
พระรูปนี้มักจะรับนิมนต์ไปปลุกเสก จตุคาม
0000
“โดยส่วนตัว ผมเป็นผู้ที่เคารพนับถือจตุคามรามเทพมานานแล้ว นานก่อนที่จะเกิดการขับไล่พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ผมได้รู้จักกับ พล.ต.ท.สรรเพชญ ธรรมาธิกุล สมัย เป็นผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนครศรีธรรมราช ซึ่งเป็นผู้ริเริ่มในการสร้างวัตถุมงคลจตุคามรามเทพรุ่นแรก เมื่อปี 2530 และได้สร้างจตุคามรามเทพรุ่นที่ 2 คือ รุ่นกู้ชาติเมื่อต้นปี 2549 ที่ผ่านมา ทุกวันนี้ ผมยังพกยันต์เก่าแก่ขององค์พ่อจตุคามฯ ติดกระเป๋าไปไหนมาไหนด้วยเสมอๆ”
นั่นคือคำกล่าวของ “สนธิ ลิ้มทองกุล” ที่เปิดเผยต่อสาธารณชนเป็นครั้งแรกในการจัดงานรำลึก 1 ปีกู้ชาติทางสถานีโทรทัศน์ผ่านดาวเทียมเอเอสทีวี NEWS1เมื่อวันที่ 4 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2550 ที่ผ่านมา
ผ้ายันต์จตุคามรามเทพที่สนธิ ลิ้มทองกุลพกติดตัวเป็นประจำ
ขณะเดียวกันสนธิก็ได้เปิดเผยถึงความช่วยเหลือของจตุคามรามเทพในการจัดทำธงพญาชิงชัยด้วยว่า “คนทรงบอกให้ผมถือธงพญาชิงชัยนำขบวนไปทุกครั้งที่มีการชุมนุม จะได้รับชัยชนะโดยที่ไม่มีใครสามารถทำอะไรได้”
ถามว่า แล้วสนธิไปรู้จักกับจตุคามรามเทพและพล.ต.ท.สรรเพชญ ธรรมาธิกุลได้อย่างไร
เรื่องนี้คงต้องย้อนหลังกลับไปในราวปี พ.ศ.2540....
ในปีพ.ศ.2540 ขณะที่ประเทศไทยเกิดวิกฤตทางเศรษฐกิจอย่างหนักหนาสาหัสอันเนื่องมาจากการโจมตีค่าเงินบาท จนทำให้ธนาคารและสถาบันการเงินจำนวนไม่น้อยต้องปิดตัวไป ขณะที่ธุรกิจน้อยใหญ่ต่างก็ต้องเผชิญกับความยากลำบากชนิดเลือดตาแทบกระเด็น
“สนธิ ลิ้มทองกุล” ผู้ก่อตั้งหนังสือพิมพ์ผู้จัดการ อดีตแกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย คือหนึ่งในผู้ที่อยู่ในชะตากรรมเช่นนั้น
ในระหว่างที่เคว้งคว้างและไม่รู้จะหันหน้าไปพึ่งใครดี ก็มีเหตุบังเอิญได้พบกับ พล.ต.ท.สรรเพชญ ธรรมาธิกุล
