหมอผีท่านนี้ งานวิชาการไม่เชื่อถือแล้ว
…สั่งตาหานไปสลายชุมนุมที่ทำเนียบ..ไปนั้งเฝ้า..แต่กับเราตาหานยิงหัว……ม๊อบไพร่ไร้เส้น… :lol: :lol:


********************************************************************************************************************************************.
นายเวร wrote:ต้อง เข้าใจนะครับทีนี้ ตอนนี้มันขั้นตอนที่1คาบเกี่ยวขั้นที่2 มันยุคเผด็จการอำมาตย์รวมกับขุนศึก ยังไงมันก็ต้องเข้าไปสู่ยุคทุนนิยมอยู่แล้ว


ยกมาให้ดูอีกที ไม่ทราบว่าคุณยังคิดเหมือนเดิมอยู่หรือเปล่า

สำหรับผม ผมไม่เข้าใจอย่างคุณหรอกครับ ผมคิดว่าตอนนี้อำมาตย์กับขุนศึก กำลังร่วมมือกันกำจัดเสนียด***ของประเทศไทยที่ชื่อ ทักษิณ อยู่ครับ

ยังคิดเหมือนเดิมมิเปลี่ยนแปลง คนบ้าคุณไม่รู้ความคิดเขาหรอก :roll: :roll: :roll:
เดายากว่าคิดอะไรอยู่ บางทีไม่คิดอะไรเลยด้วยซ้ำ บางทีน่าจะคิด ไม่ได้หมายถึงตัวผมนะ ผมคนฉลาด :lol: :lol:
ผมคิดว่าตอนนี้อำมาตย์กับขุนศึก กำลังร่วมมือกันกำจัดเสนียดของประเทศไทยที่ชื่อ ทักษิณ อยู่ครับ
เสนียดหรือไม่เสนียดก็ต้องกำจัดอยู่ดี ไม่ว่าใครก็ตาม ถ้าคิดจะมาเอาประชาธิปไตย เพราะประชาชนจะเป็นใหญ่ ระบบอำมาตย์ไม่ยอมอยู่แล้ว…ให้นักการเมืองใหญ่กว่า แต่นักการเมืองก็คือตัวแทนประชาชน
ประชาชนก็ ต้องเข้าข้างตัวแทนตัวเอง ระบบการคิดง่ายๆของประชาชนชาวไพร่ไร้เส้น เราข้ามทักจี้ไปแล้ววว :mrgreen: :lol: :lol:


คุกกักขังได้แค่กายหยาบ ... คุกมิอาจกำหราบใจกล้าแกร่ง

จิตวิญญาณ เสรีชน มิโรยแรง ... จักตอบโต้ ทุกตะแบง แห่งอธรรม


ว.แหวนลงยา
เย้ยฟ้า ท้านรก
User avatar
นายเวร
 
Posts: 3515
Joined: Tue Jun 01, 2010 3:36 am

Re: ขอเชิญชวนพี่น้องเสรีไทยทุกท่าน

Postby นายเวร » Mon Aug 02, 2010 11:41 pm

มิน่าถึงเร่งกระผม....อัดข้อมูลเต็มๆเตรียมไว้แล้วนี่นา :lol: :lol:
ผมอ่านตาแฉะแน่นอน...
ท่าจะดี มีให้โหลดฟังดีกว่า..... :D :lol: :lol:

Image
ก็เพราะหลง อำนาจ ขาดสติ
ความชั่วมิ ลบเลือน เตือนไว้ก่อน
กินภาษี จาคนไทย ให้สังวรณ์
อย่ายอกย้อน ว่าเห็น เป็นศัตรู.....

แล้วทุกอย่าง ก็ทำ เพื่ออำนาจ
คนในชาติ เดียวกัน มันไม่รู้
ทั้งสั่งยิง สั่งฆ่า เก่งน่าดู
ตอนยังอยู่ ก็เหลวแหลก น่าแปลกใจ.....

