ที่อยู่อาศัยไม่ใช่ปัญหาเร่งด่วนตามคณะกรรมการปฏิรูปอ้าง

เรื่องการเมือง เชิญที่นี่เลยครับ
Forum rules
- ห้ามใช้คำพูดหยาบคาย
- ห้ามโพสกระทู้หรือข้อความที่ดูหมิ่นเสียดสีสถาบันพระมหากษัตริย์เป็นอันขาด

เชิญทุกท่านเข้าสู่บอร์ดใหม่ได้ที่ http://webboard.serithai.net ดูรายละเอียดเพิ่มเติมที่ viewtopic.php?f=2&t=44976 ครับ

ที่อยู่อาศัยไม่ใช่ปัญหาเร่งด่วนตามคณะกรรมการปฏิรูปอ้าง

Postby pornchokchai » Fri Aug 13, 2010 9:37 am

ที่อยู่อาศัยไม่ใช่ปัญหาเร่งด่วนตามคณะกรรมการปฏิรูปอ้าง

ดร.โสภณ พรโชคชัย
http://www.facebook.com/pornchokchai

ตามที่คณะกรรมการปฏิรูปที่มีนายอานันท์ ปันยารชุน เป็นประธาน มีข้อสรุปประเด็นปัญหาหลักของประเทศ 14 ประเด็น โดยประเด็นแรกก็คือ “เรื่องที่อยู่อาศัยเป็นเรื่องเร่งด่วน” และตามด้วยปัญหาค่าจ้าง คุณภาพชีวิต แรงงาน สวัสดิการและการคุ้มครองทางสังคม การศึกษา หนี้สิน สาธารณสุข อิทธิพลเถื่อน ฯลฯ <1> นั้น ผู้เขียนในฐานะที่เคยสำรวจชุมชนแออัดทั่วเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑล และทุกจังหวัดทั่วประเทศมาแล้ว รวมทั้งสำรวจตลาดอสังหาริมทรัพย์ทุกประเภทมาตั้งแต่ พ.ศ.2537 เห็นว่า ข้อสรุปนี้อาจเป็นความเข้าใจคลาดเคลื่อน จึงขอเสนอข้อมูลเพื่อความกระจ่าง

Image

1. ในรอบ 10 ปีที่ผ่านมา สถานการณ์ที่อยู่อาศัยค่อนข้างดี สัดส่วนของประชากรเมืองซึ่งมักจะอยู่กันอย่างแออัดกว่า มีอยู่ค่อนข้างต่ำ คือมีเพียง 31% หรือหนึ่งในสามของประชากรทั้งประเทศเท่านั้น จากตารางที่ 1 แสดงให้เห็นว่า แม้จำนวนประชากรเมืองจะเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วในช่วงปี 2543-2547 แต่เป็นเพราะการยกฐานะเทศบาลขึ้นใหม่หลายแห่ง แต่ในช่วงปี 2547-2552 การเพิ่มขึ้นของประชากรเมืองน้อยมาก นอกจากนี้อัตราการขยายตัวของประชากรของไทยก็ค่อนข้างต่ำ รวมทั้งความหนาแน่นของประชากรที่ค่อนข้างต่ำเช่นกัน ที่สำคัญจำนวนที่อยู่อาศัยเพิ่มขึ้น ทำให้ไม่เกิดความขาดแคลนที่อยู่อาศัย และทำให้จำนวนประชากรต่อบ้านลดลงตามลำดับ ซึ่งสะท้อนถึงคุณภาพการอยู่อาศัยที่ดีขึ้น

Image

2. ในประเทศไทย ครัวเรือนส่วนใหญ่ถึงสามในสี่โดยประมาณ มีบ้านและที่ดินเป็นของตนเอง ซึ่งนับว่าสูงมาก หากนับรวมผู้ที่มีบ้านบนที่ดินเช่าด้วยแล้ว ครัวเรือนที่มีบ้านจะสูงถึงสี่ในห้าของครัวเรือนทั้งหมด นี่เป็นดัชนีที่ชี้ให้เห็นว่าปัญหาที่อยู่อาศัยในประเทศไทยแทบจะไม่มีเลย ตลอดช่วง 7 ปีที่ผ่านมา (พ.ศ.2543-2550) สัดส่วนของบ้านเช่าเพิ่มขึ้นจาก 11.1 เป็นเพียง 12.2% เท่านั้น ซึ่งก็คงเป็นไปตามภาวะของเมืองยุคใหม่ที่มีการเช่าบ้านมากขึ้น แต่ก็แทบจะไม่เห็นความเปลี่ยนแปลงนักในกรณีของประเทศไทยในช่วงที่ผ่านมา

Image

3. เมื่อตรวจสอบดูจากค่าใช้จ่ายต่อเดือนของครัวเรือน พบว่า รายจ่ายสำหรับที่อยู่อาศัยมีสัดส่วนประมาณ 18% - 25% ของรายจ่ายทั้งหมด หรือเพียงหนึ่งในห้า – หนึ่งในสี่ของรายจ่ายทั้งหมดเท่านั้น ซึ่งนับว่าน้อยมาก สัดส่วนรายจ่ายด้านที่อยู่อาศัยโดยรวมกลับลดลงเล็กน้อย จาก 22% ในปี 2543 เป็น 20% ในปี 2550 การนี้แสดงให้เห็นว่าภาระของที่อยู่อาศัยคงมีไม่มากนักสำหรับครัวเรือนในประเทศไทย

4. จากการสำรวจภาวะเศรษฐกิจและสังคมของครัวเรือนล่าสุด ณ สิ้นปี พ.ศ. 2552 ของสำนักงานสถิติแห่งชาติพบว่า สัดส่วนของหนี้สินของครัวเรือนไทยลดลงจาก 63.3% ในปี 2550 เหลือ 60.9% ในปี 2552 แสดงว่าสถานการณ์หนี้ดีขึ้น และหนี้ในด้านที่อยู่อาศัยมีสัดส่วนเพียงหนึ่งในสามเท่านั้น <2> แสดงว่าภาระหนี้สินด้านที่อยู่อาศัยของประชาชนมีไม่มากนัก

5. สำหรับจำนวนที่อยู่อาศัยในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑลนั้น มีอยู่ 4,325,791 หน่วย ณ ปี 2552 <3> ในขณะที่ปีที่กรุงเทพมหานครฉลองครบรอบ 200 ปีนั้น มีบ้านอยู่เพียง 1 ล้านหน่วยเท่านั้น แสดงว่ามีการก่อสร้างที่อยู่อาศัยเกิดขึ้นมาก โดยเฉพาะบ้านจัดสรรและอาคารชุดภาคเอกชน ที่เกิดขึ้นจำนวนมาก จนทดแทนชุมชนแออัดและชุมชนผู้มีรายได้น้อยอื่น ณ ปี 2500 มีบ้านที่ต่ำกว่ามาตรฐานถึง 46% ของทั้งหมด <4> ในขณะที่ปัจจุบันเหลือชุมชนแออัดในกรุงเทพมหานครและปริมณฑลไม่เกิน 5% ของที่อยู่อาศัยทั้งหมดเท่านั้น สถานการณ์ที่อยู่อาศัยและการอยู่อาศัยของครัวเรือนไทยดีขึ้นอย่างเด่นชัดในช่วง 50 ปีที่ผ่านมา
จากข้อมูลทั้งหมดนี้ชี้ให้เห็นว่า ปัญหาที่อยู่ไม่สมควรถูกจัดเป็นปัญหาหลักหนึ่งใน 14 ปัญหาของประเทศแต่อย่างใด หากรัฐบาลนำข้อมูลที่คลาดเคลื่อนนี้ไปใช้ ก็อาจเกิดโครงการที่ไม่เป็นประโยชน์ เช่น บ้านมั่นคง และบ้านเอื้ออาทร ที่ช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อยเพียงบางส่วน โดยสิ้นเปลืองงบประมาณจำนวนมากเกินความจำเป็นนับพันนับหมื่นล้าน ทำให้เกิดความสูญเสียทรัพยากรของประเทศชาติ