“ผมบอกว่า เอายังงี้ก็แล้วกัน ถ้าคุณสนธิเชื่อว่าองค์จตุคามรามเทพจะช่วยได้ให้ไปเจอกับผมที่นครศรีธรรมราช ผมก็ไม่นึกว่าเขาจะไปจริง เพราะเขาเป็นนักเรียนอเมริกา ประเทศที่เจริญประเทศที่ศิวิไลซ์ที่สุดแห่งหนึ่งของโลก จะมาเชื่อในเรื่องอย่างนี้คงยาก แต่คุณสนธิก็ไปและได้ทำพิธีให้พบกับจตุคามรามเทพ แต่ตอนนั้นผมก็ไม่ได้บอกว่าจตุคามรามเทพเป็นใคร ทำแล้วจะเกิดอะไรขึ้น คือผมต้องการจะรู้ว่าเขาจะมีความเชื่อถือศรัทธาขนาดไหน เพราะความเชื่อเป็นสิ่งที่วัดกันไม่ได้ อีกอย่างคือการทำอะไรต่างๆ เกี่ยวกับเรื่องนี้ไม่ได้เปิดปุ๊ป ติดปั๊ปเหมือนกับโทรทัศน์ มันมีเงื่อนไขของฟ้าดิน เหมือนกับฤดูกาลของชีวิต ก็ให้เขาดูไปก็แล้วกัน”
นั่นคือคำพูดของ พล.ต.ท.สรรเพชญ
ต่อมาเมื่อได้มีการทำพิธีที่ศาลหลักเมืองประจวบคีรีขันธ์ราวปลายปีพ.ศ. 2540 โดยมีการสร้างพระนาคปรก 5 เศียรขึ้นเนื่องจากเล็งเห็นแล้วว่าจะเสียกรุงรัตนโกสินทร์ จักต้องทำสิ่งศักดิ์สิทธิ์เพื่อที่จะต่อต้านรังสีจากดาวพระเคราะห์ต่างๆ และแก้ไขให้เรื่องร้ายกลายเป็นเบา จตุคามรามเทพก็ได้ให้สนธิเป็นเจ้าภาพ 4 องค์ พร้อมกับชาญชัย มโนมัยพิบูลย์ แห่งคาวาซากิและพล.ต.ต.ตรีทศ รณฤทธิวิชัยร่วมเป็นเจ้าภาพด้วยอีกจำนวนหนึ่ง
จากนั้นไม่นานนัก ปัญหาก็เกิดขึ้นเมื่อ “ธารินทร์ นิมมานเหมินทร์” รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังขณะนั้นดำเนินการแก้ปัญหาเศรษฐกิจที่เกิดขึ้นอย่างผิดพลาด และเมื่อสนธิออกมาวิพากษ์วิจารณ์โจมตีก็ไม่พอใจ พร้อมทั้งเล่นงานสนธิในทุกวิถีทาง
สุดท้ายสั่งให้ธนาคารเจ้าหนี้ฟ้องล้มละลาย แต่กลับกลายเป็นว่า ทำให้สนธิหลุดพ้นจากหนี้สินต่างๆ โดยไม่คาดฝัน และจากนั้นก็ฟื้นฟูกิจการจนดีขึ้นเป็นลำดับ
“ทีแรกผมก็ไม่เชื่อ แต่องค์จตุคามรามเทพได้พิสูจน์หลายๆ อย่างจนผมไม่อาจยอมรับความจริงได้ ผมพกจตุคามรามเทพติดตัวตลอดเวลา ที่ไม่ขาดเลยคือผ้ายันต์ที่ใส่เอาไว้ในกระเป๋าสตางค์ ส่วนที่ขึ้นคอก็เปลี่ยนไปเรื่อยๆ แต่ปกติจะแขวนพังพระกาฬ สำหรับปัจจุบันนี้ผมแขวนจตุคามรามพระผงนาคปรก 5 เศียร 3 องค์ สีดำ สีแดงและสีขาว โดยสีขาวและสีดำทำพิธีเมื่อวันที่ 27 มกราคม พ.ศ.2550 ที่เพชรบูรณ์ ส่วนองค์สีแดงเป็นรุ่นพิเศษที่ทำขึ้นมาแค่ 299 องค์เพื่อมอบให้กับผู้ใกล้ชิดท่านั้น”
“ถามว่า จตุคามรามเทพช่วยเหลือและปกป้องอะไรผมบ้าง ผมขอตอบสั้นๆ ว่าตลอดเวลาที่ผมแขวนจตุคามรามเทพหรือพกผ้ายันต์ ไม่เคยมีภยันตรายใดๆ กล้ำกรายเลยแม้แต่เพียงนิดเดียว”สนธิเล่าพลางหยิบผ้ายันต์ที่พกติดตัวและพระผงนาคปรก 5 เศียรที่แขวนเอาไว้มาให้ดู