โดย 3บลา1บอ
Last edited by นายเวร on Tue Aug 03, 2010 8:35 am, edited 1 time in total.


คุกกักขังได้แค่กายหยาบ ... คุกมิอาจกำหราบใจกล้าแกร่ง

จิตวิญญาณ เสรีชน มิโรยแรง ... จักตอบโต้ ทุกตะแบง แห่งอธรรม


ว.แหวนลงยา
เย้ยฟ้า ท้านรก
User avatar
นายเวร
 
Posts: 3515
Joined: Tue Jun 01, 2010 3:36 am

Re: ขอเชิญชวนพี่น้องเสรีไทยทุกท่าน

Postby หนูอ้อย » Mon Aug 02, 2010 11:52 pm

นายเวร wrote:ทุกวันนี้แก้ที่ระบบไม่ใช่หรือที่ปฎิรูปกัน
หรือแก้บุคคลบอกผมหน่อย ดูที่ผมเอามาให้อ่านล่าสุด ยังไม่อ่านหรือ


เพราะอ่านล้วน่ะสิจึงลงบทความอาจารย์เขียนให้อ่านมั่ง เห็นเอาของ อ.ลิขิตมาลงตามเรา

อ่านดีๆนะบทความของ อ.เขียน. . . อ่านให้จบแล้วจะพบสิ่งที่"วิพากษ์"การเคลื่อนไหวของคนเสื้อแดงอย่างเป็นวิชาการ
เป็นบทความที่ครึกโครมและจี๊ดโดนใจ(โดยเฉพาะอย่างยิ่งคนเสื้อแดง)มาก ซึ่งถ้าฟังแล้วไม่หลอกตัวเองจะพบแนวทางแก้ไขขบวนการของตน นี่หมายถึงจะสามารถชี้นำคนธรรมดา,รักประชาธิปไตย ที่อยากให้เสื้อแดงชนะแบบนายเวรนะ (ไม่นับพวกนักเลือกตั้ง)

อ.ลิขิต wrote:สาเหตุมาจากตัวแปรใหญ่ๆ สองตัวแปร ตัวแปรแรก คือ ความอ่อนแอหรือความบกพร่องของระบบ หรือจากตัวผู้นำทางการเมือง


การล่มสลายของหน่วยการเมืองและการสูญเสียอำนาจของผู้นำทางการเมืองที่มีในประวัติศาสตร์นั้น จึงมีที่มาจากความอ่อนแอหรือความบกพร่องของระบบ หรือจากตัวผู้นำทางการเมือง ที่สำคัญที่สุดคือ การสูญเสียความชอบธรรม (legitimacy) และธรรมแห่งอำนาจ (moral authority) ของผู้ดำรงตำแหน่งอำนาจ จนประชาชนไม่ให้การสนับสนุนอีกต่อไป เพราะการดำรงตำแหน่งอำนาจอยู่ได้นั้นย่อมขึ้นอยู่กับประชาชนส่วนใหญ่ของหน่วยการเมืองนั้น ประชาชนเปรียบเสมือนน้ำ ผู้กุมอำนาจรัฐเปรียบเสมือนเรือ
“น้ำทำให้เรือลอยได้ น้ำย่อมทำให้เรือจมได้เช่นเดียวกัน”

อ่านเก็บความต้องอ่านให้จบถ้อยกระทงความทั้งสายด้วย อย่าโควทมาเพียงสั้นๆ

ขอถามนายเวรว่าทุกวันนี้ที่จะมีการปฏิรูปที่เธอนำมาโยงใส่กันนั้น บ้านเมืองเราแก้ที่ระบบน่ะใช่ แต่ขอโทษ...ไม่ใช่ตามใจเสื้อแดงทั้งหมดที่มาเรียกร้อง เพราะแค่ตั้งโจทย์ก็มั่วแล้วว่ามีสงครามชนชั้น

แล้วย้อนกลับไปที่เธอมาเถียงให้เสื้อแดงเป็นวรรคเป็นเวร 1.พวกเขาจะล้มอำมาตย์น่ะ 2.จะล้มคนที่ผูกขาดน่ะ มีอำมาตย์ที่ไหนคนใดที่ผูกขาด......เราไม่เห็นใครเลยในระบบทุกวันนี้ที่สูญเสียความชอบธรรมจนประชาชนไม่ให้การสนับสนุนต่อไป ราชวงศ์รึ อภิสิทธิ์รึ ทหารรึ???