อ้างอิง
<1> มติชนออนไลน์ 2 สิงหาคม 2553 เวลา 20:51:39 น.: http://www.matichon.co.th/news_detail.p ... d&catid=01
<2> บทสรุปสำหรับผู้บริหาร การสำรวจภาวะเศรษฐกิจและสังคมของครัวเรือน พ.ศ. 2552 http://service.nso.go.th/nso/nsopublish ... Exec52.pdf
<3> ข้อมูลกรมการปกครอง http://203.113.86.149/xstat/pop52_1.html
<4> Litchfield Whiting Browne and Associates et.al. (1960). Greater Bangkok Plan B.E. 2533 (1990). Bangkok, Department of Town and Country Planning. หน้า 84
คนเราต้องเปิดใจกว้างรับฟังสิ่งที่อยู่เบื้องหน้า ต้องอยู่กับปัจจุบัน อย่าไปมีอคติหรือความหลงแต่แรกว่าพวกเขา พวกเรา ไม่เช่นนั้น ก็ไม่เกิดการเรียนรู้ และที่สำคัญ เราควรมีความรัก ปรารถนาดีและเมตตาคู่สนทนาแม้จะไม่รู้จักกันมาก่อนก็ตาม นี่จึงเป็นกุศลแท้ครับ
User avatar
pornchokchai
 
Posts: 347
Joined: Wed Oct 15, 2008 6:04 am
Location: Bangkok

Re: ที่อยู่อาศัยไม่ใช่ปัญหาเร่งด่วนตามคณะกรรมการปฏิรูปอ้าง

Postby เบื่อ นช ทักสิน » Fri Aug 13, 2010 9:59 am

ไม่เคยคิดจะอ่าน นสพ มติชน เฮงซวยแบบนั้น อย่าเอามาอ้าง ไร้สาระฉิบ
User avatar
เบื่อ นช ทักสิน
 
Posts: 1146
Joined: Mon Nov 03, 2008 11:57 am

Re: ที่อยู่อาศัยไม่ใช่ปัญหาเร่งด่วนตามคณะกรรมการปฏิรูปอ้าง

Postby benzcl » Fri Aug 13, 2010 10:10 am

Good Morning Dr.Pornchokchai.
How r u 2day?
Do u still remember me? Look at this,please.
การโฆษณาชวนเชื่อที่ใช้คนผิด: Prof. Stephen Young viewtopic.php?f=2&t=26799
Postby pornchokchai » Wed Jul 28, 2010 2:41 pm

Fortunately ,I hope so this time u will be stay longer.
User avatar
benzcl
 
Posts: 3901
Joined: Mon May 03, 2010 10:59 am

Re: ที่อยู่อาศัยไม่ใช่ปัญหาเร่งด่วนตามคณะกรรมการปฏิรูปอ้าง

Postby benzcl » Fri Aug 13, 2010 10:16 am

Wow Why not u disconnect so soon ? Or may be u stay behind the name of the guest?

Who is online


Users browsing this forum: benzcl, Frankie26, Google [Bot], honeyboy, J-One, koong, MSN [Bot], noway2know, PettyCash, qwerty, ridkun_user, Robert De Niro, Yahoo [Bot], yenmanovic, เบื่อ นช ทักสิน and 53 guests
User avatar
benzcl
 
Posts: 3901
Joined: Mon May 03, 2010 10:59 am

Re: ที่อยู่อาศัยไม่ใช่ปัญหาเร่งด่วนตามคณะกรรมการปฏิรูปอ้าง

Postby noway2know » Fri Aug 13, 2010 10:18 am

:lol: :lol: :lol: :lol: :lol:

http://forum.serithai.net/viewtopic.php?f=2&t=26799&start=30
การโฆษณาชวนเชื่อที่ใช้คนผิด: Prof. Stephen Young

benzcl wrote:Good evening Dr.Pornchokchai,How r u today ?
Did u work hard ? R u rest enough ?
Now I'll waiting for u until midnight.
I found something that might be very surprising to me.
First u type so fast, ex:
1.by pornchokchai » Thu Jul 29, 2010 5:43 am
2.by pornchokchai » Thu Jul 29, 2010 5:44 am
3.by pornchokchai » Thu Jul 29, 2010 5:45 am
4.by pornchokchai » Thu Jul 29, 2010 5:47 am
5.by pornchokchai » Thu Jul 29, 2010 5:52 am
Second from above,pointed that U can read ,think,design and type within a few minutes.
As if this situation will happening in America , U r superman.
please explain your action to everyone.
Thank You so much.

รักในหลวง หวงแผ่นดิน
เกลียดเสื้อแดง จะรัฐบาล ม.แม้ว หรือ ม.มาร์ค ก็น่าผิดหวัง เลวพอๆกัน
ไปม๊อบมา ไปก็บอกว่าไป..ไม่ใช่ประเภท....ตุลาคมก็อยู่นะ(โกหก)
http://www.baanpud.net/forum/index.php....http://www.prachathon.org/forum/
User avatar
noway2know
 
Posts: 7750
Joined: Thu May 20, 2010 12:19 am

Re: ที่อยู่อาศัยไม่ใช่ปัญหาเร่งด่วนตามคณะกรรมการปฏิรูปอ้าง

Postby บุญปลีก » Fri Aug 13, 2010 10:46 am

benzcl wrote:Wow Why not u disconnect so soon ? Or may be u stay behind the name of the guest?

Who is online


Users browsing this forum: benzcl, Frankie26, Google [Bot], honeyboy, J-One, koong, MSN [Bot], noway2know, PettyCash, qwerty, ridkun_user, Robert De Niro, Yahoo [Bot], yenmanovic, เบื่อ นช ทักสิน and 53 guests


สงสัยคุณพร จะเป็น ซุปเปอร์แมนจริงๆครับ ตอนนี้คงบินไปช่วยโลกอยู่ :lol: สัญญาณอินเตอร์เน็ตก็เลยหลุดเร็วโดยเฉพาะเจอคนรู้ทัน :lol: :lol: :lol:
บุญปลีก
 