กล่าวเฉพาะผ้ายันต์ที่สนธิพกติดตัวตลอดเวลานั้น ถ้าใครได้เห็นจะต้องยอมรับว่าคำกล่าวของสนธิไม่เกินเลยไปจากความจริง เพราะเป็นสภาพของผ้ายันต์ที่ผ่านการใช้งานจริงๆ ไม่ใช่ผ้ายันต์ที่แขวนเอาไว้ประดับข้างฝา
ที่สำคัญคือไม่ได้มีแค่ผืนเดียว หากแต่มีถึง 5 ผืนเลยทีเดียว
จตุคามรามเทพพิมพ์สี่เหลี่ยม 3 องค์ที่สนธิ ลิ้มทองกุลแขวนติดตัวในปัจจุบัน
ดวงตราสุริยันเนื้อว่านและจันทราเนื้อสีขาวของสนธิ ลิ้มทองกุล


อย่างไรก็ตาม ถ้าใครที่เคยไปพบสนธิที่อาคารบ้านพระอาทิตย์ก็จะพบว่า ภายในห้องทำงานของสนธิมีรูปหล่อของจตุคามรามเทพขนาดบูชาประดิษฐ์สถาน รวมถึงผ้ายันต์ของจตุคามรามเทพติดเอาไว้เช่นกัน
และเมื่อสนธิมีความคิดที่จะตั้งมูลนิธิยามเฝ้าแผ่นดิน แต่ไม่มีทุนทรัพย์เพียงพอที่จะดำเนินการและทำกิจกรรมต่างๆ เพื่อปกป้องพิทักษ์ประเทศไทย สนธิได้นำความเรื่องนี้ไปปรึกษาพล.ต.ท.สรรเพชญและจตุคามรามเทพ ผลที่ปรากฏออกมาก็คือ จตุคามรามเทพอนุญาตให้สนธิจัดทำดวงตราสุริยันจันทรา “รุ่นยามเฝ้าแผ่นดิน” ขึ้นมาเป็นการ พิเศษอีกด้วย
“องค์จตุคามรามเทพท่านคงเห็นความตั้งใจของผม จึงอนุญาตให้ดำเนินการจัดสร้าง โดยทำทั้งหมด 2 สีด้วยกันคือสีแดงและสีขาว สีละ 39,999 องค์ เพื่อมอบให้ทุกท่านที่สมัครเข้ามาเป็นสมาชิกของมูลนิธิยามเฝ้าแผ่นดิน สำหรับแบบของรุ่นนี้จะทำเป็นแบบกลมเหมือนกับรุ่นแรกและรุ่น 2 แต่ด้านหน้ามีการเปลี่ยนแปลงโดยทำเป็นองค์จตุคามรามเทพประทับบนนาคปรก 7 เศียร”สนธิอธิบายถึงที่มาที่ไปของจตุคามรามเทพรุ่นยามเฝ้าแผ่นดิน
ที่น่าสนใจไปกว่านั้นก็คือ เมื่อจตุคามรามเทพรับรู้ถึงการทำงานของสนธิที่ช่วยกอบกู้บ้านเมืองให้พ้นจากความหายนะด้วยการโค่นรัฐบาลเผด็จการลงไปได้ รวมทั้งรับรู้ด้วยว่าในปี พ.ศ.2550 นี้นั้น ราหูจะอวตารในปีหมูอีกครั้งและจะทำให้บ้านเมืองเกิดวิกฤติทางเศรษฐกิจการเมืองรุนแรงยิ่งกว่าในปี พ.ศ.2539 จึงได้พล.ต.ท.สรรเพชญออกแบบรูปประติมากรรมพระนาคปรก 7 เศียร หล่อด้วยโลหะธาตุแบบลอยองค์ ขนาดความสูง 1 เมตร 9 เซนติเมตรจำลองรูปองค์จตุคามรามเทพประทับนั่งในท่ามหาราชลีลาเหนือบัลลังก์พญานาคราช และมอบหมายให้สนธิเป็นผู้ดำเนินการจัดสร้างเพื่อช่วยกอบกู้บ้านเมืองให้พ้นจากความหายนะอีกครั้งหนึ่ง
นำมาจาก
http://www.manager.co.th