"ใคร"ในทุกวันนี้ที่เป็น "บุคคลที่สูญเสียความชอบธรรม (legitimacy)" จนเสื้อแดงต้องมาโค่น??? ระบุมา :!:

และถามว่าคณะกรรมการปฏิรูป,การปรองดอง,แนวทางสมานฉันท์,ปายโมเดล,เลยโมเดลฯลฯ ทำไมเสื้อแดงแลดูหงิกๆงอๆ เสียดสีต่างๆนานา พวกเราจะแก้ที่ "ระบบ"กันไงคะทุกวันนี้เพราะมันก็หมักหมมมานาน(ในแนวทางไม่เอาความรุนแรงซึ่งนายเวรก็ยอมรับ) (แต่ ย้ำ ไม่ใช่ตามความต้องการมั่วๆของเสื้อแดง) นายเวรมัวไปหลับที่ไหนมาจ๊ะ :?: :?: :?:

มิน่าถึงเร่งกระผม....อัดข้อมูลเต็มๆเตรียมไว้แล้วนี่นา
ผมอ่านตาแฉะแน่นอน...
ท่าจะดี มีให้โหลดฟังดีกว่า.....


^^^^^และถ้าข้างบนนี้หมายถึงหนูอ้อยนะ หามิได้ ไม่มีการเตรียมการใดใดทั้งสิ้น อ่านดีดี เราจะรู้ได้ไงว่าจะเอาบทความ อ.ลิขิตมา
และการสู้กันสดๆนั้นแฟร์กว่า ไม่ได้อยากอัดใครแต่ประการใดทั้งสิ้นเจ้าค่ะ :!:
สู้ถวายหัว
User avatar
หนูอ้อย
 
Posts: 2095
Joined: Sat Mar 21, 2009 10:40 pm

Re: ขอเชิญชวนพี่น้องเสรีไทยทุกท่าน

Postby หนูอ้อย » Tue Aug 03, 2010 12:13 am

นายเวร wrote:นั้นแระครับ อำมาตย์และทุนนิยมสามานต์จงพินาศอย่างเพื่อนเสื้อแดงของผมท่านหนึ่งที่ทำเป็นสายเซนต์ มันเป็นแนวคิดต้อง ผ่านอำมาตย์แล้วล้มทุนนิยมสามานต์ต่อไปเพื่อก้าวสู่สังคมที่วางไว้ ตอนนี้อยู่ไหนหมดไม่เห็นมาช่วยกันเลย ว่าจะพากันมายึดเสรีไทยซะหน่อย ทำเป็นบอร์ดแดงให้หมด


อ่านตรงที่นายเวรตอบคุณพี่ Gop แล้วต่อมฮาแตกจนอดเผือกไม่ได้
คนไรมีความลับแล้วเอามาเปิดหมด
ติงต๊องแบบเนี้ยฝันไปเหอะจะทำให้เป็นบอร์ดแดงอะ - ฮาโคดๆ
สู้ถวายหัว
User avatar
หนูอ้อย
 
Posts: 2095
Joined: Sat Mar 21, 2009 10:40 pm

Re: ขอเชิญชวนพี่น้องเสรีไทยทุกท่าน

Postby Bankzar » Tue Aug 03, 2010 1:05 am

มีศาสนาจานบินเป็นศาสนาประจำชาติสินะ :lol: :lol: :lol:
User avatar
Bankzar
 
Posts: 74
Joined: Mon May 17, 2010 10:13 am

PreviousNext

Return to สภากาแฟ



cron