Posts: 7184
Joined: Mon May 03, 2010 12:23 pm

Re: ที่อยู่อาศัยไม่ใช่ปัญหาเร่งด่วนตามคณะกรรมการปฏิรูปอ้าง

Postby บุญปลีก » Fri Aug 13, 2010 12:42 pm

http://talk.mthai.com/topic/124314

ที่อยู่อาศัยไม่ใช่ปัญหาเร่งด่วนตามคณะกรรมการปฏิรูปอ้าง

ดร.โสภณ พรโชคชัย
http://www.facebook.com/pornchokchai

ตามที่คณะกรรมการปฏิรูปที่มีนายอานันท์ ปันยารชุน เป็นประธาน มีข้อสรุปประเด็นปัญหาหลักของประเทศ 14 ประเด็น โดยประเด็นแรกก็คือ “เรื่องที่อยู่อาศัยเป็นเรื่องเร่งด่วน” และตามด้วยปัญหาค่าจ้าง คุณภาพชีวิต แรงงาน สวัสดิการและการคุ้มครองทางสังคม การศึกษา หนี้สิน สาธารณสุข อิทธิพลเถื่อน ฯลฯ <1> นั้น ผู้เขียนในฐานะที่เคยสำรวจชุมชนแออัดทั่วเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑล และทุกจังหวัดทั่วประเทศมาแล้ว รวมทั้งสำรวจตลาดอสังหาริมทรัพย์ทุกประเภทมาตั้งแต่ พ.ศ.2537 เห็นว่า ข้อสรุปนี้อาจเป็นความเข้าใจคลาดเคลื่อน จึงขอเสนอข้อมูลเพื่อความกระจ่าง
Image
1. ในรอบ 10 ปีที่ผ่านมา สถานการณ์ที่อยู่อาศัยค่อนข้างดี สัดส่วนของประชากรเมืองซึ่งมักจะอยู่กันอย่างแออัดกว่า มีอยู่ค่อนข้างต่ำ คือมีเพียง 31% หรือหนึ่งในสามของประชากรทั้งประเทศเท่านั้น จากตารางที่ 1 แสดงให้เห็นว่า แม้จำนวนประชากรเมืองจะเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วในช่วงปี 2543-2547 แต่เป็นเพราะการยกฐานะเทศบาลขึ้นใหม่หลายแห่ง แต่ในช่วงปี 2547-2552 การเพิ่มขึ้นของประชากรเมืองน้อยมาก นอกจากนี้อัตราการขยายตัวของประชากรของไทยก็ค่อนข้างต่ำ รวมทั้งความหนาแน่นของประชากรที่ค่อนข้างต่ำเช่นกัน ที่สำคัญจำนวนที่อยู่อาศัยเพิ่มขึ้น ทำให้ไม่เกิดความขาดแคลนที่อยู่อาศัย และทำให้จำนวนประชากรต่อบ้านลดลงตามลำดับ ซึ่งสะท้อนถึงคุณภาพการอยู่อาศัยที่ดีขึ้น
Image
2. ในประเทศไทย ครัวเรือนส่วนใหญ่ถึงสามในสี่โดยประมาณ มีบ้านและที่ดินเป็นของตนเอง ซึ่งนับว่าสูงมาก หากนับรวมผู้ที่มีบ้านบนที่ดินเช่าด้วยแล้ว ครัวเรือนที่มีบ้านจะสูงถึงสี่ในห้าของครัวเรือนทั้งหมด นี่เป็นดัชนีที่ชี้ให้เห็นว่าปัญหาที่อยู่อาศัยในประเทศไทยแทบจะไม่มีเลย ตลอดช่วง 7 ปีที่ผ่านมา (พ.ศ.2543-2550) สัดส่วนของบ้านเช่าเพิ่มขึ้นจาก 11.1 เป็นเพียง 12.2% เท่านั้น ซึ่งก็คงเป็นไปตามภาวะของเมืองยุคใหม่ที่มีการเช่าบ้านมากขึ้น แต่ก็แทบจะไม่เห็นความเปลี่ยนแปลงนักในกรณีของประเทศไทยในช่วงที่ผ่านมา
Image
3. เมื่อตรวจสอบดูจากค่าใช้จ่ายต่อเดือนของครัวเรือน พบว่า รายจ่ายสำหรับที่อยู่อาศัยมีสัดส่วนประมาณ 18% - 25% ของรายจ่ายทั้งหมด หรือเพียงหนึ่งในห้า – หนึ่งในสี่ของรายจ่ายทั้งหมดเท่านั้น ซึ่งนับว่าน้อยมาก สัดส่วนรายจ่ายด้านที่อยู่อาศัยโดยรวมกลับลดลงเล็กน้อย จาก 22% ในปี 2543 เป็น 20% ในปี 2550 การนี้แสดงให้เห็นว่าภาระของที่อยู่อาศัยคงมีไม่มากนักสำหรับครัวเรือนใน ประเทศไทย

4. จากการสำรวจภาวะเศรษฐกิจและสังคมของครัวเรือนล่าสุด ณ สิ้นปี พ.ศ. 2552 ของสำนักงานสถิติแห่งชาติพบว่า สัดส่วนของหนี้สินของครัวเรือนไทยลดลงจาก 63.3% ในปี 2550 เหลือ 60.9% ในปี 2552 แสดงว่าสถานการณ์หนี้ดีขึ้น และหนี้ในด้านที่อยู่อาศัยมีสัดส่วนเพียงหนึ่งในสามเท่านั้น <2> แสดงว่าภาระหนี้สินด้านที่อยู่อาศัยของประชาชนมีไม่มากนัก

5. สำหรับจำนวนที่อยู่อาศัยในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑลนั้น มีอยู่ 4,325,791 หน่วย ณ ปี 2552 <3> ในขณะที่ปีที่กรุงเทพมหานครฉลองครบรอบ 200 ปีนั้น มีบ้านอยู่เพียง 1 ล้านหน่วยเท่านั้น แสดงว่ามีการก่อสร้างที่อยู่อาศัยเกิดขึ้นมาก โดยเฉพาะบ้านจัดสรรและอาคารชุดภาคเอกชน ที่เกิดขึ้นจำนวนมาก จนทดแทนชุมชนแออัดและชุมชนผู้มีรายได้น้อยอื่น ณ ปี 2500 มีบ้านที่ต่ำกว่ามาตรฐานถึง 46% ของทั้งหมด <4> ในขณะที่ปัจจุบันเหลือชุมชนแออัดในกรุงเทพมหานครและปริมณฑลไม่เกิน 5% ของที่อยู่อาศัยทั้งหมดเท่านั้น สถานการณ์ที่อยู่อาศัยและการอยู่อาศัยของครัวเรือนไทยดีขึ้นอย่างเด่นชัดใน ช่วง 50 ปีที่ผ่านมา
จากข้อมูลทั้งหมดนี้ชี้ให้เห็นว่า ปัญหาที่อยู่ไม่สมควรถูกจัดเป็นปัญหาหลักหนึ่งใน 14 ปัญหาของประเทศแต่อย่างใด หากรัฐบาลนำข้อมูลที่คลาดเคลื่อนนี้ไปใช้ ก็อาจเกิดโครงการที่ไม่เป็นประโยชน์ เช่น บ้านมั่นคง และบ้านเอื้ออาทร ที่ช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อยเพียงบางส่วน โดยสิ้นเปลืองงบประมาณจำนวนมากเกินความจำเป็นนับพันนับหมื่นล้าน ทำให้เกิดความสูญเสียทรัพยากรของประเทศชาติ

อ้างอิง
<1> มติชนออนไลน์ 2 สิงหาคม 2553 เวลา 20:51:39 น.: http://www.matichon.co.th/news_detail.p ... d&catid=01
<2> บทสรุปสำหรับผู้บริหาร การสำรวจภาวะเศรษฐกิจและสังคมของครัวเรือน พ.ศ. 2552 http://service.nso.go.th/nso/nsopublish ... Exec52.pdf
<3> ข้อมูลกรมการปกครอง http://203.113.86.149/xstat/pop52_1.html
<4> Litchfield Whiting Browne and Associates et.al. (1960). Greater Bangkok Plan B.E. 2533 (1990). Bangkok, Department of Town and Country Planning. หน้า 84
รูป โสภณพรโชคชัย
โดย: โสภณพรโชคชัย
ตั้งเมื่อ: 10:05 น. 13 ส.ค. 2010

Image
บุญปลีก
 
Posts: 7184
Joined: Mon May 03, 2010 12:23 pm

Re: ที่อยู่อาศัยไม่ใช่ปัญหาเร่งด่วนตามคณะกรรมการปฏิรูปอ้าง

Postby benzcl » Fri Aug 13, 2010 1:47 pm

Wow ! very excellent ,From the evidence that Mr.Boonpleek presented to everyone.
Dr.Pornchokchai created the same topic in both web board nearly the time today .
And now in serithai board, where r u ?
Why did u leave your last topic?
User avatar
benzcl
 
Posts: 3901
Joined: Mon May 03, 2010 10:59 am

Re: ที่อยู่อาศัยไม่ใช่ปัญหาเร่งด่วนตามคณะกรรมการปฏิรูปอ้าง

Postby benzcl » Fri Aug 13, 2010 4:03 pm

A notice to Dr.Pornchokchai

ริวเซย์ wrote:
benzcl wrote:ผมขอเรียนถามเรื่องล็อกอินที่ใช้ชื่อของบุคคลที่ตรวจสอบข้อมูลได้เฉพาะทางออนไลน์
และอาศัยตำแหน่งหน้าที่และความเชี่ยวชาญทางวิชาการมาใช้ในบอร์ด
แล้วโพสกระทู้ที่เป็นประเด็นให้สมาชิกท่านอื่นมาร่วมสนทนา
พอทำไปสักพัก ก็เงียบหายไป ทิ้งปริศนาไว้ให้คนอื่นสงสัยต่อไป

ผมขอยกตัวอย่างที่เพิ่งเกิดขึ้นสองกระทู้
1. ความเห็นต่อบทสัมภาษณ์ทางการเมืองของพระมหาวุฒิชัย (ว.วชิรเมธี) viewtopic.php?f=2&t=26764
Postby pornchokchai » Mon Jul 26, 2010 12:52 pm
2. การโฆษณาชวนเชื่อที่ใช้คนผิด: Prof. Stephen Young viewtopic.php?f=2&t=26799
Postby pornchokchai » Wed Jul 28, 2010 2:41 pm
กระทู้ทั้งสองมีuser คนเดียวกันคือ Pornchokchai โดยใช้ avatar เป็นรูปของดร.โสภณ พรโชคชัย
และยังมีลิงค์อ้างอิงไปที่เฟสบุ้คส่วนตัว

แต่จากการสังเกตการสนทนทนาโต้ตอบทั้งสองกระทู้ผมพบว่า
1.ทั้งหมดไม่ได้เป็นการโต้ตอบออนไลน์ ถึงจะมารีพลายภายหลังก็ดูผิดปกติ ตรงที่สามารถตอบกลับคนอี่นๆหลายคนในเวลาไม่กี่นาที
บางรีพลายห่างกันเพียงนาทีเดียว
2.จากบทสนทนาโต้ตอบดูไม่เหมือนผู้ทรงคุณวุฒิ ซึ่งสมาชิกหลายท่านรู้สึกได้

ตัวผมเองปกติ บุคลิกเป็นคนประณีประนอม ไม่ชอบหาเรื่องใครก็ยังอดก่อกวนเขาบ้างไม่ได้ แต่ในขอบเขตนะครับ
แต่ในกรณีอย่างนี้ ผมรู้สึกว่าถ้า user คนดังกล่าวไม่ใช่ตัวจริง
น่าจะส่งผลเสียต่อผู้ที่เกี่ยวข้อง,ทุกคนในบอร์ด และตัวเว็บบอร์ดเองด้วย
ผมเข้าใจดีครับว่า ในโลกออนไลน์หลายคนเลือกที่จะไม่แสดงตัวตนที่แท้จริง
ข้อมูลต่างๆของแต่ละล็อกอินอาจจะสลับกับตัวตนจริง มากน้อยก็แล้วแต่ละคน
ผมเองภายหลังก็ยังอดเผยสถานะทางสังคมไม่ได้ แต่ผมมีความบริสุทธิ์ใจและไม่คิดร้ายต่อใคร
และใช้ความจริงใจนี่ล่ะมาหาทุกคน
สุดท้ายจึงขอเรียนถามทั้ง WM และ MOD ว่าท่านมีแนวทางเกี่ยวกับเรื่องนี้อย่างไรครับ
ขอบคุณครับที่สละเวลาให้


จะพิจารณาและจับตาดูเป็นพิเศษครับ และอาจดำเนินการเปลี่ยนชื่อให้เหมาะสมต่อไป
User avatar
benzcl
 
Posts: 3901
Joined: Mon May 03, 2010 10:59 am

Re: ที่อยู่อาศัยไม่ใช่ปัญหาเร่งด่วนตามคณะกรรมการปฏิรูปอ้าง

Postby pornchokchai » Sat Aug 14, 2010 9:32 am

noway2know wrote::lol: :lol: :lol: :lol: :lol:

http://forum.serithai.net/viewtopic.php?f=2&t=26799&start=30
การโฆษณาชวนเชื่อที่ใช้คนผิด: Prof. Stephen Young

benzcl wrote:Good evening Dr.Pornchokchai,How r u today ?
Did u work hard ? R u rest enough ?
Now I'll waiting for u until midnight.
I found something that might be very surprising to me.
First u type so fast, ex:
1.by pornchokchai » Thu Jul 29, 2010 5:43 am
2.by pornchokchai » Thu Jul 29, 2010 5:44 am
3.by pornchokchai » Thu Jul 29, 2010 5:45 am
4.by pornchokchai » Thu Jul 29, 2010 5:47 am
5.by pornchokchai » Thu Jul 29, 2010 5:52 am
Second from above,pointed that U can read ,think,design and type within a few minutes.
As if this situation will happening in America , U r superman.
please explain your action to everyone.
Thank You so much.



ผมพิมพ์เร็วจริง ๆ เลยครับ เคยพิมพ์ได้ 70 คำต่อนาที ทั้งไทยและอังกฤษครับ
คนเราต้องเปิดใจกว้างรับฟังสิ่งที่อยู่เบื้องหน้า ต้องอยู่กับปัจจุบัน อย่าไปมีอคติหรือความหลงแต่แรกว่าพวกเขา พวกเรา ไม่เช่นนั้น ก็ไม่เกิดการเรียนรู้ และที่สำคัญ เราควรมีความรัก ปรารถนาดีและเมตตาคู่สนทนาแม้จะไม่รู้จักกันมาก่อนก็ตาม นี่จึงเป็นกุศลแท้ครับ
User avatar
pornchokchai
 
Posts: 347
Joined: Wed Oct 15, 2008 6:04 am
Location: Bangkok

Re: ที่อยู่อาศัยไม่ใช่ปัญหาเร่งด่วนตามคณะกรรมการปฏิรูปอ้าง

Postby pornchokchai » Sat Aug 14, 2010 9:33 am

benzcl wrote:Wow ! very excellent ,From the evidence that Mr.Boonpleek presented to everyone.
Dr.Pornchokchai created the same topic in both web board nearly the time today .
And now in serithai board, where r u ?
Why did u leave your last topic?


ตอบ
วิจารณ์ที่เนื้อหาดีกว่านะครับ
คุณเห็นอย่างไร ผมกลัวว่า ท่านอานันท์จะหลงทิศผิดทาง
เลยออกมาทักน่ะครับ คุณเห็นด้วยไหมครับ
คนเราต้องเปิดใจกว้างรับฟังสิ่งที่อยู่เบื้องหน้า ต้องอยู่กับปัจจุบัน อย่าไปมีอคติหรือความหลงแต่แรกว่าพวกเขา พวกเรา ไม่เช่นนั้น ก็ไม่เกิดการเรียนรู้ และที่สำคัญ เราควรมีความรัก ปรารถนาดีและเมตตาคู่สนทนาแม้จะไม่รู้จักกันมาก่อนก็ตาม นี่จึงเป็นกุศลแท้ครับ
User avatar
pornchokchai
 
Posts: 347
Joined: Wed Oct 15, 2008 6:04 am
Location: Bangkok

Re: ที่อยู่อาศัยไม่ใช่ปัญหาเร่งด่วนตามคณะกรรมการปฏิรูปอ้าง

Postby benzcl » Sat Aug 14, 2010 9:44 am

I don't think so,because this is the only way to prevent the risky of growth in the economics nowadays.
User avatar
benzcl
 
Posts: 3901
Joined: Mon May 03, 2010 10:59 am

Re: ที่อยู่อาศัยไม่ใช่ปัญหาเร่งด่วนตามคณะกรรมการปฏิรูปอ้าง

Postby benzcl » Sat Aug 14, 2010 9:57 am

pornchokchai wrote:

ผมพิมพ์เร็วจริง ๆ เลยครับ เคยพิมพ์ได้ 70 คำต่อนาที ทั้งไทยและอังกฤษครับ


So ,would you mind to type in English ?
Because I can type best in English.
User avatar
benzcl
 
Posts: 3901
Joined: Mon May 03, 2010 10:59 am

Re: ที่อยู่อาศัยไม่ใช่ปัญหาเร่งด่วนตามคณะกรรมการปฏิรูปอ้าง

Postby pornchokchai » Sat Aug 14, 2010 10:00 am

benzcl wrote:
pornchokchai wrote:

ผมพิมพ์เร็วจริง ๆ เลยครับ เคยพิมพ์ได้ 70 คำต่อนาที ทั้งไทยและอังกฤษครับ


So ,would you mind to type in English ?
Because I can type best in English.


คุณอ่านไทยออก ผมจึงพิมพ์ภาษาไทย ให้คนอื่นที่ภาษาอังกฤษไม่แข็งแรงอ่านด้วย
แต่คุณจะพิมพ์อังกฤษก็ตามสบายครับ คำไหนยาก ๆ ผมจะแปลให้เพื่อน ๆ อ่านด้วยครับ
จะได้เข้าใจกันครับ
คนเราต้องเปิดใจกว้างรับฟังสิ่งที่อยู่เบื้องหน้า ต้องอยู่กับปัจจุบัน อย่าไปมีอคติหรือความหลงแต่แรกว่าพวกเขา พวกเรา ไม่เช่นนั้น ก็ไม่เกิดการเรียนรู้ และที่สำคัญ เราควรมีความรัก ปรารถนาดีและเมตตาคู่สนทนาแม้จะไม่รู้จักกันมาก่อนก็ตาม นี่จึงเป็นกุศลแท้ครับ
User avatar
pornchokchai
 
Posts: 347
Joined: Wed Oct 15, 2008 6:04 am
Location: Bangkok

Re: ที่อยู่อาศัยไม่ใช่ปัญหาเร่งด่วนตามคณะกรรมการปฏิรูปอ้าง

Postby pornchokchai » Sat Aug 14, 2010 10:01 am

benzcl wrote:I don't think so,because this is the only way to prevent the risky of growth in the economics nowadays.


ที่คณะกรรมการปฏิรูป โดยอานันท์ พูดว่าปัญหาที่อยู่อาศัยเป็นปัญหาสำคัญของชาตินั้น ไม่ได้เกี่ยวกับการป้องกันความเสี่ยงทางเศรษฐกิจอะไรนะครับ
คนเราต้องเปิดใจกว้างรับฟังสิ่งที่อยู่เบื้องหน้า ต้องอยู่กับปัจจุบัน อย่าไปมีอคติหรือความหลงแต่แรกว่าพวกเขา พวกเรา ไม่เช่นนั้น ก็ไม่เกิดการเรียนรู้ และที่สำคัญ เราควรมีความรัก ปรารถนาดีและเมตตาคู่สนทนาแม้จะไม่รู้จักกันมาก่อนก็ตาม นี่จึงเป็นกุศลแท้ครับ
User avatar
pornchokchai
 
Posts: 347
Joined: Wed Oct 15, 2008 6:04 am
Location: Bangkok

Re: ที่อยู่อาศัยไม่ใช่ปัญหาเร่งด่วนตามคณะกรรมการปฏิรูปอ้าง

Postby benzcl » Sat Aug 14, 2010 10:04 am

But this method may be show that u can type very fast ,both in Thai and English.
Please ignore for a moment ,only in this topic.
User avatar
benzcl
 
Posts: 3901
Joined: Mon May 03, 2010 10:59 am

Re: ที่อยู่อาศัยไม่ใช่ปัญหาเร่งด่วนตามคณะกรรมการปฏิรูปอ้าง

Postby pornchokchai » Sat Aug 14, 2010 10:09 am

benzcl wrote:But this method may be show that u can type very fast ,both in Thai and English.
Please ignore for a moment ,only in this topic.


จะให้ผมแสดงฤทธิ์ทำไมว่าพิมพ์ได้เร็ว มันไม่ใช่สาระน่ะครับ
คนเราต้องเปิดใจกว้างรับฟังสิ่งที่อยู่เบื้องหน้า ต้องอยู่กับปัจจุบัน อย่าไปมีอคติหรือความหลงแต่แรกว่าพวกเขา พวกเรา ไม่เช่นนั้น ก็ไม่เกิดการเรียนรู้ และที่สำคัญ เราควรมีความรัก ปรารถนาดีและเมตตาคู่สนทนาแม้จะไม่รู้จักกันมาก่อนก็ตาม นี่จึงเป็นกุศลแท้ครับ
User avatar
pornchokchai
 
Posts: 347
Joined: Wed Oct 15, 2008 6:04 am
Location: Bangkok

Re: ที่อยู่อาศัยไม่ใช่ปัญหาเร่งด่วนตามคณะกรรมการปฏิรูปอ้าง

Postby benzcl » Sat Aug 14, 2010 10:18 am

Why not you care for typing in English?
Last edited by benzcl on Sat Aug 14, 2010 10:09 pm, edited 1 time in total.
User avatar
benzcl
 
Posts: 3901
Joined: Mon May 03, 2010 10:59 am

Re: ที่อยู่อาศัยไม่ใช่ปัญหาเร่งด่วนตามคณะกรรมการปฏิรูปอ้าง

Postby benzcl » Sat Aug 14, 2010 10:28 am

อ้าวไปไหนซะแล้ว เมื่อกี้ยังเห็นออนไลน์อยู่เลย
Who is online


Users browsing this forum: benzcl, Chely, Google [Bot], irq5, khundaan, MSN [Bot], MSNbot Media, odyssey, oLaSuNyAo, pooyong, saopao, see-u, sigree, SRFN1993, User Error, Yahoo [Bot], yenmanovic, ล้างโคตรทักษิณ, สาระเริง and 51 guests
User avatar
benzcl
 
Posts: 3901
Joined: Mon May 03, 2010 10:59 am

Re: ที่อยู่อาศัยไม่ใช่ปัญหาเร่งด่วนตามคณะกรรมการปฏิรูปอ้าง

Postby benzcl » Sat Aug 14, 2010 11:00 am

pornchokchai wrote:
benzcl wrote:I don't think so,because this is the only way to prevent the risky of growth in the economics nowadays.


ที่คณะกรรมการปฏิรูป โดยอานันท์ พูดว่าปัญหาที่อยู่อาศัยเป็นปัญหาสำคัญของชาตินั้น ไม่ได้เกี่ยวกับการป้องกันความเสี่ยงทางเศรษฐกิจอะไรนะครับ

I said like that,because Thai government mega projects has capitalized in the public utilities and public facilities.
But the factor of life is housing should not ignored,and if pay more attention,Thai citizens will be more very happy .
And the reflection of the way to control the budget .
Because of the high risky in the global economics ,Thailand should be aware and invest in the main project.
User avatar
benzcl
 
Posts: 3901
Joined: Mon May 03, 2010 10:59 am

Re: ที่อยู่อาศัยไม่ใช่ปัญหาเร่งด่วนตามคณะกรรมการปฏิรูปอ้าง

Postby chanbaan » Sun Aug 15, 2010 10:25 pm

ชานบ้านชานเมือง wrote:ท่านรู้หรือไม่ว่า ประชาชนคนไทยมีปัญหาที่ไม่น่าเชื่อว่าจะเป็นปัญหา นั้นก็คือ ที่อยู่อาศัย
---
หลายท่านอาจแย้งว่า คนไทยมีบ้านกันทุกคน แต่ผมว่า เด็กที่เกิดใหม่ยังต้องอาศัยอยู่ในบ้านของพ่อแม่ พ่อแม่หลายท่านต้องเช่าบ้าน การเช่าบ้านไม่น่าใช้วิธีการแก้ไขปัญหาเรื่องที่อยู่อาศัย
-----
ในช่วงรัฐบาลหนึ่งได้แก้ไขปัญหาที่อยู่อาศัยด้วยความเอื้ออาทรทั้งต่อผู้ซื้อ และนายหน้าค้าที่ดิน รวมถึงผู้รับเหมาก่อสร้าง ทำให้เอื้ออาทรกันมาจนถึงรัฐบาลปัจจุบันอย่างแปลกๆ
----
ในช่วงชีวิตหนึ่ง ที่มีกลุ่มคนได้ก่อตั้งกลุ่มที่ให้การช่วยเหลือเรื่องที่อยู่อาศัยให้กับประชาชน กลุ่มคนนั้นได้พยายามใช้ความมั่นคงในทุกๆ ด้าน เพื่อสร้างที่อยู่อาศัยที่จะไม่เกิดป้ญหาในภายหลัง และยังเป็นการส่งเสริมระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขอีกด้วย
.
.
แต่ทำไมเมื่อความมั่นคงที่ผสานกับการอยู่อาศัย ยังไม่เป็นที่รู้จัก หมู่บ้านห่งความมั่นคงที่ดูจะทำให้ประชาชนเข้มแข็งกลับถูกนักการเมืองหลายกลุ่มเข้ามาแสวงหาผลประโยชน์ แต่นี้แหละคือเสน่ห์ของหมู่บ้านแห่งความมั่นคง ที่ต้องอาศัยความสามัคคีของคนในหมู่บ้านที่จะขจัดปัญหาจากการแทรกแซงของกลุ่มที่เข้ามาแสวงหาผลประโยชน์
----
ดังนั้น หากพูดว่า ประชาชนส่วนใหญ่มีปัญหาในเรื่องที่อยู่อาศัย มากที่สุดในโลก ผมว่าผมพูดถูกต้อง
เพราะว่า บ้านเรือนที่เรามีกลับกลายเป็นภาระให้กับเราได้ หากเราขาดความเจริญในเขตที่อยู่อาศัย และแม้ว่าจะมีความเจริญในทุกๆ ด้านในเขตที่อยู่อาศัยแล้วก็ตาม แต่หากยังขาดปัจจัยในการประกอบอาชีพ ปัจจัยในการรวมกลุ่มกันเป็นชาติพันธุ์ ซ้ำร้ายยังกลับกลายเป็นบ้านที่เน้นเรื่องของปัจเจคบุคคลไป เป็นการสร้างบ้านเพื่อแสดงออกถึงฐานะทางสังคมบ้าง จนกลายเป็นเรื่องของตัณหา ทำให้การอยู่ร่วมกันในเขตที่อยู่อาศัยไม่สามารถถักทอประสานสามัคคีกับคนในชุมชนได้อย่างที่ควรจะเป็น
-------------------------------------------
และนั้นแหละครับ ผมจึงอยากให้ทบทวนดูว่า ปัญหาที่อยู่อาศัยที่แท้จริงของคนไทยนั้น จริงๆ แล้วมันไม่ได้หมายถึงว่าเรามีจำนวนบ้านเรือนจำนวนเท่าไร มากน้อยเพียงไหน แต่หากมองดูการอยู่อาศัยร่วมกันระหว่างหมู่บ้านแห่งความมั่นคง กับหมู่บ้านที่เอื้ออาทรต่อนักการเมืองเรื่อยมาจนถึงปัจจุบันแล้วละก็ อะไรคือแนวทางในการแก้ไขปัญหาให้กับชุมชน และประชาชนได้มากกว่ากัน
..
เราจะสามารถนำหลักการทางสหกรณ์มาปรับใช้ เป็นสหกรณ์สังคม สร้างความมั่นคงให้กับหมู่บ้าน ตำบล อำเภอ จังหวัด ภาค ภูมิภาค และปรเทศชาติได้หรือไม่ โดยไม่ต้องวิ่งหาการสร้างชุมชนที่รกร้างอย่างหมู่บ้านแห่งความเอื้ออาทรที่มุ่งเน้นผสานประโยชน์ระหว่างนายทุนกับนักการเมืองอย่างที่เราทราบๆ กัน หรือหากเราจะสร้างหมู่บ้านแห่งความมั่นคงขึ้น เราจะเสริมเติมแต่งให้มีความมั่นคงในระดับเครือข่าย และการสร้างงาน รวมถึงการรวมกลุ่มกันทั้งเครือข่ายให้มีความเข้มแข็งปลอดการทุจริตกันในหมู่คณะ เพื่อสร้างแบบแผนให้ประชาชนเพื่อนร่วมชาติได้เห็นว่า ปัญหาเรื่องที่อยู่อาศัยนั้นสามารถแก้ไขได้ และยังสามารถพัฒนาเป็นแหล่งที่เสริมความรู้และการประกอบอาชีพสุจริตให้กับคนในชุมชนได้อย่างยั่งยืน โดยที่เราไม่ต้องทิ้งที่ทำกินเพราะเราสามารถสร้างความมั่นคงให้กับที่อยู่อาศัย และเขตที่อยู่อาศัยของพวกเราได้ หากเรานั้นมีความจริงใจต่อกัน รู้รักษ์สามัคคี ไม่ทอดทิ้งกันในทุกยามแม้จะสุขหรือทุกข์ ดังคำพูดที่ว่า "ยามสุขร่วมแบ่งปัน ยามทุกร่วมแบ่งเบา" หรือคำพูดที่ว่า "ยามสุขร่วมเสพ ยามทุกข์ยามต้าน" เป็นต้น

อ้างอิงที่มา viewtopic.php?f=2&t=27154
อุดมการณ์ไม่ใช่คลิก แต่ต้องคิด คิดไปเรื่อยเลยวุ่ย
พุทธเจ้านำทาง ธรรมประคองใจ จิตใจวุ่นวาย ผิดพลาดพลั่งเผลอ มันเป็นสัจจะธรรมของคนที่ยังคน(เราเอง)
"เกลียดปฏิวัติไทยคม ชื่นชมปฏิวัติสีขาว เกลียดนักการเมืองขี้ฉอ ชื่นชอบนักการเมืองยึดมั่นอุดมการณ์"
User avatar
chanbaan
 
Posts: 2001
Joined: Wed Aug 19, 2009 9:25 am

Re: ที่อยู่อาศัยไม่ใช่ปัญหาเร่งด่วนตามคณะกรรมการปฏิรูปอ้าง

Postby nithiphat » Mon Aug 16, 2010 12:45 am

pornchokchai wrote:ที่อยู่อาศัยไม่ใช่ปัญหาเร่งด่วนตามคณะกรรมการปฏิรูปอ้าง

ดร.โสภณ พรโชคชัย
http://www.facebook.com/pornchokchai

ตามที่คณะกรรมการปฏิรูปที่มีนายอานันท์ ปันยารชุน เป็นประธาน มีข้อสรุปประเด็นปัญหาหลักของประเทศ 14 ประเด็น โดยประเด็นแรกก็คือ “เรื่องที่อยู่อาศัยเป็นเรื่องเร่งด่วน” และตามด้วยปัญหาค่าจ้าง คุณภาพชีวิต แรงงาน สวัสดิการและการคุ้มครองทางสังคม การศึกษา หนี้สิน สาธารณสุข อิทธิพลเถื่อน ฯลฯ <1> นั้น ผู้เขียนในฐานะที่เคยสำรวจชุมชนแออัดทั่วเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑล และทุกจังหวัดทั่วประเทศมาแล้ว รวมทั้งสำรวจตลาดอสังหาริมทรัพย์ทุกประเภทมาตั้งแต่ พ.ศ.2537 เห็นว่า ข้อสรุปนี้อาจเป็นความเข้าใจคลาดเคลื่อน จึงขอเสนอข้อมูลเพื่อความกระจ่าง

Image

1. ในรอบ 10 ปีที่ผ่านมา สถานการณ์ที่อยู่อาศัยค่อนข้างดี สัดส่วนของประชากรเมืองซึ่งมักจะอยู่กันอย่างแออัดกว่า มีอยู่ค่อนข้างต่ำ คือมีเพียง 31% หรือหนึ่งในสามของประชากรทั้งประเทศเท่านั้น จากตารางที่ 1 แสดงให้เห็นว่า แม้จำนวนประชากรเมืองจะเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วในช่วงปี 2543-2547 แต่เป็นเพราะการยกฐานะเทศบาลขึ้นใหม่หลายแห่ง แต่ในช่วงปี 2547-2552 การเพิ่มขึ้นของประชากรเมืองน้อยมาก นอกจากนี้อัตราการขยายตัวของประชากรของไทยก็ค่อนข้างต่ำ รวมทั้งความหนาแน่นของประชากรที่ค่อนข้างต่ำเช่นกัน ที่สำคัญจำนวนที่อยู่อาศัยเพิ่มขึ้น ทำให้ไม่เกิดความขาดแคลนที่อยู่อาศัย และทำให้จำนวนประชากรต่อบ้านลดลงตามลำดับ ซึ่งสะท้อนถึงคุณภาพการอยู่อาศัยที่ดีขึ้น


จากปี 2543 ถึง 2552 อัตราการเพิ่มของประชากรมีน้อยมาก (2.67%) ขณะที่อัตราการเพิ่มของจำนวนบ้านกลับสูงถึง 27.96% มันไม่แสดงถึงความต้องการบ้านที่มากขึ้นเหรอครับ แล้วก็ความต้องการของคณะปฏิรูปคือการแก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำเพื่อจะได้ไม่มีใครเอาคำว่า ไพร่ สองมาตรฐานมาใช้ประท้วงอีก ปัญหาที่ต้องหยิบยกมาแก้จึงเป็นประเด็นที่จะช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของคนกลุ่มรากหญ้าให้ครบวงจร ที่ีอยู่อาศัยเป็นหนึ่งในปัจจัยสี่ของมนุษย์ ไม่สำคัญแล้วอะไรสำคัญกว่าครับ


http://www.prachachat.net/view_news.php ... 2010-08-09
SCB EIC (ศูนย์วิจัยเศรษฐกิจ และธุรกิจ ธนาคารไทยพาณิชย์) จัดทำรายงานเชิงวิเคราะห์ถึง แนวโน้มความต้องการที่อยู่อาศัยในช่วง 10 ปีนับจากนี้ (ปี 2010-2020) แยก ตามพื้นที่ คือ 1) กรุงเทพฯ ปริมณฑล 2) หัวเหมืองภูมิภาค และ 3) ชนบทและเมืองขนาดเล็ก

โดยนำสถิติการขยายตัวของประชากรในแต่ละพื้นที่และความต้องการที่อยู่อาศัยแต่ละพื้นที่ในช่วงที่ผ่านมาใช้เป็นข้อมูลประกอบการวิเคราะห์

SCB EIC สรุปว่า นับตั้งแต่ปี 2002-2007 มีความต้องการที่อยู่อาศัยรวมทั้งประเทศเฉลี่ยปีละ 3 แสนหลัง ในจำนวนนี้แบ่งแยกสัดส่วน คือ พื้นที่ "ชนบทและเมืองขนาดเล็ก" 50% "หัวเมืองภูมิภาค" 21% และ "กรุงเทพฯ ปริมณฑล" 29%

ส่วนในปี 2010-2020 วิเคราะห์ความต้องการที่อยู่อาศัยรวมทั้งประเทศจะเพิ่มขึ้นเป็นเฉลี่ยปีละ 5 แสนหลัง ในจำนวนนี้ คาดว่าพื้นที่ "ชนบทและเมืองขนาดเล็ก"จะมีสัดส่วนเพิ่มขึ้นเป็น 62% "หัวเมืองภูมิภาค" ลดลงเหลือ 18% และ"กรุงเทพฯ ปริมณฑล" ลดลงเหลือ 20%

เท่ากับในช่วง 10 ปีนับจากนี้มีแนวโน้มว่าความต้องการที่อยู่อาศัยในพื้นที่ "ชนบทและเมืองขนาดเล็ก" น่าจะมีอัตราเติบโตสูงกว่าความต้องการที่อยู่อาศัยในพื้นที่ "หัวเมืองภูมิภาค" และ "กรุงเทพฯ ปริมณฑล"
User avatar
nithiphat
 
Posts: 660
Joined: Sat Apr 24, 2010 7:33 pm

Re: ที่อยู่อาศัยไม่ใช่ปัญหาเร่งด่วนตามคณะกรรมการปฏิรูปอ้าง

Postby nithiphat » Mon Aug 16, 2010 12:48 am

แถมอีกข้อ

4. จากการสำรวจภาวะเศรษฐกิจและสังคมของครัวเรือนล่าสุด ณ สิ้นปี พ.ศ. 2552 ของสำนักงานสถิติแห่งชาติพบว่า สัดส่วนของหนี้สินของครัวเรือนไทยลดลงจาก 63.3% ในปี 2550 เหลือ 60.9% ในปี 2552 แสดงว่าสถานการณ์หนี้ดีขึ้น และหนี้ในด้านที่อยู่อาศัยมีสัดส่วนเพียงหนึ่งในสามเท่านั้น <2> แสดงว่าภาระหนี้สินด้านที่อยู่อาศัยของประชาชนมีไม่มากนัก
ข้อนี้แสดงให้เห็นว่านโยบายแก้ปัญหาหนี้ของรัฐบาลได้ผลใช่มั้ยครับ

User avatar
nithiphat
 
Posts: 660
Joined: Sat Apr 24, 2010 7:33 pm

Re: ที่อยู่อาศัยไม่ใช่ปัญหาเร่งด่วนตามคณะกรรมการปฏิรูปอ้าง

Postby pornchokchai » Sun Aug 22, 2010 11:03 am

benzcl wrote:Why not you care for typing in English?


อยากอ่านภาษาอังกฤษ อยากเขียนภาษาอังกฤษ แล้วอยากให้ผมตอบภาษาอังกฤษ ในเรื่องนี้ผมเขียนไว้ที่ Bangkok Post ครับ ลองไปอ่านดูได้ที่นี่นะครับ http://www.bangkokpost.com/news/investi ... r-a-fiasco เห็นอย่างไรก็วานบอกนะครับ
คนเราต้องเปิดใจกว้างรับฟังสิ่งที่อยู่เบื้องหน้า ต้องอยู่กับปัจจุบัน อย่าไปมีอคติหรือความหลงแต่แรกว่าพวกเขา พวกเรา ไม่เช่นนั้น ก็ไม่เกิดการเรียนรู้ และที่สำคัญ เราควรมีความรัก ปรารถนาดีและเมตตาคู่สนทนาแม้จะไม่รู้จักกันมาก่อนก็ตาม นี่จึงเป็นกุศลแท้ครับ
User avatar
pornchokchai
 
Posts: 347
Joined: Wed Oct 15, 2008 6:04 am
Location: Bangkok

Re: ที่อยู่อาศัยไม่ใช่ปัญหาเร่งด่วนตามคณะกรรมการปฏิรูปอ้าง

Postby pornchokchai » Sun Aug 22, 2010 11:05 am

chanbaan wrote:
ชานบ้านชานเมือง wrote:ท่านรู้หรือไม่ว่า ประชาชนคนไทยมีปัญหาที่ไม่น่าเชื่อว่าจะเป็นปัญหา นั้นก็คือ ที่อยู่อาศัย
---
หลายท่านอาจแย้งว่า คนไทยมีบ้านกันทุกคน แต่ผมว่า เด็กที่เกิดใหม่ยังต้องอาศัยอยู่ในบ้านของพ่อแม่ พ่อแม่หลายท่านต้องเช่าบ้าน การเช่าบ้านไม่น่าใช้วิธีการแก้ไขปัญหาเรื่องที่อยู่อาศัย
-----
ในช่วงรัฐบาลหนึ่งได้แก้ไขปัญหาที่อยู่อาศัยด้วยความเอื้ออาทรทั้งต่อผู้ซื้อ และนายหน้าค้าที่ดิน รวมถึงผู้รับเหมาก่อสร้าง ทำให้เอื้ออาทรกันมาจนถึงรัฐบาลปัจจุบันอย่างแปลกๆ
----
ในช่วงชีวิตหนึ่ง ที่มีกลุ่มคนได้ก่อตั้งกลุ่มที่ให้การช่วยเหลือเรื่องที่อยู่อาศัยให้กับประชาชน กลุ่มคนนั้นได้พยายามใช้ความมั่นคงในทุกๆ ด้าน เพื่อสร้างที่อยู่อาศัยที่จะไม่เกิดป้ญหาในภายหลัง และยังเป็นการส่งเสริมระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขอีกด้วย
.
.
แต่ทำไมเมื่อความมั่นคงที่ผสานกับการอยู่อาศัย ยังไม่เป็นที่รู้จัก หมู่บ้านห่งความมั่นคงที่ดูจะทำให้ประชาชนเข้มแข็งกลับถูกนักการเมืองหลายกลุ่มเข้ามาแสวงหาผลประโยชน์ แต่นี้แหละคือเสน่ห์ของหมู่บ้านแห่งความมั่นคง ที่ต้องอาศัยความสามัคคีของคนในหมู่บ้านที่จะขจัดปัญหาจากการแทรกแซงของกลุ่มที่เข้ามาแสวงหาผลประโยชน์
----
ดังนั้น หากพูดว่า ประชาชนส่วนใหญ่มีปัญหาในเรื่องที่อยู่อาศัย มากที่สุดในโลก ผมว่าผมพูดถูกต้อง
เพราะว่า บ้านเรือนที่เรามีกลับกลายเป็นภาระให้กับเราได้ หากเราขาดความเจริญในเขตที่อยู่อาศัย และแม้ว่าจะมีความเจริญในทุกๆ ด้านในเขตที่อยู่อาศัยแล้วก็ตาม แต่หากยังขาดปัจจัยในการประกอบอาชีพ ปัจจัยในการรวมกลุ่มกันเป็นชาติพันธุ์ ซ้ำร้ายยังกลับกลายเป็นบ้านที่เน้นเรื่องของปัจเจคบุคคลไป เป็นการสร้างบ้านเพื่อแสดงออกถึงฐานะทางสังคมบ้าง จนกลายเป็นเรื่องของตัณหา ทำให้การอยู่ร่วมกันในเขตที่อยู่อาศัยไม่สามารถถักทอประสานสามัคคีกับคนในชุมชนได้อย่างที่ควรจะเป็น
-------------------------------------------
และนั้นแหละครับ ผมจึงอยากให้ทบทวนดูว่า ปัญหาที่อยู่อาศัยที่แท้จริงของคนไทยนั้น จริงๆ แล้วมันไม่ได้หมายถึงว่าเรามีจำนวนบ้านเรือนจำนวนเท่าไร มากน้อยเพียงไหน แต่หากมองดูการอยู่อาศัยร่วมกันระหว่างหมู่บ้านแห่งความมั่นคง กับหมู่บ้านที่เอื้ออาทรต่อนักการเมืองเรื่อยมาจนถึงปัจจุบันแล้วละก็ อะไรคือแนวทางในการแก้ไขปัญหาให้กับชุมชน และประชาชนได้มากกว่ากัน
..
เราจะสามารถนำหลักการทางสหกรณ์มาปรับใช้ เป็นสหกรณ์สังคม สร้างความมั่นคงให้กับหมู่บ้าน ตำบล อำเภอ จังหวัด ภาค ภูมิภาค และปรเทศชาติได้หรือไม่ โดยไม่ต้องวิ่งหาการสร้างชุมชนที่รกร้างอย่างหมู่บ้านแห่งความเอื้ออาทรที่มุ่งเน้นผสานประโยชน์ระหว่างนายทุนกับนักการเมืองอย่างที่เราทราบๆ กัน หรือหากเราจะสร้างหมู่บ้านแห่งความมั่นคงขึ้น เราจะเสริมเติมแต่งให้มีความมั่นคงในระดับเครือข่าย และการสร้างงาน รวมถึงการรวมกลุ่มกันทั้งเครือข่ายให้มีความเข้มแข็งปลอดการทุจริตกันในหมู่คณะ เพื่อสร้างแบบแผนให้ประชาชนเพื่อนร่วมชาติได้เห็นว่า ปัญหาเรื่องที่อยู่อาศัยนั้นสามารถแก้ไขได้ และยังสามารถพัฒนาเป็นแหล่งที่เสริมความรู้และการประกอบอาชีพสุจริตให้กับคนในชุมชนได้อย่างยั่งยืน โดยที่เราไม่ต้องทิ้งที่ทำกินเพราะเราสามารถสร้างความมั่นคงให้กับที่อยู่อาศัย และเขตที่อยู่อาศัยของพวกเราได้ หากเรานั้นมีความจริงใจต่อกัน รู้รักษ์สามัคคี ไม่ทอดทิ้งกันในทุกยามแม้จะสุขหรือทุกข์ ดังคำพูดที่ว่า "ยามสุขร่วมแบ่งปัน ยามทุกร่วมแบ่งเบา" หรือคำพูดที่ว่า "ยามสุขร่วมเสพ ยามทุกข์ยามต้าน" เป็นต้น

อ้างอิงที่มา viewtopic.php?f=2&t=27154



ถ้าคุณจะดูอะไรให้เป็นปัญหา ก็ดูได้หมดแหละครับ แต่ต้องลำดับ priority นะครับ ไม่งั้นก็จะกลายเป็น "ลิงแก้แห" ครับ
คนเราต้องเปิดใจกว้างรับฟังสิ่งที่อยู่เบื้องหน้า ต้องอยู่กับปัจจุบัน อย่าไปมีอคติหรือความหลงแต่แรกว่าพวกเขา พวกเรา ไม่เช่นนั้น ก็ไม่เกิดการเรียนรู้ และที่สำคัญ เราควรมีความรัก ปรารถนาดีและเมตตาคู่สนทนาแม้จะไม่รู้จักกันมาก่อนก็ตาม นี่จึงเป็นกุศลแท้ครับ
User avatar
pornchokchai
 
Posts: 347
Joined: Wed Oct 15, 2008 6:04 am
Location: Bangkok

Re: ที่อยู่อาศัยไม่ใช่ปัญหาเร่งด่วนตามคณะกรรมการปฏิรูปอ้าง

Postby pornchokchai » Sun Aug 22, 2010 11:06 am

nithiphat wrote:แถมอีกข้อ

4. จากการสำรวจภาวะเศรษฐกิจและสังคมของครัวเรือนล่าสุด ณ สิ้นปี พ.ศ. 2552 ของสำนักงานสถิติแห่งชาติพบว่า สัดส่วนของหนี้สินของครัวเรือนไทยลดลงจาก 63.3% ในปี 2550 เหลือ 60.9% ในปี 2552 แสดงว่าสถานการณ์หนี้ดีขึ้น และหนี้ในด้านที่อยู่อาศัยมีสัดส่วนเพียงหนึ่งในสามเท่านั้น <2> แสดงว่าภาระหนี้สินด้านที่อยู่อาศัยของประชาชนมีไม่มากนัก
ข้อนี้แสดงให้เห็นว่านโยบายแก้ปัญหาหนี้ของรัฐบาลได้ผลใช่มั้ยครับ




อันนี้แล้วแต่มุมมอง แต่มันอยู่ที่เศรษฐกิจไทย อยู่ที่ภาคเอกชน ภาครัฐไม่โกงกิน ก็ช่วยเหลือ ไม่ใช่ช่วยเถือแล้วล่ะครับ
คนเราต้องเปิดใจกว้างรับฟังสิ่งที่อยู่เบื้องหน้า ต้องอยู่กับปัจจุบัน อย่าไปมีอคติหรือความหลงแต่แรกว่าพวกเขา พวกเรา ไม่เช่นนั้น ก็ไม่เกิดการเรียนรู้ และที่สำคัญ เราควรมีความรัก ปรารถนาดีและเมตตาคู่สนทนาแม้จะไม่รู้จักกันมาก่อนก็ตาม นี่จึงเป็นกุศลแท้ครับ
User avatar
pornchokchai
 
Posts: 347
Joined: Wed Oct 15, 2008 6:04 am
Location: Bangkok


Return to สภากาแฟ



cron